ทุก ครั้ง ที่ คุณ เปิด ออ ร์ เดอร์ ซื้อ ขาย สกุล เงิน บน แพลตฟอร์ม ใด ก็ ตาม ราคา ที่ คุณ เห็น ไม่ ใช่ ราคา ตลาด ดิบ แต่ เป็น ราคา ที่ ผ่าน การ คำนวณ จาก ระบบ ที่ เรียก ว่า Broker Engine Pricing กลไก นี้ เป็น หัวใจ ของ ทุก แพลตฟอร์ม เทรด ออนไลน์ ไม่ ว่า จะ เป็น ฟอเร็กซ์ คริปโต หรือ หุ้น
- Broker Engine Pricing คือ อะไร
- สถาปัตยกรรม และ หลักการ ทำ งาน ของ Broker Engine
- โมเดล การ ตั้ง ราคา ที่ นิยม ใช้
- เปรียบ เทียบ โมเดล การ ตั้ง ราคา ของ โบรกเกอร์
- ตัวอย่าง ตัวเลข การ คำนวณ ราคา จริง
- กรณี ศึกษา จริง ของ Pricing Engine
- ความ ท้าทาย ใน การ ออก แบบ Broker Engine
- แนว ทาง ปฏิบัติ ที่ ดี สำหรับ เทรดเดอร์ ไทย
- สิ่ง ที่ ควร จำ
- คำ ถาม ที่ พบ บ่อย
สำหรับ เทรดเดอร์ ไทย ที่ ต้องการ เข้าใจ ว่า ทำไม สเปรด ถึง เปลี่ยนแปลง ตลอด เวลา หรือ ทำไม ราคา Bid Ask ของ โบรกเกอร์ แต่ ละ เจ้า ถึง ไม่ เหมือน กัน การ ทำ ความ เข้าใจ กลไก Pricing Engine จะ ช่วย ให้ คุณ เลือก โบรกเกอร์ ได้ ฉลาด ขึ้น และ ลด ต้นทุน การ เทรด ลง อย่าง มี นัย สำคัญ
Broker Engine Pricing คือ อะไร
Broker Engine Pricing คือ ระบบ ซอฟต์แวร์ ที่ รับ ผิด ชอบ ใน การ คำนวณ และ กำหนด ราคา แบบ เรียล ไทม์ ที่ เสนอ ให้ ลูกค้า บน แพลตฟอร์ม ของ โบรกเกอร์ ราคา นี้ ไม่ ใช่ แค่ ราคา ตลาด ธรรมดา แต่ เป็น ราคา ที่ ผสม หลาย องค์ ประกอบ เข้า ด้วย กัน ได้แก่ ราคา อ้างอิง จาก ตลาด หลัก สเปรด ที่ โบรกเกอร์ กำหนด ค่า คอมมิชชั่น ค่า ธรรมเนียม อื่น ๆ และ อาจ รวม ถึง กลยุทธ์ ป้องกัน ความ เสี่ยง ของ โบรกเกอร์ เอง
องค์ ประกอบ หลัก ของ ราคา ใน Broker Engine
- ราคา พื้นฐาน (Base Price) ราคา ที่ ดึง มา จาก แหล่ง ข้อมูล ตลาด หนึ่ง หรือ หลาย แหล่ง เช่น Reuters Bloomberg หรือ Exchange Feed
- สเปรด (Spread) ส่วน ต่าง ระหว่าง ราคา ขาย (Ask) และ ราคา ซื้อ (Bid) ที่ โบรกเกอร์ เพิ่ม เข้า ไป สเปรด สามารถ เป็น แบบ คงที่ หรือ ลอย ตัว ตาม สภาพ คล่อง ของ ตลาด
- ค่า คอมมิชชั่น (Commission) ค่า ใช้ จ่าย เพิ่ม เติม ที่ คิด เป็น จำนวน คงที่ หรือ เปอร์เซ็นต์ ของ ปริมาณ การ ซื้อ ขาย
- มาร์ก อัป (Mark-up) การ ปรับ ราคา พื้นฐาน ขึ้น หรือ ลง ตาม นโยบาย ของ โบรกเกอร์
- ส่วน ปรับ สำหรับ ความ เสี่ยง (Risk Adjustment) การ ปรับ ราคา ตาม ระดับ ความ เสี่ยง ของ โบรกเกอร์ จาก พอร์ต การ ซื้อ ขาย โดย รวม
สถาปัตยกรรม และ หลักการ ทำ งาน ของ Broker Engine

Broker Engine ที่ มี ประสิทธิภาพ ต้อง ออก แบบ ให้ เป็น ระบบ แบบ โมดูลาร์ ทน ทาน ต่อ ความ ล้ม เหลว และ ประมวล ผล ได้ ด้วย ความ เร็ว สูง สถาปัตยกรรม ทั่วไป ประกอบ ด้วย โมดูล ข้อมูล ตลาด โมดูล กลยุทธ์ การ ตั้ง ราคา ระบบ จัดการ คำ สั่ง และ ความ เสี่ยง รวม ถึง คิว และ แคช สำหรับ ประสิทธิภาพ สูง
โมดูล ข้อมูล ตลาด (Market Data Module)
โมดูล นี้ ทำ หน้าที่ รับ ข้อมูล ราคา จาก ฟีด ภายนอก หลาย แหล่ง ผ่าน โปรโตคอล เช่น FIX WebSocket หรือ RPC จาก นั้น จะ ทำ การ รวม ข้อมูล และ กรอง ข้อมูล ที่ ผิด ปกติ เพื่อ สร้าง ราคา อ้างอิง เดียว ที่ เชื่อ ถือ ได้ ตัวอย่าง เช่น หาก ฟีด จาก Binance รายงาน BTC/USDT ที่ 67,200 ดอลลาร์ ฟีด จาก Coinbase รายงาน 67,210 ดอลลาร์ และ Kraken รายงาน 67,190 ดอลลาร์ ระบบ อาจ ใช้ ค่า มัธยฐาน คือ 67,200 ดอลลาร์ เป็น ราคา อ้างอิง
โมดูล กลยุทธ์ การ ตั้ง ราคา (Pricing Strategy Module)
นี่ คือ หัวใจ ของ Broker Engine โดย โมดูล นี้ จะ นำ ราคา อ้างอิง มา ประมวล ผล ตาม กฎ ธุรกิจ และ แบบ จำลอง ทาง คณิตศาสตร์ เพื่อ สร้าง ราคา สุดท้าย ที่ เสนอ ให้ ลูกค้า ตัวอย่าง หาก ราคา อ้างอิง EUR/USD อยู่ ที่ Bid 1.08500 Ask 1.08510 และ โบรกเกอร์ กำหนด สเปรด คงที่ 1.5 พิป ระบบ จะ คำนวณ ได้ ว่า Bid สุดท้าย เท่า กับ 1.08493 (ลด ลง 0.75 พิป) และ Ask สุดท้าย เท่า กับ 1.08518 (เพิ่ม ขึ้น 0.75 พิป)
ระบบ จัดการ คำ สั่ง และ ความ เสี่ยง
Engine ต้อง สามารถ ตรวจ สอบ คำ สั่ง ซื้อ ขาย ที่ เข้า มา ว่า อยู่ ใน เกณฑ์ ที่ กำหนด หรือ ไม่ เช่น ขนาด ล็อต ขั้น ต่ำ สูงสุด และ ประเมิน ความ เสี่ยง ใน พอร์ต โดย รวม การ ตั้ง ราคา อาจ ปรับ เปลี่ยน ตาม ระดับ ความ เสี่ยง ใน เวลา จริง ได้ ตัวอย่าง หาก ลูกค้า ส่ง คำ สั่ง ซื้อ 50 ล็อต EUR/USD ใน ช่วง ข่าว NFP ระบบ อาจ ขยาย สเปรด จาก 1.5 เป็น 5 พิป โดย อัตโนมัติ เพื่อ ป้องกัน ความ เสี่ยง
โมเดล การ ตั้ง ราคา ที่ นิยม ใช้
โบรกเกอร์ สามารถ เลือก ใช้ โมเดล การ ตั้ง ราคา ได้ หลาย แบบ ขึ้น อยู่ กับ ประเภท สินทรัพย์ กลุ่ม ลูกค้า และ กลยุทธ์ ธุรกิจ
โมเดล Market Maker
โบรกเกอร์ ทำ หน้าที่ เป็น คู่ สัญญา กับ ลูกค้า โดย ตรง โดย เสนอ ราคา ซื้อ ขาย ของ ตัว เอง ซึ่ง ได้ มา จาก การ รวม หลาย ฟีด และ เพิ่ม สเปรด เข้า ไป โมเดล นี้ ให้ ผลกำไร จาก สเปรด เป็น หลัก ตัวอย่าง ตัวเลข สมมุติ ว่า ราคา อ้างอิง EUR/USD จาก ฟีด คือ Bid 1.08500 Ask 1.08505 โบรกเกอร์ กำหนด สเปรด คงที่ 2 พิป จะ ได้ ราคา Bid ที่ เสนอ ลูกค้า เท่า กับ 1.08490 (ลด ลง 1 พิป) และ Ask เท่า กับ 1.08515 (เพิ่ม 1 พิป) สเปรด รวม 2.5 พิป
โมเดล STP ECN
โบรกเกอร์ จะ ส่ง คำ สั่ง ของ ลูกค้า ไป ยัง ตลาด หรือ ผู้ ให้ สภาพ คล่อง โดย ตรง โดย ได้ กำไร จาก ค่า คอมมิชชั่น หรือ มาร์ก อัป เล็ก น้อย ราคา ที่ เสนอ ให้ ลูกค้า มัก ใกล้ เคียง กับ ราคา ตลาด มาก ตัวอย่าง บัญชี Raw Spread อาจ เสนอ EUR/USD ที่ สเปรด 0.0 ถึง 0.2 พิป แต่ เก็บ ค่า คอมมิชชั่น 3.50 ดอลลาร์ ต่อ ล็อต ต่อ ข้าง ดัง นั้น ต้นทุน รวม ของ การ เทรด 1 ล็อต จะ เท่า กับ สเปรด บวก คอมมิชชั่น 7 ดอลลาร์
โมเดล Hybrid
เป็น การ ผสม ผสาน ระหว่าง สอง โมเดล ข้าง ต้น บาง คำ สั่ง อาจ ถูก จัดการ ภายใน หาก โบรกเกอร์ สามารถ หัก ล้าง ความ เสี่ยง ได้ ใน ขณะ ที่ คำ สั่ง ขนาด ใหญ่ อาจ ถูก ส่ง ออก ไป ยัง ตลาด ภายนอก ตัวอย่าง ลูกค้า ส่ง คำ สั่ง ซื้อ EUR/USD 0.5 ล็อต ระบบ อาจ จัดการ ภายใน เพราะ มี ลูกค้า อีก คน ที่ ขาย EUR/USD 0.3 ล็อต พอ ดี ส่วน ที่ เหลือ 0.2 ล็อต จึง ส่ง ออก ไป ยัง ผู้ ให้ สภาพ คล่อง
โมเดล Dynamic Spread ตาม ความ ผันผวน
สเปรด จะ ปรับ ตัว ตาม ความ ผันผวน ของ ตลาด ที่ คำนวณ จาก ตัว ชี้ วัด เช่น ATR หรือ ค่า เบี่ยง เบน มาตรฐาน ตัวอย่าง หาก EUR/USD มี ATR 14 วัน อยู่ ที่ 80 พิป สเปรด พื้นฐาน 1.0 พิป ตัว คูณ ความ ผันผวน 0.5 สเปรด ไดนามิก จะ เท่า กับ 1.0 คูณ (1 บวก 0.5 คูณ ความ ผันผวน ปรับ มาตรฐาน) ซึ่ง อาจ ได้ สเปรด ประมาณ 1.4 พิป ใน สภาวะ ปกติ แต่ อาจ ขยาย เป็น 3.0 พิป ใน ช่วง ข่าว
เปรียบ เทียบ โมเดล การ ตั้ง ราคา ของ โบรกเกอร์
