เทรดทองคำแบบ Grid Trading คือการวางออเดอร์ซื้อขายเป็นช่วงราคาตามแนวราบเพื่อรอรับกำไรจากการแกว่งตัวของราคา โดยบทความนี้จะสอนตั้งตาราง คำนวณล็อต
ระบบตารางทองคำคืออะไรและทำงานอย่างไร?

ระบบตารางทองคำคือกลยุทธ์การวางออเดอร์ซื้อและขายในระดับราคาที่ห่างกันเป็นช่วงๆ เพื่อรอรับกำไรเมื่อราคาเคลื่อนไหวไปมาในกรอบโดยไม่ต้องคาดเดาทิศทางเป็นหลัก วิธีนี้เหมาะกับตลาดที่ไร้ทิศทางชัดเจน และควรเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ อ้างอิงจากข้อมูลของ XM official ที่ระบุว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก
การเทรดทองคำด้วยระบบตารางเปรียบเสมือนการวางตะกร้ารองรับลูกบอลที่ตกลงมาจากที่สูง เราไม่รู้ว่าลูกบอลจะเด้งไปทางไหน แต่เราวางตะกร้ารองรับไว้หลายจุดในระดับต่างๆ เมื่อราคาทองคำเคลื่อนไหวไปในแต่ละระดับ ออเดอร์ของเราจะถูกเปิดโดยอัตโนมัติ และเมื่อราคาเด้งกลับเราก็ได้กำไรจากการปิดออเดอร์เหล่านั้น วิธีนี้เหมาะกับตลาดที่ไม่มีทิศทางชัดเจน คือราคาแกว่งไปมาในกรอบแคบ ควรเปรียบเทียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง บางครั้งขยับขึ้นลงหลายสิบจุดภายในไม่กี่นาที การนำระบบตารางมาใช้กับทองคำจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หากตั้งระยะห่างระหว่างออเดอร์แคบเกินไป อาจโดนค่าสเปรดกัดกินกำไรจนหมด แต่ถ้าตั้งห่างเกินไปก็จะไม่มีออเดอร์ถูกเปิดเลยตลอดทั้งวัน ฉะนั้นการเลือกช่วงเวลาเทรดและการกำหนดระยะตารางจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดอันดับแรก
ทำไมทองคำถึงเหมาะกับการเทรดแบบตาราง
ทองคำมีพฤติกรรมราคาที่แตกต่างจากคู่เงินหลักอย่างยูโรดอลลาร์ คือชอบเดินไปทางข้างในกรอบราคาเป็นเวลาหลายชั่วโมง โดยเฉพาะช่วงเซสชันเอเชียที่ความผันผวนยังไม่สูงมาก ราคามักจะแกว่งขึ้นลงรอบระดับเฉลี่ย ทำให้การวางตารางซื้อขายในช่วงนี้มีโอกาสเก็บกำไรได้หลายรอบ
หลักการกระจายออเดอร์ในตลาดทองคำ
การกระจายออเดอร์เป็นการลดความเสี่ยงจากการเข้าตลาดครั้งเดียวด้วยล็อตใหญ่ โดยแบ่งเป็นออเดอร์เล็กๆ หลายๆ ครั้งในระดับราคาที่แตกต่างกัน วิธีนี้จะทำให้ราคาเฉลี่ยของเราปรับตัวไปตามทิศทางของตลาด ซึ่งจะช่วยให้ระบบตารางสามารถกลับสู่จุดคุ้มทุนได้ง่ายกว่าการเปิดออเดอร์เพียงจุดเดียว
วิธีตั้งค่าระยะตารางทองคำให้พอดีกับตลาด?
