Forex Factory Economic Calendar: คัมภีร์เทรดข่าวที่มือใหม่ต้องรู้!
ใครที่เข้ามาในโลก Forex ใหม่ๆ อาจจะงงๆ ว่าไอ้ตารางสีๆ ใน Forex Factory เนี่ยมันคืออะไร สำคัญยังไง ทำไมใครๆ ก็พูดถึงกัน จริงๆ แล้วมันก็คือ “ปฏิทินเศรษฐกิจ” ครับ เป็นเครื่องมือสำคัญที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องใช้ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือเก๋า เพราะมันจะบอกเราว่าวันนี้ พรุ่งนี้ หรือสัปดาห์หน้า จะมีข่าวอะไรที่อาจจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินที่เราเทรดบ้าง ข่าวแต่ละตัวก็มีผลต่อค่าเงินไม่เท่ากัน บางข่าวอาจจะทำให้กราฟวิ่งแรงเป็นร้อยๆ จุด บางข่าวก็แทบไม่มีผลอะไรเลย การอ่านปฏิทินเศรษฐกิจให้เป็นจึงเป็นทักษะที่สำคัญมากครับ
- Forex Factory Economic Calendar: คัมภีร์เทรดข่าวที่มือใหม่ต้องรู้!
- พื้นฐานความรู้เกี่ยวกับ Forex Factory Economic Calendar
- วิธีใช้งาน Forex Factory Economic Calendar จริง
- เทคนิคขั้นสูงในการใช้ Forex Factory Economic Calendar
- เปรียบเทียบ Forex Factory กับแหล่งข้อมูลอื่นๆ
- ข้อควรระวังในการใช้ Forex Factory Economic Calendar
- ตัวอย่างจากประสบการณ์จริง
- เครื่องมือแนะนำสำหรับการใช้งาน Forex Factory Economic Calendar
- Case Study จาก อ.บอม: ประสบการณ์จริงจากการเทรดข่าว
- FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้งาน Forex Factory Economic Calendar
- สรุป: สิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับการใช้ Forex Factory Economic Calendar
- Tips จากประสบการณ์ 20 ปี ในการอ่าน Forex Factory Economic Calendar
- FAQ เกี่ยวกับ Forex Factory Economic Calendar
- วิธีอ่านข่าว Forex Factory Economic Calendar ฉบับเข้าใจง่าย ทำกำไรได้จริง
- เคล็ดลับการใช้ Forex Factory Economic Calendar ให้ได้ผล
- ข้อควรระวังในการเทรดตามข่าว
- FAQ เกี่ยวกับ Forex Factory Economic Calendar
ลองนึกภาพตามนะครับ สมมติว่าเรากำลังถือ Buy EURUSD อยู่ แล้วอยู่ๆ ก็มีข่าวร้ายเกี่ยวกับเศรษฐกิจยุโรปออกมา ถ้าเราไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน อาจจะถือออเดอร์ต่อไปเรื่อยๆ แล้วสุดท้ายก็โดนลากไป Stop Loss ได้ แต่ถ้าเราเช็คปฏิทินเศรษฐกิจก่อน แล้วรู้ว่าวันนี้จะมีข่าวสำคัญ เราอาจจะตัดสินใจปิดออเดอร์ก่อน หรือวาง Stop Loss ให้กว้างขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากข่าวได้ครับ
ผมเองก็เคยพลาดเพราะไม่สนใจปฏิทินเศรษฐกิจมาแล้ว สมัยก่อนตอนที่เริ่มเทรดใหม่ๆ ผมเน้นเทรดตาม Technical Analysis อย่างเดียว ไม่ค่อยสนใจข่าวเลย ปรากฏว่าวันหนึ่งผมถือ Buy GBPUSD อยู่ดีๆ กราฟก็ร่วงลงมาอย่างแรง ทำให้ผมขาดทุนไปเยอะมาก พอมาเช็คดูทีหลังถึงรู้ว่าวันนั้นมีข่าว Brexit ออกมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าเงินปอนด์อย่างมาก ตั้งแต่นั้นมาผมก็เลยให้ความสำคัญกับปฏิทินเศรษฐกิจมากๆ เลยครับ
สถิติที่น่าสนใจก็คือ ช่วงที่มีข่าวสำคัญออก มักจะเกิดความผันผวนในตลาดสูงมาก บางครั้งอาจจะสูงกว่าช่วงเวลาปกติถึง 2-3 เท่าเลยทีเดียว ซึ่งถ้าเราเทรดเป็น เราก็สามารถทำกำไรจากความผันผวนนี้ได้ แต่ถ้าเราไม่ระวัง ก็อาจจะขาดทุนได้ง่ายๆ เช่นกัน ข่าวบางตัวก็มีผลกระทบระยะสั้น บางตัวก็มีผลกระทบระยะยาว ดังนั้นเราต้องเข้าใจลักษณะของข่าวแต่ละตัวด้วยครับ
