SFP คือกับดักพลิกตัวทองคำที่นักเทรดต้องรู้ เมื่อราคาทะลุเทียมก่อนพลิกกลับ ทำให้จับจังหวะเทรดได้แม่นยำขึ้น 1

บทเรียนสำหรับน้องๆ ที่เทรดทองคำ XAUUSD เราจะมาเจาะลึกแพทเทิร์น SFP หรือ Swing Failure Pattern ซึ่งเป็นกับดักพลิกตัวยอดนิยม ช่วยให้คุณจับจังหวะเข้าตลาดได้แม่นยำและหลบกับดักเทรดเดอร์รายย่อยได้อย่างปลอดภัย นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
SFP คืออะไร ทำไมเทรดทองคำต้องรู้จัก

SFP หรือ Swing Failure Pattern คือรูปแบบการเทรดที่เกิดขึ้นเมื่อราคาทะลุระดับสูงสุดหรือต่ำสุดเดิมแต่ไม่สามารถคงอยู่ได้และเกิดการพลิกตัวกลับทันที นักเทรดทองคำจำเป็นต้องทำความเข้าใจรูปแบบนี้เพื่อหลีกเลี่ยงกับดักการทำราคาหลอก โดยสถิติจากการศึกษาของ Forex School Online ระบุว่ากว่า 80% ของการทะลุระดับเดิมในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์มักเป็นเพียงราคาหลอกลวงที่นำไปสู่การพลิกตัวอย่างรุนแรง การรู้จักแพทเทิร์นนี้จึงช่วยปกป้องพอร์ตการลงทุนจากการเข้าสถานะผิดทิศทาง
SFP หรือ Swing Failure Pattern คือสภาวะที่ราคาพยายามจะทะลุจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดเดิม แต่สุดท้ายกลับทำไม่สำเร็จและเกิดการพลิกตัวกลับทันที เป็นสัญญาณบอกว่าแรงซื้อหรือแรงขายในตอนนั้นอ่อนแอเกินไปที่จะผลักราคาให้ไปต่อ
สำหรับวงการเทรดทองคำ โลหะเหลืองนี้มีนิสัยที่จะหลอกให้เทรดเดอร์เข้าใจผิดบ่อยครั้ง ด้วยสภาพคล่องที่สูงและการตอบสนองต่อข่าวเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ทำให้ทองคำมักจะมีการแทงไส้เทียนยาวเพื่อไปดักสต็อปลอสของฝั่งตรงข้ามก่อนที่จะวิ่งไปในทิศทางที่แท้จริง การที่คุณเข้าใจแพทเทิร์นนี้จะช่วยให้คุณมองเห็นว่าตลาดกำลังพยายามหลอกคุณอยู่ และช่วยให้คุณไม่ตกเป็นเหยื่อของการกวาดสต็อปแบบเสียเงินฟรีๆ ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
เมื่อราคาทองคำวิ่งมาถึงระดับสำคัญ เช่น แนวต้านเดิมที่เคยถูกทดสอบแล้ว เทรดเดอร์หลายคนมักจะรอให้ราคาทะลุไปก่อนแล้วค่อยเข้าซื้อตาม แต่ผู้เล่นใหญ่ก็รู้เรื่องนี้ดี พวกเขาจึงสร้างแรงซื้อขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อให้ราคาทะลุจุดสูงสุดเดิมไปได้พอดี พอสต็อปของฝั่งขายถูกกระตุ้นและเกิดการซื้อตามจากเทรดเดอร์ฝั่งบาย ผู้เล่นใหญ่ก็ถึงเวลาเทขายทำกำไรพร้อมกดราคาให้ตกลงมาทันที นี่คือกลไกของ SFP ที่เกิดขึ้นจริงในตลาดทุกวัน
วิธีอ่านกราฟทองคำให้เห็นกับดักพลิกตัว

การอ่านกราฟทองคำเพื่อมองหากับดักพลิกตัวต้องเน้นไปที่การสังเกตแท่งเทียนที่ทะลุจุดสูงสุดหรือต่ำสุดของแท่งก่อนหน้า แต่ต้องปิดราคากลับมาอยู่ภายในกรอบเดิมอย่างชัดเจน นักเทรดจะต้องมองหาแรงซื้อหรือแรงขายที่ถูกดูดซับอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลของ CME Group ระบุว่าปริมาณการซื้อขายทองคำล่วงหน้าเฉลี่ยมากกว่า 18 ล้านสัญญาต่อวัน ทำให้การเกิดราคาหลอกในช่วงเวลาที่ปริมาณซื้อขายสูงเป็นสัญญาณเตือนให้ระมัดระวังและรอยืนยันแท่งเทียนปิดก่อนตัดสินใจเข้าเทรดจริงเสมอ
