สูตรเคลลี่ช่วยคำนวณขนาดล็อตเทรดทองคำให้เหมาะกับเงินทุนและความเสี่ยง โดยดูอัตราชนะต่อขาดทุน นำไปใช้ได้จริง1

การคำนวณขนาดล็อตเทรดทองคำด้วยสูตรเคลลี่ คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เรารู้ว่าแต่ละเทรดควรเปิดล็อตขนาดไหนถึงจะเหมาะสมกับเงินทุนและความเสี่ยงที่รับได้ โดยอ้างอิงจากอัตราการชนะและอัตรากำไรขาดทุนเฉลี่ยของระบบเทรดที่เราใช้จริง นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
ทำความเข้าใจสูตรเคลลี่ก่อนใช้งานจริง
สูตรเคลลี่เป็นสมการคณิตศาสตร์ที่ใช้คำนวณสัดส่วนเงินลงทุนที่เหมาะสมที่สุดเพื่อเพิ่มมูลค่าพอร์ตการลงทุนในระยะยาว โดยผู้ใช้งานต้องเข้าใจพื้นฐานของสูตรที่ประกอบด้วยอัตราการชนะและอัตราส่วนกำไรต่อขาดทุนอย่างลึกซึ้งก่อนนำไปประยุกต์ใช้กับตลาดการเงินที่มีความผันผวนสูงเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการทำลายพอร์ตอย่างรวดเร็ว
สูตรเคลลี่ คือสูตรคณิตศาสตร์ที่คำนวณหาสัดส่วนเงินทุนที่เหมาะสมที่สุดที่ควรจะเสี่ยงในแต่ละครั้ง โดยพิจารณาจากโอกาสชนะและอัตรากำไรต่อขาดทุน หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อนี้ในวงการพนันหรือการลงทุน แต่สำหรับการเทรดทองคำเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ดี
แนวคิดหลักของสูตรนี้คือการหาจุดสมดุลระหว่างการทำกำไรและการรักษาเงินทุน ถ้าเราเสี่ยงน้อยไปกำไรก็จะน้อย แต่ถ้าเสี่ยงมากไปก็มีโอกาสหมดบัญชีได้ สูตรเคลลี่จะช่วยตอบคำถามว่าเราควรเสี่ยงไปกี่เปอร์เซ็นต์ของเงินทุนในแต่ละเทรด โดยคำนวณจากความน่าจะเป็นที่ระบบเทรดของเราจะทำกำไรได้จริง ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
สำหรับการเทรดทองคำหรือ XAU ที่มีความผันผวนสูง การใช้สูตรเคลลี่จะช่วยให้เราไม่โหลดล็อตใหญ่เกินไปในช่วงที่ราคาวิ่งแรง หลายคนชอบเปิดล็อตใหญ่เพราะอยากได้กำไรเยอะ แต่ลืมคิดว่าถ้าราคาสวนทางเข้ามา บัญชีอาจจะรับไม่ไหว สูตรนี้จะเป็นตัวเตือนสติให้เราเปิดล็อตในขนาดที่สมเหตุสมผลกับสถิติการเทรดของเรา
สูตรเคลลี่คำนวณขนาดล็อตอย่างไร
สูตรเคลลี่ทำงานโดยการประเมินโอกาสในการทำกำไรและขนาดของผลตอบแทนเมื่อเทียบกับการขาดทุน จากนั้นนำตัวเลขเหล่านี้มาแปลงเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินทุนที่ควรเสี่ยงในแต่ละรอบการเปิดคำสั่งซื้อขาย เพื่อหาจุดสมดุลที่เพิ่มอัตราการเติบโตของเงินทุนอย่างก้าวกระโดดในขณะที่ยังคงควบคุมความเสี่ยงจากการขาดทุนต่อเนื่องไว้ในระดับที่ปลอดภัย
