กราฟ 15 นาทีคือจุดสมดุลสำหรับเทรดทองคำ บทความนี้สรุปวิธีหาจุดเข้า ตั้งสต็อปลอส และทำกำไรอย่างชัดเจนสำหรับนักเทรด 2569 คน

เทรดทองคำกราฟ 15 นาที ต้องดูเทรนด์ใหญ่ก่อน แล้วค่อยลงมาหาจุดเข้าในระยะสั้น บทความนี้สรุปวิธีอ่านแท่งเทียน ตั้งสต็อปลอส และคำนวณกำไรแบบชัดเจน นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
ทำไมกราฟ 15 นาทีถึงเหมาะกับการเทรดทองคำ
กราฟ 15 นาที (M15) เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเทรดทองคำ เนื่องจากช่วยให้นักเทรดสามารถจับความเคลื่อนไหวของราคาในระดับเทรนด์ระยะสั้นได้อย่างชัดเจน โดยไม่โฟกัสจนเกินไปกับสัญญาณรบกวนจากกราฟย่อยขนาดเล็ก อีกทั้งยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสภาพคล่องตลาดได้ดีกว่ากราฟรายวัน ทำให้สามารถวางแผนการเข้าและออกจากการลงทุนได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูงสุดในแต่ละวัน
หลายคนชอบถามว่าจะเทรดทองคำที่กราฟไหนดี ผมตอบตรงๆ ว่ากราฟ 15 นาทีเป็นจุดสมดุลที่ดีที่สุดสำหรับคนไทยที่อยากเทรดจริงจัง มันไม่เร็วจนตาไม่ทันเหมือนกราฟ 1 นาทีหรือ 5 นาที และก็ไม่ช้าจนเสียเวลารอเป็นวันเหมือนกราฟ 4 ชั่วโมง
ทองคำเป็นสินค้าที่ขยับตัวเร็วมากในช่วงข่าว แต่ถ้าเราดูกราฟเล็กเกินไป เราจะโดนความผันผวนแทะเล็กๆ น้อยๆ จนสต็อปลอสถูกตัดบ่อย กราฟ 15 นาทีจะช่วยกรองสัญญาณรบกวนพวกนี้ออกไปได้ระดับหนึ่ง แท่งเทียนหนึ่งแท่งแทนการเคลื่อนไหวของราคาใน 15 นาที ทำให้เราเห็นภาพการซื้อขายของตลาดได้ชัดกว่า ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
อีกเหตุผลคือการตั้งสต็อปลอส ในกราฟ 15 นาที ระยะสต็อปลอสมักจะอยู่ที่ 15-25 ดอลลาร์ต่อล็อต ซึ่งเป็นระยะที่ยอมรับได้สำหรับบัญชีเริ่มต้น ถ้าไปดูกราฟ 1 ชั่วโมง สต็อปลอสอาจจะกว้างถึง 30-50 ดอลลาร์ ซึ่งถ้าบัญชีเล็กจะเสียวหายไปเลย กราฟ 15 นาทีจึงเป็นทางเลือกที่คุมความเสี่ยงได้ดีกว่า
วิธีหาทิศทางเทรนด์ก่อนคิดจะเข้าเทรด

การหาทิศทางเทรนด์ก่อนเข้าเทรดทองคำสามารถทำได้โดยการสังเกตระดับจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดของราคาบนกราฟราคา หากราคาปรับตัวสูงขึ้นเป็นระดับบันไดแสดงถึงแนวโน้มขาขึ้น ในขณะที่หากราคาลงมาทำจุดต่ำสุดใหม่ต่อเนื่องก็บ่งชี้ถึงแนวโน้มขาลง ซึ่งการใช้เครื่องมือเช่นเส้นค่าเฉลี่ยราคา 200 คาบ จะช่วยยืนยันทิศทางหลักของตลาดได้อย่างชัดเจน ข้อมูลจากเว็บไซต์ Investopedia ระบุว่าเส้นค่าเฉลี่ยนี้เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการ
กฎข้อแรกที่ผมสอนลูกศิษย์เสมอคือ ห้ามเทรดสวนเทรนด์ ถ้าจะเทรดกราฟ 15 นาที ต้องเปิดกราฟใหญ่ขึ้นมาดูก่อนว่าตอนนี้ทองคำกำลังเป็นขาขึ้นหรือขาลง วิธีที่ง่ายที่สุดคือดูว่าราคาปิดเหนือหรือต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่ง
