ทองคำกับเงินเฟ้อสหรัฐเป็นคู่สัมพันธ์สำคัญที่นักเทรดต้องรู้ เพราะเมื่อเงินเฟ้อสูงขึ้น

ทองคำกับอัตราเงินเฟ้อสหรัฐ คือคู่สัมพันธ์ที่นักเทรดทุกคนต้องเข้าใจให้แม่นยำ เพราะตัวเลขเงินเฟ้อส่งผลตรงต่อทิศทางราคาทองคำและการตัดสินใจเปิดออเดอร์ในตลาด นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
เงินเฟ้อสหรัฐคืออะไรและส่งผลต่อทองคำอย่างไร

เงินเฟ้อในสหรัฐฯ คือภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการโดยรวมเพิ่มสูงขึ้นทำให้กำลังซื้อของเงินดอลลาร์ลดลง ซึ่งนักลงทุนมักจะหันมาซื้อทองคำเพื่อรักษามูลค่าทรัพย์สิน จนทำให้ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่เงินเฟ้อสูง จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ พบว่าดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 3.2% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ส่งผลให้ความต้องการทองคำเป็นสินทรัพย์ลี้ภัยเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ
อัตราเงินเฟ้อสหรัฐคือตัวชี้วัดการเปลี่ยนแปลงระดับราคาสินค้าและบริการในเศรษฐกิจสหรัฐ เป็นข้อมูลหลักที่ธนาคารกลางสหรัฐใช้พิจารณานโยบายการเงิน และส่งผลโดยตรงต่อค่าเงินดอลลาร์และราคาทองคำในตลาดโลก
เมื่ออัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น แปลว่ากำลังซื้อของเงินดอลลาร์ลดลง สินค้าทุกอย่างจะแพงขึ้น นักลงทุนทั่วโลกจะรู้สึกไม่มั่นใจในการถือเงินสด เพราะเงินที่มีอยู่จะซื้อของได้น้อยลงเรื่อยๆ พวกเขาจึงหันไปหาสินทรัพย์ที่รักษามูลค่าได้ดี และทองคำคือสินทรัพย์อันดับหนึ่งที่คนเลือกถือเป็นเครื่องป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
จากความต้องการถือทองคำเพื่อป้องกันเงินเฟ้อ ราคาทองคำจึงมักขยับขึ้นเมื่อตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้านักวิเคราะห์คาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ร้อยละ 3.2 แต่ตัวเลขจริงออกมาที่ร้อยละ 3.5 ราคาทองคำจะวิ่งขึ้นรุนแรงในช่วงสั้นๆ เพราะตลาดประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ แต่ก่อนที่ดอกเบี้ยจะขึ้นจริง ทองคำจะได้ประโยชน์จากแรงซื้อเก็งกำไรก่อน
ดัชนีวัดเงินเฟ้อที่นักเทรดทองคำต้องติดตาม
ดัชนีที่นักเทรดทองคำทุกคนต้องดูคือดัชนีราคาผู้บริโภคหรือที่เรียกว่า CPI เป็นดัชนีที่วัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อประจำ เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย เสื้อผ้า และยานพาหนะ ตัวเลข CPI ออกมาทุกเดือน และเป็นข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำมากที่สุดในบรรดาข่าวเศรษฐกิจทั้งหมด
