
- ทำไมต้องจับคู่ RSI กับ แถบ Bollinger ในการเทรดทองคำ
- วิธีตั้งค่าพารามิเตอร์ให้เหมาะกับทองคำ XAU
- สัญญาณเข้าเทรดขายเมื่อราคาทะลุแถบบนแล้วชะลอตัว
- จับจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาทิ่มแถบล่างและ RSI ชี้ว่าขายมากเกินไป
- ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขนาดล็อตจากสัญญาณจริง
- ตารางเปรียบเทียบสัญญาณเข้าเทรดระหว่างซื้อและขาย
- คำถามที่พบบ่อย

การเอาดัชนีความแรงร่วมกับแถบวัดความผันผวนมาใช้ด้วยกัน ถือเป็นสูตรเด็ดที่ช่วยให้เราจับจังหวะเข้าออเดอร์ทองคำได้แม่นยำขึ้น ลดความเสี่ยงในจังหวะที่ราคาปั่นพัดตีบตีน นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
ทำไมต้องจับคู่ RSI กับ แถบ Bollinger ในการเทรดทองคำ
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเราต้องมานั่งดูตัวชี้วัดสองตัวพร้อมกัน ทั้งที่ใช้ตัวใดตัวหนึ่งก็ดูเหมือนจะพอเข้าใจทิศทางของราคาได้ ความจริงก็คือทองคำเป็นสินค้าที่มีความผันผวนสูงมาก บางครั้งราคาวิ่งไกลเกินความคาดหมาย การใช้ตัวชี้วัดเดี่ยวๆ จึงมักจะทำให้เราเข้าออเดอร์ผิดจังหวะบ่อยครั้ง
การนำเอาดัชนีวัดความแรงของราคามาผสานกับแถบวัดช่องว่างราคา จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมได้ชัดเจนขึ้น ตัวหนึ่งบอกว่าราคาซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป อีกตัวหนึ่งบอกว่าราคาได้ขยายตัวออกไปจากค่าเฉลี่ยมากเพียงใด เมื่อสองสัญญาณนี้สอดคล้องกัน เราจะมั่นใจได้ว่าโอกาสที่ราคาจะกลับตัวนั้นมีน้ำหนักมากพอสมควร ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
นอกจากนี้การจับคู่กันยังช่วยกรองสัญญาณปลอมที่เกิดขึ้นในตลาดได้เป็นอย่างดี บางครั้งราคาอาจจะทะลุแถบกรอบออกไปแต่ดัชนีความแรงยังไม่ไปถึงระดับสุดโต่ง กรณีแบบนี้ถือว่ายังไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสมที่จะเข้าเทรดสวนเทรนด์ เราควรรอให้เกิดการยืนยันจากทั้งสองตัวพร้อมกันจึงค่อยลงมือทำการซื้อขาย
วิธีตั้งค่าพารามิเตอร์ให้เหมาะกับทองคำ XAU
การตั้งค่าตัวชี้วัดให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของทองคำถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมาก ค่าเริ่มต้นที่โปรแกรมเตรียมไว้ให้อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์กับสินค้าที่มีความผันผวนแบบทองคำเสมอไป เราจึงต้องปรับแต่งเล็กน้อยเพื่อให้ได้สัญญาณที่แม่นยำที่สุด
ปรับค่า RSI ให้เข้ากับช่วงเวลาที่เทรด
สำหรับการเทรดทองคำในกรอบเวลา 4 ชั่วโมงหรือรายวัน ค่าเริ่มต้น 14 แท่งถือว่าทำงานได้ดีและให้สัญญาณที่น่าเชื่อถือ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบเทรดในกรอบเวลาเล็กกว่า 1 ชั่วโมง แนะนำให้ลดค่าลงมาเหลือ 9 หรือ 11 แท่ง เพื่อให้ตัวชี้วัดตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตามการลดค่าลงจะทำให้เกิดสัญญาณมากขึ้น คุณต้องระวังสัญญาณปลอมให้มากขึ้นด้วยเช่นก
ตั้งค่า แถบ Bollinger ให้รับมือกับความผันผวน
ค่าเริ่มต้นของแถบวัดความผันผวนมักจะตั้งไว้ที่ค่าเฉลี่ย 20 แท่งและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานที่ 2 สำหรับทองคำการตั้งค่านี้ก็ใช้ได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ถ้าคุณพบว่าราคามักจะทะลุแถบออกไปบ่อยครั้งโดยไม่เกิดการกลับตัว อาจจะลองเพิ่มส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็น 2.5 หรือ 3 เพื่อให้แถบกว้างขึ้น วิธีนี้จะช่วยให้เราเห็นได้ชัดเจนเมื่อราคาเคลื่อนไหวออกนอกขอบเขตปกติอย่างแท้จริง และลดการเข้าออเดอร์ผิดจังหวะจากการที่ราคาแค่เดินกระชากนิดหน่อย
สัญญาณเข้าเทรดขายเมื่อราคาทะลุแถบบนแล้วชะลอตัว
จังหวะเข้าออเดอร์ขายเกิดขึ้นได้ไม่ยากเมื่อเราเข้าใจหลักการทำงานของตัวชี้วัดทั้งสองตัว สิ่งสำคัญคือต้องรอให้เกิดการยืนยันจากแท่งเทียนก่อน อย่ารีบเพ่งเล็งสวนเทรนด์ทันทีเมื่อเห็นราคาทะลุแถบออกไป เพราะทองคำบางครั้งเดินรุนแรงได้นานกว่าที่เราคาดการณ์ไว้
ขั้นตอนแรกให้สังเกตว่าราคาทองคำได้ทะลุแถบกรอบด้านบนออกไปหรือไม่ ถ้าทะลุออกไปแล้วให้รอดูว่าแท่งเทียนถัดไปจะเกิดการชะลอตัวหรือไม่ โดยสังเกตจากแท่งเทียนที่ปิดต่ำกว่าจุดเปิด หรือเกิดราคาสูงสุดใหม่ที่ไม่สูงเท่าแท่งก่อนหน้า เมื่อเห็นลักษณะเช่นนี้ให้ไปดูที่ดัชนีความแรงว่าอยู่เหนือระดับ 70 หรือไม่ ถ้าอยู่เหนือ 70 แสดงว่าราคาได้ซื้อมากเกินไปจริงๆ และมีโอกาสสูงที่จะเกิดการปรับตัวลง
จุดเข้าออเดอร์ขายที่ดีคือเมื่อแท่งเทียนปิดต่ำกว่าระดับเปิดของแท่งที่ทะลุแถบบน หรือรอให้ราคารีบาวน์ขึ้นไปทดสอบแถบล่างของแท่งเทียนก่อนหน้าก็ได้ การตั้งจุดตัดขาดทุนควรวางไว้เหนือยอดสูงสุดของแท่งเทียนที่ทะลุแถบบนประมาณ 2 ถึง 3 ดอลลาร์ ส่วนเป้าหมายกำไรอันดับแรกให้ตั้งไว้ที่เส้นค่าเฉลี่ยกลางของแถบวัดความผันผวน ซึ่งมักจะเป็นจุดที่ราคาจะกลับมาทดสอบเสมอ
จับจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาทิ่มแถบล่างและ RSI ชี้ว่าขายมากเกินไป
การเข้าออเดอร์ซื้อก็มีหลักการคล้ายคลึงกันแต่กลับด้านกัน เราต้องมองหาจังหวะที่ราคาถูกกดดันลงไปจนทะลุแถบกรอบด้านล่างออกไป แล้วเกิดสัญญาณว่าราคาเริ่มจะไม่ยอมลงไปต่อ จังหวะนี้ถือเป็นโอกาสดีในการเก็บทองคำในราคาที่ถูกกว่าค่าเฉลี่ย
เมื่อราคาทะลุแถบล่างลงไป ให้รอสังเกตแท่งเทียนถัดไปว่ามีการเกิดราคาต่ำสุดใหม่ที่สูงกว่าเดิมหรือไม่ หรือแท่งเทียนปิดสูงกว่าจุดเปิด พร้อมกันนั้นให้ไปดูว่าดัชนีความแรงได้ลงไปอยู่ต่ำกว่าระดับ 30 หรือไม่ ถ้าใช่แสดงว่าตลาดได้ขายทองคำมากเกินไปและพร้อมที่จะเด้งกลับขึ้นมา การรอให้แท่งเทียนปิดก่อนจึงค่อยเข้าซื้อจะปลอดภัยกว่าการเพ่งเล็งสวนระหว่างที่ราคายังวิ่งลงอยู่
บางครั้งทองคำอาจจะไม่เด้งกลับขึ้นมาทันที แต่จะไปซุ่มอยู่ในช่วงราคาต่ำสักพักก่อน ในกรณีนี้เราอาจจะรอให้ราคาทดสอบแถบล่างเป็นครั้งที่สองแล้วเกิดการเด้งขึ้นมา พร้อมกับดัชนีความแรงที่เริ่มเลี้ยวขึ้น จังหวะนี้ถือว่าปลอดภัยกว่าและมีโอกาสสำเร็จสูง อย่าลืมว่าการเข้าซื้อสวนเทรนด์ลงมีความเสี่ยงสูงกว่าการเทรดตามเทรนด์ ดังนั้นควรระมัดระวังและตั้งจุดตัดขาดทุนให้เหมาะสมเสมอ
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขนาดล็อตจากสัญญาณจริง
สมมติว่าราคาทองคำ XAU อยู่ที่ 2350 ดอลลาร์ต่อนซ์ในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง ราคาได้ทะลุแถบกรอบด้านบนออกไปที่ระดับ 2358 ดอลลาร์ แล้วเกิดแท่งเทียนกลับตัวโดยปิดต่ำกว่าจุดเปิดที่ระดับ 2354 ดอลลาร์ ในจังหวะเดียวกันดัชนีความแรงอยู่ที่ 76 ซึ่งเหนือระดับ 70 อย่างชัดเจน เราจึงตัดสินใจเข้าเทรดขายที่ราคา 2353 ดอลลาร์
เราตั้งจุดตัดขาดทุนไว้เหนือยอดสูงสุดของแท่งเทียนที่ทะลุแถบบน 3 ดอลลาร์ นั่นคือที่ระดับ 2361 ดอลลาร์ ความเสี่ยงต่อเดอร์เท่ากับ 8 ดอลลาร์ต่อนซ์ ส่วนเป้าหมายกำไรอันดับแรกตั้งไว้ที่เส้นค่าเฉลี่ยกลางซึ่งอยู่ที่ 2338 ดอลลาร์ ระยะทางกำไรคือ 15 ดอลลาร์ ให้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่ 1 ต่อเกือบ 2 ซึ่งถือว่าคุ้มค่าที่จะเข้าเทรด
ถ้าเรามีเงินทุน 5000 ดอลลาร์ และยอมรับความเสี่ยงไม่เกินร้อยละ 2 ของเงินทุนต่อเดอร์ นั่นคือ 100 ดอลลาร์ การคำนวณขนาดล็อตจะทำได้ดังนี้ ความเสี่ยง 100 ดอลลาร์หารด้วยระยะตัดขาดทุน 8 ดอลลาร์ เท่ากับ 12.5 ออนซ์ แปลว่าเราสามารถเปิดออเดอร์ขายขนาด 0.12 ล็อตได้ ถ้าราคาลงไปถึงเป้าหมายที่ 2338 ดอลลาร์ เราจะได้กำไร 15 ดอลลาร์คูณ 12 ออนซ์ เท่ากับ 180 ดอลลาร์ หักค่าสเปรดและค่าธรรมเนียมประมาณ 5 ดอลลาร์ กำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 175 ดอลลาร์ ในขณะที่ความเสี่ยงสูงสุดที่เราอาจจะเสียคือ 100 ดอลลาร์ บวกค่าสเปรดอีกเล็กน้อย
ตารางเปรียบเทียบสัญญาณเข้าเทรดระหว่างซื้อและขาย
เพื่อให้เห็นความแตกต่างและความคล้ายคลึงของทั้งสองจังหวะเข้าออเดอร์อย่างชัดเจน ขอสรุปเป็นตารางเปรียบเทียบดังนี้
| ประเด็นเปรียบเทียบ | สัญญาณเข้าขาย | สัญญาณเข้าซื้อ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| ตำแหน่งราคาเทียบกับแถบ | ทะลุแถบกรอบด้านบนออกไป | ทะลุแถบกรอบด้านล่างลงไป | ต้องรอแท่งเทียนปิดก่อนเสมอ |
| ระดับดัชนีความแรง | เหนือระดับ 70 อย่างชัดเจน | ต่ำกว่าระดับ 30 อย่างชัดเจน | ถ้าอยู่กลางๆ ให้งดเข้าออเดอร์ |
| รูปแบบแท่งเทียนยืนยัน | ปิดต่ำกว่าจุดเปิดหรือหางยาวด้านบน | ปิดสูงกว่าจุดเปิดหรือหางยาวด้านล่าง | ระวังแท่งเทียนเล็กไม่ชัดเจน |
| ตำแหน่งตั้งจุดตัดขาดทุน | เหนือยอดสูงสุด 2 ถึง 3 ดอลลาร์ | ใต้ก้นต่ำสุด 2 ถึง 3 ดอลลาร์ | อย่าตั้งใกล้เกินไปจะโดนสะกิดง่าย |
| เป้าหมายกำไรอันดับแรก | เส้นค่าเฉลี่ยกลางของแถบ | เส้นค่าเฉลี่ยกลางของแถบ | ระวังราคาอาจจะไม่ถึงและกลับตัว |
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำเมื่อใช้กลยุทธ์นี้
แม้กลยุทธ์การรวมตัวชี้วัดสองตัวนี้จะดูเข้าใจง่าย แต่ในทางปฏิบัติมีเทรดเดอร์มือใหม่จำนวนไม่น้อยที่ทำผิดพลาดซ้ำๆ จนเสียเงินไปก่อนจะได้เรียนรู้ การรู้จักข้อผิดพลาดเหล่านี้จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงและประหยัดเงินทุนได้มาก
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการเพ่งเล็งสวนเทรนด์ทันทีเมื่อเห็นราคาทะลุแถบออกไป โดยไม่รอให้แท่งเทียนเกิดการยืนยันการกลับตัว ทองคำบางครั้งเดินรุนแรงไปได้หลายวัน การเพ่งเล็งสวนระหว่างที่ราคายังวิ่งเร็วจะทำให้คุณโดนตัดขาดทุนติดต่อกันหลายออเดอร์ ควรรอให้เกิดสัญญาณอ่อนแรงก่อนจึงค่อยเข้าเทรด
อีกข้อผิดพลาดหนึ่งคือการไม่สนใจทิศทางของเทรนด์หลัก ถ้าทองคำอยู่ในช่วงขาขึ้นระยะยาว การหาจังหวะเข้าขายสวนแม้จะมีสัญญาณจากตัวชี้วัดก็ตาม มักจะมีความเสี่ยงสูงกว่าการหาจังหวะเข้าซื้อ ควรดูทิศทางจากกรอบเวลาใหญ่กว่าเสมอ ถ้ากรอบรายวันเป็นขาขึ้น ให้เน้นหาสัญญาณเข้าซื้อในกรอบ 4 ชั่วโมง และเก็บสัญญาณขายไว้แค่เทสเทรนด์หรือเก็บกำไรระยะสั้นเท่านั้น
สุดท้ายคือการตั้งจุดตัดขาดทุนใกล้เกินไป หลายคนกลัวเสียมากจึงตั้งจุดตัดขาดทุนไว้แค่ 1 ถึง 2 ดอลลาร์จากจุดเข้า ผลก็คือราคาเด้งไปแตะก่อนจะเดินไปทิศทางที่คาดไว้ ทำให้เสียออเดอร์ไปอย่างน่าเสียดาย ทองคำมีความผันผวนปกติอยู่ที่ 3 ถึง 5 ดอลลาร์ในแต่ละชั่วโมง การตั้งจุดตัดขาดทุนให้ห่างพอสมควรจะช่วยให้ออเดอร์ได้รอจังหวะเดินทางที่ถูกต้อง
การปรับใช้ในกรอบเวลาต่างๆ ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
กลยุทธ์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กรอบเวลาใดกรอบเวลาหนึ่ง แต่การปรับใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละกรอบเวลาจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสัญญาณได้มาก การเข้าใจธรรมชาติของราคาในแต่ละกรอบเวลาจะทำให้คุณเลือกใช้กลยุทธ์ได้อย่างยืดหยุ่น
ในกรอบเวลารายวันสัญญาณจะน้อยแต่มีความแม่นยำสูงมาก การเข้าออเดอร์ในกรอบนี้มักจะให้กำไรที่มากกว่าเพราะราคาเดินได้ไกลกว่า แต่คุณต้องมีความอดทนสูงเพราะบางครั้งต้องรอเป็นสัปดาห์กว่าจะมีสัญญาณที่ชัดเจน สำหรับกรอบ 4 ชั่วโมงถือเป็นกรอบที่นิยมมากที่สุด เพราะให้สัญญาณบ่อยพอสมควรและยังคงความน่าเชื่อถือไว้ได้ในระดับดี
สำหรับคนที่ชอบเทรดในกรอบเวลาเล็กกว่า 1 ชั่วโมง ต้องระมัดระวังมากขึ้นเพราะสัญญาณปลอมจะเยอะกว่า แนะนำให้ใช้วิธีดูทิศทางจากกรอบ 4 ชั่วโมงก่อน แล้วค่อยมาหาจุดเข้าในกรอบ 15 นาที วิธีนี้จะช่วยให้คุณเทรดตามเทรนด์หลักแต่เข้าได้ในจุดที่ดีกว่า นอกจากนี้ในกรอบเล็กควรลดขนาดล็อตลงครึ่งหนึ่ง เพราะความผันผวนในระยะสั้นอาจจะทำให้คุณเครียดและตัดสินใจผิดพลาดได้ง่ายกว่าในกรอบใหญ่
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
RSI ควรตั้งค่ากี่แท่งเทรดทองคำจึงจะเหมาะที่สุด
ค่าเริ่มต้น 14 แท่งเหมาะกับทองคำในกรอบเวลา 4 ชั่วโมงขึ้นไป เพราะกรองสัญญาณรบกวนจากราคากระโดดได้ดี ถ้าเทรดกรอบ 15 นาทีแนะนำลดลงเหลือ 9 แท่งเพื่อให้สัญญาณเร็วขึ้น แต่ต้องเช็คเทรนด์หลักจากกรอบใหญ่ก่อนเสมอ การปรับค่าจะช่วยให้เห็นจังหวะกลับตัวของราคาได้ชัดเจนขึ้นในแต่ละช่วงเวลา
แถบ Bollinger แสดงสัญญาณให้เข้าเทรดเมื่อไร
สังเกตแถบกรอบราคาทั้งบนและล่างเมื่อราคาทะลุออกไปด้านนอก ถ้าราคาทะลุแถบบนแล้วเกิดแท่งกลับตัวลง ถือว่ามีโอกาสสูงที่ราคาจะกลับเข้าสู่ช่อง แต่ถ้าราคาเดินติดแถบบนไปเรื่อยๆ แสดงว่าเป็นเทรนด์แรง ห้ามเพ่งเล็งสวนเด็ดขาด ต้องรอให้แท่งเทียนปิดก่อนแล้วค่อยตัดสินใจเข้าออเดอร์
ทำไมต้องใช้ทั้งสองตัวชี้วัดร่วมกันในการเทรดทองคำ
ทองคำมีความผันผวนสูงและมักจะมีการแหวกว่ายของราคาแบบฉุกคิดไม่ถึง การใช้แถบกรอกราคาเพียงอย่างเดียวอาจจะเข้าออเดอร์เร็วเกินไปในจังหวะที่ยังไม่พร้อมกลับตัว การเอาดัชนีความแรงมายืนยันเพิ่มจะช่วยกรองสัญญาณปลอมออกไปได้มาก เมื่อทั้งสองตัวชี้วัดชี้ไปทางเดียวกัน อัตราความสำเร็จของการเข้าเทรดจะสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
วิธีตั้งจุดตัดขาดทุนเมื่อเทรดด้วยกลยุทธ์นี้ควรทำอย่างไร
วางจุดตัดขาดทุนไว้เหนือยอดแท่งเทียนสูงสุดของแท่งกลับตัวเมื่อเทรดขาย หรือไว้ใต้ก้นแท่งเทียนต่ำสุดเมื่อเทรดซื้อ ระยะห่างควรอยู่ประมาณ 15 ถึง 25 ดอลลาร์สำหรับทองคำในกรอบ 4 ชั่วโมง การตั้งใกล้เกินไปจะโดนสะกิดทำกำไรหายก่อนราคาจะเดินตามทิศทางที่คาดไว้ ต้องคำนึงถึงขนาดล็อตด้วยเพื่อไม่ให้เสี่ยงเกินกว่าร้อยละสองของเงินทุน
กลยุทธ์นี้เหมาะกับกรอบเวลาไหนมากที่สุด
กรอบเวลา 4 ชั่วโมงและรายวันเหมาะที่สุดเพราะให้สัญญาณที่น่าเชื่อถือและมีการปั่นราคาน้อย กรอบเวลาเล็กกว่า 1 ชั่วโมงมักจะมีสัญญาณหลอกเยอะเนื่องจากข่าวสารระยะสั้น ถ้าจำเป็นต้องเทรดกรอบเล็ก แนะนำให้ดูทิศทางจากกรอบ 4 ชั่วโมงก่อนแล้วค่อยหาจุดเข้าในกรอบ 15 นาที วิธีนี้จะช่วยให้เทรดตามเทรนด์หลักและลดความเสี่ยงได้ดีพอสมควร
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย







TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文