ค่าใช้จ่ายที่ซ่อนอยู่ใน Forex: ทำไมต้องรู้เรื่อง Overnight Costs
เทรดเดอร์มือใหม่ส่วนใหญ่รู้จักแค่ Spread และ Commission เป็นต้นทุนในการเทรด Forex แต่มีค่าใช้จ่ายอีกตัวหนึ่งที่มักถูกมองข้าม นั่นคือ “ค่าใช้จ่ายข้ามคืน” หรือที่เรียกว่า Swap, Rollover, หรือ Overnight Funding ค่าใช้จ่ายตัวนี้อาจดูเล็กน้อยในแต่ละวัน แต่ถ้าคุณถือ Position นานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน มันจะสะสมเป็นจำนวนมากจนกัดกินกำไรของคุณได้อย่างมีนัยสำคัญ
- ค่าใช้จ่ายที่ซ่อนอยู่ใน Forex: ทำไมต้องรู้เรื่อง Overnight Costs
- Swap Rate คืออะไร: กลไกพื้นฐานที่ต้องเข้าใจ
- Tom-Next Rate คืออะไร: อัตราที่กำหนด Swap จริงๆ
- Triple Swap Wednesday: ทำไมวันพุธจ่าย Swap 3 เท่า
- วิธีดู Swap Rate ใน MT4/MT5 และเว็บไซต์ Broker
- ผลกระทบของ Swap ต่อกลยุทธ์การเทรดแบบต่างๆ
- Positive Swap Strategies: Carry Trade จากมุมมองต้นทุน
- Swap สำหรับ Gold, Indices และ Crypto CFDs
- การเปรียบเทียบ Swap Rate ระหว่าง Brokers
- วิธีลด Swap Costs: เทคนิคที่ใช้ได้จริง
- การรวม Swap เข้าไปในการคำนวณ Position Sizing
- Swap ในฐานะ “Hidden Cost” สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่
- Funding Rate ใน Crypto Perpetual Futures: เปรียบเทียบกับ Forex Swap
- Broker Markup บน Swap: ต้นทุนที่ซ่อนอยู่
- Total Cost of Holding: Spread + Commission + Swap + Slippage
- สรุป: เข้าใจ Overnight Costs เพื่อเทรดอย่างมีประสิทธิภาพ
สมมติคุณเปิด Buy EUR/USD 1 Lot และถือไว้ 30 วัน ถ้า Swap Rate คือ -7 จุดต่อวัน คุณจะจ่าย Swap ทั้งหมด 30 x (-7) x $0.10 = -$21 ฟังดูไม่มาก แต่ถ้าคุณเทรด 5 Lots ก็เป็น -$105 ต่อเดือน และถ้าคุณมีหลาย Position ที่ถืออยู่ ค่า Swap รวมอาจสูงถึงหลายร้อยดอลลาร์ต่อเดือน
ในทางกลับกัน ถ้าคุณเข้าใจ Swap อย่างลึกซึ้ง คุณอาจใช้มันเป็น “รายได้เสริม” ผ่าน Carry Trade Strategy ที่รับ Positive Swap ทุกวัน ซึ่งเราจะพูดถึงในบทความนี้ด้วย
Swap Rate คืออะไร: กลไกพื้นฐานที่ต้องเข้าใจ
Swap Rate (หรือ Rollover Rate) คืออัตราดอกเบี้ยที่คุณ “ได้รับ” หรือ “ต้องจ่าย” เมื่อถือ Position ข้ามคืน (ผ่าน 17:00 EST หรือ 00:00 Server Time ของ Broker ส่วนใหญ่) ค่านี้มาจาก “ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงิน” ที่คุณเทรด
หลักการพื้นฐาน: Interest Rate Differential
เมื่อคุณเทรด Forex คุณกำลัง “ยืม” สกุลเงินหนึ่งเพื่อ “ซื้อ” อีกสกุลเงินหนึ่ง เช่น เมื่อคุณ Buy EUR/USD คุณกำลังยืม USD (จ่ายดอกเบี้ย USD) เพื่อซื้อ EUR (ได้รับดอกเบี้ย EUR) ดังนั้น Swap = ดอกเบี้ยที่ได้รับ – ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย
ตัวอย่าง: สมมติอัตราดอกเบี้ยของ ECB (EUR) = 3.50% อัตราดอกเบี้ยของ Fed (USD) = 5.25% เมื่อ Buy EUR/USD: ได้รับดอกเบี้ย EUR 3.50% จ่ายดอกเบี้ย USD 5.25% Swap = 3.50% – 5.25% = -1.75% (ต้องจ่าย) เมื่อ Sell EUR/USD: ได้รับดอกเบี้ย USD 5.25% จ่ายดอกเบี้ย EUR 3.50% Swap = 5.25% – 3.50% = +1.75% (ได้รับ)
นี่คือเหตุผลที่ Buy EUR/USD มักมี Negative Swap (ต้องจ่าย) ในขณะที่ Sell EUR/USD มักมี Positive Swap (ได้รับ) ในปี 2024-2026 ที่ Fed มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า ECB
ทำไม Swap ไม่เท่ากับส่วนต่างดอกเบี้ยพอดี?
