เทรดทองคำ XAU จะรอดจากความผันผวนสูง ต้องรู้เรื่อง Position Sizing คำนวณล็อตให้เหมาะสม บทความนี้สอนจัดความเสี่ยงแบบมืออาชีพ 1

การคำนวณขนาดออเดอร์เทรดทองคำเป็นทักษะสำคัญที่นักเทรดมือใหม่มักมองข้าม บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจวิธีคำนวณล็อตและการจัดการความเสี่ยงอย่างถูกต้อง นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
ทำไมการจัดสรรขนาดออเดอร์เทรดทองคำจึงสำคัญ

การจัดสรรขนาดออเดอร์ในการเทรดทองคำเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยปกป้องเงินทุนจากความเสี่ยงที่จะกลายเป็นการขาดทุนอย่างหนัก เนื่องจากราคาทองคำมีความผันผวนสูง การกำหนดขนาดที่เหมาะสมจึงช่วยให้เทรดเดอร์อยู่รอดในตลาดได้นานขึ้น จากข้อมูลของบริษัท FXCM พบว่าเทรดเดอร์กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของบัญชีล้มเหลวเนื่องจากการใช้ล็อตที่ใหญ่เกินไปจนรับมือกับความเสี่ยงไม่ได้
หลายคนเข้ามาเทรดทองคำแล้วล้มเหลว ไม่ใช่เพราะดูกราฟไม่เป็น แต่เพราะใส่ล็อตเยอะจนควบคุมไม่ได้ ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงมาก ราคาอาจจะเด้งขึ้นลงหลายดอลลาร์ในเวลาไม่กี่นาที ถ้าเราไม่รู้ว่าควรใส่ล็อตเท่าไรต่อไม้ โอกาสที่บัญชีจะพังก่อนถึงเป้าหมายมีสูงมาก
การจัดสรรขนาดออเดอร์ หรือที่เรียกว่า Position Sizing คือกระบวนการคำนวณว่าเราจะเปิดออเดอร์ขนาดเท่าไร โดยอ้างอิงจากเงินทุนที่มีและระยะของจุดตัดขาดทุน เป้าหมายหลักคือการควบคุมไม่ให้เราเสียเงินมากเกินไปในการเทรดหนึ่งครั้ง ถ้าเราทำส่วนนี้ได้ดี แม้เราจะเสียติดต่อกันหลายไม้ เงินทุนก็ยังไม่หมดและยังมีโอกาสเทรดต่อไปได้ ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
นักเทรดมือใหม่มักคิดว่าการเทรดให้รวยต้องเน้นหาจุดเข้าที่แม่นยำ แต่ความจริงคือไม่มีใครรู้ว่าราคาจะไปทางไหนแน่นอน สิ่งเดียวที่เราควบคุมได้คือจะเสี่ยงเงินไปเท่าไร การคำนวณขนาดออเดอร์ที่เหมาะสมจะช่วยให้เราอยู่ในตลาดได้นาน และเมื่อโอกาสทำกำไรมาถึง เราจะสามารถเก็บเกี่ยวผลตอบแทนได้อย่างมั่นคง
ทำความเข้าใจค่าพิปและล็อตของทองคำในตลาด

ค่าพิปของทองคำในตลาดฟอเร็กซ์มักจะหมายถึงการเคลื่อนไหวของราคา 1 จุดทศนิยม ในขณะที่ล็อตมาตรฐานเท่ากับ 100 ออนซ์ การเข้าใจหน่วยวัดทั้งสองนี้ช่วยให้นักลงทุนคำนวณมูลค่าการเคลื่อนไหวของราคาได้อย่างแม่นยำ ยกตัวอย่างเช่น การเทรด 1 ล็อตมาตรฐานจะมีมูลค่าต่อพิปเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการวางแผนบริหารความเสี่ยงในแต่ละไม้เทรด
ก่อนที่เราจะไปคำนวณขนาดออเดอร์กัน เราต้องเข้าใจก่อนว่าทองคำนับยังไง เพราะหลายคนสับสนระหว่างพิปของคู่เงินกับพิปของทองคำ การเข้าใจพื้นฐานนี้จะทำให้เราคำนวณความเสี่ยงได้ถูกต้อง
