สภาพคล่องตลาดทอง XAU คือหัวใจขับเคลื่อนราคา บทความนี้เจาะลึกกองทุนใช้ลิควิดิตี้ล่าจุดตัดขาดทุนและวิธีเอาตัวรอดปี 2569 นักเทรดมักเช็กทุนไหล SPDR Gold

สภาพคล่องหรือลิควิดิตี้ในตลาดทองคำ XAU คือหัวใจที่ขับเคลื่อนราคา บทความนี้เราจะมาเจาะลึกว่ากองเงินกองทุนใช้สภาพคล่องล่าจุดตัดขาดทุนอย่างไร และเราจะเอาตัวรอดได้อย่างไรในปี 2569 นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
สภาพคล่องในตลาดทองคำคืออะไร
สภาพคล่องคือปริมาณคำสั่งซื้อขายที่รออยู่ในตลาด ยิ่งมีคำสั่งเยอะสภาพคล่องยิ่งสูง ราคายิ่งเคลื่อนไหวได้ง่ายและรวดเร็ว ในตลาดทองคำที่มีมูลค่าการซื้อขายมหาศาลต่อวัน สภาพคล่องจึงเป็นตัวกำหนดว่าราคาจะวิ่งไปทิศทางไหน
ลองนึกภาพว่าตลาดเหมือนกับสระน้ำขนาดใหญ่ สภาพคล่องก็คือปริมาณน้ำในสระ ถ้าน้ำเต็ม คุณกระโดดลงไปก็จะลื่นไหลได้ทั่วทั้งสระโดยไม่ติดขัด แต่ถ้าน้ำในสระแห้งขึด คุณกระโดดลงไปก็จะกระแทกพื้นสระเจ็บตัวเอาได้ การเทรดก็เช่นเดียวกัน ถ้าเราเข้าเทรดในช่วงที่มีสภาพคล่องต่ำ คำสั่งซื้อขายของเราอาจจะไม่ถูกจับคู่ หรือราคาอาจจะวิ่งแฉลบไปมาจนเราตั้งตัวไม่ทัน แต่ถ้าเราเทรดในช่วงที่สภาพคล่องสูง ราคาจะเคลื่อนไหวได้คล่องตัว ทำให้เราเข้าและออกจากตลาดได้ง่ายขึ้น ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
ในตลาดทองคำ สภาพคล่องมาจากหลายฝ่ายด้วยกัน ทั้งธนาคารกลาง กองทุนบำนาญ บริษัทจัดการความมั่งคั่ง และเทรดเดอร์รายย่อย แต่ละฝ่ายมีเป้าหมายและระยะเวลาในการถือครองที่แตกต่างกัน ธนาคารกลางอาจจะซื้อขายเพื่อปรับสมดุลทุนสำรอง กองทุนบำนาญอาจจะซื้อขายเพื่อกระจายความเสี่ยง ส่วนเทรดเดอร์รายย่อยก็ซื้อขายเพื่อเก็บกำไรระยะสั้น คำสั่งซื้อขายจากทุกฝ่ายรวมกันเป็นสภาพคล่องที่ขับเคลื่อนราคาทองคำให้เคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง
ทำไมกองเงินกองทุนต้องล่าสภาพคล่อง
กองเงินกองทุนมีขนาดใหญ่มาก การเปิดสถานะขนาดมหาศาลจึงไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาต้องการสภาพคล่องจำนวนมากเพื่อรองรับคำสั่งของตัวเอง และที่เดียวที่จะหาสภาพคล่องมากพอได้คือบริเวณที่เทรดเดอร์รายย่อยตั้งจุดตัดขาดทุนไว้
ลองคิดตามนะครับ ถ้ากองทุนอยากซื้อทองคำจำนวนหนึ่งหมื่นล็อต พวกเขาไม่สามารถกดซื้อทีเดียวได้ เพราะคำสั่งซื้อขนาดใหญ่จะดันราคาขึ้นไปเอง ทำให้ราคาเฉลี่ยที่พวกเขาได้รับแย่ลง สิ่งที่พวกเขาต้องทำคือหาฝั่งขายให้พอกับคำสั่งซื้อของพวกเขา และฝั่งขายที่มากพอก็คือคำสั่งหยุดทุนของเทรดเดอร์ที่เปิดสถานะซื้อไว้ รวมถึงคำสั่งขายใหม่จากเทรดเดอร์ที่ตามรอบขาลง พอราคาทะลุจุดต่ำสุดเดิมลงไป คำสั่งหยุดทุนฝั่งซื้อก็จะถูกกระตุ้นให้ทำงานเป็นคำสั่งขาย กองทุนก็จะรับซื้อทองคำจากคำสั่งเหล่านั้นได้ในราคาที่ต่ำกว่าเดิม
