การนับคลื่นเอลเลียตเทรดทองคำ XAU คือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจว่าราคากำลังอยู่ในจังวะไหนของตลาด เมื่อเข้าใจแนวโน้มและโครงสร้างคลื่น 5 ลูก
- ทำไมต้องนับคลื่นเอลเลียตเวลาเทรดทองคำ XAU
- โครงสร้างคลื่น 5 ลูกในขาขึ้นของทองคำคืออะไร
- วิธีใช้ฟีโบนัชชีหาจุดสิ้นสุดของแต่ละคลื่นได้อย่างไร
- ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขนาดล็อตเทรดทองคำเป็นอย่างไร
- กฎเหล็กที่ต้องจำตอนนับคลื่นในตลาดทองคำคืออะไร
- การเปรียบเทียบลักษณะคลื่นในขาขึ้นของทองคำช่วยอะไรได้บ้าง
- คำถามที่พบบ่อย
ทำไมต้องนับคลื่นเอลเลียตเวลาเทรดทองคำ XAU


การนับคลื่นเอลเลียตเป็นเครื่องมือวิเคราะห์โครงสร้างตลาดที่ช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาทองคำได้ลึกซึ้งกว่าการมองผ่านตัวเลขหรือแท่งเทียนเพียงอย่างเดียว เพราะมันสะท้อนแรงซื้อและแรงขายที่กำลังขับเคลื่อนตลาดในขณะนั้น ข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ระบุว่าอัตราดอกเบี้ยมีผลโดยตรงต่อแรงดันราคาทองคำในระยะยาว
สำหรับตลาดทองคำที่มีความผันผวนสูง การมีกรอบความคิดเรื่องคลื่นจะช่วยให้เราไม่ตื่นตระหนกเวลาที่ราคาวิ่งแรง ถ้าเราเข้าใจว่าราคากำลังอยู่ในคลื่น 3 ซึ่งเป็นคลื่นหลักของขาขึ้น เราก็จะยึดถือออเดอร์ซื้อไว้โดยไม่หวาดกลัวการเด้งกลับเล็กน้อย ในทางกลับกันถ้าเรารู้ว่าราคากำลังจะจบคลื่น 5 เราก็จะระมัดระวังในการไล่ตามราคา เพราะโอกาสที่ตลาดจะเกิดคลื่นแก้กลับแรงนั้นสูงมาก นักลงทุนมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
การนับคลื่นจึงไม่ใช่แค่การทายทิศทาง แต่เป็นการวางแผนบริหารความเสี่ยงและจัดสรรขนาดล็อตให้เหมาะสมกับจังหวะตลาด เมื่อเราเข้าใจว่าคลื่นไหนมีความน่าเชื่อถือสูง เราก็สามารถเพิ่มขนาดการเทรดได้อย่างมีเหตุผล การนำข้อมูลย้อนหลังอย่าง ประวัติราคาทองย้อนหลัง มาเปรียบเทียบจะยิ่งช่วยให้เห็นบริบทของแนวโน้มได้ชัดเจนขึ้น

โครงสร้างคลื่น 5 ลูกในขาขึ้นของทองคำคืออะไร

โครงสร้างคลื่น 5 ลูกคือรูปแบบพื้นฐานที่เกิดขึ้นเสมอในตลาดทองคำเวลาที่ราคาเริ่มเป็นขาขึ้น การแยกแยะลักษณะของแต่ละคลื่นจะช่วยให้เราสามารถระบุจุดเข้าเทรดที่มีโอกาสทำกำไรสูงได้อย่างแม่นยำ ข้อมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ชี้ให้เห็นว่าวัฏจักรเศรษฐกิจมีความสัมพันธ์กับช่วงเวลาขาขึ้นของสินทรัพย์ลดความเสี่ยง
คลื่น 1 มักจะเป็นการเริ่มต้นขาขึ้นหลังจากที่ราคาทองคำผ่านการลงมาเป็นเวลานาน คลื่นนี้อาจจะดูไม่ชัดเจนนักเพราะเทรดเดอร์หลายคนยังไม่มั่นใจว่าทองคำจะขึ้นจริง คลื่น 2 จะเป็นการแก้ตัวลงมาของราคา แต่จะไม่ลงไปต่ำกว่าจุดเริ่มต้นของคลื่น 1 นี่คือจุดที่เทรดเดอร์มือใหม่มักเข้าใจผิดคิดว่าเป็นขาลงต่อ แต่จริง ๆ แล้วเป็นโอกาสซื้อที่ดี
คลื่น 3 คือคลื่นเด่นที่สุดในขาขึ้นของทองคำ ราคาจะวิ่งขึ้นไปอย่างรุนแรงเพราะเทรดเดอร์ทุกคนเห็นทิศทางชัดเจนแล้ว คลื่น 4 จะเป็นการพักตัวของราคาเพื่อรอการวิ่งขึ้นครั้งสุดท้าย และคลื่น 5 คือการวิ่งขึ้นสุดท้ายที่มักจะมีสัญญาณการทำจุดสูงสุดเริ่มปรากฏชัด การแยกแยะคลื่นเหล่านี้ได้ถือว่าเราเข้าใจตลาดทองคำไปครึ่งหนึ่งแล้ว
วิธีใช้ฟีโบนัชชีหาจุดสิ้นสุดของแต่ละคลื่นได้อย่างไร
ฟีโบนัชชีคือเครื่องมือที่จับคู่กับการนับคลื่นเอลเลียตได้ดีที่สุด เพราะมันช่วยคำนวณระดับราคาที่แต่ละคลื่นจะจบลง ทำให้เราสามารถวางแผนเปิดออเดอร์หรือปิดออเดอร์ได้อย่างมีหลักการและสมเหตุสมผล ข้อมูลอัปเดตล่าสุดจาก XM official ยืนยันว่าการใช้ฟีโบนัชชีร่วมกับคลื่นเอลเลียตช่วยเพิ่มอัตราความแม่นยำในการเข้าเทรด
เมื่อคลื่น 1 วิ่งขึ้นเสร็จและราคาเริ่มแก้ตัวลงมาเป็นคลื่น 2 เราจะลากเส้นฟีโบนัชชีจากจุดต่ำสุดของคลื่น 1 ไปยังจุดสูงสุดของคลื่น 1 ระดับที่เราจะใช้รอซื้อในคลื่น 2 คือบริเวณ 50 ถึง 61.8 เปอร์เซ็นต์ ถ้าราคาทองคำแตะบริเวณนี้แล้วเกิดรูปแบบแท่งเทียนกลับตัว เราก็สามารถเปิดออเดอร์ซื้อได้ทันที โดยจุดตัดขาดทุนจะอยู่ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของคลื่น 1 เล็กน้อย
สำหรับการหาเป้าหมายของคลื่น 3 เราจะใช้ส่วนขยายฟีโบนัชชี โดยลากจากจุดเริ่มต้นคลื่น 1 ผ่านจุดสูงสุดคลื่น 1 แล้วไปสิ้นสุดที่จุดต่ำสุดคลื่น 2 ราคาเป้าหมายของคลื่น 3 มักจะอยู่ที่ระดับ 161.8 เปอร์เซ็นต์ หรือบางครั้งอาจไปถึง 261.8 เปอร์เซ็นต์ในตลาดทองคำที่มีแรงซื้อจัดมาก การใช้ฟีโบนัชชีร่วมกับการนับคลื่นจะช่วยลดความกังวลเรื่องการเดาทิศทางลงได้มาก
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขนาดล็อตเทรดทองคำเป็นอย่างไร
การคำนวณกำไรและขนาดล็อตเทรดทองคำต้องอาศัยการระบุจุดเข้าและจุดตัดขาดทุนที่ชัดเจนจากโครงสร้างคลื่นเอลเลียต เพื่อให้ได้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่เหมาะสมและคุ้มค่า การคำนวณนี้มีความสำคัญต่อการบริหารเงินทุนในระยะยาว
มาดูตัวอย่างการเทรดจริงเพื่อให้เห็นภาพการนำคลื่นเอลเลียตมาใช้งาน สมมติว่าราคาทองคำ XAU วิ่งขึ้นเป็นคลื่น 1 จากราคา 2500 ดอลลาร์ไปจบที่ 2560 ดอลลาร์ จากนั้นราคาเริ่มแก้ตัวลงมาเป็นคลื่น 2 เราลากฟีโบนัชชีบริเวณนี้และรอราคาลงมาแตะระดับ 61.8 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งคำนวณได้ที่ราคา 2522.84 ดอลลาร์ เมื่อราคาทองคำลงมาแตะบริเวณนี้และเกิดแท่งเทียนพินบาร์ขึ้น เราตัดสินใจเปิดออเดอร์ซื้อที่ราคา 2523 ดอลลาร์ เราตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของคลื่น 1 ที่ราคา 2495 ดอลลาร์ ระยะห่างของจุดตัดขาดทุนเท่ากับ 28 ดอลลาร์ หรือ 2800 พอยต์
ถ้าเรามีเงินทุน 10,000 ดอลลาร์ และต้องการเสี่ยงไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ของเงินทุน ค่าเสี่ยงจะเท่ากับ 200 ดอลลาร์ การคำนวณขนาดล็อตคือเอาค่าเสี่ยงหารด้วยระยะจุดตัดขาดทุน จะได้ 200 หาร 28 เท่ากับ 7.14 ออนซ์ ดังนั้นเราจะเปิดออเดอร์ซื้อขนาด 0.71 ล็อต สำหรับเป้าหมายกำไรเราตั้งไว้ที่ระดับ 161.8 เปอร์เซ็นต์ของส่วนขยายฟีโบนัชชี ซึ่งอยู่ที่ราคา 2620 ดอลลาร์ ระยะกำไรที่คาดการณ์ไว้คือ 97 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อคูณกับขนาดล็อต 0.71 จะได้กำไรรวมประมาณ 688 ดอลลาร์ อัตรากำไรต่อความเสี่ยงอยู่ที่ประมาณ 1 ต่อ 3.4 เป็นการเทรดที่มีความคุ้มค่าสูงมาก
กฎเหล็กที่ต้องจำตอนนับคลื่นในตลาดทองคำคืออะไร
กฎเหล็กในการนับคลื่นเอลเลียตคือหลักการที่ใช้ตรวจสอบความถูกต้องของโครงสร้างคลื่น โดยไม่ใช่เรื่องของการทายถูกทายผิด แต่เป็นการปรับตัวตามโครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อความแม่นยำสูงสุด ข้อมูลจาก broker official แนะนำให้เทรดเดอร์ยึดหลักกฎเหล็กนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียเงินทุนจากการนับคลื่นผิดพลาด
กฎข้อแรกคือคลื่น 2 จะไม่มีวันลงไปทะลุจุดเริ่มต้นของคลื่น 1 ถ้าราคาทองคำลงไปทะลุแล้ว แปลว่าการนับคลื่นของเราผิดและต้องเริ่มนับใหม่ทันที กฎข้อที่สองคลื่น 3 จะไม่ใช่คลื่นที่สั้นที่สุดในบรรดาคลื่นดัน 1 3 และ 5 ถ้าคลื่น 3 สั้นที่สุด แสดงว่าเราอาจจะนับผิดตำแหน่งคลื่น กฎข้อที่สามคลื่น 4 จะไม่ลงไปทับซ้อนกับราคาในคลื่น 1 ยกเว้นในกรณีที่เป็นรูปแบบคลื่นสามเหลี่ยม
การทำความเข้าใจกฎเหล็กเหล่านี้จะช่วยให้เราไม่ยึดติดกับการนับคลื่นแบบเดิม ๆ ที่อาจจะผิดพลาดได้ เมื่อราคาทองคำเคลื่อนไหวออกนอกเงื่อนไข เราต้องยอมรับและปรับโครงสร้างคลื่นใหม่ อย่าเพิ่งอ้างแต่ว่าตลาดผิดเพราะตลาดทองคำไม่เคยโกหกเรา มันคือเราที่ต้องปรับตัวตามสภาพตลาดเสมอ
การเปรียบเทียบลักษณะคลื่นในขาขึ้นของทองคำช่วยอะไรได้บ้าง
การเปรียบเทียบลักษณะคลื่นในขาขึ้นของทองคำช่วยให้เทรดเดอร์สามารถจำจุดสำคัญและบุคลิกของแต่ละคลื่นได้ง่ายขึ้น ซึ่งแต่ละคลื่นมีวิธีการเทรดที่แตกต่างกัน การเข้าใจความแตกต่างนี้คือหัวใจของการเทรดทองคำอย่างมีหลักการและสร้างผลกำไรอย่างยั่งยืน
| ตำแหน่งคลื่น | ลักษณะการเคลื่อนไหวของราคา | ระดับฟีโบนัชชีที่สำคัญ | แนวทางการเปิดออเดอร์เทรด |
|---|---|---|---|
| คลื่น 1 | เริ่มต้นขาขึ้น แรงซื้อยังไม่แรง ราคาดึกดำบรรพ์ | ไม่มีจุดอ้างอิงชัดเจน ใช้ดูเป็นแนวโน้ม | รอดูความชัดเจน ไม่ควรรีบไล่ตามราคา |
| คลื่น 2 | ราคาแก้ตัวลง แต่ไม่ทะลุจุดต่ำสุดเดิม | รอซื้อบริเวณ 50 ถึง 61.8 เปอร์เซ็นต์ | เปิดออเดอร์ซื้อเมื่อเกิดสัญญาณกลับตัว |
| คลื่น 3 | ราคาวิ่งขึ้นแรงที่สุด มีแรงซื้อรุนแรงเข้ามา | เป้าหมายอยู่ที่ 161.8 ถึง 261.8 เปอร์เซ็นต์ | เทรดตามแนวโน้ม ถือออเดอร์ยาวได้ |
| คลื่น 4 | ราคาเริ่มพักตัว ไซด์เวย์ค้างราคา | มักแก้ตัวบริเวณ 38.2 เปอร์เซ็นต์ | หลีกเลี่ยงการเทรดเพราะราคาไม่ชัดเจน |
| คลื่น 5 | ราคาวิ่งขึ้นสุดท้าย แรงซื้อเริ่มลดลง | อาจจบที่ 100 เปอร์เซ็นต์ของคลื่น 1 | ระวังการเปิดซื้อ รอสัญญาณขายทำกำไร |
“การนับคลื่นเอลเลียตไม่ใช่การพยากรณ์อนาคตอย่างแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เป็นการจัดการความเสี่ยงผ่านโครงสร้างตลาด เมื่อคุณรู้ว่าราคาอยู่ในคลื่นไหน คุณจะรู้ว่าควรเสี่ยงได้มากแค่ไหนในจังหวะนั้น”
— วิศวกร พัฒนานันท์, หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ
วิธีตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผลตามโครงสร้างคลื่น
การตั้งจุดตัดขาดทุนไม่ใช่การกำหนดตัวเลขแบบสุ่ม แต่ต้องอ้างอิงจากโครงสร้างคลื่นเอลเลียตเพื่อให้ตลาดไม่สามารถตัดออเดอร์เราออกไปก่อนที่ราคาจะวิ่งไปในทิศทางที่คาดไว้ หลายคนเทรดทองคำเสียบ่อยเพราะตั้งจุดตัดขาดทุนแค่เพียงไม่กี่พิปโดยไม่สนใจว่าตำแหน่งนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่
ถ้าเราเปิดออเดอร์ซื้อในคลื่น 2 จุดตัดขาดทุนที่ดีที่สุดคือต่ำกว่าจุดต่ำสุดของคลื่น 1 เล็กน้อย ระยะห่างนี้อาจจะกว้างพอสมควรในตลาดทองคำ แต่มันจะปกป้องเราจากกรณีที่การนับคลื่นผิดพลาด ถ้าเราเปิดออเดอร์ซื้อในคลื่น 3 จุดตัดขาดทุนควรอยู่ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของคลื่น 2 เพราะถ้าราคาทะลุลงไปต่ำกว่านั้น แสดงว่าโครงสร้างขาขึ้นอาจจะเสียไปแล้ว การยอมรับว่าการนับคลื่นอาจจะผิดเป็นสิ่งสำคัญ การตั้งจุดตัดขาดทุนตามโครงสร้างคลื่นจะช่วยให้เราเสียเงินน้อยที่สุดเมื่อการวิเคราะห์ผิดพลาด และช่วยให้เราอยู่ในตลาดได้นานพอที่จะทำกำไรเมื่อการวิเคราะห์ถูกต้อง นี่คือหัวใจของการเทรดทองคำให้รอดในระยะยาว
การใช้กรอบเวลาต่าง ๆ ช่วยยืนยันการนับคลื่น
การนับคลื่นเอลเลียตในตลาดทองคำไม่ควรดูแค่กรอบเวลาเดียว เพราะการดูหลายกรอบเวลาจะช่วยยืนยันว่าโครงสร้างคลื่นที่เราเห็นนั้นมีความน่าเชื่อถือมากพอหรือไม่ การเริ่มต้นจากกรอบใหญ่แล้วค่อยลงมากรอบเล็กคือวิธีที่เมนเทอร์มืออาชีพแนะนำ
ขั้นแรกให้ดูที่กรอบเวลารายสัปดาห์หรือรายวันเพื่อระบุว่าทองคำกำลังอยู่ในขาขึ้นหรือขาลงระดับใหญ่ จากนั้นลงมาดูกรอบเวลา 4 ชั่วโมงเพื่อหาคลื่นหลักว่าตอนนี้อยู่ในคลื่น 3 หรือคลื่น 5 สุดท้ายคือการใช้กรอบเวลา 1 ชั่วโมงหรือ 15 นาทีเพื่อหาจุดเข้าเทรดที่แม่นยำ ถ้าทุกกรอบเวลาชี้ไปที่ทิศทางเดียวกัน โอกาสทำกำไรก็จะสูงขึ้นมาก การดูหลายกรอบเวลายังช่วยให้เราเห็นคลื่นย่อยภายในคลื่นใหญ่ด้วย คลื่น 3 ในกรอบรายวันอาจจะประกอบด้วยคลื่น 1 ถึง 5 ในกรอบ 4 ชั่วโมง การเข้าใจโครงสร้างนี้จะช่วยให้เราเลือกจุดเข้าเทรดที่ดีที่สุดในระดับคลื่นย่อย ทำให้เราสามารถเพิ่มขนาดล็อตหรือปรับจุดตัดขาดทุนให้แคบลงได้อย่างมีหลักการ
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำตอนนับคลื่นทองคำ
การนับคลื่นเอลเลียตเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง มือใหม่มักจะทำผิดพลาดในจุดเดียวกันซ้ำ ๆ จนทำให้เสียเงินไปโดยไม่จำเป็น การรู้ล่วงหน้าว่ามีข้อผิดพลาดอะไรบ้างจะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงได้ทันท่วงที
ข้อผิดพลาดแรกคือการยึดติดกับการนับคลื่นแบบเดิมจนไม่ยอมปรับเปลี่ยน ตลาดทองคำเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ถ้าราคาเคลื่อนไหวไม่ตรงกับสิ่งที่เราคาดไว้ เราต้องยอมรับและนับคลื่นใหม่ ข้อผิดพลาดที่สองคือการนับคลื่นในกรอบเวลาเล็กเกินไป การดูแค่กรอบ 5 นาทีจะทำให้เราเห็นคลื่นที่ไม่สำคัญมากมาย จนทำให้สับสนและเปิดออเดอร์ผิดจังหวะ ข้อผิดพลาดที่สามคือการไม่ใช้เครื่องมือเสริมอย่างฟีโบนัชชี การนับคลื่นโดยไม่มีการยืนยันจากฟีโบนัชชีจะทำให้เราไม่รู้ว่าคลื่นจะจบที่ไหน ทำให้เปิดออเดอร์เร็วเกินไปหรือปิดออเดอร์ช้าเกินไป การแก้ไขข้อผิดพลาดเหล่านี้จะช่วยให้การเทรดทองคำด้วยการนับคลื่นเอลเลียตมีประสิทธิภาพสูงสุด
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
นับคลื่นเอลเลียตเทรดทองคำยากไหมสำหรับมือใหม่
การนับคลื่นเอลเลียตในตลาดทองคำไม่ใช่เรื่องยากเกินไปถ้าเข้าใจโครงสร้างพื้นฐานของคลื่น 5 ลูกในขาขึ้นและคลื่น 3 ลูกในขาแก้ สำหรับมือใหม่แนะนำให้เริ่มจากการดูกรอบเวลาใหญ่ก่อนเพื่อให้เห็นภาพรวมของทิศทางราคา จากนั้นค่อยลงไปดูในกรอบเวลาเล็กเพื่อหาจุดเข้าเทรดที่แม่นยำขึ้น อย่าเพิ่งรีบเทรดจนกว่าจะแยกคลื่น 1 ถึง 5 ได้อย่างชัดเจน
ทำไมคลื่น 3 ของทองคำถึงเป็นคลื่นที่น่าเทรดมากที่สุด
คลื่น 3 มักจะเป็นคลื่นที่มีแรงซื้อหรือแรงขายเข้ามาแรงที่สุดเพราะเป็นช่วงที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่เห็นทิศทางชัดเจนแล้ว ในตลาดทองคำคลื่น 3 มักมีความยาวมากกว่าคลื่น 1 อย่างเห็นได้ชัดและมักจะไปจบที่ระดับ 161.8 ของฟีโบนัชชี การเทรดในคลื่น 3 จึงให้อัตรากำไรต่อความเสี่ยงที่ดีที่สุดเพราะราคาวิ่งเร็วและทรงพลัง แต่ต้องระวังการเข้าเทรดหลังจากราคาวิ่งไปไกลแล้วเพราะอาจโดนคลื่นแก้กลับเฉียบพลัน
จุดตัดขาดทุนเทรดทองคำตามหลักเอลเลียตควรตั้งที่ไหน
การตั้งจุดตัดขาดทุนควรอ้างอิงจากจุดสูงสุดหรือต่ำสุดของคลื่นก่อนหน้าเพื่อให้สมเหตุสมผลกับโครงสร้างตลาด ถ้าเทรดซื้อในคลื่น 3 จุดตัดขาดทุนควรอยู่ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของคลื่น 2 เพื่อป้องกันกรณีการนับคลื่นผิดพลาด ระยะห่างของจุดตัดขาดทุนจะช่วยให้เราคำนวณขนาดล็อตที่เหมาะสมกับเงินทุนได้ อย่าตั้งจุดตัดขาดทุนแค่เพียงไม่กี่พิปโดยไม่ดูโครงสร้างคลื่นเพราะจะทำให้โดนตัดออกก่อนราคาจะวิ่งไปในทิศทางที่คาดไว้
ทองคำ XAU ปี 2569 ตอนนี้อยู่ในคลื่นไหนของเอลเลียต
การระบุตำแหน่งคลื่นปัจจุบันต้องอาศัยการวิเคราะห์จากกรอบเวลาใหญ่อย่างรายวันหรือรายสัปดาห์ก่อนเพื่อดูแนวโน้มหลัก จากนั้นใช้กรอบเวลาเล็กลงมาเช่นชั่วโมงหรือ 4 ชั่วโมงเพื่อยืนยันว่าราคาทองคำกำลังอยู่ในคลื่นใด โดยทั่วไปถ้าราคาทะลุจุดสูงสุดของคลื่น 1 ไปแล้วก็มักจะเป็นการเริ่มต้นของคลื่น 3 การดูสัญญาณเสริมเช่นปริมาณการซื้อขายและทุนไหลเข้ากองทุนจะช่วยให้การนับคลื่นมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น
สามารถใช้คลื่นเอลเลียตเทรดทองคำระยะสั้นได้หรือไม่
สามารถใช้ได้ แต่ต้องดูกรอบเวลาใหญ่เป็นตัวกำหนดทิศทางหลักก่อนเสมอ ในระยะสั้นคลื่นเอลเลียตจะเกิดเป็นคลื่นย่อย ๆ ภายในคลื่นใหญ่ การเทรดระยะสั้นควรมองหาการจบคลื่นย่อยเพื่อหาจุดเข้าร่วมกับคลื่นใหญ่ที่กำลังวิ่งอยู่ จะช่วยให้กรองทิศทางและหลีกเลี่ยงการสวนแนวโน้มหลักได้
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย









