สำหรับคนที่สนใจเรื่อง MT4 vs MT5 ต่างกันอย่างไร ใช้อันไหนดี 2026 บทความนี้จะอธิบายทุกอย่างที่คุณต้องรู้อย่างละเอียด ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงเทคนิคขั้นสูงที่ใช้ได้จริงในปี 2026 เราจะเน้น ตาราง feature comparison ข้อดีข้อเสียแต่ละตัว EA compatibility เพื่อให้คุณนำไปใช้ได้ทันที บทความนี้เขียนจากประสบการณ์จริงของทีม iCafeFX ที่อยู่ในวงการ Forex มากว่า 15 ปี ไม่ใช่บทความคัดลอกจากที่อื่น แต่เป็นความรู้ที่ผ่านการทดสอบและพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้จริง
- MT4 vs MT5 ต่างกันอย่างไร ใช้อันไหนดี 2026 — ทำความเข้าใจพื้นฐาน
- ทำไมต้องรู้เรื่องนี้? สถิติที่น่าตกใจ
- วิธีใช้ MT4 vs MT5 ต่างกันอย่างไร ใช้อันไหนดี 2026 ในการเทรดจริง — Step by Step
- ตัวอย่างการคำนวณจริง — ทุน $500 $1,000 $5,000
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย 7 ประการ
- เปรียบเทียบ Forex กับการลงทุนอื่น
- เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับเทรดเดอร์
- สรุป
MT4 vs MT5 ต่างกันอย่างไร ใช้อันไหนดี 2026 — ทำความเข้าใจพื้นฐาน
ก่อนที่จะลงลึกเรื่อง MT4 vs MT5 ต่างกันอย่างไร ใช้อันไหนดี 2026 เรามาทำความเข้าใจภาพรวมของตลาด Forex กันก่อน ตลาด Foreign Exchange หรือ Forex เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าการซื้อขายมากกว่า 7.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ตามรายงานของ Bank for International Settlements (BIS) ปี 2025 ตัวเลขนี้มากกว่าตลาดหุ้นทั่วโลกรวมกันหลายเท่า ซึ่งหมายความว่ามีสภาพคล่องสูงมาก เทรดเดอร์สามารถเข้าออกตลาดได้ตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์
สิ่งที่ทำให้ Forex แตกต่างจากตลาดหุ้นไทย (SET) อย่างชัดเจนคือ leverage ที่สูงกว่ามาก ในตลาดหุ้นไทย คุณต้องมีเงินเต็มจำนวนหรือใช้ margin ได้แค่ 2-3 เท่า แต่ในตลาด Forex โบรกเกอร์ส่วนใหญ่เสนอ leverage ตั้งแต่ 1:100 ถึง 1:500 หรือแม้แต่ 1:1000 ซึ่งหมายความว่าด้วยทุนเพียง $100 คุณสามารถควบคุมสถานะมูลค่า $10,000 ถึง $100,000 ได้ แต่นี่ก็เป็นดาบสองคม — กำไรเพิ่มขึ้นตาม leverage แต่ขาดทุนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน นี่คือเหตุผลที่ Risk Management สำคัญมากในการเทรด Forex
ตลาด Forex เปิดทำการตามโซนเวลาของแต่ละทวีป เริ่มจาก Sydney Session (เปิด 04:00 เวลาไทย) ตามด้วย Tokyo Session (06:00) London Session (14:00) และ New York Session (19:30) ช่วงที่ตลาดเคลื่อนไหวมากที่สุดคือช่วง overlap ระหว่าง London และ New York ซึ่งตรงกับเวลา 19:30-22:00 เวลาไทย เป็นช่วงที่มี volume สูงสุดและ spread แคบที่สุด
ทำไมต้องรู้เรื่องนี้? สถิติที่น่าตกใจ
