ตั้งจุดตัดขาดทุนและทำกำไรบนมือถือเป็นทักษะสำคัญของเทรดเดอร์เพื่อปกป้องเงินทุนและจัดการความเสี่ยง บทความนี้สอนวิธีตั้งค่าแบบง่ายๆ 2

การตั้งจุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไรบนโทรศัพท์มือถือคือทักษะพื้นฐานที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องเข้าใจให้แม่นยำ เพื่อปกป้องเงินทุนและรักษาวินัยในการเทรดอย่างยั่งยืน นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
ทำความเข้าใจบทบาทของจุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไร
การกำหนดจุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไรเป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงของนักลงทุน เพื่อป้องกันมูลค่าพอร์ตการลงทุนร่วงลงอย่างรุนแรงจากความผันผวนของตลาด โดยอ้างอิงจากการศึกษาของบริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หลายแห่งพบว่า เทรดเดอร์ที่ใช้คำสั่งนี้อย่างสม่ำเสมอช่วยลดโอกาสการสูญเสียเงินทุนหมดตัวได้กว่า 40% ทำให้ระบบการเทรดมีความน่าเชื่อถือและยั่งยืนมากขึ้นในระยะยาว
ก่อนที่เราจะไปดูวิธีกดตั้งค่าในแอปพลิเคชันบนมือถือ เรามาทบทวนกันก่อนว่าสองจุดนี้ทำหน้าที่อะไรในระบบการเทรดของเรา การเทรดในตลาดฟอเร็กซ์ไม่ใช่แค่เรื่องของการทายทิศทางราคาให้ถูก แต่มันคือการจัดการความเสี่ยงให้รอบคอบ
จุดตัดขาดทุน หรือที่เรามักเรียกว่า จุดตัดขาดทุน คือคำสั่งที่เราสั่งให้ระบบปิดออเดอร์อัตโนมัติเมื่อราคาเคลื่อนตัวสวนทิศทางที่เราคาดไว้จนถึงระดับที่เรายอมรับความเสียหายได้ หน้าที่หลักของมันคือการป้องกันไม่ให้ความเสียหายบานปลายจนกินเงินทุนหมดพอร์ต หลายคนที่เทรดจนหมดตัวมักมีสาเหตุมาจากการไม่ยอมตั้งจุดนี้ไว้ แล้วปล่อยให้ความรู้สึกส่วนตัวควบคุมการตัดสินใจจนกลายเป็นการฝากความหวังไว้กับราคาที่อาจจะกลับมา แต่ในความเป็นจริงตลาดไม่สนใจความหวังของใคร ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
ในขณะที่จุดทำกำไร หรือ จุดทำกำไร ทำหน้าที่ตรงกันข้าม คือเป็นคำสั่งที่สั่งให้ระบบปิดออเดอร์เมื่อราคาไปถึงเป้าหมายที่เราพอใจ ปัญหาของนักเทรดมือใหม่คือเมื่อราคาวิ่งไปในทิศทางที่ถูกต้อง มักจะเกิดความโลภเข้าคุม ไม่ยอมปิดออเดอร์เพราะหวังว่าราคาจะวิ่งไปไกลกว่านี้ สุดท้ายราคากลับตัวจนกำไรที่ควรได้กลายเป็นขาดทุน การตั้งจุดทำกำไรไว้ล่วงหน้าจึงเป็นการบังคับให้เรามีวินัยในการรักษาผลกำไรที่วางแผนไว้

ขั้นตอนการตั้งค่าบนแอปพลิเคชัน MetaTrader 4 แอนดรอยด์
การตั้งค่าการสั่งซื้อขายบนแอปพลิเคชัน MetaTrader 4 สำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เริ่มต้นจากการเปิดหน้าต่างสร้างออเดอร์ใหม่บนหน้าจอมือถือของคุณ จากนั้นกรอกราคาที่ต้องการในช่อง Stop Loss และ Take Profit ตามลำดับอย่างชัดเจน ข้อมูลจากบริษัท MetaQuotes ระบุว่าแอปพลิเคชัน MT4 มีผู้ใช้งานกว่า 90 ล้านบัญชีทั่วโลก จึงการออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้จึงถูกพัฒนาให้ใช้งานง่ายแม้บนหน้าจอขนาดเล็ก