การสังเกตแพทเทิร์นนี้บนกราฟทองคำต้องอาศัยความอดทนและการมองหารายละเอียดของไส้เทียนเป็นหลัก คุณต้องเฝ้าดูว่าเมื่อราคาไปสัมผัสจุดสูงสุดเดิม แท่งเทียนนั้นมีการปิดราคาอย่างไร ถ้าปิดลงมาต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมอย่างชัดเจน ก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นกับดักพลิกตัว
ขั้นตอนแรกให้คุณทำเครื่องหมายจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดของราคาล่าสุดไว้ก่อน จากนั้นรอให้มีแท่งเทียนใหม่มาทดสอบระดับนั้น สิ่งที่คุณต้องดูคือ ราคาสูงสุดของแท่งเทียนใหม่นี้ต้องสูงกว่าจุดสูงสุดเดิมเล็กน้อย แต่ราคาปิดของแท่งเทียนต้องกลับมาต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิม ซึ่งจะทำให้เกิดเป็นไส้เทียนที่ยาวขึ้นไปด้านบน เห็นได้ชัดว่ามีการปฏิเสธราคาเกิดขึ้น นี่คือจุดที่คุณควรเริ่มระวังและเตรียมตัวเข้าเทรดฝั่งตรงข้าม
นอกจากนี้ยังต้องดูตำแหน่งที่เกิดเหตุด้วย ถ้ากับดักพลิกตัวนี้เกิดขึ้นในจุดที่มีแนวโน้มใหญ่รองรับ เช่น เกิดขึ้นในขาขึ้นและราคาไปดักสต็อปฝั่งขายก่อนจะพลิกขึ้น โอกาสที่จะวิ่งได้ไกลและทรงพลังก็จะมีมากกว่าการเกิดขึ้นกลางอากาศหรือในช่วงไซด์เวย์ที่ไม่มีทิศทางชัดเจน
การใช้อินดิเคเตอร์เสริมเพื่อยืนยันสัญญาณ
การใช้อินดิเคเตอร์เสริมเข้ามาช่วยยืนยันสัญญาณเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในการตัดสินใจเทรดทองคำ โดยนักลงทุนนิยมใช้เครื่องมืออย่าง RSI เพื่อตรวจสอบความเครียดของราคาหรือใช้ MACD เพื่อดูทิศทางเทรนด์ว่ายังสอดคล้องกับรูปแบบตลาดหรือไม่ จากการสำรวจของ ChartSmarttrading พบว่านักเทรดกว่า 65% มักใช้อินดิเคเตอร์อย่างน้อย 2 ตัวเสมอเพื่อกรองสัญญาณลวง การผสานวิธีนี้เข้ากับโครงสร้างราคาจะช่วยลดความเสี่ยงในการเข้าซื้อหรือขายในจังหวะที่ตลาดกำลังสร้างกับดักพลิกตัวอย่างมีประสิทธิภาพ
แม้ว่า SFP จะเป็นแพทเทิร์นที่อ่านได้จาก การอ่าน Price Action อย่างเดียว แต่การนำเครื่องมือเสริมมาใช้จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้คุณได้มากขึ้น การใช้ตัวช่วยจะช่วยกรองสัญญาณหลอกออกไปได้ระดับหนึ่งและทำให้การตัดสินใจเข้าเทรดมีความแม่นยำสูงขึ้น
ใช้ RSI หาความขัดแย้งของราคา
การนำ RSI มาใช้ร่วมกับ SFP ถือเป็นสุดยอดคู่กัน เพราะเมื่อราคาทองคำทำจุดสูงสุดใหม่ที่สูงกว่าเดิม แต่ RSI กลับทำจุดสูงสุดที่ต่ำกว่าเดิม นั่นคือสภาวะที่เรียกว่าความขัดแย้งหรือ Divergence ซึ่งบ่งบอกว่าแรงซื้อเริ่มถดถอยแล้ว ถ้าในจังหวะเวลาเดียวกันนั้นเกิดแพทเทิร์น SFP ขึ้นที่แนวต้าน คุณก็จะได้รับการยืนยันสองชั้นว่าราคากำลังจะพลิกตัวลงอย่างแน่นอน โอกาสเทรดผิดในจังหวะนี้จะมีน้อยมาก
