📑 สารบัญ
- 📌 Leverage คืออะไร ใช้เท่าไหร่ดี — ทำไมต้องรู้?
- 📌 Leverage คืออะไร ใช้เท่าไหร่ดี คืออะไร? อธิบายแบบเข้าใจง่าย
- ▸ หลักการทำงานพื้นฐานของตลาด Forex
- ▸ ใครเหมาะกับการเทรด Forex?
- ▸ ตลาด Forex เปิด-ปิดเวลาไหน? (เวลาไทย)
- 📌 วิธีเริ่มต้นเทรด Forex สำหรับมือใหม่ ขั้นตอนละเอียด
- ▸ ขั้นที่ 1: เลือกโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้
- ▸ ขั้นที่ 2: เปิดบัญชี Demo ฝึกซ้อมอย่างจริงจัง
- ▸ ขั้นที่ 3: เรียนรู้การวิเคราะห์ตลาดทั้ง 2 แบบ
- ▸ ขั้นที่ 4: เริ่มเทรดจริงด้วยทุนน้อย
- 📌 เทคนิคและกลยุทธ์เทรด Forex ที่ใช้ได้จริง
- ▸ Price Action Trading — อ่านกราฟเปล่า
- ▸ Smart Money Concept (SMC) — เทรดตามสถาบัน
- ▸ การใช้ EA (Expert Advisor) เทรดกึ่งอัตโนมัติ
- 📌 Risk Management — การบริหารความเสี่ยงที่เทรดเดอร์ต้องรู้
- ▸ Leverage — ดาบสองคมที่ต้องเข้าใจ
- ▸ Margin Call และ Stop Out คืออะไร
- ▸ กฎ 2% — กฎทองของ Risk Management
- 📌 เครื่องมือและแหล่งเรียนรู้ Forex ที่แนะนำ
- ▸ แหล่งเรียนรู้ Forex ฟรีที่ดีที่สุด
- 📌 จิตวิทยาการเทรด — สิ่งที่สำคัญกว่าเทคนิค
- ▸ อารมณ์ที่ทำลายพอร์ต
- ▸ Trading Journal — เครื่องมือพัฒนาตัวเอง
- 📌 ตารางสรุป
- 📌 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- 📌 สรุป
Leverage คืออะไร ใช้เท่าไหร่ดี — ทำไมต้องรู้?
ผมเทรด Forex มากว่า 10 ปี สิ่งที่เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือเทรดเดอร์มือใหม่ที่กระโดดเข้าตลาดโดยไม่เข้าใจพื้นฐาน แล้วก็เจ็บตัวกลับมา เรื่อง Leverage คืออะไร ใช้เท่าไหร่ดี เป็นหนึ่งในหัวข้อที่ถูกถามบ่อยที่สุดในกลุ่ม CafeFX ของผม — มีสมาชิกกว่า 600 คนที่เทรดจริงทุกวัน หากคุณเพิ่งเริ่มต้น แนะนำอ่าน Position Trading คืออะไร ประกอบด้วย
- Leverage คืออะไร ใช้เท่าไหร่ดี — ทำไมต้องรู้?
- Leverage คืออะไร ใช้เท่าไหร่ดี คืออะไร? อธิบายแบบเข้าใจง่าย
- วิธีเริ่มต้นเทรด Forex สำหรับมือใหม่ ขั้นตอนละเอียด
- เทคนิคและกลยุทธ์เทรด Forex ที่ใช้ได้จริง
- Risk Management — การบริหารความเสี่ยงที่เทรดเดอร์ต้องรู้
- เครื่องมือและแหล่งเรียนรู้ Forex ที่แนะนำ
- จิตวิทยาการเทรด — สิ่งที่สำคัญกว่าเทคนิค
- 📊 ตารางสรุป
- ❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- สรุป
Leverage คืออะไร ใช้เท่าไหร่ดี คืออะไร? อธิบายแบบเข้าใจง่าย
ผมจะอธิบาย Leverage คืออะไร ใช้เท่าไหร่ดี แบบที่ผมสอนลูกค้าใหม่ทุกคน — ไม่ใช้ศัพท์ยากเกินไป แต่ให้ข้อมูลครบ ตลาด Forex (Foreign Exchange) คือตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าการซื้อขายมากกว่า 7.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน (ข้อมูลจาก BIS Triennial Survey 2022) เปิดทำการ 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ ตั้งแต่ตลาดซิดนีย์เปิดวันจันทร์เช้าจนถึงตลาดนิวยอร์กปิดวันศุกร์
ถ้าเทียบกับตลาดหุ้นไทย SET ที่มีมูลค่าซื้อขายวันละประมาณ 40,000-60,000 ล้านบาท ตลาด Forex ใหญ่กว่าหลายพันเท่า ทำให้มีสภาพคล่องสูงมาก ซื้อขายได้ทันที ไม่ต้องรอคิว ไม่มีปัญหาเรื่อง “ไม่มีคนซื้อ” หรือ “ไม่มีคนขาย” เหมือนหุ้นตัวเล็กๆ ถ้าคุณยังใหม่กับเรื่องนี้ ผมแนะนำให้อ่าน Position Trading คืออะไร ประกอบด้วย
หลักการทำงานพื้นฐานของตลาด Forex