นอกจาก CPI แล้วยังมีดัชนี PCE หรือดัชนีราคาค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลที่ธนาคารกลางสหรัฐให้ความสำคัญมาก แม้ตลาดจะดู CPI เป็นหลัก แต่ PCE ก็ส่งผลต่อราคาทองคำได้ไม่น้อย โดยเฉพาะ PCE แบบไม่นับราคาอาหารและพลังงาน ซึ่งเรียกว่า Core PCE จะสะท้อนเงินเฟ้อที่แท้จริงในระยะยาวมากกว่า
ทำไมทองคำจึงเป็นเครื่องป้องกันเงินเฟ้อที่ดีที่สุด
ทองคำถือเป็นเครื่องป้องกันเงินเฟ้อที่ดีที่สุดเพราะมีอุปทานในตลาดที่จำกัดและไม่สามารถพิมพ์เพิ่มได้เหมือนเงินกระดาษ ทำให้มูลค่าของทองคำคงที่และสามารถรักษาพลังการซื้อไว้ได้ในระยะยาวตลอดหลายทศวรรษ จากข้อมูลของสภาทองคำโลกพบว่าราคาทองคำเพิ่มขึ้น 750% ในช่วงปี 2000 ถึง 2020 ซึ่งเป็นช่วงที่เงินเฟ้อโดยเฉลี่ยส่งผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์อย่างมาก
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีอยู่จำกัดในโลก ไม่สามารถพิมพ์เพิ่มได้เหมือนเงินกระดาษ จึงรักษามูลค่าได้ดีกว่าเงินสดในช่วงที่เงินเฟ้อสูง คุณสมบัตินี้ทำให้ทองคำกลายเป็นที่หลบภัยของนักลงทุนเมื่อเงินเฟ้อคุกคามเศรษฐกิจ
ประวัติศาสตร์เป็นเครื่องยืนยันชัดเจน ในช่วงปี 1970 สหรัฐเผชิญเงินเฟ้อสูงระดับสองหลัก ราคาทองคำเพิ่มขึ้นจาก 35 ดอลลาร์ต่อนซ์ในปี 1971 ไปถึงราว 850 ดอลลาร์ต่อนซ์ในปี 1980 นั่นคือการเติบโตกว่ายี่สิบสี่เท่าในเก้าปี สะท้อนว่าเมื่อเงินเฟ้อรุนแรง ทองคำจะทำหน้าที่รักษามูลค่าได้อย่างยอดเยี่ยม
ในยุคปัจจุบันก็เห็นภาพเดียวกัน ช่วงปี 2022 เมื่ออัตราเงินเฟ้อสหรัฐขึ้นไปแตะระดับร้อยละ 9.1 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบสี่สิบปี ราคาทองคำก็ปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 2,070 ดอลลาร์ต่อนซ์ ก่อนจะผันผวนไปตามปัจจัยอื่น แต่จุดสำคัญคือเมื่อเงินเฟ้อสูง แรงซื้อทองคำจะเข้ามาหนุนราคาอย่างต่อเนื่อง เพราะนักลงทุนระดับสถาบันและธนาคารกลางประเทศต่างๆ ต่างเพิ่มการถือทองคำในพอร์ตเพื่อกระจายความเสี่ยง
ความแตกต่างระหว่างทองคำและสินทรัพย์อื่นในช่วงเงินเฟ้อ
หุ้นและพันธบัตรมักจะได้รับผลกระทบทั้งบวกและลบจากเงินเฟ้อ หุ้นบางตัวอาจได้ประโยชน์เพราะบริษัทปรับราคาสินค้าได้ แต่หุ้นบางตัวก็ถูกทำร้ายจากต้นทุนที่สูงขึ้น พันธบัตรจะเสียมูลค่าเมื่อเงินเฟ้อสูงเพราะดอกเบี้ยคงที่ไม่ชดเชยเงินเฟ้อได้ ขณะที่ทองคำไม่มีต้นทุนการผลิตที่ผันผวนตามเงินเฟ้อ และไม่มีความเสี่ยงจากการบริหารบริษัท จึงเป็นตัวเลือกที่สะอาดที่สุดสำหรับการป้องกันเงินเฟ้อ
วิธีอ่านตัวเลขเงินเฟ้อและวางแผนเทรดทองคำ