สูตรเคลลี่มีรูปแบบการคำนวณที่ไม่ซับซ้อน แต่ต้องเข้าใจตัวแปรแต่ละตัวให้ชัดเจน สูตรพื้นฐานคือ เคลลี่เปอร์เซ็นต์เท่ากับ อัตราชนะลบด้วย อัตราขาดทุนหารด้วยอัตรากำไรต่อขาดทุน แล้วคูณด้วยร้อย ผลลัพธ์ที่ได้คือสัดส่วนเงินทุนที่ควรเสี่ยงต่อหนึ่งเทรด
มาดูตัวแปรที่ต้องใส่ในสูตรกัน ตัวแรกคืออัตราชนะ คือจำนวนเทรดที่ทำกำไรหารด้วยจำนวนเทรดทั้งหมด ตัวที่สองคืออัตราขาดทุน ก็คือหนึ่งลบด้วยอัตราชนะ ตัวสุดท้ายคืออัตรากำไรต่อขาดทุน คือค่าเฉลี่ยกำไรที่ได้ต่อครั้ง หารด้วยค่าเฉลี่ยขาดทุนต่อครั้ง ตัวเลขเหล่านี้ต้องมาจากสถิติการเทรดจริงของเรา ไม่ใช่ตัวเลขที่คาดเดาขึ้นมาเอง
ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเทรดทองคำมาทั้งหมด 100 เทรด ชนะ 55 เทรด แพ้ 45 เทรด อัตราชนะก็คือศูนย์จุดห้าห้า อัตราขาดทุนคือศูนย์จุดสี่ห้า ถ้าค่าเฉลี่ยกำไรต่อเทรดคือ 30 ดอลลาร์ และค่าเฉลี่ยขาดทุนต่อเทรดคือ 20 ดอลลาร์ อัตรากำไรต่อขาดทุนก็คือหนึ่งจุดห้า เอาค่าเหล่านี้ไปแทนในสูตรก็จะได้เปอร์เซ็นต์เคลลี่ออกมา แล้วเอาเปอร์เซ็นต์นั้นมาคำนวณเป็นขนาดล็อตต่อไป
วิธีเก็บสถิติการเทรดทองคำให้พร้อมใช้งาน
การเก็บข้อมูลการซื้อขายทองคำอย่างเป็นระบบต้องเริ่มจากการบันทึกรายละเอียดทุกครั้งที่เปิดและปิดสถานะ ไม่ว่าจะเป็นราคาเข้า ราคาออก จุดตัดขาดทุน และเป้าหมายกำไร ลงในสมุดบันทึกหรือโปรแกรมตารางคำนวณ เพื่อให้ได้ข้อมูลทางสถิติที่แม่นยำสำหรับนำไปคำนวณค่าเฉลี่ยอัตราการชนะซึ่งจำเป็นต่อการวิเคราะห์และวางแผนการบริหารความเสี่ยงในอนาคต
ก่อนจะใช้สูตรเคลลี่ได้ เราต้องมีสถิติการเทรดที่เพียงพอ ขั้นต่ำที่ผมแนะนำคือเก็บข้อมูลอย่างน้อย 50 เทรดขึ้นไป ถ้าน้อยกว่านี้ตัวเลขที่ได้อาจจะไม่แม่นยำพอ การเก็บสถิติต้องจดทุกเทรดไม่ว่าจะกำไรหรือขาดทุน พร้อมระบุรายละเอียดสำคัญ
สิ่งที่ต้องจดบันทึกในแต่ละเทรดคือ ราคาที่เปิดออเดอร์ ราคาที่ปิดออเดอร์ ขนาดล็อตที่ใช้ จุดตัดขาดทุน จุดเก็บกำไร ผลลัพธ์เป็นดอลลาร์ และเหตุผลที่เข้าเทรด ข้อมูลเหล่านี้จะนำไปคำนวณหาค่าเฉลี่ยกำไรและขาดทุนได้ ยิ่งเราจดละเอียดมากเท่าไร การวิเคราะห์ก็จะยิ่งแม่นยำมากขึ้น
