Drawdown คืออะไร? ตัวเลขที่บอกว่าคุณเสี่ยงมากแค่ไหน
Drawdown เป็นหนึ่งในตัวเลขที่สำคัญที่สุดในการเทรด Forex แต่เทรดเดอร์มือใหม่มักจะมองข้าม เพราะมัวแต่สนใจเรื่องกำไร Drawdown คือ “การลดลงของยอดเงินจากจุดสูงสุด” พูดง่ายๆ คือมันวัดว่าคุณ “ขาดทุนจากจุดสูงสุด” มากแค่ไหนก่อนที่จะฟื้นตัว
ตัวอย่าง ถ้าพอร์ตของคุณเพิ่มจาก 1,000 เป็น 1,500 ดอลลาร์ (จุดสูงสุด) แล้วลดลงเหลือ 1,200 ดอลลาร์ Drawdown คือ 300 ดอลลาร์ หรือ 20% จากจุดสูงสุด แม้ว่าพอร์ตยังกำไรอยู่ (จาก 1,000 เป็น 1,200) แต่ Drawdown บอกว่าคุณเคย “เสียไป” 20% จากจุดที่ดีที่สุด
ประเภทของ Drawdown
1. Absolute Drawdown
การลดลงจากยอดเงินเริ่มต้น วัดว่าพอร์ตเคยลดลงต่ำกว่าเงินทุนตั้งต้นมากแค่ไหร่
ตัวอย่าง: ทุนเริ่มต้น 1,000 ดอลลาร์ พอร์ตเคยลดลงต่ำสุดที่ 850 ดอลลาร์ Absolute Drawdown = 150 ดอลลาร์ (15%)
2. Maximum Drawdown (Max DD)
การลดลงสูงสุดจากจุดสูงสุดของพอร์ต เป็นตัวเลขที่สำคัญที่สุดเพราะวัด “สถานการณ์แย่ที่สุด” ที่เคยเกิดขึ้น
ตัวอย่าง: พอร์ตขึ้นจาก 1,000 ไป 1,800 แล้วลงมาเหลือ 1,300 ก่อนจะขึ้นไปใหม่ Max Drawdown = (1,800 – 1,300) ÷ 1,800 = 27.8%
3. Relative Drawdown
Drawdown เทียบกับ Equity สูงสุด แสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ ใช้เปรียบเทียบระหว่างพอร์ตที่มีขนาดต่างกัน
ทำไม Drawdown ถึงสำคัญมาก?
1. บอกความเสี่ยงที่แท้จริง
ระบบเทรดที่ทำกำไร 50% ต่อปี ฟังดูดี แต่ถ้า Max Drawdown 60% หมายความว่าระหว่างทางพอร์ตเคยลดลง 60% ซึ่งหมายถึงเงิน 1,000 ดอลลาร์เหลือ 400 ดอลลาร์ เทรดเดอร์ส่วนใหญ่จะทนไม่ไหวและเลิกใช้ระบบก่อนที่จะฟื้นตัว
2. ยิ่ง Drawdown มาก ยิ่งฟื้นยาก
นี่คือความจริงทางคณิตศาสตร์ที่โหดร้าย
| Drawdown | กำไรที่ต้องทำเพื่อฟื้นตัว |
|---|---|
| 10% | 11.1% |
| 20% | 25% |
| 30% | 42.9% |
| 40% | 66.7% |
| 50% | 100% |
| 60% | 150% |
| 70% | 233% |
| 80% | 400% |
| 90% | 900% |
ถ้าพอร์ตลดลง 50% คุณต้องทำกำไร 100% (เท่าตัว) เพื่อกลับมาจุดเดิม ถ้าลดลง 80% ต้องทำกำไร 400% ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้ นี่คือเหตุผลที่ “การรักษาทุน” สำคัญกว่าการทำกำไร
3. ส่งผลต่อจิตใจอย่างรุนแรง
Drawdown 10-15% ส่วนใหญ่ทนได้ Drawdown 20-30% เริ่มเครียด สงสัยในระบบ Drawdown 40-50% ส่วนใหญ่จะเลิกใช้ระบบ เปลี่ยนวิธีเทรด หรือเลิกเทรดเลย Drawdown เกิน 50% แทบทุกคนจะ panic และทำผิดพลาดรุนแรง
Drawdown เท่าไหร่ถึงยอมรับได้?
