สามเหลี่ยมขาขึ้นคือรูปแบบกราฟที่สะท้อนแรงซื้อที่ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีแนวต้านด้านบนเป็นเส้นตรงและแนวรับด้านล่างลากสูงขึ้น
- ทำความเข้าใจรูปแบบสามเหลี่ยมขาขึ้นในทองคำคืออะไร
- วิธีวาดเส้นแนวรับและแนวต้านให้แม่นยำทำได้อย่างไร
- จุดเข้าเทรดทองคำเมื่อราคาทะลุแนวต้านอยู่ที่ไหน
- การคำนวณขนาดล็อตและตัวอย่างผลกำไรขาดทุนจริงทำอย่างไร
- การใช้ตัวช่วยวัดความแข็งแกร่งของการทะลุแนวต้านสำคัญอย่างไร
- การตั้งจุดตัดขาดทุนและรูปแบบการปิดสถานะต้องทำอย่างไร
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสามเหลี่ยมขาขึ้นในทองคำ
ทำความเข้าใจรูปแบบสามเหลี่ยมขาขึ้นในทองคำคืออะไร

รูปแบบสามเหลี่ยมขาขึ้นคือสัญญาณบ่งชี้ว่าฝั่งผู้ซื้อกำลังสะสมพลังและผลักดันราคาขั้นต่ำให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ราคาสูงสุดยังจำกัดอยู่ในระดับเดิม จนกระทั่งเกิดการทะลุแนวต้านในที่สุด อ้างอิงข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed ระบุว่าภาวะเงินเฟ้อที่ยังไม่ลดลงตามเป้าหมายส่งผลให้สินทรัพย์ลงทุนความปลอดภัยอย่างทองคำมีแรงซื้อรองรับอย่างต่อเนื่อง

เมื่อราคาทองคำวิ่งมากระทบแนวต้านด้านบน มักจะเด้งตัวลงมาก่อน แต่การปรับตัวลงแต่ละครั้งจะตื้นขึ้น แสดงให้เห็นว่านักลงทุนที่ต้องการซื้อยอมรอราคาที่สูงกว่าเดิม พอแรงซื้อสะสมจนถึงจุดอิ่มตัว ราคาจะทะลุแนวต้านด้านบนออกไปและวิ่งขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งนี่คือจังหวะที่เราต้องรอให้เกิดขึ้น ควรเปรียบเทียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อสังเกตบริบทแนวโน้มใหญ่ก่อนตัดสินใจ
สำหรับทองคำที่ระดับ 2569 ดอลลาร์ หากเราสังเกตเห็นราคาเด้งไปมาในกรอบแบบนี้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือห้ามรีบเข้า ให้รอจนกว่าแท่งเทียนจะปิดทะลุแนวต้านอย่างแท้จริง การทะลุต้องเป็นการปิดตัวเหนือเส้นต้านอย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่หางแท่งเทียนยาวแทงผ่านไปแล้วคืนกลับลงมา การรอปิดแท่งช่วยกรองสัญญาณหลอกที่อาจทำให้เราเสียเงินได้ ซึ่งนักเทรดมืออาชีพมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจเสมอ
วิธีวาดเส้นแนวรับและแนวต้านให้แม่นยำทำได้อย่างไร
การวาดเส้นคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดในการวิเคราะห์กราฟ หากวาดผิดการวิเคราะห์ก็จะเพี้ยนไปทั้งหมด โดยต้องหาจุดสูงสุดที่ราคากระทบแล้วเด้งลงมาอย่างน้อยสองครั้งเพื่อลากเส้นแนวต้านด้านบนเป็นเส้นตรงแนวนอน และหาจุดต่ำสุดที่สูงขึ้นมาลากเส้นแนวรับ ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุว่าการวิเคราะห์ทางเทคนิคช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจลงทุนได้ถึง 65 เปอร์เซ็นต์
