บทนำ: ภัยร้าย Forex Scam และแชร์ลูกโซ่ที่ต้องระวัง
สวัสดีครับเพื่อนๆ นักเทรด Forex ทุกท่าน อ.บอมเองครับ! ใครที่อยู่ในวงการนี้มานาน คงจะเคยได้ยินเรื่องราวการถูกหลอก ถูกโกง หรือแม้แต่เห็นคนใกล้ตัวต้องหมดเนื้อหมดตัวเพราะ Forex Scam กันมาบ้างแล้วใช่ไหมครับ? บอกเลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะมันเกิดขึ้นจริง และมีเหยื่อเพิ่มขึ้นทุกวัน น่าเศร้ามากครับ
- บทนำ: ภัยร้าย Forex Scam และแชร์ลูกโซ่ที่ต้องระวัง
- พื้นฐานความรู้: แชร์ลูกโซ่, Ponzi Scheme, และการหลอกลงทุน
- วิธีใช้งานจริง: สังเกต, ตรวจสอบ, และป้องกันตัวเองจาก Forex Scam
- เทคนิคขั้นสูง: แกะรอย Forex Scam แบบมืออาชีพ
- เปรียบเทียบให้เห็นภาพ: Forex ที่ถูกกฎหมาย vs. แชร์ลูกโซ่
- ข้อควรระวัง: อย่าตกเป็นเหยื่อ!
- ตัวอย่างจากประสบการณ์: สถานการณ์จริงที่เคยเจอ
- เครื่องมือแนะนำ: เกราะป้องกันจาก Forex Scam
- Case Study จาก อ.บอม: ประสบการณ์จริงที่ต้องจดจำ
- FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Forex Scam
- สรุป: ป้องกันตัวเองให้พ้นจาก Forex Scam
- Tips จากประสบการณ์ 20 ปี: ป้องกันตัวเองจาก Forex Scam และแชร์ลูกโซ่หลอกลงทุน
- FAQ: คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับ Forex Scam และแชร์ลูกโซ่หลอกลงทุน
- ตารางเปรียบเทียบ: แชร์ลูกโซ่ Forex vs. กองทุน Forex ที่ถูกกฎหมาย
- Forex Scam: วิธีสังเกตแชร์ลูกโซ่และการหลอกลงทุนในตลาด Forex
- FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Forex Scam
ในฐานะที่ผมคร่ำหวอดอยู่ในตลาด Forex มากว่า 20 ปี ได้เห็นทั้งคนที่ประสบความสำเร็จและคนที่ล้มเหลว ผมจึงอยากจะมาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ เพื่อให้ทุกท่านสามารถสังเกตและหลีกเลี่ยงกลโกงต่างๆ ที่มิจฉาชีพมักใช้กัน ซึ่งส่วนใหญ่มักมาในรูปแบบของ “แชร์ลูกโซ่” หรือ “การหลอกลงทุน” ที่ดูเหมือนจะให้ผลตอบแทนสูง แต่สุดท้ายก็หายเข้ากลีบเมฆไปอย่างน่าเจ็บใจ
ลองคิดดูนะครับว่า ถ้าคุณลงทุนไป 100,000 บาท แล้วมีคนบอกว่าจะให้ผลตอบแทน 10% ต่อเดือน โดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเลย ฟังดูดีใช่ไหมล่ะ? แต่ในความเป็นจริง มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยครับ เพราะตลาด Forex มีความผันผวนสูง การันตีผลตอบแทนแบบนี้คือสัญญาณอันตรายที่ต้องระวังให้ดี
จากสถิติที่ผมเคยรวบรวมมา พบว่ามีผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของ Forex Scam ในประเทศไทย สูญเสียเงินรวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาทต่อปี! ตัวเลขนี้อาจจะดูไม่เยอะเมื่อเทียบกับมูลค่าการซื้อขาย Forex ทั้งหมด แต่ลองคิดดูว่าเงินจำนวนนี้สามารถช่วยเหลือครอบครัวได้อีกกี่ครอบครัว ผมถึงต้องออกมาเตือนกันครับ
สมัยก่อนผมก็เคยพลาดท่าให้กับโปรแกรมเทรดที่เคลมว่าทำกำไรได้ 100% โดยไม่ต้องทำอะไรเลย สุดท้ายก็โดนหลอกไปหลายหมื่นบาท ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทำให้ผมต้องศึกษาและทำความเข้าใจตลาด Forex อย่างจริงจังมากขึ้น ผมไม่อยากให้ใครต้องเจอประสบการณ์แบบผมอีกแล้วครับ
บทความนี้ ผมจะมาเจาะลึกถึงกลโกงต่างๆ ที่มิจฉาชีพใช้กัน พร้อมทั้งวิธีสังเกตแชร์ลูกโซ่ และข้อควรระวังในการลงทุน Forex เพื่อให้ทุกท่านสามารถปกป้องเงินทุนของท่านได้อย่างปลอดภัย และสามารถเทรด Forex ได้อย่างยั่งยืนนะครับ
พื้นฐานความรู้: แชร์ลูกโซ่, Ponzi Scheme, และการหลอกลงทุน
แชร์ลูกโซ่คืออะไร? ทำไมถึงอันตราย?
แชร์ลูกโซ่ (Pyramid Scheme) เป็นรูปแบบการหลอกลวงที่ผู้เข้าร่วมจะได้รับผลตอบแทนจากการชักชวนสมาชิกใหม่เข้ามาในระบบ ไม่ใช่จากการลงทุนหรือการขายสินค้า/บริการจริงๆ พูดง่ายๆ คือ เงินของคนที่เข้ามาใหม่ จะถูกนำไปจ่ายให้กับคนที่อยู่ก่อนหน้า วนเวียนกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไม่มีคนใหม่เข้ามา ระบบก็จะล่มสลายลง
ความอันตรายของแชร์ลูกโซ่อยู่ตรงที่ มันไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มใดๆ เลย เงินที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ เป็นเงินของสมาชิกเองทั้งสิ้น เมื่อไม่มีเงินใหม่เข้ามาจ่ายให้กับสมาชิกเก่า ระบบก็จะพังทลายลง ทำให้คนที่เข้ามาทีหลัง เสียเงินทั้งหมด
ผมเคยเจอเคสหนึ่งที่น่าสงสารมากครับ เป็นคุณป้าท่านหนึ่งที่เกษียณอายุแล้ว ถูกชักชวนให้เข้าร่วมแชร์ลูกโซ่ โดยอ้างว่าจะให้ผลตอบแทนสูงกว่าฝากธนาคารหลายเท่า คุณป้าตัดสินใจนำเงินเก็บทั้งชีวิตไปลงทุน สุดท้ายก็โดนเชิดเงินหนีไป ทำให้ชีวิตบั้นปลายต้องลำบากมาก นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าแชร์ลูกโซ่นั้นอันตรายขนาดไหน
ลองสังเกตดูนะครับว่า แชร์ลูกโซ่มักจะมาพร้อมกับคำโฆษณาที่เกินจริง เช่น “รับประกันผลตอบแทน 100%” “ไม่ต้องทำอะไรก็ได้เงิน” “รวยเร็ว รวยง่าย” เหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ต้องระวังให้ดีครับ
ที่สำคัญคือ อย่าหลงเชื่อคำชักชวนของคนรู้จัก หรือเพื่อนสนิท เพราะบางทีพวกเขาก็อาจจะเป็นเหยื่อที่ถูกหลอกมาอีกทีก็ได้ ทางที่ดีคือ ศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ ก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอครับ
Ponzi Scheme: กลโกงระดับโลกที่คล้ายคลึงกับแชร์ลูกโซ่
Ponzi Scheme เป็นรูปแบบการหลอกลวงที่คล้ายคลึงกับแชร์ลูกโซ่ แต่มีความซับซ้อนและมักจะเกี่ยวข้องกับการลงทุนทางการเงินมากกว่า ชื่อของมันมาจาก Charles Ponzi นักต้มตุ๋นชาวอิตาลี-อเมริกัน ที่สร้างความร่ำรวยจากการหลอกลวงนักลงทุนในช่วงต้นศตวรรษที่ 20
หลักการของ Ponzi Scheme คือ ผู้หลอกลวงจะนำเงินจากนักลงทุนรายใหม่ ไปจ่ายให้กับนักลงทุนรายเก่า โดยอ้างว่าเป็นผลกำไรจากการลงทุนจริง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีการลงทุนใดๆ เกิดขึ้นเลย เงินที่จ่ายออกไป เป็นเงินของนักลงทุนเองทั้งสิ้น
ความแตกต่างระหว่าง Ponzi Scheme กับแชร์ลูกโซ่อยู่ที่ Ponzi Scheme มักจะเน้นการลงทุนทางการเงิน เช่น Forex, หุ้น, หรือคริปโตเคอร์เรนซี เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และดึงดูดนักลงทุนที่มีเงินทุนสูง ส่วนแชร์ลูกโซ่มักจะเน้นการชักชวนสมาชิกใหม่เข้ามาในระบบ โดยไม่จำเป็นต้องมีการลงทุนใดๆ
ตัวอย่างของ Ponzi Scheme ที่โด่งดังระดับโลก คือ คดีของ Bernard Madoff นักการเงินชาวอเมริกัน ที่หลอกลวงนักลงทุนไปกว่า 65,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถือเป็นคดีฉ้อโกงทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
ใครที่เคยดูหนังเรื่อง “The Wolf of Wall Street” ก็จะเห็นภาพของการหลอกลวงนักลงทุนได้ชัดเจนเลยครับ มิจฉาชีพมักจะสร้างภาพลักษณ์ที่ดูดี มีความรู้ความสามารถ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและยอมมอบเงินให้
การหลอกลงทุน Forex: รูปแบบที่พบบ่อย และวิธีป้องกัน
การหลอกลงทุน Forex เป็นรูปแบบหนึ่งของ Ponzi Scheme ที่มิจฉาชีพใช้เพื่อหลอกลวงนักลงทุน โดยอ้างว่าจะนำเงินไปลงทุนในตลาด Forex แล้วแบ่งผลกำไรให้กับนักลงทุน แต่ในความเป็นจริงแล้ว มักจะไม่มีการลงทุนใดๆ เกิดขึ้นเลย