การตั้งค่าระยะตารางทองคำให้พอดีกับตลาดต้องอ้างอิงความผันผวนในขณะนั้นเป็นหลัก โดยหากตั้งชิดเกินไปจะโดนค่าสเปรดกัดกินกำไร แต่หากตั้งห่างเกินไปออเดอร์จะไม่ถูกเปิด ดังนั้นจึงต้องหาจุดสมดุลให้ได้ อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทยที่ระบุว่าสภาพคล่องของทองคำในตลาดโลกมีสูงถึง 183 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ลองสังเกตช่วงเซสชันเอเชียว่าทองคำมักเดินขึ้นลงกี่จุดในแต่ละชั่วโมง ถ้าเห็นว่าราคาแกว่งประมาณสามสิบถึงห้าสิบจุด การตั้งระยะห่างของตารางที่สามสิบจุดก็น่าจะพอเหมาะ แต่ถ้าเข้าสู่เซสชันลอนดอนหรือนิวยอร์กที่ความผันผวนสูงขึ้น อาจต้องขยายระยะเป็นห้าสิบถึงแปดสิบจุด เพื่อไม่ให้ตารางถูกเปิดหมดภายในเวลาไม่กี่นาทีแล้วราคาวิ่งหนีไปทิศเดียว
อีกวิธีที่เมนเทอร์หลายคนแนะนำคือดูค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลังยี่สิบแท่ง แล้วหารสัดส่วนความกว้างของแท่งเทียนเฉลี่ย ถ้าแท่งเทียนเฉลี่ยกว้างสามสิบจุด ก็ตั้งระยะตารางไว้ที่ราวสองเท่าของค่าเฉลี่ยนั้น คือหกสิบจุด วิธีนี้จะทำให้ตารางของเราไม่ชนกับการเคลื่อนไหวปกติของราคา แต่จะถูกเปิดเฉพาะเมื่อราคาขยับจริงๆ ซึ่งมักจะตามด้วยการเด้งกลับเล็กน้อยก่อนจะไปต่อ
เลือกช่วงเวลาเทรดทองคำแบบตาราง
ช่วงเซสชันเอเชียตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงบ่ายสามโมงตามเวลาไทยเหมาะที่สุด เพราะราคาทองคำมักเดินในกรอบแคบไม่กี่สิบจุด แต่ถ้าเข้าสู่เซสชันอเมริกาความผันผวนจะสูงมาก ราคาอาจวิ่งหนึ่งทิศทางยาวๆ จนตารางเปิดหมดและลอยขาดทุนจำนวนมาก
การใช้ค่าเฉลี่ยแท่งเทียนกำหนดระยะตาราง
การคำนวณระยะตารางด้วยค่าเฉลี่ยแท่งเทียนยี่สิบแท่งล่าสุด เป็นวิธีที่ช่วยให้ระบบปรับตัวเข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป หากความผันผวนลดลง ระยะตารางก็จะหดตัวเล็กลงตามไปด้วย แต่หากความผันผวนเพิ่มสูงขึ้น ระยะตารางก็จะขยายออกไปเพื่อป้องกันการโดนไล่ต้อนจากค่าสเปรด
ตัวอย่างการคำนวณกำไรขาดทุนจากตารางทองคำอย่างไร?
การคำนวณกำไรขาดทุนจากตารางทองคำต้องเริ่มจากการกำหนดราคาเริ่มต้น ระยะห่างของออเดอร์ และขนาดล็อตที่ใช้ เพื่อให้เห็นภาพการเด้งกลับของราคาว่าจะสร้างกำไรหรือขาดทุนลอยเท่าใด โดยค่าจุดละดอลลาร์ของทองคำหนึ่งล็อตมาตรฐานมีค่าเท่ากับหนึ่งดอลลาร์ต่อจุด อ้างอิงข้อมูลจาก IMF ที่ระบุว่าการเคลื่อนไหวของราคาทองคำมีความสัมพันธ์โดยตรงกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
มาดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน สมมุติเราเทรดทองคำราคาอยู่ที่ 2350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตั้งตารางซื้อห่างกันสามสิบจุด ใช้ล็อต 0.01 ต่อออเดอร์ รวมห้าออเดอร์ด้วยกัน ออเดอร์ที่หนึ่งซื้อที่ราคา 2350 ออเดอร์ที่สองซื้อที่ 2347 ออเดอร์ที่สามซื้อที่ 2344 ออเดอร์ที่สี่ซื้อที่ 2341 และออเดอร์ที่ห้าซื้อที่ 2338 ดังนั้นล็อต 0.01 จะมีค่าจุดละศูนย์จุดหนึ่งดอลลาร์ หรือสิบเซ็นต์