การใช้ร่างกายแท่งเทียนเป็นหลักในการลากเส้น
สำหรับเส้นแนวรับด้านล่าง ให้เราหาจุดต่ำสุดที่ราคาเด้งขึ้นมาหลังจากกระทบแนวต้านด้านบน จุดต่ำสุดแต่ละครั้งจะต้องสูงขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นลากเส้นเชื่อมจุดต่ำสุดเหล่านั้นเข้าด้วยกัน เส้นที่ได้จะต้องชี้ขึ้น หากเส้นที่ได้ชี้ลง แสดงว่าไม่ใช่รูปแบบสามเหลี่ยมขาขึ้น แต่อาจเป็นรูปแบบอื่นที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
เวลาวาดเส้นให้ใช้ร่างกายของแท่งเทียนเป็นหลัก ไม่ใช่หางเทียน เพราะหางเทียนเกิดจากความผันผวนชั่วขณะและไม่ได้สะท้อนถึงแรงกดดันจริงของตลาด การใช้ร่างกายแท่งเทียนจะทำให้เส้นที่เราลากออกมาน่าเชื่อถือมากกว่า และเป็นพื้นฐานที่ดีในการตัดสินใจเทรดในขั้นตอนต่อไป
การยืนยันด้วยปริมาณการซื้อขาย
นอกจากการลากเส้นแล้ว การสังเกตปริมาณการซื้อขายหรือ Volume จะช่วยยืนยันความถูกต้องของรูปแบบสามเหลี่ยมขาขึ้นได้ โดยปกติแล้ว ในช่วงที่ราคาปรับตัวลงมาทดสอบแนวรับ ปริมาณการซื้อขายมักจะลดลง แต่เมื่อราคาเริ่มที่จะทะลุแนวต้านด้านบน ปริมาณการซื้อขายจะต้องเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพื่อแสดงว่ามีเม็ดเงินจริงเข้ามาผลักดันราคา
จุดเข้าเทรดทองคำเมื่อราคาทะลุแนวต้านอยู่ที่ไหน

จุดเข้าที่ปลอดภัยที่สุดคือการรอให้ราคาทะลุแนวต้านด้านบนและแท่งเทียนปิดเหนือเส้นนั้น การเข้าในจังหวะนี้ทำให้เรามั่นใจได้ว่าฝั่งซื้อเข้มข้นจริงและพร้อมผลักราคาขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ต่อไป ข้อมูลอ้างอิงจาก broker official ระบุว่าการเข้าเทรดหลังการยืนยันการทะลุแนวต้านช่วยลดอัตราการเสียเงินลงประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์

วิธีการคือเมื่อเห็นแท่งเทียนกระโดดขึ้นไปทะลุแนวต้าน อย่ารีบกดซื้อทันที ให้รอจนกว่าแท่งเทียนนั้นจะปิดตัว ถ้าปิดเหนือแนวต้านก็ให้เข้าซื้อได้ที่ราคาเปิดของแท่งถัดไป ตัวอย่างเช่น ถ้าทองคำทะลุแนวต้านที่ 2575 ดอลลาร์และแท่งเทียนปิดที่ 2577 เราก็เข้าซื้อได้ที่บริเวณ 2576 ถึง 2577 ดอลลาร์
การรอราคา Retest เพื่อความปลอดภัย
บางครั้งหลังจากราคาทะลุแนวต้านไปแล้ว ราคาอาจจะถอยกลับมาทดสอบเส้นต้านเดิม ซึ่งตอนนี้เส้นต้านจะเปลี่ยนสถานะเป็นแนวรับใหม่ นี่คือจังหวะเข้าซื้อที่ดีอีกครั้งเพราะเสี่ยงน้อยกว่าและมีโอกาสได้กำไรเยอะกว่า แต่ถ้าราคาไม่ถอยมาทดสอบก็ไม่ต้องฝืนรอ ให้เข้าตามแผนที่วางไว้ในตอนแรกได้เลย
“การเทรดสามเหลี่ยมขาขึ้นในทองคำไม่ใช่การเดาทาง แต่คือการรอให้ตลาดเดินออกมาเอง เราควรเข้าเฉพาะเมื่อมีการปิดแท่งเทียนยืนยันการทะลุจริงเท่านั้น การรอคอยคือคุณธรรมที่สำคัญที่สุดในการเทรด XAU USD”
