การเทรดทองต้องดูแลความเสี่ยงและคำนวณอัตราส่วนกำไรต่อขาดทุนให้เหมาะสม โดยเทียบเงินที่ยอมเสี่ยงกับกำไรที่ต้องการ หากตั้งขาดทุน 50 ดอลลาร์แต่หวังกำไร
- ทำความเข้าใจเรื่องอัตราส่วน R:R ก่อนเทรดทองคำ
- การคำนวณอัตราส่วน R:R ขั้นพื้นฐานเมื่อเทรดทองคำ
- ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขาดทุนจริงบนตลาดทองคำ
- อัตราส่วน R:R ที่แนะนำสำหรับเทรดทองคำแต่ละประเภท
- การเลือก จุดตัดขาดทุน และ จุดทำกำไร ให้เหมาะสมกับตลาดทองคำ
- ตารางเปรียบเทียบอัตราส่วน R:R และจุดอัตราความสำเร็จที่จำเป็น
- คำถามที่พบบ่อย

ทำความเข้าใจเรื่องอัตราส่วน R:R ก่อนเทรดทองคำ

อัตราส่วน R:R หรือ Risk to Reward Ratio คือเครื่องมือวัดความคุ้มค่าของการลงทุนโดยเปรียบเทียบความเสี่ยงที่ยอมรับได้กับผลตอบแทนที่คาดหวังจากการเทรดทองคำ เพื่อช่วยให้นักลงทุนวางแผนบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีระบบและไม่สูญเสียเงินทุนจนหมด โดยสมาคมนักเทรดมืออาชีพแนะนำให้รักษาอัตราส่วนนี้ไว้ที่ 1:2 เสมอเพื่อยังคงความสามารถในการทำกำไรในระยะยาวอย่างมั่นคงและยั่งยืนที่สุด
อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (Risk:Reward Ratio หรือ R:R) คือการเปรียบเทียบระหว่างเงินที่คุณยอมเสี่ยงกับเงินที่คุณอยากได้กำไรในการเทรดครั้งเดียว ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณตั้ง จุดตัดขาดทุน ให้ขาดทุน 50 ดอลลาร์ แต่ตั้งจุดเอากำไรให้ได้ 100 ดอลลาร์ อัตราส่วนของคุณคือ 1:2 นั่นหมายความว่า คุณยอมเสี่ยงน้อยแต่อยากได้ผลตอบแทนเยอะ ซึ่งมีความสมเหตุสมผลอยู่แล้ว
ทำไมการคำนวณ R:R ถึงสำคัญขนาดนี้ในการเทรดทองคำ เพราะว่าทองคำไม่ได้เป็นสินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวตามพื้นฐาน ราคาทองคำขึ้นลงตามอารมณ์ของตลาดมูลค่าเงินดอลลาร์ สงคราม เงินเฟ้อ และความหวาดระแวงของนักลงทุน คุณไม่สามารถพูดได้ว่า “ทองคำต้องขึ้นแน่นอน” หรือ “ต้องลงแน่นอน” ดังนั้นคุณจึงต้องวางแผนว่า “ถ้าขึ้นเท่าไร ฉันจะเอากำไร ถ้าลงเท่าไร ฉันจะตัดขาดทุน” อัตราส่วนที่ดีจะช่วยให้สุทธิกำไรของคุณในระยะยาวเป็นบวกได้ตลอด
หลายคนคิดว่า “ฉันต้องถูก 80% ของการเทรด” แต่ที่จริง ถ้าคุณใช้อัตราส่วน 1:3 (ยอมเสี่ยง 1 เพื่อได้ 3) คุณเพียงแต่ต้องถูกแค่ 35% ก็สามารถกำไรสูทธิได้แล้ว นั่นแหละความมหัศจรรย์ของการจัดการความเสี่ยงกับผลตอบแทนให้ถูกต้อง
การคำนวณอัตราส่วน R:R ขั้นพื้นฐานเมื่อเทรดทองคำ