หลักการง่ายๆ คือการซื้อสกุลเงินหนึ่งพร้อมกับขายอีกสกุลหนึ่ง เช่น ถ้าคุณเปิด Buy EUR/USD ที่ราคา 1.0850 หมายความว่าคุณซื้อ Euro และขาย US Dollar ถ้าราคาขึ้นไปที่ 1.0900 คุณกำไร 50 pips ซึ่งถ้าเปิด 0.1 lot จะเท่ากับกำไร $50
ตอนผมเริ่มเทรดใหม่ๆ เมื่อ 10 กว่าปีก่อน ผมเปิด EUR/USD ด้วย lot 0.1 กำไรแค่ 20 pip ก็ดีใจมาก — ประมาณ $20 แต่พอเจอวันที่ขาดทุน 100 pip ถึงรู้ว่า Risk Management สำคัญแค่ไหน ตอนนั้นผมยังไม่มีระบบ ไม่ตั้ง Stop Loss เลย ปล่อยให้ขาดทุนลอยไปเรื่อยๆ จนเกือบล้างพอร์ต
คู่สกุลเงินแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก:
- Major Pairs — คู่หลักที่มี USD เช่น EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY, AUD/USD มี Spread ต่ำ สภาพคล่องสูง เหมาะมือใหม่ EUR/USD มีปริมาณซื้อขาย 24% ของทั้งตลาด
- Minor Pairs (Cross) — ไม่มี USD เช่น EUR/GBP, AUD/NZD, GBP/JPY Spread สูงกว่าเล็กน้อย แต่มีโอกาสทำกำไรดี
- Exotic Pairs — คู่แปลก เช่น USD/THB, EUR/TRY, USD/ZAR Spread สูงมาก ผันผวนสูง ไม่แนะนำมือใหม่เด็ดขาด
ผมแนะนำให้มือใหม่เริ่มจาก EUR/USD เพราะ Spread ต่ำ (0.6-1.2 pip) และเคลื่อนไหวค่อนข้างมีเหตุผล ไม่กระโดดแรงเท่า Gold หรือ GBP/JPY ที่วิ่ง 100-200 pip ต่อวัน
ใครเหมาะกับการเทรด Forex?
จากประสบการณ์ที่สอนมากว่า 600 คน ผมพบว่าคนที่เทรดสำเร็จมีลักษณะร่วมกัน:
- มีวินัยสูง — ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง ไม่โลภ ไม่แก้แค้นตลาด ลูกค้าคนหนึ่งของผมเคยล้างพอร์ต $3,000 เพราะไม่ตั้ง SL แล้วตลาดวิ่งสวน 200 pip ตอน Brexit
- อดทนรอจังหวะ — รอ setup ที่ใช่ ไม่เปิดออร์เดอร์มั่วๆ เทรดเดอร์ที่ดีเทรดแค่ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ไม่ใช่ 30-50 ครั้ง
- เรียนรู้ตลอดเวลา — อ่านกราฟทุกวัน ทบทวนเทรดที่ผ่านมา จด Trading Journal บันทึกทุกเทรด
- ยอมรับการขาดทุน — ขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของเกม ไม่มีใครชนะ 100% เทรดเดอร์ที่ดีชนะ 55-60% ก็ถือว่าเก่งแล้ว
- มีทุนที่พร้อมจะเสีย — อย่าเอาเงินค่าเช่าบ้าน เงินผ่อนรถมาเทรด ใช้เงินที่ถ้าหายไปหมดก็ไม่กระทบชีวิตประจำวัน
คนที่ไม่เหมาะ: คนที่อยากรวยเร็วภายใน 1 เดือน คนที่ทนขาดทุนไม่ได้แม้แต่ $10 คนที่ไม่มีเวลาเรียนรู้ — ถ้าคุณเป็นแบบนี้ ผมแนะนำให้ลองฝึกบน Demo Account ก่อนอย่างน้อย 3 เดือน ดูว่าคุณรับมือกับอารมณ์ได้ไหม
ตลาด Forex เปิด-ปิดเวลาไหน? (เวลาไทย)
ตลาด Forex เปิด 24 ชั่วโมง แต่แบ่งเป็น 4 Session หลัก (เวลาไทย GMT+7):
- Sydney Session — 04:00-13:00 น. ช่วงเงียบสุด เหมาะดูกราฟ วางแผน วิเคราะห์ คู่ AUD/NZD เคลื่อนไหวดีช่วงนี้
- Tokyo Session — 06:00-15:00 น. คู่ JPY เคลื่อนไหวดี USD/JPY, EUR/JPY ปริมาณซื้อขายปานกลาง
- London Session — 14:00-23:00 น. ปริมาณซื้อขายสูงสุด 35% ของทั้งวัน ช่วงนี้ราคาวิ่งแรง มี Breakout บ่อย
- New York Session — 19:00-04:00 น. ช่วง overlap กับ London (19:00-23:00) คือช่วงที่ volatile ที่สุดของวัน
ช่วง London-New York overlap (19:00-23:00 เวลาไทย) คือช่วงทองของเทรดเดอร์ ปริมาณซื้อขายสูงสุด Spread แคบสุด ราคาวิ่งมีทิศทางชัด ผมเทรดช่วงนี้เป็นหลัก ได้ผลดีกว่าเทรดช่วงเช้ามาก ลูกค้าหลายคนที่ทำงานประจำก็ชอบช่วงนี้ เพราะกลับบ้านมาเทรดได้พอดี