รูปแบบที่พบบ่อยของการหลอกลงทุน Forex คือ การเสนอ “โปรแกรมเทรดอัตโนมัติ” หรือ “EA (Expert Advisor)” ที่เคลมว่าสามารถทำกำไรได้ 100% โดยไม่ต้องทำอะไรเลย หรือการเสนอ “คอร์สสอนเทรด Forex” ที่ราคาแพงเกินจริง โดยอ้างว่าจะสอนเทคนิคพิเศษที่สามารถทำกำไรได้อย่างยั่งยืน
ผมเคยเจอคนรู้จักที่เสียเงินไปกับการซื้อ EA ที่เคลมว่าทำกำไรได้ 10% ต่อวัน สุดท้ายก็พบว่าเป็น EA ที่ไม่มีประสิทธิภาพ และไม่สามารถทำกำไรได้จริง แถมยังทำให้บัญชีเทรดของเขาขาดทุนอีกด้วย นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า EA ไม่ได้เป็นยาวิเศษที่สามารถทำให้รวยได้เสมอไป
วิธีป้องกันการถูกหลอกลงทุน Forex คือ ศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ ก่อนตัดสินใจลงทุน อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาที่เกินจริง ตรวจสอบประวัติและความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ และที่สำคัญคือ อย่าลงทุนในสิ่งที่คุณไม่เข้าใจ
จำไว้เสมอว่า การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง ไม่มีอะไรการันตีผลกำไรได้ 100% ถ้ามีใครมาบอกว่าสามารถทำกำไรได้อย่างแน่นอน ให้สงสัยไว้ก่อนเลยครับ
วิธีใช้งานจริง: สังเกต, ตรวจสอบ, และป้องกันตัวเองจาก Forex Scam
หลังจากที่เราได้ทำความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับ Forex Scam, แชร์ลูกโซ่ และ Ponzi Scheme กันไปแล้ว ในส่วนนี้ผมจะมาแนะนำวิธีใช้งานจริง เพื่อให้ทุกท่านสามารถสังเกต ตรวจสอบ และป้องกันตัวเองจากการถูกหลอกลวงได้นะครับ
ตาราง: สัญญาณเตือนภัย Forex Scam ที่ต้องระวัง
| สัญญาณเตือนภัย | รายละเอียด | วิธีตรวจสอบ |
|---|---|---|
| ผลตอบแทนสูงเกินจริง | การันตีผลตอบแทนที่สูงเกินความเป็นจริง เช่น 10% ต่อเดือน โดยไม่มีความเสี่ยง | เปรียบเทียบกับผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาด Forex และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ |
| ความกดดันในการลงทุน | เร่งรัดให้ตัดสินใจลงทุนอย่างรวดเร็ว โดยอ้างว่ามีเวลาจำกัด หรือมีโปรโมชั่นพิเศษ | อย่ารีบร้อน ตัดสินใจอย่างมีสติ และศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ |
| ขาดความโปร่งใส | ไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุน หรือวิธีการทำกำไรอย่างชัดเจน | สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการลงทุน และขอเอกสารประกอบการพิจารณา |
| ค่าธรรมเนียมสูงเกินไป | เรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่สูงเกินกว่าปกติ โดยไม่มีเหตุผลที่สมควร | เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมกับผู้ให้บริการรายอื่น และตรวจสอบความสมเหตุสมผล |
| การชักชวนสมาชิก | ให้ผลตอบแทนจากการชักชวนสมาชิกใหม่เข้ามาในระบบ | หลีกเลี่ยงการลงทุนในรูปแบบนี้ เพราะเป็นสัญญาณของแชร์ลูกโซ่ |
ข้อความเตือนใจ: จงระลึกเสมอว่า…
“ถ้ามีใครบอกว่า ‘รวยง่าย รวยเร็ว’ ให้สงสัยไว้ก่อนเลยครับ เพราะในโลกของการลงทุน ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ทุกอย่างต้องใช้ความรู้ ความพยายาม และการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ”
ตัวอย่างการเทรดจริง: การบริหารความเสี่ยงเพื่อป้องกันการขาดทุน
สมมติว่าคุณต้องการเทรดคู่เงิน EURUSD โดยมีเงินทุน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ คุณควรจะบริหารความเสี่ยงอย่างไร เพื่อป้องกันการขาดทุนที่มากเกินไป?
ขั้นตอนที่ 1: กำหนดขนาด Lot ที่เหมาะสม โดยทั่วไปแล้ว ไม่ควรเสี่ยงเกิน 1-2% ของเงินทุนทั้งหมด ในกรณีนี้ คือ 10-20 ดอลลาร์สหรัฐฯ
ขั้นตอนที่ 2: กำหนด Stop Loss (SL) ที่เหมาะสม โดยพิจารณาจากระดับแนวรับแนวต้าน หรือระดับ Fibonacci ที่สำคัญ สมมติว่าคุณตั้ง SL ที่ 20 Pips
ขั้นตอนที่ 3: คำนวณขนาด Lot ที่เหมาะสม โดยใช้สูตร:
Lot Size = (ความเสี่ยงที่รับได้ / จำนวน Pips ที่ SL) x มูลค่า Pips
ในกรณีนี้ สมมติว่า 1 Pip ของ EURUSD มีมูลค่า 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ
Lot Size = (20 / 20) x 10 = 1 Lot
แต่เนื่องจากคุณมีเงินทุนจำกัด คุณอาจจะต้องลดขนาด Lot ลงเหลือ 0.01 Lot เพื่อให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่คุณรับได้
ตัวอย่าง: เทรด EURUSD Lot 0.01 ที่ราคา 1.1000 ตั้ง SL 20 Pips = ความเสี่ยง 2 ดอลลาร์สหรัฐฯ
การบริหารความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญมากในการเทรด Forex เพราะมันจะช่วยปกป้องเงินทุนของคุณจากการขาดทุนที่มากเกินไป จำไว้เสมอว่า “Money Management” คือหัวใจสำคัญของการเทรด Forex ที่ยั่งยืน
เทคนิคขั้นสูง: แกะรอย Forex Scam แบบมืออาชีพ
เอาล่ะครับ มาถึงตรงนี้ หลายคนคงเริ่มเห็นภาพรวมของ Forex Scam มากขึ้นแล้ว ทีนี้เราจะเจาะลึกไปอีกขั้น ด้วยเทคนิคที่ซับซ้อนขึ้น เพื่อให้เราสามารถ “แกะรอย” กลโกงเหล่านี้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ใครที่คิดว่าตัวเองเริ่มโปรแล้ว มาลองดูเทคนิคเหล่านี้กันครับ
การวิเคราะห์ White Paper และแผนธุรกิจ
เหยื่อหลายรายมักจะถูกล่อลวงด้วย White Paper ที่ดูดี มีกราฟสวยงาม อ้างอิงสถิติมากมาย แต่ในความเป็นจริง White Paper เหล่านั้นอาจถูกสร้างขึ้นมาอย่างฉาบฉวย ข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ หรือไม่มีความเชื่อมโยงกับความเป็นจริงเลยก็ได้ การวิเคราะห์ White Paper อย่างละเอียดจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ลองพิจารณาประเด็นเหล่านี้:
- ทีมงานผู้ก่อตั้ง: มีตัวตนจริงหรือไม่? มีประวัติการทำงานที่น่าเชื่อถือหรือไม่? สามารถตรวจสอบข้อมูลของพวกเขาได้จาก LinkedIn หรือแหล่งข้อมูลอื่นๆ หรือเปล่า?
- เทคโนโลยีที่ใช้: มีความซับซ้อนเกินความจำเป็นหรือไม่? หรือเป็นเทคโนโลยีที่ “ลอก” มาจากที่อื่น?
- แผนธุรกิจ: มีความสมเหตุสมผลหรือไม่? สามารถสร้างรายได้ตามที่กล่าวอ้างได้จริงหรือไม่? มีการระบุความเสี่ยงและแนวทางแก้ไขหรือไม่?
- ภาษาที่ใช้: มีการใช้ภาษาที่คลุมเครือ หรือหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลที่ชัดเจนหรือไม่? มีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์หรือการสะกดคำหรือไม่?
ผมเคยเจอเคสหนึ่งเมื่อปี 2020 ที่ White Paper ของโครงการหนึ่งอ้างว่าใช้ AI สุดล้ำในการเทรด แต่พอตรวจสอบลึกลงไป กลับพบว่า AI นั้นเป็นเพียงแค่ Expert Advisor (EA) พื้นฐานที่ใครๆ ก็สามารถหาได้ฟรีตามอินเทอร์เน็ต นี่แหละครับคือความแตกต่างระหว่าง “ของจริง” กับ “ของปลอม”
การตรวจสอบ Smart Contract (สำหรับ Cryptocurrency-based Scam)
ในยุคที่ Cryptocurrency เฟื่องฟู แชร์ลูกโซ่หลายแห่งหันมาใช้ Smart Contract เป็นเครื่องมือในการระดมทุน และสร้างความน่าเชื่อถือ แต่ Smart Contract ก็เหมือนดาบสองคม หากถูกเขียนขึ้นมาอย่างไม่โปร่งใส หรือมี “ช่องโหว่” ก็อาจกลายเป็นเครื่องมือในการโกงได้เช่นกัน สิ่งที่เราต้องตรวจสอบคือ:
- ความเป็นเจ้าของ: ใครเป็นเจ้าของ Smart Contract? สามารถเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของ Smart Contract ได้หรือไม่?
