บทความนี้อธิบายทองคำ Elliott Wave 5 คลื่นหลักและ3คลื่นแก้ไข เพื่อระบุจังหวะเทรดXAUให้กำไรในปี2569อย่างแม่นยำ

ทองคำ XAU USD เป็นตลาดที่มีความเคลื่อนไหวตามหลักเศรษฐศาสตร์จุลภาคและมหภาคที่ชัดเจน ผู้ค้าที่ใช้ Elliott Wave Theory สามารถระบุจังหวะเข้าออกตำแหน่งได้อย่างแม่นยำมากขึ้น บทความนี้จะอธิบายโครงสร้าง 5 คลื่นหลัก 3 คลื่นย่อยแก้ไข และวิธีการเทรดทองคำให้ได้กำไรสูงสุดในปี 2569
โครงสร้าง Elliott Wave 5 คลื่นหลักของทองคำ
ทฤษฎี Elliott Wave อธิบายรูปแบบตลาดเป็นคลื่นกระแสหลัก 5 คลื่น ซึ่งสะท้อนจิตวิทยามวลชนและทิศทางราคาทองคำในระยะยาว โดยเฉพาะคลื่นที่ 3 มักเป็นคลื่นที่ยาวที่สุดและทรงพลังที่สุด จากการศึกษาของ Glenn Neely พบว่าคลื่น 3 มักมีความยาวประมาณ 1.618 เท่าของคลื่นที่ 1 อย่างสม่ำเสมอ
Elliott Wave Theory ระบุว่าราคาทองคำเคลื่อนไหวในรูปแบบที่เป็นระเบียบ โดยแบ่งออกเป็น 5 คลื่นหลัก (Impulse Wave) ในทิศทางของแนวโน้มหลัก (Uptrend หรือ Downtrend) คลื่นที่ 1 3 และ 5 เป็นคลื่นแนวโน้มที่ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนคลื่นที่ 2 และ 4 เป็นคลื่นแก้ไขที่ปรับตัวย้อนกลับเพื่อหาจุด Support หรือ Resistance
เมื่อคลื่นที่ 5 สิ้นสุดลง ตลาดจะเข้าสู่ระยะแก้ไขใหญ่ที่เรียกว่า 3 คลื่นแก้ไข (Corrective Wave) ซึ่งประกอบด้วยคลื่น A B และ C ระยะแก้ไข 3 คลื่นนี้จะเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงข้ามกับคลื่น 5 และมักจะย้อนกลับบางส่วนหรือทั้งหมดของการเคลื่อนไหวในขั้นตอนก่อนหน้า
ความสำคัญของการเข้าใจโครงสร้างนี้คือว่าผู้เทรดสามารถคาดการณ์จุดหมายราคาและความยาวของคลื่นแต่ละคลื่นได้ล่วงหน้า ทองคำ XAU USD มีความสำคัญเป็น Safe Haven Asset ทำให้การเคลื่อนไหวตามเทคนิค Elliott Wave ชัดเจนมากกว่าสินค้าอื่น ๆ
คลื่น 1 2 3 4 5 ในการเทรดทองคำ
การวิเคราะห์คลื่น 1 ถึง 5 ช่วยให้เทรดเดอร์ทองคำระบุจังหวะเข้าและออกตลาดได้อย่างแม่นยำ โดยคลื่น 1 เริ่มต้นเทรนด์ คลื่น 2 ปรับตัว คลื่น 3 ขยายตัวรุนแรง คลื่น 4 พักตัว และคลื่น 5 เป็นจุดสูงสุดก่อนพลิกตลาด จากสถิติของ Prechter พบว่าคลื่นที่ 3 มักเป็นคลื่นที่ไม่เคยสั้นที่สุดในบรรดาคลื่นอิมพัลส์ทั้งหมด
คลื่นที่ 1 (Wave 1) เป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มที่เพิ่งก่อตัว ทองคำจะเริ่มเคลื่อนไหวไปในทิศทางหนึ่งอย่างค่อยเป็นค่อยไป คลื่นนี้ยังไม่มีความแรงสูงสุด และมักมีนักเทรดจำนวนน้อยเข้าร่วม เอกสารข้อมูลทั่วไปบ่อยครั้งจะไม่เด่นชัดเท่าคลื่นอื่น ๆ ผู้ค้าที่ระบุคลื่น 1 ได้แรกๆ มีโอกาสได้กำไรสูงสุด
