เรียนรู้วิธีเทรดทองคำแบบ Gap Trading จับช่องว่างราคาตอนเปิดตลาด เข้าใจสาเหตุ หาจุดเข้า ตั้งสล็อต และเช็กทุนไหลอย่างชัดเจนในบทความนี้1


ช่องว่างราคาทองคำเกิดขึ้นได้อย่างไร
ช่องว่างราคาหรือ Gap ในตลาดทองคำเกิดขึ้นเมื่อราคาเปิดแท่งใหม่โดดข้ามช่วงราคาเดิมทิ้งไว้ ทำให้เห็นพื้นที่ว่างระหว่างแท่งเทียนสองแท่งที่ไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้นเลย สาเหตุหลักมาจากการที่ตลาดปิดทำการชั่วคราวแล้วมีข่าวสารหรือเหตุการณ์สำคัญเข้ามากระทบจนราคาเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง
ในตลาด Forex ทั่วไปการเกิด Gap จะเจอได้น้อยเพราะตลาดเปิดตลอดยกเว้นช่วงสุดสัปดาห์ แต่ในตลาดทองคำหรือ XAU การเกิด Gap ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่เจอได้บ่อยเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงเปิดตลาดวันจันทร์ที่มีการสะสมข่าวสารตลอดสุดสัปดาห์ นอกจากนี้การที่โบรกเกอร์แต่ละแห่งกำหนดเวลาปิดเปิดเซิร์ฟเวอร์ต่างกันก็ทำให้เกิดช่องว่างราคาระหว่างวันได้ด้วย ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
การทำความเข้าใจสาเหตุที่ทำให้เกิด Gap จะช่วยให้เราไม่ตื่นตระหนกเมื่อเห็นราคาทองคำเปิดมาแล้วโดดไปไกล และสามารถวางแผนการเทรดได้อย่างถูกต้อง ไม่ใช่การเข้าไปไล่ตามราคาอย่างไม่มีหลักการ คนเทรดทองที่เก่งจะรู้ว่า Gap แต่ละแบบมีนัยสำคัญแตกต่างกันและต้องใช้วิธีจัดการที่ไม่เหมือนกัน
ประเภทของ Gap ทองคำที่ต้องรู้จัก
การแบ่งประเภทช่องว่างราคาในตลาดทองคำจะช่วยให้เราเข้าใจทิศทางและแรงของตลาดได้ดีขึ้น โดยแบ่งออกเป็นสี่ลักษณะหลักที่เจอได้บ่อยในการเทรดจริง แต่ละแบบสะท้อนจิตวิทยาของผู้เล่นในตลาดที่แตกต่างกัน
ช่องว่างราคาแบบ Breakaway
เป็น Gap ที่เกิดขึ้นตอนจบแนวโน้มเดิมแล้วเริ่มต้นแนวโน้มใหม่ มักจะเกิดหลังจากราคาสะสมมานานแล้วโดดออกจากกรอบราคาเดิม สังเกตได้จากปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน การเทรด Gap แบบนี้มักจะได้กำไรดีเพราะเป็นจุดเริ่มต้นของเทรนด์ใหม่ที่แข็งแรง
ช่องว่างราคาแบบ Runaway
เป็น Gap ที่เกิดขึ้นกลางแนวโน้ม แสดงว่าผู้เล่นในตลาดยังคงมีความเชื่อมั่นในทิศทางเดิมอย่างมาก ราคาวิ่งต่อเนื่องโดยมีการเกิดช่องว่างเล็กๆ ขึ้นมา การเทรดแบบนี้ควรเข้าตามแนวโน้มและรักษาสถานะไว้ให้นานที่สุด
ช่องว่างราคาแบบ Exhaustion
เป็น Gap ที่เกิดท้ายแนวโน้ม บ่งบอกว่าแรงซื้อหรือแรงขายเริ่มหมดลงแล้ว มักจะตามมาด้วยการกลับตัวของราคา การเทรด Gap แบบนี้ต้องระวังเพราะอาจเป็นกับดักที่ทำให้เราเข้าผิดทิศทางได้ ควรรอให้มีสัญญาณยืนยันการกลับตัวก่อนค่อยตัดสินใจ
