พอเปิด MT4 หรือ MT5 ครั้งแรก หลายคนงงว่า “Buy Limit กับ Buy Stop ต่างกันยังไง?” “Sell Limit กับ Sell Stop ใช้เมื่อไหร่?” ผมเจอคำถามนี้บ่อยมาก และพบว่าเทรดเดอร์จำนวนไม่น้อยเทรดมาหลายเดือนแล้วยังใช้แค่ Market Order อย่างเดียว ซึ่งเสียโอกาสทำกำไรไปเยอะ
- Order Types คืออะไร ทำไมต้องรู้
- Market Order — ซื้อขายทันทีที่ราคาปัจจุบัน
- Buy Limit — ตั้งซื้อที่ราคาต่ำกว่าปัจจุบัน
- Sell Limit — ตั้งขายที่ราคาสูงกว่าปัจจุบัน
- Buy Stop — ตั้งซื้อที่ราคาสูงกว่าปัจจุบัน
- Sell Stop — ตั้งขายที่ราคาต่ำกว่าปัจจุบัน
- ตารางสรุป Order Types ทั้งหมด
- Stop Loss และ Take Profit — Order ที่ต้องตั้งทุกครั้ง
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Order Types
- เทคนิคใช้ Order Types ให้เทรดดีขึ้น
- สรุป Order Types ที่ต้องจำ
วันนี้ผมจะอธิบาย Order Types ทุกประเภทที่ใช้ในการเทรด Forex ให้เข้าใจง่ายที่สุด พร้อมตัวอย่างจริงว่าแต่ละแบบใช้ในสถานการณ์ไหน
Order Types คืออะไร ทำไมต้องรู้
Order Type คือประเภทของคำสั่งที่คุณส่งไปให้ Broker เพื่อเปิดหรือปิดออเดอร์ เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนคุณสั่งอาหาร — คุณจะสั่งแบบ “เอาเดี๋ยวนี้เลย” (Market Order) หรือ “ถ้าราคาลดเหลือ 100 บาทค่อยเอา” (Pending Order)
ในตลาด Forex มี Order Types หลัก 6 ประเภท แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่:
- Instant Execution: Market Order (เปิดทันที)
- Pending Orders: Buy Limit, Sell Limit, Buy Stop, Sell Stop, Buy Stop Limit, Sell Stop Limit
การรู้จักและใช้ Order Types ให้เป็น จะช่วยให้คุณ:
- เข้าเทรดที่ราคาที่ต้องการ ไม่ต้องนั่งเฝ้าจอ
- ลด Slippage เพราะไม่ต้องกด Market Order ตอนราคาวิ่งแรง
- ตั้ง Stop Loss และ Take Profit ล่วงหน้า
- เทรดตามแผนที่วิเคราะห์ไว้ ไม่ใช่ตามอารมณ์
Market Order — ซื้อขายทันทีที่ราคาปัจจุบัน
Market Order คือคำสั่งซื้อ (Buy) หรือขาย (Sell) ที่ราคาปัจจุบันทันที เป็น Order Type ที่ใช้บ่อยที่สุดและง่ายที่สุด
วิธีใช้ Market Order
กด Buy หรือ Sell บน MT4/MT5 ราคาจะถูก Execute ทันที (หรือเกือบทันที) ที่ราคา Ask (สำหรับ Buy) หรือ Bid (สำหรับ Sell)
ข้อดีของ Market Order
- ได้เข้าเทรดทันที ไม่ต้องรอ
- เหมาะกับสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจเร็ว
- ใช้ง่าย เหมาะกับมือใหม่
ข้อเสียของ Market Order
- Slippage: ช่วงข่าวหรือตลาดวิ่งแรง ราคาที่ได้อาจต่างจากที่เห็นบนจอ 1-5 จุด หรือมากกว่า
- ไม่สามารถตั้งราคาเข้าได้ คุณได้ราคาที่ตลาดให้
ตัวอย่างการใช้ Market Order
คุณเห็นราคาทอง XAUUSD ทะลุแนวต้าน 2,880 ขึ้นไป ราคาปัจจุบัน 2,882 คุณวิเคราะห์ว่าจะขึ้นต่อ → กด Buy Market ที่ 2,882 ทันที ตั้ง SL 2,865 TP 2,910
Buy Limit — ตั้งซื้อที่ราคาต่ำกว่าปัจจุบัน
Buy Limit คือคำสั่งซื้อที่ราคาต่ำกว่าราคาปัจจุบัน ใช้เมื่อคุณคิดว่าราคาจะลงมาถึงจุดหนึ่งแล้วกลับขึ้น