| โมเดล | แหล่ง ที่ มา ของ รายได้ หลัก | ความ ขัดแย้ง กับ ลูกค้า | ความ ซับซ้อน ทาง เทคนิค | เหมาะ สำหรับ |
|---|---|---|---|---|
| Market Maker | สเปรด | สูง โบรกเกอร์ อาจ ได้ กำไร เมื่อ ลูกค้า ขาด ทุน | ปาน กลาง ถึง สูง | โบรกเกอร์ ฟอเร็กซ์ CFD ขนาด ใหญ่ |
| STP ECN | ค่า คอมมิชชั่น | ต่ำ โบรกเกอร์ ได้ ค่า ธรรมเนียม ไม่ ว่า ลูกค้า จะ กำไร หรือ ขาด ทุน | สูง ต้อง เชื่อม ต่อ กับ LP หลาย ราย | เทรดเดอร์ มือ อาชีพ สินทรัพย์ สภาพ คล่อง สูง |
| Hybrid | สเปรด บวก คอมมิชชั่น บวก การ จัดการ ความ เสี่ยง | ปาน กลาง | สูง มาก ต้อง มี ระบบ จัดการ ความ เสี่ยง แข็งแกร่ง | โบรกเกอร์ ขนาด ใหญ่ ที่ ให้ บริการ หลาก หลาย |
ตัวอย่าง ตัวเลข การ คำนวณ ราคา จริง

ตัวอย่าง ที่ 1 คำนวณ ต้นทุน การ เทรด EUR/USD บน โมเดล Market Maker
สมมุติ ราคา อ้างอิง จาก ฟีด Bid 1.08500 Ask 1.08505 โบรกเกอร์ กำหนด สเปรด คงที่ 1.8 พิป แบ่ง ออก สอง ข้าง ข้าง ละ 0.9 พิป Bid ที่ เสนอ ลูกค้า เท่า กับ 1.08500 ลบ 0.00009 เท่า กับ 1.08491 Ask ที่ เสนอ ลูกค้า เท่า กับ 1.08505 บวก 0.00009 เท่า กับ 1.08514 สเปรด รวม เท่า กับ 1.08514 ลบ 1.08491 เท่า กับ 0.00023 หรือ 2.3 พิป ต้นทุน สำหรับ การ เทรด 1 ล็อต (100,000 หน่วย) เท่า กับ 2.3 พิป คูณ 10 ดอลลาร์ ต่อ พิป เท่า กับ 23 ดอลลาร์
ตัวอย่าง ที่ 2 คำนวณ ต้นทุน การ เทรด บน โมเดล ECN Raw Spread
สมมุติ ราคา อ้างอิง จาก ฟีด Bid 1.08500 Ask 1.08502 สเปรด จาก ตลาด เพียง 0.2 พิป โบรกเกอร์ เก็บ คอมมิชชั่น 3.50 ดอลลาร์ ต่อ ล็อต ต่อ ข้าง ดัง นั้น ต้นทุน สเปรด เท่า กับ 0.2 พิป คูณ 10 ดอลลาร์ เท่า กับ 2 ดอลลาร์ ต้นทุน คอมมิชชั่น เท่า กับ 3.50 คูณ 2 (เปิด และ ปิด) เท่า กับ 7 ดอลลาร์ ต้นทุน รวม เท่า กับ 2 บวก 7 เท่า กับ 9 ดอลลาร์ ต่อ ล็อต เมื่อ เทียบ กับ Market Maker ที่ 23 ดอลลาร์ โมเดล ECN ถูก กว่า 14 ดอลลาร์ ต่อ ล็อต
กรณี ศึกษา จริง ของ Pricing Engine
กรณี ศึกษา โบรกเกอร์ ฟอเร็กซ์ กับ โหมด ข่าว อัตโนมัติ