ข้อควรระวัง: วันจันทร์เช้าตลาดเพิ่งเปิด อาจมี Gap (ราคากระโดด) ถ้ามีข่าวสำคัญช่วงสุดสัปดาห์ และวันศุกร์ช่วงบ่ายหลัง 22:00 ปริมาณซื้อขายลดลงมาก Spread กว้างขึ้น ไม่แนะนำให้เปิดออร์เดอร์ใหม่
วิธีเริ่มต้นเทรด Forex สำหรับมือใหม่ ขั้นตอนละเอียด
ขั้นตอนที่ผมแนะนำลูกค้าทุกคน — เรียงจากง่ายไปยาก ไม่ต้องรีบ ค่อยๆ ทำทีละขั้น ผมเห็นคนที่ทำตามขั้นตอนนี้ 80% ยังอยู่ในตลาดหลังผ่านไป 1 ปี แต่คนที่ข้ามขั้นตอน 70% ล้างพอร์ตภายใน 3 เดือนแรก
ขั้นที่ 1: เลือกโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้
โบรกเกอร์คือตัวกลางระหว่างคุณกับตลาด เลือกผิดชีวิตเปลี่ยน ผมเคยเห็นโบรกเกอร์เถื่อนหนีหายไปพร้อมเงินลูกค้า เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงในไทยหลายครั้ง ผมใช้ XM มาตั้งแต่ปี 2015 เพราะ:
- Regulated หลายหน่วยงาน — มีใบอนุญาตจาก CySEC (ไซปรัส), ASIC (ออสเตรเลีย), IFSC (เบลีซ) ถ้าโบรกเกอร์มีปัญหา มีหน่วยงานกำกับดูแลคุ้มครองเงินลูกค้า
- Spread ต่ำ — EUR/USD เริ่มต้น 0.6 pip (บัญชี Ultra Low) Gold เริ่มต้น 1.5 pip ถูกกว่าโบรกเกอร์หลายเจ้าในไทย
- ฝาก-ถอนเร็ว — ผ่านธนาคารไทยได้โดยตรง ถอนภายใน 24 ชม. ผมเคยถอน $2,000 ได้เงินเข้าบัญชีกรุงไทยภายใน 6 ชั่วโมง
- Leverage สูงสุด 1:1000 — แต่ผมแนะนำมือใหม่ใช้แค่ 1:100 เพื่อจำกัดความเสี่ยง
- Support ภาษาไทย — มีทีมคนไทยคอยช่วยเหลือ แชทสดได้ตลอด 24 ชม.
ลูกค้าของผมกว่า 600 คนใช้ XM ผ่าน Partner Link ของ iCafeFX — ได้ EA ฟรี + เข้ากลุ่ม VIP + สอนเทรดฟรี ดูรายละเอียดที่ ดูรายละเอียด Gold Trade Ultimate Turbo
ขั้นที่ 2: เปิดบัญชี Demo ฝึกซ้อมอย่างจริงจัง
อย่าเพิ่งใช้เงินจริง! เปิด Demo Account ก่อน ฝึกอย่างน้อย 1-3 เดือน ผมเคยเห็นคนที่ข้ามขั้นตอนนี้ไป เปิดบัญชีจริงเลย — ส่วนใหญ่ล้างพอร์ตภายในสัปดาห์แรก เพราะยังไม่รู้จักแม้แต่ปุ่ม Buy/Sell
เป้าหมายของการฝึก Demo ที่ต้องทำให้ได้:
- ทำความคุ้นเคยกับ MT4/MT5 — รู้จักทุกปุ่ม ทุกฟังก์ชัน วิธีเปิดกราฟ เปลี่ยน Timeframe ใส่ Indicator วาดเส้น Trend Line
- ฝึกเปิด-ปิดออร์เดอร์ — Market Order, Pending Order (Buy Limit, Sell Limit, Buy Stop, Sell Stop) ตั้ง SL/TP ให้คล่อง
- ทดสอบกลยุทธ์ที่เรียนมา — ลองใช้ Price Action, SMC หรือ Indicator ดูว่าอะไรเหมาะกับสไตล์คุณ
- ฝึก Money Management — ไม่เปิด lot ใหญ่เกินไป ตั้ง SL ทุกครั้ง เสี่ยงไม่เกิน 1-2% ต่อออร์เดอร์
- จด Trading Journal — บันทึกทุกเทรด: เหตุผลที่เปิด ผลลัพธ์ สิ่งที่เรียนรู้ อารมณ์ตอนเทรด
เป้าหมายก่อนเทรดจริง: ทำกำไรบน Demo ได้สม่ำเสมอ 3 เดือนติดต่อกัน ถ้ายังทำไม่ได้ อย่าเพิ่งใช้เงินจริง ผมเห็นลูกค้าที่ฝึก Demo จริงจัง 3 เดือน พอเทรดจริงเดือนแรกก็ทำกำไรได้เลย
ขั้นที่ 3: เรียนรู้การวิเคราะห์ตลาดทั้ง 2 แบบ
การวิเคราะห์ตลาดมี 2 แบบหลัก ผมใช้ทั้งสองแบบผสมกัน:
Technical Analysis (TA) — การวิเคราะห์ทางเทคนิค
ดูกราฟ แท่งเทียน Indicator เพื่อหาจุดเข้า-ออก ผมใช้ Price Action + Smart Money Concept เป็นหลัก ไม่ต้องใส่ Indicator เยอะ กราฟเปล่าๆ บอกอะไรได้เยอะมาก สิ่งที่ต้องรู้:
- Support/Resistance — แนวรับแนวต้าน จุดที่ราคามักเด้งกลับ เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด
- Trend Line — เส้นแนวโน้ม ดูว่าตลาดขาขึ้นหรือขาลง เทรดตามเทรนด์ชนะ 70%
- Candlestick Pattern — รูปแบบแท่งเทียน Pin Bar, Engulfing, Doji, Morning Star
- Fibonacci Retracement — หาจุดย่อตัว 38.2%, 50%, 61.8% ใช้ร่วมกับ Support/Resistance ได้ผลดีมาก
Fundamental Analysis (FA) — การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
ดูข่าว ตัวเลขเศรษฐกิจ นโยบายธนาคารกลาง ข่าวที่กระทบตลาดมากที่สุด:
- NFP (Non-Farm Payroll) — ทุกวันศุกร์แรกของเดือน 19:30 เวลาไทย ตลาดวิ่ง 100-200 pip ใน 5 นาที
- FOMC Meeting — Fed ประกาศอัตราดอกเบี้ย ปีละ 8 ครั้ง กระทบ USD ทุกคู่
- CPI (Consumer Price Index) — ตัวเลขเงินเฟ้อ กระทบนโยบายดอกเบี้ยโดยตรง
- GDP — ผลิตภัณฑ์มวลรวม บอกสุขภาพเศรษฐกิจของประเทศ
ช่วงข่าวแรงๆ Spread อาจกว้างขึ้น 5-10 เท่า — EUR/USD จากปกติ 1 pip อาจกระโดดไป 5-8 pip ผมแนะนำมือใหม่อย่าเทรดช่วงข่าว NFP เพราะราคาวิ่งเร็วมาก ตั้ง SL ไม่ทัน อ่านเพิ่มเติมที่ EA Semi Auto ระบบเทรดกึ่งอัตโนมัติ
ขั้นที่ 4: เริ่มเทรดจริงด้วยทุนน้อย
เมื่อฝึก Demo จนมั่นใจแล้ว เริ่มเทรดจริงด้วยทุนน้อยๆ ก่อน ผมแนะนำ:
- ทุนเริ่มต้น $300-500 — พอมี Margin เพียงพอ ไม่ต้องกังวลเรื่อง Margin Call ถ้าใช้ Micro Lot
- เริ่มจาก Micro Lot (0.01) — ขาดทุน 100 pip = $1 เท่านั้น ไม่เจ็บตัว แต่ได้ประสบการณ์จริง
- เสี่ยงไม่เกิน 1-2% ต่อออร์เดอร์ — ทุน $500 เสี่ยงไม่เกิน $5-10 ต่อเทรด
- ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง — ไม่มีข้อยกเว้น ไม่ตั้ง SL = เล่นพนัน ไม่ใช่เทรด
ลูกค้าหลายคนของผมเริ่มจาก $300 แล้วค่อยๆ เพิ่มทุนเมื่อมีกำไรสม่ำเสมอ 3 เดือนติดต่อกัน คนหนึ่งเริ่มจาก $500 ตอนนี้ทุนโตเป็น $8,000 ใน 2 ปี ด้วยการเทรดสม่ำเสมอ ไม่โลภ ไม่รีบ
เทคนิคและกลยุทธ์เทรด Forex ที่ใช้ได้จริง
จากการเทรดและสอนมาหลายปี ผมรวบรวมเทคนิคที่ได้ผลจริงกับตลาด Forex — ไม่ใช่ทฤษฎีจากหนังสือ แต่เป็นสิ่งที่ผมและลูกค้าใช้ทำกำไรจริงทุกวัน ดูรายละเอียดเพิ่มที่ ดูรายละเอียด เครื่องมือเทรด Forex
Price Action Trading — อ่านกราฟเปล่า
Price Action คือการอ่านพฤติกรรมราคาจากกราฟเปล่า ไม่ต้องพึ่ง Indicator เลย ผมสอนลูกค้าให้ดู Pattern หลักๆ เหล่านี้:
- Pin Bar (Hammer/Shooting Star) — แท่งเทียนหางยาว บอกจุดกลับตัว ถ้าเจอ Pin Bar ที่ Support/Resistance สำคัญ ความน่าเชื่อถือสูงมาก Win Rate ประมาณ 65-70% ถ้าเลือกจุดดีๆ
- Engulfing Pattern — แท่งเทียนกลืน บอกแรงซื้อ/ขายที่เปลี่ยน Bullish Engulfing ที่ Support = สัญญาณ Buy แรง
- Inside Bar — ตลาดพักตัว รอ Breakout เหมาะเทรด Breakout Strategy
- Doji — แท่งเทียนตัวเล็ก บอกว่าตลาดลังเล ถ้าเจอหลัง Trend ยาว อาจกลับตัว
ลูกค้าคนหนึ่งของผมเทรดแค่ Pin Bar + Support/Resistance อย่างเดียว ทำกำไรเฉลี่ย 200-300 pip ต่อเดือน ด้วยทุนแค่ $500 เขาเทรดแค่ 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่เลือกจุดเข้าดีมาก Win Rate 65% Risk:Reward 1:2 ขึ้นไป
เคล็ดลับ: อย่าดูแค่แท่งเทียนเดียว ดูบริบทรอบข้าง ดูว่าอยู่ตรง Support/Resistance ไหม อยู่ใน Trend หรือ Sideways ยิ่งมี Confluence (ปัจจัยสนับสนุนหลายอย่าง) ยิ่งน่าเชื่อถือ
Smart Money Concept (SMC) — เทรดตามสถาบัน