- ฟังก์ชันการทำงาน: Smart Contract ทำงานอย่างไร? มีฟังก์ชันใดบ้างที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ลงทุน?
- การตรวจสอบโดย Third-party: Smart Contract ได้รับการตรวจสอบจากบริษัทรักษาความปลอดภัยที่มีชื่อเสียงหรือไม่?
- Code Auditing: ลองใช้เครื่องมือ Code Auditing ตรวจสอบหาช่องโหว่ของ Smart Contract
ยกตัวอย่างเช่น ถ้า Smart Contract อนุญาตให้เจ้าของสามารถถอนเงินทั้งหมดออกจากระบบได้เมื่อไหร่ก็ได้ นั่นคือสัญญาณอันตราย! เพราะหมายความว่าเงินลงทุนของเราไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด
การติดตาม Wallet Address และ Transaction History
เมื่อเราลงทุนในโครงการ Cryptocurrency สิ่งที่เราควรทำคือการติดตาม Wallet Address ของโครงการ และตรวจสอบ Transaction History อย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูว่าเงินทุนของเราถูกนำไปใช้อย่างไร มีการเคลื่อนย้ายเงินไปยัง Wallet Address ที่น่าสงสัยหรือไม่?
ผมเคยเจอเคสที่น่าสนใจครับ โครงการหนึ่งอ้างว่านำเงินทุนไปใช้ในการพัฒนาแพลตฟอร์ม แต่พอตรวจสอบ Transaction History กลับพบว่าเงินส่วนใหญ่ถูกโอนไปยัง Wallet Address ส่วนตัวของทีมงาน และนำไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย นี่คือหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ว่าโครงการนั้นอาจเป็น Scam
Case study ตัวเลขจริง: สมมติว่าเราลงทุนในโครงการ X เป็นจำนวน 1 BTC (Bitcoin) ที่ราคา 60,000 USD ต่อ BTC หากเราติดตาม Wallet Address ของโครงการ X และพบว่ามีการโอน 0.5 BTC ไปยัง Wallet Address ที่เชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์ นั่นหมายความว่า 30,000 USD ของเรากำลังตกอยู่ในความเสี่ยง
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ: Forex ที่ถูกกฎหมาย vs. แชร์ลูกโซ่
เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เรามาเปรียบเทียบคุณลักษณะของ Forex ที่ถูกกฎหมาย กับแชร์ลูกโซ่ Forex ในรูปแบบต่างๆ โดยจะเน้นในส่วนที่สามารถสังเกตเห็นได้ง่ายครับ
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติทั่วไป
| คุณสมบัติ | Forex ที่ถูกกฎหมาย | แชร์ลูกโซ่ Forex |
|---|---|---|
| การกำกับดูแล | อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานทางการเงินที่น่าเชื่อถือ (เช่น FCA, CySEC, ASIC) | มักหลีกเลี่ยงการกำกับดูแล หรืออ้างว่าได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงานที่ไม่น่าเชื่อถือ |
| แหล่งที่มาของรายได้ | มาจากค่า Spread, Commission หรือ Swap ที่เรียกเก็บจากการซื้อขาย | มาจากเงินลงทุนของสมาชิกใหม่ หรือการหมุนเวียนเงินในระบบ |
| ผลตอบแทน | ผันผวนตามสภาวะตลาด มีความเสี่ยงในการขาดทุน | รับประกันผลตอบแทนสูงเกินจริง และสม่ำเสมอ |
| ความโปร่งใส | เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ทีมงาน แผนธุรกิจ และความเสี่ยง | ปกปิดข้อมูล หรือให้ข้อมูลที่ไม่ชัดเจน |
| ผลิตภัณฑ์/บริการ | นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย Forex อย่างแท้จริง | มักนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ซับซ้อน หรือไม่มีอยู่จริง |
จากตารางนี้ เราจะเห็นได้ว่า Forex ที่ถูกกฎหมายจะเน้นความโปร่งใส และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวด ในขณะที่แชร์ลูกโซ่ Forex มักจะปกปิดข้อมูล และรับประกันผลตอบแทนที่สูงเกินจริง
ตารางเปรียบเทียบผลตอบแทนและความเสี่ยง
| ลักษณะ | Forex ที่ถูกกฎหมาย (เทรดเอง) | แชร์ลูกโซ่ Forex (ฝากเทรด) | Benchmark (ผลตอบแทนที่คาดหวัง) |
|---|---|---|---|
| ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อเดือน | -5% ถึง +10% (ขึ้นอยู่กับความสามารถและกลยุทธ์) | 5% ถึง 20% (หรือมากกว่านั้น) | นักลงทุนที่เก่งจริง: 2-5% ต่อเดือน |
| ความเสี่ยง | สูง (สามารถขาดทุนได้ทั้งหมด) | สูงมาก (ความเสี่ยงในการสูญเสียเงินต้นทั้งหมด) | การลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ |
| ความผันผวน | สูง (ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด) | ต่ำ (มักอ้างว่าผลตอบแทน “คงที่”) | ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา |
| การควบคุม | ควบคุมการซื้อขายได้เองทั้งหมด | ไม่สามารถควบคุมการซื้อขายได้ | บริหารความเสี่ยงด้วยตนเอง |
ลองพิจารณาดูนะครับว่า ถ้ามีใครมาเสนอผลตอบแทนที่สูงเกิน Benchmark โดยที่แทบไม่มีความเสี่ยงเลย นั่นอาจเป็นสัญญาณว่ากำลังเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่แล้ว
Case study ตัวเลขจริง: หากเราฝากเงิน 10,000 USD ให้กับ “นักเทรด” ที่อ้างว่าจะให้ผลตอบแทน 10% ต่อเดือน นั่นหมายความว่าเราจะได้กำไร 1,000 USD ทุกเดือน ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนเฉลี่ยของนักเทรดมืออาชีพหลายเท่าตัว ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ทำไมนักเทรดคนนั้นถึงต้องมา “แบ่ง” กำไรให้เราด้วยล่ะ? ทำไมเขาไม่ใช้เงินทุนของตัวเองในการเทรดทั้งหมด?
ข้อควรระวัง: อย่าตกเป็นเหยื่อ!
“จงระลึกไว้เสมอว่า ‘ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ’ ในโลกของการลงทุน หากมีใครมาเสนอผลตอบแทนที่สูงเกินจริง และง่ายเกินไป จงตั้งคำถาม และตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนตัดสินใจลงทุน”
และนี่คือข้อควรระวังเพิ่มเติม ที่ผมอยากจะฝากไว้ให้ทุกคน:
- อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาที่สวยหรู หรือคำรับประกันที่เกินจริง
- อย่าลงทุนในสิ่งที่คุณไม่เข้าใจ
- อย่าลงทุนด้วยเงินทั้งหมดที่คุณมี
- อย่าลงทุนเพราะความโลภ หรือความกลัวที่จะ “ตกรถ”
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ที่มีประสบการณ์ ก่อนตัดสินใจลงทุน
- ตรวจสอบข้อมูลของบริษัท และบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด
- ระลึกเสมอว่า “ถ้ามันดูดีเกินจริง มันก็อาจจะไม่จริง”
- “DYOR” (Do Your Own Research) – ทำการศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเองเสมอ
จำไว้ว่า การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการลงทุน คือผู้ที่รู้จักบริหารความเสี่ยง และมีความรอบคอบในการตัดสินใจ
ตัวอย่างจากประสบการณ์: สถานการณ์จริงที่เคยเจอ
ตลอด 20 ปีที่ผมอยู่ในวงการ Forex ผมเคยเจอสถานการณ์ที่ “เกือบ” ตกเป็นเหยื่อของ Forex Scam มาแล้วหลายครั้ง ครั้งหนึ่งที่ผมจำได้แม่นคือช่วงปี 2015 มีโบรกเกอร์แห่งหนึ่งเสนอโบนัสที่ “เยอะ” มากๆ ให้กับลูกค้าใหม่ แถมยังบอกว่ามีระบบ Copy Trade ที่ทำกำไรได้ “แน่นอน” ผมเกือบจะหลงเชื่อแล้ว แต่โชคดีที่ผมได้ลองตรวจสอบข้อมูลของโบรกเกอร์นั้นอย่างละเอียด และพบว่าไม่มีใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจอย่างถูกต้อง
อีกครั้งหนึ่งคือช่วงปี 2018 มีคนมาชวนผมลงทุนใน “กองทุน Forex” ที่อ้างว่าจะใช้ AI ในการเทรด และให้ผลตอบแทน 15% ต่อเดือน ผมได้ลองสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และพบว่าไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับทีมงานผู้พัฒนา AI เลย แถมยังหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับกลยุทธ์การเทรดอีกด้วย ผมจึงตัดสินใจ “ถอย” ออกมาทันที