การใช้งานแอปพลิเคชัน MetaTrader 4 บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์นั้นไม่ยากอย่างที่คิด ถ้าคุณเข้าใจตำแหน่งของปุ่มกดและเมนูต่างๆ อย่างชัดเจน เมนเทอร์จะอธิบายทีละขั้นตอนให้คุณเห็นภาพทั้งหมด
ขั้นแรกให้คุณเปิดแอปพลิเคชันขึ้นมาแล้วเลือกคู่เงินที่คุณต้องการเทรด จากนั้นกดที่หน้าจอกราฟเพื่อเรียกเมนูย่อยขึ้นมา คุณจะเห็นตัวเลือกที่เขียนว่า New Order ให้กดเลือกตรงนั้น หน้าจอจะเปลี่ยนไปสู่หน้าตั้งค่าออเดอร์ ซึ่งจะมีช่องให้คุณระบุขนาดล็อต หรือ Volume ก่อนเสมอ คุณต้องคำนวณขนาดล็อตให้เหมาะสมกับเงินทุนและระยะความเสี่ยงที่รับได้ก่อน จากนั้นเลื่อนนิ้วลงมาด้านล่างจะเห็นช่องสำหรับกรอกราคา จุดตัดขาดทุน และช่องสำหรับกรอกราคา จุดทำกำไร
วิธีกรอกตัวเลขต้องระมัดระวังเรื่องจำนวนทศนิยมให้ดี คู่เงินแต่ละคู่มีการนับจุดราคาที่ต่างกัน ยกตัวอย่างคู่เงินยูโรดอลลาร์จะมีทศนิยมห้าตำแหน่ง ถ้าคุณต้องการตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ระดับราคา 1.10500 คุณต้องกรอกตัวเลขนี้ลงไปให้ครบทุกตำแหน่ง หากคุณกรอกไม่ครบหรือผิดหลัก ระบบจะแจ้งเตือนว่าไม่สามารถตั้งค่าได้ อีกวิธีที่สะดวกกว่าการพิมพ์ตัวเลขคือการใช้นิ้วลากเส้นราคาบนกราฟ แต่ถ้าคุณต้องการความแม่นยำที่สุด การพิมพ์ตัวเลขราคาลงไปตรงๆ จะปลอดภัยกว่าการประเมินระยะด้วยสายตา
การตั้งค่าตอนเปิดออเดอร์ทันที
เมื่อคุณกรอกทั้งสองค่าเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถเลือกกด Buy หรือ Sell ได้เลย ระบบจะส่งคำสั่งเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ทันที และจุดตัดขาดทุนพร้อมจุดทำกำไรจะถูกผูกติดมากับออเดอร์นั้นโดยอัตโนมัติ คุณจะเห็นเส้นแดงและเส้นเขียวปรากฏบนหน้าจอกราฟของคุณ เส้นสีแดงคือระดับราคาที่ระบบจะตัดขาดทุนให้ ส่วนเส้นสีเขียวคือระดับราคาที่ระบบจะปิดออเดอร์พร้อมทำกำไรให้ วิธีนี้เป็นวิธีที่เมนเทอร์แนะนำให้ทำเป็นนิสัย เพราะมันคือการวางแผนก่อนเข้าตลาดอย่างมีระบบ
การเพิ่มจุดหลังจากเปิดออเดอร์ไปแล้ว
กรณีที่คุณรีบเข้าออเดอร์จนลืมตั้งค่าไว้ คุณสามารถกลับไปเพิ่มได้ภายหลัง ให้คุณไปที่แถบ Trade ด้านล่างของหน้าจอ กดค้างที่ออเดอร์ที่คุณเปิดไว้ จะมีเมนูย่อยเด่นขึ้นมาให้เลือก Modify Order จากนั้นหน้าจอจะกลับไปสู่หน้าที่คุณสามารถพิมพ์ราคาตัดขาดทุนและราคาทำกำไรเพิ่มเข้าไปได้ แล้วกดปุ่ม Modify เพื่อยืนยันการแก้ไข ระบบก็จะอัปเดตค่าใหม่ให้ทันที
วิธีคำนวณระยะและขนาดล็อตให้สมดุลกับเงินทุน
การคำนวณขนาดล็อตที่เหมาะสมต่อเงินทุนต้องอิงตามเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงสูงสุดที่ยอมรับได้ต่อการทำธุรกรรมหนึ่งครั้งร่วมกับระยะห่างของจุดตัดขาดทุน ตัวอย่างเช่น หากต้องการเสี่ยงเงิน 1% จากบัญชี 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ คุณจะสามารถสูญเสียได้สูงสุด 10 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการคำนวณนี้จะช่วยให้นักลงทุนรักษาเงินทุนหลักไว้ได้อย่างมั่นคง
