
Bollinger Bands คืออะไร?
Bollinger Bands (BB) เป็นอินดิเคเตอร์ยอดนิยมที่พัฒนาโดย John Bollinger ในช่วงปี 1980 ประกอบด้วย 3 เส้น: เส้นกลาง (SMA 20), เส้นบน (Upper Band = SMA + 2SD) และเส้นล่าง (Lower Band = SMA – 2SD) โดย SD = Standard Deviation ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน
Bollinger Bands จะกว้างขึ้นเมื่อตลาดมีความผันผวนสูง และแคบลงเมื่อตลาดสงบ ทำให้เป็นเครื่องมือวัดความผันผวนที่ดีเยี่ยม
การตั้งค่า Bollinger Bands
ค่ามาตรฐาน: Period = 20, Standard Deviation = 2
สำหรับ Scalper (M5-M15): Period = 10-15, SD = 1.5-2
สำหรับ Swing Trader (H4-D1): Period = 20-50, SD = 2-2.5
กลยุทธ์เทรดด้วย Bollinger Bands
1. Bounce Strategy (เทรดในกรอบ)
เมื่อราคาชน Lower Band ให้พิจารณา Buy เมื่อราคาชน Upper Band ให้พิจารณา Sell โดยมีเงื่อนไขว่าตลาดต้องอยู่ในช่วง Sideways (BB ไม่ขยายตัวมาก) ตั้ง Stop Loss ใต้/เหนือ Band ที่ชน 10-15 pips
2. Squeeze Strategy (จับ Breakout)
เมื่อ Bollinger Bands บีบตัวแคบมาก (Squeeze) นั่นคือสัญญาณว่ากำลังจะมี Breakout ครั้งใหญ่ รอราคาทะลุออกจาก Band ใด Band หนึ่งแล้วเข้าตามทิศทาง Volume ควรเพิ่มขึ้นเพื่อยืนยัน Breakout
3. Walking the Band
ในเทรนด์แรง ราคาจะ “เดินไปตาม” Upper Band (ขาขึ้น) หรือ Lower Band (ขาลง) อย่าพยายาม Sell เมื่อราคาชน Upper Band ในขาขึ้น เพราะมันจะไต่ขึ้นต่อ ใช้เส้นกลาง (SMA 20) เป็น Dynamic Support/Resistance แทน
4. BB + RSI Combo
ใช้ BB ร่วมกับ RSI เพื่อยืนยัน: ราคาชน Lower Band + RSI ต่ำกว่า 30 = สัญญาณ Buy ที่แข็งแกร่ง ราคาชน Upper Band + RSI เกิน 70 = สัญญาณ Sell ที่แข็งแกร่ง
ข้อควรระวัง
- อย่าเทรด Bounce ในช่วงเทรนด์แรง ใช้ Walking the Band แทน
- BB Squeeze ไม่ได้บอกทิศทาง Breakout ต้องรอ Confirmation ก่อน
- ควรใช้ร่วมกับ Volume indicator เพื่อยืนยัน
- ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง ห้ามเทรดโดยไม่มี SL
หากคุณสนใจเริ่มต้นเทรด Forex กับโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้ สมัครบัญชีเทรดได้ที่นี่
สรุป
Bollinger Bands เป็นเครื่องมือที่ยืดหยุ่นและทรงพลัง ใช้ได้ทั้งในตลาด Sideways (Bounce) และตลาดที่มีเทรนด์ (Walking the Band) การรวม BB กับอินดิเคเตอร์อื่นจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเทรดอย่างมาก







TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文