วิเคราะห์ Forex ด้วย Volume: เครื่องมือที่คนส่วนใหญ่มองข้าม
Volume หรือ “ปริมาณการซื้อขาย” เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ที่ทรงพลังแต่มักถูกมองข้ามในตลาด Forex หลายคนคิดว่า Volume ใช้ได้แค่ในตลาดหุ้นเพราะตลาด Forex ไม่มีศูนย์กลาง (Decentralized) ทำให้ไม่มี Volume ที่แท้จริง แต่ในความเป็นจริง Volume ที่เราเห็นในแพลตฟอร์มเทรด (Tick Volume) มี Correlation สูงกับ Volume จริง และสามารถใช้วิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Volume ใน Forex คืออะไร?
Real Volume vs Tick Volume
Real Volume: จำนวนเงินจริงที่ถูกซื้อขายในช่วงเวลานั้น ใช้ในตลาดหุ้นที่มีตลาดหลักทรัพย์เป็นศูนย์กลาง
Tick Volume: จำนวนครั้งที่ราคาเปลี่ยนแปลง (Tick) ในช่วงเวลานั้น ใช้ในตลาด Forex เพราะไม่มีศูนย์กลาง Tick Volume สูง = มีการซื้อขายบ่อย = มี Activity มาก
งานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่า Tick Volume มี Correlation สูงกว่า 90% กับ Real Volume ดังนั้นจึงใช้แทนกันได้
Volume บอกอะไร?
หลักการพื้นฐาน
- Volume สูง + ราคาขึ้น: แรงซื้อแข็งแกร่ง เทรนด์ขาขึ้นน่าเชื่อถือ
- Volume สูง + ราคาลง: แรงขายแข็งแกร่ง เทรนด์ขาลงน่าเชื่อถือ
- Volume ต่ำ + ราคาขึ้น: แรงซื้ออ่อน อาจเป็นแค่การเด้งตัวชั่วคราว
- Volume ต่ำ + ราคาลง: แรงขายอ่อน อาจเป็นแค่การย่อตัวชั่วคราว
Volume ยืนยันเทรนด์
เทรนด์ที่แข็งแกร่งจะมี Volume เพิ่มขึ้นตามทิศทางของเทรนด์ ถ้าราคาขึ้นแต่ Volume ลดลงเรื่อยๆ แสดงว่าแรงซื้อกำลังอ่อนแรง เทรนด์อาจใกล้จบ
Volume Indicator ที่นิยมใช้
1. Volume Histogram (Volumes)
แท่ง Volume แสดงด้านล่างกราฟราคา แต่ละแท่งบอก Tick Volume ของแท่งเทียนนั้น เป็น Indicator พื้นฐานที่มีทุกแพลตฟอร์ม
- แท่งสีเขียว = Volume สูงกว่าแท่งก่อนหน้า
- แท่งสีแดง = Volume ต่ำกว่าแท่งก่อนหน้า
2. On Balance Volume (OBV)
คิดค้นโดย Joseph Granville คำนวณโดยสะสม Volume เมื่อราคาปิดขึ้น และหัก Volume เมื่อราคาปิดลง
- ถ้าราคาปิดสูงกว่าวันก่อน: OBV = OBV เดิม + Volume วันนี้
- ถ้าราคาปิดต่ำกว่าวันก่อน: OBV = OBV เดิม – Volume วันนี้
ดูทิศทางของเส้น OBV ถ้า OBV ขึ้น = แรงซื้อสะสม ถ้า OBV ลง = แรงขายสะสม
3. Volume Weighted Average Price (VWAP)
ราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักด้วย Volume แสดงเป็นเส้นบนกราฟราคา
- ราคาเหนือ VWAP = ผู้ซื้อกำลังชนะ (Bullish)
- ราคาใต้ VWAP = ผู้ขายกำลังชนะ (Bearish)
- VWAP ทำหน้าที่เหมือน Dynamic Support/Resistance
4. Accumulation/Distribution (A/D)
วัดว่า “เงินไหลเข้า” หรือ “เงินไหลออก” จากสินทรัพย์ คล้าย OBV แต่ให้น้ำหนักกับตำแหน่งของราคาปิดเทียบกับ Range ของแท่งเทียน
5. Money Flow Index (MFI)
คล้าย RSI แต่รวม Volume เข้าไปด้วย เรียกว่า “Volume-Weighted RSI” ค่าอยู่ระหว่าง 0-100
- MFI สูงกว่า 80 = Overbought (มีเงินไหลเข้ามากเกินไป)
- MFI ต่ำกว่า 20 = Oversold (มีเงินไหลออกมากเกินไป)
การใช้ Volume ในการเทรด
1. Volume Confirmation (ยืนยันสัญญาณ)
ใช้ Volume ยืนยันสัญญาณจาก Price Action หรือ Indicator อื่น
- Breakout + Volume สูง: ราคาทะลุ Resistance พร้อม Volume สูงมาก = Breakout น่าเชื่อถือ เทรดตาม
- Breakout + Volume ต่ำ: ราคาทะลุ Resistance แต่ Volume ต่ำ = อาจเป็น False Breakout ระวัง
2. Volume Divergence
เมื่อราคากับ Volume ไปคนละทิศทาง
- Bearish Volume Divergence: ราคาทำ High ใหม่ แต่ Volume ลดลง → แรงซื้ออ่อนแรง อาจกลับตัวลง
- Bullish Volume Divergence: ราคาทำ Low ใหม่ แต่ Volume ลดลง → แรงขายอ่อนแรง อาจกลับตัวขึ้น
3. Volume Climax
Volume สูงผิดปกติ (Spike) มักเกิดที่จุดกลับตัวของเทรนด์
- Volume Spike ที่จุดสูงสุดของเทรนด์ขาขึ้น: อาจเป็น Climax Buying ผู้ซื้อคนสุดท้ายกระโดดเข้ามา หลังจากนี้ไม่มีใครซื้อต่อ ราคาจะลง
- Volume Spike ที่จุดต่ำสุดของเทรนด์ขาลง: อาจเป็น Climax Selling ผู้ขายคนสุดท้าย Panic Sell หลังจากนี้ไม่มีใครขายต่อ ราคาจะขึ้น
4. Volume ในช่วง Consolidation
เมื่อราคา Sideway Volume มักจะลดลงเรื่อยๆ เรียกว่า “Volume Dry Up” เมื่อ Volume แห้งถึงจุดหนึ่ง มักจะมี Breakout ตามมา
- Volume ลดลง + ราคา Squeeze = เตรียมรับ Breakout
- เมื่อ Breakout เกิดขึ้นพร้อม Volume Spike = ยืนยัน Breakout
กลยุทธ์ Volume ที่ใช้ได้จริง
กลยุทธ์: Volume Breakout Confirmation
- ระบุระดับ Resistance สำคัญบน H4 หรือ D1
- รอให้ราคาทดสอบ Resistance อย่างน้อย 2 ครั้ง
- เมื่อราคาทะลุ Resistance ดู Volume
- ถ้า Volume สูงกว่าค่าเฉลี่ย 20 แท่งอย่างน้อย 1.5 เท่า → Breakout น่าเชื่อถือ → Buy
- ถ้า Volume ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย → อาจเป็น False Breakout → รอดู
- SL ใต้ Resistance ที่ทะลุ (ซึ่งตอนนี้กลายเป็น Support)
กลยุทธ์: OBV Divergence
- ราคาทำ High ใหม่สูงกว่า High เดิม
- OBV ทำ High ใหม่ต่ำกว่า High เดิม = Bearish Divergence
- รอ Bearish Candlestick Pattern ที่ Resistance (Pin Bar, Engulfing)
- Sell SL เหนือ High ล่าสุด
- TP ที่ Support ถัดไป
Volume ในแต่ละช่วงเวลา
| Session | เวลาไทย | Volume | ลักษณะ |
|---|---|---|---|
| Asian (Tokyo) | 06:00-15:00 | ต่ำ | ราคาวิ่งน้อย เหมาะกับ Range |
| London | 14:00-23:00 | สูง | Breakout บ่อย เทรนด์ชัดเจน |
| New York | 19:00-04:00 | สูง | ข่าวสำคัญ Volatile มาก |
| London-NY Overlap | 19:00-23:00 | สูงสุด | ช่วงที่ดีที่สุดสำหรับ Day Trading |
ข้อจำกัดของ Volume ใน Forex
- ไม่ใช่ Real Volume: Tick Volume ไม่ได้แสดงจำนวนเงินจริงที่ซื้อขาย แต่แสดงจำนวนครั้งที่ราคาเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม Correlation สูงกว่า 90% จึงใช้ได้
- แต่ละโบรกเกอร์ Volume ต่างกัน: เพราะแต่ละโบรกเกอร์มี Liquidity Provider ต่างกัน ดังนั้น Tick Volume อาจต่างกันเล็กน้อย แต่แนวโน้มจะเหมือนกัน
- ไม่เหมาะใช้เดี่ยวๆ: Volume ควรใช้ร่วมกับ Price Action และ Indicator อื่น ไม่ควรเทรดตาม Volume อย่างเดียว
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- มองข้าม Volume: หลายคนไม่เคยดู Volume เลย ทั้งที่มันช่วยกรองสัญญาณหลอกได้มาก
- คิดว่า Volume สูง = ราคาจะขึ้น: Volume สูงบอกแค่ว่า “มีคนซื้อขายเยอะ” ไม่ได้บอกทิศทาง ต้องดูราคาประกอบ
- ไม่เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ย: Volume 10,000 Tick อาจสูงสำหรับ Asian Session แต่ต่ำสำหรับ London Session ต้องเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของช่วงเวลานั้น
- ใช้ Volume บน Timeframe เล็กเกินไป: Volume บน M1 หรือ M5 มี Noise สูง ใช้บน H1 ขึ้นไปจะน่าเชื่อถือกว่า
Volume เป็นมิติที่สามของการวิเคราะห์ตลาด (นอกจากราคาและเวลา) ที่ช่วยให้คุณเห็นสิ่งที่ราคาอย่างเดียวบอกไม่ได้ เริ่มจากเปิด Volume Histogram ในแพลตฟอร์มของคุณ สังเกต Volume ในช่วง Breakout และ Reversal ทุกครั้ง แล้วคุณจะเริ่มเห็น Pattern ที่ช่วยกรองสัญญาณหลอกและเพิ่ม Win Rate ของคุณได้อย่างมาก






![Pip คืออะไรวิธีคำนวณกำไรขาดทุนจาก Pip [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/02/pip-calculation-profit-loss-forex-2026-cover-1-600x299.png)
TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文