เทรดทองคำระยะยาวต้องใจเย็น จับจุดเข้าที่ใช่และตั้งสต็อปลอสไม่ใกล้เกินไป เข้าใจปัจจัยอย่างค่าเงินดอลลาร์ก่อนตัดสินใจ เพื่อกำไรมหาศาลใน 1 ปี

เทรดทองคำแบบระยะยาวให้ผลกำไรเยอะแต่ต้องใจเย็นจริงๆ เพราะทองคำเดินช้า ใช้เวลานาน แต่พลังของมันสามารถพาราคาขึ้นไป 100-300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในรอบ 2-6 เดือน ถ้าคุณจับจุดเข้าถูก วางแผนการทำกำไรอย่างเข้มงึบ และไม่ปั่นแบล็งก์ด้วยการตั้ง จุดตัดขาดทุน ใกล้เกินไป บทความนี้จะสอนให้คุณเทรดทองคำให้จริงจังจนได้ผลไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือผู้ที่เคยผ่านการสูญเสียจากการเทรดเร็ว
เข้าใจตัวหลักของตลาดทองคำก่อนตัดสินใจซื้อ

การลงทุนในตลาดทองคำต้องทำความเข้าใจปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มราคาอย่างลึกซึ้งเพื่อลดความเสี่ยง โดยนักลงทุนควรศึกษาทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐและดัชนีเงินดอลลาร์เป็นประจำ จากข้อมูลของสภาทองคำโลกพบว่าความต้องการทองคำทั่วโลกในปี 2023 อยู่ที่ 4,899 ตัน สะท้อนสถานการณ์ตลาดที่ผู้ลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจลงทุน
ก่อนเทรด คุณต้องเข้าใจว่าทองคำขึ้นลงด้วยปัจจัยอะไร ทองคำมีความสัมพันธ์กับค่าดอลลาร์อเมริกัน เมื่อดอลลาร์แข็ง ทองคำจะเดินลงเพราะนักลงทุนชอบเก็บเงินสด เมื่อดอลลาร์อ่อน ทองคำก็เดินขึ้นเพราะคนหน ทางให้ครอบครองทรัพยากรที่มีคุณค่าจริง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง สถานการณ์ความมั่นคง และการพิมพ์เงินของรัฐบาล
สำหรับผู้เทรดระยะยาว ไม่ต้องกังวลกับสัญญาณข้างวันหรือสิ่งที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ สิ่งที่สำคัญคือแนวโน้มตัวหลัก ถ้าราคาตัวทองทำให้สูงสุดใหม่ทุก ๆ 3 เดือน และสร้างล้อมรับใหม่สูงกว่าเดิมทุกครั้ง แสดงว่ากำลังขึ้นแนวโน้มตัวยาวนาน คุณก็ควรจับตำแหน่งยาวเก็บไว้
ตัวชี้วัดสำคัญคือ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่) 200 แท่งรายวัน ถ้าราคาปิดเหนือเส้น MA 200 ของวันนั้นสำหรับสัปดาห์หลายสัปดาห์ติดต่อกัน ก็เป็นสัญญาณขึ้นแนวยาว ส่วน RSI ต้องดูว่าอยู่เหนือ 50 แต่ยังไม่แตะ 80 เพื่อเป็นการรักษาพื้นที่ว่างสำหรับการขึ้นต่อ
/>
วิธีเลือกจุดเข้าเทรดทองคำที่ถูกต้อง
การเลือกจุดเข้าเทรดทองคำที่แม่นยำต้องอาศัยการวิเคราะห์เชิงเทคนิคร่วมกับไฟฟ้าแม่เหล็กของกราฟราคาเพื่อหาโอกาสที่เหมาะสมที่สุด โดยนักเทรดมืออาชีพมักรอสัญญาณยืนยันการพักตัวบนเส้นแนวโน้มหรือการทะลุแนวต้านสำคัญเสมอ การเลือกจุดเข้าที่มีอัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทนอย่างน้อย 1 ต่อ 2 จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรอย่างยั่งยืนและลดการสุ่มเดิมพันในตลาดที่มีความผันผวนสูงอย่างมีประสิทธิภาพ