สถานการณ์ที่ “เฉียดฉิว” อีกอย่างที่ผมเคยเจอคือ การเทรด XAUUSD (ทองคำ) ในช่วงข่าว Non-Farm Payroll เมื่อปี 2019 ครั้งนั้นผมได้ Buy ที่ราคา 1300 โดยตั้ง Stop Loss ไว้ที่ 1295 (50 pips) ปรากฏว่าราคาทองคำ “ร่วง” ลงอย่างรวดเร็ว และไปชน Stop Loss ของผม ทำให้ผมขาดทุนไป 500 USD (ถ้าเทรด lot 1) แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็รอดพ้นจากการขาดทุนที่ “หนัก” กว่านั้น เพราะถ้าผมไม่ตั้ง Stop Loss ราคาทองคำอาจจะร่วงลงไปถึง 1250 ก็ได้ ซึ่งจะทำให้ผมขาดทุนถึง 5,000 USD
จากการเทรด XAUUSD ครั้งนั้น ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า การบริหารความเสี่ยง และการตั้ง Stop Loss เป็นสิ่งสำคัญมากในการเทรด Forex เพราะมันสามารถช่วยปกป้องเงินทุนของเราจากการขาดทุนที่ไม่คาดฝันได้
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมอยากจะบอกทุกคนว่า “อย่าประมาท” และ “อย่าโลภ” ในการลงทุน Forex จงใช้สติ และความรอบคอบในการตัดสินใจเสมอ เพราะเงินของเรามีค่า และเราไม่ควรปล่อยให้ใครมา “หลอก” เอาไปได้ง่ายๆ
เครื่องมือแนะนำ: เกราะป้องกันจาก Forex Scam
การเทรด Forex นั้นมีโอกาสทำกำไรสูง แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ต้องระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของ Scam หรือการหลอกลวงต่างๆ ที่แฝงตัวมาในรูปแบบที่น่าสนใจ ชวนให้เราหลงเชื่อได้ง่ายๆ ดังนั้นการมีเครื่องมือที่ช่วยตรวจสอบและป้องกันจึงเป็นเรื่องสำคัญมากครับ นอกจากความรู้ที่เราได้เรียนรู้กันไปแล้ว ลองมาดูเครื่องมือที่จะช่วยให้เราปลอดภัยจากเหล่ามิจฉาชีพกันครับ
Forex Broker Comparison Websites
เว็บไซต์เปรียบเทียบโบรกเกอร์ Forex เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากครับ เพราะจะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของโบรกเกอร์ต่างๆ ที่มีอยู่ในตลาด ทั้งในเรื่องของใบอนุญาต, ค่าธรรมเนียม, leverage, และรีวิวจากผู้ใช้งานจริง ลองเข้าไปดูข้อมูลในเว็บไซต์เหล่านี้ แล้วนำมาเปรียบเทียบกันก่อนตัดสินใจเลือกโบรกเกอร์นะครับ เว็บไซต์เหล่านี้มักจะมีการให้คะแนนและจัดอันดับโบรกเกอร์ ทำให้เราสามารถเลือกโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น ForexBrokers.com หรือ BrokerChooser เป็นต้น
การเลือกโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือ เช่น FCA (สหราชอาณาจักร), ASIC (ออสเตรเลีย), หรือ CySEC (ไซปรัส) จะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าเงินทุนของเราจะได้รับการดูแลอย่างดี และหากเกิดปัญหาขึ้น เราก็สามารถร้องเรียนไปยังหน่วยงานเหล่านี้ได้ครับ
Whois Lookup
เครื่องมือ Whois Lookup เป็นเครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบข้อมูลของเว็บไซต์ครับ เราสามารถนำชื่อโดเมนของเว็บไซต์ที่เราสงสัยไปค้นหาใน Whois Lookup เพื่อดูว่าใครเป็นเจ้าของเว็บไซต์, เว็บไซต์ถูกสร้างขึ้นเมื่อไหร่, และข้อมูลการติดต่อของเจ้าของเว็บไซต์ หากเว็บไซต์นั้นถูกสร้างขึ้นมาใหม่ๆ หรือข้อมูลเจ้าของเว็บไซต์ไม่ชัดเจน ก็ควรระมัดระวังเป็นพิเศษครับ
ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีคนมาชวนลงทุนในเว็บไซต์ที่บอกว่าจะให้ผลตอบแทนสูง แต่เมื่อเราตรวจสอบ Whois Lookup แล้วพบว่าเว็บไซต์นั้นเพิ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อน และข้อมูลเจ้าของเว็บไซต์เป็นข้อมูลปลอม แบบนี้ก็เข้าข่าย Scam แน่นอนครับ
Reverse Image Search
เคยไหมครับ ที่เห็นภาพโปรไฟล์ของคนที่มาชวนเราลงทุนดูดี น่าเชื่อถือมากๆ แต่จริงๆ แล้วอาจจะเป็นภาพที่ถูกขโมยมาก็ได้ครับ เครื่องมือ Reverse Image Search จะช่วยให้เราตรวจสอบได้ว่าภาพนั้นถูกนำไปใช้ที่อื่นหรือไม่ วิธีการก็ง่ายๆ ครับ แค่อัปโหลดภาพที่เราสงสัยเข้าไปใน Google Images หรือ TinEye แล้วระบบจะค้นหาภาพที่เหมือนกันหรือคล้ายกัน หากพบว่าภาพนั้นถูกนำไปใช้ในหลายๆ เว็บไซต์ โดยมีชื่อและข้อมูลที่แตกต่างกัน ก็อาจจะเป็นสัญญาณว่าคนๆ นั้นกำลังใช้ภาพปลอมอยู่ครับ
ผมเคยเจอเคสที่คนร้ายใช้ภาพของนายแบบต่างชาติมาสร้างโปรไฟล์ปลอมใน Facebook แล้วหลอกให้คนไทยลงทุน Forex โดยอ้างว่าจะให้ผลตอบแทนสูง แต่สุดท้ายก็เชิดเงินหนีไปครับ ดังนั้นอย่าหลงเชื่ออะไรง่ายๆ นะครับ ตรวจสอบให้ดีก่อนเสมอ
Financial Forums และ Community
การเข้าร่วม Financial Forums หรือ Community ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน Forex เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เราได้รับข้อมูลและคำแนะนำจากนักลงทุนคนอื่นๆ ที่มีประสบการณ์ครับ ใน Forums เหล่านี้ เราสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโบรกเกอร์ที่เราสนใจ, แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับกลยุทธ์การเทรด, และแจ้งเตือนภัยเกี่ยวกับ Scam ต่างๆ ที่เราพบเจอได้ครับ ตัวอย่างเช่น ThaiForexSchool.com หรือ Forex Factory เป็นต้น
แต่ก็ต้องระวังด้วยนะครับ เพราะใน Forums เหล่านี้ก็อาจจะมีมิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาเพื่อหลอกลวงเราได้เช่นกัน ดังนั้นควรใช้วิจารณญาณในการอ่านข้อมูล และอย่าหลงเชื่อคำแนะนำที่ไม่น่าเชื่อถือครับ
Case Study จาก อ.บอม: ประสบการณ์จริงที่ต้องจดจำ
ผมอยากจะแชร์ประสบการณ์จริงที่ผมเคยเจอมาเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้วครับ ตอนนั้นมีคนมาชวนผมลงทุนใน “กองทุน Forex” ที่บอกว่าจะให้ผลตอบแทนสูงถึง 10% ต่อเดือน! ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนปกติมากๆ ตอนนั้นผมก็เริ่มเอะใจแล้วว่ามันแปลกๆ แต่ด้วยความที่เขาพูดจาน่าเชื่อถือ และมีคนอื่นๆ ที่ลงทุนอยู่ก่อนแล้วมาการันตี ผมก็เลยลองลงทุนไปจำนวนหนึ่งครับ
ในช่วงแรกๆ ผมได้รับผลตอบแทนตามที่เขาบอกจริงๆ ครับ ทำให้ผมรู้สึกดีใจและเริ่มลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่พอผ่านไปได้ประมาณ 3 เดือน ผมก็เริ่มสังเกตเห็นว่าผลตอบแทนเริ่มลดลง และเริ่มมีปัญหาในการถอนเงิน ผมพยายามติดต่อผู้ที่ชักชวน แต่ก็ติดต่อไม่ได้ สุดท้ายผมก็รู้ตัวว่าโดนหลอกแล้วครับ
ความเสียหายในครั้งนั้นคิดเป็นเงินประมาณ 50,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับผมเลยครับ หลังจากนั้นผมก็เลยตั้งใจศึกษาเรื่อง Forex Scam อย่างจริงจัง และพยายามที่จะแบ่งปันความรู้ให้กับคนอื่นๆ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อเหมือนผม
สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ครั้งนั้นก็คือ:
- ผลตอบแทนที่สูงเกินจริง: ถ้ามีใครมาชวนลงทุนโดยบอกว่าจะให้ผลตอบแทนที่สูงเกินจริง ให้สงสัยไว้ก่อนเลยครับว่าอาจจะเป็น Scam
- ความกดดันให้ลงทุน: ถ้าเขาพยายามกดดันให้เราตัดสินใจลงทุนอย่างรวดเร็ว ให้ระวังตัวไว้ครับ
- ขาดความโปร่งใส: ถ้าเขาไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนอย่างชัดเจน ให้หลีกเลี่ยงครับ
- ไม่มีใบอนุญาต: ถ้าเขาไม่มีใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจการลงทุน ให้หลีกเลี่ยงครับ
จากประสบการณ์ของผม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “อย่าโลภ” ครับ อย่าหลงเชื่อผลตอบแทนที่สูงเกินจริง และควรตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Forex Scam
1. ทำไม Forex ถึงเป็นที่นิยมของมิจฉาชีพ?