ดูปริมาณการซื้อขายช่วยยืนยันแรงต้าน
โวลุ่มเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สำคัญมากในการยืนยันว่าการพลิกตัวครั้งนี้มีของจริงหรือไม่ ถ้าในแท่งเทียนที่แทงทะลุจุดสูงสุดเดิมมีโวลุ่มที่ต่ำกว่าปกติ แสดงว่าไม่มีความต้องการซื้อจริงจังเกิดขึ้น ทำให้การพลิกตัวลงมีความน่าเชื่อถือสูง แต่ถ้าโวลุ่มในแท่งนั้นสูงลิ่ว อาจจะเป็นการสะสมหรือการกระจายสินค้าของผู้เล่นใหญ่ ซึ่งอาจต้องรอดูความชัดเจนอีกสักนิดก่อนเข้าเทรด
ตัวอย่างการคำนวณกำไรขาดทุนจากเทรดทองคำ
การคำนวณกำไรขาดทุนจากการเทรดทองคำต้องอาศัยการกำหนดขนาดสถานะและระยะห่างของจุดตัดขาดทุนเป็นหลัก ตัวอย่างเช่น หากเข้าซื้อทองคำที่ราคา 2000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตั้งเป้าหมายที่ 2010 ดอลลาร์ และตัดขาดทุนที่ 1995 ดอลลาร์ ความเสี่ยงต่อสถานะจะเท่ากับ 5 ดอลลาร์ จากข้อมูลอ้างอิงของ World Gold Council ราคาทองคำมีความผันผวนเฉลี่ยประมาณ 15% ต่อปี ดังนั้นการวางแผนมูลค่าความเสี่ยงให้ชัดเจนจะช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินผลตอบแทนที่คาดหวังเทียบกับความเสี่ยงได้อย่างเป็นรูปธรรมทุกครั้ง
มาดูตัวอย่างการเทรดจริงเพื่อให้น้องๆ เห็นภาพการบริหารความเสี่ยงและการคำนวณตัวเลขกันชัดเจน สมมติว่าราคาทองคำ XAUUSD กำลังวิ่งในขาขึ้นและไปทดสอบแนวต้านที่ระดับราคา 2569 ดอลลาร์ ก่อนหน้านี้ราคาเคยทำจุดสูงสุดไว้ที่ 2569 และเกิดแพทเทิร์น SFP ขึ้นเมื่อราคาแทงไปแตะ 2571 แต่ปิดตัวกลับมาที่ 2568 ส่งสัญญาณว่าเป็นกับดักพลิกตัวลง
คุณตัดสินใจเปิดออเดอร์ขายที่ราคา 2568 โดยตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2572 ซึ่งเป็นจุดเหนือยอดไส้เทียนที่แทงทะลุไปเพื่อความปลอดภัย ระยะห่างของจุดตัดขาดทุนเท่ากับ 4 ดอลลาร์ ส่วนเป้าหมายกำไรคุณตั้งไว้ที่ระดับแนวรับเดิมที่ 2552 ดอลลาร์ ซึ่งห่างจากจุดเปิดออเดอร์ไป 16 ดอลลาร์ ให้คุณใช้เงินทุน 10,000 ดอลลาร์ในการเทรดและยอมรับความเสี่ยงที่ 2 เปอร์เซ็นต์ของเงินทุน
ความเสี่ยงที่คุณรับได้คือ 200 ดอลลาร์ ระยะตัดขาดทุน 4 ดอลลาร์ ดังนั้นขนาดล็อตที่เหมาะสมจะเท่ากับ 0.5 ล็อต เพราะ 1 ล็อตของทองคำมีค่า 1 ดอลลาร์ต่อการเคลื่อนไหว 0.01 ดอลลาร์ ซึ่งก็คือ 100 ดอลลาร์ต่อ 1 ดอลลาร์ของราคาทองคำ ดังนั้น 0.5 ล็อตจะมีค่าเท่ากับ 50 ดอลลาร์ต่อการเคลื่อนไหว 1 ดอลลาร์ ถ้าราคาตัดขาดทุนที่ 2572 คุณจะขาดทุน 4 ดอลลาร์คูณด้วย 50 เท่ากับ 200 ดอลลาร์พอดี แต่ถ้าราคาลงไปถึงเป้าหมายที่ 2552 คุณจะได้กำไร 16 ดอลลาร์คูณด้วย 50 เท่ากับ 800 ดอลลาร์ อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนเท่ากับ 1 ต่อ 4 ซึ่งถือว่าเป็นการเทรดที่มีคุณภาพมาก
การเปรียบเทียบประเภทของ SFP ในตลาดทองคำ

SFP ในตลาดทองคำสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักคือรูปแบบพลิกตัวขาขึ้นซึ่งเกิดเมื่อราคาลงไปสกัดจุดต่ำสุดเดิมก่อนเด้งกลับขึ้นมา และรูปแบบพลิกตัวขาลงที่เกิดจากการขึ้นไปสกัดจุดสูงสุดเดิมแล้วร่วงลงมาทันที ข้อมูลจาก Forex School Online ระบุว่ารูปแบบพลิกตัวขาขึ้นมักให้อัตราการชนะสูงกว่าเล็กน้อยเนื่องจากทองคำมีแนวโน้มที่ชอบสร้างแรงซื้อในจุดต่ำสุดอย่างต่อเนื่อง การทำความเข้าใจความแตกต่างของทั้งสองประเภทจะทำให้ผู้เล่นตลาดสามารถปรับกลยุทธ์การเข้าสถานะได้ตรงกับสภาพแวดล้อมของราคาอย่างเหมาะสม
การเข้าใจประเภทของแพทเทิร์นจะช่วยให้คุณปรับกลยุทธ์การเทรดได้เหมาะสมกับสภาพตลาดในขณะนั้น แต่ละประเภทจะมีความแตกต่างกันที่ตำแหน่งการเกิดและทิศทางของแนวโน้มหลัก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการตั้งค่าออเดอร์และการจัดการความเสี่ยง
| ประเภท | ตำแหน่งที่เกิด | ทิศทางการเทรด | ความน่าเชื่อถือ |
|---|---|---|---|
| กับดักฝั่งบน (Bearish SFP) | แนวต้านสำคัญในขาขึ้น | เปิดออเดอร์ขาย | สูงมากเมื่อมี RSI ขัดแย้ง |
| กับดักฝั่งล่าง (Bullish SFP) | แนวรับสำคัญในขาลง | เปิดออเดอร์ซื้อ | สูงเมื่อโวลุ่มรับรอง |
| กับดักในไซด์เวย์ | ขอบเขตราคาด้านบนและล่าง | เทรดสวนกรอบเขต | ปานกลาง ต้องระวังการพลิกตัวหลอก |
| กับดักต่อเนื่องแนวโน้ม | จุดพักตัวก่อนไปต่อ | เทรดตามแนวโน้มเดิม | สูงหากเกิดในกรอบเวลาใหญ่ |
วิธีตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผล
การตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผลต้องอ้างอิงจากโครงสร้างของราคาและจุดที่เกิดรูปแบบความล้มเหลวของการสวิง นักเทรดควรวางจุดหยุดขาดทุนไว้ใต้หางแท่งเทียนที่เกิดการดูดซับแรงขายในกรณีขาขึ้น หรือเหนือหางแท่งเทียนที่ดูดซับแรงซื้อในกรณีขาลง จากการศึกษาของ FXStreet พบว่าการตั้งจุดตัดขาดทุนห่างจากระดับสำคัญประมาณ 1.5% จะช่วยลดโอกาสถูกไล่ตีนกาได้มากที่สุด การรักษาระยะความเสี่ยงให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวที่แท้จริงของราคาทองคำจึงเป็นหัวใจสำคัญในการเอาชีวิตรอดในตลาดระยะยาว
การตั้งจุดตัดขาดทุนเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในการเทรดแพทเทิร์นนี้ เพราะถ้าคุณตั้งไว้แค่เกินไป คุณอาจจะถูกหวังก่อนที่ราคาจะวิ่งไปในทิศทางที่คุณคาดไว้ แต่ถ้าตั้งไว้กว้างเกินไป คุณอาจจะเสียเงินไปมากเกินความจำเป็นเมื่อตลาดพลิกตัวจริงๆ
ตั้งตามโครงสร้างของไส้เทียน
วิธีที่นิยมที่สุดคือการตั้งจุดตัดขาดทุนไว้เหนือยอดไส้เทียนที่แทงทะลุออกไปนั้นเล็กน้อย ประมาณ 1 ถึง 2 ดอลลาร์สำหรับทองคำ การตั้งแบบนี้จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่าถ้าราคาสามารถทะลุจุดนั้นไปได้จริง แสดงว่าการวิเคราะห์ของคุณผิดพลาดและควรตัดสินใจออกจากตลาดทันที แต่ถ้ามันเป็นแค่การหลอก ราคาจะไม่สามารถไปถึงจุดตัดขาดทุนของคุณได้และจะพลิกตัวไปในทิศทางที่คุณเลือกไว้แน่นอน
ปรับขนาดออเดอร์ให้เข้ากับระยะตัดขาดทุน
บางครั้งระยะห่างของจุดตัดขาดทุนอาจจะกว้างกว่าปกติ เช่น ในช่วงที่มีข่าวสำคัญทำให้ทองคำมีความผันผวนสูง ไส้เทียนที่แทงทะลุอาจจะยาวถึง 6 ดอลลาร์ ถ้าคุณใช้ขนาดล็อตเท่าเดิม ความเสี่ยงของคุณอาจจะเกินกว่าที่กำหนดไว้ ดังนั้นคุณต้องลดขนาดล็อตลงเพื่อให้ความเสี่ยงในแต่ละออเดอร์ยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ อย่างเช่น ถ้าระยะตัดขาดทุนเพิ่มเป็น 2 เท่า คุณก็ต้องลดขนาดล็อตลงครึ่งหนึ่ง เพื่อรักษามูลค่าความเสี่ยงเอาไว้ให้คงที่
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำเมื่อเจอกับดักพลิกตัว
การเทรด SFP ไม่ใช่เรื่องยาก แต่น้องๆ มือใหม่มักจะทำผิดพลาดซ้ำๆ ในจุดเดิมจนทำให้สูญเสียเงินทุนไปอย่างน่าเสียดาย การรู้จักข้อผิดพลาดเหล่านี้จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงและปรับปรุงกลยุทธ์การเทรดได้ดียิ่งขึ้น
ข้อผิดพลาดแรกคือการรีบเข้าเทรดทันทีที่เห็นไส้เทียนแทงทะลุโดยไม่รอให้แท่งเทียนปิด บ่อยครั้งที่ราคาทองคำแทงทะลุไปแล้วยังคงวิ่งต่อไปอีกหลายดอลลาร์ก่อนจะพลิกตัวกลับ ถ้าคุณเข้าเทรดเร็วเกินไป คุณอาจจะถูกตัดขาดทุนก่อนที่ราคาจะเดินทางไปในทิศทางที่ถูกต้อง การรอให้แท่งเทียนปิดและยืนยันสัญญาณก่อนจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อความแน่ใจว่าการพลิกตัวเกิดขึ้นจริงและมีโอกาสสูงที่จะวิ่งต่อไปได้
ข้อผิดพลาดที่สองคือการเพิ่มเลเวเรจสูงเกินไปเพราะคิดว่าตัวเองจับจังหวะได้แม่น ความมั่นใจที่มากเกินไปอาจจะทำให้คุณเสียเงินก้อนใหญ่ในออเดอร์เดียวได้ ถ้าหากตลาดไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ การใช้เลเวเรจที่เหมาะสมและคำนวณขนาดล็อตให้เข้ากับเงินทุนเป็นสิ่งที่ต้องทำทุกครั้ง ไม่ว่าจะมั่นใจในสัญญาณมากแค่ไหนก็ตาม เพราะตลาดทองคำนั้นไม่มีอะไรแน่นอนและสามารถเปลี่ยนทิศทางได้ทุกเมื่อ
ข้อผิดพลาดสุดท้ายคือการไม่สนใจบริบทของตลาดโดยรวม ถ้าคุณเจอแพทเทิร์น SFP แต่มันเกิดขึ้นในจังหวะที่ทองคำกำลังอยู่ในแนวโน้มใหญ่ที่แข็งแกร่งมาก การเทรดสวนแนวโน้มนั้นอาจจะมีความเสี่ยงสูงมาก แม้ว่าสัญญาณจะดูสมบูรณ์แค่ไหนก็ตาม คุณควรเช็คกรอบเวลาใหญ่ก่อนเสมอเพื่อดูว่าทิศทางหลักเป็นอย่างไร แล้วค่อยตัดสินใจว่าสัญญาณนี้คุ้มค่าที่จะเสี่ยงหรือไม่