ในการเทรดทองคำ การเคลื่อนไหวของราคา 1 ดอลลาร์ มักจะถูกเรียกรวมว่า 100 พิป ยกตัวอย่างเช่น ราคาทองคำวิ่งจาก 2569.00 ไป 2570.00 ถือว่าขยับไป 1 ดอลลาร์หรือ 100 พิป ขนาดล็อตมาตรฐานของทองคำ 1 ล็อต มีมูลค่าเท่ากับ 100 ออนซ์ ดังนั้นเมื่อราคาเปลี่ยนแปลง 1 ดอลลาร์ เราจะได้หรือเสีย 100 ดอลลาร์ต่อ 1 ล็อต
ถ้าเราเทรดขนาด 0.1 ล็อต ราคาทองคำเคลื่อนที่ 1 ดอลลาร์ จะมีมูลค่าเท่ากับ 10 ดอลลาร์ และถ้าเทรด 0.01 ล็อต ราคาทองคำเคลื่อนที่ 1 ดอลลาร์ จะมีมูลค่าเพียง 1 ดอลลาร์ การเข้าใจจุดนี้สำคัญมาก เพราะมันคือตัวเลขที่เราจะนำไปใช้คำนวณว่าถ้าราคาวิ่งไปโดนจุดตัดขาดทุน เราจะเสียเงินไปจริงๆ กี่ดอลลาร์
วิธีคำนวณหาขนาดล็อตที่เหมาะสมกับเงินทุน
การคำนวณหาขนาดล็อตที่เหมาะสมกับเงินทุนเริ่มต้นจากการกำหนดร้อยละของความเสี่ยงที่ยอมรับได้ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง โดยทั่วไปแนะนำให้รับความเสี่ยงไม่เกิน 1 ถึง 2 เปอร์เซ็นต์ของเงินทุนทั้งหมด จากนั้นนำความเสี่ยงที่คำนวณได้หารด้วยระยะห่างของจุดตัดขาดทุนในหน่วยพิป แล้วหารด้วยมูลค่าพิปต่อล็อต เพื่อให้ได้จำนวนล็อตที่ปลอดภัยสำหรับพอร์ตการลงทุนของคุณ
หัวใจของการจัดการความเสี่ยงคือการกำหนดเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงต่อไม้ โดยทั่วไปนักเทรดมืออาชีพจะแนะนำให้เสี่ยงไม่เกิน 1 ถึง 2 เปอร์เซ็นต์ของเงินทุนทั้งหมด การเสี่ยงในระดับนี้จะทำให้เราเอาตัวรอดได้แม้จะเจอช่วงขาดทุนติดต่อกันหลายครั้ง
สมมติว่าเรามีเงินทุน 1,000 ดอลลาร์ และกำหนดความเสี่ยงไว้ที่ 2 เปอร์เซ็นต์ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง นั่นหมายความว่าเราพร้อมจะเสียเงินไป 20 ดอลลาร์ ถ้าราคาไปโดนจุดตัดขาดทุน ขั้นตอนต่อไปคือเราต้องรู้ว่าจุดตัดขาดทุนของเราอยู่ที่ระยะกี่ดอลลาร์จากราคาเข้า ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเข้าซื้อทองคำที่ราคา 2569 ดอลลาร์ และตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2564 ดอลลาร์ ระยะห่างเท่ากับ 5 ดอลลาร์
เมื่อเรามีตัวเลขความเสี่ยงที่ยอมรับคือ 20 ดอลลาร์ และระยะตัดขาดทุนคือ 5 ดอลลาร์ เราก็นำมาหารกันเพื่อหาว่าควรใส่ล็อตเท่าไร วิธีคิดคือ 20 ดอลลาร์หารด้วย 5 ดอลลาร์จะได้ 4 หน่วย ซึ่งหมายถึงเราสามารถเทรดได้ 4 หน่วยที่มูลค่า 1 ดอลลาร์ต่อการเคลื่อนไหว 1 ดอลลาร์ นั่นคือเท่ากับ 0.04 ล็อตนั่นเอง การคำนวณแบบนี้จะทำให้เรามั่นใจได้ว่าไม่ว่าราคาจะไปทางไหน เราจะเสียเงินไม่เกิน 20 ดอลลาร์อย่างแน่นอน
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขาดทุนจริง
ลองมาดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น สมมติว่าเรามีเงินทุน 5,000 ดอลลาร์ กำหนดความเสี่ยงไว้ที่ 1 เปอร์เซ็นต์ ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง เท่ากับเรายอมเสีย 50 ดอลลาร์ต่อไม้ เราเห็นโอกาสเทรดขาขึ้นของทองคำที่ราคา 2569 ดอลลาร์ และวางแผนตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2562 ดอลลาร์ ซึ่งห่างจากราคาเข้า 7 ดอลลาร์ ส่วนเป้าหมายกำไรอยู่ที่ 2583 ดอลลาร์ ห่างจากราคาเข้า 14 ดอลลาร์
การคำนวณขนาดล็อตคือเอาเงินที่ยอมเสี่ยง 50 ดอลลาร์ หารด้วยระยะตัดขาดทุน 7 ดอลลาร์ จะได้ 7.14 หน่วย ดังนั้นขนาดล็อตที่เหมาะสมคือประมาณ 0.07 ล็อต ถ้าเราเปิดออเดอร์ขนาดนี้แล้วราคาไปโดนจุดตัดขาดทุนที่ 2562 ดอลลาร์ เราจะเสียเงินประมาณ 49 ดอลลาร์ ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายความเสี่ยงที่ตั้งไว้ แต่ถ้าราคาไปถึงเป้าหมายที่ 2583 ดอลลาร์ เราจะได้กำไรประมาณ 98 ดอลลาร์ ซึ่งให้อัตราส่วนความคุ้มค่าของความเสี่ยงอยู่ที่ 1 ต่อ 2
วิธีตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผล
การตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผลต้องอ้างอิงจากโครงสร้างของกราฟราคาและระดับแนวรับหรือแนวต้านที่มีนัยสำคัญ แทนที่จะกำหนดตามอัตภาพหรือความกลัวการขาดทุน การให้พื้นที่ราคาหายใจพอประมาณช่วยป้องกันการถูกตัดออกก่อนที่ราคาจะไปในทิศทางที่คาดการณ์ไว้ การใช้ค่าเฉลี่ยทรูเรนจ์หรือเอทีอาร์สามารถช่วยประเมินช่วงผันผวนเพื่อกำหนดจุดหยุดขาดทุนได้อย่างมีเหตุผล
การตั้งจุดตัดขาดทุนไม่ใช่การวางตามใจฉัน หรือวางตามตัวเลขที่ตั้งใจจะเสีย แต่ต้องอ้างอิงจากโครงสร้างของกราฟเป็นหลัก จุดตัดขาดทุนที่ดีคือจุดที่ถ้าราคาไปทะลุแล้ว สถานการณ์ตลาดจะเปลี่ยนไปจากที่เราวิเคราะห์ไว้จริงๆ
วิธีที่นิยมคือการตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ใต้แท่งเทียนที่เป็นจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดในช่วงนั้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราซื้อทองคำตามแนวโน้มขาขึ้น เราอาจจะตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ใต้จุดต่ำสุดของแท่งเทียนล่าสุดที่ราคาเคยเด้งกลับขึ้นมา การตั้งแบบนี้จะทำให้จุดตัดขาดทุนมีความหมาย เพราะถ้าราคาทะลุลงไปต่ำกว่าจุดนั้น แสดงว่าแนวโน้มขาขึ้นอาจจะเปลี่ยนเป็นขาลงแล้ว การออกจากตลาดจึงเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง
ปัญหาที่พบบ่อยคือบางครั้งจุดตัดขาดทุนตามโครงสร้างกราฟอยู่ไกลเกินไป ทำให้เราต้องใช้ล็อตที่เล็กลงจนกำไรน้อยไม่คุ้มค่า ในกรณีนี้เราอาจจะต้องรอจังหวะเข้าใหม่ที่ราคาพักตัวใกล้จุดตัดขาดทุนมากขึ้น หรือบางครั้งอาจจะตัดสินใจข้ามไม้นั้นไปเลยก็ได้ การรอไม้ที่ความคุ้มค่าดีกว่าจะดีกว่าการฝืนเทรดในจังหวะที่ความเสี่ยงสูงเกินไป