| ระดับ | Max Drawdown | ประเมิน |
|---|---|---|
| ดีมาก | ระบบมีความเสี่ยงต่ำมาก หายาก | |
| ดี | 10-20% | ยอมรับได้ เหมาะกับเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ |
| ปานกลาง | 20-30% | ยังพอรับได้ แต่ต้องมีวินัยสูง |
| สูง | 30-50% | เสี่ยง ต้องปรับปรุงระบบหรือ Money Management |
| อันตราย | > 50% | ต้องหยุดเทรดและทบทวนทั้งระบบ |
เป้าหมาย: ตั้งเป้า Max Drawdown ไม่เกิน 20% สำหรับเทรดเดอร์ทั่วไป ถ้า Drawdown เกิน 20% ให้หยุดเทรดและทบทวน
สาเหตุหลักที่ทำให้ Drawdown สูง
- ไม่ตั้ง Stop Loss — ปล่อยให้ขาดทุนลากยาวโดยหวังว่าราคาจะกลับ ซึ่งบางครั้งไม่กลับ
- ใช้ Lot Size ใหญ่เกินไป — เสี่ยง 5-10% ต่อไม้ ขาดทุน 3 ไม้ติดก็สูญเสีย 15-30% แล้ว
- ไม่มี Money Management — ไม่มีกฎว่าจะเสี่ยงเท่าไหร่ต่อไม้และต่อวัน
- Overtrading — เทรดมากเกินไป เปิดหลายออร์เดอร์พร้อมกัน
- Revenge Trading — ขาดทุนแล้วเพิ่ม Lot เพื่อแก้แค้น ยิ่งขาดทุนยิ่งเพิ่ม Lot
- เทรดสวนเทรนด์ — ยืนยัน Buy ในเทรนด์ขาลงซ้ำๆ
- ใช้ Martingale — เพิ่ม Lot ทุกครั้งที่ขาดทุน หวังว่าชนะครั้งเดียวจะได้คืนทั้งหมด สุดท้ายล้างพอร์ต
วิธีจำกัด Drawdown
1. กฎ 2% (หรือ 1%)
ไม่เสี่ยงเกิน 2% ของ Balance ต่อไม้ ถ้า Balance 1,000 ดอลลาร์ การขาดทุนสูงสุดต่อไม้ = 20 ดอลลาร์ แม้จะขาดทุน 10 ไม้ติดกัน (ซึ่งหายาก) ก็ขาดทุนแค่ 20% ยังฟื้นตัวได้
2. จำกัดจำนวนออร์เดอร์ที่เปิดพร้อมกัน
เปิดไม่เกิน 3 ออร์เดอร์พร้อมกัน ความเสี่ยงรวมไม่เกิน 6% ของ Balance
3. กฎหยุดเทรดรายวัน/รายสัปดาห์
- ขาดทุน 3 ไม้ติดกัน → หยุดเทรดวันนั้น
- ขาดทุน 5% ในสัปดาห์ → หยุดเทรดจนถึงสัปดาห์หน้า
- ขาดทุน 10% ในเดือน → หยุดเทรด 1 สัปดาห์แล้วทบทวน
4. ใช้ Stop Loss ทุกครั้ง
ไม่มีข้อยกเว้น ทุกออร์เดอร์ต้องมี SL ตั้งแต่ตอนเปิด
5. ลด Lot Size หลัง Drawdown
เมื่อ Drawdown ถึง 10% ให้ลด Lot Size ลงครึ่งหนึ่ง เมื่อพอร์ตฟื้นตัวค่อยเพิ่มกลับ วิธีนี้ช่วยชะลอ Drawdown ไม่ให้ลึกไปกว่านี้
วิธีฟื้นตัวจาก Drawdown
1. หยุดเทรดชั่วคราว
ถ้า Drawdown เกิน 15-20% ให้หยุดเทรด 3-5 วัน ออกไปทำกิจกรรมอื่น ให้จิตใจสงบก่อน การเทรดตอนจิตใจเครียดจะยิ่งขาดทุน
