สารบัญ
- Leverage คืออะไร? อธิบายแบบเข้าใจใน 30 วินาที
- ตัวเลข Leverage ที่พบบ่อย
- วิดีโอสอนจาก iCafeFX
- Leverage ทำงานอย่างไร? คำนวณจริงให้ดู
- ตัวอย่างที่ 1: เทรด EUR/USD ด้วย Leverage 1:100
- ตัวอย่างที่ 2: เทรด XAU/USD (ทองคำ) ด้วย Leverage 1:500
- Leverage กับสินทรัพย์แต่ละประเภท — ไม่เท่ากัน
- เคสจริง: ลูกค้าเทรดทอง 1 Lot ด้วยทุน $3,000
- ทำไม Leverage สูงถึงอันตราย? สถิติที่ต้องรู้
- Leverage สูง = Margin Call เร็ว
- ประสบการณ์จริงจากลูกค้า iCafeFX
- Leverage เท่าไหร่ถึงเหมาะสม?
- กฎ 2% — กฎทองของ Risk Management
- ตาราง Lot Size แนะนำตามขนาดทุน
- Leverage แนะนำสำหรับเทรดเดอร์แต่ละระดับ
- มือใหม่ (เทรดไม่ถึง 6 เดือน)
- เทรดเดอร์ระดับกลาง (6 เดือน – 2 ปี)
- เทรดเดอร์มืออาชีพ (2+ ปี)
- ผู้ใช้ EA (Expert Advisor)
- วิธีตั้ง Leverage บนโบรกเกอร์
- XM
- Exness
- ข้อควรระวังเรื่อง Leverage กับโบรกเกอร์
- 5 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Leverage
- 1. คิดว่า Leverage สูง = กำไรมาก
- 2. เปิด Lot ใหญ่เกินไปเพราะ Leverage สูง
- 3. ไม่ตั้ง Stop Loss
- 4. ไม่เข้าใจ Margin Call / Stop Out
- 5. เปลี่ยน Leverage ระหว่างมีออร์เดอร์เปิดอยู่
- Leverage กับ Margin — ความสัมพันธ์ที่ต้องเข้าใจ
- กฎระเบียบ Leverage ในแต่ละภูมิภาค
- Effective Leverage vs Maximum Leverage — ต่างกันอย่างไร?
- วิธีคำนวณ Effective Leverage
- เทคนิคการใช้ Leverage อย่างปลอดภัย
- 1. ใช้กฎ 2% ทุกครั้ง
- 2. ตั้ง Stop Loss ทุกออร์เดอร์
- 3. อย่าเปิดหลายออร์เดอร์พร้อมกันมากเกินไป
- 4. ลด Lot Size ช่วงข่าวสำคัญ
- 5. ใช้ Position Size Calculator
- Leverage กับ EA (Expert Advisor) — ตั้งเท่าไหร่ดี?
- EA แบบ Grid / Martingale
- EA แบบ Trend Following / Breakout
- คำแนะนำสำหรับผู้ใช้ EA
- สิ่งที่ผมอยากบอกจากประสบการณ์ 10+ ปี
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Leverage 1:1000 อันตรายไหม?
- มือใหม่ควรใช้ Leverage เท่าไหร่?
- เปลี่ยน Leverage ระหว่างเทรดได้ไหม?
- Leverage กับ Margin ต่างกันอย่างไร?
- ทำไมโบรกเกอร์ถึงให้ Leverage สูงขนาดนั้น?
- สรุป
Leverage เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในตลาด Forex — มันสามารถทำให้คุณรวยเร็วขึ้น 100 เท่า หรือล้างพอร์ตภายในไม่กี่นาทีก็ได้เช่นกัน ผมเทรดมากว่า 10 ปี เห็นลูกค้ามากกว่า 600 คนผ่านมือ และสิ่งที่ทำให้คนส่วนใหญ่ล้มเหลวไม่ใช่กลยุทธ์ที่ไม่ดี แต่เป็นการใช้ Leverage ผิดวิธี บทความนี้จะอธิบายทุกอย่างเกี่ยวกับ Leverage ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงเทคนิคการใช้อย่างปลอดภัย พร้อมตัวอย่างตัวเลขจริงที่คำนวณให้ดูเลย
- Leverage คืออะไร? อธิบายแบบเข้าใจใน 30 วินาที
- Leverage ทำงานอย่างไร? คำนวณจริงให้ดู
- Leverage กับสินทรัพย์แต่ละประเภท — ไม่เท่ากัน
- ทำไม Leverage สูงถึงอันตราย? สถิติที่ต้องรู้
- Leverage เท่าไหร่ถึงเหมาะสม?
- Leverage แนะนำสำหรับเทรดเดอร์แต่ละระดับ
- วิธีตั้ง Leverage บนโบรกเกอร์
- 5 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Leverage
- Leverage กับ Margin — ความสัมพันธ์ที่ต้องเข้าใจ
- กฎระเบียบ Leverage ในแต่ละภูมิภาค
- Effective Leverage vs Maximum Leverage — ต่างกันอย่างไร?
- เทคนิคการใช้ Leverage อย่างปลอดภัย
- Leverage กับ EA (Expert Advisor) — ตั้งเท่าไหร่ดี?
- สิ่งที่ผมอยากบอกจากประสบการณ์ 10+ ปี
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- สรุป

Leverage คืออะไร? อธิบายแบบเข้าใจใน 30 วินาที
Leverage คือ “เงินยืม” จากโบรกเกอร์ที่ช่วยให้คุณเทรดด้วยเงินมากกว่าที่มีจริงในบัญชี ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีเงิน $100 และใช้ Leverage 1:100 คุณสามารถเปิดออร์เดอร์ได้เสมือนมีเงิน $10,000 โบรกเกอร์ให้คุณ “ยืม” ส่วนต่าง $9,900 โดยคุณวาง $100 เป็นหลักประกัน (Margin)
ลองนึกภาพแบบนี้ — คุณอยากซื้อบ้านราคา 3 ล้านบาท คุณไม่ต้องจ่ายเต็ม 3 ล้าน แค่วางเงินดาวน์ 10% คือ 300,000 บาท แล้วธนาคารออกให้อีก 2.7 ล้าน Leverage ใน Forex ก็ทำงานแบบเดียวกัน แต่สัดส่วนสูงกว่ามาก
ตัวเลข Leverage ที่พบบ่อย
| Leverage | เงินในบัญชี | เทรดได้เท่ากับ | Margin ที่ต้องวาง | ระดับความเสี่ยง |
|---|---|---|---|---|
| 1:1 | $1,000 | $1,000 | 100% | ต่ำมาก |
| 1:10 | $1,000 | $10,000 | 10% | ต่ำ |
| 1:50 | $1,000 | $50,000 | 2% | ปานกลาง |
| 1:100 | $1,000 | $100,000 | 1% | สูง |
| 1:500 | $1,000 | $500,000 | 0.2% | สูงมาก |
| 1:1000 | $1,000 | $1,000,000 | 0.1% | อันตราย |
จากตาราง ถ้าคุณมีเงิน $1,000 และใช้ Leverage 1:500 คุณเทรดได้เสมือนมีเงิน $500,000 ฟังดูดีใช่ไหม? แต่ถ้าราคาเคลื่อนที่สวนทางแค่ 0.2% เงิน $1,000 ของคุณจะหายหมดทันที นี่คือดาบสองคมของ Leverage
วิดีโอสอนจาก iCafeFX
ติดตามช่อง iCafeFX สำหรับวิดีโอสอนเทรดเพิ่มเติม
Leverage ทำงานอย่างไร? คำนวณจริงให้ดู
ตัวอย่างที่ 1: เทรด EUR/USD ด้วย Leverage 1:100
สมมติคุณมีเงินในบัญชี $500 และต้องการเปิด Buy EUR/USD ที่ราคา 1.0850 ขนาด 0.1 Lot (10,000 units)
- มูลค่าออร์เดอร์จริง: 10,000 x 1.0850 = $10,850
- Margin ที่ต้องวาง (Leverage 1:100): $10,850 / 100 = $108.50
- Free Margin เหลือ: $500 – $108.50 = $391.50
- ถ้าราคาขึ้น 50 pip: กำไร = 50 x $1 = $50 (กำไร 10% ของทุน)
- ถ้าราคาลง 50 pip: ขาดทุน = 50 x $1 = $50 (ขาดทุน 10% ของทุน)
ด้วย Leverage 1:100 คุณใช้ Margin แค่ $108.50 จากทุน $500 ยังเหลือ Free Margin อีก $391.50 เป็น buffer รองรับการขาดทุนได้ นี่คือการใช้ Leverage อย่างปลอดภัย
ตัวอย่างที่ 2: เทรด XAU/USD (ทองคำ) ด้วย Leverage 1:500
สมมติคุณมีเงิน $500 เท่ากัน แต่คราวนี้เทรดทองคำ 0.1 Lot ที่ราคา $2,850
- มูลค่าออร์เดอร์จริง: 10 oz x $2,850 = $28,500
- Margin ที่ต้องวาง (Leverage 1:500): $28,500 / 500 = $57
- Free Margin เหลือ: $500 – $57 = $443
- ถ้าราคาขึ้น $10: กำไร = $10 x 10 = $100 (กำไร 20% ของทุน)