คลื่นที่ 2 (Wave 2) เป็นการปรับตัวย้อนกลับหลังจากคลื่น 1 สิ้นสุด ราคาทองคำจะไหลกลับลงมาบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม คลื่น 2 มักจะไม่หลุดต่ำกว่าจุด Low ของคลื่น 1 ซึ่งเป็นกฎสำคัญในการยืนยันว่าเรากำลังติดตามรูปแบบ Elliott Wave ที่ถูกต้อง ระยะปรับตัวนี้อาจเป็น 50% หรือ 61.8% ของคลื่น 1 ตามอัตราส่วน Fibonacci
คลื่นที่ 3 (Wave 3) เป็นคลื่นที่แรงที่สุดและยาวที่สุดในโครงสร้าง 5 คลื่น ทองคำจะพุ่งขึ้นหรือหล่นลงอย่างรุนแรง โดยอาจมีระยะทางเท่ากับ 1.618 เท่าหรือ 2.618 เท่าของคลื่น 1 นี่คือช่วงที่มีนักเทรดหลายคนอยากเข้าตำแหน่งเพราะกำไรที่ชัดเจน คลื่น 3 มักมาพร้อมกับปริมาณการซื้อขายสูง และความผันผวนของราคาเพิ่มขึ้น
คลื่นที่ 4 (Wave 4) เป็นการปรับตัวครั้งที่สองหลังจากคลื่น 3 สิ้นสุด การแก้ไขนี้มักจะซับซ้อนและใช้เวลานาน บางครั้งอาจมีรูปแบบ Triangle Flat หรือ Complex Pattern ที่ทำให้สับสน คลื่น 4 จะไม่หลุดต่ำกว่าจุด Low ของคลื่น 1 (ยกเว้นบางกรณี) และไม่ควรแตะอีกเท่าคลื่น 2
คลื่นที่ 5 (Wave 5) เป็นคลื่นสุดท้ายของแนวโน้มขึ้น (Uptrend) หลังจากคลื่น 4 เสร็จสิ้น คลื่น 5 อาจมีความยาวเท่ากับคลื่น 1 หรือใหญ่กว่า ความแรงของคลื่น 5 อาจลดลงกว่าคลื่น 3 นี่คือสัญญาณที่บ่งบอกว่าแนวโน้มกำลังจะเสร็จสิ้น เมื่อคลื่น 5 สิ้นสุด ตลาดจะเข้าสู่ระยะแก้ไข 3 คลื่น
คลื่น A B C แก้ไขและการเทรดทองคำ
คลื่นแก้ไข A B C เป็นรูปแบบการเดินทองคำที่วัดระดับการรีบาวด์หรือการพักตัวหลังจากเทรนด์หลักสิ้นสุดลง โดยคลื่น A และ C จะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันของการแก้ไข ส่วนคลื่น B เป็นการเด้งกลับเล็กน้อย จากการวิเคราะห์ทางสถิติพบว่าคลื่น C มักมีความยาวเท่ากับคลื่น A ประมาณ 61.8%
เมื่อแนวโน้ม 5 คลื่นหลักเสร็จสิ้น ตลาดจะเข้าสู่ระยะแก้ไข ซึ่งประกอบด้วย 3 คลื่นแก้ไข คือ A B และ C คลื่น A เป็นคลื่นแก้ไขแรกที่เคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงข้ามกับคลื่น 5 ทองคำจะลดลงหรือเพิ่มขึ้นขึ้นอยู่กับว่าแนวโน้มก่อนหน้านี้เป็น Uptrend หรือ Downtrend
คลื่น B เป็นการตีกลับชั่วคราว (Pullback) ที่เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับแนวโน้มก่อนหน้า ทำให้หลายคนสับสนว่าแนวโน้มยังคงต่อเนื่อง หากคลื่น B ไม่ได้ตัดสิน High ของคลื่น 5 เป็นสัญญาณชัดเจนว่าอยู่ในรูปแบบการแก้ไข ความสำคัญของคลื่น B คือการแบ่งแยกระหว่างการแก้ไขปกติ (Zigzag) และการแก้ไขแบบสั้น (Flat)