การเก็บสถิติควรแยกตามช่วงเวลาเทรดด้วย เพราะทองคำในช่วงเซสชันเอเชีย ลอนดอน และนิวยอร์ก จะมีพฤติกรรมราคาต่างกัน ถ้าเราเทรดหลายเซสชันและรวมสถิติทั้งหมดเข้าด้วยกัน อัตราชนะและอัตรากำไรขาดทุนอาจจะผิดเพี้ยนไป แนะนำให้แยกเก็บแต่ละเซสชันแล้วคำนวณเคลลี่แยกกัน จะได้ขนาดล็อตที่เหมาะกับแต่ละช่วงเวลาจริง
จุดตัดขาดทุนส่งผลต่อขนาดล็อตอย่างไร
จุดตัดขาดทุนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อขนาดล็อต ถ้าจุดตัดขาดทุนกว้าง ล็อตต้องเล็กลง ถ้าจุดตัดขาดทุนแคบ ล็อตสามารถใหญ่ขึ้นได้ การคำนวณจะเอาเปอร์เซ็นต์เคลลี่มาแปลงเป็นจำนวนเงินก่อน แล้วหารด้วยระยะจุดตัดขาดทุนเป็นพิปคูณค่าพิปต่อล็อต
การปรับล็อตตามช่วงเวลาเทรดทองคำ
ทองคำในแต่ละช่วงเวลาจะมีความผันผวนต่างกัน ช่วงลอนดอนและนิวยอร์กทับซ้อนกันราคาจะวิ่งแรง การตั้งจุดตัดขาดทุนมักจะกว้างกว่าช่วงเอเชีย ดังนั้นขนาดล็อตที่คำนวณได้จะเล็กกว่า ต้องคำนวณใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนช่วงเวลาเทรด
ตัวอย่างการคำนวณเคลลี่กับเทรดทองคำจริง
หากนักลงทุนมีอัตราการชนะอยู่ที่ร้อยละ 40 และอัตราส่วนกำไรต่อขาดทุนเท่ากับ 2 ต่อ 1 การนำตัวเลขเหล่านี้ไปใส่ในสมการจะได้ผลลัพธ์ประมาณร้อยละ 20 ของเงินทุนทั้งหมดที่ควรนำไปเสี่ยงในการเปิดคำสั่งเทรดทองคำครั้งนั้น เพื่อให้สามารถเพิ่มทุนได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสถิติการเทรดในอดีตโดยไม่สร้างความกดดันต่อสภาพคล่องมากเกินไป
มาดูตัวอย่างจริงกัน สมมติว่าเราเทรดทองคำมา 100 เทรด ชนะ 55 เทรด แพ้ 45 เทรด ค่าเฉลี่ยกำไรต่อเทรดคือ 40 ดอลลาร์ ค่าเฉลี่ยขาดทุนต่อเทรดคือ 25 ดอลลาร์ เงินทุนรวม 5000 ดอลลาร์ จะคำนวณขนาดล็อตอย่างไร
ขั้นแรกหาอัตราชนะก่อน 55 หาร 100 เท่ากับศูนย์จุดห้าห้า อัตราขาดทุนคือหนึ่งลบศูนย์จุดห้าห้าเท่ากับศูนย์จุดสี่ห้า อัตรากำไรต่อขาดทุนคือ 40 หาร 25 เท่ากับหนึ่งจุดหก แทนค่าในสูตรเคลลี่ ได้เป็นศูนย์จุดห้าห้าลบศูนย์จุดสี่ห้าหารหนึ่งจุดหก เท่ากับศูนย์จุดสองหกแปดห้า คูณร้อยเท่ากี่สองจุดหกแปดห้าเปอร์เซ็นต์ นี่คือเปอร์เซ็นต์เคลลี่เต็มสูตร แต่ในทางปฏิบัติเรามักใช้ครึ่งเคลลี่เพื่อความปลอดภัย ก็คือหนึ่งจุดสามสี่สองเปอร์เซ็นต์