ดูเทรนด์จากกราฟ 1 ชั่วโมงก่อน
ก่อนจะลงมาดูกราฟ 15 นาที ให้เปิดกราฟ 1 ชั่วโมงขึ้นมาดูก่อน ถ้าราคาอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่ง และเส้นค่าเฉลี่ยชี้ขึ้น แสดงว่าตอนนี้เป็นขาขึ้น ให้หาแต่จุดซื้อเท่านั้น ถ้าราคาอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยและเส้นชี้ลง ก็ให้หาแต่จุดขาย การทำแบบนี้จะทำให้เราเทรดตามทิศทางหลักของตลาดได้
เวลาที่ทองคำวิ่งแรงๆ บางครั้งราคาจะเด้งไปมาเหนือและใต้เส้นค่าเฉลี่ยบ่อย ถ้าเจอแบบนี้ให้รอ อย่ารีบเทรด เพราะมันบอกว่าตลาดยังไม่มีทิศทางชัดเจน ให้รอจนกว่าราคาจะเคลื่อนตัวไปทางเดียวอย่างชัดเจน แล้วค่อยลงมาหาจุดเข้าในกราฟ 15 นาที
จุดเข้าเทรดที่เน้นทำกำไรในกราฟ M15
จุดเข้าเทรดที่เน้นทำกำไรในกราฟ M15 มักอาศัยการรอให้ราคาเกิดการพักตัวหรือการดึงกลับมาทดสอบเส้นแนวโน้ม จากนั้นจึงสังเกตสัญญาณยืนยันจากแท่งเทียน เช่น รูปแบบพินบาร์หรือการเกิดจุดตัดของเครื่องมือวัดการสั่นสะเทือนราคา เพื่อเปิดออเดอร์ซื้อในจังหวะที่ราคากำลังจะเคลื่อนไหวไปตามทิศทางเดิม วิธีนี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการไล่ตามราคาและเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เมื่อรู้ทิศทางจากกราฟใหญ่แล้ว ต่อมาคือการหาจุดเข้าในกราฟ 15 นาที ผมจะใช้การรอราคาปรับตัวลงมาแตะเส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่งในกราฟ 15 นาที แล้วดูว่ามีแท่งเทียนกลับตัวหรือไม่ ถ้ามีก็เข้าเทรดตามทิศทางเดิม
รอราคาแตะเส้นค่าเฉลี่ยแล้วเกิดการกลับตัว
สมมติว่ากราฟ 1 ชั่วโมงเป็นขาขึ้น ในกราฟ 15 นาทีเราจะรอราคาลงมาแตะเส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่ง เมื่อราคาแตะแล้ว ให้สังเกตว่าแท่งเทียนแท่งถัดไปจะเป็นยังไง ถ้าเกิดแท่งเทียนที่มีลำตัวยาวขึ้นไป แสดงว่ามีคนเข้าซื้อ ก็ให้เปิดออเดอร์ซื้อได้ จุดเข้าคือราคาปิดของแท่งเทียนที่กลับตัวขึ้นมานั้น
วิธีนี้เรียกว่าการเทรดตามเทรนด์และซื้อตอนที่ราคาปรับตัวลง มันเป็นจุดที่ความเสี่ยงต่ำที่สุด เพราะเราซื้อในจุดที่ราคาถูกกว่าตอนที่มันวิ่งขึ้นไปแล้ว และถ้าราคาไม่ยอมขึ้นจริงๆ เราก็รู้ว่าเทรนด์กำลังจะเปลี่ยน ก็ตัดขาดทุนได้เร็ว
ใช้ RSI ช่วยยืนยันการกลับตัว
นอกจากดูแท่งเทียนแล้ว ผมแนะนำให้เปิด RSI ไว้ด้วย ตั้งค่าที่ 14 แท่ง เมื่อราคาแตะเส้นค่าเฉลี่ยในกราฟ 15 นาที ให้ดู RSI ว่ามันอยู่ในโซนไหน ถ้าเป็นขาขึ้นและ RSI ลงมาใกล้ระดับ 40 แล้วเริ่มหันขึ้น ก็เป็นสัญญาณยืนยันว่าราคากำลังจะกลับตัวขึ้น แต่ถ้า RSI ยังชี้ลงอยู่ ก็ให้รออีกสักแท่งเพื่อความชัวร์
การคำนวณกำไรและขาดทุนจากการเทรดทองคำ
