RSI (Relative Strength Index) คืออินดิเคเตอร์วัดความเร็วและความแรงของการเปลี่ยนแปลงราคา มีค่าอยู่ระหว่างศูนย์ถึงร้อย ค่าตั้งแต่ 70 ขึ้นไปถือว่าซื้อมากเกินไป ต่ำกว่า 30 ถือว่าขายมากเกินไป โดยตั้งค่าช่วงคำนวณนิยมที่ 14 แท่ง เป็นเครื่องมือยอดนิยมสำหรับจับจังหวะกลับตัวและตรวจจับ divergence
RSI (Relative Strength Index) คืออะไร
RSI คำนวณโดยเทียบขนาดเฉลี่ยของแท่งขึ้นกับแท่งลงในช่วงที่กำหนด ถ้าฝั่งขึ้นแรงกว่ามาก ค่าจะไต่เข้าใกล้ร้อย ถ้าฝั่งลงครอง ค่าจะดิ่งเข้าใกล้ศูนย์ ธรรมชาติแบบนี้ทำให้มันเหมาะกับตลาดที่แกว่งไปมาในกรอบ มากกว่าตลาดที่วิ่งทางเดียวยาว ๆ ซึ่ง RSI จะติดค้างในโซนสุดขั้วนานผิดปกติ
การใช้ที่ทรงพลังที่สุดของ RSI คือ divergence คือสถานการณ์ที่ราคาทำจุดสูงใหม่แต่ RSI ทำจุดสูงต่ำกว่าเดิม บอกว่าแรงผลักกำลังอ่อนลงและมีโอกาสกลับตัว หรือกลับกันราคาทำจุดต่ำใหม่แต่ RSI สูงขึ้น นักเทรดใช้คู่กับแนวรับแนวต้านเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของสัญญาณ
ข้อควรระวังคือการเปิดไม้ทันทีที่ RSI เข้าโซน 70 หรือ 30 ในตลาดที่มีเทรนด์แรง ราคาสามารถอยู่โซนซื้อมากเกินไปได้ยาวนาน ๆ วิธีใช้ที่ดีกว่าคือรอสัญญาณกลับตัวร่วมด้วย เช่น RSI หลุดกลับเข้ามาในกรอบปกติพร้อมแท่งกลับตัวที่แนวสำคัญ จึงค่อยพิจารณาเข้า
ตัวอย่างการใช้ในบริบทการเทรด
XAUUSD ปรับตัวลงมาทำจุดต่ำใหม่ที่ 2,318 แต่ RSI กรอบวันกลับทำจุดต่ำที่สูงกว่ารอบก่อน เกิด bullish divergence ชัดเจน และราคากำลังแตะแนวรับสำคัญพอดี นักเทรดรอแท่งปิดกลับตัวขึ้นแล้วเข้าซื้อ สต็อปใต้จุดต่ำใหม่ เป้าทดสอบแนวต้านบน สัญญาณเดี่ยวไม่พอ แต่สามหลักฐานซ้อนกันทำให้ไม้นี้มีคุณภาพ
ประเด็นสำคัญที่ควรจำ
- ค่า 70 ขึ้นไปคือโซนซื้อมากเกินไป ต่ำกว่า 30 คือขายมากเกินไป
- divergence ระหว่างราคากับ RSI บอกแรงผลักที่อ่อนแรงลง
- ตลาดขาเดียวแรง ๆ RSI ค้างโซนสุดขั้วได้นาน อย่าเปิดสวนลม
- ค่ามาตรฐาน 14 แท่ง ปรับได้ตามสไตล์เทรดและกรอบเวลา










