ทองคำ XAU ผันผวนสูงทำกำไรง่าน MT5 จึงตอบโจทย์กว่า MT4 เพราะกราฟละเอียดและประมวลผลเร็ว เริ่มเทรดได้ใน 3 ขั้นตอน

ทองคำหรือ XAU เป็นคู่เงินที่นักเทรดนิยมมากที่สุด เพราะมีความผันผวนสูงและโอกาสทำกำไรเยอะ MT5 คือแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ที่สุดในปัจจุบัน นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
ทำไมเทรดทองคำต้องใช้ MT5
การเทรดทองคำผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 (MT5) ได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากระบบรองรับการทำงานที่รวดเร็ว เสถียร และมีฟีเจอร์วิเคราะห์ข้อมูลทางเทคนิคที่ครอบคลุม พร้อมเครื่องมือทำกำไรอัตโนมัติ โดยบริษัท MetaQuotes ผู้พัฒนาระบบเปิดเผยว่า MT5 มีผู้ใช้งานทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านบัญชี สะท้อนถึงความน่าเชื่อถือในการเข้าถึงตลาดสินทรัพย์อย่างทองคำที่มีสภาพคล่องสูงอย่างยอดเยี่ยม
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมไม่ใช้ MT4 ที่คุ้นเคย คำตอบคือ MT5 ออกแบบมารองรับการเทรดสินค้าโภคภัณฑ์อย่างทองคำได้ลึกซึ้งกว่า ระบบประมวลผลเร็วกว่า กราฟแท่งเทียนละเอียดกว่า และที่สำคัญคือโบรกเกอร์ส่วนใหญ่เริ่มย้ายไปสนับสนุน MT5 เป็นหลัก
เมื่อเปิดบัญชีเทรดกับโบรกเกอร์แล้ว คุณจะได้รับอีเมลแจ้งข้อมูลล็อกอิน ให้ดาวน์โหลดโปรแกรม MT5 จากเว็บไซต์ของโบรกเกอร์โดยตรง หลังติดตั้งเสร็จให้เปิดโปรแกรมขึ้นมา ไปที่เมนู File แล้วเลือก Login to Trade Account ใส่หมายเลขบัญชี รหัสผ่าน และเลือกเซิร์ฟเวอร์ที่โบรกเกอร์แจ้งไว้ในอีเมล ถ้าทุกอย่างถูกต้องจะเห็นยอดเงินปรากฏที่มุมขวาล่างของจอ ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
หน้าต่างหลักของ MT5 จะแบ่งเป็นสี่ส่วนที่ต้องรู้จัก ส่วนบนสุดคือแถบเครื่องมือที่ใช้เปลี่ยนกรอบเวลากราฟหรือเปิดออเดอร์ ด้านซ้ายบนคือหน้าต่าง Market Watch ที่แสดงราคาทองคำและคู่เงินอื่น ๆ ด้านซ้ายล่างคือหน้าต่าง Navigator ที่ใช้เชื่อมบัญชีและจัดการอินดิเคเตอร์ ส่วนกลางจอคือกราฟราคาที่เราจะใช้วิเคราะห์และตัดสินใจเข้าออเดอร์ การรู้จักตำแหน่งของแต่ละส่วนจะช่วยให้การเทรดเป็นไปอย่างคล่องตัว
วิธีดูราคาทองคำและเปิดกราฟเทรด

