Spread คืออะไร? ต้นทุนแฝงที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องเข้าใจ
ทุกครั้งที่คุณเปิดออร์เดอร์ใน Forex คุณจะเริ่มต้นด้วย “ขาดทุน” เล็กน้อยเสมอ ไม่ว่าราคาจะวิ่งไปทางไหน สาเหตุมาจากสิ่งที่เรียกว่า Spread ซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ (Ask) กับราคาขาย (Bid) ณ เวลาเดียวกัน
Spread เป็นต้นทุนหลักของการเทรด Forex ถ้าไม่เข้าใจเรื่องนี้ คุณอาจจะเทรดได้กำไรจากการอ่านกราฟ แต่กลับขาดทุนเพราะค่า Spread กินกำไรไปหมด โดยเฉพาะคนที่เทรดบ่อยอย่าง Scalper ค่า Spread สะสมจะเยอะมาก
Spread ทำงานยังไง?
ในตลาด Forex ราคาจะแสดงเป็น 2 ราคาเสมอ
- Bid Price — ราคาที่คุณจะ “ได้รับ” เมื่อขาย (ราคาต่ำกว่า)
- Ask Price — ราคาที่คุณจะ “จ่าย” เมื่อซื้อ (ราคาสูงกว่า)
ตัวอย่าง: EUR/USD แสดงราคา Bid 1.08500 / Ask 1.08512 Spread คือ 1.2 pip (1.08512 – 1.08500 = 0.00012)
เมื่อคุณกด Buy ที่ราคา 1.08512 ราคาต้องวิ่งขึ้นอย่างน้อย 1.2 pip คุณถึงจะเริ่มมีกำไร ก่อนหน้านั้นยังติดลบอยู่เท่ากับค่า Spread พูดง่ายๆ Spread คือ “ค่าผ่านทาง” ที่คุณจ่ายให้โบรกเกอร์ทุกครั้งที่เปิดออร์เดอร์
ประเภทของ Spread
1. Fixed Spread — Spread คงที่
Spread ที่ไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าตลาดจะเป็นอย่างไร เช่น EUR/USD Spread คงที่ 2.0 pip ตลอดเวลา ข้อดีคือคุณรู้ต้นทุนล่วงหน้าเสมอ แต่ข้อเสียคือ Fixed Spread มักจะกว้างกว่า Variable Spread ในช่วงตลาดปกติ
เหมาะกับ: มือใหม่ที่ต้องการความแน่นอนเรื่องต้นทุน และเทรดเดอร์ที่ใช้ EA (Expert Advisor) ที่ต้องการ Spread คงที่ในการคำนวณ
2. Variable Spread (Floating Spread) — Spread ลอยตัว
Spread ที่เปลี่ยนแปลงตามสภาพตลาด ช่วงที่ตลาดมีสภาพคล่องสูง (เช่น London-New York overlap) Spread จะแคบมาก อาจต่ำถึง 0.0-0.3 pip แต่ช่วงที่สภาพคล่องต่ำ (เช่น Asian Session หรือช่วงข่าวสำคัญ) Spread อาจกว้างขึ้นเป็น 5-20 pip หรือมากกว่า
เหมาะกับ: เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ รู้จักเลือกช่วงเวลาเทรด และ Scalper ที่ต้องการ Spread แคบที่สุด
ปัจจัยที่ทำให้ Spread กว้างหรือแคบ
1. คู่เงิน
คู่เงินหลัก (Major Pairs) มี Spread แคบที่สุดเพราะมีสภาพคล่องสูง ส่วนคู่เงินแปลก (Exotic Pairs) มี Spread กว้างมาก
| คู่เงิน | Spread เฉลี่ย (pip) | ระดับ |
|---|---|---|
| EUR/USD | 0.1 – 1.0 | แคบมาก |
| GBP/USD | 0.3 – 1.5 | แคบ |
| USD/JPY | 0.1 – 1.2 | แคบ |
| AUD/USD | 0.3 – 1.5 | แคบ |
| EUR/GBP | 0.5 – 2.0 | ปานกลาง |
| GBP/JPY | 1.0 – 3.0 | กว้าง |
| XAU/USD | 1.0 – 5.0 | กว้าง |
| USD/THB | 30 – 100 | กว้างมาก |
2. ช่วงเวลา
- Spread แคบที่สุด: ช่วง London-New York overlap (19:00-23:00 เวลาไทย)
- Spread ปานกลาง: ช่วง London Session (14:00-19:00) และ New York Session (19:00-04:00)
- Spread กว้าง: ช่วง Asian Session (05:00-14:00) และช่วงเปิด-ปิดตลาด
- Spread กว้างมาก: ช่วงข่าวสำคัญ (NFP, FOMC, ECB Decision) และช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์
3. ประเภทบัญชี
โบรกเกอร์ส่วนใหญ่มีหลายประเภทบัญชี บัญชี Standard มักมี Spread กว้างกว่าแต่ไม่คิดค่าคอมมิชชั่น บัญชี Raw/ECN มี Spread แคบมาก (0.0 pip) แต่คิดค่าคอมมิชชั่นต่อ lot
4. โบรกเกอร์
แต่ละโบรกเกอร์มี Spread ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับ Liquidity Provider ที่โบรกเกอร์ใช้ และประเภทของโบรกเกอร์ (Market Maker vs ECN/STP)
Spread กับ Commission: อะไรคุ้มกว่า?
