สารบัญ
- ทำไม Money Management ถึงสำคัญกว่า EA
- กฎข้อ 1: ไม่เสี่ยงเกิน 2% ต่อออเดอร์
- กฎข้อ 2: ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง
- กฎข้อ 3: Risk:Reward อย่างน้อย 1:1.5
- กฎข้อ 4: Max Drawdown ไม่เกิน 20%
- กฎข้อ 5: ไม่ใช้ Martingale
- กฎข้อ 6: ถอนกำไรสม่ำเสมอ
- กฎข้อ 7: แยกบัญชีสำหรับ EA แต่ละตัว
- กฎข้อ 8: ไม่เทรดเกิน 3 คู่เงินพร้อมกัน
- กฎข้อ 9: มีทุนสำรอง
- กฎข้อ 10: จดบันทึกทุกออเดอร์
- ตัวอย่างการคำนวณ Lot Size
- สรุป
- FAQ
ทำไม Money Management ถึงสำคัญกว่า EA
ผมเทรดมา 13 ปี และเห็นเทรดเดอร์ที่มี EA ดีมากแต่ล้างพอร์ตเพราะ Money Management ไม่ดี ในขณะเดียวกัน เทรดเดอร์ที่มี EA ธรรมดาแต่ Money Management ดี กลับทำกำไรสม่ำเสมอ
- ทำไม Money Management ถึงสำคัญกว่า EA
- กฎข้อ 1: ไม่เสี่ยงเกิน 2% ต่อออเดอร์
- กฎข้อ 2: ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง
- กฎข้อ 3: Risk:Reward อย่างน้อย 1:1.5
- กฎข้อ 4: Max Drawdown ไม่เกิน 20%
- กฎข้อ 5: ไม่ใช้ Martingale
- กฎข้อ 6: ถอนกำไรสม่ำเสมอ
- กฎข้อ 7: แยกบัญชีสำหรับ EA แต่ละตัว
- กฎข้อ 8: ไม่เทรดเกิน 3 คู่เงินพร้อมกัน
- กฎข้อ 9: มีทุนสำรอง
- กฎข้อ 10: จดบันทึกทุกออเดอร์
- ตัวอย่างการคำนวณ Lot Size
- สรุป
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ความจริงที่ต้องยอมรับ:
- EA ที่ดีที่สุดในโลกก็ล้างพอร์ตได้ ถ้าไม่มี Money Management
- EA ที่ Win Rate 50% ก็ทำกำไรได้ ถ้ามี Money Management ที่ดี
- 90% ของเทรดเดอร์ที่ล้างพอร์ต ไม่ใช่เพราะ EA ไม่ดี แต่เพราะ Money Management ไม่ดี
Money Management คือ “ประกันชีวิต” ของพอร์ตเทรด ไม่ว่า EA จะดีแค่ไหน ถ้าไม่มี MM ที่ดี สักวันก็จะล้างพอร์ต
กฎข้อ 1: ไม่เสี่ยงเกิน 2% ต่อออเดอร์
นี่คือกฎที่สำคัญที่สุด ถ้าจำได้แค่ข้อเดียว ให้จำข้อนี้:
ทำไม 2%: ถ้าเสี่ยง 2% ต่อออเดอร์ ต้องขาดทุนติดต่อกัน 35 ครั้งถึงจะล้างพอร์ต (0.98^35 = 0.49) ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้สำหรับ EA ที่มี Win Rate > 50%
เปรียบเทียบ:
- Risk 2%: ขาดทุน 10 ครั้งติด = พอร์ตลดลง 18.3% (ยังกู้คืนได้)
- Risk 5%: ขาดทุน 10 ครั้งติด = พอร์ตลดลง 40.1% (ยากที่จะกู้คืน)
- Risk 10%: ขาดทุน 10 ครั้งติด = พอร์ตลดลง 65.1% (แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะกู้คืน)
วิธีคำนวณ:
ทุน × 2% ÷ (SL pips × pip value) = Lot Size
ตัวอย่าง: ทุน $1,000 × 2% = $20 ÷ (40 pips × $0.10) = 0.05 lot
กฎข้อ 2: ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง
ห้ามเทรดโดยไม่มี Stop Loss เด็ดขาด แม้ EA จะมีระบบปิดออเดอร์อัตโนมัติ ก็ต้องตั้ง SL ไว้เป็น safety net เพราะ:
- อินเทอร์เน็ตอาจหลุด → EA ไม่สามารถปิดออเดอร์ได้
- VPS อาจ crash → EA หยุดทำงาน
- MT4/MT5 อาจค้าง → ออเดอร์ค้างอยู่
- Broker server อาจ down → ไม่สามารถส่งคำสั่งได้
SL ที่แนะนำ:
- EURUSD: 30-50 pips
- GBPUSD: 40-60 pips
- USDJPY: 30-50 pips
