การเข้าใจ Order Types (ประเภทคำสั่งซื้อขาย) ใน Forex เป็นพื้นฐานที่สำคัญมากสำหรับเทรดเดอร์ทุกระดับ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพ การใช้ Order ที่ถูกประเภทจะช่วยให้คุณเข้าเทรดได้ตรงจุด ตั้ง Stop Loss ได้อย่างเหมาะสม ล็อกกำไรได้อัตโนมัติ และบริหารสถานะได้อย่างมืออาชีพ บทความนี้จะอธิบายทุกประเภท Order ที่มีใน MT4/MT5 ตั้งแต่ Market Order, Pending Order, Stop Loss, Take Profit, Trailing Stop ไปจนถึง Order ขั้นสูง พร้อมตัวอย่างจริงที่นำไปใช้ได้ทันที
- Market Order — คำสั่งซื้อขายทันที
- Pending Orders — คำสั่งรอดำเนินการ
- Buy Stop Limit / Sell Stop Limit (MT5 Only)
- Stop Loss (SL) — เครื่องมือปกป้องเงินทุน
- Take Profit (TP) — ล็อกกำไรอัตโนมัติ
- Trailing Stop — ล็อกกำไรแบบเลื่อนตาม
- Partial Close / Scale Out — ปิดออเดอร์บางส่วน
- Break Even Stop — จุดเสมอตัว
- OCO (One Cancels Other)
- Slippage & Requote คืออะไร?
- Execution Types — ประเภทการดำเนินคำสั่ง
- ตัวอย่างจริง: วาง Order ใน MT4/MT5
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Order Types
- FAQ — คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Order Types
- สรุป — รู้จัก Order Types ทำให้เทรดอย่างมืออาชีพ
- บทความที่เกี่ยวข้อง
Market Order — คำสั่งซื้อขายทันที
Market Order คือคำสั่งซื้อ (Buy) หรือขาย (Sell) ที่ดำเนินการทันทีที่ราคาปัจจุบัน เป็น Order ที่ใช้บ่อยที่สุดและเข้าใจง่ายที่สุด
Buy (Market Order)
คำสั่งซื้อที่ราคา Ask ปัจจุบัน ใช้เมื่อคุณคาดว่าราคาจะขึ้น คุณจะทำกำไรเมื่อราคาขึ้นสูงกว่าราคาที่ซื้อ
Sell (Market Order)
คำสั่งขายที่ราคา Bid ปัจจุบัน ใช้เมื่อคุณคาดว่าราคาจะลง คุณจะทำกำไรเมื่อราคาลงต่ำกว่าราคาที่ขาย
เมื่อไหร่ควรใช้ Market Order
- เมื่อต้องการเข้าเทรดทันที ไม่ต้องรอราคาเฉพาะ
- เมื่อเห็นสัญญาณ Price Action ที่ชัดเจนและต้องการ Execute ทันที
- เมื่อตลาดกำลัง Breakout และต้องการเข้าให้ทัน
- Spread ควรแคบ เพราะ Market Order จะ Execute ที่ราคา Ask (Buy) หรือ Bid (Sell)
ข้อควรระวัง
ในช่วงตลาดผันผวนสูง (เช่น ข่าว NFP) ราคาอาจเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ทำให้ราคาที่คุณเห็นบนหน้าจอกับราคาที่ Execute จริงอาจต่างกัน (Slippage)
Pending Orders — คำสั่งรอดำเนินการ
Pending Orders คือคำสั่งที่คุณตั้งไว้ล่วงหน้า ระบบจะ Execute อัตโนมัติเมื่อราคาถึงระดับที่กำหนด ทำให้คุณไม่ต้องนั่งเฝ้าจอตลอดเวลา
Buy Limit
Buy Limit คือคำสั่ง Buy ที่ตั้งไว้ ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน ใช้เมื่อคุณคาดว่าราคาจะลงมาถึงจุดที่กำหนดแล้วกลับตัวขึ้น
