Trailing Stop ทองคำ XAU คือเทคนิคเลื่อนจุดตัดขาดทุนตามราคาเพื่อล็อคกำไร ป้องกันกำไรเดือนละ 500 ดอลลาร์

การใช้ Trailing Stop เทรดทองคำ XAU คือเทคนิคเลื่อนจุดตัดขาดทุนตามราคาที่ทำกำไร เพื่อล็อคกำไรและจำกัดความเสี่ยง บทความนี้สอนทุกขั้นตอนแบบเมนเทอร์ไทยให้เข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างคำนวณจริง นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
Trailing Stop คืออะไร และทำไมทองคำต้องใช้
Trailing Stop คือฟังก์ชันการตัดขาดทุนแบบเลื่อนตามราคาที่จะปรับระดับสูงขึ้นไปพร้อมกับกำไรที่เพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติเพื่อล็อกกำไรและจำกัดความเสี่ยง ซึ่งจำเป็นสำหรับการเทรดทองคำเนื่องจากราคามีความผันผวนสูงและสามารถพลิกกลับได้อย่างรวดเร็ว โดยอัตราการผันผวนของราคาทองคำในช่วงปี 2023 มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 15 ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำโลก
Trailing Stop คือฟีเจอร์เลื่อนจุดตัดขาดทุนไปตามทิศทางราคาที่เป็นผลดีของเรา หากซื้อทองคำไว้แล้วราคาขึ้น จุดตัดขาดทุนก็จะเลื่อนขึ้นตามไปด้วย ทำให้กำไรที่ได้ถูกล็อคไว้ไม่กลายเป็นขาดทุน
หลายคนที่เทรดทองคำมักเจอปัญหาเดียวกันคือเข้าเทรดถูกทิศทาง ราคาวิ่งไปได้กำไรสัก 50 จุด แต่ไม่ยอมปิดออเดอร์เพราะหวังว่าจะวิ่งไปไกลกว่านี้ สุดท้ายราคาพลิกกลับมาจนกลายเป็นขาดทุน ปัญหานี้เกิดจากการไม่มีระบริหารจัดการออเดอร์ที่ดีพอ การใช้ Trailing Stop จะเข้ามาแก้ปัญหานี้โดยเลื่อนจุดตัดขาดทุนขึ้นไประดับที่เริ่มมีกำไร ถ้าราคาพลิกกลับก็ยังได้กำไรส่วนหนึ่งไป ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงมาก ในบางช่วงเวลาราคาอาจเคลื่อนไหว 100 ถึง 200 จุดภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง การใช้จุดตัดขาดทุนแบบตายตัวอาจไม่เพียงพอ เพราะถ้าราคาวิ่งไปไกลแล้วเรายังตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่เดิม ความเสี่ยงก็จะสูงตามไปด้วย Trailing Stop จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยปรับสมดุลระหว่างการรักษากำไรและการให้ราคาวิ่งต่อไปได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเสียทุน
วิธีตั้งค่า Trailing Stop บนแพลตฟอร์มเทรด

การตั้งค่า Trailing Stop บนแพลตฟอร์มเทรดสามารถทำได้โดยการคลิกขวาที่ออเดอร์ที่เปิดอยู่เลือกเมนู Trailing Stop และกำหนดระยะทางเป็นจุดจากราคาตลาดปัจจุบัน ซึ่งระบบจะทำการปรับเลื่อนจุดหยุดขาดทุนตามราคาที่เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่เป็นบวกโดยอัตโนมัติ หากราคาย้อนกลับเข้าใกล้ระยะดังกล่าวมากกว่าจุดที่กำหนดออเดอร์จะถูกปิดทันทีเพื่อรักษากำไรที่เกิดขึ้น
การตั้งค่า Trailing Stop สามารถทำได้ทั้งแบบอัตโนมัติผ่านฟังก์ชันของแพลตฟอร์มและแบบเลื่อนเองด้วยมือ แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับสไตล์การเทรด
การตั้ง Trailing Stop อัตโนมัติ
บนแพลตฟอร์มเทรดส่วนใหญ่จะมีฟังก์ชัน Trailing Stop ให้เลือกใช้ โดยคลิกขวาที่ออเดอร์ที่เปิดอยู่ เลือก Trailing Stop แล้วกำหนดระยะเป็นจุด ตัวอย่างเช่นถ้าตั้งไว้ 50 จุด เมื่อราคาทองคำเคลื่อนไปในทิศทางที่กำไรครบ 50 จุด ระบบจะเริ่มเลื่อนจุดตัดขาดทุนตามไปทุกครั้งที่ราคาเคลื่อนไปอีก 1 จุด แต่ถ้าราคาถอยกลับมาจุดตัดขาดทุนจะอยู่กับที่ไม่เลื่อนถอย
การเลื่อนจุดตัดขาดทุนเองด้วยมือ
วิธีนี้ให้ความยืดหยุ่นสูงสุด เพราะเราควบคุมได้ว่าจะเลื่อนไปที่ระดับใดและเมื่อไร หลายคนเลือกเลื่อนตามจุดสูงสุดหรือต่ำสุดล่าสุดของแท่งเทียน หรือเลื่อนตามเส้นค่าเฉลี่ย วิธีนี้ต้องอาศัยการติดตามตลาดอย่างใกล้ชิดและมีวินัยสูง แต่ผลลัพธ์มักดีกว่าเพราะสอดคล้องกับโครงสร้างกราฟมากกว่าการตั้งตายตัว
การใช้เส้นค่าเฉลี่ยช่วยเลื่อนจุดตัดขาดทุน
การใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่หรือ Moving Average ช่วยในการเลื่อนจุดตัดขาดทุนทำได้โดยนำเส้นค่าเฉลี่ยนั้นมาเป็นเส้นอ้างอิงเพื่อรักษาแนวโน้มของราคาทองคำ หากเส้นราคายังคงอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยก็จะทำการเลื่อนจุดหยุดขาดทุนให้ตามขึ้นไปตามเส้นดังกล่าวเพื่อป้องกันการถูกตัดออกก่อนเวลาอันควรและช่วยให้สามารถรับกำไรได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องคอยติดตามจอภาพตลอดเวลา
การเลื่อนจุดตัดขาดทุนตามเส้นค่าเฉลี่ยเป็นวิธีที่นักเทรดมืออาชีพนิยมใช้ เพราะเส้นค่าเฉลี่ยแสดงถึงแนวโน้มและจุดที่ราคาอาจหาแนวรับได้ การเลื่อนตามเส้นนี้จะทำให้จุดตัดขาดทุนสมเหตุสมผลและไม่โดนหวดง่าย
วิธีที่นิยมคือใช้เส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่ง บนกรอบเวลา 1 ชั่วโมงหรือ 4 ชั่วโมง เมื่อราคาทองคำปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ยและเริ่มวิ่งเป็นขาขึ้น ก็เลื่อนจุดตัดขาดทุนขึ้นไปที่เส้นค่าเฉลี่ย ทุกครั้งที่ราคาทำจุดสูงสุดใหม่และเส้นค่าเฉลี่ยเลื่อนขึ้นตาม เราก็เลื่อนจุดตัดขาดทุนขึ้นไปด้วย วิธีนี้จะทำให้เราอยู่ในเทรนด์ได้นานโดยไม่ต้องกลัวว่าจะเสียกำไรทั้งหมด
ข้อควรระวังคือถ้าราคาแกว่งไปมาและสัมผัสเส้นค่าเฉลี่ยบ่อย ๆ อาจทำให้จุดตัดขาดทุนโดนหวดก่อนราคาจะวิ่งต่อ ดังนั้นควรดูว่าเส้นค่าเฉลี่ยมีความชันขึ้นหรือไม่ ถ้าเส้นชันขึ้นแสดงว่าแนวโน้มแข็งแกร่งและการเลื่อนตามเส้นนี้จะปลอดภัยกว่า แต่ถ้าเส้นนอนหรือชันลงควรระวังเพราะอาจเป็นช่วงที่ราคาเริ่มเปลี่ยนทิศทาง
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขนาดล็อตเทรดทองคำ
การคำนวณกำไรและขนาดล็อตในการเทรดทองคำต้องคำนึงถึงมูลค่าต่อจุดและสัดส่วนความเสี่ยงต่อยอดเงินทุนต่อออเดอร์ สมมติว่าเทรดทองคำขนาด 1 ล็อตมูลค่าต่อจุดเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐ หากตั้งเป้าหมายกำไรที่ 50 จุดก็จะได้รับเงินจำนวน 50 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการกำหนดขนาดล็อตที่เหมาะสมจะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถควบคุมความเสี่ยงและบริหารพอร์ตการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มาดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน สมมติเราเปิดออเดอร์ซื้อทองคำที่ราคา 2,569 ดอลลาร์ ตั้งจุดตัดขาดทุนเริ่มต้นที่ 2,564 ดอลลาร์ ห่าง 5 ดอลลาร์หรือ 500 จุด และตั้งเป้าหมายที่ 2,589 ดอลลาร์ ใช้ขนาดล็อต 0.2 ล็อต
เมื่อราคาทองคำขึ้นไปที่ 2,579 ดอลลาร์ ได้กำไร 10 ดอลลาร์หรือ 1,000 จุด เราเริ่มเลื่อนจุดตัดขาดทุนขึ้นไปที่ 2,574 ดอลลาร์ ซึ่งห่างจากราคาปัจจุบัน 5 ดอลลาร์เท่าเดิม ตอนนี้ถ้าราคาพลิกกลับมาเราจะได้กำไร 5 ดอลลาร์คิดเป็นเงิน 100 ดอลลาร์ จากการคำนวณ 5 ดอลลาร์เท่ากับ 500 จุด คูณด้วย 0.2 ล็อตเท่ากับ 100 ดอลลาร์ แต่ถ้าราคาวิ่งต่อไปถึง 2,589 ดอลลาร์ เราจะได้กำไรเต็มจำนวน 20 ดอลลาร์คิดเป็น 2,000 จุด คูณด้วย 0.2 ล็อตเท่ากับ 400 ดอลลาร์ และจุดตัดขาดทุนจะเลื่อนไปที่ 2,584 ดอลลาร์ ล็อคกำไรไว้ 15 ดอลลาร์หรือ 300 ดอลลาร์
การคำนวณนี้แสดงให้เห็นว่า Trailing Stop ไม่ได้จำกัดแค่การป้องกันขาดทุน แต่ยังช่วยล็อคกำไรในขั้นตอนสุดท้ายด้วย ถ้าราคาไม่ถึงเป้าหมายและพลิกกลับกลางทาง เรายังได้กำไรส่วนหนึ่งแทนที่จะเสียทั้งหมด นี่คือความสำคัญของการมีระบริหารจัดการออเดอร์ที่ชัดเจน
การเปรียบเทียบวิธีเลื่อนจุดตัดขาดทุนทองคำ

การเปรียบเทียบวิธีเลื่อนจุดตัดขาดทุนทองคำระหว่างการใช้ระบบอัตโนมัติและการปรับด้วยมือนั้นมีความแตกต่างกันที่ความสะดวกสบายและความแม่นยำ การใช้ระบบอัตโนมัติช่วยลดภาระในการติดตามตลาดและทำงานได้ตลอดเวลาแต่อาจถูกตัดก่อนเวลาในช่วงราคากระตุก ส่วนการปรับด้วยมือให้ความยืดหยุ่นสูงแต่ต้องอาศัยเวลาและวินัยในการวิเคราะห์ตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อตัดสินใจเลื่อนจุดดังกล่าวอย่างเหมาะสม
แต่ละวิธีการเลื่อนจุดตัดขาดทุนมีความเหมาะสมต่างกัน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และสไตล์การเทรด ตารางนี้สรุปเปรียบเทียบให้เห็นชัด
| วิธีเลื่อนจุดตัดขาดทุน | ความยืดหยุ่น | ความเสี่ยงโดนหวด | เหมาะกับกรอบเวลา |
|---|---|---|---|
| Trailing Stop อัตโนมัติ | ต่ำ ตายตัวตามจำนวนจุด | สูง ถ้าตั้งชิดเกินไป | กรอบสั้น 15 นาทีถึง 1 ชั่วโมง |
| เลื่อนตามจุดสูงสุดต่ำสุดล่าสุด | สูง ปรับตามโครงสร้างกราฟ | ปานกลาง ขึ้นอยู่กับการเลือกจุด | กรอบ 1 ชั่วโมงถึง 4 ชั่วโมง |
| เลื่อนตามเส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่ง | ปานกลาง ขึ้นกับทิศทางเส้น | ต่ำ ถ้าเส้นชันขึ้นชัดเจน | กรอบ 4 ชั่วโมงถึงรายวัน |
| เลื่อนตามตัวชี้วัดพาราโบลิก SAR | ปานกลาง ระบบคำนวณให้ | ปานกลาง ขึ้นอยู่กับการตั้งค่า | ทุกกรอบเวลา แต่ต้องปรับค่าให้เหมาะ |
ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยงเวลาใช้ Trailing Stop
ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยงเมื่อใช้งาน Trailing Stop ได้แก่การตั้งระยะห่างจากราคาปัจจุบันที่แคบจนเกินไปทำให้ออเดอร์ถูกปิดก่อนที่ราคาจะวิ่งไปตามแนวโน้ม การตั้งระยะที่กว้างเกินไปจนไม่สามารถปกป้องกำไรหรือทุนได้ และการใช้งานโดยไม่คำนึงถึงสภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูง ผู้เทรดควรศึกษาพฤติกรรมของราคาในช่วงเวลานั้นให้ดีเพื่อกำหนดระยะที่เหมาะสมที่สุด
การใช้ Trailing Stop ไม่ใช่เรื่องยาก แต่มีข้อผิดพลาดที่นักเทรดมือใหม่มักทำซ้ำจนทำให้ขาดทุนแทนที่จะได้กำไร การรู้จักข้อผิดพลาดเหล่านี้จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงและใช้เครื่องมือนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อผิดพลาดแรกคือการตั้งระยะ Trailing Stop ชิดเกินไป หลายคนกลัวเสียกำไรจึงตั้งห่างแค่ 20 ถึง 30 จุด ในขณะที่ทองคำแกว่งตัวได้ 50 ถึง 100 จุดต่อแท่งเทียนในบางช่วง ผลคือถูกหวดออกก่อนราคาจะวิ่งไปถึงเป้าหมาย ข้อผิดพลาดที่สองคือการเลื่อนจุดตัดขาดทุนถอยลงเมื่อราคาแกว่ง นี่เป็นสิ่งต้องห้ามเพราะการเลื่อนถอยคือการเพิ่มความเสี่ยงแทนที่จะลด จุดตัดขาดทุนต้องเลื่อนไปทิศทางเดียวกับการล็อคกำไรเท่านั้น
ข้อผิดพลาดที่สามคือการไม่เลื่อนเลยจนกว่าจะถึงเป้าหมาย หลายคนเปิดออเดอร์แล้วปล่อยไว้เฉย ๆ คิดว่าราคาจะวิ่งไปถึงเป้าเอง แต่เมื่อราคาพลิกกลับก็เสียทั้งกำไรและทุน การใช้ Trailing Stop ต้องมีวินัยในการปรับจุดตัดขาดทุนทุกครั้งที่ราคาเคลื่อนไปในทิศทางที่กำไรอย่างน้อย 50 ถึง 100 จุด ข้อผิดพลาดสุดท้ายคือการใช้ Trailing Stop ในตลาดที่ราคาไซด์เวย์ ในสภาวะที่ราคาไม่มีทิศทางชัดเจนการเลื่อนจุดตัดขาดทุนจะทำให้โดนหวดบ่อยครั้งจนขาดทุนสะสมมากกว่ากำไร ควรใช้เฉพาะเมื่อมีแนวโน้มชัดเจนเท่านั้น
กลยุทธ์เลื่อนจุดตัดขาดทุนแบบขั้นตอน
กลยุทธ์ที่ดีควรมีขั้นตอนชัดเจนตั้งแต่เริ่มเปิดออเดอร์จนถึงปิดออเดอร์ การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้เราไม่ตื่นตระหนกเมื่อราคาเคลื่อนไหวเร็ว และสามารถตัดสินใจได้ถูกต้องตามแผนที่วางไว้
ขั้นตอนแรกคือการตั้งจุดตัดขาดทุนเริ่มต้นให้สมเหตุสมผลกับโครงสร้างกราฟ หากซื้อทองคำตามแนวโน้มขาขึ้น ควรตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ใต้จุดต่ำสุดล่าสุดประมาณ 20 ถึง 30 จุด เพื่อให้มีพื้นที่รองรับการแกว่งปกติของราคา ขั้นตอนที่สองเมื่อราคาเคลื่อนไปในทิศทางที่กำไรครบ 100 จุด ให้เลื่อนจุดตัดขาดทุนขึ้นไปที่ราคาเปิดออเดอร์เพื่อทำให้เป็นออเดอร์ที่ไม่ขาดทุน ถ้าราคาพลิกกลับตอนนี้เราจะไม่เสียเงินสักดอลลาร์
ขั้นตอนที่สามเมื่อราคาวิ่งไปได้ 200 จุด ให้เลื่อนจุดตัดขาดทุนขึ้นไปล็อคกำไร 100 จุด และเริ่มใช้เส้นค่าเฉลี่ยหรือจุดสูงสุดล่าสุดเป็นเกณฑ์เลื่อนต่อไป ขั้นตอนสุดท้ายเมื่อราคาใกล้ถึงเป้าหมาย ให้เลื่อนจุดตัดขาดทุนชิดขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อล็อคกำไรส่วนใหญ่ไว้ ถ้าราคาวิ่งผ่านเป้าหมายก็ปล่อยให้วิ่งต่อโดยเลื่อนจุดตัดขาดทุนตามไปเรื่อย ๆ จนกว่าราคาจะพลิกกลับมาแตะจุดตัดขาดทุนและปิดออเดอร์ให้เอง กลยุทธ์นี้จะช่วยให้เราได้กำไรสูงสุดจากเทรนด์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องคาดเดาว่าราคาจะไปจบที่ไหน
การปรับ Trailing Stop ตามสภาพตลาดทองคำ
สภาพตลาดทองคำเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา บางช่วงราคาเคลื่อนไหวเร็วมาก บางช่วงเคลื่อนไหวช้า การปรับระยะ Trailing Stop ให้เหมาะกับสภาพตลาดจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดได้มาก
ในช่วงที่มีข่าวเศรษฐกิจสำคัญ เช่น การประกาศอัตราดอกเบี้ยหรือข้อมูลเงินเฟ้อ ทองคำมักเคลื่อนไหวรุนแรง ในช่วงเวลาเหล่านี้ควรขยายระยะ Trailing Stop ออกไปให้กว้างขึ้น เช่น จาก 50 จุดเป็น 100 จุด เพื่อไม่ให้โดนหวดจากการแกว่งที่รุนแรง แต่ในช่วงที่ตลาดเงียบและราคาเคลื่อนไหวน้อย สามารถตั้งระยะแคบลงได้เพื่อล็อคกำไรไว้ให้แน่นขึ้น การสังเกตค่าความผันผวน เช่น ดัชนี ATR จะช่วยบอกได้ว่าตลาดกำลังเคลื่อนไหวมากน้อยแค่ไหน และควรปรับระยะ Trailing Stop อย่างไร
อีกปัจจัยสำคัญคือช่วงเวลาเทรด ช่วงเปิดตลาดลอนดอนและนิวยอร์กทองคำมักเคลื่อนไหวเร็วกว่าช่วงเอเชีย ถ้าเทรดในช่วงลอนดอนหรือนิวยอร์กควรตั้งระยะกว้างขึ้น แต่ถ้าเทรดในช่วงเอเชียสามารถตั้งระยะแคบลงได้ การเข้าใจพฤติกรรมของทองคำในแต่ละช่วงเวลาจะช่วยให้เราปรับกลยุทธ์การเลื่อนจุดตัดขาดทุนได้เหมาะสมและลดความเสี่ยงที่จะโดนหวด
สรุปและคำแนะนำสำหรับนักเทรดทองคำ
การใช้ Trailing Stop เทรดทองคำเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนและปรับปรุงตลอดเวลา ไม่มีสูตรตายตัวที่ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ แต่หลักการสำคัญคือต้องเลื่อนจุดตัดขาดทุนไปในทิศทางที่ล็อคกำไรเสมอ ไม่เลื่อนถอย และตั้งระยะให้เหมาะกับสภาพตลาด
คำแนะนำสำหรับมือใหม่คือเริ่มต้นด้วยการเลื่อนจุดตัดขาดทุนเองด้วยมือก่อน เพื่อให้เข้าใจกลไกและรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของราคา เมื่อคล่องแล้วค่อยเปิดใช้ Trailing Stop อัตโนมัติในบางสถานการณ์ที่ไม่สามารถจ้องจอได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือวินัย ต้องทำตามกฎที่ตั้งไว้โดยไม่หวั่นไหวกับการแกว่งของราคา ถ้าวางแผนไว้ว่าจะเลื่อนทุก 100 จุด ก็ต้องทำตามนั้น ไม่ใช่เลื่อนเองเมื่อราคาแกว่งแล้วกลัว
สุดท้ายการเทรดทองคำให้สำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับการทายทิศทางราคาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการบริหารความเสี่ยงและการจัดการออเดอร์ การใช้ Trailing Stop อย่างมีวินัยจะช่วยให้เราอยู่ในตลาดได้นานและทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ ลองนำไปประยุกต์ใช้กับการเทรดครั้งต่อไปและปรับปรุงจนกว่าจะเจอวิธีที่เหมาะกับสไตล์ของเรามากที่สุด
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้ Trailing Stop มักเกี่ยวข้องกับระยะทางที่เหมาะสมในการตั้งค่าเริ่มต้น ซึ่งขึ้นอยู่กับกรอบเวลาการเทรดและความผันผวนของทองคำในขณะนั้น นอกจากนี้ยังมีคำถามเกี่ยวกับการทำงานของระบบเมื่อแพลตฟอร์มหยุดทำงาน โดยทั่วไปฟังก์ชันนี้จะทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ แต่หากเป็นการสั่งผ่านระบบอัตโนมัติในเทอร์มินัลอาจหยุดทำงานเมื่อปิดโปรแกรม
Trailing Stop คืออะไร และทำไมต้องใช้ตอนเทรดทองคำ
Trailing Stop คือการเลื่อนจุดตัดขาดทุนไปตามทิศทางที่ราคาเคลื่อนไหวเพื่อล็อคกำไรและจำกัดความเสียหาย ตอนเทรดทองคำที่มีความผันผวนสูงการใช้ Trailing Stop จะช่วยปกป้องกำไรไม่ให้กลายเป็นขาดทุนเมื่อราคาพลิกตัวกะทันหัน นอกจากนี้ยังช่วยให้เราไม่ต้องนั่งจ้องหน้าจอตลอดเวลาเพราะระบบจะปรับจุดตัดขาดทุนให้อัตโนมัติตามกฎที่เราตั้งไว้ ทำให้การบริหารความเสี่ยงมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ควรตั้งระยะ Trailing Stop ห่างจากราคาปัจจุบันกี่จุดถึงจะเหมาะสม
การตั้งระยะ Trailing Stop ขึ้นอยู่กับกรอบเวลาที่เทรดและความผันผวนของทองคำในขณะนั้น หากเทรดในกรอบ 15 นาทีอาจตั้งห่างประมาณ 30 ถึง 50 จุดแต่ถ้าเทรดในกรอบ 4 ชั่วโมงอาจต้องห่างถึง 100 ถึง 150 จุดเพื่อไม่ให้โดนหวดง่าย ควรดูค่าเฉลี่ยระยะเดินของราคาในแต่ละแท่งเทียนมาประกอบการตัดสินใจ ถ้าตั้งชิดเกินไปจะถูกหวดออกก่อนราคาจะวิ่งตามเป้าหมาย
ใช้ Trailing Stop อัตโนมัติของโบรกเกอร์ดีหรือเลื่อนเองดีกว่ากัน
ถ้าใช้ Trailing Stop อัตโนมัติของโบรกเกอร์จะสะดวกเพราะระบบทำงานให้แม้เราออฟไลน์ แต่ข้อเสียคือมันเลื่อนตายตัวตามจำนวนจุดที่กำหนดโดยไม่สนใจโครงสร้างกราฟ ส่วนการเลื่อนเองจะยืดหยุ่นกว่าเพราะเราเลื่อนตามจุดสูงสุดใหม่หรือเส้นค่าเฉลี่ยที่สอดคล้องกับสภาพตลาด หลายคนเลือกเลื่อนเองเพื่อควบคุมการตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผลและไม่โดนหวดจากการแกว่งปกติของราคา
Trailing Stop เหมาะกับการเทรดทองคำแบบไหนมากที่สุด
Trailing Stop เหมาะที่สุดกับการเทรดตามเทรนด์ที่ราคาวิ่งไปทิศทางเดียวยาว ๆ เพราะจะได้ประโยชน์เต็มจากการล็อคกำไรไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าเทรดในตลาดที่ราคาไซด์เวย์หรือแกว่งไปมาไม่มีทิศทางชัดเจนการใช้ Trailing Stop อาจทำให้โดนหวดบ่อยครั้งจนขาดทุนต่อเนื่อง ดังนั้นควรใช้เมื่อมีแนวโน้มชัดเจนและราคาทำจุดสูงใหม่หรือจุดต่ำใหม่อย่างต่อเนื่อง
จะรู้ได้อย่างไรว่าควรเลื่อนจุดตัดขาดทุนไประดับไหน
วิธีที่นิยมคือเลื่อนไปที่จุดสูงสุดหรือต่ำสุดล่าสุดของแท่งเทียนที่ผ่านมาเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างตลาด อีกวิธีคือใช้เส้นค่าเฉลี่ยเช่นเส้น 20 แท่งเป็นเกณฑ์ถ้าราคาปิดเหนือเส้นนี้ก็เลื่อนจุดตัดขาดทุนขึ้นไปรักษาระยะห่างที่เหมาะสม นอกจากนี้บางคนใช้ตัวชี้วัดเช่นพาราโบลิก SAR หรือ ATR มาคำนวณระยะเลื่อนเพื่อให้ค่าออกมาสมเหตุสมผลกับความผันผวนในขณะนั้น
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย












TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文