จุดเข้าที่ดีสำหรับเทรดระยะยาวในทองคำต้องมีคุณสมบัติ 3 อย่าง คือ ราคาต้องอยู่ไม่ไกลจาก Support ที่สำคัญ ต้องมีการรีเทส (กลับมาทดสอบอีกครั้ง) ของ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ตัวหนึ่ง เช่น MA 50 หรือ MA 200 และต้องมี Candlestick Pattern ที่แข็งแกร่ง เช่นแท่งหัวตะป๋อ หรือแท่งโหยง
ตัวอย่างเข้าจริงๆ เมื่อทองคำเดินขึ้นเป็นระยะ เมื่อมาถึง 2450 ดอลลาร์ จากนั้นหักลง ทำระดับต่ำใหม่ที่ 2380 ดอลลาร์ ต่อมาปรับตัวขึ้นมาทดสอบ MA 50 ที่ 2415 ดอลลาร์ แล้วปิดเหนือ MA 50 ในแท่งขาว (ขาขึ้น) ที่มีปริมาณเงินซื้อมากกว่าปกติ นี่คือจุดเข้าที่ดี ไม่ใช่เข้าที่ 2450 จุดสูงสุดเดิม
อีกวิธีคือ เมื่อราคาตัวแรงขึ้นมาทำสูงสุดใหม่ที่ 2500 ดอลลาร์ จากนั้นปรับตัวลงเป็นระยะ กลับมาสัมผัส Support ที่บริเวณ 2440 ดอลลาร์ (ซึ่งคือตรงกับ MA 200) ปิดแท่งขาวในวันนั้น ก็เป็นจุดเข้าแนวระยะยาวที่สมควร เพราะคุณได้ราคาดีกว่า และ Support ยังแข็ง
/>
ตั้ง จุดตัดขาดทุน อย่างฉลาดเพื่อไม่ให้ถูกเหวี่ยงออก
การกำหนดจุดตัดขาดทุนเป็นกฎเหล็กที่ช่วยปกป้องเงินทุนจากความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดทองคำโดยไม่ถูกเหวี่ยงออกก่อนเวลาอันควร โดยควรตั้งสถานะสั่งขายด้านลบไว้ในจุดที่สมเหตุสมผลตามโครงสร้างกราฟเชิงเทคนิคและให้มีระยะห่างเพียงพอต่อรอบการแกว่งตัว การรักษาวินัยอย่างเคร่งครัดในการใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงนี้คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้นักลงทุนสามารถเอาตัวรอดจากตลาดการเงินที่คาดเดาได้ยากและกลับมาทำกำไรในระยะยาว
หลายคนเทรดทองคำแล้วตัดขาดทุนเพราะตั้ง จุดตัดขาดทุน ใกล้เกินไป 2-3 จุดตัดสิ้น เป็นเหตุให้ถูกไวท์วอช (เข้าออกฉับไว) ด้วยราคา Spike ตัวน้อย ทั้งที่แนวโน้มตัวหลักยังแข็งแกร่ง นี่คือความผิดพลาดที่ฆ่าบัญชีเทรดได้
สำหรับตำแหน่งระยะยาว จุดตัดขาดทุน ควรห่างจากจุดเข้าประมาณ 3-5% ของเงินทุนบัญชี ถ้าคุณเข้าที่ 2415 ดอลลาร์ ให้ตั้ง จุดตัดขาดทุน ที่ 2375-2385 ดอลลาร์ (ลงประมาณ 30-40 จุด) ความหมายคือ “ถ้าราคาตัดต่ำกว่า 2375 แสดงว่าแนวโน้มหลักขาดสม ผมจะออก” ไม่ใช่ “ผมต้องการเคลื่อน 3 จุดแล้วรีไป”
ต้องจำไว้ว่า จุดตัดขาดทุน ต่ำสุด 1% ของบัญชี ซึ่งถ้าบัญชีมี 10000 ดอลลาร์ ก็ไม่ควรสูญเสีย 100 ดอลลาร์ต่อครั้ง ทำให้ได้เสียงที่สมเหตุสมผล ถ้าเทรด 10 ครั้ง ตัดขาดทุน 5 ครั้ง ตัดกำไร 5 ครั้ง ยังมีกำไรสุทธิเพราะแต่ละครั้งตัดกำไร 3-5% และตัดขาดทุน 1%