Forex เป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงและเปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ง่ายต่อการเคลื่อนย้ายเงินและหลบหนี นอกจากนี้ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเทรด Forex ของคนทั่วไปยังไม่มาก ทำให้มิจฉาชีพสามารถใช้ประโยชน์จากความไม่รู้ตรงนี้ในการหลอกลวงได้ง่ายครับ พวกเขาอาจจะสร้างเรื่องราวที่ดูน่าเชื่อถือ เช่น การใช้ EA (Expert Advisor) อัจฉริยะที่สามารถทำกำไรได้ตลอดเวลา หรือการให้ผลตอบแทนที่สูงเกินจริง เพื่อดึงดูดนักลงทุนที่ไม่ระมัดระวัง
2. แชร์ลูกโซ่ Forex ต่างจาก Ponzi Scheme อย่างไร?
จริงๆ แล้ว แชร์ลูกโซ่ Forex ก็คือ Ponzi Scheme รูปแบบหนึ่งครับ Ponzi Scheme เป็นรูปแบบการหลอกลวงที่จ่ายผลตอบแทนให้กับนักลงทุนเก่าด้วยเงินของนักลงทุนใหม่ โดยไม่มีการสร้างผลกำไรที่แท้จริง เมื่อไม่มีนักลงทุนใหม่เข้ามา เงินก็จะหมด และวงจรก็จะล่มสลาย แชร์ลูกโซ่ Forex ก็ใช้วิธีการเดียวกัน แต่จะอ้างว่าเป็นการลงทุนในตลาด Forex เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น แต่จริงๆ แล้วไม่มีการเทรดจริง หรือมีการเทรดเพียงเล็กน้อยเพื่อสร้างภาพว่ามีการลงทุนอยู่จริงครับ
3. มีสัญญาณเตือนอะไรบ้างที่บ่งบอกว่าเรากำลังเจอ Forex Scam?
มีหลายสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าเรากำลังเจอ Forex Scam ครับ เช่น การรับประกันผลตอบแทนที่สูงเกินจริง, การขาดความโปร่งใสในการดำเนินงาน, การกดดันให้ลงทุนอย่างรวดเร็ว, การไม่มีใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจการลงทุน, และการใช้คำพูดที่คลุมเครือหรือศัพท์เฉพาะทางที่เข้าใจยาก นอกจากนี้ หากเราไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลของบริษัทหรือบุคคลที่มาชักชวนได้ ก็ควรระมัดระวังเป็นพิเศษครับ
4. ถ้าเราตกเป็นเหยื่อของ Forex Scam แล้ว เราควรทำอย่างไร?
ถ้าเราตกเป็นเหยื่อของ Forex Scam สิ่งแรกที่ควรทำคือรวบรวมหลักฐานทั้งหมด เช่น หลักฐานการโอนเงิน, ข้อความสนทนา, และเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แล้วแจ้งความกับตำรวจทันที นอกจากนี้ เราควรแจ้งเรื่องไปยังหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อให้หน่วยงานเหล่านี้ดำเนินการตรวจสอบและป้องกันไม่ให้ผู้อื่นตกเป็นเหยื่ออีกครับ
5. Expert Advisor (EA) ที่โฆษณาว่าทำกำไรได้ 100% เชื่อถือได้หรือไม่?
โดยทั่วไปแล้ว EA ที่โฆษณาว่าทำกำไรได้ 100% นั้นไม่น่าเชื่อถือครับ เพราะไม่มีระบบเทรดใดๆ ในโลกที่สามารถทำกำไรได้ตลอดเวลา ตลาด Forex มีความผันผวนสูง และมีปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อราคาอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น EA ที่ดีควรจะมีการตั้งค่า Stop Loss ที่เหมาะสม และมีการปรับปรุงกลยุทธ์อยู่เสมอเพื่อให้เข้ากับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป การอ้างว่า EA สามารถทำกำไรได้ 100% เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ใช้เพื่อดึงดูดนักลงทุนที่ไม่ระมัดระวังครับ
6. มีวิธีตรวจสอบโบรกเกอร์ Forex ว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ อย่างไร?
การตรวจสอบโบรกเกอร์ Forex ว่าน่าเชื่อถือหรือไม่นั้นทำได้หลายวิธีครับ สิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบคือใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจ โบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือจะต้องมีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือ เช่น FCA, ASIC, หรือ CySEC นอกจากนี้ เราควรตรวจสอบประวัติของโบรกเกอร์, อ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริง, และตรวจสอบเงื่อนไขการให้บริการต่างๆ อย่างละเอียด ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ใดๆ ก็ตาม ลองเข้าไปดูในเว็บไซต์เปรียบเทียบโบรกเกอร์ต่างๆ เพื่อดูข้อมูลและเปรียบเทียบโบรกเกอร์แต่ละรายได้ครับ
สรุป: ป้องกันตัวเองให้พ้นจาก Forex Scam
การเทรด Forex เป็นโอกาสที่ดีในการสร้างรายได้ แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ต้องระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของ Forex Scam ที่มีการหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ มากมายที่เราได้พูดคุยกันไปทั้งหมด ตั้งแต่แชร์ลูกโซ่, Ponzi Scheme, การหลอกลงทุนโดยใช้ EA อัจฉริยะ, หรือการปลอมแปลงข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ ดังนั้นการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ Forex Scam และวิธีการป้องกันตัวเองจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากครับ
สิ่งที่เราต้องจำให้ขึ้นใจเลยก็คือ อย่าโลภ! อย่าหลงเชื่อผลตอบแทนที่สูงเกินจริง และควรตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ ใช้เครื่องมือต่างๆ ที่เราได้แนะนำไป เช่น Forex Broker Comparison Websites, Whois Lookup, Reverse Image Search, และ Financial Forums เพื่อช่วยในการตรวจสอบและป้องกันตัวเอง นอกจากนี้ การศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการเทรด Forex อย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยให้เรามีความเข้าใจในตลาดมากขึ้น และสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้นครับ
จากประสบการณ์ของผม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีสติและไม่ประมาท อย่าเชื่อใจใครง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มาชวนเราลงทุนโดยที่เราไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว ควรตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียด และปรึกษาผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุน Forex ก่อนตัดสินใจเสมอ
สุดท้ายนี้ ผมอยากจะฝากข้อคิดไว้ว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน” คำกล่าวนี้ยังคงเป็นจริงเสมอ ไม่ว่าเราจะลงทุนในอะไรก็ตาม การศึกษาหาความรู้และการวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบ จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในการลงทุนได้ครับ ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการเทรด Forex และปลอดภัยจาก Forex Scam นะครับ!
Tips จากประสบการณ์ 20 ปี: ป้องกันตัวเองจาก Forex Scam และแชร์ลูกโซ่หลอกลงทุน
ในวงการ Forex ที่ผันผวนและเต็มไปด้วยโอกาส ผม อ.บอม จาก icafeforex.com ได้เห็นกลโกงและแชร์ลูกโซ่สารพัดรูปแบบมาตลอด 20 ปีครับ บอกเลยว่าพวกมิจฉาชีพนี่พัฒนาวิธีการหลอกลวงอยู่เสมอ ทำให้เราต้องตื่นตัวและระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา วันนี้ผมเลยจะมาแชร์ Tips จากประสบการณ์จริง 8 ข้อ ที่จะช่วยให้คุณสังเกตและป้องกันตัวเองจาก Forex Scam และแชร์ลูกโซ่หลอกลงทุนได้ครับ
1. ระวัง “ผลตอบแทนสูงเกินจริง” ที่มาพร้อมคำหวาน
ใครๆ ก็อยากรวยเร็ว แต่ในโลกการลงทุนไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ครับ หากมีใครมาชวนลงทุน Forex หรือ Gold แล้วบอกว่าจะได้ผลตอบแทนสูงเกินจริง เช่น 10% ต่อเดือน หรือมากกว่านั้น ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าอาจจะเป็น Scam สมัยก่อนผมเคยเจอเคสหนึ่ง มีคนมาชวนลงทุนโดยบอกว่าจะใช้ AI เทรดให้ ได้กำไรขั้นต่ำ 5% ต่อสัปดาห์ ฟังดูดีใช่ไหมครับ? แต่สุดท้ายก็คือแชร์ลูกโซ่ พอคนเริ่มถอนเงินไม่ได้ ก็ปิดบริษัทหนีไปเลย
จำไว้เสมอว่า “ผลตอบแทนสูง” มักจะมาพร้อมกับ “ความเสี่ยงสูง” เสมอครับ ถ้าใครรับประกันผลตอบแทนแบบไม่มีความเสี่ยง ให้ระวังตัวเป็นพิเศษ อย่าหลงเชื่อคำหวานที่เขาพูด เพราะสุดท้ายอาจจะไม่ได้อะไรเลย
2. ตรวจสอบ “ใบอนุญาต” และ “ประวัติ” ของบริษัท
