Grid Trading ทองคำคือการแบ่งกรอบราคาเพื่อเก็บกำไรจากการแกว่งตัว โดยไม่ต้องทายทิศทาง บทความนี้สอนวิธีตั้งค่า ข้อดี ข้อเสีย และจุดเสี่ยงที่ต้องระวัง 1

การทำ Grid Trading ทองคำเป็นเทคนิคที่เน้นทำกำไรจากการแกว่งตัวของราคาในกรอบ โดยไม่ต้องนั่งทายทิศทางว่าจะขึ้นหรือลง บทความนี้จะมาสอนวิธีตั้งค่าและจุดที่ต้องระวัง นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
Grid Trading คืออะไรและทำไมถึงเหมาะกับทองคำ

Grid Trading คือกลยุทธ์การวางคำสั่งซื้อขายแบบอัตโนมัติในช่วงราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเพื่อทำกำไรจากการแกว่งตัวของราคาไปมา ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับทองคำที่มีแนวโน้มพื้นฐานแข็งแกร่งในระยะยาวและมักมีการไหนเวียนสภาพคล่องมหาศาลทำให้ราคามีการขยับตัวเป็นช่วงๆ อย่างต่อเนื่อง สร้างโอกาสทำกำไรได้คงที่
การเทรดแบบกริดคือการแบ่งกรอบราคาออกเป็นช่องๆ แล้ววางคำสั่งซื้อขายไว้ตามจุดต่างๆ โดยหวังให้ราคาเดินไปข้างหน้าแล้วกลับมาเก็บกำไรทีละส่วน ไม่ต้องรอให้ราคาวิ่งยาวเป็นพันจุดก็ได้กำไร
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนค่อนข้างสม่ำเสมอ บางช่วงราคาจะไปขึ้นลงอยู่ในระยะห่างแค่ยี่สิบถึงสามสิบดอลลาร์เป็นเวลาหลายวัน ลักษณะแบบนี้แหละที่ทำให้กริดทำงานได้ดี เพราะราคาจะแตะจุดเปิดและปิดออเดอร์ไปเรื่อยๆ ทำให้เราเห็นกำไรสะสมเพิ่มขึ้นทุกวันโดยที่ไม่ต้องเครียดว่าตลาดจะไปทางไหน ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
อีกเหตุผลคือทองคำมีสภาพคล่องสูงมาก สเปรดระหว่างราคาซื้อและราคาขายจึงแคบ การเปิดออเดอร์หลายๆ ครั้งจะไม่โดนค่าใช้จ่ายกัดกำไรไปเยอะ ต่างจากการทำกริดกับคู่เงินเล็กๆ ที่สเปรดกว้างจนบางครั้งกำไรยังไม่ทันเท่าค่าธรรมเนียม นี่คือจุดเด่นที่ทำให้นักเทรดจำนวนมากเลือกใช้ทองคำในการทำระบบนี้
วิธีตั้งค่ากริดทองคำให้เหมาะกับสภาพตลาด
การตั้งค่ากริดทองคำให้เหมาะสมกับสภาพตลาดต้องเริ่มจากการระบุช่วงราคาสูงสุดและต่ำสุดในรอบหลายเดือน จากนั้นแบ่งช่วงราคาดังกล่าวออกเป็นระดับต่างๆ อย่างสม่ำเสมอเพื่อวางคำสั่งซื้อขาย โดยปรับระยะห่างของแต่ละกริดให้กว้างขึ้นหากตลาดมีความผันผวนสูงเพื่อป้องกันการทำงานผิดพลาดจากสัญญาณรบกวน
การตั้งค่ากริดที่ดีต้องเริ่มจากการมองหากรอบราคาที่ราคาน่าจะวิ่งอยู่ข้างใน โดยดูจากแนวรับและแนวต้านที่ชัดเจนบนชาร์ต แล้วค่อยแบ่งช่องกริดออกมาเป็นระยะๆ อย่าเพิ่งรีบเปิดออเดอร์โดยไม่มีขอบเขต
ขั้นแรกให้ไปดูชาร์ตทองคำในระดับวันหรือสี่ชั่วโมงก่อน หาจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา สมมติว่าทองคำวิ่งอยู่ระหว่างราคาสองพันสามร้อยถึงสองพันสามร้อยห้าสิบดอลลาร์ ก็ให้ใช้กรอบนี้เป็นเขตการทำงานของกริดเรา จากนั้นก็แบ่งกรอบนี้ออกเป็นช่องเล็กๆ เช่นห่างกันช่องละห้าดอลลาร์หรือประมาณห้าร้อยพอยต์ จะได้จำนวนช่องที่พอเหมาะกับการสะสมล็อต
การกำหนดระยะห่างของแต่ละช่องกริดเป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าตั้งช่องแคบเกินไปเช่นห่างกันแค่หนึ่งดอลลาร์ ราคาอาจจะแตะแล้วเปิดออเดอร์ถี่เกินไปจนความเสี่ยงสะสมล็อตขาดทุนสูง แต่ถ้าตั้งห่างเกินไปเช่นช่องละยี่สิบดอลลาร์ ราคาอาจจะไม่แตะจุดเปิดออเดอร์เลยตลอดทั้งสัปดาห์ ทำให้ระบบไม่ทำงาน ดังนั้นควรปรับระยะให้สอดคล้องกับความผันผวนของตลาดในขณะนั้น
การคำนวณขนาดล็อตให้ปลอดภัย
การกำหนดขนาดล็อตต้องคำนึงถึงทุนและจำนวนช่องกริดที่ตั้งไว้ หากตั้งกริดไว้สิบช่องและใช้ล็อตเริ่มต้นที่ศูนย์จุดหนึ่งล็อต ก็ต้องคำนวณว่าหากราคาวิ่งไปทิศทางเดียวจนเปิดครบทุกช่อง การสะสมขาดทุนจะอยู่ที่เท่าไรและทุนของเรารับไหวหรือไม่
วิธีที่ผมแนะนำคือใช้ล็อตคงที่ตลอดทุกช่องเพื่อให้คำนวณง่ายและควบคุมความเสี่ยงได้ ตัวอย่างเช่นใช้ล็อตขนาดศูนย์จุดศูนย์ห้าต่อหนึ่งช่องกริด ถ้าราคาเปิดออเดอร์ห้าช่องก็จะมีล็อตรวมอยู่ที่ศูนย์จุดสองห้าล็อต ระดับความเสี่ยงนี้ยังอยู่ในช่วงที่ทุนขนาดหมื่นบาทรับได้ แต่ถ้าใช้ล็อตใหญ่เกินไปตั้งแต่ช่องแรก พอราคาวิ่งหนีไปเรื่อยๆ การสะสมขาดทุนจะกินทุนจนถึงจุดตัดทุนก่อนที่ราคาจะกลับมา
ข้อดีของการทำกริดกับทองคำ
ข้อดีของการทำกริดกับทองคำคือช่วยลดความเครียดในการติดตามดูแลพอร์ตการลงทุนตลอดเวลาเพราะระบบจะทำงานอัตโนมัติ สามารถทำกำไรได้ทั้งในตลาดที่ราคาไปข้างหน้าหรือถอยหลังตราบใดที่ราคายังคงขยับตัวไปมาภายในกรอบที่กำหนด อีกทั้งยังช่วยกระจายจุดเข้าซื้อเพื่อลดความเสี่ยงจากการเข้าตลาดผิดจังหวะ
ข้อดีหลักของการทำกริดคือไม่ต้องทายทิศทางตลาดให้ถูก ขอแค่ราคาเดินไปข้างหน้าแล้วกลับมาบ้างก็พอ ทำให้นักเทรดที่ไม่ถนัดการวิเคราะห์เทรนด์สามารถทำกำไรได้ในตลาดที่ไปๆกลับๆ
อีกจุดที่ดีคือระบบนี้ทำงานได้ตลอดเวลา ไม่ว่าราคาจะขึ้นหรือลง ตราบใดที่ยังอยู่ในกรอบที่ตั้งไว้ ระบบจะค่อยๆ เก็บกำไรทีละเล็กทีละน้อยให้เราโดยอัตโนมัติ ทำให้เราไม่ต้องนั่งจ้องหน้าจอตลอดเวลา สามารถตั้งค่าไว้แล้วไปทำงานอย่างอื่นได้ ซึ่งเหมาะมากกับคนที่เทรดเป็นงานประจำและมีเวลาดูแค่ช่วงเย็นหรือก่อนนอน
การทำกริดยังช่วยกระจายความเสี่ยงในการเข้าตลาดได้ดี แทนที่จะเปิดล็อตใหญ่ทีเดียวในจุดเดียว เราแบ่งการเข้าเป็นหลายๆ ครั้ง ทำให้ราคาเฉลี่ยของเราไม่ได้อยู่ที่จุดสูงสุดหรือต่ำสุด แต่กระจายอยู่ในช่วงราคาที่สม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงที่จะเข้าไปตอนที่ราคาอยู่จุดสุดโต่งแล้ววิ่งกลับทันที
ข้อเสียและความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนใช้
ข้อเสียและความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนใช้กลยุทธ์นี้คือหากราคาทองคำทะลุช่วงกริดที่ตั้งไว้อย่างต่อเนื่องจะส่งผลให้เกิดการถือสินทรัพย์ที่ขาดทุนสะสมจำนวนมาก และอาจทำให้เงินทุนในบัญชีหมดก่อนที่ราคาจะกลับมาฟื้นตัวได้ นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่สะสมสูงหากตั้งระยะกริดแคบเกินไป
ข้อเสียใหญ่ที่สุดของการทำกริดคือเมื่อราคาวิ่งไปทิศทางเดียวยาวๆ โดยไม่กลับมา ระบบจะสะสมล็อตขาดทุนลึกขึ้นเรื่อยๆ จนอาจจะกินทุนจนหมดบัญชี ถ้าไม่มีการตั้งจุดตัดทุนที่ชัดเจน
ปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยมากเวลาที่มีข่าวเศรษฐกิจใหญ่ๆ เช่นการประกาศอัตราดอกเบี้ยหรือสงคราม ทองคำอาจจะวิ่งขึ้นหรือลงไปหลายสิบดอลลาร์ในวันเดียว พอราคาทะลุกรอบที่ตั้งไว้ ระบบจะเปิดออเดอร์ขาดทุนสะสมไปเรื่อยๆ แล้วรอให้ราคากลับมา แต่ถ้าราคาไม่กลับมาภายในระยะเวลาที่ทุนของเราจะรับไหว ก็จะถึงจุดที่ต้องตัดขาดทุนขาดล้านทั้งกำไรที่สะสมมาทั้งเดือน
อีกปัญหาคือการใช้ทุนที่ไม่พอเหมาะกับจำนวนกริดที่ตั้งไว้ หลายคนตั้งกริดไว้เยอะมากแต่ทุนน้อย พอราคาเปิดออเดอร์ได้ครึ่งหนึ่งก็ใช้เงินประกันจนหมดแล้ว ทำให้ไม่สามารถเปิดออเดอร์เพิ่มได้และระบบก็ไม่ทำงานตามที่วางไว้ ดังนั้นต้องคำนวณให้แม่นยำว่าทุนเท่าไรรับได้กี่ช่องก่อนที่จะเริ่มตั้งค่า
การจัดการเมื่อราคาทะลุกรอบกริด
เมื่อราคาทะลุกรอบกริดด้านบนหรือด้านล่าง สิ่งแรกที่ต้องทำคืออย่าตื่นและอย่ารีบปิดออเดอร์ทั้งหมดทันที ให้ประเมินสภาพตลาดก่อนว่าการทะลุนั้นเป็นการแหวกแนวรับแนวต้านจริงหรือเป็นแค่การแกว่งตัวชั่วคราวจากข่าว
ถ้าดูว่าราคาทะลุไปแล้วไม่กลับเข้ามาในกรอบเดิม และมีแนวโน้มจะเป็นเทรนด์ใหม่ ก็ให้พิจารณาตัดขาดทุนตามที่ตั้งไว้ แต่ถ้ายังเป็นแค่การแกว่งตัวและราคาน่าจะกลับเข้ามาในกรอบได้ ก็อาจจะปรับขยายกรอบกริดออกไปอีกเล็กน้อยเพื่อรองรับความผันผวน ทั้งนี้ต้องดูว่าทุนของเรายังรับความเสี่ยงเพิ่มได้อยู่หรือไม่ด้วย
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขาดทุนจริง
สมมติว่านักลงทุนตั้งกริดทองคำช่วงละ 10 ดอลลาร์ เริ่มจากราคา 2,000 ดอลลาร์ หากราคาลงไปที่ 1,990 ระบบจะซื้อไว้ 1 ช่วง และเมื่อราคาเด้งกลับขึ้นไปที่ 2,000 ดอลลาร์อีกครั้ง ระบบจะขายออกไปเก็บกำไร 10 ดอลลาร์ แต่ถ้าราคาตกหลุดลงไปที่ 1,950 โดยไม่เด้งกลับ จะเกิดการถือตำแหน่งขาดทุนสะสมรวมกันหลายช่วงจนอาจรับมือไม่ไหว
มาดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน สมมติว่าเราตั้งกริดทองคำระหว่างราคาสองพันสามร้อยยี่สิบถึงสองพันสามร้อยแปดสิบดอลลาร์ ระยะห่างช่องละห้าดอลลาร์ ใช้ล็อตขนาดศูนย์จุดหนึ่งล็อตต่อช่อง จะได้ทั้งหมดสิบสามช่องในกรอบนี้
สมมติราคาเริ่มต้นอยู่ที่สองพันสามร้อยห้าสิบดอลลาร์ ระบบจะเปิดออเดอร์ขายที่ราคาสองพันสามร้อยห้าสิบห้า สองพันสามร้อยหกสิบ สองพันสามร้อยหกสิบห้า ไปเรื่อยๆ และเปิดออเดอร์ซื้อที่ราคาสองพันสามร้อยสี่สิบห้า สองพันสามร้อยสี่สิบ สองพันสามร้อยสามสิบห้า ลงไป แต่ละออเดอร์จะตั้งเป้ากำไรไว้ที่ระยะห่างห้าดอลลาร์จากจุดเปิด พอราคาวิ่งขึ้นไปแตะสองพันสามร้อยหกสิบแล้วกลับลงมาแตะสองพันสามร้อยห้าสิบห้า ออเดอร์ขายที่เปิดไว้ก็จะปิดไปด้วยกำไรห้าดอลลาร์คูณด้วยล็อตศูนย์จุดหนึ่งเท่ากับห้าสิบดอลลาร์ต่อเดอร์
ทีนี้มาดูกรณีที่ราคาวิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ จนเปิดออเดอร์ขายครบห้าช่องที่ราคาสองพันสามร้อยห้าสิบห้า สองพันสามร้อยหกสิบ สองพันสามร้อยหกสิบห้า สองพันสามร้อยเจ็ดสิบ และสองพันสามร้อยเจ็ดสิบห้า ราคาเฉลี่ยของการขายทั้งหมดจะอยู่ที่สองพันสามร้อยหกสิบห้าดอลลาร์ ถ้าราคาปัจจุบันอยู่ที่สองพันสามร้อยแปดสิบดอลลาร์ การขาดทุนลอยตัวจะเท่ากับห้าดอลลาร์คูณด้วยจำนวนออเดอร์ทั้งหมดห้าออเดอร์คูณด้วยล็อตศูนย์จุดหนึก รวมเป็นขาดทุนลอยตัวสองร้อยห้าสิบดอลลาร์ ในขณะที่กำไรที่ปิดไปแล้วจากการเดินไปกลับในกรอบอาจจะอยู่ที่ประมาณหนึ่งร้อยดอลลาร์ แปลว่าขาดทุนสุทธิอยู่ที่หนึ่งร้อยห้าสิบดอลลาร์ ถ้าราคากลับลงมาแตะสองพันสามร้อยหกสิบห้าก็จะปิดออเดอร์ไปทีละตัวจนกลับมาเป็นกำไร แต่ถ้าราคาไม่กลับมาและทะลุสองพันสามร้อยแปดสิบไปเรื่อยๆ ก็ต้องตัดขาดทุนที่ระดับที่ตั้งไว้เพื่อรักษาทุนไว้
ตารางเปรียบเทียบการตั้งค่ากริดแบบต่างๆ
ตารางเปรียบเทียบการตั้งค่ากริดแบบต่างๆ จะแสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างการใช้กริดแบบช่องไฟแคดที่เน้นทำกำไรรายย่อยบ่อยครั้งแต่มีความเสี่ยงสูงจากค่าธรรมเนียมและการวิ่งทะลุกรอบ เมื่อเทียบกับแบบช่องไฟกว้างที่ทำกำไรได้น้อยครั้งกว่าแต่ปลอดภัยกว่าในตลาดที่ผันผวนรุนแรง โดยผู้ลงทุนต้องเลือกสมดุลระหว่างความถี่และความคุ้มค่าต่อจำนวนเงินลงทุน
| รูปแบบการตั้งค่า | ระยะห่างต่อช่อง | ขนาดล็อตต่อช่อง | ความเสี่ยงและผลตอบแทน |