- XAUUSD: 300-600 pips
กฎข้อ 3: Risk:Reward อย่างน้อย 1:1.5
Risk:Reward Ratio (RRR) คืออัตราส่วนระหว่างความเสี่ยงกับผลตอบแทน:
ตัวอย่าง: SL = 40 pips, TP = 60 pips → RRR = 1:1.5
ทำไม 1:1.5 ขึ้นไป: ถ้า RRR = 1:1.5 และ Win Rate = 50% คุณจะยังกำไร เพราะเมื่อชนะได้ 1.5 เท่าของเมื่อแพ้ แม้ชนะแค่ครึ่งหนึ่งก็ยังกำไร
สูตร: Break-even Win Rate = 1 / (1 + RRR)
- RRR 1:1 → Break-even Win Rate = 50%
- RRR 1:1.5 → Break-even Win Rate = 40%
- RRR 1:2 → Break-even Win Rate = 33%
- RRR 1:3 → Break-even Win Rate = 25%
กฎข้อ 4: Max Drawdown ไม่เกิน 20%
ตั้งกฎว่าถ้าพอร์ตลดลง 20% จากจุดสูงสุด ให้หยุดเทรดทันที:
ทำไม 20%: เพราะการกู้คืนจาก Drawdown ต้องใช้กำไรมากกว่า:
- DD 10% → ต้องกำไร 11.1% เพื่อกู้คืน
- DD 20% → ต้องกำไร 25% เพื่อกู้คืน
- DD 30% → ต้องกำไร 42.9% เพื่อกู้คืน
- DD 50% → ต้องกำไร 100% เพื่อกู้คืน
เมื่อถึง Max DD:
- หยุดเทรดทันที
- วิเคราะห์ว่าเกิดอะไรขึ้น (ตลาดเปลี่ยน? EA มี bug? MM ผิดพลาด?)
- แก้ไขปัญหา
- เริ่มใหม่ด้วยทุนน้อยลง
กฎข้อ 5: ไม่ใช้ Martingale
Martingale คือ: การเพิ่ม Lot Size เป็น 2 เท่าหลังขาดทุน เพื่อให้ออเดอร์ถัดไปกู้คืนทั้งหมด
ทำไมอันตราย: Martingale ทำให้ดูเหมือนกำไรสม่ำเสมอ (Win Rate สูงมาก) แต่เมื่อขาดทุนติดต่อกัน 5-7 ครั้ง Lot Size จะใหญ่มากจนล้างพอร์ต
ตัวอย่าง: เริ่มที่ 0.01 lot → ขาดทุน → 0.02 lot → ขาดทุน → 0.04 lot → ขาดทุน → 0.08 lot → ขาดทุน → 0.16 lot → ขาดทุน → 0.32 lot → ล้างพอร์ต
ทางเลือก: ใช้ Anti-Martingale แทน คือเพิ่ม Lot Size เมื่อกำไร ลด Lot Size เมื่อขาดทุน ปลอดภัยกว่ามาก
กฎข้อ 6: ถอนกำไรสม่ำเสมอ
เมื่อกำไร 20-30% ให้ถอนกำไรออกมา 50-70%:
ทำไมต้องถอน:
- ป้องกันไม่ให้ทุนสะสมมากเกินไป (ยิ่งทุนมาก ยิ่งเสี่ยงมาก)
- สร้างวินัยในการทำกำไร
- ลดความเสี่ยงจาก Black Swan events
- มีเงินสำรองสำหรับเริ่มใหม่ถ้าล้างพอร์ต
ตัวอย่าง: ทุน $1,000 กำไร $250 (+25%) → ถอน $175 (70% ของกำไร) → ทุนเหลือ $1,075
กฎข้อ 7: แยกบัญชีสำหรับ EA แต่ละตัว
ถ้าใช้ EA หลายตัว ให้เปิดบัญชีแยกกัน:
เหตุผล:
- ป้องกัน conflict ของ Magic Number
- ง่ายต่อการติดตามผลลัพธ์ของ EA แต่ละตัว
- ถ้า EA ตัวหนึ่งล้างพอร์ต ไม่กระทบ EA ตัวอื่น
- Money Management แยกกัน ไม่ปนกัน
กฎข้อ 8: ไม่เทรดเกิน 3 คู่เงินพร้อมกัน
สำหรับ EA Semi Auto ไม่ควรเทรดเกิน 3 คู่เงินพร้อมกัน เพราะต้องดูกราฟและตัดสินใจเอง ถ้าเทรดหลายคู่เกินไป จะไม่สามารถกรองสัญญาณได้ดี
คู่เงินที่แนะนำ:
- EURUSD + XAUUSD (2 คู่ ไม่ correlate กันมาก)
- EURUSD + GBPUSD + USDJPY (3 คู่หลัก)
- XAUUSD อย่างเดียว (ถ้าเน้นทองคำ)
กฎข้อ 9: มีทุนสำรอง
อย่าเอาเงินทั้งหมดไปเทรด ต้องมีทุนสำรอง:
สูตร: ทุนเทรด = ไม่เกิน 30% ของเงินออมทั้งหมด
ตัวอย่าง: เงินออม 100,000 บาท → ทุนเทรดไม่เกิน 30,000 บาท (ประมาณ $850)
ทุนสำรองใช้ทำอะไร:
- เริ่มใหม่ถ้าล้างพอร์ต
- เพิ่มทุนเมื่อ EA พิสูจน์แล้วว่าทำกำไร