ช่องว่างราคาแบบ Common
เป็น Gap ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ราคาไซค์เดียวไม่มีแนวโน้มชัดเจน มักจะถูกปิดกลับได้เร็ว การเทรดแบบนี้ไม่ค่อยคุ้มค่าเพราะทิศทางไม่ชัดเจนและความเสี่ยงสูงกว่ากำไรที่จะได้รับ
วิธีหาจุดเข้าเทรดทองช่องว่างราคา
การหาจุดเข้าเทรด Gap ทองคำต้องอาศัยการรอคอยจังหวะที่เหมาะสม ไม่ใช่เข้าไปทันทีที่เห็นช่องว่างราคาเกิดขึ้น หัวใจสำคัญคือต้องดูว่าราคาจะวิ่งต่อหรือย้อนกลับมาปิดช่องว่าง โดยใช้เครื่องมือเสริมอย่างเส้นค่าเฉลี่ยและระดับแนวรับแนวต้านเข้ามาช่วยวิเคราะห์
วิธีแรกคือการเทรดเข้าตามทิศทางของ Gap โดยรอให้ราคาเปิดตลาดแล้วเกิด Gap ขึ้น จากนั้นรอให้ราคาปรับตัวลงมาทดสอบขอบบนของช่องว่างก่อนค่อยเข้าซื้อ วิธีนี้จะปลอดภัยกว่าการไล่ตามราคาที่โดดไปแล้ว การตั้งจุดตัดขาดทุนควรอยู่ใต้ขอบล่างของ Gap เพื่อความปลอดภัย ถ้าราคาย้อนลงมาปิดช่องว่างแสดงว่าการแตกออกของราคาล้มเหลว
วิธีที่สองคือการเทรดแบบรอให้ราคากลับมาปิดช่องว่าง วิธีนี้เหมาะกับ Gap แบบ Exhaustion ที่เราคาดว่าราคาจะย้อนกลับ การรอให้ราคาวิ่งกลับมาทดสอบพื้นที่ว่างแล้วเข้าสวนทิศทางเดิม การตั้งจุดตัดขาดทุนควรอยู่เหนือหรือใต้จุดสูงสุดหรือต่ำสุดของ Gap เล็กน้อย การใช้เส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่งมาช่วยยืนยันทิศทางจะทำให้การเข้าเทรดมีความแม่นยำมากขึ้น
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขาดทุนจริง
การคำนวณกำไรและขาดทุนในการเทรด Gap ทองคำต้องเข้าใจค่า pip และขนาดล็อตก่อน ในทองคำ 1 ล็อตมาตรฐานการเคลื่อนไหว 1 ดอลลาร์เท่ากับ 100 ดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นเราต้องคำนวณให้แม่นยำเพื่อไม่ให้ความเสี่ยงเกินกว่าที่กำหนดไว้
สมมติว่าราคาทองคำเปิดตลาดวันจันทร์ที่ระดับ 2350 ดอลลาร์เกิด Gap ขึ้นไปที่ 2365 ดอลลาร์ ช่องว่างราคากว้าง 15 ดอลลาร์ เราวิเคราะห์ว่าเป็น Gap แบบ Breakaway จึงวางแผนรอให้ราคาปรับลงมาทดสอบที่ระดับ 2360 ดอลลาร์แล้วเข้าซื้อ 1 ล็อต ตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 2353 ดอลลาร์ซึ่งอยู่ใต้ขอบล่างของ Gap และตั้งเป้าหมายกำไรที่ 2380 ดอลลาร์