ในความเป็นจริง Swap ที่ Broker เรียกเก็บไม่เท่ากับ Interest Rate Differential พอดี เพราะมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ได้แก่ Broker Markup ซึ่ง Broker จะเพิ่ม Markup บน Swap เพื่อเป็นรายได้ของตนเอง ทำให้ Negative Swap “ลบมากกว่า” ที่ควรเป็น และ Positive Swap “บวกน้อยกว่า” ที่ควรเป็น นอกจากนี้ยังมี Tom-Next Rate ที่เป็นตัวกำหนด Swap จริงๆ ไม่ใช่ Official Interest Rate โดยตรง
Tom-Next Rate คืออะไร: อัตราที่กำหนด Swap จริงๆ
Tom-Next (Tomorrow-Next) Rate คืออัตราดอกเบี้ย Interbank ระยะสั้นมากที่ธนาคารใช้ในการ “Rollover” Position จากวันพรุ่งนี้ (Tomorrow) ไปเป็นวันถัดไป (Next Day) นี่คืออัตราที่ Broker ใช้ในการคำนวณ Swap จริงๆ ไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลาง
กลไกของ Rollover:
ในตลาด Forex Spot การส่งมอบ (Settlement) จริงจะเกิดขึ้นใน T+2 (2 วันทำการหลังจากวันที่เทรด) แต่เทรดเดอร์ Retail ไม่ได้ต้องการรับมอบสกุลเงินจริง ดังนั้น Broker จะ “Rollover” Position ของคุณไปยังวันถัดไปอัตโนมัติ โดย:
1. ปิด Position ของคุณที่ Settlement Date ปัจจุบัน 2. เปิด Position ใหม่ที่ Settlement Date ถัดไป 3. ส่วนต่างระหว่างราคาปิดและราคาเปิดคือ “Swap” ที่คุณได้รับหรือต้องจ่าย
Tom-Next Rate จะผันแปรตามสภาพคล่อง (Liquidity) ในตลาด Interbank อุปทานและอุปสงค์ของสกุลเงินในระยะสั้น นโยบายการเงินของธนาคารกลาง ช่วงเวลาของปี (ช่วงสิ้นปี Tom-Next มักสูงผิดปกติ เพราะธนาคารต้องการปรับ Balance Sheet)
Tom-Next กับ Official Rate แตกต่างกันอย่างไร:
Official Rate (เช่น Fed Funds Rate) คืออัตราเป้าหมายที่ธนาคารกลางกำหนด Tom-Next Rate คืออัตราที่ตลาดกำหนดจริง มักใกล้เคียง Official Rate แต่อาจต่างกัน 0.1-0.5% ในสภาวะปกติ และอาจต่างกันมากถึง 1-2% ในช่วงที่สภาพคล่องตึงตัว
Triple Swap Wednesday: ทำไมวันพุธจ่าย Swap 3 เท่า
เทรดเดอร์หลายคนสังเกตว่า ในคืนวันพุธ (พุธเข้าวันพฤหัสบดี) Swap จะถูกคิด 3 เท่า นี่เป็นหนึ่งใน FAQ ที่พบบ่อยที่สุดในฟอรัม Forex
เหตุผล:
เนื่องจากตลาด Forex Spot มี Settlement T+2: ถ้าเทรดวันจันทร์ Settlement วันพุธ ถ้าเทรดวันอังคาร Settlement วันพฤหัสบดี ถ้าเทรดวันพุธ Settlement วันศุกร์ ถ้าเทรดวันพฤหัสบดี Settlement วันจันทร์ถัดไป (ข้ามเสาร์-อาทิตย์)
ดังนั้น เมื่อ Rollover Position ในคืนวันพุธ: Position จะถูก Rollover จาก Settlement วันศุกร์ไปเป็น Settlement วันจันทร์ ซึ่งข้าม 3 วัน (ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์) ดังนั้น Swap จึงถูกคิด 3 วันพร้อมกัน
ข้อควรระวังสำหรับ Triple Swap:
ถ้าคุณมี Negative Swap ควรปิด Position ก่อน 17:00 EST ของวันพุธ แล้วเปิดใหม่หลัง Rollover เพื่อหลีกเลี่ยง Triple Swap (แต่ต้องระวัง Spread Cost ที่อาจสูงกว่า Swap ที่ประหยัดได้) ถ้าคุณมี Positive Swap คุณอาจอยากถือ Position ผ่านคืนวันพุธเพื่อรับ Swap 3 เท่า
บาง Broker คิด Triple Swap ในคืนวันศุกร์แทน (แทนที่จะเป็นวันพุธ) ต้องตรวจสอบกับ Broker ของคุณ Broker บางรายอาจแสดง Triple Swap ในเงื่อนไข Contract Specification บนเว็บไซต์
