Slippage Requote และ Spread Widening คือ 3 ปัญหาเทรด Forex ที่เกิดจากความผันผวน ส่งผลให้ราคาที่ได้แตกต่างจากที่สั่ง
- Slippage Requote และ Spread Widening คืออะไร — ทำไมนักเทรดมืออาชีพต้องให้ความสำคัญ
- กลไกเบื้องหลังการเกิด 3 ปัญหา — ทำไมราคาถึงเลื่อนหรือถูกปฏิเสธ
- ความแตกต่างระหว่าง 3 ปัญหาคืออะไร — วิธีสังเกตและรับมือ
- ช่วงเวลาและเหตุการณ์ใดที่มักทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้บ่อยที่สุด
- วิธีป้องกันและจัดการความเสี่ยงจากปัญหาการเทรด — กลยุทธ์ที่ใช้ได้จริง
- 5 ข้อผิดพลาดร้ายแรงที่นักเทรดทำเมื่อเผชิญปัญหาความผันผวน
- ตัวอย่างการรับมือกับปัญหาในตลาดจริง — Step by Step
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาการเทรด Forex
การเทรด Forex ไม่ได้มีเพียงแค่การวิเคราะห์ทิศทางราคา แต่ยังรวมถึงการรับมือกับกลไกเบื้องหลังของโบรกเกอร์และสภาพคล่องในตลาด หลายคนอาจเคยประสบปัญหาเข้าเทรดไม่ได้ในจังหวะที่ราคาวิ่งแรง หรือบางครั้งกำไรที่คำนวณไว้กลับหายไปจากค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้นทันที บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกแง่มุมของปัญหาเหล่านี้ พร้อมแนวทางการป้องกันและบริหารความเสี่ยงอย่างถูกวิธี เพื่อให้คุณเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- เข้าใจหลักการ — ได้รับการอธิบาย 3 ปัญหาที่เทรดเดอร์ Forex ต้องรู้ พร้อมสาเหตุการเกิดในตลาดจริง
- กลยุทธ์ใช้ได้จริง — การจัดการออเดอร์และการหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงสูง
- หลีกเลี่ยงกับดัก — ข้อผิดพลาดที่ทำให้ต้นทุนการเทรดสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น
- ตัวอย่างเทรดจริง — สถานการณ์จำลองพร้อมผลลัพธ์ที่จับต้องได้
หากคุณสนใจการวางแผนภาษีสำหรับรายได้จากการเทรด แนะนำให้อ่านบทความ Forex Tax Planning วิธีวางแผนภาษีรายได้เ เพื่อความเข้าใจที่ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น
Slippage Requote และ Spread Widening คืออะไร — ทำไมนักเทรดมืออาชีพต้องให้ความสำคัญ


ปัญหา Slippage Requote และ Spread Widening คือความผิดปกติของระบบการส่งคำสั่งซื้อขายที่เกิดจากการขาดสภาพคล่องหรือความผันผวนอย่างรุนแรง ส่งผลให้ราคาที่เทรดเดอร์ต้องการไม่ตรงกับราคาที่โบรกเกอร์ execute ให้ ทำให้ต้นทุนและความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตามรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าความผันผวนในช่วงข่าวสำคัญสามารถเพิ่มความเสี่ยงด้านสภาพคล่องได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์
ในบริบทของตลาด Forex ซึ่งมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยมหาศาล ความเร็วในการรับคำสั่งซื้อขายจึงเป็นปัจจัยสำคัญ นักเทรดมืออาชีพให้ความสนใจกับปัญหาเหล่านี้เป็นพิเศษ เพราะมันส่งผลโดยตรงต่อจุดเข้าเทรด การตั้งค่า SL และ TP ลองนึกภาพว่าคุณสั่ง Buy คู่เงิน GBP/USD ที่ราคา 1.2650 แต่เกิด Slippage ทำให้คำสั่งถูกเปิดที่ 1.2660 ความแตกต่าง 10 pip นี้อาจทำให้จุดเข้าของคุณแย่ลง หรือถ้าคุณตั้ง SL ไว้ที่ 30 pip อาจกลายเป็นว่าความเสี่ยงจริงของคุณเพิ่มเป็น 40 pip ทันที
ประวัติความเป็นมาของกลไกเหล่านี้เชื่อมโยงกับพัฒนาการของระบบอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดการเงิน ในอดีตการส่งคำสั่งซื้อขายผ่านโทรศัพท์ทำให้เกิดช่องว่างของเวลา แต่ในยุคดิจิทัล แม้คำสั่งจะถูกส่งผ่านเครือข่ายความเร็วสูง ปัจจัยภายนอกเช่นการรวบรวมสภาพคล่องจากหลายผู้ให้บริการก็ยังคงก่อให้เกิดปัญหาความล่าช้าและความไม่ตรงกันของราคาได้เสมอ
กลไกเบื้องหลังการเกิด 3 ปัญหา — ทำไมราคาถึงเลื่อนหรือถูกปฏิเสธ
กลไกเบื้องหลังปัญหาเหล่านี้เกิดจากการที่ระบบของโบรกเกอร์ไม่สามารถจับคู่คำสั่งซื้อขายได้ในราคาที่ลูกค้าต้องการ เนื่องจากสภาพคล่องในตลาดขณะนั้นไม่เพียงพอ จึงทำให้เกิดการเลื่อนราคาหรือการขอราคาใหม่ ตามข้อมูลจาก XM official ระบุว่าในช่วงเวลาที่มีข่าวเศรษฐกิจสำคัญความลึกของสภาพคล่องในตลาดสามารถลดลงได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อคุณกดส่งคำสั่งเทรด ระบบจะนำคำสั่งนั้นไปเสนอต่อผู้ให้บริการสภาพคล่อง หากในขณะนั้นมีข่าวรุนแรงหรือเหตุการณ์ที่ทำให้ราคาเคลื่อนไหวเร็วมาก ผู้ให้บริการสภาพคล่องอาจถอนคำสั่งซื้อขายของตนออกไปชั่วคราว ส่งผลให้โบรกเกอร์ไม่มีราคาที่ดีพอที่จะส่งต่อให้คุณ จึงเกิด Slippage หรือการเลื่อนราคา ในกรณีที่ราคาเลื่อนมากเกินไป ระบบอาจปฏิเสธคำสั่งเดิมและขอเสนอราคาใหม่ ซึ่งเรียกว่า Requote นอกจากนี้ ความเสี่ยงที่ผู้ให้บริการสภาพคล่องรับอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าวจะถูกปรับเพิ่มเข้าไปในค่า Spread ทำให้ Spread Widening หรือช่วงค่าส่วนต่างราคาขยายตัวออกไปอย่างมาก
ขั้นตอนการทำงานของระบบเมื่อเผชิญสถานการณ์เหล่านี้มีดังนี้
- การส่งคำสั่ง — เทรดเดอร์ส่งคำสั่ง Buy หรือ Sell ในราคาตลาดปัจจุบันที่เห็นบนหน้าจอ
- การตรวจสอบสภาพคล่อง — ระบบโบรกเกอร์ส่งคำสั่งไปยัง Liquidity Provider เพื่อยืนยันการทำรายการ
- การประมวลผล — หากสภาพคล่องลดลง ราคาที่ได้รับอาจเปลี่ยนแปลงไป ระบบจึงดำเนินการตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้
- การปฏิเสธหรือเลื่อนราคา — คำสั่งอาจถูกเปิดที่ราคาใหม่ทันที หรือปฏิเสธและเสนอราคาใหม่ให้กดยืนยันอีกครั้ง
ตัวอย่างเช่น สมมติคุณวิเคราะห์ EUR/USD และเห็นว่าราคากำลังจะ Breakout คุณจึงวางคำสั่ง Buy ที่ราคา 1.0850 แต่ในวินาทีนั้นมีข่าว CPI ของสหรัฐอเมริกาออกมา ราคากระโดดขึ้นไปที่ 1.0870 ทันที ระบบจะทำการเปิดออเดอร์ของคุณที่ 1.0870 ซึ่งเป็นการเกิด Slippage ในทิศทางที่ไม่ค่อยดีนัก แต่ถ้าระบบของโบรกเกอร์ตั้งค่าไว้ว่าหาก Slippage เกิน 20 pip จะไม่เปิดออเดอร์ คุณอาจได้รับการแจ้งเตือน Requote ให้กดยอมรับราคาใหม่แทน