เอาเปอร์เซ็นต์นี้มาคำนวณเป็นเงิน เงินทุน 5000 ดอลลาร์ คูณหนึ่งจุดสามสี่สองเปอร์เซ็นต์ เท่ากับ 67 ดอลลาร์ นี่คือเงินที่เราจะเสี่ยงในเทรดนี้ ถ้าเราตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 200 พิป ทองคำ 1 ล็อตมีค่า 1 ดอลลาร์ต่อพิป ดังนั้น 67 ดอลลาร์หาร 200 พิป เท่ากับศูนย์จุดสามสามห้าล็อต ปัดเป็นศูนย์จุดสามล็อต ถ้าราคาถึงจุดตัดขาดทุนเราจะขาดทุน 60 ดอลลาร์ อยู่ในวงเงินที่กำหนดไว้ แต่ถ้าราคาไปถึงจุดเก็บกำไรที่ 400 พิป เราจะได้กำไร 120 ดอลลาร์ ตรงกับอัตรากำไรต่อขาดทุนสองต่อหนึ่งที่ตั้งไว้
การปรับใช้ครึ่งเคลลี่เพื่อลดความเสี่ยง
การใช้สูตรเคลลี่แบบเต็มจำนวนอาจสร้างความผันผวนให้กับพอร์ตการลงทุนสูงเกินไปสำหรับนักเทรดส่วนใหญ่ ดังนั้นการใช้ครึ่งหนึ่งของค่าที่คำนวณได้จะช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียเงินทุนลงอย่างมีนัยสำคัญในขณะที่ยังคงผลตอบแทนการเติบโตที่น่าพอใจ ทำให้นักลงทุนมีความมั่นคงทางอารมณ์และสามารถอยู่ในตลาดได้ยาวนานขึ้นโดยไม่ถูกทำลายจากความผันผวนรุนแรง
การใช้เคลลี่เต็มสูตรอาจจะให้ขนาดล็อตที่ใหญ่เกินไปสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเทรด ผมแนะนำให้ใช้ครึ่งเคลลี่หรือเศษส่วนเคลลี่แทน คือเอาเปอร์เซ็นต์ที่คำนวณได้หารสอง หรือเอาแค่ส่วนหนึ่งของเปอร์เซ็นต์นั้นมาใช้ วิธีนี้จะช่วยให้เรายังได้ประโยชน์จากสูตรเคลลี่ในการหาสัดส่วนที่เหมาะสม แต่ลดความเสี่ยงลงไปด้วย
การใช้ครึ่งเคลลี่จะทำให้เราเหลือเงินทุนมากพอที่จะรับมือกับการขาดทุนติดต่อกันหลายครั้ง ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ผันผวนสูง บางครั้งราคาอาจจะสวนทางเข้ามาแบบไม่มีสัญญาณเตือน ถ้าเราใช้ล็อตใหญ่ตามสูตรเคลลี่เต็ม การขาดทุนหนักสองสามครั้งอาจจะทำให้บัญชีพังได้ การลดขนาดล็อตลงครึ่งหนึ่งจะช่วยให้เราอยู่กับตลาดได้นานขึ้น
นอกจากนี้การใช้ครึ่งเคลลี่ยังช่วยในเรื่องจิตวิทยาการเทรดด้วย เวลาที่ราคาสวนทางเข้ามาแล้วขาดทุน ถ้าล็อตเล็กความเจ็บปวดจะน้อยกว่า ไม่ทำให้เราแพนิกแล้วเปิดออเดอร์แก้มือแบบไม่คิด แต่ถ้าล็อตใหญ่การขาดทุนแต่ละครั้งจะกระทบจิตใจหนัก ทำให้ตัดสินใจผิดพลาดตามมา ดังนั้นเพื่อความสบายใจในการเทรดระยะยาว ใช้ครึ่งเคลลี่จะดีกว่า
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำเวลาใช้สูตรเคลลี่
