
คู่เงิน Forex คืออะไร? (What Are Currency Pairs?)
ในตลาด Forex หรือตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ การซื้อขายจะเกิดขึ้นเป็น คู่เงิน (Currency Pair) เสมอ เพราะเมื่อคุณซื้อสกุลเงินหนึ่ง คุณก็กำลังขายอีกสกุลเงินหนึ่งไปพร้อม ๆ กัน ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณเทรดคู่ EUR/USD คุณกำลังซื้อเงินยูโร (EUR) และขายเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ในเวลาเดียวกัน ตลาด Forex เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีปริมาณการซื้อขายมากกว่า 7.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน (ข้อมูลจาก BIS Triennial Survey 2022) ซึ่งปริมาณมหาศาลนี้มาจากการเทรดคู่เงินต่าง ๆ ทั่วโลก
- คู่เงิน Forex คืออะไร? (What Are Currency Pairs?)
- สกุลเงินหลัก (Base Currency) vs สกุลเงินรอง (Quote Currency)
- คู่เงิน Major Pairs คืออะไร? (The 7 Major Currency Pairs)
- ตารางเปรียบเทียบ 7 Major Pairs
- คู่เงิน Minor Pairs / Cross Pairs คืออะไร?
- ตารางเปรียบเทียบ Minor Pairs ยอดนิยม
- คู่เงิน Exotic Pairs คืออะไร?
- Correlation ระหว่างคู่เงิน (Currency Pair Correlation)
- คู่เงินไหนเหมาะกับมือใหม่? (Best Pairs for Beginners)
- เปรียบเทียบ Spread ของคู่เงินแต่ละประเภท
- ลักษณะ Volatility ของคู่เงินแต่ละประเภท
- คู่เงินที่เหมาะกับแต่ละ Trading Session
- Pip Value คืออะไร? คำนวณอย่างไร?
- วิธีเลือกคู่เงินที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ
- 10 เคล็ดลับสำคัญในการเทรดคู่เงิน Forex
- สรุป (Summary)
คู่เงินแต่ละคู่จะมี ลักษณะเฉพาะ (Characteristics) ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นค่า Spread, Volatility, ช่วงเวลาที่เคลื่อนไหวมากที่สุด หรือปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อราคา การเลือกคู่เงินที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของคุณจึงเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ทุกคน บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จักคู่เงินทุกประเภทอย่างละเอียด ตั้งแต่ Major, Minor ไปจนถึง Exotic พร้อมแนะนำวิธีเลือกคู่เงินที่เหมาะกับคุณ
สกุลเงินหลัก (Base Currency) vs สกุลเงินรอง (Quote Currency)
ก่อนจะเจาะลึกเรื่องประเภทของคู่เงิน สิ่งแรกที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องเข้าใจคือ โครงสร้างของคู่เงิน ซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ:
- Base Currency (สกุลเงินหลัก) — คือสกุลเงินตัวแรกที่อยู่ด้านซ้าย เช่น ใน EUR/USD สกุลเงินหลักคือ EUR หมายความว่า 1 หน่วยของสกุลเงินหลักเป็นจุดอ้างอิง
- Quote Currency (สกุลเงินรอง) — คือสกุลเงินตัวที่สองอยู่ด้านขวา เช่น ใน EUR/USD สกุลเงินรองคือ USD ราคาที่แสดงจะบอกว่า 1 หน่วยของ Base Currency แลกได้กี่หน่วยของ Quote Currency
ตัวอย่างการอ่านราคาคู่เงิน
สมมติ EUR/USD = 1.0850 หมายความว่า 1 ยูโรแลกได้ 1.0850 ดอลลาร์สหรัฐ
- ถ้าคุณ Buy (Long) EUR/USD — คุณคาดว่ายูโรจะแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ (ราคาจะขึ้น)
- ถ้าคุณ Sell (Short) EUR/USD — คุณคาดว่ายูโรจะอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ (ราคาจะลง)
แนวคิดนี้เรียบง่ายแต่สำคัญมาก เพราะเป็นพื้นฐานในการเข้าใจทุกอย่างที่เกี่ยวกับ Forex ไม่ว่าคุณจะเทรดคู่ไหน Base Currency คือตัวที่คุณซื้อเมื่อ Buy และขายเมื่อ Sell เสมอ
Bid Price กับ Ask Price
ในทุกคู่เงินจะมีราคา 2 ราคาเสมอ:
- Bid Price — ราคาที่โบรกเกอร์พร้อมรับซื้อ Base Currency จากคุณ (ราคาที่คุณขายได้)
- Ask Price — ราคาที่โบรกเกอร์เสนอขาย Base Currency ให้คุณ (ราคาที่คุณซื้อได้)
- Spread — ส่วนต่างระหว่าง Bid กับ Ask คือต้นทุนในการเทรดของคุณ
ตัวอย่าง: EUR/USD Bid 1.0848 / Ask 1.0850 → Spread = 0.0002 หรือ 2 pips
คู่เงิน Major Pairs คืออะไร? (The 7 Major Currency Pairs)
Major Pairs คือคู่เงินที่มี USD (ดอลลาร์สหรัฐ) เป็นส่วนประกอบ จับคู่กับสกุลเงินหลักของเศรษฐกิจขนาดใหญ่ คู่เงินกลุ่ม Major เป็นกลุ่มที่มีสภาพคล่อง (Liquidity) สูงที่สุดในตลาด มี Spread ต่ำที่สุด และมีปริมาณการซื้อขายมากที่สุด ทำให้เป็นที่นิยมสูงสุดในหมู่เทรดเดอร์ทั่วโลก มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง:
1. EUR/USD — ยูโร / ดอลลาร์สหรัฐ (The Fiber)
EUR/USD เป็นคู่เงินที่มีปริมาณการซื้อขายมากที่สุดในโลก คิดเป็นประมาณ 22-24% ของปริมาณการซื้อขายทั้งหมดในตลาด Forex คู่นี้สะท้อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่าง 2 เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ สหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา
- Spread เฉลี่ย: 0.6-1.2 pips
- ความผันผวนต่อวัน (Average Daily Range): 80-120 pips
- ช่วงเวลาที่เคลื่อนไหวมากสุด: London Session และ London-New York Overlap
- ปัจจัยหลัก: อัตราดอกเบี้ย ECB vs Fed, ข้อมูล GDP, NFP, CPI ของทั้ง 2 ฝั่ง
- เหมาะสำหรับ: เทรดเดอร์ทุกระดับ โดยเฉพาะมือใหม่ เพราะ Spread ต่ำ สภาพคล่องสูง
2. GBP/USD — ปอนด์สเตอร์ลิง / ดอลลาร์สหรัฐ (The Cable)
GBP/USD หรือ “Cable” เป็นคู่เงินยอดนิยมอันดับ 3 ของโลก ชื่อเล่นมาจากสายเคเบิลใต้มหาสมุทรแอตแลนติกที่เคยใช้ส่งอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างลอนดอนกับนิวยอร์กในยุคเก่า คู่นี้ขึ้นชื่อเรื่องความผันผวนสูง จึงให้โอกาสทำกำไรมากแต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงที่มากขึ้น
- Spread เฉลี่ย: 1.0-2.0 pips
- ความผันผวนต่อวัน: 100-160 pips
- ช่วงเวลาที่เคลื่อนไหวมากสุด: London Session
- ปัจจัยหลัก: นโยบาย Bank of England, ข้อมูลเศรษฐกิจ UK, ผลกระทบ Brexit
- เหมาะสำหรับ: เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ ชอบความผันผวน และรับความเสี่ยงได้
3. USD/JPY — ดอลลาร์สหรัฐ / เยนญี่ปุ่น (The Gopher)
USD/JPY เป็นคู่เงินที่ซื้อขายมากเป็นอันดับ 2 ของโลก เยนญี่ปุ่นเป็นสกุลเงิน Safe Haven ยอดนิยม ในช่วงที่ตลาดปั่นป่วน เงินมักจะไหลเข้าเยน ทำให้ USD/JPY มีแนวโน้มปรับตัวลง คู่นี้มีความสัมพันธ์อย่างมากกับ Yield ของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
- Spread เฉลี่ย: 0.8-1.5 pips
- ความผันผวนต่อวัน: 80-130 pips
- ช่วงเวลาที่เคลื่อนไหวมากสุด: Asian Session และ London-New York Overlap
- ปัจจัยหลัก: นโยบาย Bank of Japan, ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย, Bond Yields, Risk Sentiment
- เหมาะสำหรับ: เทรดเดอร์ที่ชอบเทรด Asian Session หรือสนใจ Carry Trade
4. USD/CHF — ดอลลาร์สหรัฐ / ฟรังก์สวิส (The Swissie)
USD/CHF เป็นคู่เงินที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างดอลลาร์สหรัฐกับฟรังก์สวิส ซึ่งเป็น Safe Haven Currency อีกสกุลหนึ่ง สวิตเซอร์แลนด์ขึ้นชื่อเรื่องเสถียรภาพทางการเงินและการเมือง ทำให้เงินฟรังก์เป็นที่พึ่งในยามวิกฤต คู่นี้มักเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามกับ EUR/USD (Negative Correlation)
- Spread เฉลี่ย: 1.2-2.0 pips
- ความผันผวนต่อวัน: 60-100 pips
- ช่วงเวลาที่เคลื่อนไหวมากสุด: London Session
- ปัจจัยหลัก: นโยบาย SNB (Swiss National Bank), สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์, Risk Sentiment
- เหมาะสำหรับ: เทรดเดอร์ที่ต้องการ Hedge กับ EUR/USD หรือเทรดตาม Safe Haven Flow
5. AUD/USD — ดอลลาร์ออสเตรเลีย / ดอลลาร์สหรัฐ (The Aussie)
AUD/USD หรือ “Aussie” เป็นคู่เงินประเภท Commodity Currency เพราะเศรษฐกิจออสเตรเลียพึ่งพาการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์อย่างมาก โดยเฉพาะแร่เหล็ก ถ่านหิน และทองคำ ราคา AUD มักเคลื่อนไหวตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์และสุขภาพเศรษฐกิจจีน (คู่ค้าหลักของออสเตรเลีย)
- Spread เฉลี่ย: 1.0-1.8 pips
- ความผันผวนต่อวัน: 70-110 pips
- ช่วงเวลาที่เคลื่อนไหวมากสุด: Asian Session และ New York Session
- ปัจจัยหลัก: นโยบาย RBA, ราคาสินค้าโภคภัณฑ์, ข้อมูลเศรษฐกิจจีน, Risk Sentiment
- เหมาะสำหรับ: เทรดเดอร์ที่สนใจ Commodity Play หรือเทรด Asian Session
6. NZD/USD — ดอลลาร์นิวซีแลนด์ / ดอลลาร์สหรัฐ (The Kiwi)
NZD/USD หรือ “Kiwi” มีลักษณะคล้ายกับ AUD/USD เนื่องจากนิวซีแลนด์ก็เป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกสินค้าเกษตรและนมเป็นหลัก ราคา NZD มักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันกับ AUD แต่มี Spread สูงกว่าเล็กน้อยและสภาพคล่องน้อยกว่า
- Spread เฉลี่ย: 1.5-2.5 pips
- ความผันผวนต่อวัน: 60-100 pips
- ช่วงเวลาที่เคลื่อนไหวมากสุด: Asian Session
- ปัจจัยหลัก: นโยบาย RBNZ, ราคาผลิตภัณฑ์นม (Fonterra), เศรษฐกิจจีนและออสเตรเลีย
- เหมาะสำหรับ: เทรดเดอร์ที่มองหา Carry Trade โอกาส หรือเทรดช่วง Asian Session
7. USD/CAD — ดอลลาร์สหรัฐ / ดอลลาร์แคนาดา (The Loonie)
USD/CAD หรือ “Loonie” (ตั้งชื่อตามนก Loon บนเหรียญ 1 ดอลลาร์แคนาดา) เป็นอีกหนึ่ง Commodity Currency Pair ที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากแคนาดาเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก เมื่อราคาน้ำมันขึ้น CAD มักจะแข็งค่า ทำให้ USD/CAD ลดลง
- Spread เฉลี่ย: 1.2-2.0 pips
- ความผันผวนต่อวัน: 70-100 pips
- ช่วงเวลาที่เคลื่อนไหวมากสุด: New York Session
- ปัจจัยหลัก: ราคาน้ำมันดิบ (WTI), นโยบาย Bank of Canada, ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ-แคนาดา
- เหมาะสำหรับ: เทรดเดอร์ที่สนใจ Oil Correlation หรือเทรดช่วง New York Session
ตารางเปรียบเทียบ 7 Major Pairs
| คู่เงิน | ชื่อเล่น | Spread เฉลี่ย (pips) | ความผันผวน/วัน (pips) | Session ที่ดีที่สุด | Pip Value (1 Lot) |
|---|---|---|---|---|---|
| EUR/USD | Fiber | 0.6 – 1.2 | 80 – 120 | London, NY Overlap | $10 |
| GBP/USD | Cable | 1.0 – 2.0 | 100 – 160 | London | $10 |
| USD/JPY | Gopher | 0.8 – 1.5 | 80 – 130 | Asian, NY Overlap | ~$6.5* |
| USD/CHF | Swissie | 1.2 – 2.0 | 60 – 100 | London | ~$11* |
| AUD/USD | Aussie | 1.0 – 1.8 | 70 – 110 | Asian, NY | $10 |
| NZD/USD | Kiwi | 1.5 – 2.5 | 60 – 100 | Asian | $10 |
| USD/CAD | Loonie | 1.2 – 2.0 | 70 – 100 | New York | ~$7.3* |
* Pip Value ของคู่เงินที่ USD เป็น Base Currency จะผันแปรตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน ตัวเลขเป็นค่าประมาณ
คู่เงิน Minor Pairs / Cross Pairs คืออะไร?
Minor Pairs หรือ Cross Pairs คือคู่เงินที่ไม่มี USD เป็นส่วนประกอบ แต่เป็นการจับคู่ระหว่างสกุลเงินหลักอื่น ๆ เช่น EUR, GBP, JPY, CHF, AUD, NZD, CAD คู่เงินกลุ่มนี้มีสภาพคล่องน้อยกว่า Major Pairs และมักมี Spread สูงกว่า แต่ก็เปิดโอกาสในการเทรดที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อคุณมีมุมมองที่ชัดเจนต่อสกุลเงินใดสกุลเงินหนึ่งโดยไม่ต้องการพึ่งพา USD
คู่เงิน Minor ยอดนิยม แบ่งตามกลุ่ม
กลุ่ม EUR Cross
- EUR/GBP — ยูโร/ปอนด์ สะท้อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่าง EU กับ UK มีความผันผวนปานกลาง Spread เฉลี่ย 1.0-2.0 pips เคลื่อนไหวดีใน London Session
- EUR/JPY — ยูโร/เยน เป็นคู่เงิน Cross ที่มีปริมาณซื้อขายสูงที่สุด ผันผวนค่อนข้างมาก (100-150 pips/วัน) เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ชอบ Momentum Trading
- EUR/CHF — ยูโร/ฟรังก์สวิส มักเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เหมาะสำหรับ Range Trading มี Spread ค่อนข้างต่ำ
- EUR/AUD — ยูโร/ดอลลาร์ออสเตรเลีย ผันผวนสูง เหมาะสำหรับ Swing Trading ได้รับอิทธิพลจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์
- EUR/NZD — ยูโร/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ มีความผันผวนสูง Spread กว้าง เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์
- EUR/CAD — ยูโร/ดอลลาร์แคนาดา ได้รับอิทธิพลจากราคาน้ำมันและนโยบายของ ECB กับ BOC
กลุ่ม GBP Cross
- GBP/JPY — ปอนด์/เยน ขึ้นชื่อว่าเป็น “มังกร” หรือ “ปีศาจ” ของตลาด Forex เพราะความผันผวนสูงมาก (150-250 pips/วัน) ให้โอกาสทำกำไรมหาศาลแต่ก็เสี่ยงมากเช่นกัน ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่
- GBP/CHF — ปอนด์/ฟรังก์สวิส ผันผวนปานกลาง-สูง เหมาะสำหรับ Swing Trading
- GBP/AUD — ปอนด์/ดอลลาร์ออสเตรเลีย ผันผวนสูง Spread กว้าง เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่มีทุนหนา
- GBP/NZD — ปอนด์/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ ผันผวนสูงมาก Spread กว้าง ต้องใช้ Stop Loss กว้าง
- GBP/CAD — ปอนด์/ดอลลาร์แคนาดา ได้รับอิทธิพลจากราคาน้ำมันและนโยบาย BOE กับ BOC
กลุ่ม JPY Cross
- AUD/JPY — ดอลลาร์ออสเตรเลีย/เยน เป็น Risk Barometer ที่ดี ขึ้นเมื่อตลาด Risk On และลงเมื่อ Risk Off เหมาะสำหรับเทรดตาม Sentiment
- NZD/JPY — ดอลลาร์นิวซีแลนด์/เยน มีลักษณะคล้าย AUD/JPY แต่สภาพคล่องน้อยกว่า
- CAD/JPY — ดอลลาร์แคนาดา/เยน ได้รับอิทธิพลจากราคาน้ำมันและ Risk Sentiment
- CHF/JPY — ฟรังก์สวิส/เยน เป็นคู่ Safe Haven vs Safe Haven มักเคลื่อนไหวน้อยในช่วงปกติ แต่ผันผวนมากในช่วงวิกฤต
กลุ่ม Commodity Cross อื่น ๆ
- AUD/NZD — ดอลลาร์ออสเตรเลีย/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ เคลื่อนไหวในกรอบแคบ เหมาะสำหรับ Range Trading มาก
- AUD/CAD — ดอลลาร์ออสเตรเลีย/ดอลลาร์แคนาดา สะท้อนความแตกต่างระหว่าง Commodity Currencies
- NZD/CAD — ดอลลาร์นิวซีแลนด์/ดอลลาร์แคนาดา สภาพคล่องต่ำ Spread กว้าง
ตารางเปรียบเทียบ Minor Pairs ยอดนิยม
| คู่เงิน | Spread เฉลี่ย (pips) | ความผันผวน/วัน (pips) | ระดับความยาก | Session ที่ดีที่สุด |
|---|---|---|---|---|
| EUR/GBP | 1.0 – 2.0 | 50 – 80 | ปานกลาง | London |
| EUR/JPY | 1.5 – 2.5 | 100 – 150 | ปานกลาง-สูง | London, Asian |
| GBP/JPY | 2.0 – 4.0 | 150 – 250 | สูงมาก | London |
| EUR/CHF | 1.5 – 2.5 | 40 – 70 | ต่ำ-ปานกลาง | London |
| AUD/JPY | 1.5 – 2.5 | 70 – 120 | ปานกลาง | Asian, London |
| AUD/NZD | 2.0 – 3.5 | 40 – 70 | ต่ำ | Asian |
| EUR/AUD | 2.0 – 3.5 | 100 – 160 | สูง | London, Asian |
คู่เงิน Exotic Pairs คืออะไร?