การอ่านตัวเลขเงินเฟ้อเพื่อวางแผนเทรดทองคำต้องดูดัชนีราคาผู้บริโภคหรือ CPI ว่าเป็นไปตามหรือสูงกว่าคาดการณ์หรือไม่ หากตัวเลขสูงกว่าคาดราคาทองคำจะพุ่งขึ้นจากแรงซื้อ แต่หากต่ำกว่าคาดทองคำจะถูกกดดันให้ปรับลดลง ดังนั้นนักเทรดจึงต้องติดตามตารางเวลาประกาศข่าวอย่างใกล้ชิดเสมอ
การเทรดทองคำตามข่าวเงินเฟ้อต้องเข้าใจว่าตลาดให้ความสำคัญกับตัวเลขเปรียบเทียบมากกว่าตัวเลขสัมบูรณ์ ถ้าเงินเฟ้อลดลงแต่ยังสูงกว่าเป้าหมาย ทองคำอาจไม่ลงตามเพราะตลาดยังกังวล ต้องดูทั้งตัวเลขรวมและตัวเลขแกนกลาง
ขั้นตอนแรกคือดูตัวเลขเงินเฟ้อรวมก่อน ถ้าสูงกว่าที่ตลาดคาด ทองคำจะขึ้น ถ้าต่ำกว่าคาด ทองคำจะลดลง แต่ต้องดูตัวเลขแกนกลางด้วย ซึ่งจะตัดราคาอาหารและพลังงานออกเพราะเป็นสินค้าที่ราคาผันผวนมาก ถ้าเงินเฟ้อรวมสูงแต่แกนกลางไม่สูงตาม แปลว่าเงินเฟ้อมาจากราคาพลังงานชั่วคราว ทองคำอาจขึ้นไม่มากนัก แต่ถ้าทั้งสองตัวเลขสูงกว่าคาดพร้อมกัน ทองคำจะวิ่งขึ้นรุนแรง
ขั้นตอนที่สองคือดูความคาดหวังของตลาดก่อนข่าวออก ถ้าตลาดคาดเงินเฟ้อสูงและราคาทองคำปรับขึ้นมาก่อนแล้ว เมื่อข่าวออกมาตรงคาด ทองคำอาจลดลงได้เพราะแรงซื้อเก็งกำไรหมดไป นักเทรดเรียกสถานการณ์นี้ว่าซื้อข่าวลือขายข่าวจริง ดังนั้นต้องดูว่าราคาทองคำเคลื่อนไหวไปก่อนหน้าข่าวมากน้อยแค่ไหน ถ้าราคาขึ้นมาก่อนแล้ว การเปิดออเดอร์ซื้อเพิ่มเมื่อข่าวออกอาจมีความเสี่ยงสูง
ตัวอย่างการคำนวณกำไรจากการเทรดทองคำช่วงข่าวเงินเฟ้อ
สมมติว่าราคาทองคำอยู่ที่ 2,050 ดอลลาร์ต่อนซ์ก่อนข่าวเงินเฟ้อก คุณคาดว่าตัวเลขจะสูงกว่าคาดจึงตัดสินใจเปิดออเดอร์ซื้อที่ราคา 2,052 ดอลลาร์ โดยใช้ขนาดล็อตที่ 0.5 ล็อต ตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2,040 ดอลลาร์ และตั้งเป้าหมายกำไรที่ 2,075 ดอลลาร์
เมื่อข่าวออกมาสูงกว่าคาดจริง ราคาทองคำวิ่งขึ้นไปแตะ 2,076 ดอลลาร์ คุณปิดออเดอร์ที่ 2,075 ดอลลาร์ การคำนวณกำไรทำได้โดยนำราคาขายลบด้วยราคาซื้อ ได้ 2,075 ลบ 2,052 เท่ากับ 23 ดอลลาร์ต่อนซ์ สำหรับทองคำ 1 ล็อตมักเท่ากับ 100 ออนซ์ ดังนั้น 0.5 ล็อตจะเท่ากับ 50 ออนซ์ นำ 23 ดอลลาร์คูณ 50 ออนซ์ได้กำไร 1,150 ดอลลาร์ หรือประมาณ 41,400 บาท ส่วนความเสี่ยงที่ตั้งไว้คือ 2,052 ลบ 2,040 เท่ากับ 12 ดอลลาร์ คูณ 50 ออนซ์เท่ากับ 600 ดอลลาร์ หรือราว 21,600 บาท อัตราส่วนกำไรต่อความเสี่ยงอยู่ที่ประมาณ 1 ต่อ 1.9 ซึ่งถือว่าสมเหตุสมผลสำหรับการเทรดตามข่าว
ปัจจัยอื่นที่ทำให้ทองคำไม่เคลื่อนไหวตามเงินเฟ้อเสมอไป