โบรกเกอร์ ราย หนึ่ง ต้องการ เสนอ ราคา EUR/USD ที่ แข่งขัน ได้ แต่ ต้อง ควบคุม ความ เสี่ยง จาก ข่าว สำคัญ เช่น NFP ที่ ทำ ให้ ตลาด ผัน ผวน รุนแรง พวก เขา พัฒนา Broker Engine ที่ มี โหมด ข่าว อัตโนมัติ ก่อน เวลา ปล่อย ข่าว Engine จะ ขยาย สเปรด จาก 1.5 พิป เป็น 8 พิป โดย อัตโนมัติ และ อาจ เปลี่ยน จาก การ ตั้ง ราคา แบบ ต่อ เนื่อง เป็น Request for Quote ชั่วคราว Engine ยัง เชื่อม ต่อ กับ ระบบ Hedging อัตโนมัติ เพื่อ ส่ง ความ เสี่ยง ส่วน หนึ่ง ออก ไป ยัง ตลาด ระหว่าง ธนาคาร ทันที ผลลัพธ์ สามารถ ลด การ ขาด ทุน จาก ช่วง ข่าว ร้ายแรง ได้ กว่า 60 เปอร์เซ็นต์
กรณี ศึกษา แพลตฟอร์ม คริปโต กับ โมเดล Hybrid
แพลตฟอร์ม ซื้อ ขาย คริปโต ต้องการ สร้าง รายได้ จาก ทั้ง การ เทรด สปอต และ ฟิวเจอร์ส แต่ สภาพ คล่อง ใน คู่ เงิน บาง คู่ ต่ำ พวก เขา สร้าง Engine ที่ รวม หลาย โมเดล สำหรับ คู่ เงิน หลัก เช่น BTC/USDT ใช้ โมเดล ECN โดย ดึง ข้อมูล จาก 3 ถึง 5 เอ็ กซ์ เชนจ์ ชั้น นำ สเปรด เพียง 0.01 ถึง 0.05 เปอร์เซ็นต์ สำหรับ คู่ เงิน Altcoin สภาพ คล่อง ต่ำ ใช้ โมเดล Market Maker สเปรด 0.1 ถึง 0.5 เปอร์เซ็นต์ พร้อม ระบบ เฮจ อัตโนมัติ
| องค์ ประกอบ | สินทรัพย์ สภาพ คล่อง สูง | สินทรัพย์ สภาพ คล่อง ต่ำ |
|---|---|---|
| แหล่ง ข้อมูล ราคา | 3 ถึง 5 เอ็ กซ์ เชนจ์ ชั้น นำ | 1 ถึง 2 แหล่ง หลัก บวก Cross Rate |
| สเปรด | ต่ำ มาก 0.01 ถึง 0.05 เปอร์เซ็นต์ | สูง 0.1 ถึง 0.5 เปอร์เซ็นต์ |
| กลไก เฮจ | เฮจ อัตโนมัติ 100 เปอร์เซ็นต์ ทันที | เฮจ บาง ส่วน บวก จัดการ พอร์ต ความ เสี่ยง |
| โมเดล ที่ ใช้ | ECN ส่ง ตรง ไป ยัง สภาพ คล่อง | Market Maker โบรกเกอร์ เป็น คู่ สัญญา |
ความ ท้าทาย ใน การ ออก แบบ Broker Engine
ความ เร็ว และ เวลา แฝง ต่ำ
ใน ตลาด การ เงิน มิลลิ วินาที มี ความ หมาย การ ออก แบบ ต้อง ลด ความ ล่า ช้า ทุก จุด ตั้งแต่ การ รับ ฟีด การ คำนวณ ไป จน ถึง การ ส่ง ราคา กลับ ตัวอย่าง โบรกเกอร์ ชั้น นำ มี ค่า ความ ล่า ช้า เฉลี่ย เพียง 50 ถึง 100 มิลลิ วินาที สำหรับ การ ดำเนิน การ ออ ร์ เดอร์ การ ใช้ ภาษา โปรแกรม ที่ มี ประสิทธิภาพ สูง เช่น Go หรือ C++ ร่วม กับ In-Memory Computing ช่วย ลด ความ ล่า ช้า ได้ อย่าง มาก
ความ ถูก ต้อง ของ ข้อมูล