คลื่น C เป็นคลื่นแก้ไขสุดท้ายที่เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับคลื่น A ส่วนใหญ่คลื่น C จะยาวเท่าหรือมากกว่าคลื่น A โดยมักมีความยาว 0.618 เท่าหรือ 1.618 เท่าของคลื่น A เมื่อคลื่น C สิ้นสุด ตลาดอาจเริ่มแนวโน้มใหม่ขึ้นมาอีกรอบ
ข้อแตกต่างสำคัญระหว่าง Impulsive Wave (5 คลื่น) และ Corrective Wave (3 คลื่น) คือ Impulsive Wave มีการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนและมีทิศทางเดียว ในขณะที่ Corrective Wave มักมีรูปแบบซับซ้อนและปั่นป่วนกว่า ผู้เทรดต้องฝึกการมองแยกประเภทคลื่นเหล่านี้ออกมาเพื่อเข้าออกตำแหน่งให้ถูกต้อง
วิธีเทรดทองคำ XAU USD ตามกฎ Elliott Wave
การเทรด XAU USD ตามกฎ Elliott Wave ต้องอาศัยการระบุตำแหน่งคลื่นปัจจุบันบนไทม์เฟรมใหญ่ก่อนลงรายละเอียดในเฟรมเล็ก เพื่อหาจุดเข้าที่มีความเสี่ยงต่ำและผลตอบแทนสูง โดยเน้นเทรดตามทิศทางของคลื่น 3 เป็นหลัก ข้อมูลจาก CME Group ระบุว่าปริมาณการซื้อขายทองคำล่วงหน้าทะลุ 18 ล้านสัญญาในไตรมาสแรกปี 2024
วิธีแรกในการเทรด Elliott Wave ทองคำคือการรอให้คลื่น 1 สิ้นสุด และเสร็จสิ้นจุด Low ของคลื่น 2 จากนั้นจึงเข้าตำแหน่ง Long เพื่อรับคลื่น 3 ที่แรงที่สุด จุดเข้าตำแหน่งสามารถกำหนดได้ที่ 61.8% retracement ของคลื่น 1 โดยตั้ง จุดตัดขาดทุน ต่ำกว่าจุด Low ของคลื่น 2 ประมาณ 20-30 Pips สำหรับ MT5 หรือแพลตฟอร์มอื่น
วิธีที่สองคือการใช้ Fibonacci Projection เพื่อคาดการณ์จุดหมาย (Target) ของคลื่น 3 5 และ C โดยวัดจากต้นของคลื่น 1 ไปยังจุด Low ของคลื่น 2 แล้วคูณด้วย 1.618 หรือ 2.618 ตัวอย่างเช่น หากคลื่น 1 มีความยาว 100 Pips และคลื่น 2 ปรับตัวลง 50 Pips ผู้เทรดสามารถคาดการณ์ว่าคลื่น 3 อาจมีความยาว 161.8 Pips หรือ 261.8 Pips ขึ้นจากจุดเริ่มต้นของคลื่น 2
ตัวอย่างการคำนวณ Profit Loss ทองคำจริง: สมมติว่า XAU USD ขึ้น 100 Pips ในคลื่น 1 (Wave 1) จากราคา 2,200 ไปยัง 2,201.00 (1 Pips = 0.01 USD) จากนั้นลงมา 50 Pips ในคลื่น 2 (Wave 2) ไปยังราคา 2,200.50 (Retracement 50%) ผู้เทรด Long เข้าตำแหน่งที่ 2,200.50 มี Profit Target 1 ที่ 2,201.618 (Target 161.8%) และ Profit Target 2 ที่ 2,202.618 (Target 261.8%) หากราคาทองคำขึ้นไปที่ 2,202.00 ผู้เทรดจะได้กำไร 150 Pips (150 × 100 USD = 15,000 USD ต่อสัญญา 1 Lot) หากคลื่น 3 สิ้นสุดที่ 2,202.618 ได้กำไร 218 Pips (218 × 100 USD = 21,800 USD)
วิธีที่สามคือการใช้ Ichimoku Cloud หรือ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ เพื่อยืนยันทิศทางของแนวโน้นและคลื่น Elliott Wave ทองคำมักจะเคลื่อนไหวตามแนวต้านและแนวรับที่หมาย (Dynamic แนวรับและแนวต้าน) ซึ่งสามารถมองได้ชัดเจนบนกราฟแผนภูมิ
ความสัมพันธ์ระหว่างคลื่นและอัตราส่วน Fibonacci
ความสัมพันธ์ระหว่างคลื่นและอัตราส่วน Fibonacci เป็นกุญแจสำคัญในการคำนวณเป้าหมายราคาและจุดพักตัวของทองคำอย่างแม่นยำ เนื่องจากคลื่นแต่ละลูกมักสัมพันธ์กับระดับฟีโบนัชชีที่มีชื่อเสียง จากหนังสือ Elliott Wave Principle ระบุว่าคลื่น 2 มักถดถอยลงไปที่ระดับ 61.8% ของคลื่น 1 ในระดับความน่าจะเป็นสูงถึง 75%
Elliott Wave Theory มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับ Fibonacci Sequence และ Golden Ratio ซึ่งปรากฏในธรรมชาติและตลาดการเงิน อัตราส่วน Fibonacci สำคัญที่สุด ได้แก่ 0.618 0.382 1.618 2.618 และ 4.236 ที่ใช้ในการคาดการณ์ความยาวของคลื่น
เมื่อเทรดทองคำ XAU USD สามารถคาดการณ์ความยาวของคลื่น 3 ได้จาก Wave 1 โดยใช้สูตร Wave 3 = Wave 1 × 1.618 หรือ Wave 3 = Wave 1 × 2.618 หากคลื่น 3 ยาวกว่า 2.618 เท่าของคลื่น 1 มักจะเป็นสัญญาณของแนวโน้มที่แข็งแกร่งมากเกินไป ทำให้การแก้ไข (Correction) ลึกกว่า
สำหรับคลื่น 2 มักจะปรับตัวลง 0.382 หรือ 0.618 ของคลื่น 1 ในการคาดการณ์จุดสิ้นสุดของคลื่น 2 หากคลื่น 2 ปรับตัวลงเกิน 0.786 ของคลื่น 1 สัญญาณของ Elliott Wave จะอ่อนแอลง และอาจต้องติดตามรูปแบบใหม่
ตารางเปรียบเทียบอัตราส่วน Fibonacci และคลื่น Elliott Wave ทองคำ:
| คลื่น | อัตราส่วน Fibonacci ทั่วไป | ขอบเขตการปรับตัว (Wave 2/4) | ตัวอย่างราคา XAU (Wave 1 = 100 Pips) |
|---|---|---|---|
| Wave 1 | N/A | N/A | 2,200.00 → 2,201.00 (+100 Pips) |
| Wave 2 | 0.382 – 0.618 × Wave 1 | 38.2 – 61.8% | 2,200.38 → 2,200.62 (ลดลง 38-62 Pips) |
| Wave 3 | 1.618 – 2.618 × Wave 1 | +161.8 – +261.8% | 2,200.50 → 2,202.618 (+161-261 Pips) |
| Wave 4 | 0.236 – 0.5 × Wave 3 | 23.6 – 50% | 2,202.00 → 2,201.80 (ลดลง 23.6-50% ของ Wave 3) |
| Wave 5 | 0.618 – 1.618 × Wave 1 หรือ = Wave 1 | 61.8 – 161.8% | 2,201.80 → 2,202.618 (เท่า Wave 1 หรือ 61.8-161.8%) |
| Wave C | 0.618 – 1.618 × Wave A | 61.8 – 161.8% | 2,202.618 → 2,201.00 (ลดลง 61.8-161.8% ของ Wave A) |
กฎสำคัญและข้อขัดข้องในการเทรด Elliott Wave ทองคำ
กฎสำคัญในการเทรด Elliott Wave ทองคำคือคลื่น 4 ต้องไม่ทับซ้อนกับราคาในคลื่น 1 และคลื่น 3 ต้องไม่เป็นคลื่นที่สั้นที่สุด หากข้อห้ามนี้ถูกละเมิดแสดงว่าการนับคลื่นผิดพลาดและต้องวิเคราะห์ใหม่ทั้งหมดทันที ตามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ Robert Prechter พบว่านักเทรดมือใหม่มักเผชิญความผิดพลาดในการนับคลื่นประมาณ 80%
กฎสำคัญประการแรกคือ Wave 3 ต้องไม่สั้นกว่า Wave 1 และ Wave 5 ที่สุด หากละเมิดกฎนี้อาจแสดงว่าการนับคลื่นไม่ถูกต้อง อีกกฎสำคัญคือ Wave 2 ต้องไม่หลุดต่ำกว่าจุด Low ของ Wave 1 และ Wave 4 ต้องไม่หลุดต่ำกว่าจุด High ของ Wave 1 (ยกเว้นเมื่อเป็น Diagonal Wave ในโครงสร้างพิเศษ)
ข้อขัดข้องที่มักเกิดขึ้นเมื่อเทรดทองคำ XAU USD คือการสับสนระหว่างการแก้ไข (Correction) และการกลับตัว (Reversal) เพราะบ่อยครั้งการแก้ไขของแนวโน้มเดิมอาจดูเหมือนแนวโน้มใหม่ในทิศทางตรงข้าม ผู้เทรดต้องใช้ Volume Analysis และ Momentum Indicator เพื่อยืนยันว่าราคากำลังจะเทิร์นตัวจริง ๆ หรือเป็นเพียงการแก้ไขชั่วคราว
ข้อที่สามคือการหารจุดแน่นอนของคลื่น 2 และ 4 ซึ่งมักจะใช้เวลานานและมีความซับซ้อน นักวิเคราะห์หลายคนมักแสดงทีปจ้อมากกว่าคลื่นอื่นเพราะไม่สามารถระบุเสร็จสิ้นของมันได้อย่างแน่นอน วิธีแก้ไขคือการรอให้ การอ่าน Price Action พ้นจากเขตการแก้ไขแล้วเสร็จถูก 50% หรือ 61.8% Retracement ของคลื่นก่อนหน้า
สำหรับผู้เทรดที่ยังเรียนรู้ Elliott Wave บนทองคำ การใช้ Multiple Time Frame อาจช่วยได้ โดยดูแนวโน้มหลักบนกราฟรายสัปดาห์ (Weekly Chart) และเทรดรายละเอียดบนกราฟรายชั่วโมง (Hourly Chart) หรือ 4 ชั่วโมง (4H Chart) ทำให้การตัดสินใจเข้าออกตำแหน่งมีความแม่นยำมากขึ้น
การใช้ MT5 และเครื่องมือเทรด Elliott Wave
บนแพลตฟอร์ม MT5 ผู้เทรดสามารถใช้เครื่องมือมาตรฐานเพื่อทำเครื่องหมายคลื่น Elliott Wave เช่น Trend Line Arrow Annotation และ Text Label ส่วนใหญ่ MT5 ไม่มี Indicator Elliott Wave ที่ยอดเยี่ยมในตัว แต่สามารถหา Expert Advisor หรือ Custom Indicator จาก CodeBase ของ MetaTrader ได้
การใช้ Fibonacci Tool ของ MT5 เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการคำนวณ Retracement และ Projection หลังจากกำหนดจุด High Low ของแต่ละคลื่น MT5 จะแสดง Fibonacci Level 0.236 0.382 0.5 0.618 0.786 และ 1.0 โดยอัตโนมัติ
ผู้เทรดสามารถตั้ง Alert บน MT5 เมื่อราคาทองคำ XAU USD ถึงระดับ Fibonacci ที่สำคัญ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ Pending Order (Buy Limit Sell Limit Buy Stop Sell Stop) เพื่อรอให้ราคาเข้าตำแหน่ง Elliott Wave ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ข้อดีคือผู้เทรดไม่ต้องติดหน้าจออยู่ตลอดเวลา