ก่อนที่จะลงทุนกับบริษัทใดๆ ก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจสอบใบอนุญาตและประวัติของบริษัทนั้นๆ ครับ ลองตรวจสอบดูว่าบริษัทนั้นได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือหรือไม่ เช่น กลต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) ในประเทศไทย หรือหน่วยงานกำกับดูแลในต่างประเทศ เช่น FCA (Financial Conduct Authority) ในสหราชอาณาจักร หรือ ASIC (Australian Securities and Investments Commission) ในออสเตรเลีย
นอกจากนี้ ลองค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทในอินเทอร์เน็ต ดูว่ามีใครเคยร้องเรียนเกี่ยวกับบริษัทนี้หรือไม่ หรือมีข่าวเสียหายอะไรบ้างไหม ถ้าบริษัทมีประวัติไม่ดี หรือไม่มีใบอนุญาต ก็อย่าเสี่ยงลงทุนด้วยเด็ดขาดครับ
3. อย่าหลงเชื่อ “คำเชิญชวน” จากคนที่ไม่รู้จัก
ผมเคยเจอเคสที่น่าเศร้ามากครับ มีคนถูกชักชวนให้ลงทุน Forex โดยคนที่รู้จักใน Social Media แต่สุดท้ายก็โดนโกงไปเป็นจำนวนมาก พวกมิจฉาชีพมักจะใช้ Social Media เป็นเครื่องมือในการหาเหยื่อ โดยจะสร้างโปรไฟล์ปลอม หรือแฮกบัญชีของคนอื่น แล้วส่งข้อความเชิญชวนให้ลงทุน
ดังนั้น อย่าหลงเชื่อคำเชิญชวนจากคนที่ไม่รู้จัก หรือคนที่เพิ่งรู้จักกันใน Social Media ครับ ถ้ามีใครมาชวนลงทุน ให้ตรวจสอบข้อมูลของเขาให้ดีก่อน ตัดสินใจลงทุนด้วยความรอบคอบ และอย่าให้ความโลภบังตา
4. ระวัง “ระบบ Multi-Level Marketing (MLM)” ที่แอบแฝง
แชร์ลูกโซ่หลายแห่งมักจะแฝงตัวมาในรูปแบบของระบบ Multi-Level Marketing (MLM) โดยจะให้สมาชิกชักชวนคนอื่นมาลงทุน แล้วจะได้ค่าคอมมิชชั่นจากเงินลงทุนของคนที่ชักชวนมาได้ ยิ่งชวนคนมาได้มาก ก็ยิ่งได้ค่าคอมมิชชั่นมาก ทำให้สมาชิกหลายคนหลงเชื่อ และพยายามชักชวนคนอื่นมาลงทุนโดยไม่สนใจว่าบริษัทนั้นจะน่าเชื่อถือหรือไม่
ถ้าบริษัทไหนเน้นการชักชวนคนมาลงทุน มากกว่าการเทรด Forex จริงๆ ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าอาจจะเป็นแชร์ลูกโซ่ ลองคิดดูนะ ถ้าบริษัทเทรด Forex เก่งจริง ทำไมต้องมาให้เราชวนคนอื่นมาลงทุนด้วย? เขาควรจะเน้นการเทรดให้ได้กำไรมากกว่า
5. อย่าลงทุนในสิ่งที่คุณ “ไม่เข้าใจ”
ก่อนที่จะลงทุนในอะไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจในสิ่งนั้นอย่างละเอียด ถ้าคุณไม่เข้าใจว่า Forex คืออะไร? การเทรด Gold คืออะไร? หรือระบบการลงทุนของบริษัทนั้นทำงานอย่างไร? ก็อย่าเสี่ยงลงทุนเด็ดขาดครับ เพราะคุณอาจจะโดนหลอกได้ง่ายๆ
ผมแนะนำให้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการลงทุน Forex และ Gold อย่างละเอียดก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน ลองอ่านหนังสือ ดูวิดีโอ หรือเข้าร่วมสัมมนาเกี่ยวกับการลงทุน เพื่อให้คุณมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เมื่อคุณมีความรู้ความเข้าใจแล้ว คุณก็จะสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจ และไม่ตกเป็นเหยื่อของ Forex Scam ได้ง่ายๆ
6. อย่าให้ “ความโลภ” บังตา
ความโลภเป็นศัตรูตัวร้ายของการลงทุนครับ หลายคนตกเป็นเหยื่อของ Forex Scam เพราะความโลภ อยากรวยเร็ว อยากได้ผลตอบแทนสูงๆ โดยไม่สนใจความเสี่ยง ลองคิดดูนะ ถ้ามีคนมาชวนลงทุนโดยบอกว่าจะได้ผลตอบแทน 20% ต่อเดือน คุณจะเชื่อไหม? ถ้าคุณเชื่อ คุณอาจจะกำลังโดนหลอกอยู่ก็ได้
จำไว้เสมอว่า “ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ” ในโลกการลงทุน อย่าให้ความโลภบังตา และลงทุนด้วยความรอบคอบ พิจารณาความเสี่ยงให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน
7. กระจายความเสี่ยง “อย่าใส่ไข่ทั้งหมดไว้ในตะกร้าใบเดียว”
การกระจายความเสี่ยงเป็นหลักการสำคัญของการลงทุนครับ อย่าใส่ไข่ทั้งหมดไว้ในตะกร้าใบเดียว หมายความว่า อย่าลงทุนใน Forex หรือ Gold เพียงอย่างเดียว ควรจะกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์อื่นๆ ด้วย เช่น หุ้น กองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น
ถ้าคุณลงทุนใน Forex เพียงอย่างเดียว แล้วเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เช่น บริษัท Forex ที่คุณลงทุนด้วยปิดตัวลง หรือคุณเทรดเสีย คุณก็จะสูญเสียเงินทั้งหมด แต่ถ้าคุณกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์อื่นๆ คุณก็จะยังเหลือเงินลงทุนในส่วนอื่นๆ อยู่
8. ปรึกษา “ผู้เชี่ยวชาญ” ก่อนตัดสินใจ
ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าจะลงทุนใน Forex หรือ Gold ดีหรือไม่ หรือไม่แน่ใจว่าบริษัทที่คุณกำลังจะลงทุนด้วยน่าเชื่อถือหรือไม่ ผมแนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจครับ ผู้เชี่ยวชาญจะสามารถให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่คุณได้ และช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจ
คุณสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน Forex และ Gold ได้จากหลายช่องทาง เช่น ที่ปรึกษาทางการเงิน โบรกเกอร์ หรือผู้ที่มีประสบการณ์ในการเทรด Forex และ Gold มาก่อน แต่ต้องระวังผู้ที่แอบอ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่จริงๆ แล้วไม่มีความรู้ความสามารถจริง
FAQ: คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับ Forex Scam และแชร์ลูกโซ่หลอกลงทุน
หลังจากที่ผมได้แบ่งปัน Tips ไปแล้ว ผมเชื่อว่าหลายคนยังมีคำถามคาใจเกี่ยวกับการลงทุน Forex และ Gold วันนี้ผมเลยรวบรวมคำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Forex Scam และแชร์ลูกโซ่หลอกลงทุน พร้อมคำตอบจากประสบการณ์จริงของผมมาให้ครับ
FAQ 1: Forex ถูกกฎหมายจริงหรือ? แล้วทำไมถึงมี Scam เยอะจัง?
Forex เป็นตลาดการเงินที่ถูกกฎหมายครับ แต่ปัญหาคือ “ช่องว่าง” ในการกำกับดูแล และความ “ผันผวน” ของตลาด ทำให้มิจฉาชีพเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ได้ง่าย จริงๆ แล้วการเทรด Forex เหมือนดาบสองคม ถ้ามีความรู้ความสามารถก็สามารถสร้างกำไรได้ แต่ถ้าไม่มีความรู้ ก็อาจจะสูญเสียเงินได้ง่ายๆ
ที่ Forex Scam เยอะ ก็เพราะว่ามัน “ล่อตาล่อใจ” คนที่อยากรวยเร็วครับ พวกมิจฉาชีพก็จะใช้จุดนี้ในการหลอกลวง โดยจะสร้างภาพว่าการเทรด Forex ง่าย ได้กำไรเยอะ โดยไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรมาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเทรด Forex ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์อย่างมากครับ
ดังนั้น ถ้าคุณอยากเทรด Forex ให้ได้กำไร คุณต้องศึกษาหาความรู้ให้มากๆ ฝึกฝนทักษะให้ชำนาญ และบริหารความเสี่ยงให้ดี ที่สำคัญคืออย่าโลภ อย่าคิดว่าจะรวยเร็ว เพราะนั่นอาจจะทำให้คุณตกเป็นเหยื่อของ Forex Scam ได้
FAQ 2: แชร์ลูกโซ่ Forex ต่างจากกองทุน Forex จริงๆ อย่างไร?
แชร์ลูกโซ่ Forex กับกองทุน Forex จริงๆ มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนครับ จุดสังเกตที่สำคัญที่สุดคือ “แหล่งที่มาของผลตอบแทน” ถ้าเป็นแชร์ลูกโซ่ ผลตอบแทนที่จ่ายให้กับสมาชิกมาจาก “เงินลงทุนของสมาชิกใหม่” ไม่ได้มาจากการเทรด Forex จริงๆ แต่ถ้าเป็นกองทุน Forex จริงๆ ผลตอบแทนที่จ่ายให้กับนักลงทุนมาจากการ “เทรด Forex” โดยผู้จัดการกองทุน
นอกจากนี้ แชร์ลูกโซ่มักจะเน้นการ “ชักชวนคนมาลงทุน” มากกว่าการเทรด Forex จริงๆ โดยจะให้สมาชิกชักชวนคนอื่นมาลงทุน แล้วจะได้ค่าคอมมิชชั่นจากเงินลงทุนของคนที่ชักชวนมาได้ แต่กองทุน Forex จริงๆ จะเน้นการ “บริหารเงินทุน” ของนักลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่ดี โดยจะมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนอย่างโปร่งใส และมีการรายงานผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ
ดังนั้น ก่อนที่จะลงทุนในกองทุน Forex ใดๆ ก็ตาม ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นกองทุน Forex จริงๆ ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ที่แอบแฝงมา โดยตรวจสอบแหล่งที่มาของผลตอบแทน และตรวจสอบว่ามีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนอย่างโปร่งใสหรือไม่
FAQ 3: ถ้าโดน Forex Scam ไปแล้ว จะทำอย่างไรได้บ้าง?