ปัจจัยอื่นที่ทำให้ทองคำไม่เคลื่อนไหวตามเงินเฟ้อเสมอไป ได้แก่ นโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ค่าเงินดอลลาร์ และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งบางครั้งอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะดึงดูดเงินทุนไปยังสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนคงที่แทนทองคำที่ไม่มีดอกเบี้ย ส่งผลให้ราคาทองคำอาจลดลงแม้ว่าเงินเฟ้อจะยังคงสูงก็ตาม
แม้เงินเฟ้อจะเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาทองคำ แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่บางครั้งกดดันราคาทองคำจนไม่ขยับตามทิศทางเงินเฟ้อ นักเทรดต้องเข้าใจปัจจัยเหล่านี้เพื่อไม่ให้เข้าออเดอร์ผิดจังหวะ
ปัจจัยแรกคืออัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ เมื่อเงินเฟ้อสูง ธนาคารกลางสหรัฐมักขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุม การขึ้นดอกเบี้ยทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและต้นทุนการถือทองคำสูงขึ้นเพราะทองคำไม่มีดอกเบี้ยให้ ดังนั้นถ้าเงินเฟ้อสูงแต่ตลาดคาดว่าดอกเบี้ยจะขึ้นตาม ทองคำอาจไม่ขยับขึ้นมากเท่าที่ควร บางครั้งอาจลดลงด้วยซ้ำ เพราะแรงกดดันจากดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมากกว่าแรงซื้อป้องกันเงินเฟ้อ
ปัจจัยที่สองคือค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ทองคำมีราคาเป็นดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์แข็งค่า ทองคำจะแพงขึ้นสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น ความต้องการซื้อจึงลดลง แม้เงินเฟ้อจะสูง แต่ถ้าดอลลาร์แข็งค่ามากพอ ทองคำก็อาจลดลงได้ นักเทรดจึงต้องดูค่าดัชนีดอลลาร์ควบคู่กับข่าวเงินเฟ้อเสมอ ถ้าดัชนีดอลลาร์ขยับขึ้นแรงพร้อมกับเงินเฟ้อสูง ทองคำอาจเคลื่อนไหวในช่วงแคบหรือลดลง
ปัจจัยที่สามคือสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ บางครั้งเงินเฟ้อสูงแต่ไม่มีข่าวความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทองคำอาจไม่ได้แรงซื้อหลบภัยเพิ่ม แต่ถ้ามีข่าวสงครามหรือความตึงเครียดทางการเมืองพร้อมกับเงินเฟ้อสูง ทองคำจะได้แรงซื้อจากทั้งสองปัจจัยและวิ่งขึ้นรุนแรง การเข้าใจภาพรวมจึงสำคัญมาก ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขเงินเฟ้ออย่างเดียว
กลยุทธ์การเทรดทองคำรอบการประกาศข่าวเงินเฟ้อ
กลยุทธ์การเทรดทองคำรอบการประกาศข่าวเงินเฟ้อที่นิยมคือการรอให้ข้อมูลออกมาก่อนแล้วค่อยเข้าเทรดตามทิศทางตลาด เพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนรุนแรงในช่วงแรก โดยนักเทรดจะตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ใกล้ๆ เพื่อจำกัดความเสียหายหากทิศทางราคาไม่เป็นไปตามการวิเคราะห์ พร้อมทั้งแบ่งสัดส่วนการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