- ถ้าราคาลง $10: ขาดทุน = $100 (ขาดทุน 20% ของทุน)
ทองคำเคลื่อนที่ $10 ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง บางวันเคลื่อนที่ $30-50 ถ้าคุณเปิด 0.1 Lot ด้วยทุน $500 และราคาลง $50 คุณจะขาดทุน $500 — ล้างพอร์ตเลย ผมเห็นลูกค้าหลายคนทำแบบนี้แล้วเสียเงินหมดภายในวันเดียว

Leverage กับสินทรัพย์แต่ละประเภท — ไม่เท่ากัน
สิ่งที่เทรดเดอร์มือใหม่หลายคนไม่รู้คือ Leverage ที่โบรกเกอร์ให้ไม่ได้เท่ากันทุกสินทรัพย์ แม้คุณจะตั้ง Leverage บัญชีไว้ที่ 1:500 แต่เวลาเทรดสินทรัพย์บางตัว โบรกเกอร์จะลด Leverage ให้อัตโนมัติ ตัวอย่างจาก XM:
| สินทรัพย์ | Leverage สูงสุด | Margin ต่อ 1 Lot | ความผันผวนเฉลี่ย/วัน |
|---|---|---|---|
| EUR/USD | 1:1000 | $100 | 80-120 pip |
| GBP/JPY | 1:1000 | $100 | 120-180 pip |
| XAU/USD (ทอง) | 1:1000 | $285 | $15-40 |
| US30 (Dow Jones) | 1:500 | ~$88 | 200-400 จุด |
| Bitcoin (BTC/USD) | 1:250 | ~$400 | $1,000-3,000 |
| USD/TRY (Exotic) | 1:100 | ~$340 | 500-1,500 pip |
สังเกตว่าทองคำ (XAU/USD) แม้จะให้ Leverage 1:1000 แต่ Margin ต่อ 1 Lot สูงกว่า EUR/USD เกือบ 3 เท่า เพราะมูลค่าสัญญาสูงกว่า (ทอง 1 Lot = 100 oz x $2,850 = $285,000 vs EUR/USD 1 Lot = $108,500) ส่วน Bitcoin ให้ Leverage แค่ 1:250 เพราะความผันผวนสูงมาก วันเดียวขึ้นลงได้ $1,000-3,000
เคสจริง: ลูกค้าเทรดทอง 1 Lot ด้วยทุน $3,000
ลูกค้าคนหนึ่งมีทุน $3,000 ใช้ Leverage 1:1000 เปิด Buy ทอง 1.0 Lot ที่ราคา $2,840 Margin ที่ต้องวาง = $284 เหลือ Free Margin = $2,716 ดูเหมือนเยอะใช่ไหม? แต่ทอง 1 Lot มูลค่า pip = $10 ต่อ $1 ที่ราคาเคลื่อนที่ ถ้าราคาลง $27 (ซึ่งเกิดขึ้นได้ภายในวันเดียว) ขาดทุน = $2,700 — เหลือเงินแค่ $300 และถูก Stop Out ทันที
ผมแนะนำลูกค้าคนนี้ให้ลด Lot เหลือ 0.1 Lot แทน Margin ใช้แค่ $28.40 ราคาลง $27 ขาดทุนแค่ $270 (9% ของทุน) — ยังเทรดต่อได้สบาย หลังจากปรับ Lot Size ลูกค้าคนนี้เทรดมาได้ 8 เดือนแล้วยังไม่ล้างพอร์ต ทำกำไรสะสม 23%
ทำไม Leverage สูงถึงอันตราย? สถิติที่ต้องรู้
จากข้อมูลของ European Securities and Markets Authority (ESMA) พบว่า 74-89% ของนักลงทุนรายย่อยขาดทุนจากการเทรด CFDs และ Forex สาเหตุหลักอันดับ 1 คือการใช้ Leverage สูงเกินไป นี่คือเหตุผลที่ ESMA จำกัด Leverage สำหรับลูกค้ารายย่อยในยุโรปไว้ที่สูงสุด 1:30 ตั้งแต่ปี 2018
Leverage สูง = Margin Call เร็ว
ลองเปรียบเทียบ 2 สถานการณ์ด้วยทุน $1,000 เทรด EUR/USD:
| สถานการณ์ | Leverage 1:50 | Leverage 1:500 |
|---|---|---|
| Lot Size | 0.1 Lot | 1.0 Lot |
| Margin ใช้ | $217 | $217 |
| มูลค่า 1 pip | $1 | $10 |
| ราคาลง 50 pip | ขาดทุน $50 (5%) | ขาดทุน $500 (50%) |
| ราคาลง 100 pip | ขาดทุน $100 (10%) | Margin Call / Stop Out |
| รอดได้กี่ pip | ~780 pip | ~78 pip |
EUR/USD เคลื่อนที่เฉลี่ย 80-120 pip ต่อวัน ถ้าใช้ Leverage 1:500 เปิด 1.0 Lot ด้วยทุน $1,000 คุณรอดได้แค่ 78 pip — แค่ครึ่งวันก็อาจ Margin Call แล้ว แต่ถ้าใช้ Leverage 1:50 เปิด 0.1 Lot คุณรอดได้ 780 pip — ปลอดภัยกว่า 10 เท่า
ประสบการณ์จริงจากลูกค้า iCafeFX
ผมมีลูกค้าคนหนึ่งเปิดบัญชี $2,000 ใช้ Leverage 1:1000 เทรดทองคำ 1.0 Lot ช่วงข่าว NFP ราคาทองกระโดด $25 ภายใน 5 นาที ขาดทุน $2,500 — มากกว่าเงินในบัญชี โบรกเกอร์ปิดออร์เดอร์อัตโนมัติ (Stop Out) เหลือเงินในบัญชีแค่ $47 จาก $2,000 ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใน 5 นาที
ในทางกลับกัน ลูกค้าอีกคนเปิดบัญชี $2,000 เหมือนกัน แต่ใช้ Leverage 1:100 เทรดทองคำแค่ 0.05 Lot ช่วง NFP เดียวกัน ราคากระโดด $25 เหมือนกัน แต่ขาดทุนแค่ $125 (6.25% ของทุน) — ยังเทรดต่อได้สบาย นี่คือความแตกต่างของการใช้ Leverage อย่างถูกวิธี
Leverage เท่าไหร่ถึงเหมาะสม?
คำตอบสั้นๆ คือ Leverage ไม่สำคัญเท่ากับ Lot Size ที่คุณเปิด Leverage แค่กำหนดว่าคุณต้องวาง Margin เท่าไหร่ สิ่งที่สำคัญจริงๆ คือขนาด Lot ที่คุณเปิดเทียบกับทุน
กฎ 2% — กฎทองของ Risk Management
กฎที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้กันทั่วโลกคือ ห้ามเสี่ยงเกิน 2% ของทุนต่อ 1 ออร์เดอร์ ตัวอย่าง:
- ทุน $1,000: เสี่ยงได้สูงสุด $20 ต่อออร์เดอร์
- ทุน $5,000: เสี่ยงได้สูงสุด $100 ต่อออร์เดอร์
- ทุน $10,000: เสี่ยงได้สูงสุด $200 ต่อออร์เดอร์
ถ้าคุณตั้ง Stop Loss 50 pip และเสี่ยงได้ $20 ต่อออร์เดอร์ Lot Size ที่เหมาะสมคือ $20 / 50 pip = $0.40 ต่อ pip = 0.04 Lot ไม่ว่า Leverage จะเป็น 1:100 หรือ 1:1000 คุณก็ควรเปิดแค่ 0.04 Lot เท่านั้น
ตาราง Lot Size แนะนำตามขนาดทุน
| ทุน | ความเสี่ยง 2% | SL 30 pip | SL 50 pip | SL 100 pip |
|---|---|---|---|---|
| $200 | $4 | 0.01 Lot | 0.01 Lot | 0.01 Lot |
| $500 | $10 | 0.03 Lot | 0.02 Lot | 0.01 Lot |
| $1,000 | $20 | 0.06 Lot | 0.04 Lot | 0.02 Lot |
| $3,000 | $60 | 0.20 Lot | 0.12 Lot | 0.06 Lot |
| $5,000 | $100 | 0.33 Lot | 0.20 Lot | 0.10 Lot |
| $10,000 | $200 | 0.66 Lot | 0.40 Lot | 0.20 Lot |
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Money Management ได้ที่ Money Management วิธีคำนวณ Lot Size

Leverage แนะนำสำหรับเทรดเดอร์แต่ละระดับ
มือใหม่ (เทรดไม่ถึง 6 เดือน)
แนะนำ Leverage 1:100 เหตุผล: Margin ไม่สูงเกินไป แต่ก็ไม่ต่ำจนเปิดออร์เดอร์ไม่ได้ ที่สำคัญคือเปิด Lot Size ตามกฎ 2% เท่านั้น ห้ามเปิดใหญ่เพราะ Leverage สูง
เทรดเดอร์ระดับกลาง (6 เดือน – 2 ปี)
ใช้ Leverage 1:200 – 1:500 ได้ แต่ต้องมีวินัยในการควบคุม Lot Size เทรดเดอร์ระดับนี้เริ่มเข้าใจ Risk Management แล้ว สามารถใช้ Leverage สูงขึ้นเพื่อลด Margin ที่ต้องวาง ทำให้มี Free Margin เหลือมากขึ้น
เทรดเดอร์มืออาชีพ (2+ ปี)
ใช้ Leverage 1:500 ได้ เพราะรู้วิธีควบคุม Lot Size และมี Trading Plan ที่ชัดเจน Leverage สูงช่วยให้ใช้ Margin น้อยลง เหลือ Free Margin สำหรับเปิดหลายออร์เดอร์พร้อมกัน
ผู้ใช้ EA (Expert Advisor)