SMC เป็นแนวคิดที่ดูว่า “เงินใหญ่” (ธนาคาร กองทุน สถาบันการเงิน) เคลื่อนไหวอย่างไร แล้วเทรดตาม ไม่ใช่สวนทาง สถาบันควบคุม 80% ของปริมาณซื้อขายในตลาด Forex ถ้าเราเข้าใจพฤติกรรมของพวกเขา เราก็เทรดตามได้ หลักการสำคัญ:
- Order Block (OB) — โซนที่สถาบันเปิดออร์เดอร์ใหญ่ เมื่อราคากลับมาที่โซนนี้ มักจะเด้งกลับ เพราะสถาบันยังมีออร์เดอร์ค้างอยู่
- Fair Value Gap (FVG) — ช่องว่างราคาที่เกิดจากการวิ่งเร็ว ตลาดมักกลับมาเติมช่องว่างนี้ก่อนไปต่อ ใช้เป็นจุดเข้าได้ดี
- Liquidity Sweep — การกวาด Stop Loss ก่อนวิ่งจริง สถาบันต้องการ Liquidity เพื่อเปิดออร์เดอร์ใหญ่ จึงกวาด SL ของรายย่อยก่อน
- Break of Structure (BOS) — การทำ Higher High หรือ Lower Low ที่บอกว่า Trend เปลี่ยน
- Change of Character (CHoCH) — สัญญาณแรกที่บอกว่า Trend อาจกลับตัว
ผมเขียนบทความ Smart Money Concept ฉบับสมบูรณ์ไว้แล้ว — เป็นหนึ่งในบทความที่คนอ่านมากที่สุดบนเว็บ SMC เปลี่ยนวิธีเทรดของผมไปเลย จากที่เคยใช้ Indicator เต็มจอ ตอนนี้ใช้แค่กราฟเปล่า + SMC ได้ผลดีกว่าเยอะ
การใช้ EA (Expert Advisor) เทรดกึ่งอัตโนมัติ
EA คือโปรแกรมเทรดอัตโนมัติบน MT4/MT5 ผมพัฒนา EA Semi Auto มาตั้งแต่ปี 2015 — เป็น EA แบบกึ่งอัตโนมัติเจ้าแรกในไทย หลักการคือ:
- คนตัดสินใจทิศทาง — วิเคราะห์กราฟ ดูข่าว แล้วกด Buy หรือ Sell
- EA จัดการ lot size — คำนวณ lot ที่เหมาะสมตามทุนและ Risk % ที่ตั้งไว้
- EA ตั้ง SL/TP อัตโนมัติ — ไม่ต้องคำนวณเอง ลดโอกาสผิดพลาด
- Trailing Stop อัตโนมัติ — ล็อกกำไรเมื่อราคาวิ่งตามทาง
- ลดอารมณ์ เพิ่มวินัย — EA ไม่มีอารมณ์ ไม่โลภ ไม่กลัว ทำตามกฎ 100%
EA 4×4 Daytrade ของเราทำผลงานจริงมากกว่า 1 ปี มีลูกค้าที่ใช้แล้วทำกำไร 312 pip ใน 1 สัปดาห์ (ช่วง Gold วิ่งแรง) — แต่ผมย้ำเสมอว่า EA ไม่ใช่เครื่องปริ้นเงิน ต้องเข้าใจตลาดด้วย EA เป็นแค่เครื่องมือช่วย ไม่ใช่ตัวแทนสมอง
ข้อดีของ EA Semi Auto เทียบกับ EA อัตโนมัติ 100%: มีคนคอยกรองสัญญาณ ไม่เปิดออร์เดอร์ช่วงข่าวแรง ไม่เทรดตอนตลาด Sideways ผลลัพธ์ดีกว่า EA อัตโนมัติ 100% ที่มักจะขาดทุนช่วงตลาดไม่มีเทรนด์
Risk Management — การบริหารความเสี่ยงที่เทรดเดอร์ต้องรู้
ผมไม่เคยบอกว่า Forex ง่าย — ถ้าใครบอกว่าง่าย คนนั้นโกหกหรือยังไม่เคยเทรดจริง สถิติจาก Broker หลายเจ้าบอกตรงกันว่า 70-80% ของเทรดเดอร์รายย่อยขาดทุน แต่ 20-30% ที่เหลือทำกำไรได้จริง ความแตกต่างอยู่ที่วินัยและการจัดการความเสี่ยง ไม่ใช่ความสามารถในการวิเคราะห์กราฟ
Leverage — ดาบสองคมที่ต้องเข้าใจ
Leverage 1:500 หมายความว่าคุณใช้เงิน $200 ควบคุมเงิน $100,000 ฟังดูดี แต่ถ้าราคาวิ่งสวนแค่ 0.2% คุณล้างพอร์ต ผมเคยเห็นลูกค้าใช้ Leverage 1:1000 เปิด lot ใหญ่ — ล้างพอร์ต $5,000 ภายใน 15 นาทีช่วงข่าว NFP
ตัวอย่างเปรียบเทียบ:
- Leverage 1:100 — ทุน $1,000 เปิดได้สูงสุด $100,000 (1 Standard Lot) แต่ไม่ควรเปิดเต็ม ควรเปิดแค่ 0.1 lot
- Leverage 1:500 — ทุน $1,000 เปิดได้สูงสุด $500,000 (5 Standard Lots) อันตรายมากถ้าเปิดเต็ม
- Leverage 1:1000 — ทุน $1,000 เปิดได้สูงสุด $1,000,000 ถ้าราคาวิ่งสวน 10 pip ก็ล้างพอร์ตได้
คำแนะนำจากประสบการณ์: มือใหม่ใช้ Leverage ไม่เกิน 1:100 เปิด lot ไม่เกิน 2% ของทุนต่อออร์เดอร์ ทุน $500 เปิด 0.01-0.05 lot เท่านั้น
Margin Call และ Stop Out คืออะไร