การเทรดรอบข่าวเงินเฟ้อต้องมีแผนชัดเจน เพราะราคาผันผวนรุนแรงและเร็วมาก นักเทรดที่ไม่มีแผนมักจะขาดทุนเพราะราคาทะลุจุดตัดขาดทุนก่อนจะวิ่งไปทิศทางที่คาดไว้ ต้องเตรียมตัวทั้งก่อนและหลังข่าว
กลยุทธ์แรกคือการรอข่าวออกก่อนแล้วค่อยเข้าออเดอร์ วิธีนี้เหมาะสำหรับนักเทรดที่ไม่ชอบความเสี่ยงสูง เมื่อตัวเลขเงินเฟ้อกมา ให้รอประมาณห้าถึงสิบนาทีเพื่อดูทิศทางราคาที่ชัดเจน ถ้าเงินเฟ้อสูงกว่าคาดและทองคำเริ่มวิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ให้หาจังหวะรีเทรซเพื่อเปิดออเดอร์ซื้อ โดยตั้งจุดตัดขาดทุนใต้แท่งเทียนต่ำสุดก่อนหน้า วิธีนี้ปลอดภัยกว่าการเปิดออเดอร์ก่อนข่าวเพราะลดความเสี่ยงจากการที่ราคาวิ่งสวนทิศทางก่อนจะไปทางที่ถูกต้อง
กลยุทธ์ที่สองคือการเปิดออเดอร์ก่อนข่าว วิธีนี้เหมาะสำหรับนักเทรดที่มีประสบการณ์และยอมรับความเสี่ยงสูง ต้องวิเคราะห์ว่าตลาดคาดเงินเฟ้ออย่างไรและราคาทองคำเคลื่อนไหวไปแล้วหรือยัง ถ้าตลาดยังไม่ได้ซื้อข่าวลือ การเปิดออเดอร์ซื้อก่อนข่าวอาจให้กำไรดี แต่ต้องตั้งจุดตัดขาดทุนกว้างพอรับความผันผวน และใช้ขนาดล็อตเล็กลงเพื่อคุมความเสี่ยง ข้อเสียคือถ้าทายผิดทิศทาง ความสูญเสียจะมากกว่าปกติเพราะราคาเคลื่อนไหวรุนแรง
การตั้งจุดตัดขาดทุนและเป้าหมายกำไรในช่วงข่าว
การตั้งจุดตัดขาดทุนช่วงข่าวเงินเฟ้อต้องกว้างกว่าปกติ เพราะราคาอาจวิ่งสูงและต่ำสุดของแท่งเทียนก่อนหน้า อย่างน้อยสิบถึงสิบห้าดอลลาร์จากราคาเปิดออเดอร์ ส่วนเป้าหมายกำไรควรแบ่งเป็นสองจุด จุดแรกที่ระดับกำไรหนึ่งต่อหนึ่งเพื่อปิดครึ่งล็อตและเลื่อนจุดตัดขาดทุนไปที่ราคาเปิดออเดอร์ จุดที่สองที่ระดับกำไรหนึ่งต่อสองขึ้นไปเพื่อปิดล็อตที่เหลือ วิธีนี้จะลดความเสี่ยงและปล่อยให้กำไรวิ่งต่อไปได้
ตารางเปรียบเทียบผลกระทบของระดับเงินเฟ้อต่อราคาทองคำ
ตารางเปรียบเทียบผลกระทบของระดับเงินเฟ้อต่อราคาทองคำแสดงให้เห็นว่าเมื่อเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำกว่า 2% ราคาทองคำมักเคลื่อนไหวน้อยและขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น แต่เมื่อเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่า 3% ทองคำจะเริ่มได้รับแรงซื้อและปรับตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และหากเงินเฟ้อทะลุ 5% ขึ้นไป ทองคำจะกลายเป็นสินทรัพย์ยอดนิยมอย่างมาก
| ระดับเงินเฟ้อ | ทิศทางทองคำ | แรงกดดันหลัก | กลยุทธ์ที่แนะนำ |
|---|---|---|---|
| สูงกว่าคาดการณ์ | ปรับขึ้นรุนแรง | แรงซื้อป้องกันเงินเฟ้อ | เปิดออเดอร์ซื้อตามเทรนด์ |