EA บางตัวต้องการ Leverage สูง (1:500 – 1:1000) เพราะเปิดหลายออร์เดอร์พร้อมกัน แต่ EA ที่ดีจะมีระบบ Money Management ในตัวที่ควบคุม Lot Size ให้เหมาะสม เช่น REDHAT WARP EA ที่มีระบบ Auto Lot Size คำนวณ Lot ตามขนาดทุนให้อัตโนมัติ
วิธีตั้ง Leverage บนโบรกเกอร์
XM
- ล็อกอินเข้า Members Area ที่ my.xm.com
- คลิก “My Accounts” เลือกบัญชีที่ต้องการ
- คลิก “Change Leverage”
- เลือก Leverage ที่ต้องการ (1:1 ถึง 1:1000)
- คลิก “Submit” — มีผลทันที
XM ให้ Leverage สูงสุด 1:1000 สำหรับบัญชีที่มีเงินไม่เกิน $20,000 ถ้ามีเงินมากกว่านี้ Leverage จะถูกลดลงอัตโนมัติ อ่านรีวิว XM เพิ่มเติมที่ โบรกเกอร์ XM รีวิว 2026
Exness
- ล็อกอินเข้า Personal Area
- คลิกที่บัญชีเทรด
- คลิก “Change Leverage”
- เลือก Leverage (สูงสุด Unlimited สำหรับบัญชีที่ผ่านเงื่อนไข)
ข้อควรระวังเรื่อง Leverage กับโบรกเกอร์
- Leverage อาจถูกลดอัตโนมัติ — ช่วงข่าวสำคัญ (NFP, FOMC, CPI) โบรกเกอร์หลายแห่งจะลด Leverage ชั่วคราว เช่น จาก 1:500 เหลือ 1:200
- ทุนสูง = Leverage ต่ำลง — บัญชีที่มีเงินมาก ($20,000+) มักถูกจำกัด Leverage
- คู่เงิน Exotic = Leverage ต่ำ — คู่เงินแปลกใหม่เช่น USD/TRY มักมี Leverage ต่ำกว่า Major Pairs
5 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Leverage
1. คิดว่า Leverage สูง = กำไรมาก
Leverage สูงไม่ได้ทำให้กำไรมากขึ้นโดยอัตโนมัติ มันแค่ทำให้คุณเปิด Lot ใหญ่ขึ้นได้ ถ้าคุณเปิด Lot เท่ากัน Leverage 1:100 กับ 1:1000 ให้กำไร/ขาดทุนเท่ากันทุกประการ สิ่งที่ต่างคือ Margin ที่ต้องวางเท่านั้น
2. เปิด Lot ใหญ่เกินไปเพราะ Leverage สูง
นี่คือกับดักที่อันตรายที่สุด เมื่อเห็นว่า Margin ที่ต้องวางน้อยนิด ก็เลยเปิด Lot ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนเกินความสามารถในการรับความเสี่ยง ผมเห็นลูกค้าทุน $500 เปิด 0.5 Lot เทรดทองคำ — ราคาลงแค่ $10 ก็ขาดทุน $500 ล้างพอร์ตเลย
3. ไม่ตั้ง Stop Loss
Leverage สูง + ไม่มี Stop Loss = สูตรล้างพอร์ต 100% ทุกออร์เดอร์ต้องมี Stop Loss เสมอ ไม่มีข้อยกเว้น อ่านเพิ่มที่ Margin Call คืออะไร วิธีป้องกัน
4. ไม่เข้าใจ Margin Call / Stop Out
Margin Call คือการแจ้งเตือนว่า Margin Level ของคุณต่ำเกินไป (โดยทั่วไป 50-100%) Stop Out คือการที่โบรกเกอร์บังคับปิดออร์เดอร์เมื่อ Margin Level ต่ำถึงจุดวิกฤต (โดยทั่วไป 20-50%) ถ้าคุณใช้ Leverage สูงและเปิด Lot ใหญ่ คุณจะถึง Stop Out เร็วมาก
5. เปลี่ยน Leverage ระหว่างมีออร์เดอร์เปิดอยู่
การเพิ่ม Leverage ขณะมีออร์เดอร์เปิดอยู่จะทำให้ Free Margin เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้คุณเปิดออร์เดอร์เพิ่มโดยไม่จำเป็น ในทางกลับกัน การลด Leverage ขณะมีออร์เดอร์เปิดอยู่อาจทำให้ Margin Level ลดลงจนถึง Margin Call ได้
Leverage กับ Margin — ความสัมพันธ์ที่ต้องเข้าใจ
Leverage และ Margin เป็นเหรียญสองด้าน:
- Leverage 1:100 = Margin 1% (วาง 1% ของมูลค่าออร์เดอร์)
- Leverage 1:200 = Margin 0.5%
- Leverage 1:500 = Margin 0.2%
- Leverage 1:1000 = Margin 0.1%
สูตรคำนวณ Margin:
Margin = (Lot Size x Contract Size x ราคา) / Leverage
ตัวอย่าง: เปิด Buy EUR/USD 0.1 Lot ที่ราคา 1.0850 ด้วย Leverage 1:500
Margin = (0.1 x 100,000 x 1.0850) / 500 = $21.70
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Margin ได้ที่ Margin, Free Margin, Margin Level อธิบายครบ
กฎระเบียบ Leverage ในแต่ละภูมิภาค
| ภูมิภาค/หน่วยงาน | Leverage สูงสุด | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| EU (ESMA) | 1:30 (Major), 1:20 (Minor) | บังคับตั้งแต่ 2018 |
| UK (FCA) | 1:30 | ตาม ESMA |
| USA (NFA/CFTC) | 1:50 | เข้มงวดที่สุด |
| Australia (ASIC) | 1:30 | ลดลงจาก 1:500 ในปี 2021 |
| Japan (FSA) | 1:25 | เข้มงวดมาก |
| Offshore (Belize, SVG) | 1:1000+ | ไม่มีข้อจำกัด |
โบรกเกอร์ที่จดทะเบียนในประเทศที่กฎระเบียบเข้มงวด (EU, UK, US) จะให้ Leverage ต่ำ แต่มีความปลอดภัยสูงกว่า โบรกเกอร์ Offshore ให้ Leverage สูงแต่การคุ้มครองเงินลงทุนน้อยกว่า
Effective Leverage vs Maximum Leverage — ต่างกันอย่างไร?
จุดนี้สำคัญมากและเทรดเดอร์ส่วนใหญ่สับสน:
- Maximum Leverage คือ Leverage สูงสุดที่โบรกเกอร์ให้ (เช่น 1:500, 1:1000) — เป็นแค่ “เพดาน” ที่คุณสามารถใช้ได้
- Effective Leverage คือ Leverage ที่คุณใช้จริง = มูลค่าออร์เดอร์ทั้งหมด / Equity ในบัญชี
ตัวอย่าง: ทุน $5,000 เปิด Buy EUR/USD 0.2 Lot (มูลค่า $21,700)
Effective Leverage = $21,700 / $5,000 = 1:4.34
แม้ Maximum Leverage จะเป็น 1:500 แต่ Effective Leverage แค่ 1:4.34 เท่านั้น นี่คือการใช้ Leverage อย่างปลอดภัย เทรดเดอร์มืออาชีพส่วนใหญ่ใช้ Effective Leverage ไม่เกิน 1:10 ถ้าคุณใช้ Effective Leverage เกิน 1:20 แสดงว่าคุณเสี่ยงเกินไป
วิธีคำนวณ Effective Leverage
สูตร: Effective Leverage = (จำนวน Lot x Contract Size x ราคาปัจจุบัน) / Equity
ตัวอย่างเปิด 3 ออร์เดอร์พร้อมกัน ทุน $10,000:
- EUR/USD 0.3 Lot = $32,550
- GBP/USD 0.2 Lot = $25,200
- XAU/USD 0.1 Lot = $28,500
- รวมมูลค่า = $86,250
- Effective Leverage = $86,250 / $10,000 = 1:8.6
1:8.6 ยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ถ้าเพิ่มเป็น 1:15-20 ขึ้นไปจะเริ่มอันตราย จากสถิติของ FXCM ในปี 2014 พบว่าเทรดเดอร์ที่ใช้ Effective Leverage ต่ำกว่า 1:10 มีโอกาสทำกำไร 40% ในขณะที่เทรดเดอร์ที่ใช้ Effective Leverage สูงกว่า 1:25 มีโอกาสทำกำไรแค่ 17%
เทคนิคการใช้ Leverage อย่างปลอดภัย
1. ใช้กฎ 2% ทุกครั้ง
ไม่ว่า Leverage จะเท่าไหร่ ห้ามเสี่ยงเกิน 2% ของทุนต่อ 1 ออร์เดอร์ ถ้าทุน $1,000 ห้ามขาดทุนเกิน $20 ต่อออร์เดอร์ คำนวณ Lot Size จาก Stop Loss ไม่ใช่จาก Leverage
2. ตั้ง Stop Loss ทุกออร์เดอร์
ไม่มีข้อยกเว้น ทุกออร์เดอร์ต้องมี Stop Loss ก่อนเปิดออร์เดอร์ต้องรู้แล้วว่าจะตั้ง SL ที่ไหน และยอมรับการขาดทุนจำนวนนั้นได้
3. อย่าเปิดหลายออร์เดอร์พร้อมกันมากเกินไป