Margin Call คือสัญญาณเตือนว่าทุนเหลือน้อย Stop Out คือจุดที่โบรกเกอร์บังคับปิดออร์เดอร์ XM มี Margin Call ที่ 50% และ Stop Out ที่ 20%
ตัวอย่างจริง: ทุน $1,000 เปิด Buy Gold 0.1 lot ใช้ Margin $200
- ถ้าขาดทุนจน Equity เหลือ $100 (Margin Level 50%) = Margin Call — ได้รับแจ้งเตือน
- ถ้าเหลือ $40 (Margin Level 20%) = Stop Out — ปิดออร์เดอร์อัตโนมัติ ไม่ถาม
ผมเคยโดน Stop Out ตอนเทรดใหม่ๆ เปิด Gold 0.5 lot ด้วยทุน $2,000 ราคาวิ่งสวน 300 pip ภายใน 2 ชั่วโมง (ช่วง FOMC) Equity เหลือ $150 โดน Stop Out ปิดทุกออร์เดอร์ เสียเงินไป $1,850 ในวันเดียว เป็นบทเรียนที่แพงที่สุดในชีวิตเทรดของผม
วิธีป้องกัน: ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง ไม่เปิด lot ใหญ่เกินไป เก็บ Free Margin ไว้อย่างน้อย 70% ของทุน
กฎ 2% — กฎทองของ Risk Management
กฎ 2% คือกฎที่เทรดเดอร์มืออาชีพทั่วโลกใช้: ห้ามเสี่ยงเกิน 2% ของทุนต่อ 1 ออร์เดอร์
ตัวอย่าง: ทุน $1,000
- Risk 2% = $20 ต่อเทรด
- ถ้า SL = 50 pip → lot size = 0.04 ($20 / 50 pip / $10 per pip per lot)
- ถ้า SL = 100 pip → lot size = 0.02
- ถ้า SL = 20 pip → lot size = 0.10
ทำไมกฎ 2% สำคัญ? เพราะถ้าคุณขาดทุนติดต่อกัน 10 ครั้ง (ซึ่งเกิดขึ้นได้) คุณเสียแค่ 20% ของทุน ยังมีเงินเหลือ 80% ไปเทรดต่อ แต่ถ้าเสี่ยง 10% ต่อเทรด ขาดทุน 10 ครั้ง = หมดพอร์ต
ผมสอนลูกค้าทุกคนให้ใช้กฎ 1-2% ลูกค้าที่ทำตามกฎนี้ 90% ยังอยู่ในตลาดหลัง 1 ปี ลูกค้าที่ไม่ทำตาม 80% ล้างพอร์ตภายใน 6 เดือน ตัวเลขพูดเอง
เครื่องมือและแหล่งเรียนรู้ Forex ที่แนะนำ
เครื่องมือที่ผมใช้ทุกวันและแนะนำลูกค้าทุกคน ไม่ต้องซื้อ ส่วนใหญ่ฟรี:
- MT4/MT5 — แพลตฟอร์มเทรดหลัก ดาวน์โหลดฟรีจากโบรกเกอร์ MT5 ใหม่กว่า มี Timeframe เยอะกว่า แต่ MT4 ยังนิยมมากกว่าเพราะ EA เก่าๆ รองรับ
- TradingView — ดูกราฟ วิเคราะห์ แชร์ไอเดีย ฟรี มี Community ใหญ่ กราฟสวย ใช้ง่าย
- MyFxBook — ติดตามผลเทรด วิเคราะห์สถิติ ดู Drawdown, Win Rate, Profit Factor
- Forex Factory — ปฏิทินข่าวเศรษฐกิจ ต้องเช็คทุกวันก่อนเทรด ข่าวสีแดง = ระวัง
- iCafeFX Control Panel — โปรแกรมช่วยเทรดที่ผมพัฒนาเอง คำนวณ lot size, Risk %, SL/TP อัตโนมัติ
แหล่งเรียนรู้ Forex ฟรีที่ดีที่สุด
แหล่งเรียนรู้ที่ผมแนะนำ ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ:
- BabyPips.com — School of Pipsology เหมาะมือใหม่มาก (ภาษาอังกฤษ) สอนตั้งแต่ศูนย์จนเทรดเป็น ฟรี 100%
- iCafeForex.com — บทความภาษาไทย + EA ฟรี + สอนเทรดฟรี เขียนจากประสบการณ์จริง ไม่ใช่แปลจากเว็บนอก
- YouTube @icafefx — วิดีโอสอนเทรดภาษาไทย ดูฟรี มีทั้ง Price Action, SMC, EA Tutorial
- Investopedia — สารานุกรมการเงินที่ดีที่สุด (ภาษาอังกฤษ) อธิบายศัพท์ทุกคำ
- Facebook Group CafeFX — กลุ่มเทรดเดอร์ไทย 600+ คน แชร์ไอเดีย ถามตอบ ช่วยเหลือกัน
ผมแนะนำให้เริ่มจาก BabyPips (ถ้าอ่านอังกฤษได้) หรือ iCafeForex (ภาษาไทย) แล้วดูวิดีโอ YouTube ประกอบ การเรียนจากหลายแหล่งช่วยให้เข้าใจรอบด้าน Position Trading คืออะไร
จิตวิทยาการเทรด — สิ่งที่สำคัญกว่าเทคนิค
ผมเชื่อว่าจิตวิทยาสำคัญกว่าเทคนิค 70:30 คุณอาจวิเคราะห์กราฟเก่งมาก แต่ถ้าควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ก็ขาดทุนอยู่ดี ผมเห็นเทรดเดอร์ที่วิเคราะห์ถูกทุกครั้ง แต่ปิดกำไรเร็วเกินไป หรือปล่อยขาดทุนลอยจนล้างพอร์ต
