ทองคำ XAU 1 พิป เท่ากับการขยับ 1 ดอลลาร์ บทความนี้สอนคำนวณกำไรขาดทุนแม่นยำพร้อมตัวอย่างเริ่มต้นที่ 5

ทองคำ 1 พิป เท่ากับการขยับของราคากี่ดอลลาร์

หลายคนที่เพิ่งมาจากตลาดคู่เงินมักสับสนเรื่องค่าพิปของทองคำ เพราะโบรกเกอร์ส่วนใหญ่กำหนดให้ทองคำขยับ 1 ดอลลาร์ต่อนซ์ เท่ากับ 1 พิป ซึ่งต่างจากยูโรดอลลาร์ที่ขยับ 1 พิปเท่ากับ 0.0001 ดอลลาร์ การเข้าใจจุดนี้สำคัญมากเพราะมันคือฐานของการคำนวณทุกอย่างในบทความนี้
ลองดูตัวเลขราคาทองคำที่หน้าจอ ถ้าราคาปัจจุบันอยู่ที่ 2,569.50 ดอลลาร์ต่อนซ์ แล้วราคาขยับขึ้นไปที่ 2,570.50 ดอลลาร์ต่อนซ์ แสดงว่าราคาทองคำเคลื่อนไหวไป 1 ดอลลาร์ ซึ่งก็คือ 1 พิป นั่นเอง แต่ถ้าราคาขยับจาก 2,569.50 ไป 2,574.50 ก็จะเท่ากับว่าราคาวิ่งไป 5 พิป หรือ 5 ดอลลาร์นั่นเอง กฎนี้ใช้กับทุกโบรกเกอร์ที่แสดงผลราคาทองคำแบบ 2 ตำแหน่งทศนิยม ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
แต่ต้องระวังเรื่องหนึ่ง บางโบรกเกอร์แสดงทศนิยม 3 ตำแหน่ง คือมีตัวเลขเพิ่มมาอีกหลัก เช่น 2,569.505 ในกรณีนี้การขยับ 0.001 ดอลลาร์จะเรียกว่า 1 พอยต์ และ 10 พอยต์จึงจะเท่ากับ 1 พิป ดังนั้นก่อนจะคำนวณอะไรต้องดูก่อนว่าโบรกเกอร์ที่เราใช้บริการแสดงทศนิยมกี่ตำแหน่ง เพื่อไม่ให้คำนวณกำไรขาดทุนผิดพลาด
วิธีคำนวณค่าพิปทองคำตามขนาดล็อตที่เปิดออเดอร์
ค่าพิปของทองคำไม่ได้ตายตัวที่ 1 ดอลลาร์ต่อพิปเสมอไป มันขึ้นอยู่กับขนาดล็อตที่เราเปิดออเดอร์ ยิ่งล็อตใหญ่ค่าพิปก็ยิ่งสูงตามไปด้วย การรู้ว่าแต่ละล็อตมีค่าพิปเท่าไรจะช่วยให้เราควบคุมความเสี่ยงและวางแผนการเทรดได้แม่นยำขึ้น
สำหรับทองคำ 1 ล็อตมาตรฐาน ค่าพิปจะเท่ากับ 100 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1 พิป หรือก็คือถ้าราคาทองคำขยับ 1 ดอลลาร์ เราจะได้หรือเสีย 100 ดอลลาร์ ถ้าเปิด 0.1 ล็อต ค่าพิปจะเท่ากับ 10 ดอลลาร์ และถ้าเปิด 0.01 ล็อต ค่าพิปจะเท่ากับ 1 ดอลลาร์ ตัวเลขเหล่านี้คือหัวใจสำคัญที่เราต้องจำให้ขึ้นใจก่อนจะคำนวณกำไรขาดทุนในขั้นตอนต่อไป
ที่มาของตัวเลข 100 ดอลลาร์มาจากสัญญาทองคำมาตรฐานที่ 1 ล็อตเท่ากับ 100 ออนซ์ เมื่อราคาขยับ 1 ดอลลาร์ต่อนซ์ คูณด้วย 100 ออนซ์ ก็จะได้ 100 ดอลลาร์ ดังนั้นถ้าเราเปิด 0.5 ล็อต ค่าพิปก็จะเท่ากับ 50 ดอลลาร์ ต่อ 1 พิปนั่นเอง การเข้าใจที่มาของตัวเลขนี้ทำให้เราคำนวณขนาดล็อตอื่น ๆ ได้โดยไม่ต้องท่องจำ
ตัวอย่างการคำนวณกำไรขาดทุนจากการเทรดทองคำจริง
มาดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน สมมติว่าเราเปิดออเดอร์ซื้อทองคำที่ราคา 2,560.00 ดอลลาร์ต่อนซ์ ขนาด 0.2 ล็อต แล้วราคาขยับขึ้นไปที่ 2,575.00 ดอลลาร์ต่อนซ์ เราจะคำนวณกำไรได้ดังนี้
ขั้นแรกหาระยะราคาที่เคลื่อนไหว จาก 2,560.00 ถึง 2,575.00 เท่ากับ 15 ดอลลาร์ ซึ่งก็คือ 15 พิป จากนั้นหาค่าพิปของ 0.2 ล็อต ซึ่งเท่ากับ 20 ดอลลาร์ต่อพิป เพราะ 1 ล็อตเท่ากับ 100 ดอลลาร์ ดังนั้น 0.2 ล็อตก็เท่ากับ 20 ดอลลาร์ สุดท้ายเอา 15 พิป คูณกับ 20 ดอลลาร์ จะได้กำไรเท่ากับ 300 ดอลลาร์สหรัฐ
ลองดูอีกกรณีที่ขาดทุน สมมติเราเปิดออเดอร์ขายทองคำที่ราคา 2,580.00 ดอลลาร์ต่อนซ์ ขนาด 0.05 ล็อต แต่ราคาวิ่งขึ้นไปที่ 2,588.00 ดอลลาร์ต่อนซ์ ระยะราคาที่เคลื่อนไหวเท่ากับ 8 ดอลลาร์ หรือ 8 พิป ค่าพิปของ 0.05 ล็อตเท่ากับ 5 ดอลลาร์ต่อพิป เมื่อคูณ 8 พิป กับ 5 ดอลลาร์ จะได้ยอดขาดทุนเท่ากับ 40 ดอลลาร์สหรัฐ การคำนวณแบบนี้ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ไม่ว่าจะเปิดซื้อหรือเปิดขาย
การหาขนาดล็อตที่เหมาะสมจากการจุดตัดขาดทุน

การรู้ค่าพิปและการคำนวณกำไรขาดทุนเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยง สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการหาขนาดล็อตที่เหมาะสมก่อนเปิดออเดอร์ โดยดูจากระยะจุดตัดขาดทุนและเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ถ้าทำแบบนี้ได้ถูกต้องจะช่วยปกป้องบัญชีให้อยู่รอดได้ยาว
สมมติบัญชีมีทุน 5,000 ดอลลาร์ เราตั้งกฎว่ายอมขาดทุนไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ต่อไม้ ก็จะเท่ากับ 100 ดอลลาร์ จากนั้นดูกราฟทองคำแล้ววางจุดตัดขาดทุนไว้ห่างจากจุดเข้า 4 ดอลลาร์ หรือ 4 พิป การจะหาขนาดล็อตที่เหมาะสมก็ให้เอา 100 ดอลลาร์หารด้วย 4 พิป จะได้ 25 ดอลลาร์ต่อพิป เนื่องจาก 1 ล็อตเท่ากับ 100 ดอลลาร์ต่อพิป การเอา 25 หารด้วย 100 จะได้ขนาดล็อตที่เหมาะสมเท่ากับ 0.25 ล็อต นี่คือวิธีที่มืออาชีพใช้คำนวณก่อนเปิดออเดอร์เสมอ
วิธีนี้จะช่วยให้เราไม่เปิดล็อตใหญ่เกินไปจนความเสี่ยงเกินกว่าที่ตั้งไว้ และยังทำให้เราสามารถปรับขนาดล็อตได้ตามสภาพตลาด ถ้าวันไหนทองคำผันผวนรุนแรง จุดตัดขาดทุนอาจจะต้องห่างขึ้น ขนาดล็อตก็ต้องเล็กลงตามไปด้วย การปรับล็อตให้เหมาะสมกับสภาพตลาดจะช่วยให้เราเทรดได้อย่างมีวินัยและไม่ถูกตลาดกวาดหยุดก่อน
เปรียบเทียบค่าพิปและความเสี่ยงระหว่างทองคำและคู่เงิน
หลายคนที่เทรดทั้งทองคำและคู่เงินมักสงสัยว่าค่าพิปและความเสี่ยงต่างกันมากแค่ไหน การเปรียบเทียบนี้จะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนว่าทองคำมีความผันผวนและค่าตอบแทนที่แตกต่างจากคู่เงินอย่างไร ทำให้เราเลือกหาคู่เงินหรือทองคำที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของเราได้ดีขึ้น
ทองคำมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวในแต่ละวันมากกว่าคู่เงินหลัก บางวันทองคำอาจขยับ 20 ถึง 30 ดอลลาร์ ในขณะที่ยูโรดอลลาร์อาจขยับแค่ 50 ถึง 80 พิป ความแตกต่างนี้ส่งผลต่อทั้งโอกาสกำไรและความเสี่ยง การเทรดทองคำต้องการการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดกว่าเพราะราคาสามารถวิ่งเร็วและไกลในเวลาอันสั้น ดังนั้นการเข้าใจค่าพิปของทั้งสองตลาดจึงเป็นสิ่งจำเป็น
| ประเภท | ค่าพิปต่อ 1 ล็อต | การขยับต่อวันโดยเฉลี่ย | ระดับความเสี่ยง |
|---|---|---|---|
| ทองคำ XAU | 100 ดอลลาร์ต่อพิป | 15 ถึง 30 ดอลลาร์ | สูง |
| ยูโรดอลลาร์ | 10 ดอลลาร์ต่อพิป | 50 ถึง 80 พิป | ปานกลาง |
| ปอนด์ดอลลาร์ | 10 ดอลลาร์ต่อพิป | 80 ถึง 120 พิป | ปานกลาง |
| ดัชนีดาวโจนส์ | 1 ดอลลาร์ต่อพิป | 200 ถึง 400 พิป | สูงมาก |
ข้อควรระวังในการคำนวณกำไรขาดทุนทองคำ
การคำนวณกำไรขาดทุนทองคำมีข้อควรระวังที่หลายคนมองข้าม หนึ่งในนั้นคือค่าสเปรดที่กว้างกว่าคู่เงินทั่วไป โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ตลาดเปิดหรือมีข่าวสำคัญ ค่าสเปรดนี้จะเพิ่มต้นทุนการเทรดและทำให้จุดตัดขาดทุนใกล้ขึ้นหากไม่คำนึงถึงในการคำนวณ ดังนั้นก่อนเปิดออเดอร์ต้องดูค่าสเปรดเสมอว่าอยู่ในระดับปกติหรือไม่
อีกประการหนึ่งคือเรื่องค่าคอมมิชชันที่โบรกเกอร์เรียกเก็บ บางบัญชีเสียค่าคอมมิชชันต่อล็อตแต่สเปรดแคบ บางบัญชีไม่เสียค่าคอมมิชชันแต่สเปรดกว้างกว่า การคำนวณกำไรขาดทุนต้องรวมค่าคอมมิชชันเข้าไปด้วยเพื่อให้ได้ตัวเลขที่แม่นยำ ถ้าเปิด 1 ล็อตและค่าคอมมิชชันคือ 7 ดอลลาร์ต่อล็อต เมื่อเปิดซื้อและปิดออเดอร์จะมีค่าใช้จ่ายรวม 14 ดอลลาร์ ซึ่งต้องหักออกจากกำไรสุทธิ
สุดท้ายคือเรื่องสภาพคล่องในตลาดทองคำ ในช่วงเวลาที่สภาพคล่องต่ำ เช่นช่วงเที่ยงคืนถึงเช้ามืดของเวลาเอเชีย ราคาอาจจะกระโดดแบบไม่ต่อเนื่อง ทำให้จุดตัดขาดทุนอาจไม่ทำงานที่ราคาที่เราตั้งไว้ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่าสลิปเปจ ซึ่งอาจทำให้ขาดทุนมากกว่าที่คำนวณไว้ การเทรดทองคำในช่วงเวลาที่สภาพคล่องดีจะช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหานี้ได้มาก
สรุปแนวทางการคำนวณค่าพิปทองคำให้ใช้งานได้จริง
การเทรดทองคำให้ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับการทายทิศทางถูกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรู้จักการคำนวณค่าพิปและบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด บทเรียนทั้งหมดที่ผ่านมาคือเครื่องมือที่จะช่วยให้เราเข้าใจตัวเลขทุกอย่างที่เกิดขึ้นในบัญชีเทรด ไม่ว่าจะเป็นการหาขนาดล็อตที่เหมาะสม การคำนวณกำไรขาดทุน หรือการเปรียบเทียบความเสี่ยงกับตลาดอื่น
สิ่งสำคัญที่สุดคือการนำความรู้เหล่านี้ไปฝึกฝนจนเกิดความคล่องแคล่ว ลองเปิดบัญชีทดลองแล้วคำนวณค่าพิปจากขนาดล็อตต่าง ๆ ดูว่าตัวเลขที่ได้ตรงกับที่เราสอนหรือไม่ การได้ลงมือทำจริงจะช่วยให้จำได้แม่นและเข้าใจลึกซึ้งกว่าการอ่านอย่างเดียว พอคล่องแล้วค่อยไปต่อยอดด้วยการวางแผนการเทรดที่ซับซ้อนขึ้น
อย่าลืมว่าตลาดทองคำมีความผันผวนสูงและโอกาสทำกำไรก็มาก แต่ความเสี่ยงก็สูงตามไปด้วย การมีวินัยในการคำนวณทุกอย่างก่อนเปิดออเดอร์จะเป็นเกราะคุ้มกันที่ดีที่สุด ถ้าเราคุมความเสี่ยงได้ดี โอกาสที่จะอยู่รอดในตลาดนี้ในระยะยาวก็จะมีมากขึ้น ขอให้ทุกคนเทรดทองคำอย่างมีสติและเป็นนักวิเคราะห์ตัวเลขที่เก่งขึ้น
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย

ทองคำ 1 พิป เท่ากับกี่ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าพิปของทองคำขึ้นอยู่กับจำนวนล็อตที่เราเปิดออเดอร์ ถ้าเทรด 1 ล็อตมาตรฐาน การเคลื่อนไหวของราคา 1 ดอลลาร์ต่อนซ์ จะมีค่าเท่ากับ 1 พิป หรือคิดเป็นเงิน 100 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ถ้าเทรด 0.1 ล็อต ค่าพิปก็จะลดลงเหลือ 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อการขยับของราคา 1 ดอลลาร์ ดังนั้นยิ่งล็อตใหญ่ค่าพิปก็ยิ่งสูงตามไปด้วย การเข้าใจจุดนี้ช่วยให้เราคุมความเสี่ยงได้แม่นยำขึ้น
ทำไมทองคำถึงเรียกการขยับ 1 ดอลลาร์ว่าเป็น 1 พิป
การเรียกการเคลื่อนไหว 1 ดอลลาร์ต่อนซ์ว่าเป็น 1 พิป เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของโบรกเกอร์ส่วนใหญ่เพื่อให้เทรดเดอร์เข้าใจง่าย เพราะทองคำมีความผันผวนสูงและราคาอยู่ในระดับหลักพัน การดูทศนิยม 2 ตำแหน่งแบบคู่เงินจะทำให้สับสน การกำหนดให้ 1 ดอลลาร์เท่ากับ 1 พิป จึงเป็นมาตรฐานที่ทำให้เราคำนวณกำไรขาดทุนได้ง่ายและรวดเร็ว อย่างไรก็ตามบางโบรกเกอร์อาจแสดงผลทศนิยม 3 ตำแหน่ง ซึ่ง 0.001 ดอลลาร์จะเท่ากับ 1 พอยต์ ดังนั้นต้องแยกให้ชัดระหว่างพิปและพอยต์เพื่อไม่ให้คำนวณผิด
วิธีคำนวณขนาดล็อตเทรดทองคำให้เสี่ยงไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ทำยังไง