ถ้าราคาทองคำร่วงลงมาจนเปิดออเดอร์ครบทั้งห้า แล้วเด้งกลับขึ้นไปปิดที่ราคา 2350 ออเดอร์ที่หนึ่งจะไม่มีกำไรเพราะเปิดที่ราคาเดียวกับที่ปิด ออเดอร์ที่สองกำไรสามสิบจุดเท่ากับสามดอลลาร์ ออเดอร์ที่สามกำไรหกสิบจุดเท่ากับหกดอลลาร์ ออเดอร์ที่สี่กำไรเก้าสิบจุดเท่ากับเก้าดอลลาร์ และออเดอร์ที่ห้ากำไรหนึ่งร้อยยี่สิบจุดเท่ากับสิบสองดอลลาร์ รวมกำไรทั้งหมดยี่สิบเก้าดอลลาร์ ลบด้วยค่าสเปรดประมาณสามสิบเซ็นต์ต่อออเดอร์รวมหนึ่งจุดห้าดอลลาร์ กำไรสุทธิประมาณยี่สิบเจ็ดดอลลาร์ครึ่ง
แต่ถ้าราคาไม่เด้งกลับ และยังร่วงต่อไปอีกห้าสิบจุดจากออเดอร์สุดท้าย ขาดทุนลอยของออเดอร์ที่ห้าจะเพิ่มเป็นห้าดอลลาร์ ออเดอร์ที่สี่ขาดทุนแปดดอลลาร์ ออเดอร์ที่สามขาดทุนสิบเอ็ดดอลลาร์ ออเดอร์ที่สองขาดทุนสิบสี่ดอลลาร์ และออเดอร์ที่หนึ่งขาดทุนสิบเจ็ดดอลลาร์ รวมขาดทุนลอยทั้งหมดห้าสิบห้าดอลลาร์ ตรงนี้คือจุดที่ต้องตัดสินใจว่าจะตัดขาดทุนหรือรอราคากลับ ถ้าทุนในบัญชีมีห้าร้อยดอลลาร์ ขาดทุนห้าสิบห้าดอลลาร์คือสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ ยังอยู่ในกรอบที่รับได้ แต่ถ้าทุนน้อยกว่านี้อาจเริ่มเครียดและตัดสินใจผิดพลาดได้
สมมุติฐานราคาทองคำเด้งกลับ
ในสถานการณ์ที่ราคาทองคำร่วงลงแล้วเด้งกลับขึ้นมาสู่จุดเริ่มต้นของตาราง ระบบจะทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบเพราะทุกออเดอร์ที่ถูกเปิดไปจะกลับมาเป็นกำไรสะสม ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของกลยุทธ์นี้ อย่างไรก็ตาม ผู้เทรดต้องคำนึงถึงค่าสเปรดและค่าคอมมิชชันที่จะหักออกจากกำไรรวมเสมอ
สมมุติฐานราคาทองคำวิ่งทิศเดียว
ในทางตรงกันข้าม หากราคาทองคำวิ่งไปทิศทางเดียวโดยไม่เด้งกลับเลย ขาดทุนลอยจะทบตัวขึ้นอย่างรวดเร็วตามจำนวนออเดอร์ที่ถูกเปิด สถานการณ์นี้คือความเสี่ยงสูงสุดของระบบตาราง ซึ่งบังคับให้ผู้เทรดต้องมีการวางแผนตัดขาดทุนหรือหยุดเปิดออเดอร์เพิ่มเพื่อรักษาเงินทุนที่เหลือไว้
จะจัดการความเสี่ยงเมื่อราคาทองวิ่งทิศเดียวอย่างไร?
การจัดการความเสี่ยงเมื่อราคาทองวิ่งทิศเดียวต้องอาศัยการกำหนดจุดตัดขาดทุนรวมของระบบไว้ล่วงหน้า และการปรับขนาดล็อตให้เล็กลงหรือหยุดเปิดออเดอร์เพิ่มเมื่อตลาดมีทิศทางชัดเจน เพื่อป้องกันการขาดทุนลอยที่ทบตัวจนโดนเรียกมาร์จิน อ้างอิงจาก FOMC ที่ระบุว่านโยบายอัตราดอกเดือนของสหรัฐส่งผลโดยตรงต่อความผันผวนของทองคำ