Exotic Pairs คือคู่เงินที่ประกอบด้วยสกุลเงินหลักหนึ่งสกุล (เช่น USD, EUR, GBP) จับคู่กับสกุลเงินจากประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (Emerging Markets) เช่น ลีราตุรกี (TRY), แรนด์แอฟริกาใต้ (ZAR), เปโซเม็กซิโก (MXN), บาทไทย (THB), รูเบิลรัสเซีย (RUB) เป็นต้น
คู่เงิน Exotic มีลักษณะเฉพาะดังนี้:
- Spread สูงมาก — อาจสูงถึง 10-100 pips ขึ้นอยู่กับสกุลเงินและโบรกเกอร์
- ความผันผวนสูง — ราคาอาจเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงภายในเวลาสั้น
- สภาพคล่องต่ำ — อาจเกิด Slippage ได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วงข่าวสำคัญ
- Swap สูง — อัตราดอกเบี้ยของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่มักสูง ทำให้ Swap (ค่าธรรมเนียมค้างคืน) สูงตาม
- ได้รับผลกระทบจากปัจจัยการเมือง — สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศเหล่านี้มักมีผลต่อค่าเงินอย่างมาก
ตัวอย่าง Exotic Pairs ที่พบบ่อย
| คู่เงิน | ชื่อสกุลเงิน | Spread เฉลี่ย (pips) | ลักษณะเด่น |
|---|---|---|---|
| USD/TRY | ดอลลาร์/ลีราตุรกี | 15 – 100+ | ผันผวนสูงมาก ได้รับผลจากนโยบายการเงินของตุรกี Swap สูง |
| USD/ZAR | ดอลลาร์/แรนด์แอฟริกาใต้ | 10 – 50 | สัมพันธ์กับราคาทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์ Swap น่าสนใจสำหรับ Carry Trade |
| USD/MXN | ดอลลาร์/เปโซเม็กซิโก | 5 – 30 | เป็นคู่ Exotic ที่มีสภาพคล่องค่อนข้างดี ได้รับอิทธิพลจากราคาน้ำมันและการค้า US-Mexico |
| USD/SGD | ดอลลาร์/ดอลลาร์สิงคโปร์ | 3 – 8 | เสถียรกว่า Exotic อื่น เพราะ MAS บริหารค่าเงินแบบ Managed Float |
| EUR/TRY | ยูโร/ลีราตุรกี | 20 – 120+ | ผันผวนสูงมาก ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่เด็ดขาด |
| USD/THB | ดอลลาร์/บาทไทย | 5 – 15 | น่าสนใจสำหรับเทรดเดอร์ไทย ได้รับอิทธิพลจากการท่องเที่ยวและ BOT |
| USD/HKD | ดอลลาร์/ดอลลาร์ฮ่องกง | 1 – 3 | เคลื่อนไหวน้อยมาก เพราะ HKD ผูกค่ากับ USD (Peg System) |
| USD/NOK | ดอลลาร์/โครนนอร์เวย์ | 5 – 20 | สัมพันธ์กับราคาน้ำมัน (นอร์เวย์เป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของยุโรป) |
| USD/SEK | ดอลลาร์/โครนสวีเดน | 5 – 15 | สัมพันธ์กับเศรษฐกิจยุโรปและนโยบาย Riksbank |
คำเตือน: คู่เงิน Exotic ไม่เหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ เนื่องจากต้นทุนการเทรดสูง ความผันผวนที่คาดเดายาก และอาจเกิดช่องว่างราคา (Gap) ได้ง่าย หากต้องการลองเทรด แนะนำให้เริ่มจาก Demo Account ก่อนเสมอ และใช้ขนาด Position ที่เล็กมาก ๆ
Correlation ระหว่างคู่เงิน (Currency Pair Correlation)
Correlation (ความสัมพันธ์ระหว่างคู่เงิน) เป็นแนวคิดที่สำคัญมากสำหรับการบริหารความเสี่ยงในการเทรด Forex เพราะคู่เงินหลายคู่มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน (Positive Correlation) หรือทิศทางตรงข้าม (Negative Correlation) การเข้าใจ Correlation จะช่วยให้คุณไม่เปิด Position ที่ซ้ำซ้อนหรือขัดแย้งกันโดยไม่รู้ตัว
Positive Correlation (สัมพันธ์บวก)
คู่เงินที่มี Positive Correlation จะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ตัวอย่าง:
- EUR/USD กับ GBP/USD — ทั้งสองคู่มักขึ้นลงไปด้วยกัน เพราะ EUR และ GBP เป็นสกุลเงินยุโรปที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยคล้ายกัน (Correlation ~0.80-0.90)
- AUD/USD กับ NZD/USD — ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มีเศรษฐกิจคล้ายกัน ทำให้คู่เงินทั้งสองเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกันบ่อยครั้ง (Correlation ~0.85-0.95)
- EUR/USD กับ AUD/USD — มี Positive Correlation ระดับปานกลาง เพราะทั้งสองเป็นคู่ที่ Short USD (Correlation ~0.60-0.75)
สิ่งที่ต้องระวัง: การเปิด Buy ทั้ง EUR/USD และ GBP/USD พร้อมกัน ก็เหมือนกับการเปิด Position เดียวกันด้วยขนาดที่ใหญ่ขึ้น 2 เท่า ถ้าตลาดไปในทิศทางเดียวกับที่คาดก็ดี แต่ถ้าไปทางตรงข้าม คุณจะขาดทุน 2 เท่าเช่นกัน
Negative Correlation (สัมพันธ์ลบ)
คู่เงินที่มี Negative Correlation จะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามกัน ตัวอย่าง:
- EUR/USD กับ USD/CHF — เมื่อ EUR/USD ขึ้น USD/CHF มักจะลง และในทางกลับกัน (Correlation ~-0.85 ถึง -0.95)
- GBP/USD กับ USD/JPY — มี Negative Correlation ระดับปานกลาง (Correlation ~-0.40 ถึง -0.60)
- AUD/USD กับ USD/CAD — มักเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามกัน เพราะเมื่อ USD อ่อน AUD/USD จะขึ้นและ USD/CAD จะลง (Correlation ~-0.60 ถึง -0.75)
สิ่งที่ต้องระวัง: การเปิด Buy EUR/USD พร้อมกับ Buy USD/CHF เหมือนกับการเปิด Position ที่ขัดแย้งกัน กำไรจากด้านหนึ่งจะถูกหักล้างด้วยขาดทุนจากอีกด้านหนึ่ง
ตาราง Correlation ที่เทรดเดอร์ควรรู้
| คู่เงิน A | คู่เงิน B | Correlation | ประเภท | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| EUR/USD | GBP/USD | +0.85 | บวก (แข็ง) | ระวังเปิดทิศทางเดียวกันทั้ง 2 คู่ |
| EUR/USD | USD/CHF | -0.90 | ลบ (แข็ง) | เคลื่อนไหวตรงข้ามกันเกือบเสมอ |
| AUD/USD | NZD/USD | +0.90 | บวก (แข็ง) | เศรษฐกิจคล้ายกันมาก |
| AUD/USD | USD/CAD | -0.70 | ลบ (ปานกลาง) | ทั้งคู่เป็น Commodity Currency |
| USD/JPY | EUR/JPY | +0.70 | บวก (ปานกลาง) | JPY เป็น Quote Currency ทั้งคู่ |
| GBP/USD | USD/CHF | -0.80 | ลบ (แข็ง) | ใช้ Hedge ได้ |
เคล็ดลับ: ค่า Correlation ไม่ได้คงที่ตลอดเวลา อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะตลาด ควรตรวจสอบ Correlation Table เป็นประจำทุกสัปดาห์ เครื่องมือที่ช่วยดูได้ เช่น Myfxbook Correlation Tool หรือ TradingView
คู่เงินไหนเหมาะกับมือใหม่? (Best Pairs for Beginners)
สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ การเลือกคู่เงินที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะส่งผลต่อประสบการณ์การเทรดและผลกำไรขาดทุนโดยตรง คู่เงินที่เหมาะกับมือใหม่ควรมีคุณสมบัติดังนี้:
- Spread ต่ำ — ต้นทุนในการเทรดต่ำ ไม่กินกำไรมาก
- สภาพคล่องสูง — ไม่ค่อยเกิด Slippage หรือ Gap
- ความผันผวนปานกลาง — มีการเคลื่อนไหวเพียงพอให้ทำกำไร แต่ไม่รุนแรงจนควบคุมไม่ได้
- มีข้อมูลวิเคราะห์มาก — หาบทวิเคราะห์ ข่าว และ Signal ได้ง่าย
- เคลื่อนไหวตาม Technical Analysis — เคารพแนวรับแนวต้านและ Indicator ต่าง ๆ ค่อนข้างดี
Top 5 คู่เงินแนะนำสำหรับมือใหม่
1. EUR/USD (แนะนำอันดับ 1)
เป็นคู่เงินที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่ เพราะ Spread ต่ำที่สุด สภาพคล่องสูงที่สุด มีบทวิเคราะห์มากที่สุด และเคลื่อนไหวค่อนข้างราบเรียบเมื่อเทียบกับคู่อื่น เทรดเดอร์ระดับโลกส่วนใหญ่เริ่มต้นจากคู่นี้
2. USD/JPY
เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ไทยที่ตื่นเช้า เพราะเคลื่อนไหวดีใน Asian Session มี Spread ค่อนข้างต่ำ และมักเคลื่อนไหวตาม Technical Analysis ดี เหมาะกับการฝึกเทรดแบบ Trend Following
3. GBP/USD
เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากท้าทายตัวเองมากขึ้น ผันผวนมากกว่า EUR/USD แต่ยังมีสภาพคล่องสูง เหมาะกับการฝึกเทรดแบบ Breakout Strategy
4. AUD/USD
เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ชอบเทรดช่วง Asian Session เพราะเคลื่อนไหวดีในช่วงเวลาของเรา มีความผันผวนปานกลาง และมักเคลื่อนไหวตาม Trend ชัดเจน
5. EUR/GBP
เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ชอบ Range Trading เพราะคู่นี้มักเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ ไม่ค่อยวิ่งแรง เหมาะกับการฝึก Support/Resistance Trading
คู่เงินที่มือใหม่ควรหลีกเลี่ยง:
- GBP/JPY — ผันผวนมากเกินไป อาจทำให้หมดทุนได้ง่าย
- EUR/NZD, GBP/NZD — Spread กว้าง ผันผวนสูง
- คู่เงิน Exotic ทั้งหมด — Spread สูงมาก คาดเดายาก
- XAU/USD (ทองคำ) — ผันผวนสูงมาก ต้องมีประสบการณ์
เปรียบเทียบ Spread ของคู่เงินแต่ละประเภท
Spread เป็นต้นทุนหลักในการเทรด Forex การเข้าใจว่าคู่เงินแต่ละประเภทมี Spread เฉลี่ยเท่าไรจะช่วยให้คุณวางแผนการเทรดได้ดีขึ้น นี่คือตารางเปรียบเทียบ Spread เฉลี่ยจากบัญชีประเภท Standard ของโบรกเกอร์ชั้นนำ:
| ประเภท | ตัวอย่างคู่เงิน | Spread (Standard Account) | Spread (ECN/Raw Account) | ต้นทุน/Lot/Trade* |
|---|---|---|---|---|
| Major | EUR/USD | 1.0 – 1.5 pips | 0.0 – 0.3 pips + commission | $10 – $15 |
| USD/JPY | 1.0 – 1.8 pips | 0.1 – 0.5 pips + commission | $10 – $18 | |
| GBP/USD | 1.2 – 2.0 pips | 0.2 – 0.8 pips + commission | $12 – $20 | |
