\n
การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) คือศาสตร์และศิลป์ของการอ่านกราฟราคาเพื่อทำนายทิศทางของตลาด Forex ในอนาคต เทรดเดอร์มืออาชีพทั่วโลกใช้ Technical Analysis เป็นเครื่องมือหลักในการตัดสินใจเข้าออกออเดอร์ และหัวใจสำคัญของ Technical Analysis ก็คือ Indicator หรือเครื่องมือชี้วัดต่างๆ ที่ช่วยให้เราเห็นภาพของตลาดชัดเจนขึ้น บทความนี้ อ.บอม จะพาทุกท่านเจาะลึก Indicator ที่นิยมที่สุดในการเทรด Forex พร้อมวิธีใช้งานจริง ตั้งค่าอย่างไร อ่านสัญญาณอย่างไร และผสมผสาน Indicator หลายตัวเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ
- สารบัญ
- Technical Analysis คืออะไร ทำไมเทรดเดอร์ต้องใช้
- Moving Average (MA) — เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ราชาแห่ง Indicator
- RSI (Relative Strength Index) — ตัววัดความแรงของราคา
- MACD — Moving Average Convergence Divergence
- Bollinger Bands — แถบโบลินเจอร์ วัดความผันผวน
- Stochastic Oscillator — วัด Momentum แบบละเอียด
- Fibonacci Retracement — เครื่องมือวัดระดับ Pullback
- ATR (Average True Range) — วัดความผันผวนของตลาด
- Ichimoku Cloud — ระบบวิเคราะห์ครบจบในตัว
- วิธีผสมผสาน Indicator อย่างมืออาชีพ — หลัก 3 ตัว
- 8 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้ Indicator
- สรุปการตั้งค่า Indicator ยอดนิยม
- FAQ — คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Technical Analysis
- สรุป — Technical Analysis คือทักษะที่ต้องฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง
สารบัญ
\n\n\n\n- \n
- Technical Analysis คืออะไร \n
- Moving Average (MA) — เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ \n
- RSI — Relative Strength Index \n
- MACD — Moving Average Convergence Divergence \n
- Bollinger Bands — แถบโบลินเจอร์ \n
- Stochastic Oscillator \n
- Fibonacci Retracement \n
- ATR — Average True Range \n
- Ichimoku Cloud \n
- วิธีผสมผสาน Indicator อย่างมืออาชีพ \n
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย \n
- FAQ คำถามที่พบบ่อย \
Technical Analysis คืออะไร ทำไมเทรดเดอร์ต้องใช้
\n\n\n\nTechnical Analysis หรือการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือวิธีการศึกษาการเคลื่อนไหวของราคาในอดีตผ่านกราฟ เพื่อคาดการณ์ทิศทางราคาในอนาคต แนวคิดหลักมีอยู่ 3 ข้อ: 1) ราคาสะท้อนทุกอย่าง (Price discounts everything) ข่าว เศรษฐกิจ จิตวิทยา ทุกอย่างสะท้อนอยู่ในราคาแล้ว 2) ราคาเคลื่อนที่เป็น Trend (Price moves in trends) เมื่อเกิด Trend ราคามักจะเคลื่อนที่ต่อในทิศทางเดิม 3) ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย (History repeats itself) รูปแบบราคาในอดีตมักเกิดซ้ำ