การคำนวณความเสี่ยงคือราคาเข้า 2360 ลบจุดตัดขาดทุน 2353 เท่ากับ 7 ดอลลาร์ คูณด้วย 100 ดอลลาร์ต่อดอลลาร์ใน 1 ล็อต เท่ากับความเสี่ยง 700 ดอลลาร์ ส่วนเป้าหมายกำไรคือ 2380 ลบ 2360 เท่ากับ 20 ดอลลาร์ คูณ 100 เท่ากับกำไรที่คาดหวัง 2000 ดอลลาร์ อัตราส่วนกำไรต่อขาดทุนเท่ากับ 2.8 ต่อ 1 ซึ่งถือว่าคุ้มค่าที่จะเข้าเทรด หากบัญชีมีทุน 10,000 ดอลลาร์การเสี่ยง 700 ดอลลาร์คิดเป็น 7 เปอร์เซ็นต์ซึ่งสูงไป อาจต้องลดขนาดล็อตเหลือ 0.5 ล็อตเพื่อให้ความเสี่ยงลดลงเหลือ 350 ดอลลาร์หรือ 3.5 เปอร์เซ็นต์ของทุน
การตั้งจุดตัดขาดทุนและการจัดการความเสี่ยง
การตั้งจุดตัดขาดทุนในการเทรด Gap ทองคำเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะตลาดทองคำมีความผันผวนสูงและการเกิด Gap อาจทำให้ราคาเลยจุดตัดขาดทุนของเราได้ การตั้งจุดตัดขาดทุนต้องอยู่ในตำแหน่งที่หากถูกแตะแล้วแสดงว่าสมมติฐานการเทรดของเราผิดพลาดจริงๆ
กฎการตั้งจุดตัดขาดทุนคือถ้าเทรดเข้าซื้อหลังจากเกิด Gap ขึ้น ให้ตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ใต้ขอบล่างของช่องว่างราคา ระยะห่างควรประมาณ 2 ถึง 3 ดอลลาร์เพื่อให้มีพื้นที่รองรับความผันผวนปกติของราคา หากเทรดเข้าขายหลังจากเกิด Gap ลง ให้ตั้งจุดตัดขาดทุนไว้เหนือขอบบนของช่องว่างราคาในระยะที่คล้ายกัน การใช้ระดับแนวรับแนวต้านที่สำคัญมาประกอบการตั้งจุดตัดขาดทุนจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือได้อีกด้วย
การจัดการความเสี่ยงระดับบัญชีต้องคำนึงถึงขนาดล็อตและเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงต่อไม้เสมอ กฎพื้นฐานคือไม่ควรเสี่ยงเกิน 2 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ของทุนในการเทรดหนึ่งครั้ง การใช้คำสั่งตัดขาดทุนแบบรับประกันจากโบรกเกอร์อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่ก็ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการที่ราคาข้ามจุดตัดขาดทุนไปได้ นอกจากนี้การเทรดหลายคู่ต้องการความระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะทองคำมีความสัมพันธ์กับคู่เงินดอลลาร์สหรัฐ การถือสถานะทั้งทองคำและคู่เงินที่เกี่ยวข้องอาจเพิ่มความเสี่ยงมากกว่าที่คิด
การเปรียบเทียบการเทรด Gap ทองคำกับคู่เงิน Forex
การเทรด Gap ในตลาดทองคำและตลาด Forex มีความแตกต่างกันอย่างมาก ทั้งในด้านความถี่ที่เกิด ความผันผวน และโอกาสในการทำกำไร การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้เราเลือกตลาดที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของเราได้ดีขึ้น
| ปัจจัยเปรียบเทียบ | ทองคำ XAU | คู่เงินหลัก Forex | คู่เงินข้าม Forex |
|---|---|---|---|
| ความถี่ในการเกิด Gap | สูงมากทุกสัปดาห์ | ต่ำเฉพาะปิดสัปดาห์ | ปานกลางตามช่วงเวลา |
