
Copy Trading คัดลอกเทรด คืออะไร? ทำไมนักเทรดทั่วโลกถึงใช้กันในปี 2026
Copy Trading หรือ คัดลอกเทรด คือระบบที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถ คัดลอกคำสั่งซื้อขาย จากเทรดเดอร์มืออาชีพแบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องนั่งวิเคราะห์กราฟหรือตัดสินใจเทรดด้วยตัวเอง ระบบนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะเปิดโอกาสให้ผู้เริ่มต้นสามารถเข้าถึงตลาด Forex ได้ง่ายขึ้น และยังเป็นช่องทางสร้างรายได้เสริมให้กับเทรดเดอร์ที่มีฝีมือด้วย
- Copy Trading คัดลอกเทรด คืออะไร? ทำไมนักเทรดทั่วโลกถึงใช้กันในปี 2026
- หลักการทำงานของ Copy Trading
- วิธีเลือก Signal Provider ที่ดี: 10 เกณฑ์สำคัญ
- ข้อดีของ Copy Trading
- ข้อเสียและความเสี่ยงที่ต้องรู้
- เปรียบเทียบแพลตฟอร์ม Copy Trading ยอดนิยม 2026
- กลยุทธ์บริหารความเสี่ยงสำหรับ Copy Trading
- วิธีเริ่มต้น Copy Trading ทีละขั้นตอน
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการทำ Copy Trading
- Copy Trading กับภาษี: สิ่งที่คนไทยต้องรู้
- FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Copy Trading
- สรุป: Copy Trading เหมาะกับใคร?
ในปี 2026 ตลาด Copy Trading เติบโตอย่างก้าวกระโดด มีมูลค่ารวมกว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั่วโลก โบรกเกอร์ชั้นนำอย่าง Exness, XM, IC Markets และ eToro ต่างพัฒนาระบบ Copy Trading ของตัวเองเพื่อดึงดูดนักลงทุนรายย่อย บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกแง่มุมของ Copy Trading ตั้งแต่หลักการทำงาน วิธีเลือก Signal Provider ที่ดี ข้อดีข้อเสีย ไปจนถึงกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม
หลักการทำงานของ Copy Trading
ระบบ Copy Trading ทำงานโดยเชื่อมต่อบัญชีของ ผู้ติดตาม (Follower) เข้ากับบัญชีของ ผู้ให้สัญญาณ (Signal Provider) ผ่านแพลตฟอร์มของโบรกเกอร์ เมื่อ Signal Provider เปิดออเดอร์ ระบบจะคัดลอกคำสั่งนั้นไปยังบัญชีของ Follower โดยอัตโนมัติ ปรับขนาด Lot Size ตามสัดส่วนของเงินทุน
ขั้นตอนการทำงาน
- Signal Provider เปิดออเดอร์ — เช่น Buy EUR/USD ที่ราคา 1.0850 จำนวน 1.0 Lot
- ระบบส่งสัญญาณ — แพลตฟอร์มรับคำสั่งและกระจายไปยัง Follower ทุกคน
- ปรับ Lot Size อัตโนมัติ — หาก Follower มีเงินทุน 1/10 ของ Provider ระบบจะเปิด 0.1 Lot
- คัดลอก SL/TP — Stop Loss และ Take Profit ถูกคัดลอกตามไปด้วย
- ปิดออเดอร์พร้อมกัน — เมื่อ Provider ปิดออเดอร์ Follower ก็ปิดตาม
ประเภทของ Copy Trading
| ประเภท | คำอธิบาย | ตัวอย่างแพลตฟอร์ม | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| Mirror Trading | คัดลอกกลยุทธ์ทั้งหมดแบบ 1:1 | eToro, ZuluTrade | มือใหม่ที่ต้องการความง่าย |
| Social Trading | เลือกคัดลอกบางออเดอร์ มีชุมชนแลกเปลี่ยน | eToro, Myfxbook | ผู้ที่ต้องการเรียนรู้ไปด้วย |
| PAMM Account | ฝากเงินให้ผู้จัดการกองทุนเทรดให้ | Alpari, FBS | นักลงทุนที่ต้องการ passive income |
| MAM Account | คล้าย PAMM แต่ยืดหยุ่นกว่า แบ่ง Lot ได้ | IC Markets, Pepperstone | นักลงทุนรายใหญ่ |
| Signal Service | รับสัญญาณแล้วเทรดเอง หรือใช้ EA คัดลอก | MQL5 Signals, Telegram | เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ |
วิธีเลือก Signal Provider ที่ดี: 10 เกณฑ์สำคัญ
การเลือก Signal Provider ที่ดีคือหัวใจสำคัญของ Copy Trading หาก เลือกผิดคน เงินทุนของคุณอาจหายไปในพริบตา ต่อไปนี้คือ 10 เกณฑ์ที่ควรพิจารณา:
- ประวัติการเทรดอย่างน้อย 6 เดือน — อย่าเชื่อผลงานที่สั้นกว่านี้ เพราะอาจเป็นแค่ช่วงตลาดเอื้ออำนวย
- Maximum Drawdown ไม่เกิน 30% — Drawdown สูงหมายถึงความเสี่ยงสูง Provider ที่ดีควรควบคุม DD ได้ต่ำกว่า 20%
- จำนวนเทรดมากกว่า 200 ออเดอร์ — ยิ่งมีข้อมูลมาก ยิ่งน่าเชื่อถือ
- Win Rate อยู่ในช่วง 55-75% — Win Rate สูงเกินไป (90%+) มักเป็นสัญญาณของการ Martingale หรือไม่ตั้ง SL
- Profit Factor มากกว่า 1.5 — หมายความว่ากำไรมากกว่าขาดทุน 1.5 เท่า
- ใช้ Stop Loss ทุกออเดอร์ — Provider ที่ไม่ตั้ง SL คือระเบิดเวลา
- ไม่ใช้ Martingale หรือ Grid — กลยุทธ์เหล่านี้อาจดูดีในระยะสั้น แต่ล้างพอร์ตในระยะยาว
- เทรดคู่เงินหลัก (Major Pairs) — EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY มี Spread ต่ำ สภาพคล่องสูง
- มี Follower จำนวนมาก — ยิ่งมีคนติดตามมาก ยิ่งผ่านการตรวจสอบจากตลาด
- สื่อสารโปร่งใส — Provider ที่ดีจะอธิบายกลยุทธ์และอัพเดทสถานการณ์สม่ำเสมอ
💡 คำแนะนำจากเทรดเดอร์มืออาชีพ: “อย่าดูแค่กำไร ให้ดู Drawdown เป็นหลัก เพราะ Drawdown บอกความเสี่ยงที่แท้จริง Provider ที่ทำกำไร 100% แต่ Drawdown 80% นั้นอันตรายกว่า Provider ที่ทำกำไร 30% แต่ Drawdown แค่ 10%”
ข้อดีของ Copy Trading
- ไม่ต้องมีความรู้เรื่องเทรด — เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์
- ประหยัดเวลา — ไม่ต้องนั่งดูกราฟทั้งวัน ระบบทำงานอัตโนมัติ
- เรียนรู้จากมืออาชีพ — ดูวิธีเทรดของ Provider แล้วนำมาพัฒนาตัวเอง
- กระจายความเสี่ยง — สามารถ Copy หลาย Provider พร้อมกัน
- เริ่มต้นด้วยเงินน้อย — บางแพลตฟอร์มเริ่มต้นได้ตั้งแต่ $100
- ควบคุมได้ — สามารถหยุด Copy หรือปิดออเดอร์ด้วยตัวเองได้ทุกเมื่อ
ข้อเสียและความเสี่ยงที่ต้องรู้
- ไม่มีการรับประกันกำไร — แม้ Provider จะเก่งแค่ไหน ก็มีโอกาสขาดทุนได้
- Slippage — ราคาที่ Follower ได้อาจต่างจาก Provider เล็กน้อย โดยเฉพาะช่วงข่าว
- ค่าธรรมเนียม — บางแพลตฟอร์มเก็บค่า Performance Fee 20-30% ของกำไร
- พึ่งพาคนอื่น — หาก Provider เปลี่ยนกลยุทธ์หรือหยุดเทรด คุณจะได้รับผลกระทบ
- ความเสี่ยงด้านจิตวิทยา — เห็นขาดทุนแล้วตกใจหยุด Copy ก่อนเวลา ทำให้พลาดกำไรที่จะตามมา
เปรียบเทียบแพลตฟอร์ม Copy Trading ยอดนิยม 2026
| แพลตฟอร์ม | เงินขั้นต่ำ | ค่าธรรมเนียม | จำนวน Provider | จุดเด่น |
|---|---|---|---|---|
| eToro | $200 | ไม่มี (Spread สูงกว่า) | 10,000+ | Social Trading อันดับ 1 ของโลก |
| Exness Social Trading | $10 | 0-50% Performance Fee | 5,000+ | เริ่มต้นง่าย เงินน้อยก็เทรดได้ |
| MQL5 Signals | ไม่จำกัด | $20-50/เดือน | 8,000+ | เชื่อมต่อ MT4/MT5 โดยตรง |
| ZuluTrade | $100 | Commission per lot | 3,000+ | ระบบจัดอันดับ Provider ละเอียด |
| cTrader Copy | $100 | Performance Fee | 2,000+ | แพลตฟอร์มเร็ว Slippage ต่ำ |
กลยุทธ์บริหารความเสี่ยงสำหรับ Copy Trading
แม้ Copy Trading จะดูง่าย แต่ถ้าไม่มีการ บริหารความเสี่ยง ที่ดี ก็สามารถขาดทุนหนักได้เช่นกัน ต่อไปนี้คือกลยุทธ์ที่ควรใช้:
1. กฎ 20% — ไม่ลงทุนเกิน 20% ของพอร์ตกับ Provider คนเดียว
การกระจายเงินทุนไปยัง Provider หลายคนช่วยลดความเสี่ยง หาก Provider คนหนึ่งขาดทุน Provider คนอื่นอาจชดเชยได้ แนะนำให้ Copy อย่างน้อย 3-5 Provider ที่มีกลยุทธ์แตกต่างกัน
2. ตั้ง Maximum Loss ต่อ Provider
กำหนดว่าหาก Provider ขาดทุนเกิน X% จะหยุด Copy ทันที เช่น ตั้งไว้ที่ -15% หมายความว่าหากเงินที่ลงทุนกับ Provider คนนั้นลดลง 15% ระบบจะหยุด Copy อัตโนมัติ
3. เริ่มต้นด้วยเงินน้อย
อย่ารีบลงเงินเยอะ เริ่มต้นด้วยจำนวนเงินที่ ยอมรับการสูญเสียได้ แล้วค่อยๆ เพิ่มเมื่อมั่นใจในผลงานของ Provider ตัวอย่างเช่น เริ่มต้นด้วย $200 ต่อ Provider ทดสอบ 3 เดือน แล้วค่อยเพิ่มเป็น $500-1,000
4. ตรวจสอบผลงานสม่ำเสมอ
อย่า Copy แล้วลืม ควรตรวจสอบผลงานอย่างน้อย สัปดาห์ละครั้ง ดูว่า Provider ยังเทรดตามกลยุทธ์เดิมหรือไม่ Drawdown เพิ่มขึ้นหรือเปล่า
⚠️ คำเตือน: “Copy Trading ไม่ใช่เครื่องพิมพ์เงิน ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง แม้แต่ Provider ที่ดีที่สุดก็มีช่วงขาดทุน สิ่งสำคัญคือการบริหารความเสี่ยงและมีวินัยในการลงทุน”
วิธีเริ่มต้น Copy Trading ทีละขั้นตอน
- เลือกโบรกเกอร์ที่มีระบบ Copy Trading — แนะนำ Exness, XM หรือ eToro
- เปิดบัญชีและยืนยันตัวตน — ใช้บัตรประชาชนและ Proof of Address
- ฝากเงิน — เริ่มต้นขั้นต่ำตามที่แพลตฟอร์มกำหนด
- เข้าหน้า Copy Trading — ค้นหา Signal Provider ที่สนใจ
- วิเคราะห์ Provider — ดูประวัติ, Drawdown, Win Rate, จำนวนเทรด
- ตั้งค่าการ Copy — กำหนด Lot Size, Maximum Loss, จำนวนเงินที่จะลงทุน
- เริ่ม Copy — กดปุ่ม Copy แล้วระบบจะทำงานอัตโนมัติ
- ติดตามผล — ตรวจสอบผลงานสม่ำเสมอ ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการทำ Copy Trading
- เลือก Provider จากกำไรอย่างเดียว — ไม่ดู Drawdown และความเสี่ยง
- ลงเงินทั้งหมดกับ Provider คนเดียว — ไม่กระจายความเสี่ยง
- หยุด Copy ตอนขาดทุน — ตกใจแล้วหยุดก่อนเวลา พลาดกำไรที่จะตามมา
- ไม่ตั้ง Maximum Loss — ปล่อยให้ขาดทุนไม่จำกัด
- เปลี่ยน Provider บ่อยเกินไป — ไม่ให้เวลากลยุทธ์ทำงาน
- ใช้ Leverage สูงเกินไป — เพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น
Copy Trading กับภาษี: สิ่งที่คนไทยต้องรู้
สำหรับนักลงทุนชาวไทย กำไรจาก Copy Trading ถือเป็น เงินได้พึงประเมิน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(8) ซึ่งต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ การติดตามกำไรขาดทุนจาก Forex ค่อนข้างซับซ้อน แนะนำให้ปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีเพื่อความถูกต้อง
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Copy Trading
Q: Copy Trading เหมาะกับมือใหม่ไหม?
A: เหมาะมากครับ เพราะไม่ต้องมีความรู้เรื่องการวิเคราะห์กราฟ แต่ควรเรียนรู้เรื่อง Money Management เพื่อบริหารความเสี่ยงให้ดี
Q: ต้องใช้เงินเริ่มต้นเท่าไหร่?
A: ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์ม บางที่เริ่มต้นได้ตั้งแต่ $10 (Exness) แต่แนะนำอย่างน้อย $200-500 เพื่อให้ระบบปรับ Lot Size ได้เหมาะสม
Q: Copy Trading มีค่าธรรมเนียมไหม?
A: มีหลายรูปแบบ บางแพลตฟอร์มเก็บ Performance Fee (20-50% ของกำไร) บางที่เก็บค่าสมัครรายเดือน และบางที่ไม่เก็บแต่มี Spread สูงกว่าปกติ
Q: สามารถหยุด Copy ได้ทุกเมื่อไหม?
A: ได้ครับ คุณสามารถหยุด Copy หรือปิดออเดอร์ด้วยตัวเองได้ตลอดเวลา ไม่มีข้อผูกมัด
Q: Copy Trading กับ EA (Expert Advisor) ต่างกันอย่างไร?
A: Copy Trading คัดลอกจากคนจริง ส่วน EA เป็นโปรแกรมอัตโนมัติ Copy Trading มีความยืดหยุ่นกว่าเพราะ Provider สามารถปรับกลยุทธ์ตามสถานการณ์ตลาดได้
Q: ถ้า Provider ขาดทุน ฉันจะขาดทุนด้วยไหม?
A: ใช่ครับ กำไรและขาดทุนจะถูกคัดลอกตามสัดส่วน ดังนั้นการเลือก Provider ที่ดีและการตั้ง Maximum Loss จึงสำคัญมาก
Q: ควร Copy กี่ Provider?
A: แนะนำ 3-5 Provider ที่มีกลยุทธ์แตกต่างกัน เพื่อกระจายความเสี่ยง อย่าลงเงินทั้งหมดกับคนเดียว
🎬 วิดีโอสอนจาก iCafeFX
สรุป: Copy Trading เหมาะกับใคร?
Copy Trading เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงตลาด Forex โดยไม่ต้องใช้เวลาเรียนรู้การวิเคราะห์ Technical Analysis ด้วยตัวเอง แต่ต้องจำไว้ว่า ไม่มีการลงทุนใดที่ปราศจากความเสี่ยง กุญแจสำคัญคือการเลือก Provider ที่ดี กระจายความเสี่ยง และมีวินัยในการลงทุน
หากคุณสนใจเริ่มต้น Copy Trading แนะนำให้เริ่มจากบัญชี Demo ก่อน เพื่อทำความเข้าใจระบบ จากนั้นค่อยลงเงินจริงด้วยจำนวนที่ยอมรับการสูญเสียได้ และอย่าลืมศึกษาเรื่อง Money Management เพื่อปกป้องเงินทุนของคุณ
📚 อ่านบทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง:
- บทความ Forex ทั้งหมด
- EA Forex — ระบบเทรดอัตโนมัติ
- Money Management — บริหารเงินทุน
- Technical Analysis — วิเคราะห์กราฟ

TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文