วิธีดู Swap Rate ใน MT4/MT5 และเว็บไซต์ Broker
วิธีที่ 1: ดูใน MT4/MT5
เปิด MT4 หรือ MT5 คลิกขวาที่คู่เงินใน Market Watch เลือก “Specification” หรือ “Properties” จะเห็นข้อมูล “Swap Long” และ “Swap Short” ค่า Swap จะแสดงเป็น “Points” (ไม่ใช่ Pips) ต้องแปลง เช่น Swap Long = -7.5 Points ใน 5-digit Broker หมายถึง -0.75 Pips
ใน MT5: คลิกขวาที่คู่เงิน เลือก “Specification” จะเห็นทั้ง Swap Long, Swap Short และ “Swap Type” (Points, Money, Interest, etc.) และ “3-day swap” ที่บอกว่าวันไหนคิด Triple Swap
วิธีที่ 2: ดูบนเว็บไซต์ Broker
Broker ส่วนใหญ่จะมีหน้า “Contract Specifications” หรือ “Trading Conditions” ที่แสดง Swap Rate ของทุกคู่เงิน ตัวอย่างเช่น XM จะแสดง Swap Long และ Swap Short ของทุกคู่เงินในหน้า Contract Specifications ข้อดีของการดูบนเว็บคือ Swap Rate อาจอัปเดตบ่อยกว่าใน MT4/MT5 (บาง Broker อัปเดต Swap ทุกวัน)
วิธีที่ 3: ใช้ Swap Calculator ออนไลน์
หลาย Broker มี Swap Calculator ที่คุณใส่คู่เงิน ขนาด Lot และทิศทาง (Buy/Sell) แล้วจะคำนวณ Swap เป็นเงิน USD ให้อัตโนมัติ ช่วยให้เข้าใจต้นทุน Swap ได้ง่ายขึ้น
ผลกระทบของ Swap ต่อกลยุทธ์การเทรดแบบต่างๆ
Scalping (ถือไม่กี่นาที-ชั่วโมง): Swap แทบไม่มีผลกระทบ เพราะปิด Position ก่อน Rollover ไม่ต้องคำนึงถึง Swap ในการตัดสินใจ ยกเว้นถ้า Scalp ช่วงใกล้ Rollover Time (17:00 EST) ต้องระวัง
Day Trading (ถือภายในวัน): คล้ายกับ Scalping Swap มักไม่มีผลกระทบ แต่ถ้าเปิด Position ตอนเช้า Asian Session แล้วยังไม่ปิดตอน NY Close ก็จะโดน Swap ต้องตัดสินใจว่า “ถือข้ามคืนและจ่าย Swap” หรือ “ปิดก่อน Rollover”
Swing Trading (ถือ 2-10 วัน): Swap เริ่มมีผลกระทบ ถ้าถือ 5 วัน Swap สะสม 7 วัน (รวม Weekend) ถ้า Swap = -7 Points/day สำหรับ 1 Lot จะเสีย -7 x 7 = -49 Points (ประมาณ 5 Pips) ต้องรวม Swap เข้าไปในการคำนวณ Risk:Reward
Position Trading (ถือหลายสัปดาห์-เดือน): Swap มีผลกระทบมาก ถ้าถือ 30 วัน Swap สะสม = ประมาณ 44 วัน (รวม Weekend + Triple Wednesday) อาจเสีย 15-30 Pips จาก Swap อย่างเดียว ต้องรวม Swap เป็นส่วนหนึ่งของ “ต้นทุนในการถือ Position” (Cost of Carry)
Carry Trade (ถือเพื่อรับ Swap): Swap คือเป้าหมายหลัก เลือกคู่เงินที่มี Positive Swap สูง ถือยาวเพื่อสะสม Swap ทุกวัน ต้องระวังความเสี่ยงจากราคาที่เคลื่อนไหวสวนทาง
Positive Swap Strategies: Carry Trade จากมุมมองต้นทุน
Carry Trade คือกลยุทธ์ที่ “ยืมสกุลเงินที่ดอกเบี้ยต่ำ” เพื่อ “ซื้อสกุลเงินที่ดอกเบี้ยสูง” แล้วรับ Positive Swap ทุกวัน จากมุมมองต้นทุน Carry Trade เปลี่ยน “ค่าใช้จ่าย Swap” ให้กลายเป็น “รายได้ Swap”
คู่เงิน Carry Trade ยอดนิยมปี 2026:
USD/JPY (Buy): ดอกเบี้ย USD สูงกว่า JPY มาก Swap อาจเป็นบวก +10 ถึง +15 Points/day/Lot ถ้าถือ 1 Lot เป็นเวลา 1 เดือน ได้ Swap ประมาณ $40-60
USD/CHF (Buy): ดอกเบี้ย USD มักสูงกว่า CHF Swap อาจเป็นบวก +5 ถึง +10 Points/day/Lot คู่เงินนี้มักเคลื่อนไหวน้อยกว่า EUR/USD ทำให้ Risk น้อยกว่า
AUD/JPY (Buy): ดอกเบี้ย AUD สูงกว่า JPY มาก เป็น Classic Carry Trade Pair ข้อเสีย: AUD/JPY มี Volatility ค่อนข้างสูงในช่วง Risk-Off
ข้อควรระวังของ Carry Trade:
Carry Trade ไม่ใช่ “เงินฟรี” ความเสี่ยงหลักคือราคาเคลื่อนไหวสวนทาง ถ้าคุณ Buy USD/JPY เพื่อรับ Swap +15 Points/day แต่ราคาลง 100 Pips ใน 1 สัปดาห์ Swap ที่ได้ (+105 Points = 10.5 Pips ใน 7 วัน) ไม่สามารถชดเชย Capital Loss 100 Pips ได้
Carry Trade ทำงานได้ดีในตลาดที่ Risk Appetite สูง (Risk-On) คือนักลงทุนเต็มใจรับความเสี่ยง สกุลเงินดอกเบี้ยสูง (AUD, NZD) มักแข็งค่า Swap + Capital Gain ทั้งสองทาง
แต่ Carry Trade จะขาดทุนหนักในตลาด Risk-Off (เช่น วิกฤตการเงิน สงคราม โรคระบาด) นักลงทุนหนีไปสกุลเงิน Safe Haven (JPY, CHF, USD) สกุลเงินดอกเบี้ยสูงอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว Swap ที่สะสมมาหลายเดือนอาจหายไปภายในไม่กี่วัน
Swap สำหรับ Gold, Indices และ Crypto CFDs
Swap ไม่ได้มีเฉพาะในคู่เงิน Forex แต่ยังมีใน CFDs อื่นๆ ที่ Broker เสนอ โดยแต่ละสินทรัพย์มีวิธีคำนวณ Swap ที่ต่างกัน
Gold (XAU/USD):
Swap สำหรับ Gold มักสูงกว่า Forex Pairs มาก เพราะ Gold ไม่มี “ดอกเบี้ย” ของตัวเอง เมื่อ Buy Gold คุณกำลังถือสินทรัพย์ที่ไม่ให้ Yield ใดๆ ในขณะที่ต้องจ่ายดอกเบี้ย USD ที่ใช้ซื้อ ดังนั้น Swap Long ของ Gold มักเป็น Negative มาก (อาจ -20 ถึง -40 Points/day/Lot) Swap Short ของ Gold อาจเป็น Positive เล็กน้อยหรือ Negative เล็กน้อย (ขึ้นอยู่กับ Broker Markup)
สำหรับ Position Trader ที่ถือ Gold ยาว ค่า Swap เป็นต้นทุนที่ต้องคำนึงถึงอย่างจริงจัง ถ้าถือ Buy Gold 1 Lot (100 oz) เป็นเวลา 30 วัน Swap อาจเป็น -$300 ถึง -$600 ขึ้นอยู่กับ Broker
Stock Indices (US30, US500, NAS100):
Swap สำหรับ Indices CFDs มักคำนวณจาก Overnight Financing Rate ซึ่งอิงกับ SOFR (Secured Overnight Financing Rate) หรืออัตราเทียบเท่าของประเทศนั้นๆ บวก Broker Markup Swap Long มักเป็น Negative (ต้องจ่ายค่า Financing) Swap Short อาจเป็น Positive เล็กน้อย (ได้รับดอกเบี้ย) หรือ Negative (ถ้า Broker Markup สูง)
Crypto CFDs (BTC/USD, ETH/USD):
Swap สำหรับ Crypto CFDs มักสูงที่สุดในบรรดา CFDs ทั้งหมด Broker ส่วนใหญ่คิด Swap เป็น “% ต่อวัน” ไม่ใช่ Points อาจสูงถึง 0.05-0.1% ต่อวัน (ทั้ง Long และ Short) ซึ่งเท่ากับ 18-36% ต่อปี สำหรับ Crypto CFDs Swap เป็นต้นทุนที่สูงมาก ไม่เหมาะสำหรับการถือยาว
การเปรียบเทียบ Swap Rate ระหว่าง Brokers
Swap Rate ไม่เหมือนกันทุก Broker เพราะแต่ละ Broker มี Markup ต่างกัน มี Liquidity Provider ต่างกัน และมีวิธีคำนวณ Swap ต่างกัน การเปรียบเทียบ Swap ระหว่าง Brokers อาจช่วยประหยัดต้นทุนได้มาก โดยเฉพาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ถือ Position ยาว
ปัจจัยที่ทำให้ Swap ต่างกันระหว่าง Brokers:
1. Broker Markup: บาง Broker เพิ่ม Markup สูง ทำให้ Negative Swap ลบมากกว่า บาง Broker เพิ่ม Markup น้อย หรือแม้แต่ไม่เพิ่มเลย (แต่อาจเก็บรายได้จาก Spread แทน)
2. Liquidity Provider: Broker ที่มี Liquidity Provider หลายราย อาจได้ Tom-Next Rate ที่ดีกว่า ส่งผลให้ Swap ดีกว่า
3. Account Type: บาง Broker มี Account Type ที่ Swap ต่างกัน เช่น ECN Account อาจมี Swap ดีกว่า Standard Account
4. ช่วงเวลา: Swap Rate มักเปลี่ยนทุกวัน ดังนั้น Broker ที่ Swap ดีวันนี้ อาจไม่ดีในสัปดาห์หน้า
วิธีเปรียบเทียบ Swap:
ใช้เว็บไซต์เปรียบเทียบ Swap เช่น Myfxbook หรือ FXBlue ที่รวบรวม Swap Rate จากหลาย Brokers เปรียบเทียบ Swap สำหรับคู่เงินที่คุณเทรดบ่อยๆ อย่าดูแค่ Swap อย่างเดียว ต้องดู Total Cost (Spread + Commission + Swap) รวมกัน Broker ที่ Swap ดีแต่ Spread กว้าง อาจไม่คุ้มกว่า Broker ที่ Swap แย่แต่ Spread แคบ สำหรับ Swing/Position Trader ที่ถือนาน Swap สำคัญกว่า Spread สำหรับ Scalper/Day Trader Spread สำคัญกว่า Swap
วิธีลด Swap Costs: เทคนิคที่ใช้ได้จริง
1. ใช้ Swap-Free Account (Islamic Account):
Swap-Free Account หรือ Islamic Account คือบัญชีที่ไม่คิด Swap ตามหลักศาสนาอิสลามที่ห้ามเรื่องดอกเบี้ย (Riba) Broker หลายรายเสนอ Swap-Free Account ให้กับลูกค้ามุสลิม แต่บาง Broker เสนอให้กับลูกค้าทุกคนที่ร้องขอ
ข้อดี: ไม่ต้องจ่าย Swap เลย เหมาะสำหรับ Position Trading ที่ถือยาว ข้อเสีย: Broker อาจชดเชยด้วย Spread ที่กว้างขึ้น หรือ Commission ที่สูงขึ้น บาง Broker จำกัดระยะเวลาที่ถือ Position ใน Swap-Free Account (เช่น ถือได้ไม่เกิน 5 วัน) บาง Broker คิด “Administration Fee” แทน Swap ซึ่งอาจแพงกว่า Swap ปกติ ต้องอ่าน Terms and Conditions ให้ละเอียดก่อนเปิด Swap-Free Account
2. ลดระยะเวลาถือ Position:
ถ้าคุณเทรด Swing Trading ลองพิจารณาถือ Position สั้นลง ถ้าเดิมถือ 10 วัน ลองหาจุดออกที่ 5 วัน Swap ที่ประหยัดได้อาจมากกว่ากำไรที่เสียไปจากการปิดเร็วขึ้น โดยเฉพาะในคู่เงินที่มี Negative Swap สูง
3. เลือกทิศทางที่ Positive Swap:
ถ้า Setup ไม่ชัดเจนว่าจะ Buy หรือ Sell (50/50) ให้เลือกทิศทางที่ได้ Positive Swap เป็น Tiebreaker เช่น ถ้ากำลังลังเลระหว่าง Buy EUR/USD กับ Sell EUR/USD ให้ตรวจสอบ Swap ถ้า Sell ได้ Positive Swap ก็เอียงไปทาง Sell เล็กน้อย แต่อย่าให้ Swap เป็นเหตุผลหลักในการเทรด (Direction ของราคาสำคัญกว่ามาก)
4. ปิดก่อน Triple Swap Wednesday:
ถ้ามี Negative Swap สูง ลองปิด Position ก่อนวันพุธ 17:00 EST แล้วเปิดใหม่หลัง Rollover แต่ต้องคำนวณก่อนว่า Spread Cost ที่ต้องจ่ายในการปิดและเปิดใหม่ น้อยกว่า Swap 3 วันที่ประหยัดได้หรือไม่ ตัวอย่าง: Swap = -7 Points/day Triple Swap = -21 Points ถ้า Spread = 12 Points ประหยัดได้ = 21 – 12 = 9 Points (คุ้ม) แต่ถ้า Spread = 25 Points ประหยัดได้ = 21 – 25 = -4 Points (ไม่คุ้ม)
5. ใช้หลาย Brokers:
เปิดบัญชีกับหลาย Brokers ใช้ Broker A (Swap ดี) สำหรับ Position ที่ถือยาว ใช้ Broker B (Spread แคบ) สำหรับ Scalping/Day Trading จัดสรรเงินทุนตามกลยุทธ์