| ขนาด Gap โดยเฉลี่ย | 10 ถึง 30 ดอลลาร์ | 10 ถึง 30 พิป | 30 ถึง 80 พิป |
| ความเสี่ยงจากการสไลป์ | สูงมาก | ต่ำกว่าทองคำ | ปานกลาง |
| โอกาสปิดช่องว่าง | ปานกลาง | สูงมาก | สูง |
| ค่าคอมมิชชันต่อล็อต | สูงกว่า Forex | ต่ำกว่าทองคำ | ปานกลาง |
จากตารางจะเห็นว่าการเทรด Gap ทองคำมีความถี่ในการเกิดสูงกว่าคู่เงิน Forex มาก แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน การเลือกเทรด Gap ทองคำต้องมีการจัดการทุนที่รัดกุมกว่าปกติ และต้องยอมรับว่าบางครั้งจุดตัดขาดทุนอาจไม่ทำงานตามที่ตั้งไว้เนื่องจากสภาพตลาดที่ผันผวนเกินไป การเทรด Gap ในคู่เงินหลักอย่างยูโรดอลลาร์จะปลอดภัยกว่าแต่โอกาสเกิดก็น้อยกว่ามาก
ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยงเวลาเทรด Gap
การเทรด Gap ทองคำมีข้อผิดพลาดที่คนเทรดมือใหม่มักทำกันบ่อยครั้ง การรู้จักข้อผิดพลาดเหล่านี้จะช่วยให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อและสามารถเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ข้อผิดพลาดเหล่านี้บางอย่างอาจทำให้บัญชีร่องย่อยได้หากไม่ระมัดระวังให้ดี
ข้อผิดพลาดแรกคือการเข้าเทรดทันทีที่เห็น Gap โดยไม่รอให้ราคาทดสอบระดับ การไล่ตามราคาที่โดดไปแล้วมักจะจบลงด้วยการขาดทุนเพราะราคามักจะปรับตัวกลับมาทดสอบขอบของช่องว่างก่อน ข้อผิดพลาดที่สองคือการตั้งจุดตัดขาดทุนแนบเกินไป ทำให้ถูกแทะแรงง่ายๆ ก่อนที่ราคาจะวิ่งไปทิศทางที่เราคาดไว้ ควรตั้งจุดตัดขาดทุนให้มีพื้นที่รองรับความผันผวนปกติของราคาทองคำด้วย
ข้อผิดพลาดที่สามคือการใช้ leverage สูงเกินไปในการเทรด Gap ทองคำมีความผันผวนสูงและการเกิด Gap อาจทำให้การขาดทุนเกินกว่าที่คาดไว้ได้ การใช้ leverage ที่เหมาะสมจะช่วยให้เราอยู่ในตลาดได้นานขึ้นและไม่ถูกทำลายบัญชีจากการเทรดผิดครั้งเดียว ข้อผิดพลาดที่สี่คือการไม่คำนึงถึงข่าวสารที่ทำให้เกิด Gap บางครั้ง Gap เกิดจากข่าวที่ยังมีผลต่อเนื่อง การเข้าสวนทิศทางข่าวโดยไม่ระมัดระวังอาจเป็นการเสี่ยงที่ไม่จำเป็น
กลยุทธ์การเทรด Gap ทองคำที่ใช้ได้จริง
กลยุทธ์การเทรด Gap ทองคำที่ดีต้องมีกฎเกณฑ์ชัดเจนและสามารถทำตามได้จริง การมีกลยุทธ์ที่แม่นยำจะช่วยให้เราไม่หลงทางเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ ในตลาด กลยุทธ์ที่นำเสนอนี้เป็นแนวทางที่เมนเทอร์ใช้และได้ผลมาแล้วจริง