“การทำความเข้าใจกลไกการส่งคำสั่งซื้อขายและสภาพคล่องในตลาดคือหัวใจสำคัญที่แยกความแตกต่างระหว่างนักเทรดที่รอดชีวิตและนักเทรดที่ล้มเหลว”
— ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดการเงิน, XM official
ความแตกต่างระหว่าง 3 ปัญหาคืออะไร — วิธีสังเกตและรับมือ

ความแตกต่างระหว่างสามปัญหานี้อยู่ที่รูปแบบผลกระทบที่เทรดเดอร์ได้รับ โดย Slippage คือการเปิดออเดอร์ที่ราคาที่แตกต่างไปจากที่กดสั่ง Requote คือการปฏิเสธคำสั่งเดิมเพื่อเสนอราคาใหม่ และ Spread Widening คือการขยายตัวของช่องว่างราคาซื้อขาย ส่งผลให้ต้นทุนการเทรดเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น การเปรียบเทียบลักษณะเฉพาะของแต่ละปัญหาจะช่วยให้นักเทรดสามารถวางแผนรับมือได้อย่างเหมาะสม ทั้งสามสถานการณ์นี้มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดมีความเคลื่อนไหวรุนแรง แต่ลักษณะการแสดงออกและผลกระทบที่มีต่อพอร์ตการลงทุนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังจะแสดงในตารางเปรียบเทียบด้านล่าง
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Slippage | Requote | Spread Widening |
|---|---|---|---|
| ลักษณะการเกิด | ออเดอร์ถูกเปิดที่ราคาใหม่ทันทีโดยไม่มีการเตือน | ระบบปฏิเสธออเดอร์และเสนอราคาใหม่ให้ยืนยัน | ช่องว่างระหว่างราคา Bid และ Ask ขยายกว้างขึ้น |
| ผลกระทบต่อการเทรด | จุดเข้าออเดอร์หรือ SL TP อาจเลื่อนออกไป | พลาดโอกาสเทรดในจังหวะที่ต้องการ | ต้นทุนการเทรดเพิ่มสูงขึ้นทันที |
| ช่วงเวลาที่พบบ่อย | ช่วงข่าวสำคัญหรือการเปิดตลาด | ตลาดผันผวนสูงและโบรกเกอร์ตั้งค่าเข้มงวด | ก่อนเปิดตลาดหรือช่วง Low Liquidity |
| วิธีหลีกเลี่ยง | ใช้คำสั่ง Limit Order แทน Market Order | เลือกโบรกเกอร์แบบ ECN หรือ STP | หลีกเลี่ยงการเทรดในช่วง Low Liquidity |
Slippage อันตรายอย่างไรต่อพอร์ตการลงทุน
Slippage อาจสร้างความเสียหายให้กับพอร์ตการลงทุนได้ทั้งในทิศทางบวกและลบ แต่ส่วนใหญ่มักจะทำให้จุดเข้าเทรดแย่ลง โดยเฉพาะเมื่อใช้ Market Order ในช่วงข่าวรุนแรง หากราคาเลื่อนห่างจากจุดที่คำนวณ Risk:Reward ไว้ อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนจะเปลี่ยนไปทันที ทำให้แผนการเทรดที่วางไว้อย่างดีไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
Requote ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการเทรดอย่างไร
การเกิด Requote บ่อยครั้งอาจทำให้นักเทรดเสียสมาธิและหงุดหงิด โดยเฉพาะในจังหวะที่ต้องการเข้าตลาดด่วนเพื่อจับทิศทางราคา การปฏิเสธคำสั่งทำให้พลาดโอกาสในการทำกำไร และหากต้องกดยืนยันราคาใหม่ซ้ำๆ อาจนำไปสู่การตัดสินใจด้วยอารมณ์จนทำให้การบริหารความเสี่ยงผิดพลาดได้
Spread Widening กินกำไรไปได้ขนาดไหน
การขยายตัวของ Spread สามารถกินกำไรได้มหาศาล โดยเฉพาะนักเทรดระยะสั้นอย่าง Scalper ที่ทำกำไรเพียงไม่กี่ pip ต่อไม้ หากในช่วงปกติ Spread อยู่ที่ 1 pip แต่ขยายเป็น 10 pip ในช่วงข่าว นักเทรดจะเริ่มต้นด้วยการขาดทุนทันที แม้ราคาจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่คาดการณ์ไว้ กำไรที่ได้ก็อาจไม่เพียงพอที่จะคืนทุนจากค่า Spread ที่สูงขึ้น
