

ทองคำเป็นตลาดที่ขยับตัวเร็วและไวต่อข่าวมาก การใช้คลื่นอเลียตเวฟเข้ามาช่วยอ่านทิศทางจะทำให้เราเห็นว่าราคากำลังอยู่ในช่วงไหนของเทรนด์ ช่วยให้วางแผนซื้อขายได้แม่นยำขึ้น นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
ทำความเข้าใจพื้นฐานคลื่นอเลียตเวฟก่อนเทรดทอง
ก่อนจะรีบเอาคลื่นอเลียตเวฟไปใช้กับทองคำ เราต้องเข้าใจก่อนว่ามันคือเครื่องมือที่เกิดจากการสังเกตพฤติกรรมฝูงชนในตลาด แล้วแบ่งรอบการเคลื่อนไหวของราคาออกเป็นช่วงที่มีรูปแบบซ้ำๆ กัน เพื่อให้เราคาดเดาทิศทางต่อไปได้
หลักการของคลื่นอเลียตเวฟแบ่งการเคลื่อนไหวของราคาออกเป็นสองส่วนหลักคือคลื่นอิมพัลส์ที่วิ่งไปตามทิศทางหลักของตลาด และคลื่นปรับฐานที่วิ่งสวนทิศทางหลัก คลื่นอิมพัลส์จะมีห้าคลื่นย่อย ส่วนคลื่นปรับฐานจะมีสามคลื่นย่อย เวลาเทรดทองคำเราจะใช้โครงสร้างนี้ในการบอกตำแหน่งว่าราคาทองกำลังเดินอยู่จุดไหนของเทรนด์ใหญ่ ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
สำหรับทองคำโดยเฉพาะ ตลาดมักจะไล่ราคาในคลื่นสามที่ยาวและแรงมาก เพราะทองเป็นสินทรัพย์ที่คนมักจะวิ่งเข้าซื้อเมื่อเกิดเทรนด์ชัดเจน ดังนั้นการรู้ว่าตอนนี้ทองอยู่ในคลื่นไหนจะช่วยให้เราไม่โดนกับดักเข้าซื้อตอนราคาใกล้เปลี่ยนทิศ หรือไม่เข้าขายตอนที่แรงซื้อกำลังจะมาเต็มร้อบ
โครงสร้างคลื่นอิมพัลส์ห้าคลื่น
คลื่นอิมพัลส์ประกอบด้วยคลื่นหนึ่ง สอง สาม สี่ และห้า คลื่นหนึ่งมักจะเริ่มจากการที่ราคาทองเริ่มหยุดลงแล้วค่อยๆ ดึงตัวขึ้น คลื่นสองจะปรับลงมาเล็กน้อยเพราะคนที่ติดขาดทุนเริ่มทยอยขายออก คลื่นสามคือช่วงที่แรงซื้อทะลักเข้ามาเต็มที่ราคาทองจะวิ่งขึ้นเร็วและยาวที่สุด คลื่นสี่ราคาจะพักตัวปรับลงเล็กน้อย และคลื่นห้าคือการไล่ราคาขึ้นครั้งสุดท้ายก่อนที่ตลาดจะเริ่มเหนื่อยและเข้าสู่ช่วงปรับฐาน
วิธีนับคลื่นราคาทองคำบนกราฟอย่างถูกต้อง
การนับคลื่นทองคำไม่ใช่เรื่องของการเดา แต่ต้องอ้างอิงกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด ถ้านับผิดตั้งแต่ต้นจุดเข้าเทรดที่คำนวณไว้ก็จะพลาดทั้งหมด ดังนั้นต้องเข้าใจกฎก่อนนำไปใช้จริง
กฎข้อแรกคือคลื่นสองไม่มีทางปรับลงไปต่ำกว่าจุดเริ่มต้นของคลื่นหนึ่ง ถ้าราคาทองลงไปทะลุฐานคลื่นหนึ่ง แปลว่าเรานับคลื่นผิดต้องเริ่มนับใหม่ กฎข้อที่สองคือคลื่นสามจะต้องไม่ใช่คลื่นที่สั้นที่สุดในบรรดาคลื่นอิมพัลส์ ส่วนใหญ่มันจะเป็นคลื่นที่ยาวที่สุด และกฎข้อที่สามคือคลื่นสี่จะไม่ลงไปทะลุราคาต่ำสุดของคลื่นหนึ่ง กฎสามข้อนี้คือกรอบที่จะบอกว่าการนับคลื่นของเรายังใช้ได้อยู่หรือไม่