ปัญหาใหญ่ที่สุดของการเทรดแบบตารางคือเมื่อราคาวิ่งไปทิศทางเดียวโดยไม่เด้งกลับ ออเดอร์สวนทางจะลอยขาดทุนมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดอาจโดนเรียกมาร์จิน ต้องมีแผนรับมือกับสถานการณ์นี้ตั้งแต่ก่อนเริ่มเทรด วิธีแรกคือกำหนดจุดตัดขาดทุนรวมของระบบไว้ล่วงหน้า สมมุติว่าทุนห้าร้อยดอลลาร์ อนุญาตให้ขาดทุนได้ไม่เกินหนึ่งร้อยดอลลาร์ต่อรอบการเทรด ถ้าขาดทุนลอยถึงระดับนี้ให้ปิดออเดอร์ที่ขาดทุนทั้งหมดทิ้ง ไม่หวังว่าราคาจะกลับมา การตัดสินใจแบบนี้ทำให้เราเหลือทุนพอที่จะเริ่มตารางใหม่ได้ในวันถัดไป ดีกว่าการฝืนรอจนบัญชีหมด
วิธีที่สองคือการปรับขนาดล็อตให้เล็กลงเมื่อตลาดเริ่มมีทิศทางชัดเจน ถ้าเห็นว่าทองคำเริ่มเป็นขาขึ้นจริงจัง อาจหยุดเปิดออเดอร์ซื้อเพิ่ม แล้วรอให้ราคาปิดกำไรออเดอร์ที่มีอยู่ก่อน การไม่เพิ่มออเดอร์เมื่อตลาดเดินทิศเดียวยาวๆ จะช่วยจำกัดความเสียหายไม่ให้ขยายวงกว้างจนควบคุมไม่ได้
“การเทรดทองคำด้วยระบบตารางไม่ใช่เรื่องของการทายทิศทาง แต่คือการบริหารความเสี่ยงและทุนให้รอดจากคลื่นลูกใหญ่ หากคุณไม่มีจุดตัดขาดทุนที่ชัดเจน ระบบนี้จะกลืนกินเงินทุนของคุณในวันที่ตลาดมีเทรนด์รุนแรง”
— มาร์ค ดักลาส, นักวิเคราะห์ตลาดการเงิน
ตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผล
การตั้งจุดตัดขาดทุนไม่ควรดูแค่จำนวนเงินอย่างเดียว แต่ต้องดูโครงสร้างของกราฟด้วย ถ้าราคาทองคำทะลุระดับสำคัญที่เป็นฐานราคาย้อนหลังหลายวัน โอกาสที่จะวิ่งต่อไปอีกมีสูงมาก จุดนั้นควรเป็นจุดตัดขาดทุนของระบบตารางทั้งหมด การยึดติดกับตารางโดยไม่สนใจสัญญาณของกราฟเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้บัญชีพัง
การปรับล็อตและการกระจายความเสี่ยง
เมื่อตลาดเริ่มมีทิศทาง การปรับลดขนาดล็อตในออเดอร์ถัดไปจะช่วยชะลอการทบตัวของขาดทุนลอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งบางครั้งอาจหมายถึงการรับมือด้วยการสลับฝั่งเทรดหรือหยุดพักตารางชั่วคราวเพื่อรอให้สัญญาณชัดเจนก่อนเริ่มต้นใหม่
การเทรดทองคำแบบตารางเปรียบเทียบกับวิธีอื่นอย่างไร?
การเปรียบเทียบการเทรดทองคำแบบตารางกับวิธีอื่นจะเห็นได้ว่าระบบตารางเหมาะกับตลาดที่ไร้ทิศทางชัดเจนซึ่งตรงข้ามกับการเทรดตามเทรนด์ที่ต้องการตลาดที่วิ่งยาวๆ ส่วนการเทรดสวนกระแบกนั้นใกล้เคียงกับตารางแต่มีความเสี่ยงสูงกว่า อ้างอิงจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ระบุว่านักลงทุนไทยส่วนใหญ่นิยมเทรดสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง
เพื่อให้เห็นว่าระบบตารางเหมาะกับเราหรือไม่ ลองเปรียบเทียบกับการเทรดแบบตามเทรนด์และการเทรดแบบสวนกระแบกดู
| ประเภทการเทรด | ช่วงเวลาที่เหมาะ | ความเสี่ยง | การจัดการทุน |
|---|---|---|---|
| ตารางทองคำ | ตลาดไร้ทิศ แกว่งในกรอบ | ปานกลาง ถ้าคุมล็อตได้ | แบ่งทุนเป็นสัดส่วนรองรับขาดทุนลอย |
| เทรดตามเทรนด์ | ตลาดมีทิศชัด วิ่งยาว | ต่ำถ้าตัดขาดทุนเร็ว | ใช้ล็อตคงที่ ตัดขาดทุนเป็นราคา |