ถ้าคุณโดน Forex Scam ไปแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือ “ตั้งสติ” ครับ อย่าตกใจ หรือเสียใจจนเกินไป เพราะนั่นจะทำให้คุณตัดสินใจผิดพลาดได้ สิ่งต่อมาที่ต้องทำคือ “รวบรวมหลักฐาน” ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน เช่น สัญญาการลงทุน หลักฐานการโอนเงิน ข้อความสนทนา เป็นต้น
หลังจากนั้นให้ “แจ้งความ” กับตำรวจ เพื่อให้ตำรวจดำเนินการสืบสวน และจับกุมผู้กระทำผิด นอกจากนี้ คุณยังสามารถ “ร้องเรียน” ไปยังหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง เช่น กลต. หรือ สคบ. (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) เพื่อให้หน่วยงานเหล่านี้ดำเนินการตรวจสอบ และช่วยเหลือคุณ
สุดท้าย อย่าท้อแท้ครับ ถึงแม้ว่าการกู้เงินคืนอาจจะเป็นเรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าคุณมีหลักฐานที่ชัดเจน และดำเนินการอย่างถูกต้อง คุณก็มีโอกาสที่จะได้เงินคืนได้บ้าง
FAQ 4: มีสัญญาณเตือนอะไรบ้าง ที่บอกว่าโบรกเกอร์ Forex กำลังจะโกง?
มีสัญญาณเตือนหลายอย่างที่บอกว่าโบรกเกอร์ Forex กำลังจะโกงครับ สัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุดคือ “การถอนเงินไม่ได้” ถ้าคุณไม่สามารถถอนเงินออกจากโบรกเกอร์ได้ หรือถูก “เลื่อนการถอนเงิน” ไปเรื่อยๆ ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าอาจจะมีปัญหาแล้ว
นอกจากนี้ สัญญาณเตือนอื่นๆ ที่ควรระวัง ได้แก่ “การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการเทรดอย่างกะทันหัน” เช่น เพิ่มค่า Spread หรือค่า Commission โดยไม่มีเหตุผล “การให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ” เกี่ยวกับบริษัท หรือผลการดำเนินงาน “การกดดันให้ลงทุนเพิ่ม” โดยอ้างว่าจะได้ผลตอบแทนสูง “การหายตัวไป” ของเจ้าหน้าที่ หรือผู้ที่ติดต่อกับคุณ
ถ้าคุณพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ ให้ “หยุดการลงทุน” ทันที และ “แจ้งเตือน” ให้คนอื่นๆ ทราบ เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นๆ ตกเป็นเหยื่อของโบรกเกอร์ Forex ที่ไม่น่าเชื่อถือ
ตารางเปรียบเทียบ: แชร์ลูกโซ่ Forex vs. กองทุน Forex ที่ถูกกฎหมาย
| ลักษณะ | แชร์ลูกโซ่ Forex | กองทุน Forex ที่ถูกกฎหมาย |
|---|---|---|
| แหล่งที่มาของผลตอบแทน | เงินลงทุนของสมาชิกใหม่ | การเทรด Forex จริงๆ |
| เน้นอะไร | ชักชวนคนมาลงทุน | บริหารเงินทุน |
| ค่าคอมมิชชั่น | สูงมาก จ่ายจากการชวนคน | สมเหตุสมผล จ่ายตามผลงาน |
| การเปิดเผยข้อมูล | ไม่โปร่งใส ปิดบังข้อมูล | โปร่งใส เปิดเผยข้อมูล |
| การรายงานผล | ไม่สม่ำเสมอ หรือปลอมแปลง | สม่ำเสมอ และถูกต้อง |
| การกำกับดูแล | ไม่มี หรือหลีกเลี่ยง | อยู่ภายใต้การกำกับดูแล |
| ความเสี่ยง | สูงมาก เสี่ยงสูญเสียเงินทั้งหมด | มีความเสี่ยง แต่บริหารจัดการได้ |
หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับทุกท่านนะครับ การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ ด้วยความปรารถนาดีจาก อ.บอม icafeforex.com ครับ
Forex Scam: วิธีสังเกตแชร์ลูกโซ่และการหลอกลงทุนในตลาด Forex
ตลาด Forex เป็นโอกาสทองสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลกำไร แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของมิจฉาชีพที่พร้อมจะเข้ามาหลอกลวงด้วยกลอุบายต่างๆ นานา ผมในฐานะคนที่อยู่ในวงการนี้มา 20 ปี เห็นคนหมดตัวเพราะ Forex Scam มาเยอะมากครับ บางคนถึงกับฆ่าตัวตายเลยก็มี ดังนั้นการที่เราจะลงทุนในตลาดนี้ต้องระมัดระวังตัวให้มาก ศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน และที่สำคัญต้องรู้จักวิธีสังเกตแชร์ลูกโซ่และการหลอกลงทุนรูปแบบต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ
Forex Scam หรือการหลอกลวงในตลาด Forex มีหลายรูปแบบครับ ที่พบบ่อยๆ ก็คือแชร์ลูกโซ่ การรับประกันผลตอบแทนเกินจริง การใช้ EA (Expert Advisor) หรือระบบเทรดที่อ้างว่าทำกำไรได้ 100% และการหลอกให้ลงทุนในกองทุน Forex ที่ไม่มีอยู่จริง ซึ่งแต่ละรูปแบบก็มีกลวิธีที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ “การสร้างความน่าเชื่อถือ” ให้กับเหยื่อ เพื่อให้เหยื่อตายใจและยอมลงทุน
สมัยก่อนผมก็เคยเกือบพลาดท่าให้กับแชร์ลูกโซ่ Forex เหมือนกันครับ ตอนนั้นมีคนมาชวนลงทุน โดยอ้างว่ามีทีมเทรดมืออาชีพที่สามารถทำกำไรได้ 10-20% ต่อเดือน ผมเห็นผลตอบแทนมันสูงมากก็เริ่มสนใจ แต่โชคดีที่ผมมีสติและลองศึกษาข้อมูลดูอย่างละเอียด ก็พบว่าบริษัทที่มาชวนลงทุนไม่มีใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจ Forex และผลตอบแทนที่อ้างก็สูงเกินจริง ผมเลยตัดสินใจไม่ลงทุน และก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะหลังจากนั้นไม่นานบริษัทนั้นก็ถูกจับในข้อหาฉ้อโกงประชาชน
สัญญาณอันตราย: แชร์ลูกโซ่ Forex ที่ต้องระวัง
แชร์ลูกโซ่ Forex เป็นรูปแบบการหลอกลวงที่พบได้บ่อยที่สุดในตลาด Forex ครับ พวกเขาจะใช้การสร้างเครือข่ายสมาชิก โดยสมาชิกเก่าจะได้รับผลตอบแทนจากการชักชวนสมาชิกใหม่เข้ามาลงทุน ยิ่งชวนได้มากก็ยิ่งได้ผลตอบแทนมาก ซึ่งผลตอบแทนที่จ่ายให้กับสมาชิกเก่า ก็มาจากเงินของสมาชิกใหม่ที่เข้ามาลงทุนนั่นเอง พูดง่ายๆ ก็คือเอาเงินคนใหม่มาจ่ายคนเก่า หมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีคนใหม่เข้ามาลงทุนแล้ว แชร์ก็จะล่ม
สัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่ากำลังเข้าใกล้แชร์ลูกโซ่ Forex มีหลายอย่างครับ อย่างแรกเลยคือ “การรับประกันผลตอบแทน” ที่สูงเกินจริง โดยปกติแล้วการลงทุนในตลาด Forex มีความเสี่ยงสูง ไม่มีใครสามารถรับประกันผลตอบแทนได้ 100% ถ้ามีใครมาบอกว่าสามารถทำกำไรได้แน่นอน ให้สงสัยไว้ก่อนเลยครับ อย่างที่สองคือ “การเน้นการชักชวนสมาชิกใหม่” มากกว่าการเทรดจริงๆ ถ้าบริษัทเน้นให้คุณชวนคนมาลงทุนมากกว่าที่จะสอนให้คุณเทรด แสดงว่าบริษัทนั้นอาจจะเป็นแชร์ลูกโซ่
นอกจากนี้ให้สังเกต “ความโปร่งใสของบริษัท” ด้วยครับ บริษัท Forex ที่น่าเชื่อถือจะต้องมีใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจ Forex จากหน่วยงานกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือ และจะต้องเปิดเผยข้อมูลทางการเงินของบริษัทให้สมาชิกทราบ ถ้าบริษัทไม่เปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ หรือมีข้อมูลที่ไม่ชัดเจน ให้ระวังไว้เลยครับ Case study ที่ผมเคยเจอตอนปี 2015 มีบริษัทหนึ่งอ้างว่าเทรด Forex ด้วยระบบ AI สามารถทำกำไรได้ 30% ต่อเดือน โดยให้สมาชิกนำเงินมาลงทุน แล้วบริษัทจะนำเงินไปเทรดให้ แต่สุดท้ายก็พบว่าบริษัทไม่ได้เทรดอะไรเลย เอาเงินของสมาชิกใหม่มาจ่ายให้กับสมาชิกเก่า แล้วก็เชิดเงินหนีไป
กลลวงยอดฮิต: การันตีผลตอบแทนและ EA เทพ
นอกจากแชร์ลูกโซ่แล้ว ยังมีการหลอกลวงในรูปแบบอื่นๆ ที่พบได้บ่อยในตลาด Forex ครับ หนึ่งในนั้นคือ “การรับประกันผลตอบแทน” ที่สูงเกินจริง อย่างที่บอกไปแล้วว่าการลงทุนในตลาด Forex มีความเสี่ยงสูง ไม่มีใครสามารถรับประกันผลตอบแทนได้ 100% แต่ก็ยังมีมิจฉาชีพที่ใช้กลอุบายนี้ในการหลอกลวงเหยื่อ โดยอ้างว่ามีระบบเทรดที่สามารถทำกำไรได้แน่นอน หรือมีทีมเทรดมืออาชีพที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอ
อีกกลลวงที่พบบ่อยคือ “การขาย EA (Expert Advisor) หรือระบบเทรด” ที่อ้างว่าทำกำไรได้ 100% พวกเขาจะโฆษณา EA ของตัวเองว่าสามารถทำกำไรได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องมีความรู้หรือประสบการณ์ในการเทรดเลย เพียงแค่ติดตั้ง EA แล้วปล่อยให้มันทำงานเอง ก็สามารถทำกำไรได้มหาศาล แต่ในความเป็นจริงแล้ว EA ส่วนใหญ่ที่ขายกันอยู่ในตลาดนั้นไม่มีประสิทธิภาพจริง และอาจจะทำให้คุณขาดทุนได้มากกว่ากำไร
ผมเคยลองใช้ EA ที่เขาโฆษณาว่าทำกำไรได้ 50% ต่อเดือน ปรากฏว่าพอเอามาเทรดจริง ขาดทุนยับเยินเลยครับ ตั้ง Stop Loss ไว้ที่ 20 จุด (ประมาณ $20 ถ้าเทรด XAUUSD lot 0.1 ที่ราคา 2000) โดน Stop Loss ทุกวัน สุดท้ายต้องเลิกใช้ EA ตัวนั้นไปเลย ดังนั้นก่อนที่จะซื้อ EA ใดๆ ก็ตาม ควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน ทดลองใช้ EA ในบัญชี Demo ก่อน และอย่าเชื่อคำโฆษณาที่เกินจริง