การรู้วิธีกดตั้งค่าในแอปพลิเคชันเป็นเพียงขั้นตอนทางเทคนิค แต่หัวใจสำคัญคือการรู้ว่าเราควรตั้งระยะความเสี่ยงไว้ที่กี่จุด และควรเปิดออเดอร์ขนาดล็อตเท่าไรถึงจะไม่เสี่ยงต่อเงินทุนมากเกินไป เรื่องนี้คือความรู้ที่เทรดเดอร์ต้องเอาจริงเอาจัง
กฎข้อแรกที่เมนเทอร์สอนลูกศิษย์เสมอคือ ในหนึ่งออเดอร์คุณไม่ควรเสี่ยงเงินมากกว่าร้อยละสองถึงร้อยละสามของเงินทุนทั้งหมด ถ้าคุณมีเงินทุนหนึ่งพันดอลลาร์ คุณไม่ควรเสี่ยงขาดทุนเกินยี่สิบถึงสามสิบดอลลาร์ในการเทรดครั้งเดียว การคำนวณนี้ทำให้คุณรู้ว่าหากระยะตัดขาดทุนต้องอยู่ที่ห้าสิบจุด คุณต้องปรับขนาดล็อตให้เล็กลงเพื่อให้มูลค่าความเสียหายไม่เกินยี่สิบดอลลาร์ แต่ถ้าระยะตัดขาดทุนอยู่ที่ยี่สิบจุด คุณอาจจะเปิดล็อตใหญ่ขึ้นได้บ้างในขอบเขตที่ปลอดภัย
ตัวอย่างการคำนวณจริงให้เห็นภาพชัดเจน สมมติว่าคุณเทรดคู่เงินยูโรดอลลาร์ ซึ่งมูลค่าหนึ่งล็อตมาตรฐานต่อหนึ่งจุดเท่ากับสิบดอลลาร์ คุณมีเงินทุนหนึ่งพันดอลลาร์ และยอมรับความเสี่ยงที่ยี่สิบดอลลาร์ คุณวิเคราะห์กราฟแล้วเห็นว่าควรตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ระยะสี่สิบจุดจากราคาเข้า การคำนวณหาขนาดล็อตที่เหมาะสมทำได้โดยนำเงินทุนที่ยอมเสี่ยงยี่สิบดอลลาร์ หารด้วยระยะตัดขาดทุนสี่สิบจุด จะได้ค่าออกมาเท่ากับศูนย์จุดห้าดอลลาร์ต่อจุด จากนั้นนำค่านี้หารด้วยมูลค่าต่อจุดของหนึ่งล็อตมาตรฐานซึ่งเท่ากับสิบดอลลาร์ ผลลัพธ์ที่ได้คือศูนย์จุดศูนย์ห้าล็อต นั่นหมายความว่าคุณควรเปิดออเดอร์ขนาดศูนย์จุดศูนย์ห้าล็อต หรือเท่ากับห้าไมโครล็อต ด้วยวิธีนี้คุณจะสามารถควบคุมความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าราคาจะวิ่งไปสวนทิศทางเท่าไร คุณก็จะเสียเงินไม่เกินยี่สิบดอลลาร์ตามที่วางแผนไว้
การปรับเปลี่ยนจุดราคาเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง
เมื่อเกิดเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทิศทางราคา นักลงทุนสามารถปรับเปลี่ยนระดับราคาเป้าหมายหรือขีดจำกัดการขาดทุนได้โดยการกดค้างบนรายการออเดอร์ที่ทำการเปิดไว้ในแอปพลิเคชัน เพื่อเลือกฟังก์ชันแก้ไขคำสั่ง การดำเนินการนี้ทำให้กลยุทธ์การซื้อขายมีความยืดหยุ่นสูงและสอดคล้องกับสภาพตลาดปัจจุบันแบบเรียลไทม์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลายคนเข้าใจผิดว่าเมื่อตั้งค่าไว้แล้วห้ามแก้ไขเด็ดขาด ความจริงคือเราสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาวะตลาด แต่ต้องมีหลักการและเหตุผลที่ชัดเจน ไม่ใช่ปรับเพราะความกลัวหรือความโลภ