โบรกเกอร์เสนอ 2 รูปแบบหลัก
รูปแบบที่ 1: Spread Only (ไม่มีคอมมิชชั่น)
ตัวอย่าง: EUR/USD Spread 1.2 pip ไม่มีค่าคอมมิชชั่น
ต้นทุนต่อ 1 Standard Lot = 12 ดอลลาร์
รูปแบบที่ 2: Raw Spread + Commission
ตัวอย่าง: EUR/USD Spread 0.1 pip + คอมมิชชั่น 7 ดอลลาร์ต่อ lot (round trip)
ต้นทุนต่อ 1 Standard Lot = 1 + 7 = 8 ดอลลาร์
ในตัวอย่างนี้ Raw Spread + Commission ถูกกว่า 4 ดอลลาร์ต่อ lot สำหรับ Scalper ที่เทรดวันละ 10-20 ไม้ ค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้ต่อเดือนจะเยอะมาก แต่สำหรับ Swing Trader ที่เทรดสัปดาห์ละ 2-3 ไม้ ความแตกต่างอาจไม่มากนัก
วิธีลด Spread ที่ต้องจ่าย
- เลือกโบรกเกอร์ที่มี Spread ต่ำ — เปรียบเทียบ Spread ของโบรกเกอร์หลายเจ้าก่อนเลือก
- ใช้บัญชี Raw/ECN — ถ้าเทรดบ่อย บัญชีแบบ Raw Spread คุ้มกว่า
- เทรดช่วงที่ Spread แคบ — หลีกเลี่ยงช่วง Asian Session และช่วงข่าวสำคัญ
- เทรดคู่เงินหลัก — หลีกเลี่ยง Exotic Pairs ที่มี Spread กว้าง
- หลีกเลี่ยงช่วงเปิด-ปิดตลาด — Spread มักจะกว้างในช่วง 30 นาทีแรกหลังตลาดเปิดและก่อนปิด
Spread กับ Scalping: ทำไมถึงสำคัญมาก
สำหรับ Scalper ที่จับกำไรครั้งละ 5-10 pip ค่า Spread มีผลกระทบมหาศาล ลองเปรียบเทียบ
- Scalper A: เทรด EUR/USD บัญชี Standard Spread 1.5 pip จับกำไรครั้งละ 5 pip → กำไรจริงแค่ 3.5 pip (หัก Spread 1.5)
- Scalper B: เทรด EUR/USD บัญชี Raw Spread 0.2 pip + Commission → จับกำไรครั้งละ 5 pip → กำไรจริง 4.1 pip
ถ้าทั้งคู่เทรดวันละ 20 ไม้ Scalper B จะมีกำไรมากกว่า Scalper A ถึง 12 pip ต่อวัน หรือ 240 pip ต่อเดือน ด้วย 0.1 lot นั่นคือความแตกต่าง 240 ดอลลาร์ แค่จากการเลือกบัญชีที่ถูกต้อง
สัญญาณเตือน: Spread ผิดปกติ
ถ้าสังเกตว่า Spread กว้างผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณของสถานการณ์เหล่านี้
- ข่าวสำคัญกำลังจะออก — Liquidity Provider ถอนตัว Spread จึงกว้างขึ้น
- ตลาดกำลังจะปิด — สภาพคล่องลดลง ช่วงคืนวันศุกร์ Spread กว้างมาก
- เหตุการณ์ไม่คาดฝัน — Flash Crash, สงคราม, ภัยธรรมชาติ ทำให้ตลาดผันผวนสูง
- โบรกเกอร์มีปัญหา — ถ้า Spread กว้างตลอดเวลาโดยไม่มีเหตุผล อาจเป็นสัญญาณว่าโบรกเกอร์ไม่น่าเชื่อถือ
Spread เป็นต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการเทรด Forex แต่คุณสามารถ “ลด” มันได้ด้วยการเลือกโบรกเกอร์ที่ดี เลือกบัญชีที่เหมาะ เทรดในช่วงเวลาที่ถูกต้อง และเลือกคู่เงินที่มีสภาพคล่องสูง ยิ่งเทรดบ่อยเท่าไหร่ การจัดการเรื่อง Spread ก็ยิ่งสำคัญมากขึ้นเท่านั้น



![Margin Call คืออะไรวิธีป้องกันไม่ให้โดน Margin Call [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/02/margin-call-margin-call-cover-1-600x335.png)



TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文