นักลงทุนสามารถดูราคาทองคำและเปิดกราฟเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มตลาดได้โดยการเข้าไปที่หน้าต่าง Market Watch บนแพลตฟอร์มเพื่อค้นหาคู่เงินที่เกี่ยวข้องกับทองคำเช่น XAUUSD จากนั้นทำการลากสัญลักษณ์ดังกล่าวไปยังหน้าต่างกราฟเพื่อแสดงผลข้อมูลราคาในรูปแบบแท่งเทียนตามช่วงเวลาที่ต้องการ ช่วยให้สังเกตการเคลื่อนไหวของราคาได้อย่างชัดเจนและทันเหตุการณ์
การดูราคาทองคำบน MT5 ไม่ยาก แต่ต้องเข้าใจความหมายของตัวเลขที่ปรากฏ เพราะทองคำมีจุดทศนิยมและขนาดสัญญาที่ต่างจากคู่เงินทั่วไป การอ่านราคาให้ถูกต้องคือพื้นฐานสำคัญก่อนคิดจะเข้าออเดอร์
ที่หน้าต่าง Market Watch ให้หาชื่อสัญลักษณ์ทองคำ ส่วนใหญ่จะเขียนว่า XAUUSD หรือ GOLD ถ้าไม่เห็นให้คลิกขวาที่พื้นที่ว่างในหน้าต่างนั้น เลือก Show All รายการสัญลักษณ์ทั้งหมดจะโผล่ขึ้นมา ลาก XAUUSD ไปวางที่กราฟกลางจอ กราฟทองคำจะเปิดขึ้นมาทันที ราคาที่เห็นจะมีสองตัวเลขคือ Bid คือราคาขายที่เราจะได้ถ้าปิดออเดอร์ซื้อ และ Ask คือราคาซื้อที่เราจะต้องจ่ายเมื่อเปิดออเดอร์ซื้อ ผลต่างระหว่างสองราคานี้คือสเปรดที่โบรกเกอร์เก็บเป็นค่าธรรมเนียม
ทองคำบน MT5 มักแสดงราคาทศนิยม 2 ตำแหน่ง เช่น 2350.45 การขยับ 1 จุดเท่ากับ 0.01 ดอลลาร์ แต่สิ่งที่นักเทรดทองคำสนใจคือการขยับ 1 ดอลลาร์เต็ม เพราะการคำนวณกำไรขาดทุนจะนับเป็นดอลลาร์ต่อนซ์ ยกตัวอย่างเช่น ราคาทองวิ่งจาก 2350.00 ไป 2355.00 ถือว่าขยับ 5 ดอลลาร์ การเปลี่ยนกรอบเวลากราฟก็สำคัญ หากเทรดระยะสั้นให้คลิกที่ M15 หรือ H1 บนแถบเครื่องมือด้านบน ส่วนคนที่ชอบถือเดอร์นานขึ้นให้เลือก H4 หรือ D1 การเลือกกรอบเวลาให้เหมาะกับสไตล์การเทรดจะช่วยให้การตัดสินใจแม่นยำขึ้น
วิธีวางออเดอร์ซื้อขายทองคำบน MT5
การวางคำสั่งซื้อขายทองคำบนระบบ MT5 เริ่มต้นจากการคลิกที่ปุ่ม New Order บนแถบเครื่องมือเพื่อเปิดหน้าต่างการทำธุรกรรม จากนั้นผู้ใช้งานจะต้องระบุปริมาณล็อตที่ต้องการเทรด เลือกทิศทางการเข้าซื้อหรือขาย และกำหนดระดับราคาเป้าหมายพร้อมกับสั่ง Stop Loss และ Take Profit เพื่อควบคุมความเสี่ยง ก่อนที่จะกดปุ่มยืนยันเพื่อส่งคำสั่งเข้าสู่ระบบตลาดอย่างทันที
การเปิดออเดอร์ทองคำบน MT5 มีให้เลือกหลายรูปแบบ ทั้งการเข้าตลาดทันทีและการวางออเดอร์รอราคา การเข้าใจความแตกต่างจะช่วยให้คุณเลือกวิธีที่เหมาะกับสถานการณ์ได้ถูกต้อง