ราคา ที่ คำนวณ ผิด พลาด อาจ ทำ ให้ โบรกเกอร์ ขาด ทุน มหาศาล ได้ ใน เวลา อัน รวด เร็ว ตัวอย่าง หาก ฟีด หนึ่ง ส่ง ราคา ผิด ปกติ เช่น EUR/USD ที่ 1.50000 แทน ที่ จะ เป็น 1.08500 ระบบ ต้อง มี กลไก กรอง ข้อมูล ผิด ปกติ โดย อัตโนมัติ เช่น ตั้ง ค่า ว่า หาก ราคา ที่ รับ มา แตก ต่าง จาก ค่า มัธยฐาน เกิน 1 เปอร์เซ็นต์ ให้ ละ ทิ้ง และ ใช้ ค่า จาก ฟีด อื่น แทน
การ ปรับ ขนาด (Scalability)
ระบบ ต้อง รองรับ จำนวน สัญลักษณ์ และ ปริมาณ คำ ขอ ที่ เพิ่ม ขึ้น ได้ การ ออก แบบ แบบ Microservices แยก โมดูล ตั้ง ราคา ตาม กลุ่ม สินทรัพย์ ออก จาก กัน และ ใช้ Redis Cluster สำหรับ เก็บ ราคา ที่ คำนวณ แล้ว ช่วย ให้ ระบบ ขยาย ได้ ตาม ความ ต้องการ
แนว ทาง ปฏิบัติ ที่ ดี สำหรับ เทรดเดอร์ ไทย
- เลือก โบรกเกอร์ ตาม โมเดล ที่ เหมาะ หาก คุณ เป็น สเกล เปอร์ ที่ เทรด บ่อย ให้ เลือก บัญชี ECN Raw Spread เพราะ ต้นทุน ต่อ ล็อต ต่ำ กว่า หาก เป็น Swing Trader บัญชี Standard อาจ เหมาะ กว่า เพราะ ไม่ มี ค่า คอมมิชชั่น แยก
- ติดตาม สเปรด เรียล ไทม์ ใช้ Spread Indicator บน MT4 หรือ MT5 เพื่อ ดู สเปรด ก่อน เปิด ออ ร์ เดอร์ หลีก เลี่ยง การ เทรด เมื่อ สเปรด บาน ออก เกิน 2 เท่า ของ ค่า ปกติ
- เข้าใจ ค่า ธรรมเนียม ทั้ง หมด สเปรด ไม่ ใช่ ต้นทุน เดียว ต้อง รวม ค่า คอมมิชชั่น ค่า สวอป และ ค่า ธรรมเนียม ฝาก ถอน เข้า ไป ด้วย
- ทดสอบ กับ บัญชี Demo ก่อน ก่อน เทรด จริง ให้ ทดสอบ กลยุทธ์ กับ บัญชี Demo อย่าง น้อย 2 ถึง 3 เดือน เพื่อ ดู ว่า สเปรด และ การ ดำเนิน การ ออ ร์ เดอร์ เป็น อย่างไร ใน สภาพ ตลาด จริง
- บันทึก ข้อมูล อย่าง ละเอียด บันทึก ต้นทุน สเปรด และ คอมมิชชั่น ของ ทุก ออ ร์ เดอร์ เพื่อ วิเคราะห์ ว่า ต้นทุน กิน เข้า ไป ใน กำไร เท่า ไร
สิ่ง ที่ ควร จำ
- Broker Engine Pricing คือ ระบบ คำนวณ ราคา เรียล ไทม์ ที่ ผสม ราคา ตลาด สเปรด คอมมิชชั่น และ ความ เสี่ยง เข้า ด้วย กัน
- โมเดล Market Maker ได้ กำไร จาก สเปรด โมเดล ECN ได้ จาก คอมมิชชั่น โมเดล Hybrid ผสม ทั้ง สอง
- ต้นทุน การ เทรด 1 ล็อต EUR/USD บน บัญชี ECN อาจ ถูก กว่า บัญชี Market Maker ถึง 14 ดอลลาร์
- สเปรด ไดนามิก ปรับ ตัว ตาม ความ ผันผวน เช่น ขยาย จาก 1.5 เป็น 8 พิป ใน ช่วง ข่าว สำคัญ
- ระบบ ที่ ดี ต้อง มี กลไก กรอง ข้อมูล ผิด ปกติ ความ ล่า ช้า ต่ำ และ ขยาย ขนาด ได้
คำ ถาม ที่ พบ บ่อย
Broker Engine Pricing คือ อะไร
Broker Engine Pricing คือ ระบบ ซอฟต์แวร์ ที่ โบรกเกอร์ ใช้ คำนวณ ราคา ซื้อ ขาย แบบ เรียล ไทม์ โดย ผสม ราคา จาก ฟีด ตลาด สเปรด คอมมิชชั่น และ การ ปรับ ความ เสี่ยง เข้า ด้วย กัน เพื่อ สร้าง ราคา สุดท้าย ที่ เสนอ ให้ ลูกค้า
โมเดล Market Maker กับ ECN ต่าง กัน อย่างไร
Market Maker ทำ หน้าที่ เป็น คู่ สัญญา กับ ลูกค้า โดย ตรง ได้ กำไร จาก สเปรด ส่วน ECN ส่ง คำ สั่ง ไป ยัง ผู้ ให้ สภาพ คล่อง โดย ตรง ได้ กำไร จาก ค่า คอมมิชชั่น ECN มัก มี สเปรด ต่ำ กว่า แต่ มี ค่า คอมมิชชั่น เพิ่ม
ทำไม สเปรด ถึง บาน ออก ใน ช่วง ข่าว
สเปรด บาน ออก เพราะ สภาพ คล่อง ลด ลง และ ความ เสี่ยง เพิ่ม ขึ้น ใน ช่วง ข่าว สำคัญ ผู้ ให้ สภาพ คล่อง ถอน ตัว จาก ตลาด ชั่วคราว ทำ ให้ ราคา Bid Ask ห่าง ออก จาก กัน Broker Engine จะ ปรับ สเปรด ให้ กว้าง ขึ้น โดย อัตโนมัติ เพื่อ ป้องกัน ความ เสี่ยง
Dynamic Spread คำนวณ อย่างไร
Dynamic Spread คำนวณ จาก สเปรด พื้นฐาน คูณ ด้วย ตัว ปรับ ความ ผันผวน ตัวอย่าง สเปรด พื้นฐาน 1.0 พิป หาก ค่า ATR เพิ่ม ขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ จาก ค่า เฉลี่ย และ ตัว คูณ เท่า กับ 0.5 สเปรด ไดนามิก จะ เป็น 1.0 คูณ (1 บวก 0.5 คูณ 0.5) เท่า กับ 1.25 พิป
เทรดเดอร์ ไทย ควร เลือก โมเดล ไหน
ขึ้น อยู่ กับ สไตล์ การ เทรด สเกล เปอร์ ที่ เทรด บ่อย ควร เลือก ECN Raw Spread เพราะ ต้นทุน ต่อ ล็อต ต่ำ กว่า Swing Trader ที่ เทรด ไม่ บ่อย อาจ เลือก Standard เพราะ ไม่ มี ค่า คอมมิชชั่น แยก สำคัญ คือ ต้อง คำนวณ ต้นทุน รวม ทั้ง สเปรด และ คอมมิชชั่น ก่อน ตัดสิน ใจ
คำ เตือน ความ เสี่ยง: การ เทรด Forex และ CFD มี ความ เสี่ยง สูง คุณ อาจ สูญ เสีย เงิน ลงทุน ทั้ง หมด ผล การ ดำเนิน งาน ใน อดีต ไม่ ได้ รับประกัน ผลลัพธ์ ใน อนาคต ควร ศึกษา ข้อมูล ให้ ครบ ถ้วน และ ใช้ เงิน ที่ พร้อม จะ สูญ เสีย เท่า นั้น
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย




TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文