กลยุทธ์แรกคือการเทรด Gap แบบ Pullback ซึ่งเหมาะกับ Gap แบบ Breakaway และ Runaway ขั้นตอนแรกรอให้เกิด Gap ในทิศทางของแนวโน้มหลัก จากนั้นรอให้ราคาปรับตัวกลับมาทดสอบขอบของช่องว่าง ใช้เส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่งยืนยันว่าราคายังอยู่ในแนวโน้มเดิม แล้วเข้าเทรดในทิศทางของ Gap ตั้งจุดตัดขาดทุนใต้ขอบล่างของช่องว่างและตั้งเป้าหมายกำไรที่ระดับแนวต้านถัดไป
กลยุทธ์ที่สองคือการเทรด Gap แบบ Fade ซึ่งเหมาะกับ Gap แบบ Exhaustion วิธีนี้ต้องรอให้ราคาวิ่งต่อจาก Gap ไปได้ระยะหนึ่งแล้วแสดงสัญญาณอ่อนแอ เช่น แท่งเทียนกลับตัวบนกรอบเวลา 4 ชั่วโมง หรือดัชนี RSI แสดงสัญญาณคลายตัว จากนั้นเข้าสวนทิศทางเดิมโดยตั้งจุดตัดขาดทุนเหนือจุดสูงสุดหรือใต้จุดต่ำสุดของ Gap และตั้งเป้าหมายกำไรที่ระดับก่อนหน้าที่เกิด Gap กลยุทธ์นี้มีความเสี่ยงสูงกว่าแต่ก็ให้ผลตอบแทนที่ดีเช่นกันหากเข้าใจจังหวะของตลาดได้ถูกต้อง
การวิเคราะห์แนวโน้มทองคำร่วมกับ Gap
การวิเคราะห์แนวโน้มทองคำก่อนเทรด Gap เป็นสิ่งที่จำเป็นเพราะการเทรดตามแนวโน้มหลักจะมีโอกาสสำเร็จสูงกว่าการเทรดสวนแนวโน้ม การใช้กรอบเวลาใหญ่อย่างกรอบเวลารายวันหรือรายสัปดาห์มาดูทิศทางหลักจะช่วยให้เราตัดสินใจได้ดีขึ้น
หากกรอบรายวันอยู่ในขาขึ้นและเกิด Gap ขึ้นในกรอบเวลาเล็กกว่า การเข้าซื้อจะมีโอกาสสำเร็จสูงเพราะสอดคล้องกับแนวโน้มหลัก การใช้เส้นค่าเฉลี่ย 50 และ 200 แท่งในกรอบรายวันมายืนยันแนวโน้มจะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าทิศทางที่เราเทรดนั้นถูกต้อง ในทางกลับกันหากเกิด Gap สวนแนวโน้มหลักควรระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะอาจเป็น Gap แบบ Exhaustion ที่จะถูกปิดกลับได้เร็ว
การดูปริมาณการซื้อขายหรือ Volume ร่วมกับการเกิด Gap ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยยืนยันความแข็งแกร่งของ Gap หากเกิด Gap พร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน แสดงว่ามีแรงผลักดันจริงจากผู้เล่นรายใหญ่ แต่หากเกิด Gap ในช่วงที่ปริมาณการซื้อขายต่ำอาจเป็น Gap ที่เกิดจากสภาพตลาดที่บางเบาและมีโอกาสถูกปิดกลับได้สูง การประเมินสภาพตลาดโดยรวมจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำก่อนตัดสินใจเทรดทุกครั้ง
การใช้เครื่องมือเสริมในการเทรด Gap ทองคำ
การใช้เครื่องมือเสริมในการเทรด Gap ทองคำจะช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จและลดความเสี่ยงได้ มีเครื่องมือหลายอย่างที่ควรพิจารณานำมาใช้ประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้การเทรดมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของเราจะช่วยให้ทำกำไรได้สม่ำเสมอ
เครื่องมือแรกคือดัชนี RSI ซึ่งใช้วัดความแข็งแกร่งของราคา หากเกิด Gap ขึ้นและดัชนี RSI อยู่ในโซนซื้อมากเกินไปอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าราคาอาจปรับตัวลงได้ แต่หากดัชนี RSI ยังไม่ถึงโซนซื้อมากเกินไปแสดงว่าราคายังมีพื้นที่วิ่งต่อได้ เครื่องมือที่สองคือ MACD ซึ่งช่วยยืนยันแนวโน้มและแรงของตลาด การใช้ MACD ร่วมกับการเกิด Gap จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของตลาดได้ชัดเจนขึ้น
เครื่องมือที่สามคือการใช้ Fibonacci Retracement หากระดับที่ราคาปรับตัวกลับมาทดสอบหลังเกิด Gap ตรงกับระดับ Fibonacci สำคัญ เช่น ระดับ 50 เปอร์เซ็นต์หรือ 61.8 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นจุดที่น่าสนใจในการเข้าเทรด การรวมเครื่องมือหลายอย่างเข้าด้วยกันจะช่วยกรองสัญญาณเทรดที่ไม่ดีออกไปและเพิ่มความน่าเชื่อถือของการเทรด แต่ต้องระวังไม่ให้ใช้เครื่องมือมากเกินไปจนสับสน ควรเลือกใช้แค่สองถึงสามอย่างที่เข้าใจดีและเชี่ยวชาญ
การวางแผนก่อนเปิดตลาดวันจันทร์
การวางแผนก่อนเปิดตลาดวันจันทร์เป็นสิ่งสำคัญที่คนเทรดทองคำต้องทำเป็นประจำ เพราะช่วงเปิดตลาดวันจันทร์เป็นจังหวะที่เกิด Gap บ่อยที่สุด การเตรียมตัวให้ดีจะช่วยให้เราไม่พลาดโอกาสและสามารถจัดการความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม การวางแผนที่ดีต้องรวมถึงการตรวจสอบข่าวสารและสภาพตลาดโดยรวม
ขั้นตอนแรกคือตรวจสอบข่าวสารที่ออกในช่วงสุดสัปดาห์ โดยเฉพาะข่าวเศรษฐกิจและข่าวภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบราคาทองคำ ขั้นตอนที่สองคือวาดแนวรับแนวต้านบนกรอบรายวันและราย 4 ชั่วโมงเพื่อดูระดับที่ราคาอาจเกิด Gap ไปแตะ ขั้นตอนที่สามคือตั้งการแจ้งเตือนราคาที่ระดับสำคัญเพื่อให้เราทราบทันทีเมื่อราคาเคลื่อนไหวถึงจุดที่เราสนใจ
การเตรียมพร้อมด้านจิตใจก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะการเห็นราคาเปิดตลาดมาแล้วโดดไปไกลๆ อาจทำให้เราตื่นเต้นและตัดสินใจผิดพลาดได้ การมีแผนการเทรดที่ชัดเจนจะช่วยให้เราควบคุมอารมณ์และทำตามแผนได้อย่างเคร่งครัด ควรกำหนดไว้ล่วงหน้าว่าจะเทรดเฉพาะ Gap ที่สอดคล้องกับแนวโน้มหลักเท่านั้น และจะข้าม Gap ที่เกิดจากข่าวที่ไม่ชัดเจนหรือสภาพตลาดที่สับสน การมีวินัยในการทำตามแผนคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เราอยู่ในตลาดได้ยาวนานและทำกำไรได้สม่ำเสมอในระยะยาว
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
Gap ในทองคำคืออะไรและเกิดขึ้นได้บ่อยแค่ไหน