ตั้งจุดตัดกำไรให้เหมาะสมกับแนวโน้มตัวหลัก

การตั้งจุดตัดกำไรต้องสอดคล้องกับสภาวะตลาดและแนวโน้มหลักของราคาทองคำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำรายได้สูงสุด หากตลาดอยู่ในช่วงขาขึ้นที่แข็งแกร่งควรใช้กลยุทธ์การตามรอยราคาแบบระยะจบเพื่อรีดผลกำไรตามไปเรื่อยๆ ในขณะที่ตลาดแนวราบควรทำกำไรเมื่อราคาไปชนแนวต้านและเก็บกำไรทันที การปรับสัดส่วนการปิดสถานะเป็นส่วนๆ ยังเป็นวิธีที่ดีในการรักษายอดเงินรางวัลและลดความโลภที่อาจนำไปสู่การสูญเสียกำไรที่สร้างไว้กลับคืนไปทั้งหมด
ตัดกำไรแบบระยะยาว ไม่ใช่ 5% แล้วปล่อยออกไป นี่เป็นความเข้าใจผิดทั่วไป คุณควรแบ่งกำไรออกเป็นหลายแฟส ตัด 25% ของตำแหน่งเมื่อกำไรถึง 5-10% ตัด 25% ต่อมาเมื่อกำไร 15% ตัด 25% อีกที่ 25% และปล่อยครั้งสุดท้าย 25% รอจนกว่าแนวโน้มจะบ่งชี้การกลับตัว
เหตุผลทำแบบนี้คือ ทองคำบางครั้งขึ้นไปถึง 300 ดอลลาร์ในรอบ 4 เดือน บางครั้งขึ้นไป 150 แล้วปรับลง คุณไม่รู้ว่ากับจะออกจุดไหน ดังนั้น ตัดกำไรบางส่วนไว้ก่อน และปล่อยส่วนหนึ่งให้ “วิ่งตามแนวโน้ม” (การตามเทรนด์)
เมื่อตัดกำไรไปแล้ว ตัวอักษร จุดตัดขาดทุน ก็ต้องปรับขึ้นมาตามราคา เรียกว่า Trailing Stop หรือ Moving จุดตัดขาดทุน ขึ้นเรื่อยๆ เพื่อปกป้องกำไรที่เหลือ ตัวอย่างเช่น เข้า 2415 ตัดกำไร 25% ที่ 2520 (105 จุด = 4.3%) ประมาณนี้ ให้ปรับ จุดตัดขาดทุน ของส่วนที่เหลือมาตั้งที่ 2485 (เพื่อให้ได้กำไร 70 จุด ถ้าถูกตัด)
| ขั้นตอน | ราคาเข้า/ตัด (ดอลลาร์) | สัดส่วนตำแหน่ง | อธิบาย |
|---|---|---|---|
| เข้า | 2415 | 100% | ราคาทดสอบ MA 50 ปิดแท่งขาวขาขึ้น |
| ตัด 1 (TP1) | 2520 | -25% | กำไร 105 จุด (4.3%) ปรับ SL ที่ 2485 |
| ตัด 2 (TP2) | 2590 | -25% | กำไร 175 จุด (7.2%) ปรับ SL ที่ 2540 |
| ตัด 3 (TP3) | 2680 | -25% | กำไร 265 จุด (10.9%) ปรับ SL ที่ 2620 |
| ปล่อย 4 (Runner) | จนกว่าแนวโน้มกลับตัว | -25% | Trailing Stop ตามแนวโน้ม ออกเมื่อ RSI ตัดลงจาก 80 หรือปิดเหนือ MA 50 |
ตัวอย่างการคำนวณกำไรจริง สมมติคุณใช้บัญชี 10000 ดอลลาร์ เทรด XAU/USD (ทองคำต่อดอลลาร์) 1 มิกโรลอต (ทองคำหนึ่งออนซ์) Leverage 1:20 ปุ่ม Buy ที่ 2415 ดอลลาร์ ก้อนขาดทุนที่ 2375 ดอลลาร์ (สูญเสีย 40 จุด × 100 เซ็นต์ = 40 ดอลลาร์ = 0.4% ของบัญชี) ถ้าขึ้นไปถึง 2700 ดอลลาร์ ตัดกำไร 285 จุด × 100 เซ็นต์ = 285 ดอลลาร์ = 2.85% ของบัญชี สัดส่วน Risk/Reward คือ 1:7 (เสี่ยง 0.4 เพื่อรับ 2.85) นี่คือการเทรดฉลาด ไม่ใช่เหวี่ยงแบบสตั๊ด