ยกตัวอย่างการเทรดจริงนะครับ สมมติว่าวันนี้จะมีข่าว Non-Farm Payroll (NFP) ซึ่งเป็นข่าวสำคัญเกี่ยวกับตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ถ้าคาดการณ์ว่าตัวเลข NFP จะออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ เราก็อาจจะพิจารณา Buy USD แต่เราก็ต้องระวังด้วยว่าตลาดอาจจะ “ซื้อข่าว ขายความจริง” คือพอข่าวออกมาดีจริงๆ กราฟอาจจะวิ่งขึ้นไปนิดหน่อยแล้วก็ร่วงลงมาก็ได้ ดังนั้นเราต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจน และบริหารความเสี่ยงให้ดีครับ เช่น เทรด XAUUSD lot 0.05 ที่ 2350 ตั้ง SL 20 จุด = $100 ถ้าข่าวออกมาดีจริงก็อาจจะทำกำไรได้ แต่ถ้าผิดทางก็ยอมเสียแค่ $100 ครับ
พื้นฐานความรู้เกี่ยวกับ Forex Factory Economic Calendar
ทำความเข้าใจส่วนประกอบต่างๆ ของปฏิทินเศรษฐกิจ
หน้าตาของ Forex Factory Economic Calendar อาจจะดูซับซ้อนในตอนแรก แต่จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้มีอะไรมากครับ หลักๆ ก็จะมีสัญลักษณ์สีต่างๆ ที่บ่งบอกความสำคัญของข่าว วันเวลาที่ข่าวจะประกาศ ชื่อข่าว สกุลเงินที่เกี่ยวข้อง ตัวเลขคาดการณ์ ตัวเลขจริง และตัวเลขครั้งก่อน สิ่งที่เราต้องทำความเข้าใจก็คือ สัญลักษณ์สีต่างๆ และความหมายของตัวเลขแต่ละตัวครับ
สัญลักษณ์สีใน Forex Factory Economic Calendar จะมีอยู่ 4 สีหลักๆ คือ สีแดง สีส้ม สีเหลือง และสีเทา สีแดงหมายถึงข่าวที่มีผลกระทบสูงต่อตลาด สีส้มหมายถึงข่าวที่มีผลกระทบปานกลาง สีเหลืองหมายถึงข่าวที่มีผลกระทบน้อย และสีเทาหมายถึงข่าวที่ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อตลาดมากนัก โดยทั่วไปแล้ว เราจะให้ความสำคัญกับข่าวสีแดงและสีส้มเป็นหลักครับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าข่าวสีเหลืองจะไม่มีผลกระทบเลยนะครับ บางครั้งข่าวสีเหลืองก็อาจจะทำให้กราฟวิ่งได้เหมือนกัน ถ้ามีปัจจัยอื่นๆ มาประกอบด้วย
ตัวเลขคาดการณ์ (Forecast) คือตัวเลขที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าข่าวจะออกมาเป็นเท่าไหร่ ตัวเลขจริง (Actual) คือตัวเลขที่ประกาศออกมาจริงๆ ส่วนตัวเลขครั้งก่อน (Previous) คือตัวเลขที่ประกาศออกมาในการประกาศครั้งก่อนหน้านี้ สิ่งที่เราต้องทำก็คือ เปรียบเทียบตัวเลขจริงกับตัวเลขคาดการณ์และตัวเลขครั้งก่อน ถ้าตัวเลขจริงออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ก็มักจะส่งผลดีต่อค่าเงินนั้นๆ แต่ถ้าตัวเลขจริงออกมาแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้ ก็มักจะส่งผลเสียต่อค่าเงินนั้นๆ ครับ
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าวันนี้จะมีข่าว US CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ) ประกาศออกมา แล้วตัวเลขคาดการณ์คือ 3.0% ตัวเลขครั้งก่อนคือ 2.5% ถ้าตัวเลขจริงออกมาเป็น 3.5% แสดงว่าเงินเฟ้อของสหรัฐฯ สูงขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ขึ้นดอกเบี้ยได้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อค่าเงิน USD แต่ถ้าตัวเลขจริงออกมาเป็น 2.0% แสดงว่าเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ลดลง ซึ่งอาจจะทำให้ FED ไม่ขึ้นดอกเบี้ย หรืออาจจะลดดอกเบี้ยด้วยซ้ำ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อค่าเงิน USD ครับ
