Partial Close ทองคำ คือถอดทุนต้นออกมาก่อน แล้วปล่อยให้กำไรวิ่งต่อไปในตลาด เป็นเทคนิคที่ช่วยลดความเสี่ยงและสร้างสมดุลทางอารมณ์ในการเทรด XAU

การปิดกำไรบางส่วนหรือ Partial Close คือหัวใจสำคัญของการเทรดทองคำ XAU ที่ช่วยลดความเสี่ยงและล็อคกำไรไว้ก่อน บทเรียนนี้จะมาสอนวิธีคำนวณและวางแผนแบบเมนเทอร์ไทยให้เข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างตัวเลขจริง นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
Partial Close ทองคำคืออะไร ทำไมเทรดเดอร์มืออาชีพถึงต้องทำ

Partial Close ทองคำคือเทคนิคการปิดสถานะคำสั่งเพียงบางส่วนเพื่อล็อกกำไรไว้ก่อน โดยปล่อยให้ล็อตที่เหลือทำงานต่อไป เทรดเดอร์มืออาชีพนิยมใช้วิธีนี้เพื่อลดความเสี่ยงจากการกลับตัวของราคาอย่างกะทันหัน ช่วยเพิ่มความมั่นใจและรักษาวินัยในการเทรด ขณะเดียวกันก็ยังคงโอกาสในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นหากแนวโน้มยังคงเป็นไปในทิศทางเดิมต่อไป
การปิดสถานะเพียงบางส่วนเป็นเทคนิคที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้เพื่อถอดทุนต้นออกมาก่อน แล้วปล่อยให้กำไรส่วนที่เหลือวิ่งต่อไปในตลาด มันคือการประสานสมดุลระหว่างความโลภและความกลัวให้หายไปจากการเทรด
เมื่อเราเปิดสถานะซื้อทองคำไปแล้วราคาวิ่งไปในทิศทางที่เราคาดไว้ ความรู้สึกส่วนใหญ่ของคนเทรดคืออยากรู้ว่าจะปิดเลยดีหรือรอต่อ ถ้าปิดเลยราคาอาจจะวิ่งไปอีก 100 พิปเราก็เสียดาย แต่ถ้ารอต่อแล้วราคาย้อนกลับเราก็เสียกำไรที่เห็นอยู่ตรงหน้า การปิดกำไรไปครึ่งหนึ่งจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะเราได้เงินเข้าบัญชีไปแล้วส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือก็ปล่อยให้มันลอยไปในตลาดโดยไม่ต้องเครียดว่าจะขาดทุน ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
สำหรับทองคำที่มีความผันผวนสูง การปิดกำไรบางส่วนยิ่งสำคัญมาก เพราะราคาทองคำสามารถขึ้นไป 50 พิปแล้วกลับลงมา 80 พิปภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ถ้าเราไม่เก็บกำไรไว้บ้าง เราอาจจะกลายเป็นคนที่เห็นกำไรแล้วกลายเป็นขาดทุนในท้ายที่สุด
วิธีตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผลหลังปิดกำไร

หลังจากปิดกำไรบางส่วนไปแล้ว การตั้งจุดตัดขาดทุนควรปรับเลื่อนไปยังระดับราคาเข้าทำการต่อหรือจุด Balance เพื่อกันไม่ให้การเทรดครั้งนี้กลายเป็นการขาดทุน วิธีนี้เรียกว่าการย้ายสต็อปไปยังจุดคุ้มทุน ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถปล่อยให้ล็อตที่เหลือวิ่งหากำไรต่อไปได้อย่างไร้กังวลและปลอดภัยอย่างสมบูรณ์
หลังจากปิดกำไรไปแล้วส่วนหนึ่ง สิ่งที่ต้องทำตามทันทีคือการปรับจุดตัดขาดทุนของสถานะที่เหลือให้สมเหตุสมผล ไม่ใช่ปิดกำไรแล้วปล่อยทิ้งไว้แบบเดิม เพราะถ้าราคาย้อนกลับเราอาจจะเสียส่วนที่เหลือทั้งหมด
วิธีที่นิยมที่สุดคือการดันจุดตัดขาดทุนไปไว้ที่ราคาที่เราเปิดสถานะหรือที่เรียกว่าระดับทุนเท่าทุน สมมติเราซื้อทองคำที่ราคา 2350 ดอลลาร์ ตั้งขาดทุนไว้ที่ 2345 ดอลลาร์ เมื่อราคาขึ้นไปถึง 2360 ดอลลาร์เราปิดกำไรไปครึ่งหนึ่ง ตอนนี้เราต้องย้ายจุดตัดขาดทุนของส่วนที่เหลือมาไว้ที่ 2350 ดอลลาร์ทันที วิธีนี้ทำให้ส่วนที่เหลือเป็นการเทรดที่ไร้ความเสี่ยง ถ้าราคาทะลุขึ้นไปเราก็ได้กำไรเพิ่ม แต่ถ้าราคาย้อนกลับมาเราก็ออกจากตลาดแบบไม่ขาดทุน
อีกวิธีหนึ่งคือการใช้เส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่งเป็นตัวกำหนดจุดตัดขาดทุนแบบตามราคา ถ้าราคาทองคำยังเคลื่อนไหวอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยนี้ เราก็ถือส่วนที่เหลือต่อไป แต่ถ้าราคาปิดต่ำกว่าเส้นนี้เราก็ปิดสถานะที่เหลือทันที วิธีนี้จะทำให้เราสามารถรักษากำไรได้มากขึ้นในช่วงที่ตลาดเป็นขาขึ้นยาว
การใช้ระดับแนวรับแนวต้านในการปรับจุดตัดขาดทุน
นอกจากการใช้ราคาเปิดและเส้นค่าเฉลี่ยแล้ว เรายังสามารถใช้ระดับแนวรับแนวต้านเดิมในการปรับจุดตัดขาดทุนได้ เมื่อราคาทะลุแนวต้านไปแล้ว แนวต้านเดิมจะกลายเป็นแนวรับใหม่ เราก็ย้ายจุดตัดขาดทุนมาไว้ที่ระดับแนวรับใหม่นี้ ถ้าราคาย้อนมากระทบแล้วเด้งขึ้นไปเราก็ถือต่อ แต่ถ้าราคาทะลุแนวรับลงไปเราก็ปิดสถานะ
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขนาดล็อตแบบละเอียด
สมมติให้เทรดเดอร์เปิดคำสั่งซื้อทองคำจำนวน 1 ล็อตที่ราคา 2,000 ดอลลาร์ และราคาขึ้นไปที่ 2,050 ดอลลาร์ หากตัดสินใจปิดกำไร 50% จะได้กำไรจากล็อตที่ปิดไปจำนวน 2,500 ดอลลาร์ ส่วนล็อตที่เหลืออีก 0.5 ล็อตจะยังคงเปิดสถานะอยู่เพื่อรอทำกำไรต่อในอนาคตตามแนวโน้มที่เกิดขึ้น
มาดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เข้าใจการคำนวณกำไรและการแบ่งปิดสถานะทองคำแบบเป็นขั้นตอน ตัวอย่างนี้จะใช้ตัวเลขราคา ล็อต และพิปแบบจริงเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน
สมมติเราเปิดสถานะซื้อทองคำ XAU ที่ราคา 2350 ดอลลาร์ต่อนซ์ ขนาด 0.10 ล็อต โดยตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2345 ดอลลาร์ คิดเป็นความเสี่ยง 5 ดอลลาร์ต่อนซ์ สำหรับทองคำ 1 ดอลลาร์ต่อนซ์เท่ากับ 100 พิปในการคำนวณกำไรของโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ ดังนั้นความเสี่ยง 5 ดอลลาร์จะเท่ากับ 500 พิป สำหรับขนาด 0.10 ล็อต พิปละ 1 ดอลลาร์ ถ้าราคาตกไปถึงจุดตัดขาดทุนเราจะขาดทุน 50 ดอลลาร์
เราตั้งเป้าหมายไว้ 2 จุด จุดแรกที่ราคา 2360 ดอลลาร์และจุดที่สองที่ราคา 2375 ดอลลาร์ เมื่อราคาขึ้นไปถึง 2360 ดอลลาร์เราตัดสินใจปิดสถานะไป 0.05 ล็อต ราคาเคลื่อนที่จาก 2350 ไป 2360 ได้กำไร 10 ดอลลาร์ต่อนซ์เท่ากับ 1000 พิป คำนวณเป็นเงินจาก 0.05 ล็อตที่พิปละ 1 ดอลลาร์จะได้กำไร 50 ดอลลาร์ หลังจากปิดไป 0.05 ล็อตแล้วเราย้ายจุดตัดขาดทุนของ 0.05 ล็อตที่เหลือมาไว้ที่ 2350 ดอลลาร์ทันที
ต่อมาราคาทะลุขึ้นไปถึงเป้าหมายที่สองที่ 2375 ดอลลาร์ เราจึงปิดสถานะที่เหลือทั้งหมด 0.05 ล็อต ราคาเคลื่อนที่จาก 2350 ไป 2375 ได้กำไร 25 ดอลลาร์ต่อนซ์เท่ากับ 2500 พิป คำนวณเป็นเงินจาก 0.05 ล็อตจะได้กำไร 125 ดอลลาร์ รวมกำไรทั้งหมดจากการเทรดครั้งนี้คือ 50 บวก 125 เท่ากับ 175 ดอลลาร์ จากการเสี่ยงไป 50 ดอลลาร์ อัตราส่วนความเสี่ยงต่อกำไรเท่ากับ 1 ต่อ 3.5 ซึ่งถือว่าดีมาก
การคำนวณอัตราส่วนความเสี่ยงต่อกำไร
จากตัวอย่างข้างต้นเราเห็นได้ว่าการปิดกำไรบางส่วนช่วยให้เราทำอัตราส่วนความเสี่ยงต่อกำไรได้ดีขึ้น ถ้าเราไม่ปิดบางส่วนและรอปิดที่เป้าหมายเดียวที่ 2375 เราอาจจะได้กำไร 250 ดอลลาร์จาก 0.10 ล็อต แต่ความเสี่ยงที่จะเสียทั้งหมดก็สูงกว่ามากเพราะราคาอาจจะย้อนกลับก่อนถึงเป้าหมายที่สอง การปิดบางส่วนจึงเป็นการประกันกำไรไว้ก่อน
การวางแผนเป้าหมายราคาทองคำแบ่งเป็นช่วง
การวางเป้าหมายราคาทองคำแบ่งเป็นช่วงเป็นการกำหนดเป้าหมายราคาออกเป็นระดับต่าง ๆ ตามแนวรับและแนวต้านที่สำคัญ โดยเมื่อราคาทะลุเป้าหมายช่วงแรก เทรดเดอร์จะทำการปิดกำไรบางส่วนและปล่อยล็อตที่เหลือไปยังเป้าหมายระดับถัดไป วิธีนี้ช่วยให้การทำกำไรมีความต่อเนื่องและสอดคล้องกับสภาพตลาดอย่างเป็นระบบมากขึ้นกว่าเดิม
การจะปิดกำไรบางส่วนได้แม่นยำ เราต้องวางแผนเป้าหมายราคาล่วงหน้าโดยแบ่งออกเป็นช่วง ไม่ใช่ปิดตามใจเมื่อราคาขึ้นมาพอสมควร การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้เราตัดสินใจได้เร็วและแม่นยำขึ้น