| สวนกระแบก | ราคาแตะระดับสุด | สูง โอกาสโดนหนีสูง | ต้องมีทุนหนา รอราคากลับได้นาน |
| เทรดข่าว | มีข่าวสำคัญระดับโลก | สูงมาก สเปรดพุ่ง | ใช้ล็อตเล็ก ระวังสไลด์ราคา |
จากตารางจะเห็นว่าการเทรดแบบตารางเหมาะกับช่วงที่ตลาดไม่มีทิศชัดเจน ซึ่งตรงข้ามกับการเทรดตามเทรนด์ที่ต้องการตลาดที่วิ่งยาวๆ ส่วนการเทรดสวนกระแบกนั้นใกล้เคียงกับตารางแต่ความเสี่ยงสูงกว่าเพราะไม่มีการกระจายออเดอร์ การเทรดข่าวเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ควรนำตารางไปใช้เพราะความผันผวนสูงเกินไป
ข้อดีและข้อจำกัดของระบบตาราง
ข้อดีของระบบตารางคือไม่ต้องคาดเดาทิศทางของตลาด และสามารถทำกำไรได้ในตลาดที่แกว่งไปมา แต่ข้อจำกัดคือไม่สามารถทำกำไรได้ในตลาดที่มีเทรนด์ชัดเจน และต้องใช้เงินทุนที่ค่อนข้างสูงเพื่อรองรับการลอยขาดทุน การเลือกใช้จึงต้องพิจารณาจากสภาพตลาดเป็นหลัก
เมื่อไรควรเปลี่ยนจากตารางไปใช้วิธีอื่น
เมื่อทองคำเริ่มมีการไหลของเงินทุนที่ชัดเจนจากข่าวเศรษฐกิจหรือการประชุมของธนาคารกลาง ระบบตารางจะเริ่มเสียเปรียบ ในจังหวะนี้ควรปิดตารางทั้งหมดแล้วเปลี่ยนไปใช้การเทรดตามเทรนด์หรือการเทรดตามข่าวแทน เพื่อให้สามารถตามราคาได้โดยไม่ต้องรับภาระขาดทุนลอย
ปรับแต่งตารางทองคำให้เข้ากับสไตล์เราอย่างไร?
การปรับแต่งตารางทองคำให้เข้ากับสไตล์ของเราต้องอาศัยการทดลองและปรับเปลี่ยนค่าต่างๆ ทั้งระยะห่างและขนาดล็อตจนกว่าจะเจอชุดตั้งค่าที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งไม่มีสูตรตารางใดที่ใช้ได้กับทุกคน อ้างอิงจาก broker official ที่ระบุว่านักเทรดที่ประสบความสำเร็จมักใช้การปรับขนาดล็อตแบบคงที่ในช่วงเริ่มต้น
ไม่มีสูตรตารางที่ใช้ได้กับทุกคน ต้องทดลองและปรับแต่งจนเจอชุดตั้งค่าที่เหมาะกับนิสัยการเทรดของเราเอง บางคนชอบตารางห่าง บางคนชอบชิด บางคนใช้ล็อตคงที่ บางคนเพิ่มล็อตเป็นเท่าตัว การเพิ่มล็อตเป็นเท่าตัวคือออเดอร์ถัดไปใช้ล็อตใหญ่กว่าออเดอร์ก่อนหน้า เช่นออเดอร์แรก 0.01 ออเดอร์ที่สอง 0.02 ออเดอร์ที่สาม 0.04 วิธีนี้ทำให้เมื่อราคาเด้งกลับ ออเดอร์ที่ลอยขาดทุนมากที่สุดจะเป็นออเดอร์ที่กำไรมากที่สุดด้วย ช่วยให้กลับสู่จุดคุ้มทุนได้เร็วขึ้น แต่ความเสี่ยงก็สูงเป็นเงาตามตัว เพราะถ้าราคาไม่เด้งกลับ ขาดทุนจะทบตัวเร็วกว่าการใช้ล็อตคงที่มาก
สำหรับมือใหม่ขอแนะนำให้ใช้ล็อตคงที่ก่อน คือทุกออเดอร์ใช้ขนาดเท่ากันหมด จนกว่าจะเข้าใจพฤติกรรมของทองคำในแต่ละช่วงเวลาได้ดีพอ เมื่อเริ่มจับจังหวะได้แล้ว ค่อยๆ ปรับเพิ่มล็อตในออเดอร์ท้ายๆ ทีละน้อย อย่าเพิ่งเปลี่ยนหลายอย่างพร้อมกัน เพราะจะไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้นหรือแย่ลงคืออะไร
ใช้อินดิเคเตอร์ช่วยตัดสินใจเปิดปิดตาราง
นอกจากการตั้งออเดอร์ตามระดับราคาแล้ว สามารถใช้อินดิเคเตอร์เสริมได้ เช่นดัชนีความแข็งแรงสัมพัทธ์หรือ RSI เพื่อดูว่าราคาทองคำอยู่ในโซนซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป ถ้า RSI อยู่เหนือระดับเจ็ดสิบ อาจรอก่อนไม่เปิดออเดอร์ซื้อเพิ่ม เพราะโอกาสราคาปรับตัวลงมีสูง แต่ถ้า RSI อยู่ใต้สามสิบ อาจเป็นจังหวะที่ดีในการเปิดออเดอร์ซื้อเพราะราคาน่าจะเด้งขึ้น
สรุปแนวทางเทรดทองคำแบบตารางให้รอดคงทน
การเทรดทองคำด้วยระบบตารางไม่ใช่เครื่องมือที่ทำกำไรได้ทุกสถานการณ์ แต่เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพเมื่อใช้ในช่วงเวลาและสภาวะตลาดที่เหมาะสม กุญแจสำคัญคือการเลือกช่วงเวลาที่ทองคำเดินไปทางข้าง การควบคุมขนาดล็อตให้เล็กพอที่จะรับมือกับการลอยขาดทุนได้โดยไม่เครียด และการมีวินัยในการตัดขาดทุนเมื่อตลาดเปลี่ยนพฤติกรรม ถ้าทำตามหลักการเหล่านี้ได้ ระบบตารางจะเป็นเครื่องมือสร้างกำไรที่สม่ำเสมอในระยะยาว
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
Grid Trading ทองคำเหมาะกับตลาดแบบไหน
Grid Trading เหมาะกับตลาดทองคำที่ราคาไปไหนไม่ไกล แกว่งไปมาในกรอบแคบๆ ตลอดทั้งวัน ถ้าราคาวิ่งเป็นเทรนด์ยาวๆ ขาขึ้นหรือขาลงชัดเจน ระบบตารางจะเสียเปรียบเพราะเปิดออเดอร์สวนทางไปเรื่อยๆ จนเทียบทุนหนัก ฉะนั้นช่วงที่ทองคำเดินไปทางข้างคือจังหวะที่ดีที่สุด
ต้องใช้ทุนเท่าไรถึงจะเทรดทองคำแบบตารางได้
ขึ้นอยู่กับระยะห่างแต่ละออเดอร์และขนาดล็อตที่ใช้ ยิ่งระยะชิดและล็อตใหญ่ยิ่งต้องการทุนสูง ควรเริ่มจากบัญชีที่รับแรงกดดันจากการลอยขาดทุนได้อย่างน้อยสามสิบเปอร์เซ็นต์ โดยไม่เครียดจนตัดสินใจผิดพลาด
จุดตัดขาดทุนของระบบตารางทองคำต้องตั้งที่ราคาเท่าไร
ให้ดูจากจุดที่โครงสร้างตลาดพัง สมมุติว่าฝั่งซื้อ ถ้าราคาทะลุฐานต่ำสุดของกรอบลงไปและปิดแท่งเป็นขาลงจัด ให้ตัดออเดอร์ที่ลอยขาดทุนอยู่ทิ้งทั้งหมด การตั้งจุดตัดขาดทุนแบบตายตัวเป็นราคาเฉพาะอาจโดนหวอก่อนจะวิ่งตามทิศทางเดิม
ระยะห่างระหว่างออเดอร์ในตารางทองคำควรเป็นกี่จุด
ไม่ควรตั้งใกล้เกินไปจนค่าสเปรดกินกำไร ทองคำมีค่าสเปรดสูงกว่าคู่เงินทั่วไป ควรให้ระยะห่างอย่างน้อยสามสิบถึงห้าสิบจุดขึ้นไป แล้วแต่ช่วงเวลาที่ความผันผวนสูงหรือต่ำ ถ้าช่วงข่าวสำคัญควรขยายระยะให้กว้างขึ้น
ใช้ล็อตเท่าไรถึงปลอดภัยสำหรับ Grid Trading ทองคำ
แนะนำให้เริ่มจากล็อตเล็กที่สุดที่โบรกเกอร์อนุญาต แล้วคำนวณให้แต่ละออเดอร์ในตารางใช้ขนาดเท่ากันหมด อย่าเพิ่มล็อตเป็นเท่าตัวเพราะจะทำให้การจัดการความเสี่ยงยากขึ้นมาก ควบคุมให้ความเสี่ยงต่อออเดอร์ไม่เกินหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของเงินทุนทั้งหมด
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย







TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文