ช่วงเวลาและเหตุการณ์ใดที่มักทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้บ่อยที่สุด
ช่วงเวลาที่มักทำให้เกิดปัญหา Slippage Requote และ Spread Widening บ่อยที่สุดคือการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ การประชุมนโยบายของธนาคารกลาง และช่วงเปิดทำการของตลาดหลัก ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพคล่องและความผันผวนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตามรายงานของ Fed ระบุว่าการประกาศอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดการเงินโลกเปลี่ยนแปลงได้ในพริบตา
เทรดเดอร์ที่ไม่เข้าใจปฏิทินเศรษฐกิจมักจะเผชิญกับความเสี่ยงสูง เหตุการณ์ที่มักก่อให้เกิดปัญหาทั้งสามอย่างมีดังนี้
- การประกาศตัวเลข NFP — Non-Farm Payroll ของสหรัฐอเมริกาที่ออกมาในวันศุกร์แรกของแต่ละเดือน ทำให้ราคาคู่เงิน XAU USD และคู่เงินหลักเคลื่อนไหวรุนแรงภายในไม่กี่วินาที
- การประชุม FOMC — การตัดสินใจนโยบายของ Federal Open Market Committee และแถลงการณ์ของประธาน Fed สร้างผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างมาก
- การประกาศอัตราดอกเบี้ยของ BOJ — ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีอิทธิพลต่อคู่เงินที่เกี่ยวข้องกับเยนอย่างมาก การเปลี่ยนแปลงนโยบายสามารถสร้างความผันผวนระยะยาวได้
- ช่วง Roll Over — ช่วงเวลาปิดบัญชีรายวันและเปิดวันใหม่ ซึ่งโดยทั่วไปคือเวลา 04:00 น. ตามเวลาไทย สภาพคล่องจะลดลงอย่างมากทำให้ Spread ขยายตัว
- การเปิดตลาดเซสชั่นใหม่ — โดยเฉพาะการเปิดตลาดซิดนีย์ในวันอาทิตย์ หรือการเปิดตลาดลอนดอนและนิวยอร์กที่มีปริมาณการซื้อขายพุ่งสูงขึ้นทันที
เมื่อทราบช่วงเวลาเหล่านี้แล้ว นักเทรดสามารถวางแผนเพื่อหลีกเลี่ยงหรือรับมือกับสถานการณ์ได้ บางคนเลือกที่จะออกจากตลาดทั้งหมดก่อนมีข่าว ในขณะที่บางคนเลือกที่จะใช้กลยุทธ์เฉพาะในการเทรดข่าว แต่สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่จะเกิด Slippage และตั้งค่าออเดอร์ให้เหมาะสม
วิธีป้องกันและจัดการความเสี่ยงจากปัญหาการเทรด — กลยุทธ์ที่ใช้ได้จริง
วิธีป้องกันและจัดการความเสี่ยงจากปัญหาการเทรดคือการใช้คำสั่ง Limit Order แทน Market Order การหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงข่าวสำคัญ และการเลือกโบรกเกอร์ที่มีเสถียรภาพด้านสภาพคล่องสูง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการเลื่อนราคาและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพถึง 60 เปอร์เซ็นต์
การบริหารความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การตั้ง SL TP เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเลือกวิธีการส่งคำสั่งซื้อขายที่เหมาะสมกับสภาพตลาดด้วย กลยุทธ์ในการรับมือสามารถแบ่งออกเป็นระดับต่างๆ ได้ดังนี้
ระดับ Basic — การใช้ Limit Order แทน Market Order
วิธีที่ง่ายที่สุดในการหลีกเลี่ยง Slippage คือการใช้ Buy Limit หรือ Sell Limit แทนการกด Buy หรือ Sell ที่ราคาตลาดทันที เพราะ Limit Order จะเปิดออเดอร์ได้ก็ต่อเมื่อราคาในตลาดมาถึงระดับที่คุณกำหนดเท่านั้น หากราคาวิ่งเร็วเกินไปและพลาดระดับที่ตั้งไว้ คำสั่งนี้จะไม่ถูกเปิด ซึ่งดีกว่าการถูกเปิดที่ราคาที่แย่มากๆ อย่างไรก็ตาม ข้อเสียคือคุณอาจพลาดโอกาสเทรดถ้าราคาไม่มาแตะจุดที่ตั้งไว้
ระดับ Intermediate — การอ่านปฏิทินเศรษฐกิจและหลีกเลี่ยงข่าว
สำหรับนักเทรดที่ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในการเทรดข่าว การหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดในช่วงเวลาที่มีการประกาศตัวเลขสำคัญออกมาเป็นวิธีที่ดีที่สุด คุณสามารถตรวจสอบปฏิทินเศรษฐกิจล่วงหน้า หากมีข่าวระดับแดงเช่น NFP หรือ FOMC ควรปิดออเดอร์ที่มีอยู่หรือรอให้ข่าวผ่านไปก่อน จากนั้นค่อยวิเคราะห์ทิศทางใหม่ ซึ่งจะช่วยให้คุณไม่ต้องเผชิญกับ Spread ที่ขยายตัวอย่างรุนแรง
ระดับ Advanced — การเลือกประเภทบัญชีและโบรกเกอร์ที่เหมาะสม
โบรกเกอร์แต่ละประเภทมีวิธีการจัดการคำสั่งซื้อขายที่แตกต่างกัน บัญชีประเภท ECN หรือ STP มักจะส่งคำสั่งไปยังผู้ให้บริการสภาพคล่องโดยตรงและไม่มีการ Requote ในขณะที่บัญชีประเภท Market Maker อาจมีการควบคุมความเสี่ยงที่เข้มงวดกว่า การเลือกบัญชีที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณจะช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้มาก หากคุณกำลังมองหาโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือ เปิดบัญชีกับ XM ได้รับการยืนยันจาก XM official ว่ามีระบบการส่งคำสั่งที่มีเสถียรภาพสูง
5 ข้อผิดพลาดร้ายแรงที่นักเทรดทำเมื่อเผชิญปัญหาความผันผวน
ข้อผิดพลาดร้ายแรงที่นักเทรดทำเมื่อเผชิญปัญหาความผันผวนคือการพยายามเข้าเทรดในขณะที่ราคาเคลื่อนไหวรุนแรงที่สุด การใช้ Leverage สูงเกินไป และการไม่ยอมรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 80 เปอร์เซ็นต์
เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ราคาเคลื่อนไหวไม่เป็นไปตามคาด นักเทรดหลายคนมักตัดสินใจด้วยอารมณ์ ซึ่งนำไปสู่ข้อผิดพลาดที่ซ้ำซากจนสูญเสียเงินทุนไปอย่างมากมาย ข้อผิดพลาดเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนหากไม่มีวินัยที่ดีพอ
- ใช้ Market Order ในช่วงข่าวรุนแรง — การกดสั่งซื้อขายที่ราคาตลาดในจังหวะที่ราคากระโดดทำให้คุณได้รับราคาที่แย่ที่สุดเสมอ Slippage อาจทำให้คุณเข้าเทรดห่างจากจุดที่ตั้งใจไว้หลายสิบ pip
- ไม่ตั้ง Stop Loss เพราะหวังว่าราคาจะกลับมา — ในช่วงที่มีความผันผวนสูง ราคาอาจวิ่งไปทิศทางเดียวอย่างต่อเนื่อง การไม่ตั้ง SL ทำให้ความสูญเสียไม่มีขีดจำกัดและอาจทำให้พอร์ตขาดทุนจนหมดตัว
- เทรดด้วย Lot Size ที่ใหญ่เกินไป — การใช้ Lot Size ใหญ่ในช่วงที่ Spread ขยายตัวทำให้ต้นทุนการเทรดพุ่งสูงขึ้นทันที บางครั้งค่า Spread อย่างเดียวอาจกินเงินทุนไปหลายเปอร์เซ็นต์
- โทษโบรกเกอร์โดยไม่เข้าใจที่มาของปัญหา — หลายคนคิดว่าโบรกเกอร์โกงเมื่อเกิด Requote หรือ Spread Widening ทั้งที่จริงแล้วเป็นกลไกตามธรรมชาติของตลาดที่สภาพคล่องลดต่ำลง การไม่ยอมรับทำให้ไม่สามารถปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสถานการณ์ได้
- Revenge Trade หลังจากถูก Slippage — เมื่อเกิด Slippage ทำให้ขาดทุนมากกว่าที่คาดไว้ นักเทรดมักจะโกรธและรีบเข้าเทรดใหม่ทันทีเพื่อเอาคืน ซึ่งมักจะจบลงด้วยการขาดทุนเพิ่มเติมเนื่องจากการตัดสินใจที่ไม่มีเหตุผล
ข้อผิดพลาดเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการควบคุมอารมณ์และการมีวินัยในการเทรดสำคัญไม่แพ้การวิเคราะห์ตลาด นักเทรดที่ประสบความสำเร็จมักจะยอมรับว่าความผันผวนเป็นส่วนหนึ่งของตลาด และพวกเขาเลือกที่จะป้องกันความเสี่ยงแทนที่จะต่อสู้กับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้
ตัวอย่างการรับมือกับปัญหาในตลาดจริง — Step by Step
การรับมือกับปัญหาในตลาดจริงต้องอาศัยการวิเคราะห์สภาพคล่องและการตั้งค่าออเดอร์ที่เหมาะสม โดยเทรดเดอร์ต้องเฝ้าระวังช่วงเวลาที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดความผันผวนและปรับแผนการเทรดตามสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การใช้คำสั่งที่เหมาะสมจะช่วยรักษาเงินทุนและความสามารถในการทำกำไรในระยะยาวไว้ได้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์
มาดูตัวอย่างสถานการณ์จำลองที่เกิดขึ้นได้จริงในตลาด Forex เพื่อให้เห็นภาพการนำกลยุทธ์ไปใช้งาน
สถานการณ์
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2025 คุณกำลังวิเคราะห์คู่เงิน XAU USD หรือทองคำ ในกราฟ H4 ราคากำลังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น และกำลังจะมีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกาในอีก 2 ชั่วโมงข้างหน้า ราคาปัจจุบันอยู่ที่อัปเดตล่าสุด คุณเล็งเห็นโอกาสในการ Buy แต่ก็รู้ว่าข่าวที่กำลังจะออกมาอาจสร้างความผันผวนอย่างมาก
การตัดสินใจ
คุณตัดสินใจที่จะไม่ใช้ Market Order เพื่อหลีกเลี่ยง Slippage แต่เลือกที่จะตั้ง Buy Limit ไว้ที่ระดับ Support สำคัญ โดยตั้ง SL และ TP ไว้เป็นออเดอร์ประเภท Limit ด้วยเช่นกัน คุณลด Lot Size ลงเหลือครึ่งหนึ่งของปกติเพื่อรองรับความเสี่ยงจาก Spread Widening ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงข่าว และตั้งใจจะไม่อยู่หน้าจอในขณะที่ข่าวออกมาเพื่อป้องกันการตัดสินใจด้วยอารมณ์
ผลลัพธ์
เมื่อข่าวออกมา ราคาทองคำวิ่งขึ้นและลงอย่างรุนแรงในช่วงเวลาสั้นๆ Spread ขยายตัวเป็นประวัติการณ์ แต่เนื่องจากคุณใช้ Limit Order คำสั่งของคุณจึงไม่ถูกเปิดเนื่องจากราคาเคลื่อนที่เร็วเกินไปและพลาดระดับที่ตั้งไว้ แม้คุณจะไม่ได้ทำกำไรจากไม้นี้ แต่คุณก็ไม่ได้ขาดทุนจาก Slippage หรือ Spread ที่แพงเกินไป ซึ่งการรักษาทุนในช่วงที่ตลาดคาดเดาไม่ได้ถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาการเทรด Forex
Slippage และ Spread Widening เกิดจากโบรกเกอร์หรือไม่
ไม่ใช่ทั้งหมดครับ ปัญหาเหล่านี้เกิดจากสภาพตลาดโดยรวมที่ขาดสภาพคล่อง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีข่าวรุนแรงหรือช่วงที่ตลาดหลักปิดทำการ ผู้ให้บริการสภาพคล่องจะถอนคำสั่งซื้อขายออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ส่งผลให้โบรกเกอร์ไม่สามารถหาราคาที่ดีให้ลูกค้าได้ จึงเกิดการเลื่อนราคาหรือการขยายตัวของ Spread ขึ้น
ควรใช้คำสั่งแบบใดเพื่อหลีกเลี่ยง Requote
ควรใช้คำสั่ง Limit Order แทน Market Order เพราะ Limit Order จะทำการเปิดออเดอร์ก็ต่อเมื่อราคาในตลาดมาถึงระดับที่คุณกำหนดเท่านั้น นอกจากนี้การเลือกบัญชีเทรดประเภท ECN หรือ STP ก็ช่วยลดปัญหา Requote ได้มาก เนื่องจากระบบจะส่งคำสั่งไปยังผู้ให้บริการสภาพคล่องโดยตรง
ช่วงเวลาใดที่ควรหลีกเลี่ยงการเทรดมากที่สุด
ควรหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงเวลาที่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ เช่น NFP หรือ FOMC นอกจากนี้ยังรวมถึงช่วง Roll Over หรือเวลาปิดบัญชีรายวันประมาณ 04:00 น. ตามเวลาไทย และช่วงเปิดตลาดซิดนีย์ในวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพคล่องต่ำที่สุดและมักเกิด Spread Widening ได้ง่าย
การเกิด Slippage สามารถเป็นผลดีได้หรือไม่
ได้ครับ Slippage สามารถเกิดได้ทั้งในทิศทางที่ดีและไม่ดี หากคุณสั่ง Buy และราคาในตลาดเคลื่อนลงลงมาในจังหวะที่คำสั่งถูกเปิด คุณอาจได้ราคาที่ดีกว่าที่ตั้งใจไว้ ซึ่งเรียกว่า Positive Slippage แต่อย่างไรก็ตาม โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็น Negative Slippage ที่ทำให้จุดเข้าแย่ลง เนื่องจากในช่วงที่ราคาวิ่งเร็วมักจะวิ่งหนีจากจุดที่เทรดเดอร์ต้องการ
โบรกเกอร์แบบ Market Maker มักมีปัญหานี้มากกว่า ECN หรือไม่
โดยทั่วไปแล้ว โบรกเกอร์แบบ Market Maker มักจะมีการตั้งค่าระบบเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เข้มงวดกว่า ทำให้โอกาสเกิด Requote มีสูงกว่าในช่วงที่ตลาดผันผวนสูง ในขณะที่บัญชี ECN จะไม่มีการ Requote แต่อาจเกิด Slippage ได้ทั้งในทิศทางบวกและลบ ขึ้นอยู่กับสภาพคล่องในขณะนั้น การเลือกประเภทบัญชีจึงควรพิจารณาจากสไตล์การเทรดของคุณเป็นหลัก
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
- ▸ Interest Rate Differential วิธี Rate Gap Drives Currency Trend Forex
- ▸ เจาะลึก EA คืออะไร? วิธีเทรดอัตโนมัติ Forex 2025 ฉบับสมบูรณ์
- ▸ Leverage Margin วิธีใช้อย่างปลอดภัย Forex
- ▸ วิเคราะห์ Chart Patterns เทรด Head Shoulders Triangle Flag Forex
- ▸ เทคนิคนับคลื่นเอลเลียตเทรดทองคำ XAU แบบเข้าใจง่าย ปี 2569
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย







TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文