เวลาเอาไปใช้กับทองคำในกรอบเวลาสี่ชั่วโมงหรือรายวัน เรามักจะเห็นคลื่นชัดเจนกว่ากรอบเวลาเล็กๆ เพราะทองในกรอบเล็กจะมีสัญญาณรบกวนเยอะ การรอให้ราคาปิดแท่งเทียนก่อนแล้วค่อยนับคลื่นจะช่วยลดความผิดพลาดได้มาก และควรใช้เครื่องมือเสริมอย่าง Fibonacci Retracement เข้ามาวัดระยะการปรับตัวของคลื่นสองและคลื่นสี่ด้วย
ใช้ Fibonacci ช่วยยืนยันตำแหน่งคลื่น
การใช้ Fibonacci Retracement วัดจากจุดเริ่มต้นคลื่นหนึ่งถึงจุดสิ้นสุดคลื่นหนึ่ง จะช่วยบอกว่าคลื่นสองควรปรับลงมาที่ระดับไหน ส่วนใหญ่คลื่นสองของทองคำจะปรับลงมาที่ระดับห้าสิบเปอร์เซ็นต์หรือหกสิบเอ็ดจุดแปดเปอร์เซ็นต์ของคลื่นหนึ่ง ส่วนคลื่นสี่มักจะปรับลงมาที่ระดับสามสิบแปดจุดสองเปอร์เซ็นต์ ถ้าราคาทองปรับตัวอยู่ในกรอบเหล่านี้แสดงว่าการนับคลื่นของเรามีความน่าจะเป็นสูงที่จะถูกต้อง
จับจังหวะเข้าเทรดทองคำที่คลื่นสามและคลื่นห้า
เมื่อเรานับคลื่นได้อย่างมั่นใจแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการหาจุดเข้าซื้อหรือขาย ซึ่งคลื่นสามและคลื่นห้าคือสองจุดที่ให้กำไรสูงสุดในการเทรดทองคำแบบตามเทรนด์
การเข้าเทรดที่คลื่นสาม เราจะรอให้คลื่นสองปรับตัวจนสิ้นสุดและราคาเริ่มทำจุดสูงใหม่ได้ สัญญาณยืนยันคือราคาทองทะลุจุดสูงสุดของคลื่นหนึ่ง ตรงนี้เราสามารถเข้าซื้อได้ทันทีโดยตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ฐานคลื่นสอง ส่วนเป้าหมายกำไรให้วัดจากความยาวคลื่นหนึ่งแล้วฉายขึ้นไปจากจุดต่ำสุดของคลื่นสอง มักจะอยู่ที่ระดับหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์หรือหนึ่งร้อยหกสิบเอ็ดจุดแปดเปอร์เซ็นต์
สำหรับการเข้าเทรดที่คลื่นห้า จะเป็นช่วงที่ราคาทองเริ่มเหนื่อยล้า แต่ก็ยังมีแรงซื้อหน่วยสุดท้ายเข้ามาดัน การเข้าซื้อตรงนี้ต้องระวังมากเพราะคลื่นห้าบางครั้งก็ไม่เกิดขึ้นหรือสั้นมาก วิธีที่ปลอดภัยคือรอให้คลื่นสี่ปรับตัวเสร็จแล้วเข้าซื้อเมื่อราคาทะลุจุดสูงสุดของคลื่นสาม แต่ให้รีบทำกำไรที่ระดับเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของคลื่นสาม เพราะราคาอาจกลับตัวลงได้ทุกเมื่อ
ตัวอย่างการคำนวณกำไรจากการเทรดคลื่นสามทองคำ
สมมติราคาทองเริ่มต้นคลื่นหนึ่งที่ราคาสองพันห้าร้อยดอลลาร์ต่อนซ์และไปจบที่ราคาสองพันห้าร้อยห้าสิบดอลลาร์ ความยาวคลื่นหนึ่งเท่ากับห้าสิบดอลลาร์ จากนั้นราคาปรับลงมาในคลื่นสองที่ระดับ Fibonacci หกสิบเอ็ดจุดแปดเปอร์เซ็นต์ ซึ่งคำนวณได้ราคาประมาณสองพันห้าร้อยสิบแปดดอลลาร์ เมื่อราคาทะลุจุดสูงสุดคลื่นหนึ่งที่สองพันห้าร้อยห้าสิบดอลลาร์เราเข้าซื้อทันที
