บทความนี้สรุปวิธีใช้ ADX Indicator วัดความแข็งแกร่งของเทรนด์ พร้อมสูตรเทรดจริงและการคำนวณกำไรขาดทุนแบบเป็นรูปธรรม เหมาะกับมือใหม่ที่อยากเข้าใจระบบ นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ


ทำความเข้าใจความหมายของ ADX Indicator ก่อนเริ่มเทรด

หลายคนเข้ามาเทรดแล้วเจอปัญหาเดียวกันคือเข้าตามเทรนด์แต่ราคากลับพักตัวจนเกิดการตัดขาดทุน สาเหตุหลักคือเราไม่รู้ว่าเทรนด์ที่เห็นอยู่นั้นยังมีพลังมากพอหรือไม่ อินดิเคเตอร์ตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ
ค่าของดัชนีนี้จะแสดงออกมาเป็นตัวเลขตั้งแต่ศูนย์ถึงร้อย ยิ่งตัวเลขสูงแปลว่าเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นมีความแข็งแกร่งมาก แต่สิ่งที่มือใหม่ต้องเข้าใจให้ชัดเจนคือมันไม่ได้บอกทิศทางว่าราคาจะวิ่งขึ้นหรือวิ่งลง มันแค่บอกว่าตลาดในขณะนี้มีพลังขับเคลื่อนมากน้อยแค่ไหนเท่านั้น การที่เราเข้าใจข้อจำกัดนี้จะช่วยให้เราไม่เข้าซื้อหรือขายผิดทิศทาง ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
ภายในอินดิเคเตอร์ตัวนี้จะมีเส้นย่อยซ่อนอยู่อีกสองเส้นคือเส้นบวกและเส้นลบ เส้นเหล่านี้คือตัวบอกทิศทางที่แท้จริง การเทรดที่ถูกต้องต้องดูทั้งสามเส้นประกอบกัน ถ้าดูแค่เส้นหลักอย่างเดียวแล้วรีบเปิดออเดอร์ โอกาสที่จะเสียเงินค่อนข้างสูงเพราะเราไม่รู้ว่าแรงกดดันมาจากฝั่งไหน
วิธีตั้งค่าพารามิเตอร์ให้เหมาะกับกรอบเวลา
การตั้งค่าเริ่มต้นที่โปรแกรมเทรดมีให้มักจะเป็นจำนวนแท่งเทียนสิบสี่แท่ง ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานที่นักเทรดทั่วโลกใช้กัน แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสไตล์การเทรดของเราเอง
สำหรับคนที่เทรดในกรอบเวลาสั้นเช่นห้านาทีหรือสิบห้านาที การใช้ค่ามาตรฐานอาจจะทำให้สัญญาณดูสับสนเพราะราคาในช่วงสั้นมีการแกว่งตัวรุนแรง ผมแนะนำให้ลองเพิ่มเป็นยี่สิบแท่งเพื่อกรองสัญญาณรบกวนออกไป ส่วนคนเทรดระยะยาวบนชาร์ตรายวันหรือรายสัปดาห์ ค่ามาตรฐานสิบสี่แท่งก็ใช้งานได้ดีและให้ภาพรวมที่ชัดเจน
การปรับค่าพารามิเตอร์ไม่ใช่เรื่องของถูกหรือผิด แต่เป็นเรื่องของการทดสอบว่าค่าไหนเข้ากับคู่เงินที่เราเทรด คู่เงินที่มีความผันผวนสูงอย่างทองคำหรือคริปโตอาจต้องการค่าที่สูงขึ้นเพื่อให้เส้นอินดิเคเตอร์นุ่มนวลขึ้น ส่วนคู่เงินหลักที่เคลื่อนไหวนุ่มนวลอย่างยูโรดอลลาร์ก็ใช้ค่ามาตรฐานได้โดยไม่ต้องปรับอะไร
ระดับค่าตัวเลขที่บ่งบอกพลังของตลาด
การอ่านค่าตัวเลขมีกฎเกณฑ์ง่ายๆ ที่ต้องจำให้ขึ้นใจ ถ้าค่าอยู่ต่ำกว่ายี่สิบห้าแปลว่าตลาดยังไม่มีทิศทางชัดเจนควรอยู่ห่างจากตลาด ค่าระหว่างยี่สิบห้าถึงห้าสิบแปลว่าเทรนด์กำลังเริ่มตัวและมีพลังพอสมควร ส่วนค่าที่สูงเกินห้าสิบขึ้นไปแปลว่าเทรนด์แข็งแกร่งมากแต่อาจจะใกล้ถึงจุดอิ่มตัวแล้ว