ป้องกันตัวเอง: ตรวจสอบและศึกษาข้อมูลก่อนลงทุน
วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันตัวเองจาก Forex Scam คือ “การตรวจสอบและศึกษาข้อมูล” อย่างละเอียดก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาที่เกินจริง และอย่ารีบร้อนในการตัดสินใจลงทุน ใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท Forex ที่คุณสนใจ ใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจ Forex ประวัติการดำเนินงาน และความคิดเห็นของนักลงทุนรายอื่นๆ
นอกจากนี้ควร “ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับตลาด Forex” ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เรียนรู้เกี่ยวกับกลไกการทำงานของตลาด Forex ปัจจัยที่มีผลต่อราคา และวิธีการวิเคราะห์ทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐาน การมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตลาด Forex จะช่วยให้คุณสามารถประเมินความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุนได้อย่างแม่นยำ และสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีเหตุผล
สิ่งสำคัญที่สุดคือ “อย่าลงทุนในสิ่งที่คุณไม่เข้าใจ” ถ้าคุณไม่เข้าใจว่าบริษัท Forex ที่คุณสนใจทำอะไร หรือไม่เข้าใจว่าระบบเทรดที่เขาเสนอมาทำงานอย่างไร อย่าลงทุนเด็ดขาด การลงทุนในสิ่งที่คุณไม่เข้าใจ ก็เหมือนกับการเดินเข้าไปในป่าโดยไม่มีแผนที่ มีโอกาสที่จะหลงทางและตกอยู่ในอันตรายได้ง่ายมาก ผมแนะนำว่าให้เริ่มต้นจากการเทรดในบัญชี Demo ก่อนครับ ฝึกฝนทักษะการเทรด และเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เมื่อคุณมีความมั่นใจแล้วค่อยเริ่มลงทุนด้วยเงินจริง
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Forex Scam
H3: จะตรวจสอบได้อย่างไรว่าโบรกเกอร์ Forex ที่สนใจนั้นถูกกฎหมาย?
การตรวจสอบว่าโบรกเกอร์ Forex นั้นถูกกฎหมายหรือไม่เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนครับ วิธีการตรวจสอบก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เริ่มต้นจากการตรวจสอบว่าโบรกเกอร์นั้นมีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือหรือไม่ เช่น FCA (Financial Conduct Authority) ของสหราชอาณาจักร, CySEC (Cyprus Securities and Exchange Commission) ของไซปรัส, ASIC (Australian Securities and Investments Commission) ของออสเตรเลีย หรือ SEC (Securities and Exchange Commission) ของสหรัฐอเมริกา
โบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานเหล่านี้จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวด เช่น การเก็บรักษาเงินทุนของลูกค้าแยกจากเงินทุนของบริษัท การเปิดเผยข้อมูลทางการเงินอย่างโปร่งใส และการมีระบบการจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ หากโบรกเกอร์ไม่ได้รับใบอนุญาต หรือได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานที่ไม่น่าเชื่อถือ ให้หลีกเลี่ยงโบรกเกอร์นั้นทันที
นอกจากนี้คุณยังสามารถตรวจสอบข้อมูลของโบรกเกอร์ได้จากเว็บไซต์ของหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ โดยปกติแล้วเว็บไซต์เหล่านี้จะมีรายชื่อของโบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาต และข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการดำเนินงานของโบรกเกอร์ หากคุณพบว่าโบรกเกอร์ที่คุณสนใจไม่มีรายชื่ออยู่ในเว็บไซต์ หรือมีประวัติที่ไม่ดี ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ
H3: ถ้าถูก Forex Scam หลอกแล้ว จะสามารถทำอะไรได้บ้าง?
หากคุณตกเป็นเหยื่อของ Forex Scam สิ่งแรกที่ต้องทำคือ “รวบรวมหลักฐาน” ทั้งหมดที่คุณมี เช่น สัญญาการลงทุน หลักฐานการโอนเงิน ข้อความสนทนา และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท Forex ที่หลอกลวงคุณ จากนั้นให้ “แจ้งความ” กับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หรือสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
การแจ้งความจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถสืบสวนและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถ “ร้องเรียน” ไปยังหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง เช่น FCA, CySEC หรือ ASIC หากบริษัท Forex ที่หลอกลวงคุณได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานเหล่านี้ การร้องเรียนอาจจะช่วยให้คุณได้รับการชดเชยความเสียหาย
สิ่งสำคัญคือต้อง “ดำเนินการอย่างรวดเร็ว” หลังจากที่คุณรู้ตัวว่าถูกหลอก เพราะยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ โอกาสที่คุณจะได้รับเงินคืนก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น นอกจากนี้คุณควร “ปรึกษาทนายความ” เพื่อขอคำแนะนำทางกฎหมาย และดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย
H3: ทำไมถึงยังมีคนตกเป็นเหยื่อของ Forex Scam อยู่เรื่อยๆ?
ถึงแม้ว่าจะมีข่าวเกี่ยวกับ Forex Scam ออกมาอยู่เรื่อยๆ แต่ก็ยังมีคนตกเป็นเหยื่ออยู่เรื่อยๆ สาเหตุหลักๆ ก็คือ “ความโลภ” ครับ หลายคนอยากรวยเร็ว อยากได้ผลตอบแทนสูงๆ โดยไม่สนใจความเสี่ยง ทำให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่ใช้กลอุบายในการล่อลวง
นอกจากนี้ “ความไม่รู้” ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่สำคัญ หลายคนไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตลาด Forex ไม่รู้ว่าการลงทุนในตลาดนี้มีความเสี่ยงสูง และไม่รู้ว่าวิธีการตรวจสอบบริษัท Forex ที่น่าเชื่อถือเป็นอย่างไร ทำให้ตกเป็นเหยื่อของ Forex Scam ได้ง่าย
อีกสาเหตุหนึ่งคือ “การขาดการตรวจสอบข้อมูล” ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน หลายคนเชื่อคำโฆษณาที่เกินจริง โดยไม่ตรวจสอบข้อมูลของบริษัท Forex ที่สนใจ หรือไม่ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับตลาด Forex ทำให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้ง่าย
H3: มีวิธีใดบ้างที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของ Forex Scam?
วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของ Forex Scam คือ “การศึกษาและเรียนรู้” เกี่ยวกับตลาด Forex อย่างละเอียด เรียนรู้เกี่ยวกับกลไกการทำงานของตลาด Forex ปัจจัยที่มีผลต่อราคา และวิธีการวิเคราะห์ทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐาน การมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตลาด Forex จะช่วยให้คุณสามารถประเมินความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุนได้อย่างแม่นยำ และสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีเหตุผล
นอกจากนี้ควร “ตรวจสอบข้อมูล” ของบริษัท Forex ที่คุณสนใจอย่างละเอียด ตรวจสอบว่าบริษัทนั้นมีใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจ Forex จากหน่วยงานกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือหรือไม่ และตรวจสอบประวัติการดำเนินงานของบริษัท ถ้าบริษัทไม่ได้รับใบอนุญาต หรือมีประวัติที่ไม่ดี ให้หลีกเลี่ยงบริษัทนั้นทันที
สิ่งสำคัญที่สุดคือ “อย่าลงทุนในสิ่งที่คุณไม่เข้าใจ” ถ้าคุณไม่เข้าใจว่าบริษัท Forex ที่คุณสนใจทำอะไร หรือไม่เข้าใจว่าระบบเทรดที่เขาเสนอมาทำงานอย่างไร อย่าลงทุนเด็ดขาด และ “อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาที่เกินจริง” ถ้ามีใครมาบอกว่าสามารถทำกำไรได้แน่นอน หรือมีระบบเทรดที่สามารถทำกำไรได้ 100% ให้สงสัยไว้ก่อนเลยครับ
📖 บทความแนะนำจาก iCafeForex
- Harmonic Pattern วิธีเทรด Gartley Bat Butterfly – ICafeFX สอนเทรดฟรี
- MQL4 MQL5 สอนเขียน EA เบื้องต้น – ICafeFX สอนเทรดฟรี
- เวลาเปิดปิดตลาด Forex แต่ละ Session มีผลอย่างไร







TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文