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดทองคำด้วยทฤษฎี Elliott Wave มักเกี่ยวข้องกับการระบุจุดเริ่มต้นของคลื่นและการปรับแผนการเทรดเมื่อรูปแบบราคาคลาดเคลื่อนจากสมมติฐานเดิม ซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝนและประสบการณ์อย่างมาก จากการสำรวจโดยทางเว็บไซต์ TradingView พบว่านักลงทุนกว่า 60% ยังคงประสบปัญหาในการประยุกต์ใช้ทฤษฎีนี้อย่างเป็นรูปธรรม
Elliott Wave ทองคำ 5 คลื่นหลักคืออะไร
Elliott Wave 5 คลื่นหลักหมายถึงรูปแบบการเคลื่อนไหวราคาทองคำในทิศทางเดียวที่แบ่งออกเป็น 5 คลื่นย่อย ซึ่งประกอบด้วย 3 คลื่นแนวโน้ม (1 3 5) และ 2 คลื่นแก้ไข (2 4) คลื่น 1 3 5 เป็นคลื่นแนวโน้มชี้ไปในทิศทางหลัก ส่วนคลื่น 2 4 คือการปรับตัวย้อนกลับเพื่อหา Support หรือแนวต้าน ทองคำจะเคลื่อนไหวแบบนี้เมื่อมีแรงซื้อหรือขายที่แข็งแกร่ง
คลื่น 3 ของทองคำ XAU มักจะยาวที่สุดหรือไม่
คลื่น 3 ของ Elliott Wave ทั่วไปเป็นคลื่นที่แรงที่สุดและยาวที่สุดในโครงสร้าง 5 คลื่น โดยคลื่นนี้มักจะขยายออกมาหลังจากที่คลื่น 2 จบลงและทำให้ราคาทองคำ XAU พุ่งขึ้นหรือหล่นลงอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกครั้งที่คลื่น 3 จะเป็นคลื่นที่ยาวที่สุด บ่อยครั้งคลื่น 5 อาจจะดึงเฉพาะขยายออกมากขึ้น
วิธีแยกแยะคลื่น 2 และคลื่น 4 ในทองคำได้อย่างไร
คลื่น 2 และคลื่น 4 เป็นคลื่นแก้ไข แต่มีลักษณะแตกต่างกัน คลื่น 2 มักจะไม่หลุดจากจุด Low ของคลื่น 1 และปรับตัวลงจาก High ของคลื่น 1 โดยทั่วไปปรับตัว 50 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนคลื่น 4 ปรับตัวจากจุด High ของคลื่น 3 และมักจะซับซ้อนกว่า อาจมีรูปแบบ Triangle Flat หรือ Complex ทำให้ระยะเวลายาวนานกว่าคลื่น 2
จะจัดการความเสี่ยง จุดตัดขาดทุน ในการเทรด Elliott Wave ทองคำได้อย่างไร
การจัดการความเสี่ยงใน Elliott Wave ทองคำควรตั้ง จุดตัดขาดทุน ให้เกินจุดสิ้นสุดของคลื่นแก้ไข (คลื่น 2 หรือคลื่น 4) เพื่อให้สัญญาณการเทรดมีความปลอดภัยมากขึ้น ตัวอย่างเช่น หากเทรดจากการเสร็จสิ้นของคลื่น 1 ควรตั้ง จุดตัดขาดทุน เกินจุด Low ของคลื่น 2 ประมาณ 20-30 Pips เพื่อหลีกเลี่ยง Whipsaw หรือการสั่นไหวราคาเพียงชั่วครู่
Profit Target ที่เหมาะสมสำหรับการเทรดคลื่น 3 ของ Elliott Wave ทองคำควรกำหนดไว้ที่ระดับใด
Profit Target สำหรับคลื่น 3 ของ Elliott Wave ทองคำสามารถกำหนดได้จากระยะทางของคลื่น 1 โดยคลื่น 3 มักจะเท่ากับหรือมากกว่า 1.618 เท่าของคลื่น 1 คุณสามารถใช้ Fibonacci Projection โดยวัดจากต้นของคลื่น 1 ไปยังจุดสิ้นสุดของคลื่น 2 แล้วคูณด้วย 1.618 หรือ 2.618 เพื่อหาจุดหมายของคลื่น 3 บนกราฟ XAU USD
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย












TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文