การคำนวณเป้าหมายกำไรคลื่นสาม ใช้ความยาวคลื่นหนึ่งที่ห้าสิบดอลลาร์ฉายขึ้นจากราคาต่ำสุดคลื่นสองที่สองพันห้าร้อยสิบแปดดอลลาร์ เป้าหมายจึงอยู่ที่สองพันห้าร้อยหกสิบแปดดอลลาร์ ถ้าเราเปิดออเดอร์ซื้อขนาดหนึ่งล็อตที่ราคาสองพันห้าร้อยห้าสิบดอลลาร์ ตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ราคาสองพันห้าร้อยสิบห้าดอลลาร์ ระยะตัดขาดทุนเท่ากับสามสิบห้าดอลลาร์ ทองคำหนึ่งล็อตคิดเป็นหนึ่งร้อยออนซ์ ดังนั้นความเสี่ยงเท่ากับสามพันห้าร้อยดอลลาร์
เมื่อราคาไปถึงเป้าหมายที่สองพันห้าร้อยหกสิบแปดดอลลาร์ กำไรที่ได้คือสิบแปดดอลลาร์ต่อนซ์ คูณด้วยหนึ่งร้อยออนซ์เท่ากับหนึ่งพันแปดร้อยดอลลาร์ อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนเท่ากับประมาณหนึ่งต่อศูนย์จุดห้า ซึ่งถือว่าไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นในทางปฏิบัติเราอาจรอเข้าซื้อที่ราคาใกล้เคียงจุดสิ้นสุดคลื่นสองมากกว่านี้ หรือลดขนาดล็อตลงเพื่อควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
การเทรดคลื่นปรับฐานทองคำแบบเอ บี ซี
หลังจากคลื่นอิมพัลส์ห้าคลื่นจบลง ทองคำจะเข้าสู่ช่วงคลื่นปรับฐานที่ประกอบด้วยสามคลื่นย่อยคือเอ บี และซี การเทรดในช่วงนี้ต้องระมัดระวังเพราะทิศทางสวนเทรนด์ใหญ่
คลื่นเอเป็นการปรับลงแรกหลังจากเทรนด์ขาขึ้นสิ้นสุด ราคาทองจะเริ่มลงเร็วเพราะแรงซื้อทยอยขายออก คลื่นบีจะเป็นการดีดตัวขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่สามารถทำจุดสูงใหม่ได้ และคลื่นซีจะเป็นการลงแรงครั้งสุดท้ายก่อนที่ตลาดจะเริ่มขาขึ้นใหม่ การเทรดในช่วงนี้นักเทรดส่วนใหญ่ชอบเข้าขายตอนจบคลื่นบีเพื่อรอแรงขายในคลื่นซี โดยตั้งจุดตัดขาดทุนไว้เหนือจุดสูงสุดเดิมเล็กน้อย
ข้อควรระวังในการเทรดคลื่นปรับฐานคือบางครั้งคลื่นบีอาจแรงมากจนดูเหมือนเป็นขาขึ้นใหม่ ทำให้เราสับสนว่าเทรนด์ใหญ่ยังไม่จบ วิธีสังเกตคือดูปริมาณการซื้อขายและรูปแบบแท่งเทียน ถ้าคลื่นบีดีดขึ้นมาด้วยแรงซื้อที่ไม่มากและแท่งเทียนมักจะมีรองรับแบบหางยาว แสดงว่าเป็นแค่การดีดตัวชั่วคราวและมีโอกาสสูงที่คลื่นซีจะลงต่อ
วิธีตั้งจุดตัดขาดทุนและป้องกันความเสี่ยงในการเทรดคลื่น
การเทรดตามคลื่นอเลียตเวฟไม่ใช่เรื่องของการเดาให้ถูกทุกครั้ง แต่เป็นเรื่องของการจัดการความเสี่ยงเมื่อนับคลื่นผิด การตั้งจุดตัดขาดทุนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