การปรับขนาดออเดอร์ตามสภาพตลาดที่ผันผวน
การปรับขนาดออเดอร์ตามสภาพตลาดที่ผันผวนเป็นเทคนิคขั้นสูงที่ช่วยรักษาสมดุลของพอร์ตการลงทุนเมื่อราคาทองคำเคลื่อนไหวรุนแรง ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงเช่นช่วงเปิดตลาดหรือการประกาศข่าวสารเศรษฐกิจสำคัญ เทรดเดอร์ควรลดขนาดล็อตลงเพื่อควบคุมมูลค่าความเสี่ยงให้อยู่ในระดับเดิม เพื่อป้องกันการสูญเสียเงินทุนจากการวิ่งของราคาที่ก้าวกระโดดเกินกว่าการคาดการณ์
ตลาดทองคำไม่ได้ผันผวนเท่ากันตลอดเวลา ในช่วงที่มีข่าวสำคัญ เช่น การประกาศอัตราดอกเบี้ยหรือความขัดแย้งทางภูมิภาค ราคาอาจจะเด้งขึ้นลงรุนแรงกว่าช่วงปกติหลายเท่า เราจึงต้องรู้จักปรับขนาดออเดอร์ให้เข้ากับสภาพตลาดด้วย
ในช่วงที่ตลาดสงบ ระยะตัดขาดทุนอาจจะอยู่แค่ 2 ถึง 3 ดอลลาร์ ทำให้เราสามารถใส่ล็อตได้มากขึ้นในขณะที่ความเสี่ยงยังคงเท่าเดิม แต่ในช่วงที่มีข่าวราคาอาจจะเด้งหลายดอลลาร์ในครั้งเดียว จุดตัดขาดทุนที่เหมาะสมอาจจะต้องขยายออกไปเป็น 8 ถึง 10 ดอลลาร์ เมื่อระยะตัดขาดทุนกว้างขึ้น เราก็ต้องลดขนาดล็อตลงเพื่อรักษาเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงให้คงที่
สิ่งสำคัญคือเราต้องไม่ฝืนเทรดในช่วงที่ความผันผวนสูงจนเกินไป ถ้าคำนวณแล้วพบว่าต้องใช้ล็อตที่เล็กมากจนกำไรไม่คุ้มกับการรอ หรือถ้าต้องเสี่ยงมากกว่าเปอร์เซ็นต์ที่กำหนด การยืนรอนอกตลาดก็เป็นทางเลือกที่ฉลาด การรักษาเงินทุนให้อยู่กับเราได้นานที่สุดคือหัวใจของการเทรดในระยะยาว
| สภาพตลาดทองคำ | ระยะตัดขาดทุนเฉลี่ย | ขนาดล็อตที่แนะนำต่อทุน 1,000 ดอลลาร์ | ความเสี่ยงต่อไม้เทรด |
|---|---|---|---|
| ตลาดนิ่งไร้ข่าว | 2 ถึง 3 ดอลลาร์ | 0.06 ถึง 0.10 ล็อต | ประมาณ 20 ดอลลาร์ |
| ตลาดมีข่าวปกติ | 4 ถึง 6 ดอลลาร์ | 0.03 ถึง 0.05 ล็อต | ประมาณ 20 ดอลลาร์ |
| ตลาดผันผวนสูง | 8 ถึง 12 ดอลลาร์ | 0.01 ถึง 0.02 ล็อต | ประมาณ 20 ดอลลาร์ |
| ช่วงข่าวหนักมาก | เกิน 15 ดอลลาร์ | แนะนำให้งดเทรด | เสี่ยงสูงเกินไป |
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำเกี่ยวกับการคำนวณล็อต
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำเกี่ยวกับการคำนวณล็อตคือการใช้สภาพะพลิกที่สูงเกินไปจนเปิดออเดอร์ด้วยขนาดที่ใหญ่เกินกว่าความจำเป็น เนื่องจากไม่ได้คำนึงถึงมูลค่าความเสี่ยงต่อพิปที่แท้จริง นอกจากนี้ยังมีการลืมคำนวณค่าสเปรดหรือค่าคอมมิชชันเข้าไปในสมการการบริหารความเสี่ยง ทำให้เมื่อราคาเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็ส่งผลให้บัญชีการเทรดตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤตเร็วกว่าที่ควรจะเป็น