| ต่ำกว่าคาดการณ์ | ปรับลดลง | แรงขายทำกำไร | รอดูทิศทางก่อนเข้าออเดอร์ |
| อยู่ในเป้าหมาย | ผันผวนในช่วงแคบ | ตลาดรอปัจจัยใหม่ | เทรดในกรอบราคาสั้นๆ |
| สูงมากผิดปกติ | ขึ้นแรงแต่ผันผวน | กังวลดอกเบี้ยขึ้นตาม | ใช้ล็อตเล็กและระวังการกลับตัว |
ข้อผิดพลาดที่นักเทรดมือใหม่มักทำเมื่อเทรดทองคำตามข่าวเงินเฟ้อ
นักเทรดมือใหม่มักทำผิดซ้ำๆ หลายอย่างเมื่อเทรดทองคำช่วงข่าวเงินเฟ้อ การเข้าใจข้อผิดพลาดเหล่านี้จะช่วยให้หลีกเลี่ยงและเทรดได้ดีขึ้น ประสบการณ์ที่สะสมมาจากการสอนลูกศิษย์หลายรุ่นบอกว่าข้อผิดพลาดส่วนใหญ่มาจากความรีบร้อนและไม่มีแผน
ข้อผิดพลาดแรกคือการเปิดออเดอร์ทันทีเมื่อข่าวออก โดยไม่รอให้ราคาคงที่ ปัญหาคือในช่วงแรกข่าวออก ราคาจะวิ่งไปมาอย่างรุนแรง บางครั้งวิ่งขึ้นก่อนแล้วกลับลง หรือวิ่งลงก่อนแล้วกลับขึ้น ถ้าเปิดออเดอร์ทันทีอาจโดนจุดตัดขาดทุนก่อนราคาจะไปทิศทางที่ถูกต้อง ควรรออย่างน้อยห้านาทีให้ราคาเริ่มคงที่และทิศทางชัดเจนก่อนค่อยเข้าออเดอร์
ข้อผิดพลาดที่สองคือการใช้ล็อตใหญ่เกินไปเพราะคาดหวังกำไรมากจากข่าว ความจริงคือข่าวเงินเฟ้อทำให้ราคาผันผวนกว้าง การใช้ล็อตใหญ่จะทำให้จุดตัดขาดทุนอยู่ใกล้และโดนตัดง่าย ควรลดขนาดล็อตลงครึ่งหนึ่งจากปกติ และตั้งจุดตัดขาดทุนให้กว้างพอรับความผันผวน กำไรอาจน้อยลงแต่ความเสี่ยงลดลงมาก การเทรดให้อยู่รอดได้นานสำคัญกว่าการทำกำไรมหาศาลในออเดอร์เดียว
ข้อผิดพลาดที่สามคือการไม่ดูปัจจัยอื่นนอกจากตัวเลขเงินเฟ้อ บางครั้งเงินเฟ้อสูงกว่าคาดแต่ทองคำกลับลดลงเพราะดอลลาร์แข็งค่าขึ้นพร้อมกัน นักเทรดมือใหม่ที่ดูแค่เงินเฟ้อจะสับสนและเปิดออเดอร์ผิดทิศทาง ต้องดูค่าดัชนีดอลลาร์และอัตราดอกเบี้ยควบคู่กันไป ถ้าทั้งสามปัจจัยชี้ไปทางเดียวกัน ความน่าจะเป็นที่ราคาจะวิ่งตามทิศทางนั้นจะสูงขึ้นมาก
การบริหารความเสี่ยงหลังข่าวเงินเฟ้อ
หลังข่าวเงินเฟ้อกและคุณเปิดออเดอร์แล้ว การบริหารความเสี่ยงยังสำคัญต่อเนื่อง ห้ามปล่อยออเดอร์โดยไม่ดูแลเพราะราคาอาจกลับตัวได้ตลอดเวลา ควรติดตามแท่งเทียนระดับสิบห้านาทีและหนึ่งชั่วโมงเพื่อดูแรงซื้อหรือแรงขายว่ายังอยู่หรือไม่ ถกราคาเริ่มอ่อนแรงหลังจากวิ่งไปพักหนึ่ง ควรพิจารณาปิดออเดอร์เก็บกำไรหรือย้ายจุดตัดขาดทุนมาใกล้ขึ้นเพื่อล็อกกำไร อย่าโลภจนรอจุดเป้าหมายโดยไม่สนใจสัญญาณที่บอกว่าราคาจะกลับตัว การเทรดที่ดีคือการเอากำไรที่แน่นอนก่อนแล้วค่อยหาจังหวะใหม่ต่อไป