ถ้าเปิด 5 ออร์เดอร์พร้อมกัน ออร์เดอร์ละ 2% ความเสี่ยง คุณเสี่ยงรวม 10% ถ้าทุกออร์เดอร์ขาดทุนพร้อมกัน (ซึ่งเกิดขึ้นได้ถ้าเทรดคู่เงินที่ Correlate กัน) คุณจะขาดทุน 10% ในครั้งเดียว
4. ลด Lot Size ช่วงข่าวสำคัญ
ช่วงประกาศข่าว NFP, FOMC, CPI ราคาเคลื่อนที่เร็วและแรงมาก ควรลด Lot Size ลงครึ่งหนึ่งหรือหลีกเลี่ยงการเทรดช่วงนี้
5. ใช้ Position Size Calculator
อย่าคำนวณ Lot Size ด้วยมือ ใช้เครื่องมือคำนวณอัตโนมัติ เช่น Position Size Calculator ใน MyFxBook หรือ MT5 Script ที่คำนวณให้ ป้องกันความผิดพลาดจากการคำนวณ
Leverage กับ EA (Expert Advisor) — ตั้งเท่าไหร่ดี?
ถ้าคุณใช้ EA เทรดอัตโนมัติ การตั้ง Leverage มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะ EA บางตัวเปิดหลายออร์เดอร์พร้อมกัน ต้องการ Free Margin มากกว่าการเทรดมือ
EA แบบ Grid / Martingale
EA ประเภทนี้เปิดออร์เดอร์หลายตัวพร้อมกัน บางครั้ง 10-20 ออร์เดอร์ ต้องการ Leverage สูง (1:500 – 1:1000) เพื่อให้มี Free Margin เพียงพอ แต่ EA ประเภทนี้มีความเสี่ยงสูงมาก ถ้าตลาดวิ่งทางเดียวแรงๆ อาจล้างพอร์ตได้ ผมเห็นลูกค้าใช้ EA Grid เทรดทองช่วง Fed ขึ้นดอกเบี้ย ทองลง $80 ภายใน 3 วัน EA เปิดออร์เดอร์ Buy ซ้อนกัน 15 ตัว สุดท้ายล้างพอร์ต $5,000 หมดเกลี้ยง
EA แบบ Trend Following / Breakout
EA ประเภทนี้เปิดออร์เดอร์ทีละ 1-3 ตัว มี Stop Loss ชัดเจน ใช้ Leverage 1:100 – 1:500 ก็เพียงพอ เช่น REDHAT WARP EA ที่พัฒนาโดยทีม iCafeFX ใช้กลยุทธ์ Bollinger Bands + Trend Following มี Auto Lot Size ที่คำนวณ Lot ตามทุนให้อัตโนมัติ ไม่ว่า Leverage จะเท่าไหร่ EA จะเปิด Lot ที่เหมาะสมกับทุนเสมอ
คำแนะนำสำหรับผู้ใช้ EA
- อ่านคู่มือ EA — EA แต่ละตัวมีคำแนะนำ Leverage ที่เหมาะสม ทำตามคู่มือ
- ทดสอบบน Demo ก่อน — รัน EA บน Demo อย่างน้อย 1-3 เดือน ดู Max Drawdown จริง
- ดู Max Drawdown — ถ้า EA มี Max Drawdown 30% ทุนต้องมากพอรองรับ
- ใช้ VPS — EA ต้องทำงาน 24/5 ใช้ VPS เพื่อความเสถียร อ่านเพิ่มที่ VPS สำหรับ Forex เลือกอย่างไรให้คุ้มค่า
สิ่งที่ผมอยากบอกจากประสบการณ์ 10+ ปี
ตลอดเวลาที่ผมสอนเทรดและดูแลลูกค้ามากกว่า 600 คน สิ่งที่เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือ คนที่ล้มเหลวไม่ใช่เพราะวิเคราะห์กราฟไม่เป็น แต่เพราะ ใช้ Leverage ผิดวิธี + ไม่มี Money Management ลูกค้าที่ประสบความสำเร็จทุกคนมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน — พวกเขาเปิด Lot Size เล็กกว่าที่ Leverage อนุญาตเสมอ
ผมมีกฎง่ายๆ ที่บอกลูกค้าทุกคน: “ถ้าคุณนอนไม่หลับเพราะกังวลเรื่องออร์เดอร์ แสดงว่าคุณเปิด Lot ใหญ่เกินไป” ลด Lot ลงจนนอนหลับสบาย แล้วค่อยๆ เพิ่มเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น การเทรดเป็นมาราธอน ไม่ใช่วิ่ง 100 เมตร คนที่อยู่รอดในระยะยาวคือคนที่บริหารความเสี่ยงได้ดี ไม่ใช่คนที่เปิด Lot ใหญ่ที่สุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Leverage 1:1000 อันตรายไหม?