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในหมู่ผู้เริ่มต้นคือการประเมินอัตราการชนะและอัตราส่วนกำไรต่อขาดทุนจากความรู้สึกหรือข้อมูลตัวอย่างที่น้อยเกินไป ซึ่งนำไปสู่การเสี่ยงเงินทุนที่มากเกินจริงและสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อพอร์ต รวมถึงการไม่ปรับปรุงค่าสถิติเหล่านี้ให้เป็นปัจจุบันทำให้สูตรการคำนวณสูญเสียประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงอย่างแท้จริง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการใช้สถิติที่น้อยเกินไปมาคำนวณ หลายคนเทรดแค่ 10 ครั้งแล้วเอามาคำนวณเคลลี่ ตัวเลขที่ได้ไม่แม่นยำพอ เพราะยังไม่ครอบคลุมสภาวะตลาดที่หลากหลาย บางครั้งชนะติดกันห้าครั้งแล้วคิดว่าระบบเก่ง แต่จริงๆ อาจจะเป็นแค่ช่วงที่ตลาดเอื้ออำนวย ต้องเก็บข้อมูลให้มากพอก่อน
ข้อผิดพลาดอีกอย่างคือการไม่อัพเดทสถิติ สูตรเคลลี่ต้องคำนวณใหม่เรื่อยๆ เมื่อมีข้อมูลใหม่เข้ามา ถ้าเราใช้สถิติเก่าที่คำนวณไว้ตั้งแต่ต้นปีมาใช้ตลอดทั้งปี โดยไม่ปรับใหม่ ขนาดล็อตที่ได้อาจจะไม่ตรงกับสภาพตลาดปัจจุบัน ตลาดทองคำเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ระบบเทรดที่เคยทำกำไรในช่วงนึงอาจจะไม่ได้ผลในอีกช่วงนึง
ข้อผิดพลาดสุดท้ายคือการเพิกเฉยต่อสูตรเคลลี่เมื่ออยากทำกำไรเยอะๆ บางคนคำนวณเคลลี่ออกมาได้ศูนย์จุดสามล็อต แต่พอเห็นสัญญาณเข้าเทรดที่ดูแน่นอนก็เปิดหนึ่งล็อตเลย การทำแบบนี้จะทำลายระบบการบริหารความเสี่ยงทั้งหมดที่สร้างไว้ ถ้าราคาสวนทางเข้ามาการขาดทุนจะใหญ่เกินกว่าที่ระบบกำหนดไว้ ต้องยึดตามสูตรที่คำนวณไว้
การปรับเคลลี่เมื่อสภาพตลาดเปลี่ยน
เมื่อตลาดทองคำเข้าสู่ช่วงผันผวนสูง ค่าเฉลี่ยขาดทุนอาจจะเพิ่มขึ้นเพราะราคาวิ่งกว้าง ต้องคำนวณเคลลี่ใหม่ด้วยข้อมูลล่าสุด ถ้าค่าเฉลี่ยขาดทุนเพิ่มขึ้น เปอร์เซ็นต์เคลลี่อาจจะลดลง ทำให้ขนาดล็อตเล็กลงตามไปด้วย
การใช้เคลลี่ร่วมกับการเทรดหลายคู่
ถ้าเราเทรดทองคำคู่เดียว การคำนวณเคลลี่จะตรงไปตรงมา แต่ถ้าเปิดออเดอร์ทองคำพร้อมกับคู่เงินอื่น ต้องแบ่งเงินทุนสำหรับแต่ละคู่ แล้วคำนวณเคลลี่แยกกัน การรวมเงินทุนทั้งหมดมาคำนวณเคลลี่ทองคำอย่างเดียวอาจจะทำให้ล็อตใหญ่เกินไป
เปรียบเทียบการใช้เคลลี่กับวิธีบริหารความเสี่ยงอื่น
การบริหารความเสี่ยงมีหลายวิธี สูตรเคลลี่เป็นแค่วิธีหนึ่งที่มีจุดเด่นและจุดอ่อนแตกต่างจากวิธีอื่น การเลือกใช้วิธีไหนขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดและประสบการณ์ของแต่ละคน ตารางนี้เปรียบเทียบวิธีหลักที่นิยมใช้กัน
| วิธีบริหารความเสี่ยง | หลักการคำนวณ | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|---|