การใช้เส้นบวกและเส้นลบเพื่อหาทิศทาง
เส้นทั้งสองนี้คือหัวใจสำคัญที่จะบอกเราว่าควรเปิดออเดอร์ซื้อหรือขาย เส้นบวกแสดงถึงแรงกดดันจากฝั่งผู้ซื้อ ส่วนเส้นลบแสดงถึงแรงกดดันจากฝั่งผู้ขาย การที่เส้นใดเส้นหนึ่งอยู่เหนืออีกเส้นหนึ่งจะบอกทิศทางว่าฝั่งไหนกำลังควบคุมตลาดอยู่
เมื่อเส้นบวกตัดขึ้นไปอยู่เหนือเส้นลบ แสดงว่าฝั่งผู้ซื้อเริ่มเข้ามามีอำนาจมากขึ้น แต่เรายังไม่สามารถรีบเปิดออเดอร์ซื้อได้ทันที เราต้องรอให้เส้นหลักที่ใช้วัดความแข็งแกร่งเริ่มวิ่งขึ้นไปทะลุระดับยี่สิบห้าด้วย การรอให้เงื่อนไขครบทั้งสองส่วนจะช่วยให้เราเข้าตลาดในจังหวะที่เทรนด์แท้จริงกำลังเกิดขึ้น ไม่ใช่การแกว่งตัวไปมาเล็กๆ ที่หลอกให้เราเข้าผิดจังหวะ
ในทางกลับกันถ้าเส้นลบตัดขึ้นไปอยู่เหนือเส้นบวก แสดงว่าฝั่งผู้ขายกำลังเข้าควบคุมตลาด เมื่อเส้นหลักแสดงค่าสูงกว่ายี่สิบห้าตามมา เราก็สามารถพิจารณาเปิดออเดอร์ขายได้ กฎง่ายๆ คือเส้นทิศทางบอกว่าจะซื้อหรือขาย ส่วนเส้นหลักบอกว่าควรเข้าตอนนี้หรือไม่ ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งก็ถือว่าสัญญาณยังไม่สมบูรณ์
สูตรเทรดระบบที่ใช้ค่าความแข็งแกร่งเป็นหลัก
ผมจะสอนสูตรที่ใช้กันจริงในวงการ มันไม่ใช่สูตรลับ แต่เป็นสูตรที่อาศัยวินัยในการรอสัญญาณที่ชัดเจน หลายคนเทรดไม่ได้ไม่ใช่เพราะสูตรไม่ดี แต่เพราะทนรอสัญญาณไม่ได้
ขั้นตอนแรกให้เปิดชาร์ตแล้วดูว่าเส้นหลักวิ่งขึ้นหรือวิ่งลง ถ้าเส้นหลักกำลังวิ่งขึ้นไปทะลุระดับยี่สิบห้า ให้เริ่มสังเกตว่าเส้นบวกอยู่เหนือเส้นลบหรือไม่ ถ้าใช่ก็ให้รอราคาปิดแท่งเทียนให้ได้ การรอปิดแท่งจะป้องกันเราจากการเห็นสัญญาณหลอกในช่วงที่ราคายังแกว่งอยู่ เมื่อแท่งเทียนปิดลงและเงื่อนไขครบ ให้เปิดออเดอร์ซื้อที่ราคาเปิดของแท่งถัดไป
การตั้งจุดตัดขาดทุนให้วางไว้ใต้แท่งเทียนที่อยู่ใกล้จุดเข้าที่สุด ส่วนจุดเก็บกำไรให้ดูระดับแนวต้านที่สำคัญหรือใช้อัตราส่วนกำไรต่อขาดทุนที่สองต่อหนึ่ง สิ่งสำคัญที่สุดคือเมื่อราคาวิ่งไปทางที่เราต้องการแล้ว ถ้าเห็นว่าเส้นหลักเริ่มลดลงต่ำกว่ายี่สิบห้า ให้พิจารณาปิดออเดอร์เก็บกำไรทันทีโดยไม่ต้องรอให้ราคาไปถึงเป้าหมาย เพราะนั่นแปลว่าพลังของเทรนด์กำลังหมดลง
การหาจุดเข้าที่ปลอดภัยที่สุด
จุดเข้าที่ดีที่สุดไม่ใช่ตอนที่เส้นหลักพุ่งสูงสุด แต่เป็นตอนที่เส้นหลักเริ่มโค้งขึ้นจากพื้นที่ต่ำกว่ายี่สิบห้า การเข้าในจังหวะนี้จะทำให้เราได้ราคาที่ดีและมีพื้นที่ตัดขาดทุนที่แคบ ความเสี่ยงจึงน้อยกว่าการไล่ราคาตอนที่เทรนด์วิ่งไปไกลแล้ว
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขาดทุนจากการเทรดจริง
มาดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน สมมติเราเทรดคู่เงินยูโรกับดอลลาร์ในชาร์ตรายชั่วโมง ราคาในขณะนั้นอยู่ที่หนึ่งจุดสิบเอ็ดจุดห้าสิบ เส้นบวกเพิ่งตัดขึ้นเหนือเส้นลบ และเส้นหลักวิ่งขึ้นไปแตะระดับยี่สิบแปด เราตัดสินใจเปิดออเดอร์ซื้อขนาดหนึ่งล็อตมาตรฐาน
เราตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ราคาหนึ่งจุดสิบจุดห้าสิบ ซึ่งอยู่ใต้แท่งเทียนก่อนหน้า ระยะห่างจากจุดเข้าคือหนึ่งร้อยพิป ส่วนจุดเก็บกำไรเราตั้งไว้ที่ราคาหนึ่งจุดสิบสามจุดห้าสิบ ซึ่งเป็นระดับแนวต้านเดิม ระยะห่างคือสองร้อยพิป อัตราส่วนกำไรต่อขาดทุนอยู่ที่สองต่อหนึ่งซึ่งถือว่าคุ้มค่ากับความเสี่ยง
ผลที่ออกมาคือราคาวิ่งขึ้นไปถึงเป้าหมายภายในเวลาแปดชั่วโมง กำไรที่ได้คือสองร้อยพิป คูณขนาดล็อตมาตรฐานที่สิบดอลลาร์ต่อพิป เท่ากับว่าเราได้กำไรมาสองพันดอลลาร์สหรัฐ แต่ถ้าสมมติว่าราคาไม่ไปตามที่คาดและทะลุลงมาตัดขาดทุน เราก็จะเสียหนึ่งร้อยพิปซึ่งก็คือหนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐ การรู้ตัวเลขเหล่านี้ก่อนเข้าออเดอร์จะช่วยให้เราควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น
การเปรียบเทียบระดับค่าความแข็งแกร่งกับการตัดสินใจ
เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าค่าตัวเลขแต่ละช่วงมีความหมายอย่างไร ผมจะสรุปเป็นตารางเปรียบเทียบให้เห็นชัด การดูตารางนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้เร็วขึ้นว่าจังหวะไหนควรเข้า จังหวะไหนควรออก และจังหวะไหนควรนั่งรอโดยไม่ทำอะไรเลย
| ระดับค่า | ความหมายของตลาด | การตัดสินใจ | ความเสี่ยง |
|---|---|---|---|
| ต่ำกว่า 20 | ตลาดไร้ทิศทาง | งดเทรด | สูงมาก |
| 25 – 35 | เทรนด์เริ่มเกิด | เปิดออเดอร์ตามทิศทาง | ปานกลาง |
| 35 – 50 | เทรนด์แข็งแกร่ง | ถือเดอร์เดิมต่อไป | ต่ำ |
| สูงกว่า 50 | เทรนด์ใกล้อิ่มตัว | ระวังการพลิกกลับ | ปานกลาง |
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำซ้ำจนเสียเงิน
การเทรดด้วยอินดิเคเตอร์ตัวนี้มีข้อผิดพลาดที่คนเริ่มต้นทำกันบ่อยมากจนกลายเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เสียเงิน ข้อผิดพลาดแรกคือการเปิดออเดอร์ทันทีที่เห็นเส้นหลักสูงขึ้นโดยไม่ดูว่าเส้นทิศทางบอกอะไร ค่าความแข็งแกร่งที่สูงขึ้นอาจเกิดจากการที่ฝั่งขายเข้ามาแรงก็ได้ ถ้าเราเข้าซื้อโดยไม่ดูเส้นทิศทางก็เท่ากับว่าเราวิ่งชนกระแสน้ำโดยไม่รู้ตัว
ข้อผิดพลาดที่สองคือการไล่ราคาตอนที่เส้นหลักพุ่งสูงเกินห้าสิบแล้ว หลายคนเห็นว่าเทรนด์แข็งแกร่งมากก็รีบเข้าตามเพราะกลัวพลาดโอกาส แต่ความจริงคือเมื่อค่าสูงเกินไปโอกาสที่ราคาจะพักตัวหรือปรับตัวลงมานั้นสูงมาก การเข้าในจังหวะนั้นจึงมักจะจบลงด้วยการตัดขาดทุนเพราะราคาดึงกลับก่อนที่จะวิ่งต่อ