2. ทบทวน Trading Journal
ดูย้อนกลับว่า Drawdown เกิดจากอะไร
- ระบบเทรดมีปัญหา? → ปรับปรุงระบบ
- ไม่ทำตาม Plan? → เพิ่มวินัย
- ตลาดเปลี่ยนสภาพ? → ปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสภาพตลาดปัจจุบัน
- เทรดตามอารมณ์? → ทำงานด้านจิตวิทยา
3. ลด Lot Size
เมื่อกลับมาเทรด ให้ลด Lot Size ลง 50% จนกว่าจะทำกำไรได้สม่ำเสมอ 2-3 สัปดาห์ แล้วค่อยเพิ่มกลับทีละน้อย
4. กลับไปทำ Backtesting
ถ้าไม่มั่นใจในระบบ กลับไปทดสอบด้วย Backtesting หรือ Forward Testing ใน Demo Account ก่อน อย่ารีบกลับมาเทรดจริงจนกว่าจะมั่นใจ
5. ตั้งเป้าหมายฟื้นตัวที่สมจริง
อย่าพยายามฟื้นตัวเร็วๆ โดยเพิ่ม Lot Size หรือเทรดมากขึ้น มันจะทำให้ Drawdown ลึกขึ้นไปอีก ตั้งเป้าฟื้นตัว 2-5% ต่อสัปดาห์ อย่ารีบ
Drawdown กับการประเมินระบบเทรด
เมื่อเลือกระบบเทรดหรือ Signal Provider ให้ดู Drawdown เป็นตัวชี้วัดหลัก
อัตราส่วน Return/Drawdown
สูตร: Return ÷ Max Drawdown
- กำไร 30% ต่อปี / Max DD 10% = อัตราส่วน 3.0 (ดีมาก)
- กำไร 30% ต่อปี / Max DD 30% = อัตราส่วน 1.0 (พอใช้)
- กำไร 30% ต่อปี / Max DD 60% = อัตราส่วน 0.5 (แย่)
ยิ่งอัตราส่วนสูงยิ่งดี ค่าที่ดีควรมากกว่า 2.0
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ไม่สนใจ Drawdown สนใจแต่กำไร — ดูแค่ว่าระบบกำไรเท่าไหร่ ไม่ดูว่าระหว่างทางเสี่ยงแค่ไหน
- ไม่มีกฎหยุดเทรด — ไม่มีเส้นแบ่งว่า Drawdown เท่าไหร่ถึงจะหยุด ปล่อยให้ขาดทุนไปเรื่อยๆ
- เพิ่ม Lot หลัง Drawdown — พยายามฟื้นตัวเร็วๆ โดยเพิ่มความเสี่ยง ทำให้ Drawdown ลึกขึ้นไปอีก
- เปลี่ยนระบบเทรดหลัง Drawdown เล็กน้อย — Drawdown 10-15% เป็นเรื่องปกติ อย่ารีบเปลี่ยนระบบ
Drawdown เป็นส่วนหนึ่งของการเทรดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้แต่ระบบเทรดที่ดีที่สุดก็มี Drawdown สิ่งสำคัญคือต้องจำกัดมันให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และมีแผนฟื้นตัวที่ชัดเจน จำไว้ว่า “การรักษาทุน” สำคัญกว่า “การทำกำไร” เพราะถ้าทุนหมด คุณจะไม่มีโอกาสเทรดอีกเลย







TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文