- ใช้เมื่อ: ต้องการ Buy ที่ Support, Demand Zone, Fibonacci Retracement Level
- ตัวอย่าง: EUR/USD ราคาปัจจุบัน 1.1050 คุณต้องการ Buy ที่ Support 1.1000 → ตั้ง Buy Limit ที่ 1.1000
- ข้อดี: ได้ราคาดีกว่า Market Order, SL แคบกว่า, Risk:Reward ดีกว่า
Sell Limit
Sell Limit คือคำสั่ง Sell ที่ตั้งไว้ สูงกว่าราคาปัจจุบัน ใช้เมื่อคุณคาดว่าราคาจะขึ้นไปถึงจุดที่กำหนดแล้วกลับตัวลง
- ใช้เมื่อ: ต้องการ Sell ที่ Resistance, Supply Zone, Fibonacci Extension Level
- ตัวอย่าง: XAU/USD ราคาปัจจุบัน 2350 คุณต้องการ Sell ที่ Resistance 2380 → ตั้ง Sell Limit ที่ 2380
Buy Stop
Buy Stop คือคำสั่ง Buy ที่ตั้งไว้ สูงกว่าราคาปัจจุบัน ใช้เมื่อคุณคาดว่าถ้าราคาผ่านจุดที่กำหนดขึ้นไปได้ จะวิ่งต่อไปทางขาขึ้น (Breakout Buy)
- ใช้เมื่อ: ต้องการ Buy Breakout เหนือ Resistance, เหนือ Swing High, เหนือ Chart Pattern
- ตัวอย่าง: GBP/USD ราคาปัจจุบัน 1.2700 Resistance อยู่ที่ 1.2750 → ตั้ง Buy Stop ที่ 1.2755 (เหนือ Resistance เล็กน้อย)
Sell Stop
Sell Stop คือคำสั่ง Sell ที่ตั้งไว้ ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน ใช้เมื่อคุณคาดว่าถ้าราคาหลุดจุดที่กำหนดลงไป จะวิ่งต่อไปทางขาลง (Breakout Sell)
- ใช้เมื่อ: ต้องการ Sell Breakout ใต้ Support, ใต้ Swing Low, ใต้ Trend Line
- ตัวอย่าง: USD/JPY ราคาปัจจุบัน 155.00 Support อยู่ที่ 154.50 → ตั้ง Sell Stop ที่ 154.45
ตารางสรุป Pending Orders
| Order Type | ตั้งไว้ที่ | คาดว่าราคาจะ | ใช้กับกลยุทธ์ |
|---|---|---|---|
| Buy Limit | ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน | ลงมาแล้วกลับขึ้น | Pullback, Bounce, Reversal |
| Sell Limit | สูงกว่าราคาปัจจุบัน | ขึ้นไปแล้วกลับลง | Pullback, Bounce, Reversal |
| Buy Stop | สูงกว่าราคาปัจจุบัน | ขึ้นผ่านแล้ววิ่งต่อ | Breakout ขาขึ้น |
| Sell Stop | ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน | ลงผ่านแล้ววิ่งต่อ | Breakout ขาลง |
Buy Stop Limit / Sell Stop Limit (MT5 Only)
ใน MT5 มี Order ขั้นสูงเพิ่มเติมอีก 2 ประเภท ที่เป็นการรวม Stop Order + Limit Order เข้าด้วยกัน
Buy Stop Limit
เป็นคำสั่งที่จะ สร้าง Buy Limit เมื่อราคาขึ้นไปถึงจุด Stop ที่กำหนด ใช้เมื่อคุณคาดว่าราคาจะขึ้นไปถึงจุดหนึ่ง แล้ว Pullback ลงมาก่อนจะวิ่งต่อ
- ตัวอย่าง: ราคาปัจจุบัน 1.1000 คุณคิดว่าเมื่อราคาขึ้นถึง 1.1050 จะ Pullback ลงมาที่ 1.1030 แล้วค่อยวิ่งขึ้นต่อ → ตั้ง Buy Stop Limit: Stop Price = 1.1050, Limit Price = 1.1030
Sell Stop Limit