การคำนวณกำไรและขาดทุนจากการเทรดทองคำต้องอาศัยการทราบถึงขนาดสัญญาซื้อขายและจำนวนตัวคูณเงินตราเป็นหลัก โดยผู้ลงทุนจะต้องนำความแตกต่างของราคาเปิดและราคาปิดมาคูณกับจำนวนหน่วยที่ซื้อขาย เพื่อทราบผลลัพธ์ทางการเงินที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ซึ่งการเทรดทองคำแบบไม่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามักจะมีตัวคูณที่แตกต่างจากการลงทุนรูปแบบอื่น ทำให้จำเป็นต้องตรวจสอบรายละเอียดจากโบรกเกอร์อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งเสมอ
มาถึงส่วนสำคัญที่หลายคนมองข้าม การคำนวณตัวเลขก่อนเข้าเทรด ผมจะยกตัวอย่างการเทรดทองคำจริงให้ดูว่าถ้าเข้าซื้อที่ราคา 2569 ดอลลาร์ต่อนซ์ แล้วราคาขึ้นไปที่ 2578 ดอลลาร์ เราจะได้กำไรเท่าไร และถ้าตั้งสต็อปลอสไว้ที่ 2564 ดอลลาร์ จะเสียเท่าไร
ตัวอย่างการคำนวณเมื่อราคาทะลุ 2569 ดอลลาร์
สมมติว่าเราเปิดออเดอร์ซื้อทองคำที่ราคา 2569 ดอลลาร์ ขนาดล็อต 0.10 หรือ 1 ออนซ์ โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 2578 ดอลลาร์และตั้งสต็อปลอสไว้ที่ 2564 ดอลลาร์ ระยะห่างจากจุดเข้าถึงเป้าหมายคือ 9 ดอลลาร์ และระยะสต็อปลอสคือ 5 ดอลลาร์ อัตราการได้เสียเท่ากับ 1 ต่อ 1.8 ซึ่งถือว่าคุ้มค่าที่จะเข้าเทรด
การคำนวณกำไร: ราคาขาย 2578 ลบด้วยราคาซื้อ 2569 เท่ากับ 9 ดอลลาร์ เนื่องจากขนาดล็อต 0.10 มีค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์ต่อจุด ดังนั้นกำไรที่ได้คือ 9 คูณ 1 เท่ากับ 9 ดอลลาร์ ส่วนกรณีขาดทุน ถ้าราคาตกไปแตะสต็อปลอสที่ 2564 ก็จะเสีย 5 ดอลลาร์ จากการคำนวณนี้จะเห็นว่าเราเสี่ยง 5 ดอลลาร์เพื่อจะได้กำไร 9 ดอลลาร์ ถ้าเทรดแบบนี้ได้ 10 ครั้ง แม้จะผิด 4 ครั้งก็ยังกำไรอยู่
มาดูอีกตัวอย่าง ถ้าเราซื้อที่ 2569 ดอลลาร์ด้วยล็อตใหญ่ขึ้นเป็น 1.00 ล็อต หรือ 10 ออนซ์ กำไรจะเป็น 9 ดอลลาร์คูณ 10 เท่ากับ 90 ดอลลาร์ และถ้าขาดทุนก็จะเสีย 5 คูณ 10 เท่ากับ 50 ดอลลาร์ การเทรดล็อตใหญ่ทำให้กำไรและขาดทุนโตขึ้นตามสัดส่วน ดังนั้นต้องคำนวณขนาดล็อตให้เหมาะกับเงินในบัญชี ถ้าบัญชีมี 1,000 ดอลลาร์ การเสี่ยง 50 ดอลลาร์ต่อครั้งถือว่ามากเกินไป ควรใช้ล็อต 0.10 แทน
การตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผล

การตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผลต้องอ้างอิงจากโครงสร้างของกราฟราคาและระดับความผันผวนในขณะนั้น โดยควรวางสถานะสั่งหยุดการขาดทุนไว้บริเวณใต้จุดต่ำสุดเดิมในกรณีที่ซื้อ หรือเหนือจุดสูงสุดเดิมในกรณีที่ขาย เพื่อให้ตลาดมีพื้นที่ในการเคลื่อนไหวตามปกติโดยไม่ถูกกระตุ้นให้ออกจากการลงทุนก่อนเวลาอันควร ซึ่งการใช้ดัชนีวัดค่าเฉลี่ยช่วยให้ปรับระยะการตัดขาดทุนให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดได้อย่างเหมาะสมที่สุด