ป้องกันบัญชีจากการจรดลิเวอเรจให้มากเกินไป
การใช้เลเวอเรจจากโบรกเกอร์อย่างพินาศคือบ่อเกิดของการล้มละลายในตลาดทองคำซึ่งมีการเคลื่อนไหวรวดเร็วและรุนแรงอย่างมาก โดยนักลงทุนควรจำกัดขนาดสถานะการเทรดให้อยู่ในระดับที่ไม่เกินร้อยละสองของเงินทุนทั้งหมดเพื่อป้องกันการถูกบังคับปิดสถานะหรือเรียกมาร์จิน การบริหารความเสี่ยงที่ดีจะช่วยให้บัญชีเทรดเดินทางอยู่บนเส้นทางที่มั่นคงและสามารถอยู่รอดในตลาดได้ยาวนานโดยไม่ตกอยู่ในห้วงเวลาแห่งความหวาดกลัวและหมดหวังอย่างแน่นอน
ผู้มือใหม่มักใจร้อนใช้ Leverage สูง 1:500 หรือ 1:1000 แล้วคาดว่าจะรวยเร็ว เทรดทองคำครั้งเดียว มาเยอะ 300-500 ดอลลาร์ แล้วบ่อยครั้งที่ราคา Spike ไป 2-3 จุด ก็ถูก Liquidation (ตัดบัญชี) ทันที
ถ้าคุณเทรดระยะยาว Leverage 1:10 ถึง 1:20 พอดี เพราะคุณไม่จำเป็นต้องเดินหน้าใหม่ทั้งนิด เงินดอกเบี้ยถือตำแหน่ง (Swap) ต่อคืนก็จ่ายน้อย และถ้าราคาวิ่งไปในทางตรงข้าม ยังมีพื้นที่ว่างเพื่อรอการกลับตัว ไม่ถูกตัดบัญชีจากฟองสวน
ป้องกันดังนี้: ถ้าบัญชี 10000 ดอลลาร์ เทรด 1 มิกโรลอต Leverage 1:20 ซ้อน 10 ตำแหน่ง สูงสุดเท่านั้น ไม่ใช่ 20 ไม่ใช่ 50 หมายความว่า Margin ที่ใช้คิดเป็น 50% ของบัญชี เหลือ 50% ไว้สำรอง ถ้าวันไหนมีข่าวฉุกเฉิน ราคาวิ่งไป ยังไม่ถูกตัด ได้เวลารอ
/>
ติดตามสถานะตำแหน่งและปรับตัวกับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ
การติดตามตำแหน่งการถือครองและการปรับตัวตามข่าวเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาทองคำเป็นสิ่งจำเป็นต่อการรักษาสมดุลของพอร์ตการลงทุน โดยเฉพาะข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคและการว่างงานของสหรัฐฯ ซึ่งจากข้อมูลของกระทรวงแรงงานสหรัฐพบว่าอัตราเงินเฟ้อในเดือนพฤษภาคม 2024 อยู่ที่ร้อยละ 3.3 ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้นและสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ การติดตามตัวเลขเหล่านี้จึงช่วยให้ผู้ลงทุนตัดสินใจรักษาหรือปรับพอร์ตได้อย่างเหมาะสม
เทรดระยะยาวไม่ได้หมายว่าคุณจะปล่อยบัญชีไปแล้วไม่ดู ต้องเช็คประเทศ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อดูว่าตำแหน่งยังอยู่ในแนวโน้มหรือไม่ เฉพาะ ทีมีข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ เช่น FOMC (ครั้งทุก 6 สัปดาห์ ประกาศอัตราดอกเบี้ย) หรือ การมีการพูดคุยของประธาน Fed (เฟดหลวง) ที่อาจเปลี่ยนแปลงทิศทาง ให้ลดขนาดตำแหน่งลงก่อน 1-2 วัน
เช่น อัตราดอกเบี้ยคาดว่าจะลดลง จากนั้น Fed ประกาศจริง แล้วข่าวยืนยันว่าจะคืนลงมา ซึ่งสัญญาณนี้ดีสำหรับทองคำ ถ้าคุณเก็บตำแหน่ง ทองคำก็จะวิ่งขึ้น แต่ถ้ากลัว ก็ให้ลดขนาดลง 50% ไว้ครึ่งเดียว เพื่อจิตใจเป็นสุข