| Minor | EUR/GBP | 1.5 – 2.5 pips | 0.5 – 1.2 pips + commission | $15 – $25 |
| EUR/JPY | 1.8 – 3.0 pips | 0.5 – 1.5 pips + commission | $18 – $30 | |
| GBP/JPY | 2.5 – 4.5 pips | 1.0 – 2.5 pips + commission | $25 – $45 | |
| Exotic | USD/TRY | 15 – 100+ pips | 8 – 50+ pips + commission | $50 – $300+ |
| USD/ZAR | 10 – 50 pips | 5 – 25 pips + commission | $30 – $150 | |
| USD/MXN | 5 – 30 pips | 3 – 15 pips + commission | $20 – $100 |
* ต้นทุนโดยประมาณ สำหรับ 1 Standard Lot (100,000 หน่วย) ต่อ 1 รอบการเทรด (เปิด+ปิด) รวม Spread ทั้ง 2 ฝั่ง
จะเห็นว่า ต้นทุนในการเทรด Exotic Pairs สูงกว่า Major Pairs ถึง 5-20 เท่า นี่คือเหตุผลหลักที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่เลือกเทรด Major Pairs โดยเฉพาะเทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธ์ Scalping ซึ่งต้องเปิดปิดหลายออเดอร์ต่อวัน การเทรดคู่เงินที่ Spread ต่ำจะช่วยประหยัดต้นทุนได้มหาศาลในระยะยาว
สำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการ Spread ต่ำที่สุด แนะนำให้เลือกบัญชีประเภท ECN หรือ Raw Spread ซึ่งจะเรียกเก็บ Commission แยกต่างหาก แต่ Spread ที่แท้จริงจะต่ำกว่ามาก เหมาะสำหรับ Scalper และ Day Trader
เปิดบัญชีเทรดกับโบรกเกอร์ที่มี Spread ต่ำที่สุดได้ที่ คลิกที่นี่เพื่อเปิดบัญชี
ลักษณะ Volatility ของคู่เงินแต่ละประเภท
Volatility (ความผันผวน) คือระดับการเปลี่ยนแปลงของราคาในช่วงเวลาหนึ่ง การเข้าใจ Volatility ของคู่เงินแต่ละคู่จะช่วยให้คุณตั้ง Stop Loss, Take Profit และขนาด Position ได้อย่างเหมาะสม
คู่เงินที่มีความผันผวนต่ำ (Low Volatility)
- EUR/CHF — เฉลี่ย 40-70 pips/วัน เหมาะสำหรับ Range Trading และเทรดเดอร์ที่ไม่ชอบความเสี่ยง
- AUD/NZD — เฉลี่ย 40-70 pips/วัน เคลื่อนไหวในกรอบแคบ เหมาะกับ Mean Reversion Strategy
- EUR/GBP — เฉลี่ย 50-80 pips/วัน มักเคลื่อนไหวช้า ๆ แต่มั่นคง
- USD/HKD — เฉลี่ยน้อยกว่า 10 pips/วัน แทบไม่ขยับเพราะ Peg System
คู่เงินที่มีความผันผวนปานกลาง (Medium Volatility)
- EUR/USD — เฉลี่ย 80-120 pips/วัน สมดุลดีระหว่างโอกาสกับความเสี่ยง
- USD/JPY — เฉลี่ย 80-130 pips/วัน เคลื่อนไหวตาม Trend ค่อนข้างดี
- USD/CAD — เฉลี่ย 70-100 pips/วัน มักเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมัน
- AUD/USD — เฉลี่ย 70-110 pips/วัน ผันผวนเพิ่มขึ้นเมื่อมีข่าวจากจีน
- AUD/JPY — เฉลี่ย 70-120 pips/วัน ขึ้นลงตาม Risk Sentiment
คู่เงินที่มีความผันผวนสูง (High Volatility)
- GBP/USD — เฉลี่ย 100-160 pips/วัน ปอนด์ขึ้นชื่อเรื่องวิ่งแรง
- GBP/JPY — เฉลี่ย 150-250 pips/วัน ผันผวนสูงมาก “คู่ปีศาจ” ของตลาด Forex
- EUR/AUD — เฉลี่ย 100-160 pips/วัน วิ่งแรงเมื่อมีข่าวจาก ECB หรือ RBA
- GBP/NZD — เฉลี่ย 150-220 pips/วัน ผันผวนสูงมาก Spread กว้าง
- EUR/NZD — เฉลี่ย 120-180 pips/วัน ผันผวนสูง ต้องใช้ SL กว้าง
คู่เงินที่มีความผันผวนสูงมาก (Extreme Volatility)
- USD/TRY — อาจเคลื่อนไหว 500-2000+ pips/วัน ในช่วงวิกฤต
- USD/ZAR — อาจเคลื่อนไหว 300-1000+ pips/วัน
- EUR/TRY — ผันผวนรุนแรงมาก ไม่แนะนำอย่างยิ่ง
เคล็ดลับการใช้ Volatility:
- Scalper ควรเลือกคู่เงินที่มีความผันผวนปานกลาง-สูงและ Spread ต่ำ เช่น EUR/USD, GBP/USD
- Swing Trader สามารถเทรดคู่เงินที่ผันผวนสูงขึ้นได้ เพราะมีเวลาให้ราคาเคลื่อนไหว เช่น GBP/JPY, EUR/AUD
- Position Trader สามารถเทรดได้แทบทุกคู่ แต่ต้องตั้ง SL กว้างพอรองรับ Volatility
- ตรวจสอบ ATR (Average True Range) เป็นประจำเพื่อวัด Volatility ล่าสุดของแต่ละคู่เงิน
คู่เงินที่เหมาะกับแต่ละ Trading Session
ตลาด Forex เปิดทำการ 24 ชั่วโมงตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ แต่ไม่ใช่ทุกช่วงเวลาจะเหมาะกับทุกคู่เงิน แต่ละ Session จะมีสกุลเงินที่เคลื่อนไหวมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจของภูมิภาคนั้น ๆ
Asian Session (เวลาไทย 06:00 – 15:00)
ตลาดเอเชียเปิดทำการช่วงเช้าเวลาไทย มีศูนย์กลางที่โตเกียว ซิดนีย์ และสิงคโปร์ เป็น Session ที่ค่อนข้างสงบเมื่อเทียบกับ London และ New York
- คู่เงินที่แนะนำ: USD/JPY, AUD/USD, NZD/USD, AUD/JPY, NZD/JPY, AUD/NZD
- ลักษณะ: เคลื่อนไหวปานกลาง เหมาะสำหรับ Range Trading และ Scalping ระยะสั้น