การรวม Swap เข้าไปในการคำนวณ Position Sizing
สำหรับ Swing/Position Trader Swap ควรถูกรวมเข้าไปในการคำนวณ Risk และ Position Sizing เพราะ Swap เป็นต้นทุนที่แน่นอน (ถ้าถือข้ามคืน) ต่างจาก Capital Loss ที่ไม่แน่นอน
สูตร Adjusted Risk Calculation:
Total Risk = Capital Risk + Expected Swap Cost โดย Capital Risk = SL in Pips x Pip Value x Lots Expected Swap Cost = Swap per Day x Expected Holding Days x Lots ดังนั้น Total Risk = (SL in Pips x Pip Value + Swap per Day x Expected Days) x Lots
ตัวอย่าง: Account = $10,000 Risk = 1% = $100 SL = 50 pips Swap = -7 Points/day = -$0.07/day/Micro Lot Expected Holding = 7 วัน (รวม Weekend = 9 วัน Swap)
ถ้าไม่รวม Swap: Lot Size = $100 / (50 x $1) = 0.2 Lots ถ้ารวม Swap: Swap Cost = 9 x $0.70 x 2 Lots = $12.60 (ประมาณ) ต้องลด Lot Size ลงเล็กน้อยเพื่อ Accommodate Swap Cost Lot Size = ($100 – $12.60) / (50 x $1) = 0.175 Lots
ความแตกต่างอาจดูเล็กน้อยในตัวอย่างนี้ แต่สำหรับ Position ที่ถือนานหลายสัปดาห์ หรือคู่เงินที่มี Swap สูง (เช่น Exotic Pairs) Swap Cost อาจเป็นสัดส่วนที่มากของ Total Risk
Swap ในฐานะ “Hidden Cost” สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่
สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ Swap เป็น “ต้นทุนที่มองไม่เห็น” ที่ทำให้หลายคนสงสัยว่า “ทำไมกำไรที่เห็นบนหน้าจอไม่เท่ากับเงินที่ได้จริง” หรือ “ทำไมขาดทุนมากกว่าที่คิด”
สถานการณ์ที่พบบ่อย:
1. “ทำไมตอน Break Even ยังขาดทุน?”: เทรดเดอร์เปิด Buy EUR/USD ที่ 1.0850 ราคาขึ้นไป 1.0900 แล้วกลับมา 1.0850 (Break Even) แต่เมื่อปิด Position กลับขาดทุน $5-10 เพราะถูกหัก Swap ไปแล้วหลายวัน
2. “ทำไม EA ของฉัน Backtest กำไร แต่ Live ขาดทุน?”: Backtest หลายโปรแกรมไม่ได้รวม Swap เข้าไปในการคำนวณ (หรือใช้ Swap Rate คงที่ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง) ผลลัพธ์ Live จึงแย่กว่า Backtest โดยเฉพาะ EA ที่ถือ Position นาน
3. “ทำไม Equity ลดลงทุกวันทั้งที่ราคาไม่เปลี่ยน?”: เมื่อถือ Position ที่มี Negative Swap Equity จะลดลงทุกวันแม้ราคาจะไม่เปลี่ยน เทรดเดอร์มือใหม่อาจตกใจและปิด Position ก่อนเวลา
คำแนะนำสำหรับมือใหม่:
ตรวจสอบ Swap Rate ก่อนเปิด Position ทุกครั้ง (โดยเฉพาะถ้าจะถือข้ามคืน) รวม Swap เข้าไปในการคำนวณ Risk:Reward เสมอ ถ้า Swap สูงมาก (เช่น Gold, Exotic Pairs) ให้พิจารณาเทรดเป็น Day Trade แทน Swing Trade อย่าเลือก Broker โดยดูแค่ Spread ให้ดู Swap ด้วย โดยเฉพาะถ้าคุณเป็น Swing Trader ทดลอง Swap ใน บัญชี Demo XM ก่อนเทรดจริง เพื่อดูผลกระทบของ Swap ในแต่ละคู่เงิน
Funding Rate ใน Crypto Perpetual Futures: เปรียบเทียบกับ Forex Swap
สำหรับเทรดเดอร์ที่เทรดทั้ง Forex และ Crypto สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่า “Funding Rate” ใน Crypto Perpetual Futures ต่างจาก Swap ใน Forex อย่างไร
Funding Rate คืออะไร?