ก่อนเปิดออเดอร์ต้องรู้ก่อนว่าทุนในบัญชีมีเท่าไร และยอมขาดทุนกี่เปอร์เซ็นต์ต่อไม้ เช่นทุน 1,000 ดอลลาร์ ยอมเสี่ยง 2 เปอร์เซ็นต์เท่ากับ 20 ดอลลาร์ จากนั้นดูว่าจุดตัดขาดทุนห่างจากจุดเข้ากี่ดอลลาร์ สมมติห่าง 5 ดอลลาร์ ให้เอา 20 หารด้วย 5 จะได้ 4 ดอลลาร์ และเนื่องจาก 1 ล็อตมาตรฐานของทองคำมีมูลค่าต่อดอลลาร์เท่ากับ 100 ดอลลาร์ การหาร 4 ดอลลาร์ด้วย 100 จะได้ขนาดล็อตที่เหมาะสมคือ 0.04 ล็อต วิธีนี้จะช่วยปกป้องบัญชีไม่ให้ขาดทุนจนหมดในไม้เดียว
เทรดทองค่าสเปรดสูงกว่าคู่เงินหลายเท่ากระทบกำไรอย่างไร
ค่าสเปรดของทองคำมักจะกว้างกว่าคู่เงินหลักอย่างยูโรดอลลาร์ เพราะทองคำมีความผันผวนสูงและสภาพคล่องในบางช่วงเวลาอาจลดลง การที่สเปรดกว้างหมายความว่าเราเริ่มต้นด้วยการขาดทุนทันทีหลังเปิดออเดอร์ ถ้าเทรดล็อตใหญ่ค่าสเปรดที่ต้องจ่ายก็จะสูงตามไปด้วย การรอจังหวะที่สเปรดแคบลงหรือหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงข่าวใหญ่จะช่วยลดต้นทุนได้ นอกจากนี้การเลือกบัญชีประเภทที่เสียค่าคอมมิชชันแต่สเปรดแคบก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนเทรดบ่อย
ทองคำเคลื่อนไหววันละกี่ดอลลาร์และควรตั้งเป้ากำไรเท่าไร
การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในแต่ละวันขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและข่าวเศรษฐกิจ ในวันปกติราคาอาจขยับ 15 ถึง 30 ดอลลาร์ต่อนซ์ แต่ในวันที่มีข่าวใหญ่อาจขยับถึง 50 ดอลลาร์ขึ้นไป การตั้งเป้ากำไรควรดูจากโครงสร้างกราฟและค่าเฉลี่ยราคาในช่วงนั้น ถ้าเทรดล็อตเล็กสามารถตั้งเป้ากำไรที่ 5 ถึง 10 ดอลลาร์ได้สบาย แต่ถ้าจับเทรนด์ใหญ่อาจปล่อยให้ราคาวิ่งไป 20 ดอลลาร์ขึ้นไป สำคัญคือต้องปรับเป้ากำไรให้สอดคล้องกับสภาพตลาดในขณะนั้น
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
- ▸ วิเคราะห์ Margin Call เทรดทอง XAU 2569 คืออะไร และวิธีป้องกัน
- ▸ เทคนิคเจาะลึก Diagonal Pattern วิธีเทรดทอง XAU 2569
- ▸ ทองคำ Scaling In Out เข้าออกทยอยสถานะเทรดทองยังไง XAU 2569
- ▸ เจาะลึก IB Partnership Forex วิธีทำรายได้จาก Introducing Broker
- ▸ เทคนิคลับ Spread Commission ต้นทุนแฝงในการเทรด Forex ที่ต้องรู้
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย








![บัญชีทดลองเทรดทองคำ: ทำไมต้องลองก่อนลุยจริง? [XAU/USD ปี 2569] Demo Account คืออะไร และทำไมนักเทรดทองคำต้องใช้?](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/03/cover-gold-demo-account-practice-trade-how-v51-2569-2-330x220.jpg)


TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文