\n\n\n\nIndicator คือเครื่องมือทางคณิตศาสตร์ที่คำนวณจากข้อมูลราคา (Open, High, Low, Close) และปริมาณการซื้อขาย (Volume) เพื่อแปลงข้อมูลดิบให้เป็นสัญญาณที่อ่านง่ายขึ้น แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก:
\n\n\n\n- \n
- Leading Indicators — ให้สัญญาณล่วงหน้าก่อนที่ราคาจะเปลี่ยนทิศ เช่น RSI, Stochastic (มีโอกาสผิดพลาดสูงกว่า) \n
- Lagging Indicators — ยืนยันสัญญาณหลังจากราคาเริ่มเคลื่อนที่แล้ว เช่น Moving Average, MACD (ช้ากว่าแต่แม่นกว่า) \
สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นเทรด แนะนำอ่าน เทรด Forex คืออะไร คู่มือเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ และ สอนเทรด Forex ทีละขั้นตอน ก่อน
\n\n\n\nMoving Average (MA) — เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ราชาแห่ง Indicator
\n\n\n\nMoving Average คือ Indicator พื้นฐานที่สุดและสำคัญที่สุดใน Technical Analysis โดยคำนวณค่าเฉลี่ยของราคาปิดย้อนหลังตามจำนวนแท่งที่กำหนด เช่น MA 20 คือค่าเฉลี่ยราคาปิด 20 แท่งย้อนหลัง MA ช่วยกรองสัญญาณรบกวน (Noise) ออกจากกราฟ ทำให้เห็นทิศทางแนวโน้มชัดเจนขึ้น
\n\n\n\nประเภทของ Moving Average
\n\n\n\n| ประเภท | ชื่อเต็ม | ข้อดี | ข้อเสีย | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|
| SMA | Simple Moving Average | เรียบ เสถียร | ตอบสนองช้า | ดู Trend ใหญ่ |
| EMA | Exponential Moving Average | ตอบสนองเร็ว | อาจมี False Signal | Day Trade, Scalping |
| WMA | Weighted Moving Average | ให้น้ำหนักราคาล่าสุด | ซับซ้อน | เทรดเดอร์ขั้นสูง |
การตั้งค่า MA ที่แนะนำ
\n\n\n\n- \n
- MA 9/10 — Short-term, ใช้ดู Trend ระยะสั้น (Scalping, M5-M15) \n
- MA 20/21 — Medium, ใช้บ่อยสุดสำหรับ Day Trade (M15-H1) \n
- MA 50 — Medium-Long, ดู Trend ระดับกลาง (H1-H4) \n
- MA 100 — Long-term, แนวรับ-แนวต้านไดนามิก \n
- MA 200 — King of MA, เทรดเดอร์สถาบันใช้กันทั่วโลก ราคาอยู่เหนือ MA200 = Bullish, อยู่ใต้ = Bearish \
สัญญาณ Golden Cross และ Death Cross
\n\n\n\nGolden Cross เกิดขึ้นเมื่อ MA ระยะสั้น (เช่น MA50) ตัดขึ้นเหนือ MA ระยะยาว (เช่น MA200) เป็นสัญญาณ Bullish ที่แข็งแกร่ง เทรดเดอร์สถาบันหลายรายใช้ Golden Cross เป็นสัญญาณ Buy ในทางกลับกัน Death Cross คือ MA ระยะสั้นตัดลงต่ำกว่า MA ระยะยาว เป็นสัญญาณ Bearish ที่แข็งแกร่ง
\n\n\n\nตัวอย่างจริง: ในเดือนมกราคม 2026 คู่เงิน EUR/USD เกิด Golden Cross บนกราฟ Daily (EMA50 ตัดเหนือ EMA200) ราคาขึ้นจาก 1.0400 ไปถึง 1.0550 ภายใน 2 สัปดาห์ = กำไร 150 pips! แนะนำเปิดบัญชี Demo ฝึกดู Golden Cross/Death Cross กับ XM Global
\n\n\n\nRSI (Relative Strength Index) — ตัววัดความแรงของราคา
\n\n\n\nRSI เป็น Oscillator ที่วัดความเร็วและขนาดของการเปลี่ยนแปลงราคา คิดค้นโดย J. Welles Wilder Jr. ในปี 1978 RSI มีค่าระหว่าง 0-100 และเป็น Indicator ที่นิยมมากที่สุดตัวหนึ่งในโลก
\n\n\n\nวิธีอ่านค่า RSI
\n\n\n\n| ค่า RSI | ความหมาย | สัญญาณ |
|---|---|---|
| มากกว่า 70 | Overbought (ซื้อมากเกินไป) | ระวังการกลับตัวลง อาจพิจารณา Sell |
| 50 | เส้นกลาง | จุดแบ่ง Bullish/Bearish |
| น้อยกว่า 30 | Oversold (ขายมากเกินไป) | ระวังการกลับตัวขึ้น อาจพิจารณา Buy |
| มากกว่า 80 | Extreme Overbought | สัญญาณ Sell แรง (ใช้กับ Trend แรง) |
| น้อยกว่า 20 | Extreme Oversold | สัญญาณ Buy แรง (ใช้กับ Trend แรง) |
RSI Divergence — สัญญาณกลับตัวที่ทรงพลัง
\n\n\n\nBullish Divergence เกิดเมื่อราคาทำ Low ใหม่ แต่ RSI ไม่ทำ Low ใหม่ตาม แสดงว่าแรงขายอ่อนลง มีโอกาสกลับตัวขึ้น สัญญาณนี้แม่นมากบนกราฟ H4 และ Daily Bearish Divergence คือตรงข้าม ราคาทำ High ใหม่ แต่ RSI ไม่ทำ High ใหม่ตาม แสดงว่าแรงซื้ออ่อนลง มีโอกาสกลับตัวลง
\n\n\n\nการตั้งค่า RSI: ค่า default คือ 14 period เหมาะสำหรับทุก Timeframe สำหรับ Scalping อาจลดเป็น 7-9 period สำหรับ Swing Trade อาจเพิ่มเป็น 21 period การตั้ง Stop Loss ร่วมกับ RSI คือใส่ SL ไว้เลย High/Low ล่าสุดเมื่อ RSI เข้าโซน Overbought/Oversold
\n\n\n\nMACD — Moving Average Convergence Divergence
\n\n\n\nMACD เป็น Indicator ที่ผสมผสานระหว่าง Trend-Following และ Momentum คิดค้นโดย Gerald Appel ในปี 1979 MACD ประกอบด้วย 3 ส่วน:
\n\n\n\n- \n
- MACD Line = EMA 12 – EMA 26 (เส้นเร็ว) \n
- Signal Line = EMA 9 ของ MACD Line (เส้นช้า) \n
- Histogram = MACD Line – Signal Line (แท่งกราฟ) \
สัญญาณ MACD ที่ต้องรู้
\n\n\n\n1. MACD Crossover — เมื่อ MACD Line ตัดขึ้นเหนือ Signal Line = Buy เมื่อ MACD Line ตัดลงต่ำกว่า Signal Line = Sell นี่คือสัญญาณพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุด
\n\n\n\n2. Zero Line Cross — เมื่อ MACD Line ข้ามเส้น Zero จากล่างขึ้นบน = เริ่ม Uptrend ข้ามจากบนลงล่าง = เริ่ม Downtrend สัญญาณนี้ช้ากว่า Crossover แต่แม่นกว่า
\n\n\n\n3. MACD Divergence — เหมือน RSI Divergence แต่ใช้ MACD แทน ถ้าราคาทำ High ใหม่แต่ MACD ไม่ทำ High ใหม่ = Bearish Divergence (ระวังราคาลง)
\n\n\n\n4. Histogram เปลี่ยนสี/ขนาด — เมื่อ Histogram เริ่มเล็กลง แม้ยังเป็นสีเดิม แสดงว่า Momentum กำลังอ่อนลง อาจกลับตัวเร็วๆ นี้
\n\n\n\nเคล็ดลับ: MACD ทำงานดีที่สุดบนกราฟ H1 ขึ้นไป บนกราฟเล็กๆ อย่าง M5 จะมี False Signal เยอะ ลองฝึกดู MACD บน MT4/MT5 ดาวน์โหลดฟรีจาก XM
\n\n\n\nBollinger Bands — แถบโบลินเจอร์ วัดความผันผวน
\n\n\n\nBollinger Bands คิดค้นโดย John Bollinger ในปี 1980 ประกอบด้วย 3 เส้น: เส้นกลาง (SMA 20), เส้นบน (SMA 20 + 2 Standard Deviation), เส้นล่าง (SMA 20 – 2 SD) ข้อดีเด่นคือ Bollinger Bands ปรับตัวตามความผันผวนของตลาดอัตโนมัติ ตลาดผันผวนมาก = แถบกว้าง ตลาดสงบ = แถบแคบ
\n\n\n\nวิธีใช้ Bollinger Bands
\n\n\n\n1. Bollinger Squeeze — เมื่อแถบแคบมาก แสดงว่าตลาดกำลัง “สะสมพลังงาน” มักจะตามด้วยการ Breakout แรง ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง ให้รอดูว่าราคาทะลุแถบไหน แล้วเข้าตามทิศทางนั้น
\n\n\n\n2. Bollinger Bounce — ในตลาด Sideways ราคามักจะเด้งไปมาระหว่างแถบบนและแถบล่าง เมื่อราคาแตะแถบล่าง = พิจารณา Buy เมื่อแตะแถบบน = พิจารณา Sell แต่ต้องใช้ร่วมกับ Indicator อื่นเพื่อยืนยัน
\n\n\n\n3. Bollinger Walk — ในตลาด Trend แรง ราคาจะ “เดินตาม” แถบบนหรือแถบล่าง (Walk the band) เช่น ใน Uptrend แรง ราคาจะเกาะแถบบนไปเรื่อยๆ ห้ามใช้กลยุทธ์ Bounce ในสถานการณ์นี้!
\n\n\n\nตัวอย่าง: เมื่อ XAUUSD (ทองคำ) มี Bollinger Squeeze บนกราฟ H4 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 แถบแคบมากเป็นเวลา 3 วัน จากนั้นราคาทะลุแถบบนพุ่งขึ้น 500+ pips ภายใน 2 วัน! อ่านเพิ่มเรื่อง เทรดทองคำ Forex
\n\n\n\nStochastic Oscillator — วัด Momentum แบบละเอียด
\n\n\n\nStochastic Oscillator เปรียบเทียบราคาปิดล่าสุดกับช่วง High-Low ในรอบที่กำหนด (ปกติ 14 period) ให้ค่าระหว่าง 0-100 มี 2 เส้น: %K (เส้นเร็ว) และ %D (เส้นช้า = SMA 3 ของ %K)
\n\n\n\n| ค่า Stochastic | ความหมาย | การใช้งาน |
|---|---|---|
| เหนือ 80 | Overbought | รอ %K ตัดลงต่ำกว่า %D = Sell Signal |
| ต่ำกว่า 20 | Oversold | รอ %K ตัดขึ้นเหนือ %D = Buy Signal |
| %K ตัด %D | Crossover | สัญญาณ Buy/Sell ขึ้นกับทิศทาง |
Stochastic ทำงานดีมากในตลาด Sideways (ไม่มี Trend ชัดเจน) แต่ในตลาด Trend แรง จะให้สัญญาณผิดบ่อย เพราะราคาสามารถอยู่ใน Overbought/Oversold เป็นเวลานาน เคล็ดลับคือใช้ Stochastic ร่วมกับ MA200 เพื่อกรอง Trend ก่อน: ราคาเหนือ MA200 = รับเฉพาะ Buy Signal จาก Stochastic ราคาใต้ MA200 = รับเฉพาะ Sell Signal
\n\n\n\nFibonacci Retracement — เครื่องมือวัดระดับ Pullback
\n\n\n\nFibonacci Retracement ไม่ใช่ Indicator แบบคำนวณอัตโนมัติ แต่เป็นเครื่องมือวาดเส้นที่ใช้ระดับ Fibonacci (0%, 23.6%, 38.2%, 50%, 61.8%, 78.6%, 100%) เพื่อหาจุดที่ราคาน่าจะกลับตัวเมื่อเกิด Pullback ในระหว่าง Trend
\n\n\n\nระดับ Fibonacci ที่สำคัญ
\n\n\n\n| ระดับ | ความสำคัญ | วิธีใช้ |
|---|---|---|
| 38.2% | สูง | Pullback ตื้น ใน Trend แรง มักกลับตัวที่นี่ |
| 50.0% | สูงมาก | จุดกลับตัวยอดนิยม (ไม่ใช่ Fibonacci จริงแต่ใช้กันแพร่หลาย) |
| 61.8% | สูงที่สุด | Golden Ratio จุดกลับตัวที่แม่นที่สุด ถ้าทะลุ = Trend อาจเปลี่ยน |
| 78.6% | ปานกลาง | Pullback ลึก ถ้ายังกลับตัวได้ = Trend ยังอยู่ |
วิธีวาด Fibonacci Retracement: ใน Uptrend ลากจาก Swing Low ไป Swing High ใน Downtrend ลากจาก Swing High ไป Swing Low แล้วดูว่าราคา Pullback ถึงระดับไหนก่อนกลับตัว ใช้ร่วมกับแนวรับ-แนวต้านจะแม่นยำขึ้นมาก
\n\n\n\nเทรดเดอร์ที่เทรดทองคำ XAUUSD มักใช้ Fibonacci บนกราฟ H4 และ Daily ทองมีแนวโน้มที่จะเคารพระดับ 61.8% เป็นพิเศษ เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ คู่มือเทรดทอง Forex และฝึกใช้ Fibonacci ได้ฟรีบน MT5 จาก XM
\n\n\n\nATR (Average True Range) — วัดความผันผวนของตลาด
\n\n\n\nATR ไม่ได้บอกทิศทางราคา แต่บอก “ความผันผวน” ของตลาด ATR สูง = ตลาดผันผวนมาก ATR ต่ำ = ตลาดสงบ ค่า ATR(14) ที่นิยมใช้คือค่าเฉลี่ยของ True Range 14 แท่ง
\n\n\n\nประโยชน์หลักของ ATR:
\n\n\n\n- \n
- ตั้ง Stop Loss — ใช้ SL = 1.5-2x ATR จากจุดเข้า เพื่อให้ SL อยู่เลยความผันผวนปกติ ไม่โดนสะบัดออกง่ายเกินไป \n
- ตั้ง Take Profit — TP = 2-3x ATR เพื่อให้ R:R อย่างน้อย 1:1.5 \n
- กรอง Breakout — Breakout ที่แท้จริงมักมี ATR เพิ่มขึ้น ถ้า Breakout แต่ ATR ลดลง อาจเป็น False Breakout \n
- เลือกคู่เงิน — เปรียบเทียบ ATR ระหว่างคู่เงิน เลือกคู่ที่มี ATR เหมาะกับสไตล์เทรด \
ตัวอย่างค่า ATR ของคู่เงินยอดนิยม (กราฟ Daily ต้นปี 2026):
\n\n\n\n| คู่เงิน | ATR(14) โดยประมาณ | ความหมาย |
|---|---|---|
| EUR/USD | 60-80 pips | ผันผวนปานกลาง |
| GBP/USD | 80-120 pips | ผันผวนสูง |
| USD/JPY | 70-100 pips | ผันผวนปานกลาง-สูง |
| XAUUSD | 200-400 pips | ผันผวนสูงมาก |
อ่านเรื่องการใช้ ATR ร่วมกับ Position Sizing ได้ที่ คู่มือ Risk Management Forex และ Lot Size Calculator
\n\n\n\nIchimoku Cloud — ระบบวิเคราะห์ครบจบในตัว
\n\n\n\nIchimoku Kinko Hyo (แปลว่า “กราฟสมดุล มองปราดเดียว”) คิดค้นโดยนักข่าวญี่ปุ่น Goichi Hosoda ในปี 1960 เป็น Indicator ที่ให้ข้อมูลครบถ้วนในตัวเอง ทั้ง Trend, Support/Resistance, และ Momentum ประกอบด้วย 5 เส้น:
\n\n\n\n- \n
- Tenkan-sen (Conversion Line) — คล้าย MA 9, ดู Short-term Trend \n
- Kijun-sen (Base Line) — คล้าย MA 26, ดู Medium-term Trend \n
- Senkou Span A (Leading Span A) — ค่าเฉลี่ยของ Tenkan+Kijun, วาดล่วงหน้า 26 แท่ง \n
- Senkou Span B (Leading Span B) — คล้าย MA 52, วาดล่วงหน้า 26 แท่ง \n
- Chikou Span (Lagging Span) — ราคาปิดปัจจุบัน วาดย้อนหลัง 26 แท่ง \
พื้นที่ระหว่าง Senkou Span A และ B เรียกว่า “Cloud” (เมฆ) ซึ่งเป็นจุดเด่นของ Ichimoku:
\n\n\n\n- \n
- ราคาอยู่เหนือ Cloud = Bullish \n
- ราคาอยู่ใต้ Cloud = Bearish \n
- ราคาอยู่ใน Cloud = Neutral/Sideways ห้ามเทรด! \n
- Cloud หนา = แนวรับ/แนวต้านแข็งแกร่ง \n
- Cloud บาง = แนวรับ/แนวต้านอ่อน ราคาทะลุได้ง่าย \
Ichimoku เป็น Indicator ที่ซับซ้อน แนะนำสำหรับเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์แล้ว และทำงานดีที่สุดบนกราฟ H4 ขึ้นไป ถ้าอยากเรียนเทรดตั้งแต่พื้นฐาน แนะนำ สอนเทรด Forex ทีละขั้นตอน
\n\n\n\nวิธีผสมผสาน Indicator อย่างมืออาชีพ — หลัก 3 ตัว
\n\n\n\nข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือใส่ Indicator มากเกินไปจนกราฟรก และ Indicator หลายตัวให้สัญญาณขัดแย้งกัน กฎของเทรดเดอร์มืออาชีพคือ ใช้ไม่เกิน 3 Indicator และต้องเลือกจากคนละกลุ่ม:
\n\n\n\n- \n
- Trend Indicator (1 ตัว) — MA, Ichimoku, ADX \n
- Momentum/Oscillator (1 ตัว) — RSI, Stochastic, MACD \n
- Volatility (1 ตัว) — Bollinger Bands, ATR \
ชุด Indicator ที่แนะนำ
\n\n\n\n| ชุดที่ | Trend | Momentum | Volatility | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|
| 1 (มือใหม่) | EMA 200 | RSI 14 | — | ทุก Timeframe |
| 2 (Day Trade) | EMA 50+200 | MACD | Bollinger Bands | M15-H1 |
| 3 (Swing) | MA 50+200 | RSI 14 | ATR 14 | H4-Daily |
| 4 (Scalping) | EMA 9+21 | Stochastic | Bollinger Bands | M1-M5 |
| 5 (ขั้นสูง) | Ichimoku | RSI 14 | ATR 14 | H4-Weekly |
ตัวอย่างการใช้ชุดที่ 2 (Day Trade)
\n\n\n\nขั้นตอนการเทรดด้วย EMA 50+200 + MACD + Bollinger Bands:
\n\n\n\n- \n
- ดู Trend — ราคาอยู่เหนือ EMA200 หรือไม่? ถ้าใช่ = มองหาเฉพาะ Buy \n
- รอสัญญาณ — MACD Crossover ขึ้น + ราคาแตะ Bollinger Band ล่าง \n
- เข้าออเดอร์ — Buy เมื่อ MACD ยืนยัน + ราคาเด้งจาก BB ล่าง \n
- ตั้ง SL — ใต้ Swing Low ล่าสุด หรือ 1.5x ATR \n
- ตั้ง TP — ที่ BB บน หรือ R:R 1:2 \
การบริหารเงินเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การเลือก Indicator อ่านเพิ่มที่ บริหารความเสี่ยง Forex คู่มือ Money Management
\n\n\n\n8 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้ Indicator
\n\n\n\n- \n
- ใส่ Indicator มากเกินไป — กราฟรกจนอ่านไม่ออก สัญญาณขัดแย้ง ควรใช้ไม่เกิน 3 ตัว \n
- ใช้ Indicator ซ้ำกลุ่ม — เช่น ใส่ทั้ง RSI + Stochastic + CCI (ทั้งหมดเป็น Oscillator) สัญญาณจะซ้ำซ้อน ไม่ได้ข้อมูลใหม่ \n
- ไม่ดู Timeframe ใหญ่ — เทรดบน M15 แต่ไม่ดู H4/Daily ก่อน อาจเทรดสวน Trend ใหญ่ \n
- เชื่อ Indicator มากเกินไป — Indicator ไม่ได้ถูกเสมอ ต้องใช้ร่วมกับ Price Action และ Market Structure \n
- ไม่ปรับค่า Setting — ใช้ค่า default ตลอดโดยไม่ทดสอบว่าค่าไหนเหมาะกับคู่เงินและ Timeframe ที่เทรด \n
- เข้าออเดอร์ทันทีที่เห็นสัญญาณ — ควรรอ Confirmation จาก Indicator ตัวที่ 2 หรือ Price Action ยืนยัน \n
- ไม่ทำ Backtesting — ก่อนใช้ Indicator ชุดใดๆ ควร Backtest ย้อนหลังอย่างน้อย 3-6 เดือนก่อน \n
- ลืม Fundamental — ช่วงข่าว NFP หรือ FOMC Technical Analysis อาจใช้ไม่ได้ผล ราคาเคลื่อนที่ตามข่าว ต้องเช็คปฏิทินเศรษฐกิจก่อนเทรดเสมอ \
ลองฝึกใช้ Indicator บนบัญชี Demo ก่อนเสมอ เปิดฟรีที่ XM Global และใช้ EA ช่วยเทรดได้ตาม คู่มือ EA Semi Auto Forex
\n\n\n\nสรุปการตั้งค่า Indicator ยอดนิยม
\n\n\n\n| Indicator | ค่า Default | Scalping (M1-M5) | Day Trade (M15-H1) | Swing (H4-Daily) |
|---|---|---|---|---|
| EMA | — | 9, 21 | 20, 50, 200 | 50, 100, 200 |
| RSI | 14 | 7-9 | 14 | 14-21 |
| MACD | 12, 26, 9 | 5, 13, 4 | 12, 26, 9 | 12, 26, 9 |
| Bollinger | 20, 2 | 10, 1.5 | 20, 2 | 20, 2.5 |
| Stochastic | 14, 3, 3 | 5, 3, 3 | 14, 3, 3 | 21, 5, 5 |
| ATR | 14 | 7 | 14 | 14-20 |
FAQ — คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Technical Analysis
\n\n\n\nQ1: Indicator ตัวไหนดีที่สุดสำหรับมือใหม่?
\n\n\n\nEMA 200 + RSI 14 เป็นชุดที่ง่ายและทรงพลังที่สุด ดู Trend จาก EMA200 (ราคาเหนือ = Buy เท่านั้น) แล้วหาจังหวะจาก RSI (Oversold = Buy, Overbought = Sell)
\n\n\n\nQ2: ควรใช้ Indicator กี่ตัว?
\n\n\n\nไม่เกิน 3 ตัว และต้องเลือกจากคนละกลุ่ม (Trend, Momentum, Volatility) ยิ่งน้อยยิ่งดี เทรดเดอร์มืออาชีพหลายคนใช้แค่ Price Action + MA 1-2 เส้น
\n\n\n\nQ3: Technical Analysis ใช้ได้กับทุกคู่เงินไหม?
\n\n\n\nใช้ได้กับทุกตลาดที่มีสภาพคล่อง (Liquidity) สูง เช่น คู่เงินหลัก (EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY), ทองคำ XAUUSD, และดัชนีหุ้นหลัก แต่คู่เงินที่สภาพคล่องต่ำ (Exotic Pairs) อาจให้สัญญาณไม่แม่น
\n\n\n\nQ4: Timeframe ไหนเหมาะกับ Technical Analysis?
\n\n\n\nทุก Timeframe ใช้ได้ แต่ยิ่ง Timeframe ใหญ่ สัญญาณยิ่งแม่น H4 และ Daily เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ M1-M5 มี Noise เยอะ เหมาะกับ Scalper ที่มีประสบการณ์
\n\n\n\nQ5: Indicator กับ Price Action อะไรดีกว่า?
\n\n\n\nใช้ร่วมกันดีที่สุด Price Action (แท่งเทียน, แนวรับ-แนวต้าน) ให้ภาพรวม Indicator ช่วยยืนยันสัญญาณ เทรดเดอร์ที่เก่งจริงจะอ่าน Price Action ก่อน แล้วใช้ Indicator เป็นตัวยืนยัน
\n\n\n\nQ6: ทำ Backtesting Indicator ยังไง?
\n\n\n\nใช้ Strategy Tester ใน MT4/MT5 หรือเลื่อนกราฟย้อนหลังแล้วจดผลการเทรดตาม Indicator ที่ตั้ง ควร Backtest อย่างน้อย 6 เดือน – 1 ปี ดาวน์โหลด MT5 ฟรีจาก XM
\n\n\n\nสรุป — Technical Analysis คือทักษะที่ต้องฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง
\n\n\n\nIndicator เป็นเพียงเครื่องมือ ไม่ใช่จอกศักดิ์สิทธิ์ที่จะทำให้คุณรวย สิ่งที่สำคัญกว่า Indicator คือ วินัย การบริหารเงิน และจิตวิทยาการเทรด ใช้ Indicator ไม่เกิน 3 ตัว เลือกจากคนละกลุ่ม ฝึกจนชำนาญบนบัญชี Demo ก่อน แล้วค่อยเทรดจริง
\n\n\n\nจำไว้: Indicator ที่ดีที่สุดคือ Indicator ที่คุณเข้าใจดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน EMA + RSI ง่ายๆ ก็ทำกำไรได้ถ้าใช้อย่างมีวินัย
\n\n\n\nเริ่มฝึกวันนี้กับ XM Global — เปิดบัญชี Demo ฟรี พร้อม MT5 ที่มี Indicator ครบทุกตัว และดูสัญญาณเทรดคุณภาพได้ที่ xmsignal.com
\n\n\n\nอ่านบทความที่เกี่ยวข้อง:
\n\n\n\n- \n
- บริหารความเสี่ยง Forex คู่มือ Money Management ฉบับสมบูรณ์ 2026 \n
- เทรด Forex คืออะไร คู่มือเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ 2026 \n
- เทรดทอง Forex คู่มือสมบูรณ์สำหรับมือใหม่ 2026 \n
- Leverage Forex คืออะไร คู่มือใช้อย่างปลอดภัย 2026 \n
- EA Semi Auto Forex คู่มือใช้ระบบเทรดกึ่งอัตโนมัติ 2026 \n
- SiamCafe Blog — บทความเทคโนโลยีและการลงทุน \n
- Siam2Rich — แหล่งรวมข้อมูลการลงทุนครบวงจร \
บทความนี้เขียนโดย อ.บอม — ผู้ก่อตั้ง icafeforex.com และ SiamCafe Network ผู้มีประสบการณ์เทรด Forex และสอนการลงทุนมากว่า 15 ปี ข้อมูลอัพเดทล่าสุด กุมภาพันธ์ 2026
\n\n
![วิธีอ่านกราฟ Forex สำหรับมือใหม่ขั้นตอนครบ [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/02/read-forex-chart-beginner-cover-600x338.jpg)



![Copy Trade คืออะไรข้อดีข้อเสียที่ต้องรู้ [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/02/copy-trade-pros-cons-cover-600x338.jpg)

TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文