การคำนวณอัตราส่วน R:R ขั้นพื้นฐานเริ่มต้นจากการกำหนดระยะห่างระหว่างราคาเข้าเทรดทองคำกับจุดตัดขาดทุนเพื่อหาค่าความเสี่ยง จากนั้นนำระยะห่างจากราคาเข้าถึงจุดทำกำไรมาหารด้วยค่าความเสี่ยง หากได้ผลลัพธ์เป็น 1 ต่อ 3 ถือว่ามีโอกาสทำกำไรสูงกว่าการขาดทุนถึง 300 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ดีในการบริหารพอร์ตการลงทุนในตลาดสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง
ขั้นแรก คุณต้องรู้ว่า 1 จุด (Pip) ของทองคำ (XAU/USD) เท่ากับ 0.01 เหรียญสหรัฐฯ ต่อ 1 ออนซ์ แล้ว 1 lot ของทองคำ = 100 ออนซ์ ดังนั้น 1 จุด = 1 ดอลลาร์ต่อ 1 lot นี่เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจำให้แน่นอน เพราะสูตรการคำนวณทั้งหมดขึ้นอยู่กับเรื่องนี้
สมมติว่าคุณเทรดทองคำ 0.1 lot ที่ราคาเข้า 2050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ คุณตั้ง จุดตัดขาดทุน ที่ 2040 (ห่าง 10 จุด) และตั้งจุดเอากำไร จุดทำกำไร ที่ 2070 (ห่าง 20 จุด) การคำนวณจะเป็นแบบนี้:
ขาดทุนหากราคาตี จุดตัดขาดทุน = 10 จุด × 1 ดอลลาร์ × 0.1 lot = 10 ดอลลาร์ กำไรหากราคาตี จุดทำกำไร = 20 จุด × 1 ดอลลาร์ × 0.1 lot = 20 ดอลลาร์ ดังนั้นอัตราส่วน R:R = 10:20 หรือเขียนให้เรียบง่ายว่า 1:2 นั่นแสดงว่าการเทรดนี้สมควร เพราะคุณได้กำไรมากกว่าเสี่ยงเสีย
ตรงนี้มือใหม่มักสับสน ให้จำไว้ว่า “ขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น” คือจุด จุดตัดขาดทุน ลบด้วยจุดเข้า ส่วน “กำไรที่ตั้งเป้า” คือจุด จุดทำกำไร ลบด้วยจุดเข้า แล้วคูณอัตราการแลกเปลี่ยนจุดต่อดอลลาร์ก็ได้เงินจริง
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขาดทุนจริงบนตลาดทองคำ
สมมติว่านักลงทุนเปิดสถานะซื้อทองคำที่ราคา 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ กำหนดจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 1,990 ดอลลาร์ และตั้งเป้าทำกำไรที่ 2,030 ดอลลาร์ ความเสี่ยงจะเท่ากับ 10 ดอลลาร์ในขณะที่ผลตอบแทนเท่ากับ 30 ดอลลาร์ ทำให้ได้อัตราส่วน 1:3 หากตลาดเคลื่อนไหวตามแนวโน้มที่คาดการณ์ไว้ จะทำให้นักลงทุนได้รับเงินจำนวนมากกว่าที่อาจสูญเสียไปอย่างชัดเจน
ลองมาดูตัวอย่างจริงในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยเมื่อเทรดทองคำแบบการค้าวันเดียว (เทรดรายวัน) สมมติคุณมีบัญชี 5000 ดอลลาร์ ตั้งใจยอมเสี่ยง 1% ต่อการเทรดครั้งหนึ่ง = 50 ดอลลาร์
ราคาทองคำอยู่ที่ 2055 ดอลลาร์ ขณะนี้คุณเห็นว่าราคากำลังลดลงโดยเกะกะที่เส้นรองรับ 2045 ดอลลาร์ (ระดับ 4 ชั่วโมงก่อนหน้า) คุณตัดสินใจซื้อที่ 2055 ดอลลาร์โดยหวังว่าราคาจะดีดตัวขึ้นไป คุณวาง จุดตัดขาดทุน ต่ำกว่าเส้นรองรับ 10 จุด คือ 2044 ดอลลาร์
ระยะเสี่ยง = 2055 – 2044 = 11 จุด หากเทรด 0.1 lot ขาดทุนหากราคาตี จุดตัดขาดทุน = 11 จุด × 1 ดอลลาร์ × 0.1 lot = 11 ดอลลาร์ เกินกว่าที่ตั้งใจยอมเสี่ยง 50 ดอลลาร์ไปหน่อย ดังนั้นลดเหลือ 0.04 lot ซึ่งขาดทุนจะเป็น 11 × 1 × 0.04 = 4.4 ดอลลาร์ เพื่อให้ใกล้เคียงกับ 50 ดอลลาร์ ควรเทรด 0.45 lot ขาดทุน = 11 × 1 × 0.45 = 4.95 ดอลลาร์ ประมาณ 5 ดอลลาร์ ค่อนข้างสูง ลดเหลือ 0.4 lot ตัวอย่างนี้เพื่อให้คุณเห็นว่าการคำนวณไม่ได้ง่ายเสมอ
มาสมมติว่าเทรด 0.4 lot ที่ 2055 ขาดทุนปลอดภัย 4.4 ดอลลาร์ (จุดตัดขาดทุน ที่ 2044) ขณะนี้คุณต้องคำนวณว่าตั้ง จุดทำกำไร ที่ไหนเพื่อให้ได้อัตราส่วน 1:2 หรือ 1:3 อัตราส่วน 1:2 = ยอมเสี่ยง 4.4 ต้องได้กำไร 8.8 ดอลลาร์ ให้หา Pip = 8.8 ÷ (1 × 0.4) = 22 จุด ดังนั้นตั้ง จุดทำกำไร ที่ 2055 + 22 = 2077 ดอลลาร์
ผลลัพธ์ของการเทรดนี้ มีความเป็นไปได้สองแบบ ถ้าราคาหยุด จุดตัดขาดทุน ที่ 2044 ขาดทุน 4.4 ดอลลาร์ ถ้าราคาโดยไปพัฒนา จุดทำกำไร ที่ 2077 กำไร 8.8 ดอลลาร์ การเทรดนี้มีอัตราส่วน 1:2 ซึ่งหมายความว่า หากคุณเทรดแบบนี้ 20 ครั้ง ถูก 10 ครั้ง พลาด 10 ครั้ง กำไรสุทธิ = (10 × 8.8) – (10 × 4.4) = 88 – 44 = 44 ดอลลาร์สามารถทำกำไรได้ แม้ว่าจะมีอัตราความสำเร็จเพียง 50% ก็ตาม
อัตราส่วน R:R ที่แนะนำสำหรับเทรดทองคำแต่ละประเภท

การเลือกใช้อัตราส่วน R:R ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดทองคำ โดยเทรดเดย์เทรดมักต้องการอัตราส่วน 1:2 หรือ 1:3 เพื่อใช้ประโยชน์จากการแกว่งตัวในระยะสั้น ส่วนสวิงเทรดอาจใช้อัตราส่วนที่กว้างขึ้นเพื่อรอรับความเคลื่อนไหวของราคา ซึ่งสถิติพบว่านักเทรดมืออาชีพกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ปรับใช้อัตราส่วนเหล่านี้เพื่อรักษาสมดุลของพอร์ตการลงทุนให้เติบโตอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับการเทรดทองคำแบบระยะสั้น (Scalping หรือเทรดนาทีถึงชั่วโมง) ควรใช้อัตราส่วนอย่างน้อย 1:1.5 เพราะว่าในช่วงเวลาสั้นๆ ราคามักขึ้นลงเข่าเหนื่อใจและมีหลายสัญญาณเท็จ ถ้าตั้งอัตราส่วนต่ำ เช่น 1:1 คุณอาจได้เสีย สำหรับการเทรดแบบสอบสวน (Swing Trade หรือ 4 ชั่วโมงถึงวัน) เหมาะสมที่สุดคือ 1:2 หรือ 1:2.5 เพราะมีเวลาให้ราคาเคลื่อนไหวไปตามแรงโน้มถ่วง
สำหรับการเทรดทองคำแบบระยะยาว (Position Trading หรือสัปดาห์ถึงเดือน) ควรตั้งอัตราส่วนตั้งแต่ 1:3 ขึ้นไป เพราะเป้าหมายราคาอาจอยู่ไกลออกไป และความปลอดภัยมากขึ้นเมื่อจุด จุดตัดขาดทุน สั้น ในแง่ของศูนย์กลางมวล (ความเสี่ยง) แต่เป้าหมายไกล (ผลตอบแทน) คือสถิติที่ดีที่สุด
ไม่มีอัตราส่วน R:R ที่เหมาะสมสำหรับทุกคน แต่อุดมคติคือให้โจ้ยมีสัจชาติประเมิน “ได้ความพอใจ” กับการเทรดแต่ละครั้ง หากวันนี้คุณได้ 8 ดอลลาร์กำไรจากเสี่ยง 4 ดอลลาร์ คุณควรรู้สึกพอใจ เพราะคุณปฏิบัติตามแผนของคุณเองแล้ว ไม่สำคัญว่าเทรดครั้งต่อไปจะเป็นอย่างไร
การเลือก จุดตัดขาดทุน และ จุดทำกำไร ให้เหมาะสมกับตลาดทองคำ

การเลือกจุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไรบนตลาดทองคำจำเป็นต้องอิงกับระดับแนวรับแนวต้านทางเทคนิคควบคู่กับการพิจารณาความผันผวน โดยจุดตัดขาดทุนควรอยู่บริเวณที่สัญญาณการกลับตัวของเทรนด์พิสูจน์ได้ว่าผิดพลาด ส่วนจุดทำกำไรควรตั้งไว้ก่อนถึงแนวต้านสำคัญ จากข้อมูลสถิติพบว่าราคาทองคำมีโอกาสรีบาวด์จากแนวรับที่แข็งแกร่งเกินกว่า 65 เปอร์เซ็นต์
การตั้ง จุดตัดขาดทุน ต้องดูจากระดับต่างๆ ของแผนภูมิราคา (Chart) ไม่ควรตั้งตามอารมณ์หรือตัวเลขโปรดของคุณ ดูจุดต่ำสุดของแนวแข็งล่าสุด ดูสัญญาณจากสูตร ATR (Average True Range) ที่จะบอกความผันผวนปัจจุบัน ดูส่วนรองรับจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่)
สำหรับทองคำ นักเทรดส่วนใหญ่ใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 แท่ง บน Frame 4 ชั่วโมง เป็นตัวบอกทิศทางหลัก ถ้าราคากำลังอยู่เหนือเส้นนี้ แสดงว่าเทรนด์ขึ้น ควรซื้อและตั้ง จุดตัดขาดทุน ต่ำกว่าเส้นนี้หรือต่ำกว่าจุดต่ำของแท่งเทียนก่อนหน้า 20-30 จุด ส่วน จุดทำกำไร ตั้งตามอัตราส่วน R:R ที่คุณเลือก เช่น ยอมเสี่ยง 30 จุด อยากได้ 60 จุด (1:2) ก็ตั้ง จุดทำกำไร เห็นว่ากำลังพบแนวต้านสำคัญ
หลายคนเข้าใจผิดว่า “ถ้าตั้ง จุดตัดขาดทุน ไกลขึ้นไป ก็จะสอบตัวได้ดีขึ้น” ไม่เป็นไปตามนั้น ถ้าคุณตั้ง จุดตัดขาดทุน ห่างมากเกินไป เป็นหมายความว่าคุณยอมเสี่ยงมากเกินไป ซึ่งหมายถึงต้องลดระยะ Lot ลง หรือจะเสี่ยงสูงแล้วเทรดเก็บเงินได้น้อยสม ตัด จุดตัดขาดทุน ให้สั้น เพราะ “จุดตัดขาดทุน ไม่ใช่บันไดลง ไม่ใช่บรรยากาศที่มี” จุดตัดขาดทุน คือการสละสิทธิ์ของคุณในการเทรดนั้นหากราคาหยุดแนว “มึง”
ตารางเปรียบเทียบอัตราส่วน R:R และจุดอัตราความสำเร็จที่จำเป็น
การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราส่วน R:R กับอัตราการทำกำไรตามสถิติพบว่า หากใช้อัตราส่วน 1:1 นักลงทุนต้องชนะการเทรดทองคำให้ได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์เพื่อไม่ให้ขาดทุน แต่หากปรับอัตราส่วนเป็น 1:3 จะต้องการเพียงอัตราการชนะเพียง 25 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเพื่อทำให้พอร์ตการลงทุนยังคงความสามารถในการเติบโตและสร้างความมั่งคั่งได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
| อัตราส่วน R:R | ยอมเสี่ยง (Pip) | เป้าหมายกำไร (Pip) | อัตราความสำเร็จขั้นต่ำ (%) |
|---|---|---|---|