- ข้อควรระวัง: Major Pairs อย่าง EUR/USD อาจเคลื่อนไหวน้อยมากในช่วงนี้ ทำให้ Signal หลอกเยอะ
- ข่าวสำคัญ: ข้อมูลเศรษฐกิจญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และจีน มักประกาศในช่วงนี้
London Session (เวลาไทย 14:00 – 23:00)
London Session เป็น Session ที่มีปริมาณการซื้อขายมากที่สุด คิดเป็นประมาณ 35-40% ของปริมาณการซื้อขายทั้งหมดในตลาด Forex ลอนดอนเป็นศูนย์กลางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
- คู่เงินที่แนะนำ: EUR/USD, GBP/USD, EUR/GBP, USD/CHF, EUR/JPY, GBP/JPY, EUR/CHF
- ลักษณะ: ผันผวนสูง Trend ชัดเจน เหมาะสำหรับ Breakout Trading และ Trend Following
- ข้อดี: สภาพคล่องสูงที่สุด Spread แคบที่สุด เหมาะกับเทรดเดอร์ทุกสไตล์
- ข่าวสำคัญ: ข้อมูลเศรษฐกิจ UK และ EU มักประกาศในช่วงนี้
New York Session (เวลาไทย 19:00 – 04:00)
New York Session เป็น Session ที่มีปริมาณการซื้อขายมากเป็นอันดับ 2 และเป็นช่วงที่ข่าวเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐมักถูกประกาศ
- คู่เงินที่แนะนำ: EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY, USD/CAD, USD/CHF และทุก Major Pairs
- ลักษณะ: ผันผวนสูง โดยเฉพาะช่วง London-New York Overlap (19:00-23:00 เวลาไทย) ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดเคลื่อนไหวมากที่สุดของวัน
- ข้อดี: ข่าวเศรษฐกิจสำคัญ เช่น NFP, CPI, FOMC มักประกาศช่วง 19:30-21:00 เวลาไทย
- ข้อควรระวัง: หลังจากตลาดลอนดอนปิด (23:00 เวลาไทย) สภาพคล่องจะลดลงอย่างมาก
London-New York Overlap (เวลาไทย 19:00 – 23:00)
นี่คือ ช่วงเวลาทอง (Golden Hours) ของตลาด Forex เพราะเป็นช่วงที่ 2 Session ใหญ่ที่สุดทำงานทับซ้อนกัน ปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด สภาพคล่องสูงที่สุด และความผันผวนมากที่สุด เหมาะสำหรับเทรดทุกคู่เงิน แต่โดยเฉพาะ EUR/USD, GBP/USD และ USD/JPY
ตารางสรุปคู่เงินตาม Session
| Session | เวลาไทย | คู่เงินที่แนะนำ | กลยุทธ์ที่เหมาะ |
|---|---|---|---|
| Asian | 06:00 – 15:00 | USD/JPY, AUD/USD, NZD/USD, AUD/JPY | Range Trading, Scalping |
| London | 14:00 – 23:00 | EUR/USD, GBP/USD, EUR/GBP, EUR/JPY | Breakout, Trend Following |
| New York | 19:00 – 04:00 | EUR/USD, USD/CAD, GBP/USD, USD/JPY | News Trading, Momentum |
| Overlap (LON-NY) | 19:00 – 23:00 | ทุก Major Pairs | ทุกกลยุทธ์ |
Pip Value คืออะไร? คำนวณอย่างไร?
Pip (Percentage in Point) คือหน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงที่เล็กที่สุดของอัตราแลกเปลี่ยน สำหรับคู่เงินส่วนใหญ่ 1 Pip = 0.0001 (ทศนิยมตำแหน่งที่ 4) ยกเว้นคู่เงินที่มี JPY ซึ่ง 1 Pip = 0.01 (ทศนิยมตำแหน่งที่ 2)
Pip Value คือมูลค่าเงินจริงของ 1 Pip ซึ่งจะแตกต่างกันตามคู่เงินและขนาด Lot ที่คุณเทรด
สูตรคำนวณ Pip Value
สำหรับคู่เงินที่มี USD เป็น Quote Currency (เช่น EUR/USD, GBP/USD):
Pip Value = Lot Size x 0.0001
- 1 Standard Lot (100,000 หน่วย) → 1 Pip = $10
- 1 Mini Lot (10,000 หน่วย) → 1 Pip = $1
- 1 Micro Lot (1,000 หน่วย) → 1 Pip = $0.10
สำหรับคู่เงินที่มี USD เป็น Base Currency (เช่น USD/JPY, USD/CHF):
Pip Value = (Lot Size x 0.01) / Exchange Rate (สำหรับ JPY pairs)
Pip Value = (Lot Size x 0.0001) / Exchange Rate (สำหรับคู่อื่น)
ตาราง Pip Value สำหรับ 1 Standard Lot
| คู่เงิน | Pip Value (1 Standard Lot) | Pip Value (1 Mini Lot) | Pip Value (1 Micro Lot) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| EUR/USD | $10.00 | $1.00 | $0.10 | คงที่เสมอ (USD เป็น Quote) |
| GBP/USD | $10.00 | $1.00 | $0.10 | คงที่เสมอ (USD เป็น Quote) |
| AUD/USD | $10.00 | $1.00 | $0.10 | คงที่เสมอ (USD เป็น Quote) |
| NZD/USD | $10.00 | $1.00 | $0.10 | คงที่เสมอ (USD เป็น Quote) |
| USD/JPY | ~$6.50 | ~$0.65 | ~$0.065 | ผันแปรตามอัตราแลกเปลี่ยน (ณ ~153 JPY/USD) |
| USD/CHF | ~$11.30 | ~$1.13 | ~$0.113 | ผันแปรตามอัตราแลกเปลี่ยน (ณ ~0.885 CHF/USD) |
| USD/CAD | ~$7.30 | ~$0.73 | ~$0.073 | ผันแปรตามอัตราแลกเปลี่ยน (ณ ~1.37 CAD/USD) |
| EUR/JPY | ~$6.50 | ~$0.65 | ~$0.065 | ผันแปร (คำนวณจาก USD/JPY) |
| GBP/JPY | ~$6.50 | ~$0.65 | ~$0.065 | ผันแปร (คำนวณจาก USD/JPY) |
ทำไม Pip Value สำคัญ?