วิธีที่นิยมคือการใช้ระดับแนวต้านสำคัญเป็นเป้าหมาย สมมติเราซื้อทองคำที่ราคา 2350 ดอลลาร์ เรามองเห็นแนวต้านสำคัญที่ 2360 และ 2375 ดอลลาร์ เราก็วางแผนปิดกำไร 50 เปอร์เซ็นต์ที่ 2360 ดอลลาร์และปิดอีก 50 เปอร์เซ็นต์ที่ 2375 ดอลลาร์ ถ้าราคาไปไม่ถึงเป้าหมายที่สองเราก็ยังได้กำไรจากส่วนแรก และส่วนที่สองก็ออกที่ระดับทุนเท่าทุนเพราะเราดันจุดตัดขาดทุนมาแล้ว
อีกวิธีคือการใช้การขยายตัวของฟีโบนัชชีเป็นเป้าหมาย ถ้าราคาทองคำเด้งจากแนวรับขึ้นมา เราลากฟีโบนัชชีจากจุดต่ำสุดไปจุดสูงสุดของคลื่นก่อนหน้า เป้าหมายแรกอาจจะอยู่ที่ระดับ 1.272 และเป้าหมายที่สองอยู่ที่ระดับ 1.618 การใช้ฟีโบนัชชีช่วยให้เรามีจุดอ้างอิงที่เป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้น ไม่ใช่คาดเดาจากความรู้สึกอย่างเดียว
การใช้ข้อมูลกราฟหลายระยะเวลาเพื่อหาเป้าหมาย
เทคนิคที่เมนเทอร์มักจะแนะนำคือการดูกราฟหลายระยะเวลาเพื่อหาเป้าหมายในการปิดกำไร ถ้าเราเทรดในกราฟ 1 ชั่วโมง เราอาจจะดูกราฟ 4 ชั่วโมงเพื่อหาแนวต้านสำคัญที่อยู่ไกลออกไป การดูหลายระยะเวลาจะช่วยให้เราเห็นภาพใหญ่ของตลาดและตั้งเป้าหมายได้สมเหตุสมผลมากขึ้น
เปรียบเทียบการปิดกำไรแบบต่าง ๆ

การปิดกำไรแบบทีละส่วนเปรียบเทียบกับการปิดทั้งหมดพบว่า แบบปิดทั้งหมดเหมาะสำหรับตลาดที่มีความผันผวนสูงและต้องการความแน่นอน ในขณะที่การปิดบางส่วนเหมาะกับตลาดที่มีแนวโน้มชัดเจนเพื่อคงโอกาสทำกำไรไว้ ส่วนการใช้ทราลิงสต็อปเป็นอีกทางเลือกที่ปรับตามราคาอัตโนมัติ โดยสถิติพบว่ามาตรฐานความเสี่ยงต่อผลตอบแทน 1:3 ถือเป็นอัตราส่วนที่ดี (Source: Investopedia)
การปิดกำไรในตลาดทองคำมีหลายวิธี แต่ละวิธีมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน ตารางนี้จะช่วยให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน
| วิธีการปิดกำไร | ระดับความเสี่ยง | อัตรากำไรที่คาดหวัง | ความยากในการควบคุมอารมณ์ |
|---|---|---|---|
| ปิดทั้งหมดที่เป้าหมายเดียว | สูง | ปานกลาง | ยากมาก |
| ปิดบางส่วนแบ่งเป็นช่วง | ต่ำ | สูง | ปานกลาง |
| ปิดตามสัญญาณอินดิเคเตอร์ | ปานกลาง | ปานกลาง | ยาก |
| ใช้สายรองเท้าปิดแบบตามราคา | ต่ำสุด | สูงสุด | ยากที่สุด |
จากตารางจะเห็นว่าการปิดบางส่วนแบ่งเป็นช่วงมีความเสี่ยงต่ำสุดและให้กำไรที่คาดหวังสูง ในขณะที่ความยากในการควบคุมอารมณ์อยู่ในระดับปานกลาง ทำให้เหมาะสมกับเทรดเดอร์ทุกระดับ
ข้อผิดพลาดที่ต้องระวังเมื่อทำ Partial Close
ข้อผิดพลาดที่ต้องระวังเมื่อทำ Partial Close ได้แก่ การปิดกำไรเร็วจนเกินไปจนทำให้ส่วนที่เหลือไม่สามารถทำกำไรที่เพียงพอต่อความเสี่ยงได้ การไม่ย้ายจุดตัดขาดทุนหลังจากปิดกำไรไปแล้วบางส่วนทำให้เสี่ยงติดลบ รวมถึงการไม่มีการวางแผนล่วงหน้าว่าจะปิดกำไรกี่เปอร์เซ็นต์ที่ระดับราคาใด ซึ่งจะทำให้การตัดสินใจเป็นไปตามอารมณ์และทำลายผลกำไรโดยรวมในท้ายที่สุด
แม้การปิดกำไรบางส่วนจะเป็นเทคนิคที่ดี แต่ก็มีข้อผิดพลาดที่เทรดเดอร์มือใหม่มักจะทำผิดซ้ำ ๆ จนทำให้กลยุทธ์นี้ไม่ได้ผลอย่างที่ควรจะเป็น การรู้จักข้อผิดพลาดเหล่านี้จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงได้
ข้อผิดพลาดแรกคือการปิดกำไรเร็วเกินไป บางคนเห็นกำไร 20 พิปก็รีบปิดทั้งหมดทั้งที่ยังไม่ถึงเป้าหมาย ทำให้เสียโอกาสในการทำกำไรที่มากขึ้น การปิดกำไรควรทำตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ปิดตามความกลัวที่ราคาจะย้อนกลับ ถ้าเราวางแผนจะปิดที่ 1000 พิปเราต้องรอให้ราคาไปถึง 1000 พิปก่อน ถึงจะปิด
ข้อผิดพลาดที่สองคือการลืมปรับจุดตัดขาดทุนหลังจากปิดกำไรบางส่วน หลายคนปิดกำไรไปแล้วก็มัวแต่ดูราคาวิ่งไปโดยไม่ยอมย้ายจุดตัดขาดทุน พอราคาย้อนกลับมาก็เสียส่วนที่เหลือทั้งหมดจนกลายเป็นขาดทุนในท้ายที่สุด การปรับจุดตัดขาดทุนเป็นสิ่งที่ต้องทำทันทีหลังปิดกำไร ไม่มีข้อยกเว้น
ข้อผิดพลาดที่สามคือการเปิดล็อตเล็กจนไม่สามารถแบ่งปิดได้ ถ้าเราเปิดแค่ 0.01 ล็อตเราก็ไม่สามารถปิดเป็นส่วนได้ ดังนั้นการวางแผนขนาดล็อตตั้งแต่ต้นจึงสำคัญมาก ควรเปิดอย่างน้อย 0.02 ล็อตขึ้นไปถึงจะสามารถทำการปิดกำไรบางส่วนได้สบาย
การจัดการอารมณ์เมื่อราคาวิ่งไปไกลกว่าเป้าหมาย
หนึ่งในความท้าทายของการปิดกำไรบางส่วนคือเมื่อราคาทองคำวิ่งไปไกลกว่าเป้าหมายที่สองมาก บางครั้งเราปิดไปแล้วราคายังขึ้นไปอีก 200 พิป เราอาจจะรู้สึกเสียดายที่ปิดเร็วไป แต่ต้องเข้าใจว่าเราไม่สามารถจับกำไรได้ทุกส่วนของตลาด สิ่งที่สำคัญคือเราทำตามแผนและได้กำไรตามที่คาดไว้แล้ว ถ้าราคาวิ่งไปไกลกว่าเป้าหมายมาก ๆ เราสามารถเปิดสถานะใหม่ได้ถ้ามีสัญญาณเข้าตรงเงื่อนไขอีกครั้ง
การปรับใช้กับสภาวะตลาดทองคำที่แตกต่างกัน
ตลาดทองคำไม่ได้เคลื่อนไหวแบบเดียวตลอดเวลา บางช่วงเป็นขาขึ้น บางช่วงเป็นขาลง บางช่วงก็เป็นการไซด์เวย์ การปรับใช้เทคนิคการปิดกำไรบางส่วนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดจึงเป็นสิ่งที่เทรดเดอร์ต้องเรียนรู้
ในช่วงตลาดที่เป็นขาขึ้นหรือขาลงแน่นอน การปิดกำไรบางส่วนจะได้ผลดีมาก เพราะราคาจะวิ่งไปในทิศทางเดียวเป็นคลื่นยาว เราสามารถตั้งเป้าหมายไกลขึ้นและปิดกำไรหลายช่วงได้ เช่น ปิด 30 เปอร์เซ็นต์ที่เป้าแรก อีก 30 เปอร์เซ็นต์ที่เป้าสอง และอีก 40 เปอร์เซ็นต์ที่เป้าสาม การแบ่งแบบนี้จะทำให้เราเก็บกำไรได้สูงสุดในช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มชัดเจน
ในช่วงตลาดที่ไซด์เวย์หรือราคาแกว่งไปมาแบบไม่มีทิศทาง การปิดกำไรบางส่วนต้องระมัดระวังมากขึ้น เพราะราคามักจะไปไม่ถึงเป้าหมายระยะไกลก็จะย้อนกลับ เราอาจจะต้องปิดกำไรเร็วขึ้นและตั้งเป้าหมายใกล้ขึ้น เช่น ปิด 70 เปอร์เซ็นต์ที่เป้าแรกและปล่อย 30 เปอร์เซ็นต์ไว้รอโอกาส ถ้าราคาย้อนกลับเราก็ยังได้กำไรจาก 70 เปอร์เซ็นต์แรกและส่วนที่เหลือก็ออกที่ระดับทุนเท่าทุน
การสังเกตช่วงเวลาที่ทองคำมีความผันผวนสูง
ทองคำมีช่วงเวลาที่ความผันผวนสูงเป็นพิเศษ เช่น ช่วงที่มีการประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญหรือช่วงที่ตลาดหุ้นเปิดทำการ ในช่วงเวลาเหล่านี้ราคาทองคำอาจจะกระโดดไปทีละมาก ๆ ภายในเวลาไม่กี่นาที การปิดกำไรบางส่วนในช่วงเวลาเหล่านี้ต้องรวดเร็วและตั้งเป้าหมายให้สมเหตุสมผลกับความผันผวนที่เพิ่มขึ้น ถ้าเราตั้งเป้าหมายแบบปกติในช่วงที่ความผันผวนสูง ราคาอาจจะทะลุเป้าหมายไปแล้วก็ทะลุจุดตัดขาดทุนไปในเวลาใกล้เคียงกัน ทำให้เราไม่ทันตั้งตัว
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปิดกำไรทีละส่วน มักเกี่ยวข้องกับสัดส่วนที่เหมาะสมในการปิดกำไร ซึ่งโดยทั่วไปนิยมปิดที่ 50% ในเป้าหมายแรก นอกจากนี้ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการรับมือเมื่อราคาไม่ไปถึงเป้าหมายที่สอง ซึ่งเทรดเดอร์ควรใช้การตัดขาดทุนตามแนวโน้มเดิมเพื่อปกป้องกำไรที่เหลืออยู่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในทุกสถานการณ์
Partial Close ทองคำคืออะไร และทำไมต้องใช้
Partial Close คือการปิดสถานะเทรดเพียงบางส่วนเพื่อเก็บกำไรไว้ก่อน ส่วนที่เหลือปล่อยให้วิ่งต่อไป การทำแบบนี้ช่วยลดความเสี่ยงเมื่อราคาทองคำเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่เราคาดไว้ มันทำให้เทรดเดอร์มีความสบายใจมากขึ้นเพราะดึงเงินทุนต้นกลับเข้าบัญชีแล้ว ส่วนที่เหลือถือว่าเป็นกำไรฟรีที่รอโอกาสเก็บเพิ่ม
ควรปิดกำไรทองคำไปกี่เปอร์เซ็นต์ในครั้งแรก
ส่วนใหญ่เมนเทอร์จะแนะนำให้ปิดไปประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ของล็อตที่เปิดไว้เมื่อราคาไปถึงเป้าหมายแรก การแบ่งครึ่งแบบนี้ทำให้เราเห็นเงินกำไรจริงเข้าบัญชีและยังมีสถานะเหลือรอวิ่งต่อ ถ้าราคากลับตัวเราก็ไม่เสียใจเพราะเก็บกำไรไปแล้วครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าราคาวิ่งต่อเราก็ยังได้กำไรเพิ่มจากส่วนที่เหลือ
หลังจากปิดกำไรบางส่วนแล้วต้องย้ายจุดตัดขาดทุนไหม
ต้องย้ายแน่นอน เพราะการปิดกำไรไปครึ่งหนึ่งแล้วปล่อยส่วนที่เหลือไว้โดยไม่ปรับจุดตัดขาดทุนถือว่าอันตรายมาก วิธีที่นิยมคือดันจุดตัดขาดทุนไปไว้ที่ราคาเปิดสถานะหรือที่เรียกว่าระดับทุนเท่าทุน การทำแบบนี้ทำให้ส่วนที่เหลือเป็นการเทรดแบบไร้ความเสี่ยง ถ้าราคาย้อนกลับมาเราก็แค่ออกจากตลาดแบบไม่ขาดทุน
เทรดทองคำ XAU ควรใช้ล็อตเท่าไรถึงจะทำ Partial Close ได้สบาย
การจะทำ Partial Close ได้สบายควรเปิดสถานะอย่างน้อย 0.02 ล็อตขึ้นไป เพราะถ้าเปิดแค่ 0.01 ล็อตจะไม่สามารถแบ่งปิดได้ การเปิด 0.02 ล็อตทำให้เราสามารถปิดไป 0.01 ล็อตและเหลือไว้ 0.01 ล็อตได้พอดี ยิ่งถ้าเปิด 0.10 ล็อตก็ยิ่งแบ่งปิดได้หลายรอบมากขึ้น เช่น ปิดที่ 0.03 ล็อตแล้วปิดเพิ่มอีก 0.03 ล็อกในระดับถัดไป
การปิดกำไรบางส่วนเหมาะกับสภาวะตลาดทองคำแบบไหน
เหมาะกับตลาดที่มีแนวโน้มชัดเจนหรือช่วงที่ราคาทองคำวิ่งแรงเป็นคลื่นยาว ในช่วงที่ตลาดมีทิศทางเดียวการปิดบางส่วนจะช่วยให้เราเก็บกำไรได้จริงและยังตามไปเก็บเพิ่มได้ แต่ถ้าเป็นช่วงตลาดไซด์เวย์ราคาแกว่งไปมาแบบไม่มีทิศทาง การทำ Partial Close อาจจะไม่ค่อยได้ผลเท่าไร เพราะราคามักจะไปไม่ถึงเป้าหมายระยะไกลก็กลับตัวเสียก่อน
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
- ▸ เจาะลึกทองคำ Head and Shoulders รูปแบบกลับตัวเทรดยังไง XAU 2569
- ▸ โบรกเกอร์ Forex วิธีเลือก 2026 — คู่มือฉบับสมบูรณ์ ลึกทุกแง่มุม
- ▸ Position Trading กลยุทธ์เทรด Forex ระยะยาวสำหรับคนทำงานประจำ
- ▸ Trade War Tariff สงครามการค้า ผลกระทบต่อ Forex อย่างลึกซึ้ง
- ▸ Support Resistance วิธีวาดและ Mark Key Levels Forex อย่างมืออาชีพ
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย






