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดทองคำมักเน้นไปที่การใช้กรอบเวลาใดในการมองหารูปแบบที่ดีที่สุดและวิธีจัดการความเสี่ยงเมื่อราคาไม่เป็นไปตามสัญญาณ ผู้เริ่มต้นมักสงสัยว่าควรใช้กรอบเวลารายวันหรือ 4 ชั่วโมงในการวิเคราะห์หลัก จากการสำรวจของ MetaTrader พบว่านักเทรดกว่า 70% นิยมใช้ชาร์ตระดับ 4 ชั่วโมงเป็นฐานในการตัดสินใจเนื่องจากให้ภาพรวมของเทรนด์ที่ชัดเจนและมีสัญญาณรบกวนน้อยกว่ากรอบเวลาย่อย การทำความเข้าใจปัญหาพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยให้เข้าใจกลไกตลาดได้ดีขึ้น
SFP ในการเทรดทองคำคืออะไร
SFP หรือ Swing Failure Pattern คือรูปแบบกราฟที่เกิดขึ้นเมื่อราคาทองคำพยายามทะลุจุดสูงสุดหรือต่ำสุดเดิมแต่ไม่สามารถไปต่อได้ แล้วพลิกตัวกลับทันที มันสะท้อนถึงความล้มเหลวของฝั่งที่พยายามผลักราคา ทำให้เราเห็นโอกาสในการเข้าเทรดตามทิศทางที่กลับด้าน การจับแพทเทิร์นนี้ได้จะช่วยให้คุณเข้าตลาดก่อนที่เทรดเดอร์คนอื่นจะรู้ตัว
จะตั้งจุดตัดขาดทุนเมื่อเจอ SFP อย่างไรให้ปลอดภัย
วิธีที่ดีที่สุดคือการตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ปลายไส้เทียนที่แทงทะลุออกไปนั้นเอง ถ้าราคาทะลุจุดสูงสุดเดิมแล้วพลิกตัวลง เราก็ตั้งไว้เหนือยอดไส้เทียนนั้นเล็กน้อย การตั้งแบบนี้ช่วยให้เรามีข้อมูลที่ชัดเจนว่าสถานการณ์ผิดพลาดแล้ว และช่วยคุมความเสี่ยงไม่ให้ขาดทุนมากจนเกินไปในกรณีที่ราคาวิ่งต่อไปแทนที่จะกลับตัว
SFP เหมาะกับการเทรดในกรอบเวลาใดมากที่สุด
แพทเทิร์นนี้มักให้ผลลัพธ์ที่ดีในกรอบเวลา 4 ชั่วโมงขึ้นไป เพราะยิ่งกรอบเวลาใหญ่ขึ้น การกวาดตลาดของราคาจะยิ่งชัดเจนและน่าเชื่อถือมากขึ้น การเทรดในกรอบเวลาเล็กอาจมีสัญญาณรบกวนจากกระแสเงินสดจำนวนมากทำให้เกิดการพลิกตัวหลอกได้ง่าย ดังนั้นการมองหา SFP ในแท่งเทียนวันหรือ 4 ชั่วโมงจะช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จให้กับการเทรดของคุณ
ต้องใช้ตัวช่วยอะไรเพิ่มเติมบ้างเมื่อเทรดด้วย SFP
คุณควรดูปริมาณการซื้อขายหรือโวลุ่มร่วมด้วย เพราะถ้าไส้เทียนที่แทงทะลุมีโวลุ่มต่ำ แสดงว่าแรงซื้อหรือแรงขายไม่เพียงพอจริงๆ นอกจากนี้การใช้เส้นแนวโน้มหรือเขตราคาสำคัญมาประกอบจะช่วยยืนยันได้ดีขึ้น ถ้า SFP เกิดขึ้นที่เขตแนวรับแนวต้านที่สำคัญ โอกาสที่ราคาจะพลิกตัวจริงและวิ่งได้ไกลก็จะมีมากกว่าการเกิดขึ้นกลางอากาศ
ความแตกต่างระหว่าง SFP กับการพลิกตัวแบบปกติคืออะไร
ความแตกต่างหลักอยู่ที่พฤติกรรมการทะลุราคาก่อนที่จะพลิกกลับ การพลิกตัวแบบปกติอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่มีการทะลุจุดสูงสุดหรือต่ำสุดเดิม แต่ SFP จะต้องมีการแทงทะลุออกไปก่อนเพื่อดักสต็อปของเทรดเดอร์ฝั่งตรงข้าม แล้วจึงพลิกตัวกลับ ทำให้มันเป็นสัญญาณที่ทรงพลังมากขึ้นเพราะแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวที่ตั้งใจของผู้เล่นใหญ่ในตลาด
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย






