ดูกราฟรายสัปดาห์สำหรับการตัดสินใจ ไม่ต้องดูรายชั่วโมงหรือรายนาที เพราะตัวเลขเหล่านั้นจะทำให้อารมณ์เหวี่ยง ถ้าตัวหลักยังแข็ง ให้ปล่อยไป ถ้าสัญญาณเก่าขาดลง ให้เตรียมตัวออก
/>
ยกตัวอย่างเทรดทองคำจริงจากการตั้งแผนถึงจบกำไร
สมมติสถานการณ์ อัตราดอกเบี้ยอเมริกาสูง ดอลลาร์แข็ง ทองคำตกลงจากสูงสุด 2550 มาอยู่ 2400 รอบประมาณ 1-2 เดือน วันหนึ่ง Fed ประกาศว่าอาจจะลดอัตราดอกเบี้ยในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ตลาดรีแอกชั่น ทองคำขึ้นมา 2450 ในวันนั้น สัญญาณ 3 ชี้ ราคากลับมาสัมผัส MA 200 เฉพาะกิจ ปริมาณซื้อเพิ่มขึ้น ปิดแท่งขาว
คุณตัดสินใจเข้าสั่ง Buy ที่ 2450 ดอลลาร์ 1 มิกโรลอต Leverage 1:20 ตั้ง จุดตัดขาดทุน 2415 ดอลลาร์ (สูญเสีย 35 จุด) วางจุดตัดกำไร TP1 2530 (80 จุด) TP2 2610 (160 จุด) TP3 2700 (250 จุด) TP4 ปล่อยเต็มทำตามแนวโน้ง
สัปดาห์หลังจาก ราคาเดินขึ้นมา 2490 ดอลลาร์ กำไร 40 จุด ต้นทางธรรมชาติ มาวันพุธ ตัด TP1 ที่ 2530 กำไร 80 จุด ออก 25% ปรับ จุดตัดขาดทุน ตำแหน่งที่เหลือมา 2485 สัปดาห์ที่สองราคาขึ้นต่อ 2610 ตัด TP2 ออก 25% ต่อไป ปรับ จุดตัดขาดทุน 2580 เสี่ยมราคาขึ้นเรื่อยๆ จากข่าวดอลลาร์ออเจนค่า ทองคำขึ้นมาถึง 2720 ตัด TP3 ที่ 2700 ออก 25% เหลือแล้ว 25% ปรับ จุดตัดขาดทุน ตาม Trailing Stop เป็น 2680 ในตอนท้าย RSI ขึ้นต่อเกิน 80 บ่งชี้การอยู่ในเขตดังเฮา ปล่อยตำแหน่งต่อไปอีก
เป้าหมายในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า ราคาคงที่อยู่บริเวณ 2710-2740 แล้วปรับตัวลง ปิดต่ำกว่า MA 50 ในวันนี้ เป็นสัญญาณเตือนว่าแนวโน้มอ่อนลง ออกตำแหน่งที่เหลือ 25% ที่ 2680 กำไรรวมทั้งหมด = 80 + 160 + 250 + 230 = 720 จุด × 100 เซ็นต์ = 720 ดอลลาร์ กำไร 7.2% ของเงินบัญชี 10000 ดอลลาร์ ถ้าซ้ำการเทรดนี้ 10 ครั้งในปี กำไรคิดเป็น 72% ต่อปี นี่คือการเทรดรอบญาณ ไม่ใช่เทพภูมิใจ
สำเร็จการรอคอยด้วยจิตใจเย็น ไม่ใช่ความรู้ที่ชาญฉลาดเท่านั้น
ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของผู้เทรดทองคำระยะยาว ไม่ใช่ว่าไม่รู้ตัวบ่งชี้ แต่เป็นการปล่อยให้อารมณ์บัญชาการตัดสินใจ เมื่อเข้าตำแหน่งแล้ว ราคาไม่ขึ้น แต่ลงหนึ่งวัน ทำให้พอใจมุ้งมิ่ง อยากออกเร็ว พอกำไรแค่ 2% ก็ยึดชื่น แทนที่จะรอให้ถึง 10-15% ตามแผน นี่คือการสละโอกาสกำไรขนาดใหญ่เพื่อเสถียรภาพจิตใจแบบอ่อนแอ