|---|---|---|---|
| กริดแบบแน่น | สองดอลลาร์ | ศูนย์จุดหนึ่งล็อต | เปิดออเดอร์ถี่กำไรเร็วแต่สะสมขาดทุนเร็วมากเหมาะกับตลาดเฉยๆ |
| กริดแบบกลาง | ห้าดอลลาร์ | ศูนย์จุดหนึ่งล็อต | สมดุลระหว่างโอกาสทำกำไรและความเสี่ยงเหมาะกับตลาดปกติ |
| กริดแบบห่าง | สิบดอลลาร์ | ศูนย์จุดสองล็อต | เปิดออเดอร์น้อยกำไรช้าแต่รับความผันผวนได้ดีเหมาะกับตลาดผันผวนสูง |
| กริดแบบมาร์ติงเกล | ห้าดอลลาร์ | เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ | กำไรกลับมาเร็วแต่ความเสี่ยงสูงมากไม่แนะนำให้ใช้ |
การปรับใช้กริดในช่วงข่าวใหญ่
ในช่วงที่มีข่าวเศรษฐกิจสำคัญเช่นตัวเลขเงินเฟ้อหรือการประกาศนโยบายของธนาคารกลาง ความผันผวนของทองคำจะเพิ่มขึ้นมาก การทำกริดในช่วงเวลาแบบนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะราคาอาจจะวิ่งออกนอกกรอบได้ง่าย
วิธีที่ผมแนะนำคือในช่วงก่อนข่าวออกประมาณหนึ่งชั่วโมง ให้พิจารณาปิดออเดอร์ที่ขาดทุนอยู่ชั่วคราวและรอให้ข่าวออกไปก่อน พอราคาเดินจบคลื่นใหญ่และเข้าสู่ภาวะสงบลง ค่อยประเมินกรอบราคาใหม่และตั้งกริดใหม่อีกครั้ง การทำแบบนี้จะช่วยหลีกเลี่ยงการโดนความผันผวนรุนแรงที่อาจจะกวาดกริดของเราไปหมด แม้ว่าจะเสียโอกาสทำกำไรในช่วงข่าวไปบ้าง แต่ก็ปลอดภัยกว่าการเสี่ยงให้ระบบเปิดออเดอร์ขาดทุนสะสมจนทุนหมด
อีกวิธีคือถ้าต้องการทำต่อในช่วงข่าวจริงๆ ก็ให้ขยายระยะห่างของช่องกริดให้กว้างขึ้นเป็นสองเท่าของปกติ เพื่อลดจำนวนออเดอร์ที่จะเปิดในช่วงที่ราคาวิ่งเร็ว และต้องลดขนาดล็อตลงครึ่งหนึ่งด้วยเพื่อควบคุมความเสี่ยง แต่ถ้าไม่มั่นใจจริงๆ การออกจากตลาดไปก่อนและรอเข้าใหม่หลังข่าวก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับนักเทรดกริด
สรุปแนวทางการใช้งาน
การทำกริดกับทองคำเป็นเทคนิคที่ใช้ได้จริงและทำกำไรได้ในสภาพตลาดที่เหมาะสม แต่ต้องเข้าใจว่าไม่มีระบบไหนที่ทำกำไรได้ทุกสภาพตลาด การรู้จักเลือกช่วงเวลาและการควบคุมความเสี่ยงคือหัวใจสำคัญที่ทำให้กริดเป็นเครื่องมือสร้างกำไรไม่ใช่เครื่องมือทำลายบัญชี
ขอให้เริ่มจากการตั้งค่าแบบกริดกลางก่อน ใช้ล็อตเล็กๆ และทดลองในช่วงที่ตลาดไม่มีข่าวใหญ่ เมื่อเริ่มเข้าใจการทำงานของระบบและรู้จักจังหวะที่ราคาจะกลับมาในกรอบ ค่อยปรับเพิ่มขนาดล็อตหรือปรับระยะกริดตามความเหมาะสม อย่ารีบเร่งทำกำไรเยอะๆ ในช่วงแรกเพราะความเสี่ยงที่ตามมาอาจจะไม่คุ้มกับกำไรที่ได้ ค่อยๆ สะสมและเรียนรู้จากการทำงานจริงจะดีที่สุด
สุดท้ายอย่าลืมว่าการตั้งจุดตัดทุนเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการทำกริด ไม่ว่าจะมั่นใจแค่ไหนก็ตาม ตลาดมีได้มีเสียเสมอ การยอมรับความเสียหายเล็กน้อยเพื่อรักษาทุนไว้ต่อสู้วันต่อๆ ไป ดีกว่าการฝืนรอจนราคากลับมาโดยไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไร ขอให้ทุกคนใช้กริดอย่างมีวินัยและทำกำไรได้ยั่งยืนในระยะยาว
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกลยุทธ์นี้มักเกี่ยวข้องกับการหาจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการปิดระบบกริดทั้งหมด ซึ่งโดยทั่วไปควรพิจารณาปิดเมื่อมีข่าวเหตุการณ์รุนแรงที่อาจทำให้ราคาทะลุกรอบอย่างถาวร หรือเมื่อสภาพคล่องในตลาดเริ่มลดลงจนไม่เพียงพอต่อการรองรับคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Grid Trading ทองคำเหมาะกับตลาดแบบไหน
เหมาะกับตลาดที่ราคาเดินไปข้างหน้าแบบไปๆกลับๆ หรือที่เราเรียกว่าตลาดไซด์เวย์มากที่สุด เพราะราคาจะวิ่งขึ้นลงในกรอบแคบๆ ทำให้ระบบทำกำไรจากการสะสมตำแหน่งได้ตลอดเวลา ถ้าเจอตลาดเป็นขาขึ้นหรือขาลงยาวๆ จะเสี่ยงติดล็อตลึกและอาจจะถึงจุดตัดทุนได้
ต้องใช้เงินทุนเท่าไรถึงจะทำ Grid Trading ได้
ไม่มีตัวเลขที่ตายตัวแต่ขอแนะนำว่าควรมีทุนอย่างน้อยห้าพันถึงหมื่นบาทขึ้นไปเพื่อให้รับความผันผวนได้ เพราะยิ่งทุนน้อยยิ่งต้องใช้ล็อตเล็กและกรอบกริดแคบทำให้เสี่ยงโดนตัดทุนง่ายขึ้น ทุนมากจะช่วยให้เราขยายระยะกริดและรองรับการย่อตัวของราคาได้นานขึ้น
จะรู้ได้อย่างไรว่าต้องตั้งจุดตัดทุนที่ไหน
ให้ดูจากระดับแนวรับหรือแนวต้านที่สำคัญบนชาร์ตระดับใหญ่เป็นหลัก ถ้าราคาทะลุกรอบรับสำคัญและปิดแท่งเทียนต่ำกว่าแนวนั้นก็ถือว่าโครงสร้างตลาดเปลี่ยนไปแล้ว ควรตัดขาดทุนทันทีเพื่อไม่ให้การสะสมล็อตขาดทุนลึกเกินไปจนกู้ไม่ได้
ทำไมต้องเทรดทองคำด้วยกริดแทนที่จะใช้คู่เงินอื่น
ทองคำมีแนวโน้มที่จะเดินในกรอบราคาที่ค่อนข้างชัดเจนในช่วงที่ไม่มีข่าวใหญ่และมีสภาพคล่องที่สูงมาก ความผันผวนของทองคำพอเหมาะกับการทำกริดเพราะไม่ไวเท่าคริปโตแต่ก็ใหญ่พอที่จะทำกำไรได้ ทำให้เห็นโอกาสเข้าทำกำไรบ่อยครั้งในแต่ละสัปดาห์
ถ้าราคาวิ่งออกนอกกรอบกริดต้องทำอย่างไร
หากราคาวิ่งออกนอกกรอบด้านบนก็ถือว่าเรามีกำไรสะสมอยู่แล้วให้ปิดระบบและรอเข้าตั้งกรอบใหม่ แต่ถ้าวิ่งทะลุด้านล่างให้ประเมินก่อนว่าเป็นการพักตัวหรือเปลี่ยนเทรนด์ ถ้าดูว่าเป็นการเปลี่ยนเทรนด์จริงก็ตัดขาดทุนตามที่ตั้งไว้ แต่ถ้ายังอยู่ในเทรนด์เดิมอาจจะปรับขยายกรอบลงมาเล็กน้อยแล้วทำต่อ
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย











TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文