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการใช้ล็อตตายตัวทุกไม้โดยไม่สนใจระยะตัดขาดทุน คนที่เทรดแบบนี้มักจะเสียเงินมากบ้างน้อยบ้างในแต่ละไม้ ทำให้ไม่สามารถควบคุมความเสี่ยงได้จริง บางไม้เสีย 10 ดอลลาร์ บางไม้เสีย 50 ดอลลาร์ สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงจริงของตัวเองคือเท่าไร
อีกข้อผิดพลาดคือการเพิ่มล็อตเพื่อเอาคืนเมื่อขาดทุน ซึ่งเป็นสิ่งอันตรายมาก เพราะถ้าไม้ต่อมาเราเสียอีก ความเสียหายจะทวีคูณจนอาจจะกลบกำไรที่ทำมาทั้งหมด การเทรดต้องมีสติและทำตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด ถ้าไม้ไหนเสียก็รับรู้และไปหาไม้ใหม่ที่มีโอกาสและความคุ้มค่าดีกว่า การพยายามเอาคืนในทันทีมักจะทำให้เราตัดสินใจด้วยอารมณ์แทนที่จะใช้เหตุผล
ข้อผิดพลาดสุดท้ายคือการไม่คำนึงถึงค่าสเปรดของโบรกเกอร์ ทองคำมักจะมีค่าสเปรดสูงกว่าคู่เงินทั่วไป โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดเปิดหรือมีข่าว ถ้าเราตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ใกล้ราคาเข้ามากเกินไป อาจจะโดนตัดทันทีเพียงเพราะค่าสเปรดขยายตัว การคำนวณขนาดออเดอร์จึงต้องคำนึงถึงค่าสเปรดและเผื่อระยะห่างของจุดตัดขาดทุนให้พอเหมาะด้วย
สรุปแนวทางการจัดการความเสี่ยงเทรดทองคำให้รอดในระยะยาว
การเทรดทองคำให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องของการทายทิศทางราคาให้ถูกทุกครั้ง แต่เป็นเรื่องของการอยู่รอดและสะสมกำไรในระยะยาว การคำนวณขนาดออเดอร์ที่เหมาะสมจะช่วยให้เราผ่านช่วงขาดทุนได้โดยที่เงินทุนไม่พังทลาย และพร้อมเก็บกำไรเมื่อโอกาสที่ดีมาถึง
หลักการสำคัญที่ต้องจำคือกำหนดความเสี่ยงต่อไม้ไว้ไม่เกิน 1 ถึง 2 เปอร์เซ็นต์ของเงินทุน หาจุดตัดขาดทุนตามโครงสร้างกราฟ แล้วคำนวณขนาดล็อตให้สอดคล้องกับระยะตัดขาดทุน ปรับขนาดล็อตตามสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลง และที่สำคัญที่สุดคือต้องมีสติและทำตามแผนอย่างเคร่งครัด ถ้าทำตามหลักการเหล่านี้ได้ การเทรดทองคำจะเป็นเครื่องมือสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว
ขอให้ทุกคนจำไว้ว่าตลาดจะอยู่กับเราตลอดไป โอกาสเข้าเทรดที่ดีจะวนมาเรื่อยๆ สิ่งที่เราต้องทำคือรักษาเงินทุนให้อยู่กับเราให้นานที่สุด การเสียเงินบางส่วนในไม้ที่ผิดพลาดเป็นเรื่องปกติของการเทรด แต่การเสียจนหมดบัญชีเพราะใส่ล็อตเยอะเกินไปคือสิ่งที่เราต้องหลีกเลี่ยงให้ได้ ขอให้ทุกคนเทรดอย่างมีวินัยและรู้ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดทองคำมักเน้นไปที่วิธีเลือกโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้และการทำความเข้าใจผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยต่อต้นทุนการถือออเดอร์ในระยะยาว