Funding Rate คือค่าธรรมเนียมที่ผู้ถือ Position Long จ่ายให้ผู้ถือ Position Short (หรือในทางกลับกัน) ในตลาด Perpetual Futures เพื่อรักษาราคา Perpetual ให้ใกล้เคียงกับราคา Spot
กลไก: ถ้า Funding Rate เป็นบวก (Long จ่าย Short): หมายถึงตลาด Bullish มาก (Long มากกว่า Short) ค่า Funding ถูกเรียกเก็บเพื่อ “กด” ราคา Perpetual ลงมาใกล้ Spot ถ้า Funding Rate เป็นลบ (Short จ่าย Long): หมายถึงตลาด Bearish มาก (Short มากกว่า Long) ค่า Funding ถูกเรียกเก็บเพื่อ “ดัน” ราคา Perpetual ขึ้นมาใกล้ Spot
ความแตกต่างหลักระหว่าง Forex Swap กับ Crypto Funding Rate:
ที่มา: Forex Swap มาจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Fundamental) ส่วน Crypto Funding Rate มาจากอุปสงค์-อุปทานของ Position Long vs Short (Market-driven)
ความถี่: Forex Swap คิดวันละ 1 ครั้ง (17:00 EST) Crypto Funding Rate คิดทุก 8 ชั่วโมง (00:00, 08:00, 16:00 UTC) ในตลาด Crypto ส่วนใหญ่ ดังนั้น Crypto จ่าย Funding 3 ครั้ง/วัน vs Forex 1 ครั้ง/วัน
ขนาด: Forex Swap มักเล็ก (0.01-0.05% ต่อวัน) Crypto Funding Rate อาจสูงมากในช่วง Extreme Market (0.1-0.5% ต่อ 8 ชั่วโมง = 0.3-1.5% ต่อวัน) ในช่วง Bull Run ที่รุนแรง Funding Rate อาจทำให้ต้นทุนการถือ Long สูงมากจนไม่คุ้ม
ความผันผวน: Forex Swap ค่อนข้างเสถียร (เปลี่ยนแปลงตาม Tom-Next Rate ซึ่งไม่ค่อยผันผวน) Crypto Funding Rate ผันผวนสูงมาก อาจเปลี่ยนจากบวกเป็นลบภายในไม่กี่ชั่วโมง
ทิศทาง: Forex Swap มักคงที่ (Buy จ่าย, Sell ได้ หรือในทางกลับกัน ขึ้นอยู่กับ Interest Rate Differential) Crypto Funding Rate เปลี่ยนทิศทางตาม Market Sentiment
Broker Markup บน Swap: ต้นทุนที่ซ่อนอยู่
Broker Markup คือส่วนต่างที่ Broker เพิ่มเข้าไปบน Raw Swap Rate (Tom-Next Rate) เพื่อเป็นรายได้ของ Broker นี่คือ “ต้นทุนที่ซ่อนอยู่” ที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่รู้
Markup ทำงานอย่างไร:
สมมติ Raw Tom-Next Rate สำหรับ Buy EUR/USD = -5 Points/day Broker A เพิ่ม Markup = 2 Points ผลลัพธ์: Swap Long = -7 Points/day
สมมติ Raw Tom-Next Rate สำหรับ Sell EUR/USD = +5 Points/day Broker A หัก Markup = 2 Points ผลลัพธ์: Swap Short = +3 Points/day
สังเกตว่า: Negative Swap ถูกทำให้ “ลบมากขึ้น” (จาก -5 เป็น -7) Positive Swap ถูกทำให้ “บวกน้อยลง” (จาก +5 เป็น +3) Broker ได้ 2 Points จากทั้ง 2 ทิศทาง ไม่ว่าคุณจะ Buy หรือ Sell
Markup ต่างกันแค่ไหนระหว่าง Brokers:
ECN Broker (Low Markup): Markup 0-2 Points Swap ใกล้เคียงกับ Raw Tom-Next Rate ชดเชยด้วย Commission ที่เก็บแยก Standard Broker (Medium Markup): Markup 2-5 Points เป็นค่าเฉลี่ยของ Broker ส่วนใหญ่ High Markup Broker: Markup 5-15 Points Swap ต่างจาก Raw Rate มาก มักเป็น Broker ที่โฆษณา “Zero Spread” หรือ “No Commission” แต่เอารายได้จาก Swap Markup แทน
วิธีตรวจสอบ Markup:
เปรียบเทียบ Swap ของ Broker คุณกับ “Raw Tom-Next Rate” ที่หาได้จาก Bloomberg, Reuters, หรือ Integral OCX ส่วนต่างคือ Markup ถ้า Markup สูงเกินไป (มากกว่า 5 Points) ลองพิจารณาเปลี่ยน Broker
Total Cost of Holding: Spread + Commission + Swap + Slippage
เพื่อให้เข้าใจ “ต้นทุนจริง” ของการเทรด ต้องรวมทุกต้นทุนเข้าด้วยกัน ไม่ใช่ดูแค่ Spread อย่างเดียว
องค์ประกอบของ Total Trading Cost:
1. Spread: ต้นทุนตอนเข้า (และออก) Position คิดเป็น Pips ตัวอย่าง: EUR/USD Spread = 1.2 Pips = $12 ต่อ 1 Lot
2. Commission: ค่าธรรมเนียมที่ Broker เก็บต่อ Lot (มีใน ECN Account) ตัวอย่าง: $7 ต่อ Round Turn (เปิด+ปิด) ต่อ 1 Lot
3. Swap: ต้นทุนรายวัน (สะสม) ตัวอย่าง: -7 Points/day x 7 วัน = -49 Points = $4.90 ต่อ 1 Lot