นี่คือเหตุผลว่าทำไมราคาทองคำมักจะไปทำจุดต่ำสุดใหม่ก่อนแล้วค่อยกลับตัวขึ้นมาเป็นขาขึ้น หรือบางทีก็ไปทำจุดสูงสุดใหม่ก่อนแล้วค่อยร่วงลงมาเป็นขาลง เราเรียกการเคลื่อนไหวแบบนี้ว่าการกวาดสภาพคล่อง กองเงินกองทุนกวาดเอาคำสั่งหยุดทุนของเทรดเดอร์รายย่อยไปเป็นสภาพคล่องรองรับสถานะของตัวเอง พอได้สภาพคล่องพอแล้ว ราคาก็จะเคลื่อนไหวไปตามทิศทางที่กองทุนต้องการจริงๆ
รู้จักการกวาดสภาพคล่องและการล่าจุดพักตำแหน่ง
การกวาดสภาพคล่องและการล่าจุดพักตำแหน่งเป็นสองเหตุการณ์ที่มักเกิดขึ้นติดกัน การกวาดสภาพคล่องคือการที่ราคาเคลื่อนไปแตะบริเวณที่มีคำสั่งหยุดทุนรวมกันเป็นจำนวนมาก ส่วนการล่าจุดพักตำแหน่งคือการที่ราคาทะลุผ่านจุดนั้นไปเล็กน้อยเพื่อกระตุ้นคำสั่งหยุดทุนก่อนจะกลับตัว
บริเวณที่มักเกิดการกวาดสภาพคล่องในตลาดทองคำได้แก่จุดสูงสุดและจุดต่ำสุดของวันก่อน จุดสูงสุดและจุดต่ำสุดของสัปดาห์ รวมถึงระดับราคาที่เป็นจำนวนเต็มเช่น 2000 หรือ 2500 ดอลลาร์ เทรดเดอร์มักตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่บริเวณเหล่านี้ ทำให้กลายเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดราคาให้เข้ามาใกล้ ยิ่งมีเทรดเดอร์เห็นรูปแบบเดียวกันมากเท่าไหร่ สภาพคล่องที่บริเวณนั้นก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
สังเกตได้ว่าก่อนเกิดการกวาดสภาพคล่อง ราคามักจะเคลื่อนไหวช้าลงหรือเกิดการรวมตัวของราคาในกรอบแคบ ทำนองนี้เกิดจากกองทุนกำลังเตรียมพร้อมก่อนออกตัว พอถึงเวลาที่เหมาะสม ราคาก็จะพุ่งทะลุบริเวณสภาพคล่องอย่างรวดเร็ว กวาดเอาคำสั่งหยุดทุนไปก่อนจะกลับตัวไปในทิศทางเดิม การเข้าใจพฤติกรรมแบบนี้ช่วยให้เราไม่ตื่นเต้นและรอเข้าเทรดในจังหวะที่เหมาะสม คือรอให้การกวาดสภาพคล่องเกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยตามเข้าไป
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขนาดสถานะในตลาดทองคำ
มาดูตัวอย่างจริงกันครับ สมมติว่าราคาทองคำอยู่ที่ 2650 ดอลลาร์ต่อนซ์ เราวิเคราะห์ว่าราคาจะไปกวาดสภาพคล่องที่จุดสูงสุดเดิม 2668 ดอลลาร์ก่อนแล้วค่อยกลับตัวลง เราจึงวางแผนเปิดสถานะขายที่ราคา 2667 ดอลลาร์ ตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2675 ดอลลาร์ และตั้งเป้าหมายกำไรไว้ที่ 2635 ดอลลาร์
ความเสี่ยงต่อหน่วยคือ 2675 ลบ 2667 เท่ากับ 8 ดอลลาร์ หรือ 800 จุด ส่วนผลตอบแทนต่อหน่วยคือ 2667 ลบ 2635 เท่ากับ 32 ดอลลาร์ หรือ 3200 จุด อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนเท่ากับ 1 ต่อ 4 ซึ่งถือว่าเป็นอัตราส่วนที่น่าสนใจมาก ถ้าเรามีทุน 10,000 ดอลลาร์และยอมรับความเสี่ยงที่ 2 เปอร์เซ็นต์ของทุนต่อการเทรดหนึ่งครั้ง ความเสี่ยงเป็นเงินก็คือ 200 ดอลลาร์
การคำนวณขนาดสถานะที่เหมาะสม ความเสี่ยงเป็นเงิน 200 ดอลลาร์หารด้วยความเสี่ยงต่อหน่วย 8 ดอลลาร์ เท่ากับ 25 ออนซ์ ในการเทรดทองคำ 1 ล็อตมาตรฐานเท่ากับ 100 ออนซ์ ดังนั้น 25 ออนซ์ก็เท่ากับ 0.25 ล็อต ถ้าราคาไปถึงเป้าหมายกำไรที่ 2635 ดอลลาร์ เราจะได้กำไร 32 ดอลลาร์คูณ 25 ออนซ์เท่ากับ 800 ดอลลาร์ ลบค่าธรรมเนียมการเทรดประมาณ 7 ดอลลาร์ กำไรสุทธิก็จะเท่ากับ 793 ดอลลาร์ จากการเสี่ยงเงิน 200 ดอลลาร์
การเปรียบเทียบช่วงเวลาเทรดทองคำกับสภาพคล่อง
ช่วงเวลาเทรดที่เหมาะสมจะช่วยให้เราเข้าถึงสภาพคล่องที่ดีและลดความเสี่ยงจากการเทรดในช่วงที่ราคาเฉยๆ ตารางนี้เปรียบเทียบช่วงเวลาเทรดทองคำต่างๆ กับสภาพคล่องและความผันผวนของราคา
| ช่วงเวลาเทรด | สภาพคล่อง | ความผันผวน | ความเหมาะสมในการเทรด |
|---|---|---|---|
| เซสชันเอเชีย (07:00-15:00 น. ตามเวลาไทย) | ปานกลาง | ต่ำ | เหมาะสำหรับเทรดในกรอบราคาแคบ |
| เซสชันลอนดอน (15:00-23:00 น. ตามเวลาไทย) | สูง | สูง | เหมาะสำหรับเทรดตามแนวโน้ม |
| เซสชันนิวยอร์ก (21:00-05:00 น. ตามเวลาไทย) | สูงมาก | สูงมาก | เหมาะสำหรับเทรดข่าวเศรษฐกิจ |
| ช่วงทับซ้อนลอนดอนและนิวยอร์ก (21:00-23:00 น. ตามเวลาไทย) | สูงสุด | สูงสุด | เหมาะสำหรับเทรดการกวาดสภาพคล่อง |
วิธีหลีกเลี่ยงการเป็นเหยื่อของการกวาดสภาพคล่อง
การรู้ว่ากองทุนกำลังจะกวาดสภาพคล่องที่ไหน ก็เปรียบเสมือนการรู้ล่วงหน้าว่าจะมีกับดักที่จุดไหน สิ่งที่เราต้องทำคือหลีกเลี่ยงการตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่บริเวณเดียวกับคนส่วนใหญ่ และรอให้การกวาดสภาพคล่องเกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยเข้าเทรด
วิธีแรกคือการตั้งจุดตัดขาดทุนให้ห่างจากจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดเล็กน้อย แทนที่จะตั้งไว้ตรงจุดนั้นพอดี ยกตัวอย่างเช่น ถ้าจุดสูงสุดของวันก่อนอยู่ที่ 2680 ดอลลาร์ แทนที่เราจะตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2680 พอดี เราอาจจะตั้งไว้ที่ 2685 ดอลลาร์แทน เพื่อให้ราคามีพื้นที่สำหรับการแกว่งตัวโดยที่เรายังไม่ถูกบังคับปิดสถานะ แต่วิธีนี้ก็มีข้อแลกเปลี่ยนคือความเสี่ยงต่อหน่วยจะเพิ่มขึ้น เราจึงต้องปรับขนาดสถานะให้เล็กลงเพื่อรักษาความเสี่ยงเป็นเงินให้เท่าเดิม
วิธีที่สองคือการรอให้การกวาดสภาพคล่องเกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยเข้าเทรด แทนที่จะเข้าเทรดก่อนแล้วรอให้ราคาไปกวาดสภาพคล่อง ลองสังเกตว่าหลังจากราคาทะลุจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดแล้ว ราคามักจะกลับตัวภายในระยะเวลาอันสั้น ถ้าเรารอจนราคากลับตัวและเกิดสัญญาณยืนยัน เช่น เทียนราคาปิดกลับเข้ามาในกรอบเดิม เราค่อยเข้าเทรดในทิศทางที่กลับตัว วิธีนี้จะช่วยให้เราไม่ต้องเสียความเสี่ยงจากการถูกกวาดสภาพคล่อง และยังได้จุดเข้าเทรดที่ดีขึ้นอีกด้วย
การใช้เครื่องมือช่วยวิเคราะห์สภาพคล่องในตลาดทองคำ
นอกจากการสังเกตราคาแล้ว เรายังสามารถใช้เครื่องมือเสริมเพื่อช่วยวิเคราะห์สภาพคล่องในตลาดทองคำได้ เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมมากขึ้นและตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น
เครื่องมือแรกคือดัชนีความผันผวนหรืออะแวเรจทรูเรนจ์ ดัชนีนี้จะวัดความผันผวนของราคาในช่วงเวลาหนึ่ง ถ้าค่าความผันผวนอยู่ในระดับต่ำ แสดงว่าราคากำลังรวมตัวและอาจจะมีการกวาดสภาพคล่องเกิดขึ้นในเร็ววัน แต่ถ้าค่าความผันผวนอยู่ในระดับสูง แสดงว่าราคากำลังเคลื่อนไหวแรงและอาจจะอยู่ในช่วงของการกวาดสภาพคล่องแล้ว เราสามารถใช้ข้อมูลนี้ประกอบการตัดสินใจว่าควรรอเข้าเทรดหรือเข้าเทรดทันที
เครื่องมือที่สองคือการดูปริมาณการซื้อขายหรือวอลลุ่ม ในตลาดทองคำ เราอาจจะไม่ได้เห็นปริมาณการซื้อขายที่แม่นยำนักเพราะตลาดทองคำเป็นตลาดเคาน์เตอร์ แต่เราสามารถดูปริมาณการซื้อขายจากสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำได้ ถ้าปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงที่ราคาทะลุจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุด แสดงว่ามีการเทคำสั่งเข้ามาสู่ระบบเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจจะเป็นคำสั่งหยุดทุนที่ถูกกระตุ้นให้ทำงาน นี่อาจจะเป็นสัญญาณว่าการกวาดสภาพคล่องกำลังเกิดขึ้นและราคาอาจจะกลับตัวในเร็ววัน
เครื่องมือที่สามคือการดูสัดส่วนการถือสถานะของเทรดเดอร์ ข้อมูลนี้จะบอกว่าเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ถือสถานะซื้อหรือสถานะขาย ถ้าสัดส่วนการถือสถานะซื้ออยู่ในระดับสูงมาก แสดงว่ามีเทรดเดอร์หลายคนที่ตั้งจุดตัดขาดทุนฝั่งขายไว้ บริเวณเหล่านั้นจึงมีสภาพคล่องฝั่งขายรวมอยู่มาก กองทุนอาจจะกวาดสภาพคล่องฝั่งขายนั้นเพื่อเปิดสถานะซื้อ การดูข้อมูลนี้จะช่วยให้เรารู้ว่าสภาพคล่องรวมอยู่ที่ฝั่งไหน และวางแผนการเทรดได้ตรงกับทิศทางที่กองทุนจะเคลื่อนไหวราคา
สรุปแนวทางการเทรดทองคำตามสภาพคล่องในปี 2569
การเทรดทองคำให้สำเร็จไม่ใช่แค่การทายทิศทางราคา แต่ต้องเข้าใจว่าราคาเคลื่อนไหวไปที่ไหนและทำไมถึงเคลื่อนไหวไปที่นั่น สภาพคล่องคือเหตุผลหลักที่ราคาเคลื่อนไหวไปยังจุดต่างๆ ถ้าเราเข้าใจเรื่องนี้ เราก็จะสามารถวางแผนการเทรดได้ดีขึ้น
ข้อสำคัญที่ต้องจำคือการกวาดสภาพคล่องมักเกิดขึ้นที่จุดสูงสุดและจุดต่ำสุดที่ชัดเจน เราควรหลีกเลี่ยงการตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่บริเวณเดียวกับคนส่วนใหญ่ และรอให้การกวาดสภาพคล่องเกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยเข้าเทรด การใช้เครื่องมือเสริมเช่นดัชนีความผันผวนและปริมาณการซื้อขายจะช่วยให้เราตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น และที่สำคัญคือต้องเลือกช่วงเวลาเทรดที่มีสภาพคล่องสูงเช่นช่วงทับซ้อนของเซสชันลอนดอนและนิวยอร์ก เพื่อให้เราเข้าถึงสภาพคล่องที่ดีและลดความเสี่ยงจากการเทรดในช่วงที่ราคาเคลื่อนไหวน้อย
สุดท้ายนี้ การเทรดทองคำเป็นเรื่องของความอดทนและวินัย ไม่ใช่การเทรดทุกวันหรือทุกจังหวะ แต่เป็นการรอจังหวะที่ดีที่สุดที่สภาพคล่องรวมอยู่และกองทุนกำลังจะเคลื่อนไหวราคา ถ้าเราเข้าใจเรื่องสภาพคล่องและรอจังหวะที่เหมาะสม เราก็จะสามารถเทรดทองคำได้อย่างมีสติและสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของกองเงินกองทุน ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จในการเทรดในระยะยาว
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
สภาพคล่องในตลาดทองคำคืออะไร
สภาพคล่องหมายถึงปริมาณคำสั่งซื้อขายที่รออยู่ในตลาด ทั้งฝั่งที่ตั้งเป้าหมายกำไรและฝั่งที่ตั้งจุดตัดขาดทุน เมื่อราคาทองเคลื่อนไปถึงบริเวณที่มีคำสั่งเหล่านี้รวมกันเป็นจำนวนมาก ก็จะเกิดการเทคำสั่งเข้ามาสู่ระบบพร้อมกัน ทำให้ราคาเคลื่อนไหวรุนแรงในระยะสั้น การเข้าใจเรื่องนี้ช่วยให้เรารู้ว่าสถานที่ไหนมีเงินทุนหนาแน่นพอที่จะดันหรือกดราคาได้จริง และวางแผนการเข้าเทรดได้แม่นยำมากขึ้น
ทำไมราคาทองมักไปทำจุดสูงสุดใหม่แล้วกลับตัวทันที
ส่วนใหญ่เกิดจากการที่ผู้ค้ารายใหญ่ต้องการคำสั่งซื้อจำนวนมากเพื่อเปิดสถานะขายขนาดใหญ่ พวกเขาจึงดันราคาขึ้นไปให้ทะลุจุดสูงสุดเดิมเพื่อกระตุ้นให้เทรดเดอร์ตามรอบขายหรือสั่งซื้อหยุดทุนของฝั่งขายเกิดขึ้น เมื่อมีคำสั่งซื้อเข้ามาเป็นกองเป้าหมาย ผู้ค้ารายใหญ่ก็เทคำสั่งขายทับลงไป ส่งผลให้ราคาที่ดูเหมือนจะเป็นขาขึ้นกลับกลายเป็นขาลงอย่างรวดเร็ว นี่คือเหตุผลที่เรามักเห็นราคาทำจุดสูงสุดแล้วร่วงลงมาทันที
จะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังจะเกิดการกวาดสภาพคล่อง
สังเกตได้จากการดูแนวโน้มราคาว่ากำลังจะไปถึงบริเวณที่เคยเป็นจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดที่ชัดเจนในอดีต บริเวณเหล่านั้นมักเป็นที่ตั้งของคำสั่งหยุดทุนของเทรดเดอร์หลายฝ่าย หากราคาเข้าใกล้บริเวณนั้นแล้วมีแรงซื้อหรือแรงขายพุ่งทะลุอย่างรวดเร็วตามด้วยเทียนกลับตัว ก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นการกวาดสภาพคล่อง เราสามารถใช้เครื่องมือวัดความผันผวนประกอบเพื่อช่วยยืนยันว่าการเคลื่อนไหวนั้นเริ่มสงบลงและพร้อมจะกลับทิศทาง
ควรตั้งจุดตัดขาดทุนที่ไหนถึงจะไม่โดนกวาด
หลีกเลี่ยงการตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่จุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดของกรอบราคาแบบเดียวกับคนส่วนใหญ่ เพราะบริเวณนั้นคือเป้าหมายหมายของการกวาดสภาพคล่อง ควรตั้งจุดตัดขาดทุนให้ห่างจากจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดเล็กน้อยตามสัดส่วนความผันผวนของราคาในขณะนั้น เพื่อให้ราคามีพื้นที่สำหรับการแกว่งตัวตามธรรมชาติโดยที่เรายังไม่ถูกบังคับปิดสถานะ การวางตำแหน่งแบบนี้จะช่วยลดโอกาสที่เราจะตกเป็นเหยื่อของการเทรดฝั่งตรงข้าม
เวลาเทรดทองควรเลือกช่วงไหนถึงจะมีสภาพคล่องดี
ช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องสูงสุดคือเซสชันลอนดอนและเซสชันนิวยอร์กที่ทับซ้อนกัน เพราะเป็นช่วงที่สถาบันการเงินทั้งจากยุโรปและอเมริกาเข้ามาทำรายการพร้อมกัน ปริมาณเงินทุนที่ไหลเข้ามาจะมากพอที่จะทำให้ราคาเคลื่อนไหวได้จริงและมีรูปแบบที่ชัดเจน การรอเทรดในช่วงเวลาเหล่านี้จะช่วยให้เราเข้าใจทิศทางของราคาได้ง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงจากการเทรดในช่วงเวลาที่ราคาเฉยๆ ไม่มีแรงสนับสนุนเพียงพอ
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย






TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文