นักลงทุนมือใหม่มักสงสัยเกี่ยวกับการใช้สภาพะพลิกเพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำกำไรโดยไม่รับรู้ถึงความเสี่ยงที่ตามมา การศึกษาข้อมูลและทดลองเทรดด้วยบัญชีทดลองจึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนลงทุนจริง
ทองคำ 1 ล็อตเท่ากับกี่ดอลลาร์ต่อดอลลาร์
ทองคำมาตรฐาน 1 ล็อต มูลค่าต่อหน่วยประมาณ 100 ออนซ์ ดังนั้นราคาขยับ 1 ดอลลาร์จะเท่ากับ 100 ดอลลาร์ต่อล็อต ถ้าเราเทรด 0.1 ล็อต ราคาทองเคลื่อนไหว 1 ดอลลาร์ก็จะมีมูลค่าประมาณ 10 ดอลลาร์ การเข้าใจจุดนี้คือหัวใจสำคัญของการคำนวณขนาดออเดอร์ เพราะมันบอกเราเลยว่าราคาวิ่งกี่จุดแล้วเราจะกำไรหรือขาดทุนเท่าไร
ควรเสี่ยงเงินกี่เปอร์เซ็นต์ต่อไม้ต่อการเทรดทองคำ
ส่วนใหญ่เมนเทอร์จะแนะนำให้เสี่ยงไม่เกิน 1 ถึง 2 เปอร์เซ็นต์ของเงินทุนทั้งหมดในหนึ่งไม้เทรด ถ้ามีทุน 1,000 ดอลลาร์ การเสี่ยง 2 เปอร์เซ็นต์หมายถึงถ้าราคาวิ่งไปโดนจุดตัดขาดทุนเราจะเสียแค่ 20 ดอลลาร์ กฎนี้จะช่วยให้เราอยู่ในตลาดได้นานแม้ว่าจะเจอไม้เสียติดต่อกันหลายครั้ง
ทำไมการคำนวณขนาดออเดอร์ทองคำถึงสำคัญกว่าการหาทิศทาง
เพราะตลาดทองคำมีความผันผวนสูงมาก ราคาอาจจะวิ่งย่องแล้วไหลไปกี่ดอลลาร์ในพริบตาเดียว ถ้าเราใส่ล็อตใหญ่เกินไปโดยไม่คำนวณ แค่ราคาเด้งนิดเดียวก็อาจจะโดนตัดบัญชีหรือล้างพอร์ตได้เลย การจัดการความเสี่ยงจึงเป็นเกราะคุ้มกันที่ทำให้เราเอาตัวรอดจากความผันผวนของราคาและรักษาเงินทุนไว้เทรดต่อไปได้
จุดตัดขาดทุนเทรดทองคำควรตั้งกี่ดอลลาร์จึงเหมาะสม
การตั้งจุดตัดขาดทุนไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นอยู่กับโครงสร้างกราฟและจุดที่ราคาพักตัว บางครั้งอาจจะตั้งแค่ 3 ดอลลาร์ บางครั้งอาจจะต้องตั้งถึง 10 ดอลลาร์ตามช่วงเวลาที่ตลาดผันผวนรุนแรง สิ่งสำคัญคือเมื่อเรารู้ระยะห่างของจุดตัดขาดทุนแล้ว เราต้องนำมาคำนวณปรับลดขนาดล็อตให้เข้ากับเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงที่เรากำหนดไว้
เทรดทองคำแล้วควรตั้งเป้าหมายกำไรต่อไม้เท่าไรจึงจะดี
การตั้งเป้ากำไรควรดูจากอัตราส่วนความคุ้มค่าของความเสี่ยง โดยทั่วไปนิยมตั้งไว้ที่ 1 ต่อ 2 หรือ 1 ต่อ 3 หมายความว่าถ้าเราเสี่ยงขาดทุน 20 ดอลลาร์เราควรตั้งเป้ากำไรไว้ที่ 40 ถึง 60 ดอลลาร์ ถ้าหากโครงสร้างกราฟไม่รองรับเป้าหมายที่มากพอก็ไม่ควรฝืนเข้าเทรด เพราะการเข้าไม้ที่ความคุ้มค่าต่ำจะทำให้เราขาดทุนสะสมจนกลบกำไรในระยะยาวได้
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย








TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文