Leverage 1:1000 ไม่อันตรายในตัวมันเอง สิ่งที่อันตรายคือการเปิด Lot Size ใหญ่เกินไป ถ้าคุณมีทุน $1,000 ใช้ Leverage 1:1000 แต่เปิดแค่ 0.04 Lot ก็ปลอดภัยเหมือนใช้ Leverage 1:100 ทุกประการ Leverage สูงแค่ทำให้ Margin ที่ต้องวางน้อยลง ไม่ได้บังคับให้คุณเปิด Lot ใหญ่
มือใหม่ควรใช้ Leverage เท่าไหร่?
แนะนำ 1:100 สำหรับมือใหม่ เพราะ Margin ไม่สูงเกินไป และป้องกันไม่ให้เปิด Lot ใหญ่เกินตัว เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นและเข้าใจ Risk Management ดีแล้ว ค่อยปรับเป็น 1:200 หรือ 1:500
เปลี่ยน Leverage ระหว่างเทรดได้ไหม?
ได้ครับ โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ให้เปลี่ยน Leverage ได้ตลอดเวลา แม้จะมีออร์เดอร์เปิดอยู่ แต่ต้องระวัง — ถ้าลด Leverage ขณะมีออร์เดอร์เปิด Margin ที่ต้องวางจะเพิ่มขึ้น อาจทำให้ Margin Level ลดลงจนถึง Margin Call ได้
Leverage กับ Margin ต่างกันอย่างไร?
Leverage คืออัตราส่วนเงินยืม (เช่น 1:100 = ยืม 100 เท่า) ส่วน Margin คือเงินหลักประกันที่ต้องวาง (เช่น Leverage 1:100 = วาง Margin 1%) ทั้งสองเป็นเหรียญสองด้าน Leverage สูง = Margin ต่ำ และ Leverage ต่ำ = Margin สูง
ทำไมโบรกเกอร์ถึงให้ Leverage สูงขนาดนั้น?
โบรกเกอร์ให้ Leverage สูงเพื่อดึงดูดลูกค้า เพราะ Leverage สูงทำให้คนทุนน้อยสามารถเทรดได้ โบรกเกอร์ได้กำไรจาก Spread และ Commission ไม่ว่าลูกค้าจะกำไรหรือขาดทุน ดังนั้น Leverage สูงเป็นประโยชน์กับโบรกเกอร์มากกว่าลูกค้า
สรุป
Leverage เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังแต่อันตราย — เหมือนมีดที่คมมาก ถ้าใช้เป็นก็ทำอาหารอร่อย ถ้าใช้ไม่เป็นก็บาดมือ สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ตัวเลข Leverage แต่เป็น Lot Size ที่คุณเปิดเทียบกับทุน ใช้กฎ 2% ทุกครั้ง ตั้ง Stop Loss ทุกออร์เดอร์ และอย่าเปิด Lot ใหญ่เพียงเพราะ Leverage สูง ถ้าทำได้แค่นี้ คุณจะอยู่รอดในตลาด Forex ได้นานกว่าเทรดเดอร์ 90% ที่ล้มเหลว
เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ สอนเทรด Forex ฟรี หรือเข้าร่วม กลุ่ม CafeFX เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเทรดเดอร์คนอื่น | อ่านเพิ่ม: คำศัพท์ Forex 50 คำที่ต้องรู้
เกี่ยวกับผู้เขียน
อ.บอม (Ajarn Bom) — ผู้ก่อตั้ง SiamCafe.net (1997) และ iCafeForex.com ประสบการณ์ IT 29 ปี + Forex 10+ ปี ผู้พัฒนา EA Semi Auto เจ้าแรกในไทย XM VIP Partner มีลูกค้า 600+ คน

TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文