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดทองคำและเงินเฟ้อมักเกี่ยวข้องกับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการซื้อทองคำ โดยคำตอบคือควรซื้อเมื่อคาดว่าเงินเฟ้อจะสูงขึ้นหรือก่อนประกาศตัวเลขที่คาดว่าจะสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ นอกจากนี้ยังมีคำถามเกี่ยวกับการถือทองคำระยะยาวซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าสามารถช่วยรักษามูลค่าทรัพย์สินได้ดี
ทองคำขึ้นหรือลงเมื่อเงินเฟ้อสหรัฐสูงขึ้น
โดยทั่วไปเมื่ออัตราเงินเฟ้อสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น ราคาทองคำมักจะขยับขึ้นตามเช่นกัน เพราะทองคำถูกใช้เป็นเครื่องมือเก็บค่าเงินเมื่อเงินดอลลาร์สหรัฐมีกำลังซื้อลดลง นักลงทุนจะหันมาซื้อทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตามในระยะสั้นราคาอาจผันผวนได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นเช่นอัตราดอกเบี้ยและค่าเงินดอลลาร์
ดัชนี CPI คืออะไรและสำคัญกับการเทรดทองคำอย่างไร
ดัชนีราคาผู้บริโภคหรือ CPI คือตัวชี้วัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการในสหรัฐ ใช้สำหรับวัดอัตราเงินเฟ้อโดยตรง ข้อมูล CPI สำคัญมากเพราะธนาคารกลางสหรัฐใช้พิจารณานโยบายการเงิน ถ้า CPI สูงเกินเป้าหมายอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยซึ่งกระทบราคาทองคำ นักเทรดจึงต้องติดตามตัวเลขนี้ทุกครั้งที่มีการประกาศ
ควรเทรดทองคำช่วงใดรอบการประกาศข้อมูลเงินเฟ้อ
ช่วงก่อนประกาศข้อมูลตลาดมักเงียบและรอทิศทาง หลังประกาศข้อมูลจะมีความผันผวนสูงมาก หากตัวเลขออกมาเกินคาดราคาทองคำอาจวิ่งแรงทั้งขาขึ้นและขาลง แนะนำให้รอข้อมูลออกก่อนแล้วค่อยหาจังหวะเข้าเทรดตามเทรนด์ที่ชัดเจน การเทรดก่อนประกาศมีความเสี่ยงสูงเพราะทิศทางยังไม่แน่นอน
ทองคำและดอลลาร์สหรัฐเกี่ยวข้องกันอย่างไร
ทองคำและดอลลาร์สหรัฐมักจะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม เมื่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นราคาทองคำมักจะลดลงเพราะทองคำมีราคาเป็นดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์อ่อนค่าลงราคาทองคำก็จะปรับขึ้น ความสัมพันธ์นี้เกิดจากการที่นักลงทุนเลือกถือทองคำเมื่อดอลลาร์มีค่าลดลงเพื่อรักษามูลค่าเงินของตน
นักเทรดมือใหม่ควรระวังอะไรเมื่อเทรดทองคำตามข่าวเงินเฟ้อ
สิ่งสำคัญที่สุดคือการบริหารความเสี่ยงเพราะช่วงข่าวเงินเฟ้อราคาจะผันผวนรุนแรง สามารถทะลุจุดตัดขาดทุนได้ง่ายจากการสไลด์ราคา ควรตั้งจุดตัดขาดทุนให้กว้างพอและใช้ขนาดล็อตที่เล็กลง อย่าเทรดด้วยอารมณ์หรือไล่ราคาหลังข่าวออกทันที ควรรอให้ราคาคงที่และมีทิศทางชัดเจนก่อนเข้าออเดอร์
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย











TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文