เทรดทองขาลงต้องอ่านโครงสร้าง Lower High Lower Low ให้ออก บทความนี้สอนหาจุดเข้า ตั้งสต็อป และดูทุนไหล SPDR อย่างมืออาชีพ 1

การเทรดทองคำในช่วงขาลงต้องอ่านโครงสร้างแบบ Lower High Lower Low ให้ออก บทความนี้สอนวิธีหาจุดเข้า ตั้งจุดตัดขาดทุน และคำนวณกำไรอย่างมืออาชีพ นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
ทำความเข้าใจโครงสร้างราคาแบบ Lower High Lower Low
โครงสร้างราคาแบบ Lower High Lower Low เป็นรูปแบบกราฟที่บ่งบอกถึงแนวโน้มขาลงอย่างชัดเจน โดยจุดสูงสุดใหม่จะต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิม และจุดต่ำสุดใหม่ก็จะต่ำกว่าจุดต่ำสุดเดิมอย่างต่อเนื่อง เทรดเดอร์สามารถใช้รูปแบบนี้ในการวางแผนเปิดสถานะขายเพื่อทำกำไรจากสภาวะตลาดที่อ่อนแอได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โครงสร้างราคาแบบ Lower High Lower Low คือหัวใจสำคัญที่บอกเราว่าตลาดอยู่ในขาลง การทำความเข้าใจรูปแบบนี้จะช่วยให้เรารู้ว่าควรยืนฝั่งไหนระหว่างซื้อหรือขาย
พูดง่าย ๆ ก็คือ เมื่อราคาทองคำย่อตัวลง มันจะสร้างจุดสูงสุดใหม่ที่ต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิม เราเรียกว่า Lower High และเมื่อราคาดิ่งลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ลึกกว่าจุดต่ำสุดเดิม เราเรียกว่า Lower Low ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ แสดงว่าฝั่งคนขายกำลังเหนือกว่าฝั่งคนซื้ออย่างชัดเจน ราคาจะค่อย ๆ ไถลลงไปเรื่อย ๆ เหมือนบันไดลงไปเรื่อย ๆ ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าราคาลงมาเยอะแล้วต้องเด้ง ก็ไปรีบซื้อรับ แต่จริง ๆ แล้วการไปสวนทิศทางในจังหวะที่โครงสร้างยังเป็นขาลงอยู่นั้นเสี่ยงมาก สิ่งที่เราควรทำคือยืนฝั่งเดียวกับแรงขาย คือรอเปิดขาย และหาจังหวะเข้าตอนที่ราคาเด้งขึ้นไปทำ Lower High แล้วเริ่มมีสัญญาณวกตัวลงอีกครั้ง การเทรดตามทิศทางของตลาดแบบนี้จะทำให้เราเอาตัวรอดได้ในระยะยาว
วิธีชี้จุดเข้าเทรดขายทองคำในขาลง
การหาจุดเข้าเทรดขายทองคำในขาลงที่ดีที่สุดคือการรอให้ราคาดีดตัวขึ้นไปทดสอบเส้นเทรนด์หรือเส้นเฉลี่ยก่อน จากนั้นจึงค่อยเปิดสถานะขายเมื่อราคาเกิดแท่งเทรดกลับตัวลง ซึ่งช่วยให้ได้จุดเข้าที่เสี่ยงน้อยและมีโอกาสทำกำไรสูงตามแนวโน้มหลัก
การหาจุดเข้าที่ดีต้องอาศัยการรอราคาเด้งขึ้นมาทดสอบแรงเสียก่อน แล้วค่อยหาสัญญาณยืนยันว่าราคาจะลงต่อจริง
วิธีที่ผมชอบใช้กับลูกศิษย์ก็คือ ลากเส้นแนวโน้มลงมาเชื่อมจุดสูงสุด หรือที่เรียกว่า Trendline แบบลากเส้นจากจุด High ด้านซ้ายลากลงมายังจุด Lower High ด้านขวา เมื่อราคาทองคำเด้งขึ้นไปแตะเส้นนี้อีกครั้ง เราจะรอดูแท่งเทียนว่ามันอ่อนแอลงหรือไม่ ถ้าเห็นแท่งเทียนรูปแบบ Pin Bar หรือแท่งเทียนยืนยันการกลับตัวลง ก็ให้เปิดออเดอร์ขายได้เลย จุดตัดขาดทุนให้ตั้งไว้เหนือจุด Lower High นั้นประมาณ 2 ถึง 3 ดอลลาร์ เพื่อกันราคาแหวกขึ้นไปทำลายโครงสร้างขาลง
อีกวิธีที่นิยมคือการใช้เส้นค่าเฉลี่ยราคา หรือ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ช่วยกรองสัญญาณ ผมมักจะใช้เส้นค่าเฉลี่ย 50 แท่งบนชาร์ตกรอบเวลา 4 ชั่วโมง เมื่อราคาอยู่ต่ำกว่าเส้นนี้ แสดงว่าเป็นขาลง จากนั้นรอให้ราคาเด้งขึ้นไปแตะเส้นค่าเฉลี่ย แล้วเกิดแท่งเทียนกลับตัวลง ก็เปิดออเดอร์ขายได้ วิธีนี้จะช่วยให้เราเข้าออเดอร์ได้ในจุดที่มีความเสี่ยงต่ำและมีโอกาสทำกำไรได้สูง เพราะเราเข้าไปในทิศทางของแนวโน้มหลัก และมีเส้นค่าเฉลี่ยคอยทำหน้าที่เป็นแนวต้านให้ในระดับหนึ่ง
ใช้เส้นแนวโน้มลากเชื่อมจุดสูงสุด
การลากเส้นแนวโน้มเป็นพื้นฐานที่สำคัญมาก เราต้องลากจากจุดสูงสุดก่อนหน้ามาเชื่อมกับจุดสูงสุดใหม่ที่ต่ำลง จะได้เส้นที่ลาดเอียงลง ราคาจะคอยเด้งขึ้นมาแตะเส้นนี้แล้วลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่ซ้ำ ๆ การรอราคามาแตะเส้นแนวโน้มถือว่าเป็นจุดเข้าที่คลาสสิกและได้ผลดีมากในการเทรดขาลงทองคำ เพราะเป็นการรอให้ฝั่งซื้อใช้พลังจนหมดก่อนแล้วค่อยว่ายเข้าไปสวนทางกับฝั่งขาย
รอแท่งเทียนยืนยันก่อนกดเปิดออเดอร์
การมีเส้นแนวโน้มหรือเส้นค่าเฉลี่ยอย่างเดียวอาจไม่พอ เราต้องรอให้เกิดแท่งเทียนบอกกล่าวการกลับตัวก่อน ยกตัวอย่างเช่น แท่งเทียนชูทิ่งยาวด้านบน หรือแท่งเทียนลงตัวใหญ่สีแดง สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณยืนยันว่าฝั่งขายกำลังเข้ามาคุมเกม การรอแท่งเทียนปิดก่อนแล้วค่อยเปิดออเดอร์จะปลอดภัยกว่าการเปิดทันทีเมื่อราคาไปแตะเส้น เพราะบางครั้งราคาอาจจะทะลุเส้นขึ้นไปชั่วคราวแล้วดีดลง ถ้าเรารีบเปิดออเดอร์โดยไม่รอยืนยันก็อาจจะโดนตัดขาดทุนก่อนที่ราคาจะลงตามทิศทางที่เราคาดไว้
การตั้งจุดตัดขาดทุนและเป้าหมายกำไรทองคำ
การตั้งจุดตัดขาดทุนควรอยู่เหนือจุดสูงสุดล่าสุดเล็กน้อยเพื่อป้องกันการถูกหลอก ส่วนเป้าหมายกำไรควรกำหนดโดยดูจากอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนขั้นต่ำ 1 ต่อ 2 เพื่อให้มั่นใจว่ากำไรที่ได้จะสูงกว่าความเสี่ยงเสมอ
การวางจุดตัดขาดทุนให้ถูกที่ถูกเวลาเป็นสิ่งที่บอกถึงความเป็นมืออาชีพ มันช่วยปกป้องเงินทุนของเราไม่ให้หายไปในออเดอร์เดียว
ตอนเปิดออเดอร์ขายในโครงสร้างขาลง จุดตัดขาดทุนที่ดีที่สุดคือการตั้งไว้เหนือจุด Lower High ที่เพิ่งเกิดขึ้น ระยะห่างประมาณ 2 ถึง 3 ดอลลาร์ ทำไมต้องที่นั่น เพราะถ้าราคาทะลุขึ้นไปเหนือจุดนั้นได้ แปลว่าโครงสร้างขาลงเริ่มถูกทำลาย ตลาดอาจจะเปลี่ยนเป็นขาขึ้น ดังนั้นเราต้องยอมรับความจริงและตัดขาดทุนออกมาก่อน การตั้งจุดตัดขาดทุนแบบนี้เป็นการใช้หลักการอ่านโครงสร้างตลาดมากกว่าการตั้งเอาตามใจชอบ ซึ่งจะทำให้เรามีวินัยในการเทรดมากขึ้น
ส่วนเป้าหมายกำไร เราสามารถตั้งไว้ที่จุดต่ำสุดเดิมหรือ Lower Low ก่อนหน้านี้ได้ เพราะราคามักจะมีแนวโน้มไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิมซ้ำ หรือถ้าอยากได้กำไรมากขึ้น ก็ใช้วิธีทยอยปิดกำไร คือปิดครึ่งหนึ่งที่จุดต่ำสุดเดิม แล้วอีกครึ่งหนึ่งปล่อยให้ลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่ต่อไป พร้อมทั้งเลื่อนจุดตัดขาดทุนลงมาเป็นจุดคุ้มทุน เพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาว วิธีนี้จะช่วยให้เราสามารถทำกำไรได้เต็มที่ในขาลงที่ยาวนานโดยไม่ต้องกลัวว่ากำไรจะหายกลับไป
ตัวอย่างการคำนวณกำไรขาดทุนเทรดทองคำจริง
ตัวอย่างเช่น หากเปิดสถานะขายทองคำที่ราคา 2,000 ดอลลาร์ ตั้งตัดขาดทุนไว้ที่ 2,010 ดอลลาร์และเป้าหมายกำไรที่ 1,980 ดอลลาร์ เมื่อราคาลงถึงเป้าหมายจะได้กำไร 20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งถือว่าคุ้มค่ากับความเสี่ยงที่เสี่ยงไปเพียง 10 ดอลลาร์
มาดูตัวเลขจริงกันครับ การคำนวณที่ชัดเจนจะช่วยให้เราเห็นภาพของการบริหารความเสี่ยงและผลตอบแทนได้ดีขึ้น
สมมติว่าทองคำราคาปัจจุบันอยู่ที่ 2569 ดอลลาร์ ต่อนซ์ ราคาเพิ่งเด้งขึ้นมาทำ Lower High ที่ 2575 ดอลลาร์ แล้วเกิดแท่งเทียนชูทิ่งยาวด้านบนกลับตัวลง เราตัดสินใจเปิดออเดอร์ขายที่ราคา 2572 ดอลลาร์ ตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2578 ดอลลาร์ ซึ่งเหนือจุด Lower High ไป 3 ดอลลาร์ ระยะตัดขาดทุนของเราคือ 6 ดอลลาร์ หรือเท่ากับ 600 จุด เพราะทองคำ 1 ดอลลาร์เท่ากับ 100 จุด เราตั้งเป้าหมายกำไรไว้ที่จุดต่ำสุดเดิมที่ราคา 2550 ดอลลาร์ ระยะกำไรที่คาดหวังคือ 22 ดอลลาร์ หรือ 2200 จุด อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนเท่ากับ 1 ต่อ 3.6 ซึ่งถือว่าเป็นอัตราส่วนที่สวยงามมาก
ต่อมาเรามาคำนวณขนาดล็อตกัน สมมติว่าบัญชีเรามีเงินทุน 5000 ดอลลาร์ กฎของเราคือจะเสี่ยงไม่เกินร้อยละ 2 ต่อหนึ่งออเดอร์ ดังนั้นเงินทุนที่พร้อมจะขาดทุนคือ 100 ดอลลาร์ ระยะตัดขาดทุนของเราคือ 600 จุด ในการเทรดทองคำ 1 ล็อต มูลค่าต่อ 1 จุดจะเท่ากับ 1 ดอลลาร์ ดังนั้นถ้าเราเปิด 1 ล็อต เราจะขาดทุน 600 ดอลลาร์ซึ่งมากเกินไป แต่ถ้าเราเปิดขนาด 0.17 ล็อต มูลค่าต่อจุดจะเท่ากับ 0.17 ดอลลาร์ คูณด้วย 600 จุด จะได้ 102 ดอลลาร์ ซึ่งใกล้เคียงกับเงินทุนที่เราตั้งไว้มากที่สุด ดังนั้นเราจะเปิดออเดอร์ขายขนาด 0.17 ล็อต หากราคาลงไปถึงเป้าหมายที่ 2550 ดอลลาร์ ระยะกำไร 2200 จุด คูณด้วย 0.17 ดอลลาร์ เราจะได้กำไร 374 ดอลลาร์ จากการเสี่ยงเงินไปแค่ 102 ดอลลาร์เท่านั้นเอง
การใช้ตัวช่วยวัดแรงขาลงของทองคำ
การใช้ตัวชี้วัดเช่นดัชนีความแข็งแรงสัมพัทธ์หรืออาร์เอสไอสามารถช่วยวัดแรงขาลงของทองคำได้ดี หากค่าของดัชนีวิ่งอยู่ในระดับต่ำกว่า 30 อย่างต่อเนื่องก็จะยืนยันว่าตลาดยังมีแรงขายที่กดดันอยู่มาก เทรดเดอร์สามารถใช้ข้อมูลนี้ประกอบการตัดสินใจเทรดตามแนวโน้มได้อย่างมั่นใจ
นอกจากการดูโครงสร้างราคาแล้ว การมีตัวช่วยวัดแรงของตลาดจะทำให้เรามั่นใจได้มากขึ้นว่าขาลงนี้จริงจังแค่ไหน และควรจะถือเดอร์ไปไกลแค่ไหน
ตัวช่วยที่ผมแนะนำคือดัชนีความแข็งแรงของราคาหรือ RSI โดยตั้งค่าที่ 14 แท่ง เมื่อราคาทำ Lower High แต่ค่าของดัชนีความแข็งแรงกลับสูงขึ้น เราเรียกว่าการเกิดความขัดแย้งหรือ Divergence สัญญาณนี้บอกว่าแรงซื้อกำลังอ่อนแอลง แม้ราคาจะขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ที่ต่ำกว่าเดิมก็ตาม ถือเป็นจังหวะเปิดขายที่ดีมาก ๆ เพราะเป็นการยืนยันว่าฝั่งขายกำลังจะกุมอำนาจเหนือตลาดอย่างแท้จริงในอนาคตอันใกล้นี้
อีกตัวช่วยหนึ่งคือแถบความผันผวนหรือ แถบ Bollinger ในช่วงขาลงที่ชัดเจน เราจะเห็นราคาเดินอยู่ระหว่างเส้นกลางและเส้นล่างของแถบความผันผวน ถ้าราคาเด้งขึ้นไปแตะเส้นกลางแล้วอ่อนแอลง ก็เป็นจุดเข้าขายที่ดี แต่ถ้าราคาทะลุเส้นกลางขึ้นไปได้และปิดแท่งเทียนเหนือเส้นกลาง อาจจะเป็นสัญญาณเตือนว่าขาลงกำลังจะหยุดพักตัวหรือเปลี่ยนทิศทาง เราควรระวังและพิจารณาปิดออเดอร์ขายหรือเลื่อนจุดตัดขาดทุนให้แคบลงเพื่อรักษากำไรที่ได้มา
| ตัวช่วยวัดแรงตลาด | สัญญาณยืนยันขาลง | จุดเข้าออเดอร์ขาย | สัญญาณเตือนภัยให้ออก |
|---|---|---|---|
| เส้นค่าเฉลี่ย 50 แท่ง | ราคาอยู่ต่ำกว่าเส้น | ราคาเด้งแตะเส้นแล้วกลับตัวลง | ราคาปิดเหนือเส้นอย่างชัดเจน |
| ดัชนีความแข็งแรง RSI | ค่าอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 | ราคาทำจุดสูงใหม่แต่ค่าตัวชี้วัดลดลง | ค่าทะลุขึ้นไปเหนือระดับ 60 |
| แถบความผันผวน | ราคาเดินในช่องทางล่าง | ราคาแตะเส้นกลางแล้วรีบลง | ราคาทะลุเส้นกลางขึ้นไป |
| เส้นแนวโน้มลาดลง | ราคาอยู่ใต้เส้นตลอดเวลา | ราคาเด้งแตะเส้นแล้วชูทิ่งบน | ราคาปิดแท่งเทียนเหนือเส้น |
สัญญาณบอกว่าขาลงของทองคำกำลังจะหมดแรง
สัญญาณที่บ่งบอกว่าขาลงของทองคำกำลังจะหมดแรง ได้แก่ การเกิดรูปแบบเทรดกลับตัวบริเวณแนวรับสำคัญ ปริมาณการซื้อขายที่ลดลงในขาลง หรือดัชนีวัดโมเมนตัมที่เริ่มแสดงความเบี่ยงเบนในเชิงบวก เทรดเดอร์ควรระมัดระวังและพิจารณาปิดสถานะขายเพื่อกักเก็บกำไร
เราไม่สามารถเทรดขาลงไปได้ตลอดกาล ต้องรู้จักสังเกตว่าเมื่อไรตลาดจะเปลี่ยนทิศทาง เพื่อเตรียมตัวปิดออเดอร์และรับสถานการณ์ใหม่
สัญญาณแรกที่ต้องสังเกตคือเมื่อราคาไม่สามารถทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ลึกกว่าเดิมได้ หมายความว่า Lower Low ใหม่นั้นตื้นกว่า Lower Low เดิม แสดงว่าฝั่งขายเริ่มไม่มีแรงผลักราคาลงไปต่อ หรืออาจจะมีคนแอบสะสมทองคำอยู่ด้านล่าง เมื่อเห็นลักษณะนี้เกิดขึ้น เราควรระมัดระวังในการเปิดออเดอร์ขายใหม่ และควรเลื่อนจุดตัดขาดทุนของออเดอร์เดิมให้ใกล้ขึ้นเพื่อรักษากำไร
สัญญาณที่สองคือการที่ราคาทะลุขึ้นไปเหนือจุดสูงสุดเดิมหรือ Lower High ได้อย่างชัดเจน พร้อมด้วยแท่งเทียนสีเขียวที่มีขนาดใหญ่ นั่นคือการเปลี่ยนโครงสร้างจากขาลงเป็นขาขึ้นในระดับต้น ๆ หรือที่เรียกว่าการเกิด Higher High ขึ้นรอบใหม่ ในจังหวะนี้เราต้องปิดออเดอร์ขายทั้งหมด แม้ว่าจะยังไม่ถึงเป้าหมายก็ตาม เพราะการฝืนอยู่ในตลาดที่ทิศทางเปลี่ยนไปแล้วนั้นเสี่ยงอย่างมาก การยอมรับว่าขาลงจบลงและรอหาโอกาสใหม่ในฝั่งซื้อจะเป็นการเทรดอย่างมีวิจารณญาณที่ดีกว่า
ระวังกับดักราคาเด้งกลับอย่างรุนแรง
ในบางครั้งเมื่อราคาทองคำลงมาจนถึงจุดต่ำสุดที่สำคัญ มักจะเกิดการเด้งกลับขึ้นมาอย่างรุนแรงในระยะสั้น เราเรียกว่าการเด้งตัวแบบตลาดสั้น นักเทรดหลายคนที่โลภและฝืนถือเดอร์ขายไว้มักจะเสียกำไรที่สะสมมาทั้งหมดกลับคืนไปในพริบตาเดียว ดังนั้นเมื่อราคาลงมาแตะจุดที่เราตั้งเป้าไว้ หรือเข้าใกล้บริเวณที่มีแนวรับสำคัญ เราควรปิดกำไรทันทีหรืออย่างน้อยก็ต้องเลื่อนจุดตัดขาดทุนมาที่จุดคุ้มทุนเพื่อความปลอดภัย
เปลี่ยนมุมมองเมื่อโครงสร้างตลาดเปลี่ยน
การเทรดที่ดีต้องยืดหยุ่นและยอมรับสภาพตลาดเสมอ ถ้าวันนี้ตลาดเป็นขาลงเราก็เทรดขาย แต่พรุ่งนี้ถ้าตลาดเปลี่ยนเป็นขาขึ้นเราก็ต้องพร้อมเปลี่ยนไปเทรดซื้อ การยึดติดกับความคิดเดิมว่าตลาดต้องเป็นขาลงต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่ยอมมองสัญญาณที่เปลี่ยนไป จะทำให้เราเสียเปรียบและสูญเสียเงินทุนในที่สุด ดังนั้นการฝึกฝนการอ่านโครงสร้างราคาให้เป็นเรื่องปกติ และการปรับตัวตามสภาพตลาดอย่างรวดเร็ว คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เราอยู่รอดในวงการนี้ได้อย่างยาวนาน
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดทองคำมักเกี่ยวข้องกับการเลือกช่วงเวลาเทรดที่เหมาะสม การจัดสรรเงินทุน และวิธีรับมือกับข่าวเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อความผันผวน การทำความเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้เทรดเดอร์มีความพร้อมและสามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทองคำ Lower High Lower Low คืออะไร
Lower High Lower Low คือรูปแบบโครงสร้างราคาที่บ่งบอกถึงแนวโน้มขาลง โดยจุดสูงสุดใหม่จะต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิม และจุดต่ำสุดใหม่ก็จะต่ำกว่าจุดต่ำสุดเดิม เมื่อเห็นรูปแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ แสดงว่าฝั่งขายกำลังมีอำนาจเหนือกว่าฝั่งซื้อ เราควรมองหาโอกาสในการเปิดออเดอร์ขายมากกว่าการซื้อ การเทรดตามโครงสร้างนี้จะช่วยให้เราอยู่ในทิศทางของตลาดได้อย่างปลอดภัย
จุดไหนที่เหมาะสำหรับเปิดออเดอร์ขายทองคำในขาลง
จุดที่เหมาะสมที่สุดคือบริเวณที่ราคาทำ Lower High เสร็จแล้วเริ่มวกลงมาทำ Lower Low ต่อไป เราสามารถรอให้ราคาดีดตัวขึ้นไปแตะเส้นแนวโน้มหรือเส้นค่าเฉลี่ย แล้วเกิดแท่งเทียนกลับตัวก่อนเปิดขาย การรอยืนยันด้วยแท่งเทียนจะช่วยลดความเสี่ยงที่ราคาจะทะลุทะลวงขึ้นไป อย่าลืมตั้งจุดตัดขาดทุนไว้เหนือจุด Lower High เสมอเพื่อป้องกันการสูญเสียมากเกินไป
ทำไมต้องตั้งจุดตัดขาดทุนเหนือ Lower High
เพราะถ้าราคาทะลุขึ้นไปเหนือ Lower High ได้ แปลว่าโครงสร้างขาลงได้ถูกทำลายลงแล้ว ตลาดอาจจะเปลี่ยนทิศทางกลับไปเป็นขาขึ้น การตั้งจุดตัดขาดทุนไว้เหนือจุดนี้จึงเป็นการปกป้องบัญชีของเราจากการเสียเปรียบฝั่งซื้อ หากราคายังคงเป็นขาลงจริง ราคาจะไม่สามารถไปแตะจุดตัดขาดทุนของเราได้ และเราจะได้กำไรตามเป้าหมายต่อไป
คำนวณขนาดล็อตเทรดทองคำอย่างไรให้ปลอดภัย
ก่อนอื่นต้องกำหนดเงินทุนที่พร้อมจะเสียในแต่ละออเดอร์ ปกติแนะนำไม่เกินร้อยละสองของเงินทุนทั้งหมด จากนั้นนำระยะห่างระหว่างราคาเปิดออเดอร์ไปจนถึงจุดตัดขาดทุนมาคำนวณเป็นจำนวนดอลลาร์ที่จะขาดทุน แล้วหารด้วยมูลค่าต่อพิปของทองคำตามขนาดล็อตที่เลือก วิธีนี้จะช่วยให้เราควบคุมความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าระยะจุดตัดขาดทุนจะกว้างหรือแคดแค่ไหนก็ตาม
สัญญาณอะไรบอกว่าขาลงของทองคำจบลงแล้ว
สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดคือเมื่อราคาสามารถทำ Higher High ได้สำเร็จ หรือก็คือการทะลุจุดสูงสุดเดิมขึ้นไปได้ นอกจากนี้ถ้าราคาหยุดทำ Lower Low แล้วกลับมาทำ Higher Low ก็ถือว่าโครงสร้างเริ่มเปลี่ยนแปลง เราควรปิดออเดอร์ขายทั้งหมดและรอสังเกตการณ์ตลาดใหม่ อย่าฝืนเทรดขายต่อเพราะอาจจะโดนราคาดีดกลับอย่างรุนแรงได้
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย










TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文