ตัวอย่างการใช้ Buy Limit
ราคาทอง XAUUSD ตอนนี้อยู่ที่ 2,880 คุณวิเคราะห์ว่ามีแนวรับที่ 2,860 คุณเชื่อว่าราคาจะลงมาที่ 2,860 แล้วเด้งขึ้น
→ ตั้ง Buy Limit ที่ 2,860 SL 2,845 TP 2,900
ถ้าราคาลงมาถึง 2,860 ออเดอร์จะเปิดอัตโนมัติ ถ้าราคาไม่ลงมาถึง ก็ไม่เปิด ไม่เสียเงิน
เมื่อไหร่ควรใช้ Buy Limit
- รอซื้อที่แนวรับ (Support)
- รอซื้อที่ Fibonacci Retracement Level
- รอซื้อที่ Demand Zone
Sell Limit — ตั้งขายที่ราคาสูงกว่าปัจจุบัน
Sell Limit คือคำสั่งขายที่ราคาสูงกว่าราคาปัจจุบัน ใช้เมื่อคุณคิดว่าราคาจะขึ้นไปถึงจุดหนึ่งแล้วกลับลง
ตัวอย่างการใช้ Sell Limit
ราคาทอง 2,880 คุณเห็นแนวต้านที่ 2,900 คิดว่าราคาจะขึ้นไปถึง 2,900 แล้วลง
→ ตั้ง Sell Limit ที่ 2,900 SL 2,915 TP 2,860
Buy Stop — ตั้งซื้อที่ราคาสูงกว่าปัจจุบัน
Buy Stop คือคำสั่งซื้อที่ราคาสูงกว่าราคาปัจจุบัน ใช้เมื่อคุณคิดว่าถ้าราคาทะลุแนวต้านขึ้นไปได้ จะวิ่งต่อ (Breakout Trading)
ตัวอย่างการใช้ Buy Stop
ราคาทอง 2,880 แนวต้านอยู่ที่ 2,895 คุณไม่รู้ว่าราคาจะทะลุขึ้นไปไหม แต่ถ้าทะลุได้ คุณคิดว่าจะวิ่งต่อถึง 2,930
→ ตั้ง Buy Stop ที่ 2,896 (เหนือแนวต้าน 1 จุด) SL 2,875 TP 2,930
Sell Stop — ตั้งขายที่ราคาต่ำกว่าปัจจุบัน
Sell Stop คือคำสั่งขายที่ราคาต่ำกว่าราคาปัจจุบัน ใช้เมื่อคุณคิดว่าถ้าราคาหลุดแนวรับลงไปได้ จะลงต่อ
ตัวอย่างการใช้ Sell Stop
ราคาทอง 2,880 แนวรับที่ 2,860 ถ้าหลุด 2,860 คุณคิดว่าจะดิ่งลง 2,820
→ ตั้ง Sell Stop ที่ 2,859 SL 2,880 TP 2,820
ตารางสรุป Order Types ทั้งหมด
| Order Type | ทิศทาง | ราคาที่ตั้ง | ใช้เมื่อ | กลยุทธ์ที่เหมาะ |
|---|---|---|---|---|
| Market Order | Buy/Sell | ราคาปัจจุบัน | ต้องการเข้าทันที | Scalping, News Trading |
| Buy Limit | Buy | ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน | รอซื้อตรงแนวรับ | Pullback, Fibonacci |
| Sell Limit | Sell | สูงกว่าราคาปัจจุบัน | รอขายตรงแนวต้าน | Resistance, Supply Zone |
| Buy Stop | Buy | สูงกว่าราคาปัจจุบัน | รอซื้อเมื่อทะลุแนวต้าน | Breakout Trading |
| Sell Stop | Sell | ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน | รอขายเมื่อหลุดแนวรับ | Breakout Trading |
Stop Loss และ Take Profit — Order ที่ต้องตั้งทุกครั้ง
นอกจาก Order เปิดออเดอร์แล้ว ยังมี Order สำหรับปิดออเดอร์ที่สำคัญไม่แพ้กัน:
Stop Loss (SL)
คำสั่งปิดออเดอร์อัตโนมัติเมื่อราคาไปในทิศทางตรงข้ามกับที่คุณเทรด ถึงจุดที่ “ยอมรับขาดทุน” ทุกออเดอร์ต้องมี SL เสมอ ตามหลัก Money Management ที่ดี
Take Profit (TP)
คำสั่งปิดออเดอร์อัตโนมัติเมื่อราคาไปในทิศทางที่คุณเทรดถึงจุดที่ “พอใจกำไร” ช่วยให้คุณไม่ต้องนั่งเฝ้าจอรอปิดเอง
Trailing Stop
Trailing Stop คือ Stop Loss ที่เลื่อนตามราคาอัตโนมัติเมื่อราคาไปในทิศทางที่คุณเทรด เช่น ตั้ง Trailing Stop 20 จุด เมื่อราคากำไร 20 จุด SL จะเลื่อนมาที่จุดเข้า (Breakeven) เมื่อกำไร 40 จุด SL จะเลื่อนมาที่กำไร 20 จุด เป็นต้น
Trailing Stop เหมาะกับ Trend Following ที่อยากให้กำไรวิ่งไปเรื่อยๆ แต่ป้องกันกำไรที่มีอยู่ไม่ให้หายไป
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Order Types
1. สับสน Limit กับ Stop
ข้อผิดพลาดอันดับ 1 คือสับสนระหว่าง Buy Limit กับ Buy Stop จำง่ายๆ ครับ:
- Limit = รอราคาดีกว่า: Buy Limit ซื้อราคาถูกกว่า / Sell Limit ขายราคาแพงกว่า
- Stop = รอราคายืนยันทิศทาง: Buy Stop ซื้อเมื่อทะลุขึ้น / Sell Stop ขายเมื่อทะลุลง
2. ตั้ง Pending Order ใกล้เกินไป
บาง Broker มีกฎ Minimum Distance เช่น Pending Order ต้องห่างจากราคาปัจจุบันอย่างน้อย 4-5 จุด ถ้าตั้งใกล้กว่านี้จะ Error
3. ลืมยกเลิก Pending Order
ตั้ง Buy Limit ไว้เมื่อวานแล้วลืม วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนแต่ Order ยัง Active ราคาลงมาถึง → เปิดออเดอร์โดยไม่ตั้งใจ ต้องตั้ง Expiry Date ทุกครั้งที่วาง Pending Order
4. ไม่ตั้ง SL กับ Pending Order
หลายคนตั้ง Pending Order แต่ลืมตั้ง SL ไว้ด้วย พอ Order ถูก Trigger ตอนนอนหลับ ราคาวิ่งสวนไม่มี SL → ขาดทุนหนัก ตั้ง SL พร้อม Pending Order ทุกครั้งครับ
เทคนิคใช้ Order Types ให้เทรดดีขึ้น
1. ใช้ Pending Order แทน Market Order ตอนกลางคืน
ถ้าคุณวิเคราะห์กราฟตอนค่ำ เห็น setup แต่ราคายังไม่ถึงจุดเข้า แทนที่จะนั่งเฝ้ารอ ให้ตั้ง Pending Order + SL + TP แล้วไปนอน เช้ามาเช็คว่า Order ถูก Trigger หรือยัง
2. ใช้ Buy Limit/Sell Limit รอที่ Fibonacci Level
หลังจากลาก Fibonacci แล้ว ตั้ง Buy Limit ที่ 61.8% Retracement กับ SL ใต้ 78.6% จะได้ Risk:Reward ที่ดีมาก
3. ใช้ Buy Stop/Sell Stop สำหรับ Breakout
วาง Buy Stop เหนือแนวต้าน 1-2 จุด เพื่อจับ Breakout ถ้าราคาไม่ทะลุ Order ก็ไม่เปิด ไม่เสียเงิน
4. OCO (One Cancels Other) Strategy
ตั้ง Buy Stop + Sell Stop พร้อมกัน (สอง Order) เหนือแนวต้านและใต้แนวรับ ราคาไปทางไหนก็จับทาง MT4/MT5 ไม่มี OCO อัตโนมัติ ต้องลบ Order ที่ไม่ได้ใช้เองหลังจาก Order แรกถูก Trigger
สรุป Order Types ที่ต้องจำ
จำแค่นี้ก็เทรดได้แล้วครับ:
- Market Order: ซื้อ/ขายทันที → ใช้บ่อยสุด
- Buy Limit: รอซื้อราคาถูกกว่า (แนวรับ)
- Sell Limit: รอขายราคาแพงกว่า (แนวต้าน)
- Buy Stop: ซื้อเมื่อทะลุขึ้น (Breakout)
- Sell Stop: ขายเมื่อทะลุลง (Breakdown)
- SL/TP: ตั้งทุกครั้ง ไม่มีข้อยกเว้น
★ EXCLUSIVE OFFER ★
เริ่มต้นเทรดกับ XM วันนี้
เปิดบัญชีเทรดฟรี รับโบนัส $30 ไม่ต้องฝากเงิน!
👉 สมัครเลย — รับโบนัสฟรี $30*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด | การเทรด CFD มีความเสี่ยงสูง คุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด







TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
မြန်မာ
简体中文