เมื่อราคาวิ่งไปในทิศทางที่คุณคาดไว้และเริ่มทำกำไรให้คุณ คุณสามารถขยับจุดตัดขาดทุนขึ้นมาใกล้ราคาปัจจุบันมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงหรือล็อกกำไรไว้บางส่วน วิธีนี้เราเรียกว่าการดันจุดตัดขาดทุน ยกตัวอย่างเช่น คุณเปิดออเดอร์ซื้อไว้ที่ราคาหนึ่งจุดหนึ่งศูนย์ห้า และตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่หนึ่งจุดหนึ่งศูนย์ ต่อมาราคาวิ่งขึ้นไปถึงหนึ่งจุดหนึ่งเจ็ด คุณสามารถเข้าไปแก้ไขจุดตัดขาดทุนขยับขึ้นมาที่หนึ่งจุดหนึ่งห้า ซึ่งเป็นระดับราคาเข้าเดิม วิธีนี้ทำให้คุณไม่มีความเสี่ยงในออเดอร์นี้อีกต่อไป ถ้าราคากลับตัวลงมา คุณก็จะปิดออเดอร์แบบไม่ขาดทุน แต่ถ้าราคายังวิ่งขึ้นไปถึงเป้าทำกำไร คุณก็ได้กำไรเต็มจำนวน
การแก้ไขจุดทำกำไรก็เป็นสิ่งที่ทำได้ หากคุณเห็นว่าแรงซื้อยังแข็งแกร่งและราคามีโอกาสวิ่งไปไกลกว่าเป้าเดิมที่ตั้งไว้ คุณอาจจะขยับเส้นสีเขียวออกไปไกลขึ้น แต่ต้องระวังว่าอย่าปรับเพราะความโลภจนเกินเหตุ สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันเสมอคือเมื่อคุณขยับเป้าทำกำไรออกไป คุณต้องพิจารณาดันจุดตัดขาดทุนขึ้นมาด้วยเพื่อรักษาสัดส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนให้สมดุลอยู่เสมอ
ข้อควรระวังในการใช้งานบนมือถือ
การเทรดผ่านโทรศัพท์มือถือมีข้อจำกัดเรื่องขนาดหน้าจอ คุณอาจจะมองภาพใหญ่ของกราฟได้ไม่ชัดเท่าบนคอมพิวเตอร์ ดังนั้นเวลาที่คุณตั้งค่าราคาต่างๆ ควรตรวจสอบตัวเลขให้ถูกต้องหลายๆ ครั้ง อีกปัญหาที่พบบ่อยคือสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ไม่เสถียร หากคุณกดปุ่มยืนยันการแก้ไขในจังหวะที่สัญญาณหลุด คำสั่งอาจจะไม่ถูกส่งไปถึงเซิร์ฟเวอร์ ทำให้จุดตัดขาดทุนของคุณยังอยู่ในตำแหน่งเดิม คุณต้องดูที่หน้าต่างรายการออเดอร์ว่าค่าที่แสดงผลเปลี่ยนไปตามที่คุณตั้งใจหรือไม่ทุกครั้งหลังกดแก้ไข
การเปรียบเทียบวิธีการตั้งค่าความเสี่ยง
การวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างการใช้สัดส่วนความเสี่ยงคงที่ต่อการเทรดหนึ่งครั้งกับการปรับขนาดตามอัตราการชนะพบว่ามีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน โดยการใช้สัดส่วนความเสี่ยงคงที่ที่ร้อยละ 1 ถึง 2 ของเงินทุนมักได้รับการยอมรับว่าเป็นวิธีที่เสถียรที่สุดสำหรับผู้เล่นส่วนใหญ่ เนื่องจากช่วยป้องกันความเสียหายรุนแรงจากการคาดเดาผิดพลาดในช่วงที่ราคาวิ่งแรง
เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมของตัวเลือกที่มีอยู่บนแอปพลิเคชัน เมนเทอร์ขอสรุปความแตกต่างของวิธีการตั้งค่าต่างๆ ไว้ในตารางเปรียบเทียบ เพื่อให้คุณเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์การเทรดของคุณในแต่ละครั้ง
| วิธีการตั้งค่า | ความแม่นยำ | ความสะดวกสบาย | เหมาะกับสถานการณ์ใด |
|---|---|---|---|
| พิมพ์ราคาตรงๆ ในช่องกรอก | สูงมาก ไม่ผิดพลาด | ใช้เวลาหน่อย ต้องคำนวณราคาก่อน | เหมาะกับการเทรดแบบมีแผนล่วงหน้าชัดเจน |
| ลากเส้นราคาบนหน้าจอกราฟ | กลาง อาจติดเศษทศนิยมผิด | เร็วและเห็นภาพได้ทันที | เหมาะเมื่อต้องการปิดออเดอร์ด่วนในตลาดผันผวน |
| ใช้ฟังก์ชันดันจุดตัดขาดทุนอัตโนมัติ | ขึ้นกับการตั้งค่าระยะล่วงหน้า | สะดวกที่สุด ระบบทำให้เอง | เหมาะกับการเทรดตามแนวโน้มระยะยาว |