วิธีที่ง่ายที่สุดคือ Market Execution ให้กดปุ่ม F9 บนคีย์บอร์ดหรือคลิกที่ New Order บนแถบเครื่องมือ หน้าต่างวางออเดอร์จะเด้งขึ้นมา ตรงช่อง Volume ให้ใส่ขนาดล็อตที่ต้องการเทรด สมมุติว่าใส่ 0.10 ล็อต จากนั้นกด Sell หรือ Buy ระบบจะเปิดออเดอร์ทันทีที่ราคาปัจจุบัน วิธีนี้เหมาะกับช่วงที่ตลาดเคลื่อนไหวชัดเจนและคุณต้องการเข้าตลาดโดยด่วน แต่ข้อเสียคือราคาอาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อยจากที่เห็นบนจอ เพราะระบบต้องใช้เวลาเสี้ยววินาทีในการส่งคำสั่งไปยังเซิร์ฟเวอร์
วิธีที่สองคือ Pending Order สำหรับคนที่ต้องการรอราคามาถึงจุดที่กำหนดก่อนค่อยเข้า ในหน้าต่างเดียวกันให้เปลี่ยนจาก Market Execution เป็น Pending Order จะมีให้เลือก 4 แบบ คือ Buy Limit คือรอซื้อราคาต่ำกว่าปัจจุบัน, Sell Limit คือรอขายราคาสูงกว่าปัจจุบัน, Buy Stop คือรอซื้อเมื่อราคาทะลุขึ้นไป และ Sell Stop คือรอขายเมื่อราคาทะลุลงมา ใส่ราคาที่ต้องการเข้า ตั้งเวลาหมดอายุของออเดอร์ถ้าจำเป็น แล้วกด Place ออเดอร์จะไปรออยู่ในระบบ วิธีนี้ดีตรงที่คุณไม่ต้องนั่งจ้องจอ แต่ต้องมั่นใจว่าจุดที่ตั้งไว้มีความสมเหตุสมผลจากการวิเคราะห์กราฟ
การตั้งจุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไร
การตั้ง จุดตัดขาดทุน และ จุดทำกำไร คือสิ่งที่ละเว้นไม่ได้ ในหน้าต่างวางออเดอร์จะมีช่องให้ใส่ทั้งสองค่า ยกตัวอย่างเช่น ซื้อทองที่ราคา 2350.00 ต้องการตัดขาดทุนที่ 2345.00 ก็ใส่ จุดตัดขาดทุน ที่ 2345.00 และตั้งเป้าทำกำไรที่ 2360.00 ก็ใส่ จุดทำกำไร ที่ 2360.00 เมื่อเปิดออเดอร์แล้วระบบจะปิดออเดอร์ให้อัตโนมัติเมื่อราคาไปแตะจุดที่กำหนด การตั้งจุดเหล่านี้ช่วยปกป้องเงินทุนและลดอารมณ์ในการเทรด
การปิดออเดอร์และแก้ไขจุดตัดขาดทุน
หากต้องการปิดออเดอร์ก่อนถึงเป้าหมาย ให้ไปที่แถบ Toolbox ด้านล่างจอ คลิกแท็บ Trade จะเห็นออเดอร์ที่เปิดอยู่ทั้งหมด คลิกขวาที่ออเดอร์ที่ต้องการปิดแล้วเลือก Close Position หน้าต่างปิดออเดอร์จะขึ้นมาให้กดยืนยัน ส่วนการแก้ไข จุดตัดขาดทุน หรือ จุดทำกำไร ที่ตั้งไว้แล้ว ให้คลิกขวาที่ออเดอร์นั้น เลือก Modify or Delete Order แล้วเปลี่ยนตัวเลขใหม่ได้ตามต้องการ การรู้จักปรับจุดตัดขาดทุนเมื่อราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่เป็นผลดีจะช่วยล็อกกำไรได้
ตัวอย่างการคำนวณกำไรขาดทุนทองคำ