| 1:1 | 20 | 20 | 50% |
| 1:1.5 | 20 | 30 | 40% |
| 1:2 | 20 | 40 | 33% |
| 1:3 | 20 | 60 | 25% |
ตารางนี้แสดงให้เห็นว่า คุณไม่จำเป็นต้องถูกทุกครั้ง หากใช้อัตราส่วน 1:3 คุณเพียงแต่ต้องถูก 1 ครั้งจาก 4 ครั้ง ก็สามารถหากำไรได้แล้ว ขณะที่อัตราส่วน 1:1 ต้องถูก 50% มิฉะนั้นจะสูญเสียในระยะยาว
ปัญหาทั่วไปในการคำนวณ R:R และวิธีแก้ไข
ปัญหาแรกที่พบบ่อย คือการลืมนับค่าสเปรด (Spread) และค่าธรรมเนียม (Commission) ในการคำนวณ ค่าสเปรดของทองคำ XAU/USD ขณะนี้โดยปกติอยู่ที่ 0.3-0.5 จุด เหมือนมีเงียบเล็กน้อยในคำนวณขาดทุนของคุณเสมอ หากคุณตั้ง จุดตัดขาดทุน 20 จุด แล้วลืมนับสเปรด คุณก็เสมือนเสี่ยง 20.3-20.5 จุดจริงๆ
ปัญหาที่สอง คือการแยกความต่างระหว่าง “เป้าหมายเบื้องต้น” กับ “การตัดขาดทุนหากหลัก” บางคนตั้ง จุดทำกำไร ที่ระดับหนึ่ง แล้วปล่อยโปรแกรมทำงาน แต่ตลาดดีดตัวขึ้นมากกว่าเค้า ราคายังขึ้นต่อ คุณคิดว่า “อยากได้มากกว่านี้” แล้วยกเอาก็เปิดให้ราคาวิ่งต่อ นี่เป็นสาเหตุของการสูญเสีย บ้างถ้าตั้ง จุดทำกำไร ที่ 60 จุด และราคาไปถึง 80 จุด ให้หนีไปแล้ว มีการเทรดครั้งต่อไปอยู่ยาวยวง
ปัญหาที่สาม คือการ “เลื่อน จุดตัดขาดทุน” ให้สูงขึ้นหลังจากเทรดไปแล้ว ถ้าตั้ง จุดตัดขาดทุน ที่ 2044 แล้ว ราคาลงมาถึง 2048 แล้ววิ่งขึ้นมา “อ้อ ดีไปแล้ว ลดความเสี่ยง” แล้วเลื่อน จุดตัดขาดทุน มาไว้ที่ 2046 นี่เป็นการหลอกตัวเอง อัตราส่วน R:R ของคุณเปลี่ยนไปแล้ว สิ่งที่ดีที่สุดคือตั้ง จุดตัดขาดทุน เมื่อเข้า แล้วอย่ายกมือ จนกว่าราคาจะตี จุดตัดขาดทุน หรือ จุดทำกำไร
สรุปและวิธีการฝึกซ้อมให้เชี่ยวชาญการคำนวณ R:R
ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการเทรดทองคำอย่างมีเหตุมีผล คือการคำนวณอัตราส่วนกำไรต่อขาดทุนให้ถูกต้อง ก่อนที่ฝั่งมือจะกดปุ่ม Buy หรือ Sell การคิดดังนี้ “เสี่ยง 20 จุด เอากำไร 50 จุด” นี่คือวิธีคิดของนักเทรดมืออาชีพแล้ว หากคุณฝึกทำแบบนี้ทุกวัน ในรอบ 6 เดือนถึงหนึ่งปี คุณจะเห็นความแตกต่างของกำไรแต่เงินจริง
วิธีฝึกซ้อมนั้นง่ายมาก ตั้งแต่การเทรด Fake Money บนแพลตฟอร์มเทรดจริง หรือใช้ Micro Account (บัญชีจิ๋ว) เทรดแค่ 0.01 lot ต่อครั้ง เพื่อให้การคำนวณไม่เสี่ยงจริง แล้วทำตารางบันทึก 100 เทรด ดูว่า “ทั้งหมดเก็บอัตราส่วน R:R มากกว่า 1:1.5 หรือไม่” ถ้าได้ 100 ตามสูตร ก็พร้อมเล่นเงินจริงได้แล้ว
ทองคำเป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้เรื่องการจัดการความเสี่ยง เพราะสภาพคล่องสูง ทำให้ จุดตัดขาดทุน และ จุดทำกำไร เป็นจริง ราคาไม่กระโดดข้าม (Slippage) มากเท่าอื่นๆ และเปิดตลาด 24 ชั่วโมงคือได้ทำการเทรดตรวจสอบรูปแบบของคุณบ่อยๆ มีนเทอร์ขอให้คุณจำอยากสำคัญนี้เอาไว้ สำหรับการเทรดครั้งต่อไป ขอให้คุณสำเร็จครับ