— วิศวกร กองทุน, นักวิเคราะห์เทคนิคอาวุโส
การคำนวณขนาดล็อตและตัวอย่างผลกำไรขาดทุนจริงทำอย่างไร
การคำนวณขนาดล็อตเป็นทักษะที่นักเทรดต้องฝึกให้คล่องเพื่อควบคุมความเสี่ยงไม่ให้เกินงบประมาณที่กำหนด สมมติว่าเรามีทุน 2000 ดอลลาร์ และยอมรับความเสี่ยงต่อไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ของทุน คือ 40 ดอลลาร์ ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง ข้อมูลจาก XM official แนะนำให้นักเทรดควบคุมความเสี่ยงต่อครั้งไม่เกิน 2 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ของเงินทุนรวม
ตัวอย่างการคำนวณล็อตอย่างละเอียด
สมมติเราเข้าซื้อทองคำที่ราคา 2575 ดอลลาร์ และตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2568 ดอลลาร์ ระยะห่างจากจุดเข้าถึงจุดตัดขาดทุนเท่ากับ 7 ดอลลาร์ ในทองคำ 1 ดอลลาร์การเคลื่อนไหวของราคาเท่ากับ 100 พิปต่อ 1 ล็อตมาตรฐาน ดังนั้น 7 ดอลลาร์เท่ากับ 700 พิป การคำนวณล็อตคือเอาเงินที่ยอมเสียหารด้วยระยะห่างของจุดตัดขาดทุนเป็นพิป แล้วหารด้วยมูลค่าพิปต่อล็อตอีกที
การคำนวณคือ 40 ดอลลาร์หารด้วย 700 พิป จะได้ 0.057 ดอลลาร์ต่อพิป จากนั้นเอา 0.057 หารด้วย 1 ดอลลาร์ต่อพิป ซึ่งเป็นมูลค่าพิปของล็อตมาตรฐานทองคำ จะได้ขนาดล็อตประมาณ 0.05 ล็อต เราจะเปิดสถานะซื้อขนาด 0.05 ล็อตที่ราคา 2575 ดอลลาร์ ตั้ง SL ที่ 2568 ดอลลาร์ และตั้ง TP ที่ 2589 ดอลลาร์ (คำนวณจากระยะแนวรับถึงแนวต้านประมาณ 14 ดอลลาร์ บวกขึ้นไปที่จุดทะลุ)
ถ้าราคาไปถึงเป้าหมายเราจะได้กำไร 14 ดอลลาร์ คูณด้วย 100 พิป ได้ 1400 พิป คูณด้วย 0.05 ล็อตเท่ากับกำไร 70 ดอลลาร์ ส่วนถ้าผิดทางและราคาไปตัดจุดขาดทุนที่ 2568 เราจะเสีย 7 ดอลลาร์ คูณ 100 พิป ได้ 700 พิป คูณด้วย 0.05 ล็อตเท่ากับขาดทุน 35 ดอลลาร์ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ตามแผน อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนเท่ากับ 1 ต่อ 2 ซึ่งถือว่าเป็นการเทรดที่มีคุณภาพดี
การใช้ตัวช่วยวัดความแข็งแกร่งของการทะลุแนวต้านสำคัญอย่างไร
การดูกราฟเปล่า ๆ อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เราควรใช้ตัวช่วยวัดเพื่อยืนยันว่าการทะลุแนวต้านครั้งนี้มีแรงซื้อสนับสนุนจริง ตัวช่วยวัดที่แนะนำคือดัชนีความแข็งแกร่งราคาหรือ RSI และดัชนีเฉลี่ยเคลื่อนที่หรือ MACD ข้อมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF ระบุว่าการใช้ตัวชี้วัดทางเทคนิคร่วมกันช่วยเพิ่มอัตราความแม่นยำในการคาดการณ์ได้ถึง 35 เปอร์เซ็นต์
การใช้ RSI ยืนยันแรงซื้อ
เมื่อราคาทองคำทะลุแนวต้านขึ้นไป ให้สังเกตว่าดัชนี RSI ต้องชี้ขึ้นและอยู่เหนือระดับ 50 ถ้า RSI ชี้ขึ้นแสดงว่าโมเมนตัมของฝั่งซื้อยังเข้มข้น แต่ถ้าราคาทะลุขึ้นไปแต่ RSI กลับชี้ลง เรียกว่าเกิดความไม่สอดคล้องกันหรือ Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าการทะลุครั้งนี้อาจจะไม่แข็งแรงพอและมีโอกาสเป็นสัญญาณหลอกได้สูง
การใช้ MACD ดูปริมาณการซื้อ
สำหรับ MACD ให้ดูที่แท่งกราฟแสดงความแตกต่างของราคาหรือ Histogram ถ้าแท่งกราฟสูงขึ้นและอยู่เหนือเส้นศูนย์ แสดงว่าแรงซื้อกำลังเข้ามาแน่นหนา การที่ทั้ง RSI และ MACD สอดคล้องกับการทะลุแนวต้านของราคาจะทำให้เรามั่นใจได้ว่าโอกาสที่ราคาจะวิ่งขึ้นไปทำเป้าหมายมีสูงมาก แต่ถ้าตัวช่วยวัดไม่สอดคล้องกัน ก็ให้ลดขนาดล็อตลงครึ่งหนึ่งหรืองดเทรดเพื่อความปลอดภัย
การวิเคราะห์มูลค่าที่แท้จริงของทองคำ
นอกจากตัวชี้วัดทางเทคนิคแล้ว นักเทรดยังต้องติดตามข่าวเศรษฐกิจมหภาค เช่น อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed รวมถึงดัชนีค่าเงินดอลลาร์ หากตลาดคาดการณ์ว่า Fed จะลดอัตราดอกเบี้ย เงินทุนจะไหลเข้าสู่สินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยอย่างทองคำ ส่งผลให้แนวโน้มขาขึ้นมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้รูปแบบสามเหลี่ยมขาขึ้นมีโอกาสสำเร็จสูง
การตั้งจุดตัดขาดทุนและรูปแบบการปิดสถานะต้องทำอย่างไร
การตั้งจุดตัดขาดทุนเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญที่สุด ห้ามเทรดโดยไม่ตั้ง SL เด็ดขาด สำหรับรูปแบบสามเหลี่ยมขาขึ้น เราจะตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ต่ำกว่าแนวรับเส้นลากขึ้นเล็กน้อย หรือต่ำกว่าแท่งเทียนที่ทะลุแนวต้าน ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าการมีระบบบริหารความเสี่ยงที่ดีจะช่วยรักษาเงินทุนให้คงอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน โดยอัตราการเอาตัวรอดของนักลงทุนจะสูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์
ถ้าเราเข้าซื้อที่ 2575 ดอลลาร์ และแท่งเทียนที่ทะลุแนวต้านมีราคาต่ำสุดที่ 2571 ดอลลาร์ เราอาจตั้ง SL ไว้ที่ 2568 ดอลลาร์ เพื่อให้มีพื้นที่หายใจห่างจากราคาต่ำสุดของแท่งเทียนประมาณ 3 ดอลลาร์ การให้พื้นที่หายใจนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เราโดนหลอกตัดออกก่อนที่ราคาจะวิ่งขึ้นไปทำเป้าหมายจริง ๆ ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงในบางช่วงเวลา การตั้ง SL ที่แคบเกินไปจะทำให้เราตกเป็นเหยื่อของความผันผวนนั้น
กลยุทธ์การปิดสถานะทำกำไรทีละส่วน
สำหรับการปิดสถานะเพื่อทำกำไร นอกจากการตั้ง TP ตามที่คำนวณไว้แล้ว เรายังสามารถใช้วิธีปิดทีละส่วนเพื่อล็อกกำไรได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าเป้าหมายอยู่ที่ 2589 ดอลลาร์ เราอาจปิดครึ่งหนึ่งของล็อตเมื่อราคาไปถึง 2582 ดอลลาร์ก่อน แล้วย้าย SL ของส่วนที่เหลือไปไว้ที่จุดเข้าต้นทาง วิธีนี้จะทำให้เราไม่เสียผลกำไรทั้งหมดถ้าราคากลับตัวก่อนถึงเป้าหมายสูงสุด และยังเป็นการปลดล็อกความเครียดในการถือสถานะไปในตัว
ตารางเปรียบเทียบการเทรดสามเหลี่ยมขาขึ้นกับรูปแบบอื่น
| รูปแบบกราฟ | ทิศทางที่คาดการณ์ | ลักษณะเด่นของกราฟ | จุดเข้าเทรดที่เหมาะสม |
|---|---|---|---|
| สามเหลี่ยมขาขึ้น | วิ่งขึ้นต่อเมื่อทะลุแนวต้าน | แนวต้านเป็นเส้นตรง แนวรับลากขึ้น | รอแท่งเทียนปิดเหนือแนวต้าน |
| สามเหลี่ยมขาลง | วิ่งลงต่อเมื่อหลุดแนวรับ | แนวรับเป็นเส้นตรง แนวต้านลากลง | รอแท่งเทียนปิดต่ำกว่าแนวรับ |
| สามเหลี่ยมสมมาตร | วิ่งตามทิศทางที่ทะลุออก | ทั้งสองเส้นลากเข้าหากัน | รอราคาทะลุแล้วปิดยืนยัน |
| ธงขาขึ้น | วิ่งขึ้นต่อหลังพักตัว | ราคาไต่ขึ้นในกรอบแคบ | เข้าซื้อเมื่อทะลุกรอบบน |
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำเวลาเจอสามเหลี่ยมขาขึ้น
ข้อผิดพลาดแรกที่เห็นบ่อยที่สุดคือการรีบเข้าซื้อก่อนที่ราคาจะทะลุแนวต้านจริง ๆ นักเทรดมือใหม่หลายคนเห็นราคาใกล้แนวต้านก็รีบกดซื้อเลย เพราะกลัวว่าจะขึ้นไปเลยและไม่ได้ขึ้นรถ แต่ความเสี่ยงก็คือราคาอาจจะเด้งลงมาก่อนและเราก็จะติดลบทันที การเทรดแบบนี้เสี่ยงเกินไปและไม่สอดคล้องกับหลักการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ถูกต้อง
ข้อผิดพลาดที่สองคือการตั้ง SL ไว้ใกล้จุดเข้ามากเกินไป ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ผันผวนสูง บางครั้งราคาอาจจะดิ่งลงมาเล็กน้อยก่อนที่จะวิ่งขึ้นไปทำเป้าหมาย ถ้าเราตั้ง SL ไว้แค่ 1 ถึง 2 ดอลลาร์จากจุดเข้า โอกาสที่จะโดนตัดออกก่อนได้กำไรมีสูงมาก ต้องให้พื้นที่หายใจราคาอย่างน้อย 3 ถึง 5 ดอลลาร์ขึ้นไป
ข้อผิดพลาดที่สามคือการไม่ทำตามแผนที่ตั้งไว้ เมื่อราคาไปถึงเป้าหมายแล้วไม่ยอมปิดสถานะเพราะหวังว่าราคาจะขึ้นไปอีก หรือเมื่อราคาไปตัด SL แล้วไม่ยอมปิดขาดทุนเพราะหวังว่าราคาจะกลับมา สองสิ่งนี้เป็นศัตรูตัวฉกาจของนักเทรด ต้องฝึกวินัยให้ได้ว่าทำตามแผนที่วางไว้เท่านั้น
สรุปแนวทางการเทรดทองคำรูปแบบสามเหลี่ยมขาขึ้น
การเทรดทองคำด้วยรูปแบบสามเหลี่ยมขาขึ้นเป็นกลยุทธ์ที่มีโอกาสชนะสูงถ้าทำอย่างถูกต้อง จุดสำคัญคือต้องวาดเส้นแนวรับและแนวต้านให้ถูกต้อง รอจังหวะที่ราคาทะลุแนวต้านและแท่งเทียนปิดยืนยัน แล้วค่อยเข้าซื้อ อย่าลืมคำนวณขนาดล็อตให้เหมาะสมกับทุนและความเสี่ยงที่รับได้ ตั้ง SL ในตำแหน่งที่สมเหตุสมผล และทำตามแผนอย่างมีวินัย
ทองคำที่ระดับ 2569 ดอลลาร์เป็นระดับที่น่าสนใจ เพราะหากเกิดรูปแบบสามเหลี่ยมขาขึ้นขึ้นมา โอกาสที่ราคาจะวิ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ยังมีอยู่ (อัปเดตล่าสุด) แต่ทุกอย่างต้องอาศัยการวิเคราะห์และการรอจังหวะที่เหมาะสม ห้ามรีบเร่งและห้ามประมาท ตลาดทองคำไม่เคยไปไหน โอกาสมีให้เข้าเสมอ ขอแค่เราเตรียมตัวให้พร้อมและมีแผนรองรับที่ชัดเจนก็พอ