การตั้งสต็อปลอสไม่ใช่เรื่องของความรู้สึก แต่ต้องอ้างอิงจากโครงสร้างของกราฟ ผมเห็นมือใหม่หลายคนชอบตั้งสต็อปลอสแค่ 2-3 ดอลลาร์จากจุดเข้า สุดท้ายโดนตัดบ่อยๆ เพราะทองคำชอบแกว่งไปมาก่อนจะไปทางที่เราคาดไว้
ใช้จุดสูงสุดและต่ำสุดเป็นหลัก
วิธีที่ผมใช้คือดูจุดสูงสุดหรือต่ำสุดล่าสุดในกราฟ 15 นาที ถ้าซื้อ ก็ตั้งสต็อปลอสไว้ต่ำกว่าจุดต่ำสุดล่าสุดประมาณ 2-3 ดอลลาร์ ถ้าขาย ก็ตั้งไว้เหนือจุดสูงสุดล่าสุด 2-3 ดอลลาร์ การเผื่อระยะนี้สำคัญมาก เพราะบางครั้งราคาจะแตะจุดต่ำสุดเดิมเล็กน้อยแล้วเด้งกลับ ถ้าเราตั้งสต็อปแนบเกินไปก็จะโดนตัดก่อนที่ราคาจะไปตามเป้า
อีกวิธีคือใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เป็นตัวตั้งสต็อปลอส ถ้าซื้อตามเทรนด์ขาขึ้น อาจจะตั้งสต็อปลอสไว้ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่ง ถ้าราคาปิดต่ำกว่าเส้นนี้ แสดงว่าเทรนด์ขาขึ้นอาจจะจบแล้ว ก็ควรตัดขาดทุนและรอจังหวะใหม่ วิธีนี้จะทำให้สต็อปลอสมีเหตุผลรองรับ ไม่ใช่ตั้งเอาเองตามใจ
การใช้ข่าวเศรษฐกิจประกอบการเทรดทองคำ
การใช้ข่าวเศรษฐกิจประกอบการเทรดทองคำเป็นสิ่งจำเป็นเนื่องจากทองคำมีสถานะเป็นสินทรัพย์หลบภัย ข้อมูลจากเว็บไซต์ Trading Economics ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ร้อยละ 3.2 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ผู้ลงทุนหันมาจับจองทองคำเพื่อรักษามูลค่าทรัพย์สิน การติดตามตัวเลขทางเศรษฐกิจเช่นนี้จะช่วยให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์ทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาทองคำได้อย่างแม่นยำและทันต่อสถานการณ์ในตลาดโลกอย่างแท้จริง
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ตอบสนองต่อข่าวเศรษฐกิจมาก โดยเฉพาะข่าวเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐและดัชนีเงินเฟ้อ ถ้าเราเทรดกราฟ 15 นาทีโดยไม่ดูข่าวเลย มีโอกาสโดนราคาเด้งแรงจนสต็อปลอสขาดวิ่นบ่อยๆ
หลีกเลี่ยงการเทรดช่วงข่าวใหญ่
ผมแนะนำว่าถ้ามีข่าวใหญ่ เช่น การประกาศอัตราดอกเบี้ยหรือ Non-Farm Payroll ให้หลีกเลี่ยงการเปิดออเดอร์ใหม่ 30 นาทีก่อนและ 30 นาทีหลังข่าว ในกราฟ 15 นาที ช่วงข่าวแท่งเทียนอาจจะวิ่งไป 10-15 ดอลลาร์ในไม่กี่นาที ซึ่งมากเกินไปสำหรับการควบคุมความเสี่ยง ให้รอจนกระทั่งราคาสงบลงและกลับมาเดินตามโครงสร้างเดิม แล้วค่อยหาจุดเข้า
บางครั้งข่าวที่ออกมาอาจจะเป็นแค่การหลอกตลาด ราคาวิ่งขึ้นแรงๆ แล้วกลับมาตกลงทันที ถ้าเราเข้าตามตอนที่ราคาเด้งขึ้น ก็จะกลายเป็นซื้อบนสุดและโดนตัดขาดทุน การรอให้ราคาเคลื่อนตัวจนชัดเจน แล้วค่อยเทรดตามเทรนด์ใหญ่จะปลอดภัยกว่ามาก
วินัยในการเทรดกราฟ 15 นาที
ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้คนเทรดทองคำกราฟ 15 นาทีสำเร็จหรือล้มเหลวคือวินัย กราฟ 15 นาทีให้สัญญาณเข้าเทรดวันละ 2-3 ครั้งเท่านั้น ถ้าเราเข้าไปหมดทุกจังหวะที่เห็น สุดท้ายก็จะเสียค่าธรรมเนียมและสเปรดไปมากกว่ากำไรที่ได้