เป็นคำสั่งที่จะ สร้าง Sell Limit เมื่อราคาลงไปถึงจุด Stop ที่กำหนด ใช้เมื่อคุณคาดว่าราคาจะลงไปถึงจุดหนึ่ง แล้ว Pullback ขึ้นมาก่อนจะวิ่งลงต่อ
หมายเหตุ: Order ทั้งสองประเภทนี้มีเฉพาะใน MT5 เท่านั้น MT4 ไม่รองรับ
Stop Loss (SL) — เครื่องมือปกป้องเงินทุน
Stop Loss คือคำสั่งปิดสถานะอัตโนมัติเมื่อราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงข้ามกับที่คาดไว้ ถึงระดับที่ยอมรับการขาดทุนได้ การตั้ง SL เป็นหัวใจสำคัญของ Risk Management (การบริหารความเสี่ยง)
ทำไมต้องตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง
- ป้องกันการขาดทุนเกินที่รับได้ — ไม่มีใครรู้ว่าตลาดจะไปทางไหน
- ลดอารมณ์ในการตัดสินใจ — ระบบจะปิดให้อัตโนมัติ ไม่ต้องตัดสินใจตอนกดดัน
- ปกป้องพอร์ตจาก Black Swan Event — เหตุการณ์ไม่คาดคิดเช่น Flash Crash
- ช่วยคำนวณ Position Size / Lot Size ที่เหมาะสม
วิธีตั้ง Stop Loss อย่างถูกต้อง
1. ตั้ง SL ตาม ATR (Average True Range)
ATR วัดความผันผวนเฉลี่ยของราคา วิธีใช้คือนำค่า ATR คูณ 1.5-2 เท่า แล้ววาง SL ที่ระยะนั้น
- ตัวอย่าง: EUR/USD ATR(14) บน H4 = 30 pip → SL = 30 x 1.5 = 45 pip จากจุด Entry
- ข้อดี: SL ปรับตามความผันผวนจริงของตลาด ไม่แคบเกินไป (โดนกวาด) หรือกว้างเกินไป (เสียเงินมาก)
2. ตั้ง SL ตาม Support/Resistance
วาง SL ใต้ Support (สำหรับ Buy) หรือเหนือ Resistance (สำหรับ Sell) โดยเว้นระยะ Buffer 5-10 pip
- ตัวอย่าง: Buy EUR/USD ที่ 1.1000 Support อยู่ที่ 1.0980 → SL ที่ 1.0970 (เว้น 10 pip Buffer)
3. ตั้ง SL ตาม Swing High/Low
สำหรับ Buy วาง SL ใต้ Swing Low ล่าสุด สำหรับ Sell วาง SL เหนือ Swing High ล่าสุด เป็นวิธียอดนิยมสำหรับเทรดเดอร์ Price Action
ข้อผิดพลาดในการตั้ง SL
- SL แคบเกินไป: โดน Market Noise กวาดออกบ่อย ทั้งที่ทิศทางถูก
- SL กว้างเกินไป: เมื่อโดน SL จะขาดทุนมากเกินไป ทำลาย Risk:Reward Ratio
- ไม่ตั้ง SL เลย: อันตรายที่สุด! การขาดทุนอาจมากจนล้างพอร์ตได้
- ขยับ SL ให้กว้างขึ้น: เมื่อราคาใกล้ SL แล้วขยับออก เป็นสัญญาณว่าวิเคราะห์ผิดตั้งแต่แรก
Take Profit (TP) — ล็อกกำไรอัตโนมัติ
Take Profit คือคำสั่งปิดสถานะอัตโนมัติเมื่อราคาถึงเป้าหมายกำไรที่กำหนดไว้ ช่วยให้คุณล็อกกำไรโดยไม่ต้องเฝ้าจอ
วิธีตั้ง Take Profit
1. Fixed Risk:Reward Ratio
กำหนด TP ตามสัดส่วน Risk:Reward ที่ต้องการ เช่น ถ้า SL = 30 pip
- Risk:Reward 1:2 → TP = 60 pip
- Risk:Reward 1:3 → TP = 90 pip
- แนะนำ: ไม่ควรต่ำกว่า 1:1.5 เพื่อให้ระบบมีความได้เปรียบทางสถิติ
2. Fibonacci Extension
ใช้ Fibonacci Extension Level เป็นเป้าหมาย TP ที่นิยม ได้แก่ 127.2%, 161.8%, 200%
3. Support/Resistance Level
ตั้ง TP ที่ Resistance ถัดไป (สำหรับ Buy) หรือ Support ถัดไป (สำหรับ Sell) วิธีนี้ยึดตามโครงสร้างตลาดจริง ทำให้สมเหตุสมผล
4. Multiple TPs (TP หลายจุด)
แบ่ง TP ออกเป็นหลายจุด เช่น
- TP1: ปิด 50% ที่ Risk:Reward 1:1
- TP2: ปิด 30% ที่ Risk:Reward 1:2
- TP3: ปิด 20% ที่ Risk:Reward 1:3
วิธีนี้ช่วยล็อกกำไรบางส่วนไว้ก่อน ขณะที่ปล่อยส่วนที่เหลือวิ่งต่อ
Trailing Stop — ล็อกกำไรแบบเลื่อนตาม
Trailing Stop คือ Stop Loss ที่จะเลื่อนตามราคาโดยอัตโนมัติเมื่อราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ทำกำไร แต่จะไม่เลื่อนกลับเมื่อราคาย้อนกลับ
วิธีทำงานของ Trailing Stop
- คุณเปิด Buy EUR/USD ที่ 1.1000 พร้อม SL ที่ 1.0970 (30 pip)
- ตั้ง Trailing Stop ที่ 30 pip
- ราคาขึ้นไปถึง 1.1050 → SL เลื่อนตามเป็น 1.1020 (ห่างจากราคาสูงสุด 30 pip)
- ราคาขึ้นต่อถึง 1.1100 → SL เลื่อนเป็น 1.1070
- ราคาย้อนกลับลงมาถึง 1.1070 → ระบบปิดออเดอร์อัตโนมัติ กำไร 70 pip
วิธีใช้ Trailing Stop อย่างมืออาชีพ
- ไม่ตั้ง Trailing Stop เร็วเกินไป: รอให้ราคาวิ่งไปในทิศทางที่ต้องการพอสมควรก่อน เช่น รอจน SL มาถึงจุด Break Even แล้วค่อยเปิด Trailing Stop
- ระยะ Trailing ควรสอดคล้องกับ Timeframe: สำหรับ Scalping อาจใช้ 10-15 pip สำหรับ Swing Trading อาจใช้ 50-100 pip
- ใช้ ATR เป็นตัวกำหนดระยะ: ตั้ง Trailing Stop = ATR x 2 เพื่อให้ไม่โดนกวาดจาก Noise ปกติ
- Trailing Stop ทำงานเฉพาะเมื่อ MT4/MT5 เปิดอยู่: ใน MT4 Trailing Stop ทำงานบนเครื่องลูกค้า ถ้าปิดโปรแกรม Trailing Stop จะหยุดทำงาน ต้องใช้ VPS ถ้าต้องการให้ทำงานตลอด
Partial Close / Scale Out — ปิดออเดอร์บางส่วน
Partial Close คือการปิดออเดอร์เพียงบางส่วน เพื่อล็อกกำไรบางส่วนไว้ก่อน แล้วปล่อยส่วนที่เหลือวิ่งต่อ
ตัวอย่าง Scale Out
- เปิด Buy 1.0 Lot ที่ 1.1000 SL ที่ 1.0970 TP ที่ 1.1090
- ราคาขึ้นถึง 1.1030 (กำไร 30 pip) → ปิด 0.5 Lot → ล็อกกำไร $150
- ขยับ SL ที่เหลือ 0.5 Lot ขึ้นมาที่ Break Even (1.1000)
- ราคาขึ้นต่อถึง 1.1090 → ปิดอีก 0.5 Lot ที่เหลือ → กำไรเพิ่ม $450
- รวมกำไร: $150 + $450 = $600 โดยไม่มีความเสี่ยงหลังจากปิดส่วนแรก
ข้อดีและข้อเสีย
- ข้อดี: ลดความเสี่ยง ล็อกกำไรบางส่วน ลดความกดดันทางจิตใจ
- ข้อเสีย: กำไรรวมจะน้อยกว่าการถือทั้ง Lot ถ้าราคาวิ่งไปถึง TP
Break Even Stop — จุดเสมอตัว
Break Even Stop คือการขยับ Stop Loss มาที่จุด Entry ดั้งเดิม ทำให้การเทรดนั้น “ไม่มีความเสี่ยง” แม้ว่าราคาจะย้อนกลับ คุณก็แค่เสมอตัว ไม่ขาดทุน
เมื่อไหร่ควรขยับ SL มา Break Even
- เมื่อราคาวิ่งไปในทิศทางที่ถูกต้องเท่ากับหรือมากกว่า SL Distance เช่น SL = 30 pip ราคาวิ่งไป 30+ pip → ขยับ SL มา Break Even
- เมื่อราคาถึง TP1 (ถ้าใช้ Multiple TPs)
- เมื่อมีสัญญาณว่า Momentum เริ่มอ่อนแรง
ข้อควรระวัง
อย่าขยับ SL มา Break Even เร็วเกินไป เพราะราคามักจะ Pullback กลับมาทดสอบจุด Entry ก่อนจะวิ่งต่อ ถ้าขยับเร็วเกินไปอาจโดนปิดที่ Break Even แล้วราคาวิ่งไปในทิศทางที่ถูก
OCO (One Cancels Other)
OCO คือกลุ่มของ Pending Orders สองอัน ที่เมื่ออันหนึ่ง Execute แล้ว อีกอันจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ ใน MT4/MT5 ไม่มี OCO เป็น Built-in แต่สามารถทำได้ผ่าน EA (Expert Advisor)
ตัวอย่างการใช้ OCO
ราคา EUR/USD อยู่ที่ 1.1000 กำลังจะออกข่าวสำคัญ คุณไม่รู้ว่าราคาจะขึ้นหรือลง
- ตั้ง Buy Stop ที่ 1.1030 (ถ้าราคา Breakout ขึ้น)
- ตั้ง Sell Stop ที่ 1.0970 (ถ้าราคา Breakout ลง)
- ด้วย OCO เมื่ออันหนึ่ง Execute อีกอันจะถูกยกเลิกอัตโนมัติ
ข้อควรระวัง: กลยุทธ์นี้อาจทำให้ขาดทุนจาก Slippage และ Whipsaw ในช่วงข่าว ราคาอาจ Execute ทั้งสอง Order ถ้าราคาแกว่งแรงมาก
Slippage & Requote คืออะไร?
Slippage
Slippage คือส่วนต่างระหว่างราคาที่คุณต้องการ Execute กับราคาที่ Execute จริง เกิดจากการที่ราคาเปลี่ยนแปลงเร็วมากในช่วงเสี้ยววินาทีที่คำสั่งกำลังถูกส่งไปยัง Server
- Positive Slippage: ได้ราคาดีกว่าที่ตั้งไว้ (เกิดน้อย)
- Negative Slippage: ได้ราคาแย่กว่าที่ตั้งไว้ (เกิดบ่อยกว่า)
- เกิดบ่อยเมื่อ: ข่าวสำคัญ, ตลาดเปิด (Monday Gap), สภาพคล่องต่ำ
Requote
Requote คือเมื่อโบรกเกอร์แจ้งว่าราคาที่คุณขอไม่สามารถ Execute ได้ และเสนอราคาใหม่ให้คุณยืนยัน มักเกิดกับโบรกเกอร์แบบ Market Maker ที่ใช้ Instant Execution
วิธีลด Slippage/Requote
- เลือกโบรกเกอร์ ECN/STP ที่มี Market Execution
- หลีกเลี่ยงการเทรดช่วงข่าวสำคัญ (NFP, FOMC, CPI)
- ใช้ VPS ที่ใกล้กับ Server ของโบรกเกอร์เพื่อลด Latency
- ตั้ง Maximum Deviation ใน MT4/MT5 เพื่อจำกัด Slippage ที่ยอมรับได้
Execution Types — ประเภทการดำเนินคำสั่ง
Instant Execution
คำสั่งจะถูก Execute ที่ราคาที่คุณเห็นบนหน้าจอ ถ้าราคาเปลี่ยนไปก่อนที่คำสั่งจะถึง Server โบรกเกอร์จะ Requote ข้อดีคือได้ราคาที่ต้องการ ข้อเสียคืออาจโดน Requote บ่อย
Market Execution
คำสั่งจะถูก Execute ที่ราคาดีที่สุดที่มีอยู่ในตลาด ณ ขณะนั้น ไม่มี Requote แต่อาจเกิด Slippage ข้อดีคือคำสั่งจะ Execute เสมอ ข้อเสียคืออาจได้ราคาต่างจากที่เห็น
| คุณสมบัติ | Instant Execution | Market Execution |
|---|---|---|
| Requote | มีได้ | ไม่มี |
| Slippage | ไม่มี (แต่อาจ Requote) | มีได้ |
| ความเร็ว | เร็ว (ถ้าไม่ Requote) | เร็วมาก |
| เหมาะสำหรับ | เทรดเดอร์ที่ต้องการราคาแน่นอน | Scalper, Day Trader |
| โบรกเกอร์ | Market Maker | ECN/STP |
ตัวอย่างจริง: วาง Order ใน MT4/MT5
มาดูขั้นตอนการวาง Order ในแพลตฟอร์มจริงกัน
ขั้นตอนเปิด Buy Limit ใน MT4
- เปิดกราฟคู่เงินที่ต้องการ (เช่น EUR/USD)
- คลิกขวาบนกราฟ → เลือก “Trading” → “New Order” (หรือกด F9)
- หน้าต่าง Order จะปรากฏ:
- Symbol: เลือกคู่เงิน
- Volume: ใส่ Lot Size ที่ต้องการ (เช่น 0.10)
- Type: เปลี่ยนจาก “Market Execution” เป็น “Pending Order”
- Type (Pending): เลือก “Buy Limit”
- Price: ใส่ราคาที่ต้องการ Buy (ต้องต่ำกว่าราคาปัจจุบัน)
- Stop Loss: ใส่ราคา SL
- Take Profit: ใส่ราคา TP
- Expiry: กำหนดวันหมดอายุ (ถ้าต้องการ)
- คลิก “Place” เพื่อวาง Order
- Order จะปรากฏในแท็บ “Trade” รอจนกว่าราคาจะถึง
ขั้นตอนตั้ง Trailing Stop ใน MT4
- เปิดออเดอร์ด้วย Market Order หรือรอ Pending Order Execute
- ที่แท็บ “Trade” คลิกขวาบนออเดอร์ที่เปิดอยู่
- เลือก “Trailing Stop”
- เลือกระยะ Trailing ที่ต้องการ (เช่น 30 points = 3 pip สำหรับ 5-digit broker)
- หรือเลือก “Custom…” เพื่อใส่ค่าเอง
เคล็ดลับสำหรับ MT5
MT5 มีฟีเจอร์เพิ่มเติมจาก MT4 ได้แก่
- Buy Stop Limit / Sell Stop Limit Order
- การ Partial Close ทำได้ง่ายกว่า (Modify Volume)
- Depth of Market (DOM) สำหรับดู Order Book
- One Click Trading ที่เร็วกว่า
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Order Types
- สับสนระหว่าง Limit กับ Stop: Buy Limit = ซื้อที่ราคาต่ำกว่า, Buy Stop = ซื้อที่ราคาสูงกว่า ต้องจำให้ขึ้นใจ ผิดประเภทอาจเปิดสถานะผิดทาง
- ไม่ตั้ง Stop Loss: เทรดโดยไม่มี SL คือข้อผิดพลาดที่อันตรายที่สุด หลายคนล้างพอร์ตเพราะเรื่องนี้
- ตั้ง SL แคบเกินไป: SL 5-10 pip สำหรับ Swing Trading จะโดนกวาดทุกที
- ไม่ตรวจสอบ Spread ก่อนวาง Order: Pending Order ที่ตั้งไว้ชิด Spread อาจ Execute ทันทีโดยไม่ตั้งใจ
- ลืมว่า Trailing Stop ต้องเปิด MT4: ปิดโปรแกรมแล้ว Trailing Stop จะหยุดทำงาน
- ไม่ตั้ง Expiry สำหรับ Pending Order: Order อาจค้างอยู่นาน Execute ในเวลาที่ไม่เหมาะสม
- ขยับ SL สวนทาง: เมื่อราคาใกล้ SL แล้วขยับออกเพราะไม่อยากขาดทุน เป็นพฤติกรรมที่ทำลายพอร์ตมากที่สุด
- ไม่คำนวณ Lot Size ก่อนวาง Order: ต้องคำนวณ Lot Size ให้สอดคล้องกับ SL Distance และ % ที่ยอมเสี่ยงต่อเทรด
FAQ — คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Order Types
Q: Buy Limit กับ Buy Stop ต่างกันอย่างไร?
A: Buy Limit ตั้งที่ราคาต่ำกว่าปัจจุบัน (รอราคาลงมาซื้อ) Buy Stop ตั้งที่ราคาสูงกว่าปัจจุบัน (รอราคาทะลุขึ้นไปแล้วซื้อ) ใช้ในสถานการณ์ที่ต่างกัน Limit = Reversal/Bounce, Stop = Breakout
Q: ต้องตั้ง SL และ TP ทุกครั้งไหม?
A: SL ต้องตั้งทุกครั้ง ไม่มีข้อยกเว้น! TP ไม่จำเป็นต้องตั้งเสมอไป หากต้องการใช้ Trailing Stop หรือ Manual Close แทนก็ได้ แต่ต้องมีแผนการปิดออเดอร์ที่ชัดเจน
Q: Pending Order มีค่าธรรมเนียมไหม?
A: ไม่มี การวาง Pending Order ไม่เสียค่าธรรมเนียม จะเสียต้นทุน (Spread/Commission) เมื่อ Order ถูก Execute แล้วเท่านั้น
Q: สามารถแก้ไข Pending Order ได้ไหม?
A: ได้ คุณสามารถแก้ไขราคา SL TP และ Expiry ของ Pending Order ได้ตลอดเวลาก่อนที่จะ Execute
Q: Trailing Stop กับ Manual SL Management อันไหนดีกว่า?
A: ขึ้นอยู่กับสไตล์ Trailing Stop สะดวกและเป็นระบบ แต่อาจไม่ยืดหยุ่น Manual SL Management ยืดหยุ่นกว่า (เช่น ขยับ SL ตาม Structure) แต่ต้องเฝ้าจอ เทรดเดอร์มืออาชีพหลายคนใช้ Manual + Break Even + Trailing Stop ผสมกัน
สรุป — รู้จัก Order Types ทำให้เทรดอย่างมืออาชีพ
การเข้าใจและใช้ Order Types อย่างถูกต้องเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญมากสำหรับเทรดเดอร์ทุกคน Market Order ใช้เข้าทันที Pending Order (Buy Limit, Sell Limit, Buy Stop, Sell Stop) ใช้วางแผนล่วงหน้า Stop Loss ปกป้องเงินทุน Take Profit ล็อกกำไร Trailing Stop ปล่อยให้กำไรวิ่ง และ Partial Close ลดความเสี่ยง สิ่งสำคัญที่สุดคือต้อง ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง และคำนวณ Lot Size ให้สอดคล้องกับ Risk Management ของคุณ
เปิดบัญชีเทรด XM — ฝึกใช้ Order Types ทุกประเภท
XM รองรับทั้ง MT4 และ MT5 ให้คุณใช้ Order Types ได้ครบทุกประเภท มี Demo Account ให้ฝึกฟรี Execution เร็ว Slippage ต่ำ เหมาะสำหรับทั้ง Scalper และ Swing Trader เปิดบัญชีเริ่มต้นเพียง $5







TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文