Stochastic Oscilator อินดิเคเตอร์นี้ใช้เป็น..กำไรเห็นๆ

0
397

Stochastic Oscilator (STO) เป็นอินดิเคเตอร์ ยอดนิยมสำหรับเทรดเดอร์สายวิเคราะห์กราฟเทคนิค Stochastic Oscilator ได้รับการคิดค้นและพัฒนาโดย Dr. George C. Lane ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์ตลาดในอยู่ในสถานะไซด์เวย์ (Sideway) หรือนักลงทุนหรือเกร็งกำไรระยะสั้นๆ การทำงานของ Stochastic Oscilator คือจะเคลื่อนไหวตามโมเม็นตัมของราคา ไม่ได้เคลื่อนไหวไปตามแนโน้มหรือปริมาณการซื้อ-ขาย ซึ่งโมเม็นตัมจะเกิดขึ้นก่อนที่ราคาจะเปลี่ยนทิศทาง ด้วยเหตุนี้นักลงทุนฟอเร็กจะใช้เครื่องมือนี้เป็นสัญญาณแจ้งเตือนการกลับตัวของราคาที่จะเกิดขึ้น

Stochastic Oscilator

เมื่อเราเปิดเข้าไปใช้งาน Stochastic Oscilator จะพบเส้นที่เป็นองค์ประกอบสำคัญอยู่ 2 เส้น คือ เส้น %K คือเส้น Stichastic และ เส้น %D คือเส้นค่าเฉลี่ยของ %K

Stochastic คือ ใช้หลักการสังเกตุราคาปิดในช่วงเวลาหนึ่ง โดยดูว่าในกรณีที่เส้น Stochastic ขึ้นสูงไปเรื่อยๆ แสดงว่าราคาปิดของหุ้นนั้นจะต้องปิดใกล้กับราคาสูงสุด ติดต่อกันมาหลายวัน  ในทางตรงกันข้าม ถ้าราคาปิดอยู่ใกล้ราคาต่ำสุดของวัน แนวโน้มเส้น Stochastic จะลดต่ำลงเรื่อยๆ

มีสูตรคำนวณ Stochastic Oscilator ดังนี้

  • %K เท่ากับ ราคาปิด ณ ปัจจุบัน – ราคาต่ำสุด ในช่วงเวลาที่พิจารณา / ราคาสูงสุดในช่วงพิจารณา  – ราคาต่ำสุดในช่วงเวลาที่พิจารณา
  • %D เท่ากับ ค่าเฉลี่ยในช่วงเวลาที่พิจารณาของค่า %K

ช่วงเวลาที่พิจารณา หรือ Time Period นิยมตั้งกันอยู่ที่ประมาณ 5วัน

Stochastic Oscilator สามารถบ่งบอกอะไรได้ ประโยชน์คือ

1. แสดงการกลับตัวของ โมเม็นตัม (Predict Momentum Reversal) ซึ่งสามารถบอกสภาวะการซื้อ-ขายที่มากเกินไปที่เกิดขึ้นในตลาด หรือ Over bought-Oversold identification

การบอกว่ามีการซื้อมากเกินไป แสดงให้เห็นว่ามีอุปสงค์มากกว่าอุปทาน ซึ่งอาจส่งผลทำให้ราคาปรับลดลงเนื่องจากการไม่สมดุลที่เกิดขึ้นกับตลาด โดยสัญญาณของ Stochastic Oscilator จะที่บ่งชี้ถึงสภาวะซื้อมากเกินไป ก็ต่อเมื่อ %K มากกว่า 80 เป็นต้นไป และจะเข้าสู่สภาวะ Supper Overbought เมื่อ %K มากกว่า 90  และอาจจะมีการปรับตัวลงในเร็วๆนี้

ส่วนสภาวะที่มีการขายมากเกินไป นั้นตามหลักเศรษฐศาสตร์ ราคามีโอกาสสูงที่จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากความไม่สมดุลที่เกิดขึ้น โดยสัญญาของ Stochastic Oscilator จะบ่งชี้สภาวะนี้ก็ต่อเมื่อ %K น้อยกว่า 20 เป็นต้นไป และจะเข้าสู่ระบบ Super Oversold ก็ต่อเมื่อ %k น้อยกว่า 10

2. สามารถบอกจุด ซื้อ-ขาย (Entry & Exit Identification) เราสามารถนำอินดิเคเตอร์ STO มาเป็นสัญญาณบอกว่าควรซื้อหรือควรขายนั้นสามารถทำได้ 4 แบบ คือ

  • สัญญาณซื้อ เมื่อเส้น %K ตกลงในเขตของการซื้อมากเกินไป แล้วดีดกลับขึ้นสูงกว่า 20
  • สัญญาณซื้อ เมื่อเส้น %K ตัดขึ้นเหนือ %D
  • สัญญาณขาย เมื่อเส้น %K ขึ้นในเขตซื้อมากเกินไป แล้วดีดกลับลงมาน้อยกว่า 80
  • สัญญาณขาย เมื่อเส้น %K ตัดลงต่ำกว่า %D
  • หาจังหวะการซื้อหรือการขายจากการเกิด Bullish & Bearish Divergence แต่จะแม่นยำได้ก็ต้องดูแนวโน้มประกอบด้วย

อาจกล่าวได้ว่า นักเทรดส่วนใหญ่ ชอบใช้ Stochastic Oscilator เมื่อเกิดจังหวะOverbought และ Oversold เพื่อหาการกลับตัวของราคา ซึ่งเป็นจังหวะที่นิยมเข้าออเดอร์กัน

อย่างไรก็ตาม Stochastic Oscilator เป็นอินดิเคเตอร์ที่สามารถนำมาวิเคราะห์การซื้อ-ขาย ได้ดีในสภาวะที่ตลาดมีแนวโน้มที่ไม่แน่นอน หรือ Sideway เท่านั้น  แต่ไม่เหมาะกับบางตัวที่มีการสวิงของราคาถี่มากเกินไป และเหมาะสำหรับการเทรดในระยะสั้น หรือการเกร็งกำไรในระยะสั้นเท่านั้นนะคะ อินดิเคเตอร์ทุกตัวมีประโยชน์ และจะให้ประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้ ก็ต่อเมื่อต้องรู้ทราบควรจะนำมาใช้เมื่อไหร่ ในสภาวะตลาดแบบไหน จะทำให้นักลงทุนมีกำไรได้อย่างแน่นอนคะ

เปิดบัญชีที่นี่