อารมณ์ที่ทำลายพอร์ต
อารมณ์ 3 ตัวที่ทำลายเทรดเดอร์มากที่สุด:
- ความโลภ (Greed) — เห็นกำไรแล้วไม่ปิด อยากได้มากกว่านี้ สุดท้ายราคากลับตัว กำไรกลายเป็นขาดทุน ผมเคยเห็นลูกค้ากำไร $500 ไม่ปิด รอจนกลายเป็นขาดทุน $200
- ความกลัว (Fear) — เห็นกำไรนิดเดียวก็รีบปิด เพราะกลัวจะกลับมาขาดทุน ทำให้ Risk:Reward ไม่คุ้ม ชนะ 60% แต่ยังขาดทุนรวม
- การแก้แค้นตลาด (Revenge Trading) — ขาดทุนแล้วเปิดออร์เดอร์ใหม่ทันที lot ใหญ่ขึ้น หวังจะเอาคืน 90% ของคนที่ทำแบบนี้ขาดทุนเพิ่ม
วิธีแก้: ตั้งกฎให้ตัวเอง ถ้าขาดทุน 3 ครั้งติดต่อกัน หยุดเทรดวันนั้น ไปทำอย่างอื่น พรุ่งนี้ค่อยกลับมา ตลาดเปิดทุกวัน ไม่ต้องรีบ
Trading Journal — เครื่องมือพัฒนาตัวเอง
Trading Journal คือสมุดบันทึกการเทรด ผมให้ลูกค้าทุกคนจดทุกเทรด:
- วันที่ เวลา — เทรดวันไหน ช่วงไหน
- คู่เงิน — เทรดอะไร
- ทิศทาง — Buy หรือ Sell
- เหตุผล — ทำไมถึงเปิด มี setup อะไร
- SL/TP — ตั้งที่เท่าไหร่
- ผลลัพธ์ — กำไร/ขาดทุนเท่าไหร่
- อารมณ์ — รู้สึกอย่างไรตอนเปิดและปิด
- บทเรียน — เรียนรู้อะไรจากเทรดนี้
หลังจากจด 1 เดือน คุณจะเห็น Pattern ของตัวเอง เช่น ขาดทุนบ่อยช่วงข่าว ชนะบ่อยช่วง London Session หรือเทรด Gold ได้ดีกว่า EUR/USD ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้คุณปรับปรุงได้ตรงจุด
🎬 ดูวิดีโอสอน Forex เพิ่มเติมได้ที่
📊 ตารางสรุป
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ตลาด | Forex (Foreign Exchange) — ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ |
| มูลค่าต่อวัน | $7.5 ล้านล้าน (BIS 2022) |
| เวลาเปิด | 24 ชม. / 5 วัน (จันทร์-ศุกร์) |
| ทุนเริ่มต้นแนะนำ | $300-500 (เริ่มได้ตั้งแต่ $100) |
| Leverage แนะนำ | 1:100 สำหรับมือใหม่ |
| Lot Size เริ่มต้น | 0.01 (Micro Lot) |
| คู่เงินแนะนำ | EUR/USD, GBP/USD, XAU/USD |
| แพลตฟอร์ม | MT4 / MT5 |
❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Leverage คืออะไร ใช้เท่าไหร่ดี เหมาะกับมือใหม่ไหม?
เหมาะครับ แต่ต้องเริ่มจากการเรียนรู้พื้นฐานก่อน อย่ารีบเทรดด้วยเงินจริง ฝึกบน Demo Account อย่างน้อย 1-3 เดือน แล้วค่อยเริ่มด้วยทุนน้อยๆ $100-300 ใช้ Micro Lot 0.01
ต้องใช้ทุนเท่าไหร่ในการเริ่มเทรด?
เริ่มได้ตั้งแต่ $100 แต่ผมแนะนำ $300-500 เพื่อให้มี Margin เพียงพอ อย่าใช้เงินที่ไม่พร้อมจะเสีย และเริ่มจาก Micro Lot (0.01) เพื่อจำกัดความเสี่ยง ลูกค้าหลายคนของผมเริ่มจาก $300 แล้วค่อยๆ เพิ่มทุนเมื่อมีกำไรสม่ำเสมอ
เทรด Forex ผิดกฎหมายไหม?
การเทรด Forex ผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศที่มี License ไม่ผิดกฎหมายไทย แต่ต้องเลือกโบรกเกอร์ที่ regulated อย่าง XM (CySEC, ASIC) หลีกเลี่ยงโบรกเกอร์ที่ไม่มีใบอนุญาต
EA (Expert Advisor) ช่วยเทรดได้จริงไหม?
EA ช่วยได้ในเรื่องวินัยและความเร็ว แต่ไม่ใช่เครื่องปริ้นเงิน EA Semi Auto ที่ผมพัฒนาเป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ — คนตัดสินใจทิศทาง EA จัดการ lot และ risk ผลลัพธ์ดีกว่า EA อัตโนมัติ 100% เพราะมีคนคอยกรองสัญญาณ
ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเทรดเป็น?
ขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่โดยเฉลี่ย 3-6 เดือนถึงจะเข้าใจพื้นฐาน และ 1-2 ปีถึงจะเทรดได้กำไรสม่ำเสมอ ผมเห็นลูกค้าที่ตั้งใจจริง ฝึกทุกวัน เริ่มเห็นผลภายใน 6 เดือน
สรุป
Leverage คืออะไร ใช้เท่าไหร่ดี เป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจให้ลึกก่อนลงสนามจริง ผมเห็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน — พวกเขาไม่รีบ พวกเขาเรียนรู้พื้นฐานให้แน่นก่อน แล้วค่อยๆ สะสมประสบการณ์
จากลูกค้ากว่า 600 คนที่ผมดูแลในฐานะ XM VIP Partner สิ่งที่ผมแนะนำเสมอคือ: เริ่มจาก Demo → เข้าใจ Risk Management → แล้วค่อยเทรดจริงด้วยทุนที่พร้อมจะเสีย อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ดูรายละเอียด เครื่องมือเทรด Forex หรือดูบทความเพิ่มเติมที่ SiamCafe Blog — บทความเทคโนโลยีและ Forex
{
“@context”: “https://schema.org”,
“@type”: “Article”,
“headline”: “Leverage คืออะไร ใช้เท่าไหร่ดี 2026 | iCafeForex”,
“description”: “Leverage คืออะไร ใช้เท่าไหร่ดี อธิบายละเอียดพร้อมตัวอย่างจริง ตาราง FAQ จากประสบการณ์ อ.บอม 29 ปี อ่านเพิ่มเติมที่ iCafeForex”,
“url”: “https://icafeforex.com/leverage-guide/”,
“author”: {
“@type”: “Person”,
“name”: “อ.บอม (Ajarn Bom)”,
“url”: “https://icafeforex.com”,
“description”: “ผู้ก่อตั้ง SiamCafe.net (1997) + iCafeForex.com ประสบการณ์ IT 29 ปี Forex 10+ ปี ผู้พัฒนา EA Semi Auto เจ้าแรกในไทย”,
“sameAs”: [
“https://www.youtube.com/@icafefx”,
“https://www.facebook.com/groups/cafefx”,
“https://siamcafe.net”
]
},
“publisher”: {
“@type”: “Organization”,
“name”: “iCafeForex”,
“url”: “https://icafeforex.com”,
“logo”: {
“@type”: “ImageObject”,
“url”: “https://icafeforex.com/wp-content/uploads/logo.png”
}
},
“mainEntityOfPage”: {
“@type”: “WebPage”,
“@id”: “https://icafeforex.com/leverage-guide/”
},
“datePublished”: “2026-02-07T09:10:48.531544”,
“dateModified”: “2026-02-07T09:10:48.531544”,
“wordCount”: 3871
}
{
“@context”: “https://schema.org”,
“@type”: “FAQPage”,
“mainEntity”: [
{
“@type”: “Question”,
“name”: “Leverage คืออะไร ใช้เท่าไหร่ดี เหมาะกับมือใหม่ไหม?”,
“acceptedAnswer”: {
“@type”: “Answer”,
“text”: “เหมาะครับ แต่ต้องเริ่มจากการเรียนรู้พื้นฐานก่อน อย่ารีบเทรดด้วยเงินจริง ฝึกบน Demo Account อย่างน้อย 1-3 เดือน แล้วค่อยเริ่มด้วยทุนน้อยๆ $100-300 ใช้ Micro Lot 0.01”
}
},
{
“@type”: “Question”,
“name”: “ต้องใช้ทุนเท่าไหร่ในการเริ่มเทรด?”,
“acceptedAnswer”: {
“@type”: “Answer”,
“text”: “เริ่มได้ตั้งแต่ $100 แต่ผมแนะนำ $300-500 เพื่อให้มี Margin เพียงพอ อย่าใช้เงินที่ไม่พร้อมจะเสีย และเริ่มจาก Micro Lot (0.01) เพื่อจำกัดความเสี่ยง ลูกค้าหลายคนของผมเริ่มจาก $300 แล้วค่อยๆ เพิ่มทุนเมื่อมีกำไรสม่ำเสมอ”
}
},
{
“@type”: “Question”,
“name”: “เทรด Forex ผิดกฎหมายไหม?”,
“acceptedAnswer”: {
“@type”: “Answer”,
“text”: “การเทรด Forex ผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศที่มี License ไม่ผิดกฎหมายไทย แต่ต้องเลือกโบรกเกอร์ที่ regulated อย่าง XM (CySEC, ASIC) หลีกเลี่ยงโบรกเกอร์ที่ไม่มีใบอนุญาต”
}
},
{
“@type”: “Question”,
“name”: “EA (Expert Advisor) ช่วยเทรดได้จริงไหม?”,
“acceptedAnswer”: {
“@type”: “Answer”,
“text”: “EA ช่วยได้ในเรื่องวินัยและความเร็ว แต่ไม่ใช่เครื่องปริ้นเงิน EA Semi Auto ที่ผมพัฒนาเป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ — คนตัดสินใจทิศทาง EA จัดการ lot และ risk ผลลัพธ์ดีกว่า EA อัตโนมัติ 100% เพราะมีคนคอยกรองสัญญาณ”
}
},
{
“@type”: “Question”,
“name”: “ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเทรดเป็น?”,
“acceptedAnswer”: {
“@type”: “Answer”,
“text”: “ขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่โดยเฉลี่ย 3-6 เดือนถึงจะเข้าใจพื้นฐาน และ 1-2 ปีถึงจะเทรดได้กำไรสม่ำเสมอ ผมเห็นลูกค้าที่ตั้งใจจริง ฝึกทุกวัน เริ่มเห็นผลภายใน 6 เดือน”
}
}
]
}

TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文