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ (VPS, EA license)
กฎข้อ 10: จดบันทึกทุกออเดอร์
จดบันทึก (Trade Journal) ทุกออเดอร์ที่ EA ส่งสัญญาณ ทั้งที่ยืนยันและปฏิเสธ:
สิ่งที่ต้องจด:
- วันที่ เวลา คู่เงิน
- สัญญาณ: Buy/Sell
- ยืนยัน/ปฏิเสธ (พร้อมเหตุผล)
- Entry Price, SL, TP
- ผลลัพธ์: กำไร/ขาดทุน กี่ pips
- สภาวะตลาด: trending/ranging/volatile
- หมายเหตุ: สิ่งที่เรียนรู้
ทำไมต้องจด: หลังจาก 100 ออเดอร์ คุณจะเห็น pattern ว่าสัญญาณแบบไหนที่คุณกรองได้ดี สัญญาณแบบไหนที่คุณมักตัดสินใจผิด ทำให้พัฒนาทักษะได้เร็วขึ้น
ตัวอย่างการคำนวณ Lot Size
ผมจะแสดงวิธีคำนวณ Lot Size สำหรับสถานการณ์ต่างๆ:
| ทุน | Risk % | Risk $ | SL (pips) | Lot Size |
|---|---|---|---|---|
| $500 | 2% | $10 | 40 | 0.025 → 0.02 |
| $1,000 | 2% | $20 | 40 | 0.05 |
| $2,000 | 1% | $20 | 50 | 0.04 |
| $5,000 | 1% | $50 | 40 | 0.125 → 0.12 |
| $1,000 (XAUUSD) | 1% | $10 | 500 | 0.02 |
อ่านเพิ่มเติม: EA Semi Auto คู่มือฉบับสมบูรณ์ | Backtest EA อย่างถูกวิธี | Money Management สำหรับคนวัยทำงาน | AI Tools สำหรับคน IT
สรุป
Money Management คือสิ่งที่แยกเทรดเดอร์ที่อยู่รอดออกจากเทรดเดอร์ที่ล้างพอร์ต กฎ 10 ข้อนี้เป็นพื้นฐานที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะกฎข้อ 1 (ไม่เสี่ยงเกิน 2%) กฎข้อ 2 (ตั้ง SL ทุกครั้ง) และกฎข้อ 5 (ไม่ใช้ Martingale) ถ้าทำได้ 3 ข้อนี้ โอกาสล้างพอร์ตจะลดลงอย่างมาก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ทำไมต้อง 2% ทำไมไม่ 5% หรือ 10%?
A: 2% ให้โอกาสรอดสูงสุด ถ้าเสี่ยง 5% ขาดทุน 10 ครั้งติดพอร์ตลดลง 40% ซึ่งยากที่จะกู้คืน ถ้าเสี่ยง 10% ขาดทุน 7 ครั้งติดพอร์ตลดลง 52% แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะกู้คืน 2% ให้ balance ที่ดีระหว่างการเติบโตและการอยู่รอด
Q: Martingale ใช้ได้ไหมถ้ามีทุนเยอะ?
A: ไม่แนะนำ ไม่ว่าจะมีทุนเท่าไหร่ Martingale มีโอกาสล้างพอร์ตเสมอ เพราะ losing streak ไม่มีขีดจำกัดทางทฤษฎี ผมเคยเห็นเทรดเดอร์ที่มีทุน $100,000 ล้างพอร์ตด้วย Martingale ภายใน 1 วัน
Q: ควรถอนกำไรบ่อยแค่ไหน?
A: ทุก 2-4 สัปดาห์ หรือเมื่อกำไรถึง 20-30% ถอนออก 50-70% ของกำไร อย่าปล่อยให้ทุนสะสมมากเกินไป
Q: ทุนน้อย ($100) ใช้กฎ 2% ได้ไหม?
A: ได้ แต่ Lot Size จะเล็กมาก (0.01 lot) ซึ่งบาง broker อาจไม่รองรับ ถ้าทุนน้อยมาก แนะนำใช้ Cent Account ที่ Lot Size เล็กกว่า หรือเพิ่มทุนเป็น $300-500 ก่อน
Q: Trade Journal ใช้อะไรจดดี?
A: Excel/Google Sheets ง่ายที่สุด หรือใช้ Myfxbook ที่เชื่อมต่อกับ MT4 อัตโนมัติ สำหรับ EA Semi Auto แนะนำจด manual เพิ่มเติมว่าทำไมยืนยัน/ปฏิเสธสัญญาณ เพราะข้อมูลนี้ Myfxbook ไม่มี

![Smart Money Concept อธิบายแบบเข้าใจง่าย [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/02/smart-money-concept-guide-cover-0-1-600x327.jpg)





TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文