ไม่เทรดถ้าไม่มีสัญญาณชัดเจน
ถ้าวันไหนเปิดกราฟมาแล้วราคาวิ่งไปเรื่อยๆ ไม่มีการปรับตัวมาแตะเส้นค่าเฉลี่ย ก็ให้นั่งรอ อย่ารีบไล่ตามราคา การไล่ตามราคามักจะจบลงที่การซื้อบนสุดหรือขายล่างสุด วันไหนที่ไม่มีจังหวะ ก็ปิดจอไปทำอย่างอื่นดีกว่า การรอเป็นส่วนหนึ่งของการเทรดที่ทำกำไรได้จริง
อีกอย่างคืออย่าโลภ เมื่อราคาไปถึงเป้าหมายแล้วก็ให้ปิดออเดอร์ หรืออย่างน้อยก็เลื่อนสต็อปลอสไปที่จุดเข้าเพื่อล็อคไม่ให้ขาดทุน หลายคนเห็นราคาวิ่งไปดีก็ไม่ยอมปิด หวังจะได้กำไรมากกว่านี้ สุดท้ายราคากลับมาและกำไรกลายเป็นขาดทุน การมีเป้าหมายกำไรที่แน่นอนและทำตามแผนจะทำให้เทรดได้ยั่งยืนกว่า
| หัวข้อเปรียบเทียบ | กราฟ 5 นาที | กราฟ 15 นาที | กราฟ 1 ชั่วโมง |
|---|---|---|---|
| ความถี่ในการเข้าเทรด | สูงมาก วันละ 5-8 ครั้ง | ปานกลาง วันละ 2-3 ครั้ง | ต่ำ วันละ 0-1 ครั้ง |
| ระยะสต็อปลอสเฉลี่ย | 5-10 ดอลลาร์ | 15-25 ดอลลาร์ | 30-50 ดอลลาร์ |
| ความเหมาะสมกับบัญชี | บัญชีเล็กที่รับความผันผวนได้ | บัญชีเริ่มต้น 500-1000 ดอลลาร์ | บัญชีใหญ่กว่า 2000 ดอลลาร์ขึ้นไป |
| ผลกระทบจากข่าว | กระทบมาก ราคาเด้งรุนแรง | กระทบปานกลาง เห็นทิศทางชัดเจน | กระทบน้อย ราคาค่อยเป็นค่อยไป |
สรุปแนวทางการเทรดทองคำให้ปลอดภัย
การเทรดทองคำในกราฟ 15 นาทีไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องมีระบบและทำตามกฎอย่างเคร่งครัด เริ่มจากการดูทิศทางในกราฟใหญ่ แล้วค่อยลงมาหาจุดเข้าในกราฟเล็ก ตั้งสต็อปลอสให้มีเหตุผล และคำนวณขนาดล็อตให้เหมาะกับเงินทุน
สิ่งสำคัญที่สุดคือการยอมรับว่าบางครั้งเราจะผิด ไม่มีระบบไหนถูกทุกครั้ง แต่ถ้าเรารักษาอัตราการได้เสี่ยงให้ดี คือเสี่ยงน้อยเพื่อได้กำไรมาก ในระยะยาวเราก็จะทำกำไรได้ อย่าลืมว่าการรอจังหวะที่ดีสำคัญกว่าการเทรดทุกวัน ถ้าวันไหนไม่มีสัญญาณชัดเจน ก็ให้พักแล้วรอวันถัดไป
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดทองคำมักเกี่ยวข้องกับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเปิดออเดอร์ โดยผู้เริ่มต้นมักสงสัยว่าควรเทรดในช่วงเปิดตลาดใดถึงจะให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด คำตอบคือช่วงเปิดตลาดลอนดอนและนิวยอร์กมักจะมีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด ทำให้ราคามีการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนและสามารถเกิดกำไรได้รวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีคำถามเกี่ยวกับเงินทุนต่ำสุดในการเริ่มต้น ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายของโบรกเกอร์ที่ผู้ลงทุนเลือกใช้บริการเป็นหลักในการพิจารณา
ทำไมถึงแนะนำให้เทรดทองคำในกราฟ 15 นาที?