การคำนวณกำไรขาดทอนจากการเทรดทองคำกระทำได้โดยการนำผลต่างของราคาเปิดและราคาปิดตำแหน่งมาคูณกับขนาดของสัญญาที่กำหนดไว้ ยกตัวอย่างเช่นการเทรดทองคำ 1 ล็อตมาตรฐานซึ่งมีขนาดเท่ากับ 100 ออนซ์ หากทำกำไรได้ราคา 5 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะมียอดกำไรรวมเท่ากับ 500 ดอลลาร์สหรัฐ โดยผลลัพธ์สุดท้ายจะต้องหักลบค่าสเปรดและค่าคอมมิชชั่นของโบรกเกอร์ออกด้วย
การคำนวณกำไรขาดทุนทองคำจริง ๆ แล้วไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด ขอให้เข้าใจกฎเกณฑ์พื้นฐานคือทองคำ 1 ล็อตมาตรฐานเท่ากับ 100 ออนซ์ เมื่อราคาขยับ 1 ดอลลาร์ต่อนซ์ กำไรหรือขาดทุนจะเท่ากับ 100 ดอลลาร์ต่อ 1 ล็อต มาดูตัวอย่างจริงกัน
สมมุติว่าคุณเปิดออเดอร์ Buy ทองคำขนาด 0.20 ล็อต ที่ราคา 2350.00 ดอลลาร์ต่อนซ์ ตั้ง จุดตัดขาดทุน ไว้ที่ 2345.00 และ จุดทำกำไร ที่ 2360.00 ราคาทองคำขยับขึ้นไปถึง 2360.00 ระบบปิดออเดอร์ให้โดยอัตโนมัติ การคำนวณกำไรทำได้ดังนี้ ราคาเป้าหมาย 2360.00 ลบด้วยราคาเปิดออเดอร์ 2350.00 เท่ากับ 10 ดอลลาร์ต่อนซ์ จากนั้นเอา 10 ดอลลาร์คูณกับ 100 ออนซ์ เท่ากับ 1,000 ดอลลาร์ต่อ 1 ล็อต แต่คุณเทรดแค่ 0.20 ล็อต จึงเอา 1,000 คูณ 0.20 เท่ากับกำไร 200 ดอลลาร์
ลองดูอีกกรณีถ้าราคาไม่ไปตามที่หวัง ราคาทองคำร่วงลงมาแตะ 2345.00 ระบบก็จะตัดขาดทุนให้ การคำนวณก็คล้ายกัน ราคาตัดขาดทุน 2345.00 ลบด้วยราคาเปิดออเดอร์ 2350.00 เท่ากับขาดทุน 5 ดอลลาร์ต่อนซ์ เอา 5 ดอลลาร์คูณ 100 ออนซ์ เท่ากับ 500 ดอลลาร์ต่อ 1 ล็อต คูณด้วย 0.20 ล็อต เท่ากับขาดทุน 100 ดอลลาร์ จะเห็นว่าการตั้ง จุดตัดขาดทุน ไว้ 5 ดอลลาร์และ จุดทำกำไร ไว้ 10 ดอลลาร์ทำให้อัตราเสี่ยงต่อผลตอบแทนเท่ากับ 1 ต่อ 2 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ดีในการเทรด
การคำนวณขนาดล็อตให้เหมาะกับเงินทุน
สมมุติว่าคุณมีเงินทุน 1,000 ดอลลาร์ ต้องการเทรดทองคำและไม่อยากเสี่ยงเกิน 3 เปอร์เซ็นต์ต่อครั้ง 3 เปอร์เซ็นต์ของ 1,000 ดอลลาร์เท่ากับ 30 ดอลลาร์ ถ้าวางแผนจะตั้ง จุดตัดขาดทุน ไว้ที่ 5 ดอลลาร์จากราคาเปิดออเดอร์ การคำนวณขนาดล็อตที่เหมาะสมทำได้โดยเอา 30 ดอลลาร์หารด้วย 5 ดอลลาร์ แล้วหารด้วย 100 ออนซ์ จะได้ 0.06 ล็อต ดังนั้นการเทรด 0.06 ล็อตโดยตั้ง จุดตัดขาดทุน ไว้ 5 ดอลลาร์จะทำให้คุณเสียเงินไม่เกิน 30 ดอลลาร์ต่อครั้ง การคำนวณแบบนี้ทุกครั้งก่อนเปิดออเดอร์จะช่วยให้คุณอยู่ในตลาดได้ยาวนานขึ้น
การเปรียบเทียบประเภทออเดอร์ทองคำบน MT5

การเลือกใช้ประเภทคำสั่งซื้อขายทองคำบน MT5 มีความแตกต่างกันตามกลยุทธ์การลงทุน โดย Market Execution เป็นการเข้าซื้อขายทันทีตามราคาตลาดปัจจุบันซึ่งเหมาะกับการเทรดระยะสั้นที่ต้องการความเร็ว ส่วน Pending Order เป็นการกำหนดราคาที่ต้องการล่วงหน้าเพื่อรอให้ราคาเคลื่อนที่มาถึงจุดที่กำหนดก่อนที่ระบบจะทำการเปิดตำแหน่งให้อัตโนมัติเพื่อความแม่นยำในจังหวะเข้าตลาด
การเลือกประเภทออเดอร์ให้เหมาะกับสถานการณ์ตลาดเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝน ตารางต่อไปนี้จะช่วยให้เห็นความแตกต่างและเลือกใช้ได้ถูกต้อง
| ประเภทออเดอร์ | ใช้เมื่อไร | ทิศทางราคา | ความเสี่ยง |
|---|---|---|---|
| Market Buy | ตลาดขาขึ้นชัดเจน ต้องการเข้าทันที | ราคาวิ่งขึ้น | สูง เพราะอาจได้ราคาไม่ตรงที่เห็น |
| Market Sell | ตลาดขาลงแรง ต้องการเข้าทันที | ราคาวิ่งลง | สูง เช่นเดียวกับ Market Buy |
| Buy Limit | รอราคาปรับตัวลงก่อนค่อยซื้อ | ราคาลงมาจากข้างบน | ปานกลาง อาจไม่มาถึงจุดที่ตั้งไว้ |
| Sell Limit | รอราคาเด้งขึ้นก่อนค่อยขาย | ราคาขึ้นไปจากข้างล่าง | ปานกลาง บางครั้งราคาทะลุไปเลย |
| Buy Stop | รอราคาทะลุแนวต้านก่อนค่อยซื้อ | ราคาขึ้นไปจากปัจจุบัน | ปานกลาง อาจเป็นการหลอกแล้วร่วง |
| Sell Stop | รอราคาทะลุแนวรับก่อนค่อยขาย | ราคาลงไปจากปัจจุบัน | ปานกลาง อาจเป็นกับดักแล้วเด้งกลับ |
การใช้อินดิเคเตอร์ช่วยวิเคราะห์ทองคำ
การใช้ตัวชี้วัดทางเทคนิคอย่างเช่น Moving Average หรือ Relative Strength Index บนกราฟทองคำใน MT5 ช่วยให้นักลงทุนสามารถวิเคราะห์แนวโน้มของราคาและหาจุดเข้าซื้อขายที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าไปเลือกสิ่งที่ต้องการได้จากแท็บ Insert และเลือก Indicators เพื่อนำเครื่องมือวิเคราะห์ที่หลากหลายมาวางซ้อนบนกราฟราคาเพื่อประกอบการตัดสินใจ
การเทรดทองคำโดยดูแค่กราฟเปล่าอาจไม่เพียงพอ การเพิ่มอินดิเคเตอร์เข้ามาช่วยจะทำให้การวิเคราะห์แม่นยำขึ้น แต่ต้องรู้ว่าควรใช้ตัวไหนและใช้อย่างไรให้ถูกวิธี
อินดิเคเตอร์ที่นักเทรดทองคำนิยมใช้มีอยู่ไม่กี่ตัว ตัวแรกคือ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ หรือเส้นค่าเฉลี่ยราคา เปิดได้โดยไปที่เมนู Insert เลือก Indicators แล้วเลือก Trend และเลือก ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ค่าที่นิยมคือช่วง 50 และ 200 แท่งเทียน เมื่อราคาปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 แท่ง ถือว่าเป็นขาขึ้นระยะยาว แต่ถ้าราคาปิดต่ำกว่าเส้นนี้ก็ถือว่าเป็นขาลง การใช้เส้นค่าเฉลี่ย 50 แท่งข้ามเส้น 200 แท่งก็เป็นสัญญาณที่นักเทรดใช้กันทั่วโลก ถ้าเส้น 50 ขึ้นไปอยู่เหนือเส้น 200 เรียกว่า Golden Cross ถือว่าเป็นสัญญาณซื้อ แต่ถ้าเส้น 50 ลงมาอยู่ใต้เส้น 200 เรียกว่า สัญญาณ Death Cross ถือว่าเป็นสัญญาณขาย
ตัวที่สองคือ RSI หรือ Relative Strength Index เป็นอินดิเคเตอร์ที่บอกความแรงของราคา ค่าจะอยู่ระหว่าง 0 ถึง 100 ถ้าค่าสูงกว่า 70 แปลว่าทองคำถูกซื้อมากเกินไปอาจปรับตัวลงได้ แต่ถ้าค่าต่ำกว่า 30 แปลว่าทองคำถูกขายมากเกินไปอาจเด้งกลับขึ้นได้ วิธีใช้คือเปิดออเดอร์ซื้อเมื่อ RSI อยู่ต่ำกว่า 30 แล้วเริ่มหันขึ้น หรือเปิดออเดอร์ขายเมื่อ RSI สูงกว่า 70 แล้วเริ่มหันลง ตัวที่สามคือ MACD ช่วยบอกทิศทางเทรนด์และจังหวะเข้าออเดอร์ เมื่อเส้น MACD ตัดขึ้นเหนือเส้นสัญญาณถือว่าเป็นจังหวะซื้อ และเมื่อตัดลงใต้เส้นสัญญาณถือว่าเป็นจังหวะขาย การใช้อินดิเคเตอร์หลายตัวร่วมกันจะช่วยยืนยันสัญญาณได้แข็งแกร่งขึ้น แต่อย่าใส่มากเกินไปจนกราฟรกและสับสน
การใช้กรอบเวลาหลายระดับเพื่อยืนยันทิศทาง
เทคนิคที่เมนเทอร์แนะนำคือการดูกราฟหลายกรอบเวลาพร้อมกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเทรดกราฟ 15 นาที ให้เปิดกราฟ 1 ชั่วโมงและ 4 ชั่วโมงขึ้นมาดูด้วย ถ้ากราฟ 4 ชั่วโมงเป็นขาขึ้น และกราฟ 1 ชั่วโมงก็เป็นขาขึ้น คุณก็ควรมองหาจังหวะซื้อในกราฟ 15 นาทีเท่านั้น การเทรดไปตามทิศทางของกรอบเวลาใหญ่กว่าจะเพิ่มโอกาสชนะและลดความเสี่ยงจากการสวนเทรนด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่เทรดทองคำมักทำ
การเทรดทองคำบน MT5 แม้จะดูไม่ยาก แต่มือใหม่มักทำผิดพลาดซ้ำ ๆ จนเสียเงินไปก่อนจะเรียนรู้ การรู้ล่วงหน้าว่ามีข้อผิดพลาดอะไรบ้างจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงได้
ข้อผิดพลาดแรกคือการใช้ล็อตใหญ่เกินไป ทองคำมีความผันผวนสูงมาก บางวันราคาขยับ 20 ถึง 30 ดอลลาร์ ถ้าคุณใช้ล็อตใหญ่โดยไม่คำนวณความเสี่ยง บัญชีอาจหมดภายในไม่กี่ออเดอร์ ข้อผิดพลาดที่สองคือไม่ตั้ง จุดตัดขาดทุน หลายคนคิดว่าราคาจะกลับมาได้แน่นอน แต่จริง ๆ แล้วตลาดทองคำสามารถวิ่งไปทิศทางเดียวยาว ๆ โดยไม่เด้งกลับ การไม่ตั้ง จุดตัดขาดทุน เท่ากับเสี่ยงสูญเสียเงินทุนทั้งหมด ข้อผิดพลาดที่สามคือการเทรดในช่วงข่าวเศรษฐกิจใหญ่โดยไม่รู้ตัว ทองคำจะมีความผันผวนรุนแรงมากเมื่อมีข่าว เช่น การประกาศอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หรือข้อมูลเงินเดือนนอกภาคเกษตร ราคาอาจกระโดด 10 ดอลลาร์ในไม่กี่วินาที ทำให้ จุดตัดขาดทุน ทำงานไม่ทันและขาดทุนเกินกว่าที่คำนวณไว้
ข้อผิดพลาดที่สี่คือการเปิดออเดอร์หลายตัวพร้อมกันโดยไม่จำเป็น บางคนเห็นทองคำขยับก็เปิดซื้อ แล้วราคาลงมาอีกก็เปิดซื้อเพิ่ม สุดท้ายกลายเป็นการถัวเฉลี่ยที่ไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า เมื่อราคายังลงต่อเนื่องก็จะขาดทุนรวมกันเป็นจำนวนมหาศาล ข้อผิดพลาดที่ห้าคือการไม่ทบทวนออเดอร์ที่ปิดไปแล้ว การเทรดทองคำให้สำเร็จต้องมีบันทึกและการวิเคราะห์ออเดอร์ที่ผ่านมาว่าทำไมชนะ ทำไมแพ้ พลาดตรงไหน แก้ไขอย่างไร ถ้าไม่ทบทวนก็จะทำผิดพลาดเดิมซ้ำ ๆ การจดบันทึกทุกออเดอร์จึงเป็นนิสัยที่จำเป็นสำหรับนักเทรดทุกคน
การวางแผนการเทรดก่อนเปิดออเดอร์
สิ่งสำคัญที่สุดก่อนเปิดออเดอร์คือต้องมีแผน คุณต้องรู้ว่าจะเข้าที่ราคาเท่าไร ตัดขาดทุนที่ไหน เป้าหมายกำไรอยู่ที่เท่าไร และจะใช้ล็อตขนาดไหน ถ้ายังตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้แปลว่ายังไม่ควรเปิดออเดอร์ การเทรดทองคำที่ทำกำไรได้ยั่งยืนมาจากการมีวินัยในการทำตามแผน ไม่ใช่จากการเดาทิศทางราคาแล้วหวังผล
การจัดการอารมณ์ขณะเทรด
ทองคำเป็นตลาดที่ทดสอบอารมณ์นักเทรดอย่างมาก เพราะราคาขยับเร็วและกว้าง บางครั้งออเดอร์เปิดไปแล้วราคาวิ่งไปทิศตรงข้ามทันที ความกลัวและความโลภจะเข้ามาครอบงำ คุณต้องฝึกควบคุมตัวเองให้ทำตามแผนที่วางไว้ ถ้าตั้ง จุดตัดขาดทุน ไว้แล้วก็ต้องยอมรับเมื่อราคาไปแตะ ถ้าตั้ง จุดทำกำไร ไว้ก็ต้องรอจนราคาไปถึง การปิดออเดอร์กลางคันเพราะกลัวหรือโลภมักทำให้ผลลัพธ์แย่กว่าการทำตามแผนเสมอ
การเทรดทองคำบน MT5 ไม่ใช่เรื่องยากถ้าคุณเข้าใจเครื่องมือและมีวินัย ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ทบทวนออเดอร์ทุกครั้ง และพัฒนาแผนการเทรดของตัวเองให้เหมาะสมกับสไตล์และเงินทุน วันหนึ่งคุณจะสามารถทำกำไรจากตลาดทองคำได้อย่างยั่งยืน
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
ข้อสงสัยที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดทองคำบนแพลตฟอร์ม MT5 มักเกี่ยวข้องกับปัญหาทางเทคนิคเช่นระบบไม่ยอมรับคำสั่งซื้อขายหรือการคำนวณค่ามาร์จินที่ซับซ้อน นอกจากนี้นักลงทุนมือใหม่มักสอบถามเกี่ยวกับข้อแตกต่างระหว่างบัญชีทดลองและบัญชีเทรดจริง ซึ่งโบรกเกอร์จะมีทีมงานคอยให้การสนับสนุนและแนะนำวิธีแก้ไขปัญหาผ่านช่องทางติดต่อที่สะดวกรวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมง
ทำไมเทรดทองคำต้องใช้ MT5 ไม่ใช่ MT4
MT5 รองรับสัญญาณทองคำได้ลึกกว่า MT4 กราฟแท่งเทียนแสดงราคาละเอียดถึงทศนิยม 2 ตำแหน่ง ทำให้การตั้งจุดตัดขาดทุนแม่นยำขึ้น นอกจากนี้ MT5 ยังโหลดข้อมูลย้อนหลังได้เร็วกว่า ทำให้นักเทรดวิเคราะห์กราฟระยะยาวได้สะดวก หากโบรกเกอร์รองรับทองคำแบบอนุพันธ์ MT5 จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด
ทองคำ 1 ล็อตเท่ากับกี่ออนซ์
ทองคำมาตรฐาน 1 ล็อตเท่ากับ 100 ออนซ์ ดังนั้นราคาทองขยับ 1 ดอลลาร์ต่อนซ์ กำไรหรือขาดทุนจะเท่ากับ 100 ดอลลาร์ต่อล็อต ถ้าเทรดขนาด 0.01 ล็อต กำไรต่อดอลลาร์จะเท่ากับ 1 ดอลลาร์ การเข้าใจขนาดล็อตช่วยควบคุมความเสี่ยงได้แม่นยำขึ้น
จุดตัดขาดทุนทองคำควรตั้งกี่ดอลลาร์
ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นอยู่กับกรอบเวลาและโครงสร้างกราฟ แต่โดยทั่วไปเทรดกราฟ 15 นาทีถึง 1 ชั่วโมงมักตั้ง 3 ถึง 5 ดอลลาร์ ส่วนกราฟรายวันอาจตั้ง 8 ถึง 15 ดอลลาร์ สำคัญที่สุดคือต้องคำนวณขนาดล็อตให้สัมพันธ์กับเงินทุน เพื่อไม่ให้ขาดทุนเกิน 2 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ต่อครั้ง
เทรดทองคำช่วงไหนความผันผวนสูงที่สุด
ช่วงที่ตลาดหุ้นสหรัฐเปิดและข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญออกมา โดยเฉพาะเวลา 20.00 ถึง 23.00 นาฬิกาตามเวลาประเทศไทย ทองคำมักเคลื่อนไหวรุนแรง บางครั้งขยับ 10 ถึง 20 ดอลลาร์ในไม่กี่นาที นักเทรดมือใหม่ควรระวังและหลีกเลี่ยงการเข้าออเดอร์ในช่วงที่ข่าวใหญ่กำลังประกาศ
MT5 โชว์สเปรดทองคำที่ไหน
ดูได้ที่หน้าต่าง Market Watch ด้านซ้ายบนของจอ จะเห็นราคา Bid และ Ask อยู่ติดกัน สเปรดคือผลต่างระหว่างสองราคานี้ ถ้าไม่เห็นให้คลิกขวาที่พื้นที่ว่างใน Market Watch แล้วเลือก Spread เพื่อให้แสดงคอลัมน์สเปรดแยกต่างหาก การดูสเปรดก่อนเข้าออเดอร์ช่วยหลีกเลี่ยงการถูกค่าธรรมเนียมกินกำไร
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย









TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文