กฎในการตั้งจุดตัดขาดทุนคือต้องอยู่ในตำแหน่งที่ถ้าราคาทะลุไปแล้วแปลว่าการนับคลื่นของเราผิดอย่างแน่นอน ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราเข้าซื้อตอนเริ่มคลื่นสาม จุดตัดขาดทุนต้องอยู่ที่ฐานคลื่นสอง เพราะถ้าราคาลงไปทะลุฐานคลื่นสองแสดงว่าไม่ใช่คลื่นสามแต่เป็นการปรับตัวที่ลึกกว่าที่คิด การยอมรับว่านับผิดและตัดขาดทุนออกมาจะช่วยรักษาทุนไว้สำหรับโอกาสครั้งต่อไป
การคำนวณขนาดล็อตก็สำคัญไม่แพ้กัน ถ้าความเสี่ยงต่อเดอร์มากเกินไปเราต้องลดขนาดล็อตลง สมมติบัญชีมีทุนหนึ่งหมื่นดอลลาร์และยอมรับความเสี่ยงที่ร้อยละสองต่อเดอร์ ความเสี่ยงสูงสุดคือสองร้อยดอลลาร์ ถ้าจุดตัดขาดทุนอยู่ห่างจากจุดเข้าซื้อยี่สิบดอลลาร์ ขนาดล็อตที่เปิดได้คือศูนย์จุดหนึ่งล็อต เพราะทองคำศูนย์จุดหนึ่งล็อตเท่ากับสิบออนซ์ คูณยี่สิบดอลลาร์เท่ากับสองร้อยดอลลาร์พอดี การคำนวณแบบนี้จะช่วยให้เราอยู่ในตลาดได้นานแม้จะนับคลื่นผิดหลายครั้งก็ตาม
| ตำแหน่งคลื่น | ทิศทางราคาทอง | จุดเข้าเทรดที่เหมาะสม | ตำแหน่งตัดขาดทุน |
|---|---|---|---|
| คลื่นหนึ่ง | เริ่มไล่ราคาขึ้น | รอสัญญาณยืนยันก่อนเข้า | ใต้จุดเริ่มต้นคลื่นหนึ่ง |
| คลื่นสอง | ปรับลงสวนเทรนด์ | รอจบคลื่นก่อนพิจารณา | ไม่ลงทะลุฐานคลื่นหนึ่ง |
| คลื่นสาม | วิ่งขึ้นแรงและยาว | เข้าซื้อเมื่อทะลุยอดคลื่นหนึ่ง | ที่ราคาต่ำสุดของคลื่นสอง |
| คลื่นสี่ | พักตัวปรับลงเล็กน้อย | รอจบคลื่นก่อนเข้าซื้อคลื่นห้า | ไม่ลงทะลุฐานคลื่นหนึ่ง |
| คลื่นห้า | ไล่ราคาขึ้นครั้งสุดท้าย | เข้าซื้อเมื่อทะลุยอดคลื่นสาม | ที่ราคาต่ำสุดของคลื่นสี่ |
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำเวลาเทรดทองด้วยคลื่นอเลียตเวฟ
นักเทรดมือใหม่มักจะเจอปัญหาเดียวกันเวลาเอาคลื่นอเลียตเวฟไปใช้เทรดทองคำ การรู้ล่วงหน้าว่ามีกับดักอะไรบ้างจะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงความผิดพลาดเหล่านั้นได้
ข้อผิดพลาดแรกคือการนับคลื่นตามใจตัวเองโดยไม่ยึดติดกฎเกณฑ์ บางคนเห็นราคาขึ้นมาห้าจุดก็เรียกว่าคลื่นห้าทั้งที่จริงมันอาจเป็นแค่การปรับตัวในกรอบเล็ก ข้อผิดพลาดที่สองคือการเข้าเทรดก่อนสัญญาณยืนยันชัดเจน ทำให้โดนหลอกในช่วงที่ราคายังไม่ตัดสินใจเลือกทิศทาง ข้อผิดพลาดที่สามคือการไม่ยอมตัดขาดทุนเมื่อนับคลื่นผิด คิดว่าราคาจะกลับมาเป็นไปตามที่คาดไว้จนทุนหายวนไป
วิธีแก้ปัญหาเหล่านี้คือต้องมีระบบในการตรวจสอบการนับคลื่นทุกครั้ง อย่าเพิ่งเปิดออเดอร์ถ้าไม่มั่นใจอย่างน้อยร้อยละเจ็ดสิบ และต้องตั้งจุดตัดขาดทุนทุกครั้งไม่มีข้อยกเว้น นอกจากนี้ควรจดบันทึกการนับคลื่นและผลลัพธ์ของการเทรดไว้ทุกครั้ง เพื่อดูว่าแบบไหนที่ทำกำไรได้จริงและแบบไหนที่ต้องปรับปรุง การเทรดทองคำด้วยคลื่นอเลียตเวฟไม่ใช่เวทมนตร์ที่จะทำให้รวยในชั่วข้ามคืน แต่มันคือเครื่องมือที่จะช่วยให้เราเข้าใจโครงสร้างการเคลื่อนไหวของราคาและเทรดได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้น
