การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) คือกระบวนการจำกัดความเสียหายของพอร์ตให้อยู่ในกรอบที่ยอมรับได้ ขณะเปิดโอกาสให้กำไรเติบโต เครื่องมือหลักคือการเสี่ยงต่อไม้ไม่เกินหนึ่งถึงสองเปอร์เซ็นต์ของบัญชี, อัตรากำไรต่อความเสี่ยงอย่างน้อยหนึ่งต่อหนึ่ง, สต็อปลอสทุกสถานะ และการกระจายช่วงเวลาเข้าไม้
การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) คืออะไร
เหตุผลที่การบริหารความเสี่ยงสำคัญกว่าการทายทิศทางคือคณิตศาสตร์ของการขาดทุน บัญชีที่เสีย 50 เปอร์เซ็นต์ต้องทำกำไร 100 เปอร์เซ็นต์เพื่อกลับมาคุยกัน การเสี่ยงเล็กแต่สม่ำเสมอทำให้ผู้เทรดรอดจากช่วงแพ้ติดกันยาว ๆ ซึ่งเกิดกับทุกระบบโดยไม่มีข้อยกเว้น
กฎที่นักเทรดอาชีพใช้กันจริงมีไม่กี่ข้อ คือกำหนดความเสี่ยงต่อไม้ก่อนเข้าเสมอ, ไม่เพิ่มล็อตเพื่อแก้แค้นตลาดหลังขาดทุน, จำกัดความเสี่ยงรวมของทุกสถานะที่เปิดค้างไม่เกินห้าถึงหกเปอร์เซ็นต์, และถอนกำไรบางส่วนออกจากบัญชีเป็นระยะเพื่อลดความเสี่ยงจากโบรกเกอร์
จิตวิทยาเป็นครึ่งหนึ่งของการบริหารความเสี่ยง คนที่วางแผนดีแต่ทำตามไม่ได้ก็พังบัญชีเหมือนกัน การเขียนกฎลงกระดาษ ใช้คำสั่งสต็อปลอสติดกับสถานะแทนความเชื่อใจตัวเอง และจดบันทึกผลทุกไม้เพื่อทบทวน คือระบบเช็คสมดุลที่ทำให้กฎทั้งหมดอยู่รอดจริง
ตัวอย่างการใช้ในบริบทการเทรด
บัญชี 5,000 ดอลลาร์ ใช้กฎเสี่ยงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ต่อไม้ เท่ากับไม้ละ 50 ดอลลาร์ เปิดพร้อมกันได้ไม่เกินสามไม้ ระบบทำกำไรเฉลี่ย 2 เท่าของความเสี่ยง ต่อให้ถูกเพียงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ของทั้งเดือน ผลรวมยังเป็นบวก ส่วนคนที่เสี่ยงสิบเปอร์เซ็นต์ต่อไม้แพ้ติดกันห้าไม้ก็เหลือครึ่งบัญชีแล้ว
ประเด็นสำคัญที่ควรจำ
- เสี่ยงต่อไม้ 1-2 เปอร์เซ็นต์ของบัญชีเป็นมาตรฐานอาชีพ
- ขาดทุน 50 เปอร์เซ็นต์ต้องกำไร 100 เปอร์เซ็นต์เพื่อกลับเดิม
- อัตรากำไรต่อความเสี่ยงอย่างน้อย 1:1 ขึ้นไปคือเส้นแบ่งระบบรอด
- สต็อปลอสติดกับสถานะและสมุดบันทึกไม้คือเกราะจิตวิทยา