| สูตรเคลลี่ | ใช้สถิติอัตราชนะและอัตรากำไรขาดทุน | ปรับขนาดล็อตให้เหมาะกับประสิทธิภาพระบบ | ต้องมีสถิติเทรดที่มากพอ คำนวณยุ่งยาก |
| เสี่ยงคงที่ร้อยละสอง | เสี่ยงไม่เกินร้อยละสองของเงินทุนต่อเทรด | ง่ายต่อการคำนวณ เข้าใจง่าย | ไม่ได้ปรับตามประสิทธิภาพระบบเทรด |
| ล็อตคงที่ | เปิดล็อตเท่ากันทุกเทรดไม่ว่าเงินจะเท่าไร | สะดวก ไม่ต้องคำนวณใหม่ทุกครั้ง | ไม่ยืดหยุ่น อาจจะเสี่ยงมากเกินไปเมื่อเงินลด |
| ล็อตตามสมดุล | เพิ่มล็อตเมื่อกำไรสะสมถึงระดับที่กำหนด | เพิ่มกำไรได้เร็วในช่วงที่ระบบทำงานได้ดี | อาจจะเสี่ยงเกินไปถ้าระบบเริ่มขาดทุนติดต่อกัน |
สรุปการนำสูตรเคลลี่ไปใช้เทรดทองคำ
สูตรเคลลี่เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากสำหรับการเทรดทองคำ แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวังและเข้าใจข้อจำกัดของมัน สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีสถิติการเทรดที่เพียงพอและแม่นยำ ถ้าข้อมูลไม่พอหรือไม่ถูกต้อง การคำนวณก็จะผิดพลาดไปด้วย คำนวณเคลลี่เป็นแค่จุดเริ่มต้น การปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเองสำคัญกว่า
ขั้นตอนการใช้งานเริ่มจากเก็บสถิติอย่างน้อย 50 เทรด แล้วคำนวณหาอัตราชนะและอัตรากำไรขาดทุนเฉลี่ย นำค่าเหล่านั้นไปแทนในสูตรเคลลี่เพื่อหาเปอร์เซ็นต์ที่ควรเสี่ยง แล้วเอาเปอร์เซ็นต์นั้นมาหารสองเพื่อความปลอดภัย จากนั้นแปลงเป็นจำนวนเงินและคำนวณขนาดล็อตตามระยะจุดตัดขาดทุน ทำซ้ำขั้นตอนนี้ทุกครั้งที่มีข้อมูลใหม่เข้ามา
สุดท้ายการเทรดทองคำให้รอดในระยะยาว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสูตรเคลลี่อย่างเดียว ต้องประกอบกับการวิเคราะห์ตลาดที่แม่นยำ การควบคุมอารมณ์ตัวเอง และการมีวินัยในการทำตามระบบ สูตรเคลลี่จะช่วยเรื่องขนาดล็อต แต่เรื่องอื่นต้องฝึกฝนและพัฒนาต่อไป ขอให้ทุกคนเทรดทองคำอย่างมีสติและทำกำไรได้ยั่งยืน
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่ผู้สนใจมักถามบ่อยคือสูตรนี้รับประกันผลกำไรหรือไม่ ซึ่งคำตอบคือไม่ เพราะมันเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับการบริหารจัดการขนาดการลงทุนที่เหมาะสมเท่านั้น โดยสูตรนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของข้อมูลที่นำมาคำนวณและวินัยในการทำตามกฎอย่างเคร่งครัด หากนักลงทุนมีกลยุทธ์การวิเคราะห์ตลาดที่แม่นยำสูตรนี้จะช่วยเร่งการเติบโตของเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สูตรเคลลี่คืออะไรและใช้กับการเทรดทองคำได้อย่างไร