Gap หรือช่องว่างราคาคือจังหวะที่ราคาทองคำเปิดตลาดใหม่โดดข้ามช่วงราคาเดิมทิ้งไว้เลย ทำให้เกิดพื้นที่ว่างระหว่างแท่งเทียนสองแท่ง ในตลาดทองคำจะเจอได้บ่อยเป็นพิเศษช่วงเปิดตลาดวันจันทร์ เพราะตลาดปิดสุดสัปดาห์แล้วมีข่าวสำคัญเข้ามากระแทก นอกจากนี้การที่โบรกเกอร์แต่ละแห่งกำหนดเวลาพักเทรดต่างกันก็ทำให้เกิด Gap ในช่วงค่ำของไทยได้ด้วย ดังนั้นคนเทรดทองต้องเข้าใจพฤติกรรมนี้เป็นอย่างดี
เทรดทอง Gap แบบไหนที่เสี่ยงสูงที่สุดและไม่ควรเข้า
การเทรด Gap ที่เกิดจากข่าวรุนแรงฉุกเฉินเช่นสงครามหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันถือว่าเสี่ยงสูงที่สุด เพราะราคาอาจวิ่งต่อไปได้ไกลมากโดยไม่สนใจระดับต้านทานเดิมเลย หากเราพยายามวิเคราะห์ด้วยเหตุผลเดิมๆ อาจถูกแท่งเทียนยาวๆ ตบตี้หนีไปก่อน ลักษณะแบบนี้ควรรอให้ราคาคลี่ตัวจนมีแนวโน้มชัดเจนก่อนค่อยหาจุดเข้า การฝืนเทรดสวนกระแสข่าวใหญ่มักจบลงด้วยการขาดทุนหนัก
จุดตัดขาดทุนเวลาเทรด Gap ควรตั้งที่ไหนถึงจะปลอดภัย
วิธีที่เมนเทอร์ส่วนใหญ่แนะนำคือตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ใต้หรือเหนือตัว Gap เล็กน้อย หากเราเทรดเข้าซื้อก็ให้ตั้งไว้ต่ำกว่าขอบล่างของช่องว่างราคา ถ้าราคาย้อนกลับมาปิดช่องว่างแสดงว่าแรงซื้อไม่แข็งแกร่งพอ เราควรยอมรับการขาดทุนเล็กน้อยเพื่อรักษาทุน การตั้งเป้าหมายกำไรก็ควรสัมพันธ์กับขนาดของ Gap โดยใช้อัตราส่วนกำไรต่อขาดทุนอย่างน้อยสองต่อหนึ่งเสมอ
ช่วงเวลาไหนที่ทองคำมักเกิด Gap บ่อยที่สุด
ช่วงเวลาที่ทองคำเกิด Gap บ่อยที่สุดคือตอนเปิดตลาดวันจันทร์ เพราะมีการสะสมข่าวสารตลอดสุดสัปดาห์ อีกช่วงคือเวลาที่ตลาดหยุดพักชั่วคราวระหว่างวันซึ่งโบรกเกอร์ปิดระบบให้พักเซิร์ฟเวอร์ บางครั้งการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญในช่วงที่สภาพตลาดบางเบาก็ทำให้ราคากระโดดได้ การรู้ตารางเวลาเหล่านี้จะช่วยให้เราเตรียมตัวรองรับความผันผวนได้ดีขึ้น
เทรด Gap ทองคำต้องใช้ระยะเวลารอผลลัพธ์นานแค่ไหน
การเทรด Gap โดยเฉพาะแบบที่รอให้ราคากลับมาทดสอบขอบเดิมอาจใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึงหลายวัน ขึ้นอยู่กับว่าแรงของข่าวนั้นแรงแค่ไหนและตลาดยังมีความตื่นเต้นอยู่หรือไม่ บางครั้งราคาวิ่งไปทิศทางเดียวตลอดและไม่ย้อนมาทดสอบเลยก็มี เราต้องตั้งใจติดตามแผนการเทรดและอย่ารีบเบรกแผนเพราะความอยากเอากำไรเร็วเกินไป หากแนวโน้มชัดเจนก็ถือไปตามแผนและปล่อยให้ราคาทำงานของมัน
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย








TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文