จากสถิติของ ESMA (European Securities and Markets Authority) พบว่า 74-89% ของเทรดเดอร์รายย่อยขาดทุน ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่า Forex เป็นการพนัน แต่หมายความว่าคนส่วนใหญ่เข้ามาโดยไม่มีความรู้ที่เพียงพอ สาเหตุหลัก 5 ประการที่ทำให้เทรดเดอร์ขาดทุน ได้แก่:
1. ขาดความรู้พื้นฐาน: หลายคนเริ่มเทรดโดยไม่เข้าใจแม้แต่ว่า pip คืออะไร lot คืออะไร หรือ leverage ทำงานอย่างไร การเข้าใจ MT4 vs MT5 ต่างกันอย่างไร ใช้อันไหนดี 2026 อย่างถ่องแท้จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดพื้นฐานเหล่านี้
2. ไม่มี Trading Plan: เทรดตามอารมณ์ ไม่มีกฎที่ชัดเจน
3. Risk Management แย่: เปิด lot ใหญ่เกินไป ไม่ตั้ง Stop Loss
4. จิตวิทยาไม่ดี: FOMO (Fear of Missing Out) Revenge Trading Overtrading
5. เลือกโบรกเกอร์ไม่ดี: Spread กว้าง execution ช้า ฝากถอนยาก
เทรดเดอร์มืออาชีพทุกคนต้องผ่านขั้นตอนการเรียนรู้พื้นฐานเหล่านี้ ไม่มีทางลัด แม้แต่ George Soros ที่ทำกำไร 1 พันล้านดอลลาร์จากการ short ปอนด์อังกฤษในปี 1992 ก็ต้องใช้เวลาหลายปีในการศึกษาและสร้างกลยุทธ์ แต่ถ้าคุณเรียนรู้อย่างถูกวิธีตั้งแต่แรก คุณจะประหยัดทั้งเวลาและเงินได้มหาศาล
อ่านเพิ่มเติม: บทความ Money Management
วิธีใช้ MT4 vs MT5 ต่างกันอย่างไร ใช้อันไหนดี 2026 ในการเทรดจริง — Step by Step
มาดูวิธีนำความรู้เรื่อง MT4 vs MT5 ต่างกันอย่างไร ใช้อันไหนดี 2026 ไปใช้ในการเทรดจริงกัน สิ่งสำคัญคือ ตาราง feature comparison ข้อดีข้อเสียแต่ละตัว EA compatibility ซึ่งเราจะอธิบายทีละขั้นตอนอย่างละเอียด
ขั้นตอนที่ 1: เปิดบัญชี Demo ก่อนเสมอ
นี่คือกฎเหล็กข้อแรก ห้ามใช้เงินจริงก่อนที่จะฝึกฝนจนมั่นใจ โบรกเกอร์อย่าง XM ให้ทุน Demo $100,000 ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้เวลาอย่างน้อย 1-3 เดือนบน Demo Account ก่อน ฝึกจนสามารถทำกำไรสม่ำเสมอได้อย่างน้อย 3 เดือนติดต่อกัน แล้วค่อยเริ่มใช้เงินจริง
ขั้นตอนที่ 2: เริ่มต้นด้วยทุนที่พร้อมจะเสีย
กฎทองคือ ใช้เงินที่ถ้าหายไปหมดก็ไม่กระทบชีวิตประจำวัน ห้ามใช้เงินเก็บ เงินค่าเทอมลูก เงินผ่อนบ้าน หรือเงินกู้มาเทรด แนะนำเริ่มต้นที่ $100-$500 สำหรับมือใหม่ ถ้าทุนน้อยมาก ($50-$100) ให้ใช้บัญชี Cent Account ที่ lot เล็กกว่าปกติ 100 เท่า
ขั้นตอนที่ 3: ตั้ง Risk Management ให้ชัดเจน
ไม่ว่าจะเทรดคู่ไหน ห้ามเสี่ยงเกิน 1-2% ของทุนต่อออร์เดอร์ ตัวอย่าง: ทุน $1,000 Risk 2% = เสี่ยงได้สูงสุด $20 ต่อออร์เดอร์ ถ้า Stop Loss อยู่ที่ 30 pips Lot Size = $20 ÷ (30 × $0.10) = 0.067 ≈ 0.07 lot นี่คือวิธีคำนวณที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้จริง ไม่ใช่การเปิด lot มั่วๆ
ขั้นตอนที่ 4: เลือกคู่เงินที่เหมาะสม
สำหรับมือใหม่ แนะนำเริ่มจากคู่หลัก (Major Pairs) เช่น EURUSD GBPUSD USDJPY เพราะมี spread ต่ำ สภาพคล่องสูง และมีข้อมูลวิเคราะห์เยอะ หลีกเลี่ยงคู่ Exotic เช่น USDTRY USDZAR ที่ spread กว้างและผันผวนสูง
ขั้นตอนที่ 5: สร้าง Trading Journal
จดบันทึกทุกออร์เดอร์ — เหตุผลที่เข้า เหตุผลที่ออก กำไร/ขาดทุน อารมณ์ตอนเทรด Trading Journal คือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการพัฒนาตัวเอง เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จทุกคนมี journal ของตัวเอง
ตัวอย่างการคำนวณจริง — ทุน 0 ,000 ,000
มาดูตัวอย่างการคำนวณ Position Size สำหรับทุนแต่ละระดับ:
ทุน $500 — Risk 2% = $10/ออร์เดอร์
• EURUSD SL 30 pips → Lot = $10 ÷ (30 × $0.10) = 0.033 ≈ 0.03 lot
• XAUUSD SL 50 pips → Lot = $10 ÷ (50 × $0.10) = 0.020 ≈ 0.02 lot
• GBPJPY SL 40 pips → Lot = $10 ÷ (40 × $0.093) = 0.027 ≈ 0.03 lot
ทุน $1,000 — Risk 2% = $20/ออร์เดอร์
• EURUSD SL 30 pips → Lot = $20 ÷ (30 × $0.10) = 0.067 ≈ 0.07 lot
• XAUUSD SL 50 pips → Lot = $20 ÷ (50 × $0.10) = 0.040 ≈ 0.04 lot
• GBPJPY SL 40 pips → Lot = $20 ÷ (40 × $0.093) = 0.054 ≈ 0.05 lot
ทุน $5,000 — Risk 1% = $50/ออร์เดอร์
• EURUSD SL 30 pips → Lot = $50 ÷ (30 × $1.00) = 0.167 ≈ 0.17 lot
• XAUUSD SL 50 pips → Lot = $50 ÷ (50 × $1.00) = 0.100 ≈ 0.10 lot
• GBPJPY SL 40 pips → Lot = $50 ÷ (40 × $0.93) = 0.134 ≈ 0.13 lot
สังเกตว่ายิ่งทุนมาก ยิ่งควรลด % risk ลง เพราะจำนวนเงินที่เสี่ยงต่อออร์เดอร์สูงขึ้นตามธรรมชาติ ทุน $500 risk 2% = $10 ซึ่งน้อย แต่ทุน $50,000 risk 2% = $1,000 ซึ่งมาก เทรดเดอร์ทุนใหญ่มักใช้ risk เพียง 0.5-1% เท่านั้น
บทความที่เกี่ยวข้อง: ศัพท์ Forex 50 คำที่ต้องรู้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย 7 ประการ
1. ไม่ตั้ง Stop Loss: สาเหตุอันดับ 1 ที่ทำให้ล้างพอร์ต ตลาดสามารถเคลื่อนไหวรุนแรงได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะช่วงข่าว NFP FOMC CPI เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2015 ธนาคารกลางสวิสยกเลิก peg กับ EUR ทำให้ EURCHF ร่วง 3,000 pips ในไม่กี่นาที เทรดเดอร์ที่ไม่มี SL ล้างพอร์ตทันที บางคนติดลบเกินทุน
2. Overtrade: เทรดมากเกินไปเพราะอยากได้กำไรเร็ว ผลคือค่า spread สะสมกินกำไรหมด สมมติเทรด 20 ครั้ง/วัน spread 2 pips = เสีย 40 pips/วัน = 800 pips/เดือน แค่ค่า spread อย่างเดียว
3. ไม่มี Trading Plan: เข้าออกตลาดตามอารมณ์ ไม่มีกฎที่ชัดเจน ว่าจะเข้าเมื่อไหร่ ออกเมื่อไหร่ risk เท่าไหร่ เทรดคู่ไหน timeframe ไหน
4. Revenge Trading: แพ้แล้วอยากแก้แค้นตลาด เปิด lot ใหญ่ขึ้น ผลคือขาดทุนซ้ำซ้อน จาก -$50 กลายเป็น -$500 ในวันเดียว
5. FOMO (Fear of Missing Out): เห็นกราฟวิ่งแรงแล้วกระโดดเข้าไป โดยไม่มีสัญญาณ ไม่มี setup ผลคือซื้อยอดขายก้น
6. ไม่ Backtest: ใช้กลยุทธ์โดยไม่ทดสอบก่อน กลยุทธ์ที่ดูดีในทฤษฎีอาจไม่ work ในสภาวะตลาดจริง
7. เชื่อ Signal Group มากเกินไป: ซื้อ signal จากกลุ่มต่างๆ โดยไม่เข้าใจเหตุผลเบื้องหลัง เมื่อ signal ผิด ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
เปรียบเทียบ Forex กับการลงทุนอื่น
Forex vs หุ้นไทย (SET):
• Leverage: Forex 1:100-1:500 vs หุ้น 1:1-1:3
• ชั่วโมงตลาด: Forex 24/5 vs หุ้น 10:00-16:30 จ-ศ
• ค่าคอม: Forex = spread (0.1-2 pips) vs หุ้น 0.15-0.25%
• Short Sell: Forex ง่าย vs หุ้น มีเงื่อนไข
• สภาพคล่อง: Forex สูงมาก vs หุ้น ขึ้นอยู่กับตัว
Forex vs Crypto:
• ความผันผวน: Forex 0.5-2%/วัน vs Crypto 5-20%/วัน
• Regulation: Forex มี vs Crypto ยังไม่ชัดเจน
• ชั่วโมงตลาด: Forex 24/5 vs Crypto 24/7
• Leverage: Forex สูงกว่า vs Crypto จำกัดในหลายประเทศ
Forex vs ทองคำ (XAUUSD):
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่เทรดในตลาด Forex เช่นกัน แต่มีลักษณะเฉพาะ ทองผันผวนสูงกว่าคู่เงินทั่วไป 2-3 เท่า pip value สูงกว่า เหมาะกับเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์และทุนเพียงพอ
แนะนำ: บทความ Technical Analysis
เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับเทรดเดอร์
1. แพลตฟอร์มเทรด: MetaTrader 4 (MT4) หรือ MetaTrader 5 (MT5) เป็นแพลตฟอร์มมาตรฐานที่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่รองรับ ดาวน์โหลดฟรี MT4 เหมาะกับมือใหม่เพราะใช้ง่าย MT5 มีฟีเจอร์เพิ่มเติมสำหรับมืออาชีพ
2. ปฏิทินเศรษฐกิจ: ForexFactory.com หรือ Investing.com ดูข่าวสำคัญที่จะประกาศ เช่น NFP (Non-Farm Payrolls) ทุกวันศุกร์แรกของเดือน FOMC Meeting ทุก 6 สัปดาห์ CPI (Consumer Price Index) ทุกเดือน ข่าวเหล่านี้ทำให้ตลาดผันผวนรุนแรง ต้องระวังเป็นพิเศษ
3. Trading Journal: ใช้ Excel Google Sheets หรือแอป Edgewonk จดบันทึกทุกออร์เดอร์ วิเคราะห์ผลงานรายสัปดาห์/เดือน
4. VPS (Virtual Private Server): สำหรับคนที่ใช้ EA ให้ EA ทำงาน 24/7 ไม่หลุดเพราะไฟดับหรือเน็ตหลุด ราคาเริ่มต้น $10-$30/เดือน
สรุป
การเข้าใจ MT4 vs MT5 ต่างกันอย่างไร ใช้อันไหนดี 2026 เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับเทรดเดอร์ทุกคน จำไว้ว่า ตาราง feature comparison ข้อดีข้อเสียแต่ละตัว EA compatibility เริ่มต้นจาก Demo Account ฝึกฝนให้ชำนาญอย่างน้อย 1-3 เดือน แล้วค่อยๆ เพิ่มทุนจริง อย่าลืมตั้ง Risk Management ทุกครั้ง ห้ามเสี่ยงเกิน 1-2% ต่อออร์เดอร์ สร้าง Trading Journal จดบันทึกทุกออร์เดอร์ วิเคราะห์ผลงานสม่ำเสมอ และที่สำคัญที่สุด อย่าหยุดเรียนรู้ ตลาดเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เทรดเดอร์ที่ดีคือคนที่ปรับตัวได้เร็วที่สุด นี่คือสิ่งที่แยกเทรดเดอร์ที่อยู่รอดออกจากคนที่ล้างพอร์ต
เริ่มต้นเทรดวันนี้: บทความ Forex Trading ทั้งหมด
บทความโดย iCafeFX — ตำนาน EA semi auto เจ้าแรกในเมืองไทย

TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文