วิธีรถ้านี้คือ เมื่อเข้าตำแหน่ง ให้ตั้งหมายเหมือนเครื่องอัตโนมัติ ทำให้บัญชีทำตามเองโดยไม่ต้องจ้อง โปรแกรม Trading ของคุณจะช่วยดูแล ระบบหรือ App จะแจ้งเตือนเมื่อถึงจุดตัดกำไรหรือขาดทุน ห้ามนั่งจ้องกราฟทั้งวันรอดูราคา เพราะ Volatility ขนาดเล็กจะทำให้ใจหนี พอควรลองไป Gym เดินท่า ทำอย่างอื่นให้จิตใจสดชื่น เมื่อเครื่องดีนกระดิ่ง ก็มาดูผลลัพธ์
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดทองคำมักเกี่ยวข้องกับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทำธุรกรรม โดยนักลงทุนส่วนใหญ่มักสงสัยว่าควรเข้าตลาดช่วงเซสชั่นไหนเพื่อให้ได้สภาพคล่องสูงสุดและความผันผวนที่เอื้อต่อการทำกำไร คำตอบคือช่วงที่ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดทับซ้อนกันมักให้ปริมาณการซื้อขายมหาศาลที่สุด การทำความเข้าใจข้อจำกัดและกฎกติกาพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยให้มือใหม่สามารถวางแผนกลยุทธ์การเข้าซื้อและขายทองคำได้อย่างมั่นใจและลดข้อผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น
ทำไมต้องเทรดทองคำแบบระยะยาว?
ทองคำเคลื่อนไหวช้าแต่มีกำลังซ้ำตัว ถ้าเข้าจุดถูกและรอได้นาน สัญญาณเทคนิคจะให้กำไรจำนวนมากโดยไม่ต้องเดินหน้าเทรดบ่อยนัก ระยะยาวช่วยลดความผิดพลาดจากอารมณ์และเล่นตามข่าว บ่อยครั้งที่ราคาถึงเป้าหมายใช้เวลา 2-6 เดือน
ต้องใช้ Leverage มากแค่ไหนในเทรดทองคำระยะยาว?
ถ้าเทรดระยะยาว Leverage 1:10 ถึง 1:20 ก็พอแล้ว เพราะเรารอได้นาน ขนาด 1 มิกโรลอต (ทองคำหนึ่งออนซ์) ต่อ 100 ดอลลาร์ยัติโภค ลิเวอเรจต่ำช่วยให้นอนหลับสบาย และหลีกเลี่ยงการถูกตัดสต็อปโดยนิวส์หรือราคาโวลาไทล์ตัวน้อย
จุดตัดขาดทุน ตั้งกี่เซ็นต์มันจะปลอดภัย?
สำหรับตำแหน่งระยะยาวในทองคำ จุดตัดขาดทุน ควรห่างจากจุดเข้าประมาณ 3-5% ของมูลค่าบัญชี ถ้าเข้าหรือขึ้นลง 50-100 จุด ก็ให้วางจุดตัดขาดทุน ไม่ใช่ 2-3 จุดแบบหักเหนือตลาด เพราะทองคำมี Spike ตัวน้อยบ่อยๆ
ควรจับโอกาสกำไรที่ 5% หรือรอให้ถึง 15%?
ไม่มีจำนวนคงที่ แต่สำหรับระยะยาว ถ้าแนวโน้มตัวหลักยังแข็งแกร่ง จุดตัดขาดทุน ยังห่างไกล และปริมาณเงินทุนคงที่ ให้รอตัวยืดตัวต่อ 10-20% ก่อน แต่ถ้าราคาตีกำแพงความต้านทาน หรือตัวบ่งชี้เริ่มหลุดเขตเดิม ให้ตัดกำไรบางส่วนไว้
จะรู้ได้ไงว่าตำแหน่งยาวนี้ยังอยู่ในแนวโน้มหรือจะกลับตัว?
ดูราคาปิดที่สำคัญ MA (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่) 50 และ 200 แท่งรายวัน ถ้าราคาตัวนนยังอยู่เหนือค่าเฉลี่ยทั้งสอง และ RSI ไม่เข้าโซน OverSold ราคาก็ยังเดินตามแนวโน้มตัวหลัก สำคัญที่สุด ปริมาณการซื้อต้องอยู่ระดับเดิมขึ้นไป
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย






