4. Slippage: ต้นทุนจากราคาที่ Executed ไม่ตรงกับราคาที่ Request ตัวอย่าง: Slippage เฉลี่ย 0.3 Pips = $3 ต่อ 1 Lot
Total Cost per Trade (สำหรับ Swing Trade 7 วัน, 1 Lot EUR/USD):
Spread: $12 Commission: $7 Swap: $4.90 Slippage: $3 Total: $26.90
ถ้า TP ของคุณคือ 50 Pips ($50 ต่อ Lot) ต้นทุนรวม = $26.90 / $50 = 53.8% ของกำไร นั่นหมายความว่าคุณต้อง “ถูก” มากกว่า 53.8% ของเวลาเพื่อ Break Even (ในกรณีที่ SL = TP)
ตัวอย่างเปรียบเทียบ Total Cost ระหว่างกลยุทธ์ต่างๆ:
Scalper (TP 10 Pips, ถือ 30 นาที): Spread: $12, Commission: $7, Swap: $0, Slippage: $3 Total: $22 / $10 = 220% ของ TP ต้อง Win Rate สูงมาก (มากกว่า 70%) จึงจะกำไร
Day Trader (TP 30 Pips, ถือ 6 ชั่วโมง): Spread: $12, Commission: $7, Swap: $0, Slippage: $3 Total: $22 / $30 = 73% ของ TP ต้อง Win Rate สูง (มากกว่า 55%)
Swing Trader (TP 100 Pips, ถือ 5 วัน): Spread: $12, Commission: $7, Swap: $3.50, Slippage: $3 Total: $25.50 / $100 = 25.5% ของ TP ต้นทุนสัมพัทธ์ต่ำกว่า
Position Trader (TP 300 Pips, ถือ 30 วัน): Spread: $12, Commission: $7, Swap: $30, Slippage: $3 Total: $52 / $300 = 17.3% ของ TP แม้ Swap สะสมสูง แต่ต้นทุนสัมพัทธ์ต่ำที่สุด
จากตัวอย่างจะเห็นว่า Swap มีผลกระทบมากที่สุดสำหรับ Position Trader (เพราะสะสมนาน) แต่ Total Cost สัมพัทธ์ (เทียบกับ TP) ต่ำที่สุด ในขณะที่ Scalper แม้ไม่ต้องจ่าย Swap แต่ Total Cost สัมพัทธ์สูงที่สุด เพราะ Spread และ Commission เป็นสัดส่วนที่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับ TP ที่เล็ก
สรุป: เข้าใจ Overnight Costs เพื่อเทรดอย่างมีประสิทธิภาพ
Swap/Rollover/Overnight Funding เป็นต้นทุนที่สำคัญในการเทรด Forex โดยเฉพาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ถือ Position ข้ามคืน การเข้าใจกลไกของ Swap จะช่วยให้คุณ:
คำนวณต้นทุนจริงของแต่ละ Trade ได้แม่นยำขึ้น เลือก Broker ที่ Swap ดีสำหรับกลยุทธ์ของคุณ ปรับ Position Sizing โดยรวม Swap Cost เข้าไป ใช้ Swap เป็น Tiebreaker ในการเลือกทิศทางเทรด หลีกเลี่ยง Triple Swap Wednesday เมื่อเป็นไปได้ พิจารณา Swap-Free Account ถ้าเทรดถือยาว เปรียบเทียบ Broker Markup เพื่อลดต้นทุน คำนวณ Total Trading Cost (Spread + Commission + Swap + Slippage) ไม่ใช่แค่ Spread
สิ่งสำคัญที่ต้องจำ: Swap มาจาก Interest Rate Differential ระหว่างสองสกุลเงิน คำนวณจาก Tom-Next Rate (ไม่ใช่ Official Rate โดยตรง) บวก Broker Markup Triple Swap เกิดในคืนวันพุธ (ส่วนใหญ่) เพราะ Settlement ข้ามวันหยุดสุดสัปดาห์ Swap สำหรับ Gold และ Crypto มักสูงกว่า Forex Pairs มาก Carry Trade ใช้ Swap เป็น Income แต่ต้องระวัง Capital Risk ทดสอบผลกระทบของ Swap ใน Demo Account ก่อนเทรดจริงเสมอ
เริ่มต้นวันนี้โดยเปิด บัญชี Demo XM แล้วทดลองเปิด Position ข้ามคืนในหลายคู่เงิน สังเกตค่า Swap ที่ถูกหัก/เพิ่มในแต่ละวัน แล้วนำมาคำนวณต้นทุนรวมของการเทรดจริงของคุณ
อ่านเพิ่มเติม: บทความ Forex ทั้งหมด | Money Management


![กลยุทธ์เพิ่มล็อตสองเท่าข้อดีข้อเสียและความเสี่ยง [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/03/strategy-pros-cons-cover-1-600x338.jpg)
![Grid Trading Strategy ระบบเทรดแบบตาราง ฉบับสมบูรณ์ [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/03/commodity-trading-strategy-pdf-cover-2-600x315.jpg)
![การเทรดแก้แค้นคืออะไรวิธีหยุดพฤติกรรมนี้ [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/03/how-to-evolve-kadabra-in-platinum-without-trading-cover-1-600x315.jpg)


TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文