ข้อผิดพลาดสุดท้ายคือการลืมปรับเปลี่ยนกรอบเวลาให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด บางคนตั้งค่าไว้แล้วใช้แบบเดียวกันทุกคู่เงินทุกสภาวะ บางครั้งช่วงที่ข่าวเศรษฐกิจใหญ่ๆ ออกมา ความผันผวนจะทำให้สัญญาณเพี้ยนไปชั่วคราว การยืดหยุ่นและรู้จักปรับกรอบเวลาหรืองดเทรดในช่วงข่าวสำคัญจะช่วยรักษาเงินทุนของเราไว้ได้มาก
การใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่นเพื่อเพิ่มความแม่นยำ
อินดิเคเตอร์ตัวนี้ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อใช้คู่กับเครื่องมือที่บอกจุดสิ้นสุดของการปรับตัว เช่น อินดิเคเตอร์ความผันผวนหรือระดับแนวรับแนวต้าน การรอให้ราคาเด้งกลับจากแนวรับสำคัญแล้วค่อยดูว่าเส้นหลักเริ่มวิ่งขึ้นหรือไม่ จะให้จุดเข้าที่ปลอดภัยและมีอัตราการชนะสูงกว่าการเทรดโดยใช้อินดิเคเตอร์ตัวเดียวแบบโดดๆ
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
ADX ใช้วัดอะไรเป็นหลัก
ADX หรือ Average Directional Index เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้วัดความแข็งแกร่งของเทรนด์เป็นหลัก ไม่ได้บอกทิศทางว่าราคาจะขึ้นหรือลง ค่าตัวเลขจะอยู่ระหว่างศูนย์ถึงร้อย ถ้าเกินยี่สิบห้าแปลว่าตลาดมีเทรนด์ชัดเจน ส่วนทิศทางต้องดูจากเส้นบวกและเส้นลบที่ซ่อนอยู่ภายในตัวอินดิเคเตอร์ครับ
ค่าพารามิเตอร์ที่ดีที่สุดคือเท่าไร
ค่ามาตรฐานที่นักเทรดทั่วโลกใช้กันคือสิบสี่แท่งเทียน ซึ่งเหมาะกับการเทรดในกรอบเวลารายวันหรือรายสัปดาห์ แต่ถ้าเทรดกรอบสั้นอย่างห้านาทีอาจปรับเป็นยี่สิบแท่งเพื่อกรองสัญญาณรบกวน ไม่มีค่าที่ถูกหรือผิดขึ้นอยู่กับการทดสอบกับคู่เงินที่เราเทรดครับ
จุดตัดขาดทุนควรตั้งที่ไหน
จุดตัดขาดทุนควรตั้งไว้ใต้แท่งเทียนที่เปิดออเดอร์หรือบริเวณที่เป็นจุดสูงสุดก่อนหน้า อย่าตั้งเสมอตัวเพราะตลาดมักจะไปสัมผัสก่อนวิ่งตามทิศทาง ระยะห่างควรคำนวณจากความผันผวนของคู่เงิน ถ้าคู่เงินผันผวนสูงก็ต้องปล่อยระยะให้กว้างขึ้นเพื่อไม่ให้ถูกหยิบกำไรก่อนครับ
ทำไมเทรนด์แข็งแกร่งแล้วยังเสีย
ถ้าค่า ADX สูงเกินห้าสิบแปลว่าเทรนด์แข็งแกร่งมากแต่อาจใกล้จุดอิ่มตัวแล้ว การเข้าเทรดตอนนั้นมีความเสี่ยงสูงเพราะราคาอาจพักตัวหรือกลับตัวได้ทุกเมื่อ ควรรอให้ราคาปรับตัวลงมาสัมผัสเส้นค่าเฉลี่ยก่อนแล้วค่อยเข้าตามเทรนด์ จะปลอดภัยกว่าไล่ราคาที่วิ่งไปแล้วครับ
เส้นบวกกับเส้นลบสำคัญอย่างไร
เส้นบวกแสดงแรงกดดันจากฝั่งผู้ซื้อส่วนเส้นลบแสดงฝั่งผู้ขาย ถ้าเส้นบวกอยู่เหนือเส้นลบแปลว่าฝั่งซื้อควบคุมตลาด แต่ต้องรอให้เส้นหลักทะลุระดับยี่สิบห้าด้วยถึงจะเปิดออเดอร์ได้ การใช้สองเส้นนี้ร่วมกับเส้นหลักจะช่วยยืนยันทั้งทิศทางและพลังของเทรนด์พร้อมกันครับ
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย







TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文