สูตรเคลลี่คือสูตรคำนวณสัดส่วนเงินทุนที่เหมาะสมที่สุดที่ควรเสี่ยงในแต่ละเทรด โดยอ้างอิงจากอัตราการชนะและอัตรากำไรต่อขาดทุนเฉลี่ย สำหรับการเทรดทองคำหรือ XAU ที่มีความผันผวนสูง สูตรนี้จะช่วยป้องกันการเปิดล็อตใหญ่เกินไปจนบัญชีรับไม่ไหว เมื่อราคาสวนทาง นอกจากนี้ยังเป็นตัวเตือนสติให้เราเปิดล็อตในขนาดที่สมเหตุสมผลกับสถิติการเทรดจริงของเรา
ต้องเก็บสถิติการเทรดกี่ครั้งถึงจะใช้สูตรเคลลี่ได้
ขั้นต่ำที่แนะนำคือเก็บข้อมูลการเทรดอย่างน้อย 50 ครั้งขึ้นไป เพราะถ้าน้อยกว่านี้ตัวเลขที่ได้อาจจะไม่แม่นยำพอ การเก็บสถิติต้องจดทุกเทรดไม่ว่าจะกำไรหรือขาดทุน พร้อมระบุรายละเอียดเช่นราคาเปิดปิด ขนาดล็อต จุดตัดขาดทุน และผลลัพธ์เป็นดอลลาร์ ยิ่งจดละเอียดมากเท่าไร การวิเคราะห์ก็จะยิ่งแม่นยำมากขึ้น
สูตรเคลลี่มีตัวแปรอะไรบ้างที่ต้องใส่
ตัวแรกคืออัตราชนะ คือจำนวนเทรดที่ทำกำไรหารด้วยจำนวนเทรดทั้งหมด ตัวที่สองคืออัตราขาดทุน ก็คือหนึ่งลบด้วยอัตราชนะ ตัวสุดท้ายคืออัตรากำไรต่อขาดทุน คือค่าเฉลี่ยกำไรที่ได้ต่อครั้งหารด้วยค่าเฉลี่ยขาดทุนต่อครั้ง ตัวเลขเหล่านี้ต้องมาจากสถิติการเทรดจริงของเรา ไม่ใช่ตัวเลขที่คาดเดาขึ้นมาเอง
เมื่อได้เปอร์เซ็นต์เคลลี่มาแล้วนำไปคำนวณล็อตอย่างไรต่อ
เมื่อได้เปอร์เซ็นต์เคลลี่มาแล้ว ให้นำไปคูณกับเงินทุนทั้งหมดเพื่อหายอดเงินที่ควรเสี่ยงต่อหนึ่งเทรด จากนั้นนำยอดเงินที่ควรเสี่ยงมาหารด้วยระยะห่างของจุดตัดขาดทุนเพื่อหามูลค่าต่อพิป แล้วจึงแปลงเป็นขนาดล็อตทองคำตามมูลค่าต่อพิปของแต่ละขนาดล็อต วิธีนี้จะทำให้เราเปิดล็อตได้ตรงกับความเสี่ยงที่ระบบเทรดของเรารองรับได้จริง
ทำไมต้องใช้สูตรเคลลี่ครึ่งหนึ่งแทนสูตรเคลลี่เต็ม
สูตรเคลลี่เต็มมักจะให้ค่าเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงที่สูงเกินไปสำหรับการเทรดจริง ทำให้ความผันผวนของบัญชีมีสูงมาก การใช้สูตรเคลลี่ครึ่งหนึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงลงครึ่งหนึ่ง ทำให้การรักษาเงินทุนดีขึ้นและลดความเครียดในการเทรด นักเทรดส่วนใหญ่จึงนิยมใช้สูตรเคลลี่ครึ่งหนึ่งเพื่อความปลอดภัยในระยะยาว
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย














TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文