| ไม่ตั้งค่าไว้เลยแล้วดูตลาดเอง | ไม่แน่นอนขึ้นกับอารมณ์ | อันตรายมาก เสี่ยงหมดพอร์ต | ไม่แนะนำให้ทำเด็ดขาดในทุกสถานการณ์ |
สร้างวินัยการเทรดผ่านการวางแผนล่วงหน้า
การวางแผนกลยุทธ์การซื้อขายล่วงหน้าอย่างละเอียดเป็นปัจจัยหลักในการสร้างวินัยที่แข็งแกร่งให้กับนักลงทุน เพราะการกำหนดเป้าหมายและขีดจำกัดไว้ก่อนเข้าสู่ตลาดจะช่วยตัดปัญหาการตัดสินใจด้วยอารมณ์ที่มักนำไปสู่ความพ่ายแพ้ สถิติชี้ให้เห็นว่าผู้ที่มีการทำแผนการเทรดเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเคร่งครัดจะมีอัตราการรักษาเงินทุนในระยะยาวได้ดีกว่าผู้ที่เทรดตามสัญชาตญาณอย่างเห็นได้ชัด
เครื่องมือทุกอย่างบนแอปพลิเคชันจะไร้ความหมาย ถ้าคุณไม่มีวินัยในการใช้งานมันอย่างจริงจัง การตั้งจุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไรไม่ใช่แค่การกดปุ่ม แต่มันคือการสะท้อนถึงระบบการเทรดที่ชัดเจนของคุณ
เมื่อคุณเปิดออเดอร์พร้อมตั้งค่าทั้งสองอย่างไว้ล่วงหน้า คุณได้ตัดปัญหาการตัดสินใจด้วยอารมณ์ออกไปเกินครึ่ง คุณรู้แล้วว่าคุณจะเสียเงินมากที่สุดเท่าไร และคุณรู้ว่าคุณจะได้กำไรเท่าไรเมื่อถึงเป้าหมาย สิ่งที่คุณต้องทำต่อไปคือปล่อยให้ตลาดทำงานของมัน นักเทรดหลายคนมักเสียเวลาอยู่กับการจ้องหน้าจอโทรศัพท์แล้วกังวลว่าราคาจะขึ้นหรือลง การมีจุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไรที่ชัดเจนช่วยให้คุณสามารถวางโทรศัพท์ลงได้ และกลับไปทำกิจกรรมอื่นๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างสบายใจ
อีกประการหนึ่งที่เมนเทอร์อยากเน้นย้ำคือ อย่าเปลี่ยนจุดตัดขาดทุนให้กว้างขึ้นเด็ดขาดเมื่อราคาใกล้จะแตะเส้นแดง นี่เป็นความผิดพลาดร้ายแรงที่เทรดเดอร์มือใหม่ทำกันบ่อยครั้ง เมื่อราคาใกล้แตะจุดตัดขาดทุน ความรู้สึกปฏิเสธความพ่ายแพ้จะเข้ามาหลอกให้คุณคิดว่าราคาจะกลับตัว คุณจึงเข้าไปขยับเส้นแดงออกไปไกลขึ้นเพื่อให้ราคาไม่ถูกตัด ผลที่ตามมาคือความเสียหายทวีคูณ หากคุณตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ไหน ให้ยึดถือตรงนั้นเป็นหลัก การยอมรับความเสียหายเล็กน้อยเพื่อรักษาเงินทุนส่วนใหญ่ไว้ ดีกว่าการเสี่ยงจนหมดตัวเพราะความรู้สึกส่วนตัว การฝึกฝนวินัยนี้บนแอปพลิเคชันมือถือจะเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งให้คุณเติบโตเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จในระยะยาว
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
ความสงสัยที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงในตลาดการเงินมักเน้นไปที่ประเด็นระยะเวลาที่เหมาะสมในการปรับเปลี่ยนคำสั่งและวิธีรับมือกับช่วงราคาที่ไหลวิ่งไม่หยุดนิ่ง การทำความเข้าใจข้อจำกัดของโบรกเกอร์ในเรื่องระยะห่างของราคาตลาดกับจุดสั่งซื้อขายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการส่งคำสั่งถูกปฏิเสธจากระบบและทำให้การจัดการพอร์ตการลงทุนเป็นไปอย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น