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้อัตราส่วน R:R ในการเทรดทองคำมักเกี่ยวข้องกับวิธีปรับค่าให้เหมาะสมกับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยผู้เชี่ยวชาญมักแนะนำให้รักษาวินัยในการปฏิบัติตามแผนที่วางไว้และหลีกเลี่ยงการย้ายจุดตัดขาดทุนด้วยอารมณ์ ข้อมูลระบุว่านักเทรดกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ที่ล้มเหลวเกิดจากการไม่สามารถควบคุมความกลัวและความโลภเมื่อราคาสินทรัพย์เคลื่อนไหวอย่างรุนแรง
อัตราส่วน 1:2 หมายความว่าอะไร เมื่อเทรดทองคำ
อัตราส่วน 1:2 คือเมื่อคุณยอมเสี่ยงเงิน 100 ดอลลาร์ แล้วอยากได้กำไร 200 ดอลลาร์เป็นเป้าหมาย ถ้าคุณตั้ง จุดตัดขาดทุน ห่างจากจุดเข้า 50 จุด ก็ต้องตั้งจุดเอากำไรห่างจากจุดเข้า 100 จุด นั่นก็คือ 1 ต่อ 2 เลยครับ
ทำไมต้องคำนวณอัตราส่วนกำไรต่อขาดทุน
เพราะการคำนวณอัตราส่วนนี้จะช่วยให้คุณรู้ว่าการเทรดแต่ละครั้งมีคุณค่าหรือไม่ ถ้าอัตราส่วนต่ำกว่า 1:1.5 โดยเฉลี่ย ราคาต้องตีถูกตั้ง 70-80% จึงจะกำไร ซึ่งยากมากในตลาดทองคำที่วอลาติลสูง
ถ้าเทรดทองคำ 1 lot มูลค่าเท่าไร
1 lot ของ XAU/USD (ทองคำ) = 100 ออนซ์ทรอย ถ้าราคาทองคำอยู่ที่ 2000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อราคาเคลื่อนไป 1 จุด (0.01) คุณจะได้กำไรหรือขาดทุน 1 ดอลลาร์ต่อ 1 lot ดังนั้น 100 จุด = 100 ดอลลาร์ ครับ
ต้องยอมเสี่ยงเงินเท่าไรต่อการเทรดครั้งเดียว
นักเทรดมือโปรส่วนใหญ่ยอมเสี่ยง 1-2% ของเงินทุนทั้งหมดต่อการเทรดครั้งเดียว ถ้าคุณมีบัญชี 10,000 ดอลลาร์ ก็ควรยอมเสี่ยงไม่เกิน 100-200 ดอลลาร์ต่อการเทรด อย่างนี้ถึง 10 ครั้งขาดทุนติดต่อกัน คุณจึงจะหมดบัญชี
ถ้าเทรดยาววันต้องดูอะไรตอนตั้ง R:R
ตอนเทรดยาววันขึ้นไป ต้องดูเส้นรองรับและแนวต้านระดับเดียร์ดอนสัน (Daily Support/Resistance) ตัดสินใจเส้น จุดตัดขาดทุน โดยวางไว้ต่ำกว่าเส้นรองรับสำคัญประมาณ 20-50 จุด แล้วคำนวณว่าจะต้องวางจุดเอากำไรห่างออกไปเท่าไรเพื่อให้ได้อัตราส่วน 1:2 หรือ 1:3 ครับ
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
- ▸ MetaTrader 4 Web เทรด Forex บนเบราว์เซอร์ไร้ขีดจำกัด 2026
- ▸ Auto EA ใช้จริง Forward: วิธีตรวจสอบ EA คุณภาพ 2026
- ▸ เจาะลึกวิธีใช้ Weekly Open Accumulation Strategy Forex แบบเทพ
- ▸ เทรด EUR/CHF อย่างมืออาชีพ: คู่เงินปลอดภัยยุโรปที่ไทยมองข้าม
- ▸ เจาะลึก Andrews Pitchfork คู่มือใช้ Median Line Channel Forex
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย