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
Elliott Wave ใช้เทรดทองคำได้จริงไหม
ได้จริงครับ ทองคำเป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงและเคลื่อนไหวตามจิตวิทยาฝูงชนชัดเจน ทำให้รอยเท้าคลื่นราคาปรากฏค่อนข้างสะอาด เราสามารถใช้หลักคลื่นอเลียตเวฟเข้ามาแบ่งช่วงขาขึ้นและขาลงเพื่อหาจุดเข้าซื้อหรือขายได้ แต่ต้องผสมกับการรู้เรื่องโครงสร้างราคาและการตัดขาดทุนเสมอ ห้ามเดาคลื่นโดยไม่มีจุดอ้างอิงที่ชัดเจน
คลื่นอเลียตเวฟมีกี่แบบและแตกต่างกันอย่างไร
แบ่งเป็นคลื่นอิมพัลส์ที่เคลื่อนไหวไปตามทิศทางหลัก ประกอบด้วยห้าคลื่นคือหนึ่ง สอง สาม สี่ และห้า ส่วนคลื่นปรับฐานจะเคลื่อนไหวสวนทิศทางหลัก มักจะมีสามคลื่นคือเอ บี และซี คลื่นอิมพัลส์แสดงแรงซื้อหรือแรงขายที่ทรงพลัง ส่วนคลื่นปรับฐานแสดงช่วงพักตัวของราคาก่อนวิ่งต่อ
จุดเข้าเทรดทองคำที่ดีที่สุดอยู่ที่คลื่นไหน
จุดที่นักเทรดส่วนใหญ่ชอบที่สุดคือการเข้าซื้อตอนจบคลื่นสอง เพื่อรอไล่ราคาในคลื่นสามซึ่งมักจะวิ่งแรงและยาวที่สุด หรือเข้าขายตอนจบคลื่นบีในช่วงปรับฐานเพื่อรอแรงขายในคลื่นซี การรอให้ราคาเกิดสัญญาณยืนยันเช่นรูปแบบเทียนกลับตัวก่อนเข้าเทรดจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้พอร์ต
ต้องใช้ค่าเฉลี่ยราคาอะไรช่วยเทรดคลื่นอเลียตเวฟบ้าง
การใช้ค่าเฉลี่ยราคายี่สิบแท่งและห้าสิบแท่งจะช่วยเห็นทิศทางเฉลี่ยของราคาได้ชัดเจน ถ้าราคาอยู่เหนือเส้นทั้งสองแสดงว่าเป็นขาขึ้นใหญ่ทำให้เรามองหาคลื่นอิมพัลส์ขาขึ้นเป็นหลัก นอกจากนี้การใช้ Fibonacci Retracement วัดระยะคลื่นสองและคลื่นสี่จะช่วยยืนยันว่าราคาปรับตัวในกรอบที่สมเหตุสมผลก่อนจะวิ่งต่อจริง
ทำไมการนับคลื่นราคาบางครั้งถึงคลาดเคลื่อนจากคาด
เพราะตลาดขับเคลื่อนด้วยอารมณ์และปัจจัยข่าวเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้บางครั้งคลื่นที่เราคาดว่าจะเป็นคลื่นสามอาจกลายเป็นแค่การดีดตัวสั้นแล้วกลับลงทันที วิธีแก้คือต้องยอมรับสภาพตลาดและปรับนับคลื่นใหม่ตามโครงสร้างราคาล่าสุดเสมอ อย่ายืดความคิดตัวเองจนลืมตั้งจุดตัดขาดทุนไว้เบื้องหลัง
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย







TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文