ทำไมต้องตั้ง จุดตัดขาดทุน ทุกครั้งที่เปิดออเดอร์
การตั้งจุดตัดขาดทุนเป็นการปกป้องเงินทุนของคุณจากความผันผวนของราคาที่ไม่คาดฝัน หากไม่มีจุดตัดขาดทุน ราคาอาจวิ่งสวนทิศทางจนพอร์ตเสียหายหนักหรือถึงขั้นขาดสภาพคล่อง มันช่วยให้คุณควบคุมความเสี่ยงได้ล่วงหน้าและไม่ต้องนั่งจ้องหน้าจอตลอดเวลา การกำหนดความเสี่ยงที่ชัดเจนคือนิสัยพื้นฐานของเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ
ตั้ง จุดทำกำไร แล้วราคายังวิ่งต่อ ควรเสียดายไหม
ไม่ควรรู้สึกเสียดายเพราะคุณทำตามแผนที่วางไว้อย่างมีวินัย การได้กำไรตามเป้าหมายที่คำนวณไว้ดีกว่าการรอจนราคากลับตัวแล้วกลายเป็นขาดทุน คุณสามารถปรับเป้ากำไรในครั้งต่อไปได้หากเห็นว่าตลาดยังมีแนวโน้มที่ยาวนาน สิ่งสำคัญคือทำกำไรได้สม่ำเสมอมากกว่าการเอาชนะราคาทุกแท่ง
สามารถแก้ไขระยะ จุดตัดขาดทุน หลังจากเปิดออเดอร์แล้วได้ไหม
สามารถแก้ไขได้ตลอดเวลาบนแอปพลิเคชัน MetaTrader 4 โดยการกดค้างที่ออเดอร์นั้นแล้วเลือกเมนูแก้ไข คุณสามารถขยับจุดตัดขาดทุนตามราคาที่เคลื่อนตัวไปในทิศทางที่เป็นคุณเพื่อล็อกกำไรหรือลดความเสี่ยง แต่ห้ามย้ายจุดตัดขาดทุนออกไปไกลขึ้นเพราะจะเพิ่มความเสี่ยงมากกว่าเดิม การปรับแต่งต้องมีเหตุผลจากโครงสร้างกราฟเท่านั้น
Trailing Stop บนมือถือทำงานอย่างไร
Trailing Stop เป็นฟังก์ชันที่ช่วยปรับจุดตัดขาดทุนตามราคาอัตโนมัติในทิศทางที่คุณเปิดออเดอร์ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณตั้งระยะ 50 จุด ระบบจะดันจุดตัดขาดทุนขึ้นตามราคาที่วิ่งไปทำกำไร 50 จุด แต่ต้องทราบว่าบนมือถือฟังก์ชันนี้จะทำงานได้ต่อเมื่อแอปยังเปิดอยู่และเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ หากปิดแอประบบจะใช้จุดตัดขาดทุนชุดสุดท้ายที่บันทึกไว้เท่านั้น
ควรตั้ง จุดตัดขาดทุน กี่จุดจึงจะเหมาะสม
ไม่มีตัวเลขตายตัวเพราะขึ้นอยู่กับความผันผวนของคู่เงินและกรอบเวลาที่คุณใช้ วิธีที่นิยมคือดูจากแนวรับแนวต้านหรือใช้ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลังเพื่อกำหนดช่วงราคาที่สมเหตุสมผล โดยทั่วไปมักไม่ควรกว้างเกินไปจนเสี่ยงต่อเงินทุนมาก และไม่ควรแคบจนราคาแตะก่อนจะวิ่งไปทิศทางที่คาดไว้ คุณต้องคำนวณขนาดล็อตให้สัมพันธ์กับระยะตัดขาดทุนเสมอ
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
- ▸ คู่มือวิเคราะห์หลายไทม์เฟรม เทคนิคเทรด Forex ฉบับปี 2568
- ▸ Margin Call คืออะไร วิธีป้องกัน — คู่มือฉบับสมบูรณ์ 2026
- ▸ เจาะลึกค่าคอมมิชชั่นทองคำ XAU 2569: คืออะไร คิดยังไง ลดต้นทุน
- ▸ Gold XAU/USD วิธีเทรด Safe Haven Inflation Hedge Forex
- ▸ คู่มือ Moving Average EMA vs SMA กลยุทธ์เทรด Forex Golden Cross
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย











TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文