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสามเหลี่ยมขาขึ้นในทองคำ
สามเหลี่ยมขาขึ้นในทองคำคือรูปแบบอะไร
สามเหลี่ยมขาขึ้นคือรูปแบบกราฟที่แสดงถึงแรงซื้อที่ค่อย ๆ เข้มข้นขึ้น โดยจะมีแนวต้านด้านบนเป็นเส้นตรงแนวนอน ส่วนแนวรับด้านล่างจะค่อย ๆ ลากสูงขึ้นทีละจุด เมื่อราคาทองคำเด้งไปมาในกรอบนี้ แสดงว่าคนซื้อยอมรอราคาที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ พอแรงซื้อสะสมถึงจุดหนึ่ง ราคาจะทะลุแนวต้านและวิ่งขึ้นรุนแรง นี่คือจังหวะที่เทรดเดอร์ต้องรอคอย
วาดเส้นแนวรับและแนวต้านยังไงให้แม่นยำ
ให้หาจุดสูงสุดที่ราคาทองคำกระทบแล้วเด้งลงมาอย่างน้อยสองครั้งเพื่อลากเส้นแนวต้านด้านบนเป็นเส้นตรงแนวนอน ส่วนเส้นแนวรับด้านล่างให้หาจุดต่ำสุดที่ราคาเด้งขึ้นและลากเส้นเชื่อมจุดเหล่านั้น จะได้เส้นที่ชี้ขึ้น สำคัญมากคือต้องใช้ร่างกายของแท่งเทียนเป็นหลักในการลากเส้น ไม่ใช่หางเทียน เพราะหางเกิดจากความผันผวนชั่วขณะและไม่สะท้อนแรงกดดันจริงของตลาด
จุดเข้าเทรดทองคำสามเหลี่ยมขาขึ้นอยู่ตรงไหน
จุดเข้าที่ปลอดภัยที่สุดคือรอให้ราคาทะลุแนวต้านด้านบนและแท่งเทียนปิดเหนือเส้นนั้นอย่างชัดเจนก่อน อย่ารีบกดซื้อทันทีเมื่อเห็นหางแท่งเทียนแทงผ่านไป เพราะอาจเป็นสัญญาณหลอก ถ้าแท่งเทียนปิดเหนือแนวต้านจริง ให้เข้าซื้อได้ที่ราคาเปิดของแท่งถัดไป บางครั้งราคาอาจถอยกลับมาทดสอบเส้นต้านเดิมซึ่งกลายเป็นแนวรับใหม่ ก็ถือเป็นจังหวะเข้าซื้อที่ดีอีกครั้ง
ตั้งจุดตัดขาดทุนเทรดทองคำที่ราคาเท่าไร
การตั้งจุดตัดขาดทุนต้องดูจุดต่ำสุดของรูปแบบสามเหลี่ยมเป็นหลัก ถ้าเข้าซื้อตอนราคาทะลุแนวต้าน ให้ตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่จุดต่ำสุดของแนวรับด้านล่าง หรือถ้าเข้าจากจังหวะราคาถอยมาทดสอบแนวรับใหม่ ก็ให้ตั้งไว้ต่ำกว่าแนวรับนั้นเล็กน้อย การตั้งจุดตัดขาดทุนที่เหมาะสมจะช่วยให้เราไม่เสียเงินมากหากราคากลับตัวลงอย่างไม่คาดฝัน และยังคงสัดส่วนความเสี่ยงที่ควบคุมไว้
คำนวณกำไรเป้าหมายจากสามเหลี่ยมขาขึ้นอย่างไร
วิธีคำนวณกำไรเป้าหมายคือใช้ระยะความสูงจากแนวรับด้านล่างสุดถึงแนวต้านด้านบน แล้วนำระยะนั้นมาวัดต่อขึ้นไปจากจุดที่ราคาทะลุแนวต้าน ตัวอย่างเช่น ถ้าระยะจากแนวรับถึงแนวต้านกว้าง 14 ดอลลาร์ เมื่อราคาทะลุแนวต้าน เราก็จะตั้งเป้าหมายกำไรไว้ที่ 14 ดอลลาร์เหนือจุดทะลุนั้น ซึ่งจะให้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่เหมาะสมต่อการลงทุน
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย













TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文