- ช่วยคำนวณกำไรขาดทุนจริงก่อนเปิดออเดอร์
- ช่วยในการตั้ง Stop Loss และ Take Profit ที่เหมาะสม
- ช่วยในการคำนวณขนาด Position (Position Sizing) ตาม Risk Management
- เทรดเดอร์ที่ดีจะคำนวณ Pip Value ทุกครั้งก่อนเปิดออเดอร์
ตัวอย่างการคำนวณ: สมมติคุณเทรด EUR/USD ด้วย 1 Mini Lot (10,000 หน่วย) ตั้ง Stop Loss 50 pips → ถ้า SL โดน จะขาดทุน = 50 pips x $1/pip = $50 ถ้าคุณมีทุน $1,000 นั่นคือ 5% ของทุน ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูง ควรลดขนาด Lot ลง
วิธีเลือกคู่เงินที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ
การเลือกคู่เงินที่เหมาะสมไม่มีสูตรตายตัว ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ลองพิจารณาตามประเด็นต่อไปนี้:
1. ขนาดทุน (Account Size)
- ทุนน้อย ($100-$500): เทรด Major Pairs เท่านั้น เช่น EUR/USD หรือ USD/JPY ใช้ Micro Lot เพื่อลด Risk ต่อ Pip เลือกคู่เงินที่ Spread ต่ำเพื่อประหยัดต้นทุน
- ทุนปานกลาง ($500-$5,000): สามารถเทรด Major และ Minor Pairs ที่มีสภาพคล่องดีได้ เช่น EUR/GBP, EUR/JPY ใช้ Mini Lot
- ทุนมาก ($5,000+): สามารถเทรดได้หลากหลายคู่เงินมากขึ้น รวมถึง Minor Pairs บางตัว แต่ยังควรระวัง Exotic Pairs
2. สไตล์การเทรด (Trading Style)
- Scalping (เทรดสั้นมาก 1-15 นาที): ต้องการ Spread ต่ำที่สุด → EUR/USD, USD/JPY เป็นตัวเลือกอันดับ 1
- Day Trading (เทรดภายในวัน): ต้องการ Volatility ปานกลาง-สูงและ Spread ไม่แพง → EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY, AUD/USD
- Swing Trading (ถือ 2-7 วัน): สามารถเทรดคู่ที่ผันผวนสูงกว่าได้ → GBP/JPY, EUR/AUD, EUR/JPY รวมถึง Minor Pairs
- Position Trading (ถือหลายสัปดาห์-เดือน): สนใจ Fundamental มากกว่า Spread → เทรดได้เกือบทุกคู่ แต่ต้องคำนึงถึง Swap
3. ช่วงเวลาที่คุณเทรดได้
- เช้า (06:00-12:00): Asian Session → USD/JPY, AUD/USD, NZD/USD
- บ่าย (12:00-18:00): Early London → EUR/USD, GBP/USD, EUR/GBP
- เย็น-ค่ำ (18:00-00:00): London-NY Overlap → ทุก Major Pairs
- ดึก (00:00-06:00): Late NY → USD/CAD เหมาะที่สุด สภาพคล่องลดลง
4. ระดับประสบการณ์
- มือใหม่ (0-6 เดือน): เริ่มจาก EUR/USD เท่านั้น จนกว่าจะมี Win Rate คงที่
- ระดับกลาง (6 เดือน – 2 ปี): เพิ่ม USD/JPY, GBP/USD และ Minor Pairs 1-2 คู่
- ระดับสูง (2 ปี+): สามารถเทรดได้หลายคู่ แต่ไม่ควรเกิน 3-5 คู่พร้อมกัน
10 เคล็ดลับสำคัญในการเทรดคู่เงิน Forex
เพื่อปิดท้ายบทความนี้ ขอแชร์ 10 เคล็ดลับที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้ในการเลือกและเทรดคู่เงิน:
- 1. อย่าเทรดมากคู่เกินไป — มือใหม่ควรเทรด 1-2 คู่ มือเก่าไม่เกิน 3-5 คู่ การรู้จักคู่เงินของตัวเองอย่างลึกซึ้งดีกว่าเทรดหลายคู่แบบผิวเผิน
- 2. เข้าใจ Correlation — ก่อนเปิดหลาย Position ให้ตรวจสอบ Correlation ระหว่างคู่เงิน เพื่อไม่ให้ Risk ซ้อนทับกัน
- 3. เทรดในช่วงเวลาที่เหมาะสม — เทรดคู่เงินในช่วง Session ที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดของคู่นั้น ๆ
- 4. ติดตามข่าวเศรษฐกิจ — ใช้ Economic Calendar เช็คข่าวสำคัญทุกวัน ข่าวที่มีผลกระทบสูง เช่น NFP, FOMC, ECB Rate Decision อาจทำให้ราคาเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง
- 5. คำนวณ Pip Value ก่อนเทรด — รู้ว่าถ้าแพ้กี่ Pip จะเสียเงินเท่าไร ก่อนเปิดทุกออเดอร์
- 6. เลือกโบรกเกอร์ที่ Spread ต่ำ — Spread ที่ต่ำกว่าแม้เพียง 0.5 Pip สามารถประหยัดเงินได้มากในระยะยาว โดยเฉพาะถ้าเทรดบ่อย
- 7. ทดสอบใน Demo ก่อนเสมอ — ก่อนเทรดคู่เงินใหม่ ให้ทดสอบใน Demo Account อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ จนเข้าใจพฤติกรรมของคู่เงินนั้น
- 8. จดบันทึก Trading Journal — บันทึกว่าคู่เงินไหนให้ผลตอบแทนดีที่สุด คู่ไหนขาดทุนบ่อย เพื่อปรับปรุงการเลือกคู่เงินในอนาคต
- 9. ใช้ Risk Management อย่างเคร่งครัด — ไม่ว่าจะเทรดคู่ไหน อย่า Risk เกิน 1-2% ของทุนต่อออเดอร์
- 10. อัพเดตความรู้อย่างสม่ำเสมอ — ตลาด Forex เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คู่เงินที่เคยเทรดง่ายอาจกลายเป็นเทรดยากได้ ติดตามข่าวสารและปรับกลยุทธ์อยู่เสมอ
พร้อมเริ่มต้นเทรด Forex กับโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้? เปิดบัญชีเทรดฟรีที่นี่ — มี Spread ต่ำ ฝากถอนสะดวก รองรับเทรดเดอร์ไทย
สรุป (Summary)
คู่เงิน Forex แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ Major Pairs ที่มี USD เป็นส่วนประกอบ มีสภาพคล่องสูงและ Spread ต่ำ เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ทุกระดับ, Minor/Cross Pairs ที่ไม่มี USD เปิดโอกาสการเทรดที่หลากหลายแต่ Spread สูงกว่า และ Exotic Pairs ที่จับคู่กับสกุลเงิน Emerging Markets มีความผันผวนสูงและ Spread กว้างมาก
การเลือกคู่เงินที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งขนาดทุน สไตล์การเทรด ช่วงเวลาที่เทรดได้ และระดับประสบการณ์ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจ Correlation ระหว่างคู่เงิน คำนวณ Pip Value ได้ถูกต้อง และใช้ Risk Management อย่างเคร่งครัด
สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มจาก EUR/USD ซึ่งเป็นคู่เงินที่มี Spread ต่ำที่สุด สภาพคล่องสูงที่สุด และมีข้อมูลวิเคราะห์มากที่สุด จากนั้นค่อย ๆ ขยายไปเทรดคู่เงินอื่นเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น จำไว้ว่า การรู้จักคู่เงินของตัวเองอย่างลึกซึ้ง ดีกว่าเทรดหลายคู่แบบรู้ไม่จริง
เริ่มต้นเทรดวันนี้กับโบรกเกอร์ที่ได้รับการรับรองระดับโลก สมัครเปิดบัญชีฟรี คลิกที่นี่







TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文