กราฟ 15 นาทีเป็นจุดสมดุลที่ดีที่สุดสำหรับคนไทยที่อยากเทรดจริงจัง เพราะไม่เร็วจนตาไม่ทันเหมือนกราฟ 1 นาทีหรือ 5 นาที และก็ไม่ช้าจนเสียเวลารอเป็นวันเหมือนกราฟ 4 ชั่วโมง ทองคำขยับตัวเร็วในช่วงข่าว แต่กราฟ 15 นาทีจะช่วยกรองสัญญาณรบกวนแทะเล็กๆ น้อยๆ ออกไปได้ระดับหนึ่ง ทำให้เราเห็นภาพการซื้อขายของตลาดได้ชัดกว่า นอกจากนี้ระยะสต็อปลอสในกราฟนี้มักอยู่ที่ 15-25 ดอลลาร์ต่อล็อต ซึ่งคุมความเสี่ยงได้ดีกว่ากราฟใหญ่ที่อาจกว้างถึง 30-50 ดอลลาร์
ต้องดูกราฟอะไรก่อนเริ่มเทรดในกราฟ 15 นาที?
กฎเหล็กคือห้ามเทรดสวนเทรนด์ ก่อนลงมาดูกราฟ 15 นาที ต้องเปิดกราฟ 1 ชั่วโมงขึ้นมาดูก่อนว่าทองคำกำลังเป็นขาขึ้นหรือขาลง ถ้าราคาอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่งและเส้นชี้ขึ้น ก็ให้หาแต่จุดซื้อในกราฟเล็ก แต่ถ้าราคาอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยและเส้นชี้ลง ก็ให้หาแต่จุดขาย การทำแบบนี้จะทำให้เราเทรดตามทิศทางหลักของตลาดได้อย่างปลอดภัย
จุดเข้าเทรดที่ดีในกราฟ M15 คือตรงไหน?
เมื่อรู้ทิศทางจากกราฟใหญ่แล้ว ให้รอราคาปรับตัวลงมาแตะเส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่งในกราฟ 15 นาที แล้วสังเกตว่ามีแท่งเทียนกลับตัวหรือไม่ ถ้าเกิดแท่งเทียนที่มีลำตัวยาวขึ้นไปในขาขึ้น แสดงว่ามีคนเข้าซื้อ ก็ให้เปิดออเดอร์ซื้อได้ที่ราคาปิดของแท่งเทียนนั้น วิธีนี้เป็นการซื้อตอนที่ราคาปรับตัวลง ซึ่งเป็นจุดที่ความเสี่ยงต่ำที่สุดเพราะเราซื้อในจุดที่ถูกกว่าตอนที่มันวิ่งขึ้นไปแล้ว
ควรตั้งสต็อปลอสและเป้าหมายกำไรยังไง?
การตั้งสต็อปลอสในกราฟ 15 นาทีให้ดูจากจุดต่ำสุดของแท่งเทียนกลับตัว ถ้าเทรดขาขึ้นก็วางสต็อปไว้ใต้จุดต่ำสุดนั้นประมาณ 2-3 ดอลลาร์ ส่วนเป้าหมายกำไรให้ใช้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่ 1 ต่อ 2 เสมอ ถ้าสต็อปลอสอยู่ที่ 20 ดอลลาร์ เป้าหมายกำไรก็ต้องอยู่ที่ 40 ดอลลาร์ การตั้งเป้าแบบนี้จะทำให้เราทำกำไรได้ในระยะยาวแม้จะเสียบ้างก็ตาม
ควรใช้ RSI ช่วยในการเทรดยังไง?
RSI ใช้เพื่อยืนยันการกลับตัวของราคาเมื่อแตะเส้นค่าเฉลี่ย ในขาขึ้นถ้าราคาลงมาแตะเส้นค่าเฉลี่ยและ RSI อยู่ในโซนปกติประมาณ 40-50 แล้วค่อยๆ ชี้ขึ้น แสดงว่าแรงขายเริ่มอ่อนลง แต่ถ้า RSI อยู่ต่ำกว่า 30 อาจบ่งบอกว่าทองคำถูกขายมากเกินไปและอาจกลับตัวได้ อย่างไรก็ตาม RSI เป็นเพียงตัวช่วย สิ่งสำคัญที่สุดคือทิศทางเทรนด์จากกราฟ 1 ชั่วโมง ถ้าเทรนด์ใหญ่เป็นขาขึ้นก็ให้หาแต่จุดซื้อเท่านั้น
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย










TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文