ข่าวเศรษฐกิจสำคัญที่ต้องจับตา
ใน Forex Factory Economic Calendar มีข่าวเศรษฐกิจมากมาย แต่ก็จะมีข่าวบางตัวที่สำคัญกว่าข่าวอื่นๆ และส่งผลกระทบต่อตลาดมากกว่า ข่าวเหล่านี้เราต้องจับตาเป็นพิเศษ และทำความเข้าใจว่าข่าวแต่ละตัวมีความหมายอย่างไร และมีผลกระทบต่อค่าเงินอย่างไรบ้าง ข่าวที่สำคัญที่สุดก็คือ ข่าวที่เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ข่าวที่เกี่ยวกับตลาดแรงงาน และข่าวที่เกี่ยวกับเงินเฟ้อครับ
ข่าวที่เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย เช่น ข่าวการประชุมของธนาคารกลางต่างๆ เช่น FED (สหรัฐฯ) ECB (ยุโรป) BOE (อังกฤษ) BOJ (ญี่ปุ่น) เป็นต้น ข่าวเหล่านี้จะบอกเราว่าธนาคารกลางแต่ละแห่งมีนโยบายทางการเงินอย่างไร จะขึ้นดอกเบี้ย ลดดอกเบี้ย หรือคงดอกเบี้ยไว้ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อค่าเงินของประเทศนั้นๆ อย่างมาก ถ้าธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ย ก็มักจะส่งผลดีต่อค่าเงิน เพราะจะทำให้เงินทุนไหลเข้าประเทศมากขึ้น แต่ถ้าธนาคารกลางลดดอกเบี้ย ก็มักจะส่งผลเสียต่อค่าเงิน เพราะจะทำให้เงินทุนไหลออกจากประเทศมากขึ้นครับ
ข่าวที่เกี่ยวกับตลาดแรงงาน เช่น ข่าว Non-Farm Payroll (NFP) ของสหรัฐฯ ข่าว Unemployment Rate (อัตราการว่างงาน) ของประเทศต่างๆ เป็นต้น ข่าวเหล่านี้จะบอกเราว่าเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ แข็งแกร่งหรือไม่ ถ้าตลาดแรงงานแข็งแกร่ง มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น และอัตราการว่างงานต่ำ ก็มักจะส่งผลดีต่อค่าเงิน เพราะแสดงว่าเศรษฐกิจกำลังเติบโต แต่ถ้าตลาดแรงงานอ่อนแอ มีการจ้างงานลดลง และอัตราการว่างงานสูง ก็มักจะส่งผลเสียต่อค่าเงิน เพราะแสดงว่าเศรษฐกิจกำลังชะลอตัวครับ
ข่าวที่เกี่ยวกับเงินเฟ้อ เช่น ข่าว Consumer Price Index (CPI) หรือดัชนีราคาผู้บริโภค และ Producer Price Index (PPI) หรือดัชนีราคาผู้ผลิต ของประเทศต่างๆ เป็นต้น ข่าวเหล่านี้จะบอกเราว่าราคาสินค้าและบริการในประเทศนั้นๆ สูงขึ้นหรือต่ำลง ถ้าเงินเฟ้อสูงขึ้น ก็อาจจะทำให้ธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งจะส่งผลดีต่อค่าเงิน แต่ถ้าเงินเฟ้อต่ำเกินไป ก็อาจจะทำให้ธนาคารกลางลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อค่าเงินครับ
ปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงิน
นอกจากข่าวเศรษฐกิจแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงิน เช่น สถานการณ์ทางการเมือง ภัยธรรมชาติ สงคราม ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาล ปัจจัยเหล่านี้อาจจะทำให้ค่าเงินผันผวนอย่างมาก และคาดเดาได้ยาก ดังนั้นเราต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ อย่างรอบคอบครับ
สถานการณ์ทางการเมือง เช่น การเลือกตั้ง การเปลี่ยนแปลงรัฐบาล การประท้วง และความไม่มั่นคงทางการเมือง อาจจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และทำให้ค่าเงินผันผวนได้ ถ้าสถานการณ์ทางการเมืองมีเสถียรภาพ ก็มักจะส่งผลดีต่อค่าเงิน แต่ถ้าสถานการณ์ทางการเมืองไม่แน่นอน ก็มักจะส่งผลเสียต่อค่าเงินครับ
ภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ พายุเฮอริเคน และน้ำท่วม อาจจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ และทำให้ค่าเงินผันผวนได้ ถ้าภัยธรรมชาติรุนแรง ก็มักจะส่งผลเสียต่อค่าเงิน เพราะจะทำให้การผลิตหยุดชะงัก และการส่งออกลดลง แต่ถ้าภัยธรรมชาติไม่รุนแรงมากนัก ก็อาจจะไม่ส่งผลกระทบต่อค่าเงินมากนักครับ
สงครามและความขัดแย้งระหว่างประเทศ อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และทำให้ค่าเงินผันผวนได้ ถ้าเกิดสงคราม ก็มักจะส่งผลเสียต่อค่าเงินของประเทศที่เกี่ยวข้องกับสงคราม เพราะจะทำให้การค้าหยุดชะงัก และการลงทุนลดลง แต่ก็อาจจะส่งผลดีต่อค่าเงินของประเทศที่เป็น Safe Haven เช่น สวิตเซอร์แลนด์ (CHF) และญี่ปุ่น (JPY) เพราะนักลงทุนจะแห่กันมาซื้อค่าเงินเหล่านี้เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงครับ
วิธีใช้งาน Forex Factory Economic Calendar จริง
ทีนี้มาถึงส่วนสำคัญที่สุดคือ วิธีใช้งาน Forex Factory Economic Calendar ในการเทรดจริง ผมจะสรุปเป็นขั้นตอนง่ายๆ ให้ทุกคนเอาไปปรับใช้ได้เลยนะครับ
- เปิด Forex Factory Economic Calendar: เข้าไปที่เว็บไซต์ Forex Factory แล้วคลิกที่เมนู “Calendar”
- ตั้งค่า Time Zone: ตรวจสอบให้แน่ใจว่า Time Zone ที่แสดงในปฏิทินเป็น Time Zone ที่ถูกต้องของประเทศที่เราอยู่ เพื่อให้เราทราบเวลาที่ข่าวจะประกาศได้อย่างแม่นยำ
- กรองข่าว: เลือกเฉพาะข่าวที่เราสนใจ โดยคลิกที่ Filter แล้วเลือกเฉพาะข่าวที่มีผลกระทบสูง (สีแดง) และข่าวที่มีผลกระทบปานกลาง (สีส้ม)
- วิเคราะห์ข่าว: อ่านรายละเอียดของข่าวแต่ละตัว และทำความเข้าใจว่าข่าวแต่ละตัวมีความหมายอย่างไร และมีผลกระทบต่อค่าเงินอย่างไรบ้าง
- วางแผนการเทรด: กำหนดว่าจะเทรดค่าเงินอะไร จะ Buy หรือ Sell จะตั้ง Stop Loss และ Take Profit ที่เท่าไหร่ และจะบริหารความเสี่ยงอย่างไร
- ติดตามข่าว: รอจนกว่าข่าวจะประกาศออกมา และติดตามตัวเลขจริงที่ประกาศออกมา
- ตัดสินใจ: เปรียบเทียบตัวเลขจริงกับตัวเลขคาดการณ์ และตัดสินใจว่าจะเข้าเทรดหรือไม่ โดยพิจารณาจากสถานการณ์ตลาด และแผนการเทรดที่เราวางไว้
- บริหารความเสี่ยง: อย่าลืมตั้ง Stop Loss เสมอ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวของตลาดที่ไม่คาดฝัน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ผมจะยกตัวอย่างตารางสรุปการใช้งาน Forex Factory Economic Calendar นะครับ
| ขั้นตอน | รายละเอียด | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| 1. เปิดปฏิทิน | เข้าเว็บไซต์ Forex Factory | www.forexfactory.com |
| 2. ตั้ง Time Zone | เลือก Time Zone ที่ถูกต้อง | (GMT+7:00) Bangkok |
| 3. กรองข่าว | เลือกข่าวสีแดงและสีส้ม | คลิก Filter เลือก Impact: High และ Medium |
| 4. วิเคราะห์ข่าว | ทำความเข้าใจความหมายของข่าว | อ่านคำอธิบายข่าว US CPI ว่าคืออะไร |
| 5. วางแผนเทรด | กำหนดค่าเงิน ทิศทาง SL/TP | Buy EURUSD ถ้า CPI สหรัฐฯ แย่กว่าคาด SL 20 จุด TP 50 จุด |
| 6. ติดตามข่าว | รอตัวเลขจริงประกาศ | รอเวลา 20:30 น. |
| 7. ตัดสินใจ | เข้าเทรดตามแผน | ถ้า CPI สหรัฐฯ แย่กว่าคาด เข้า Buy EURUSD |
| 8. บริหารความเสี่ยง | ตั้ง Stop Loss เสมอ | ตั้ง SL ตามที่วางแผนไว้ (20 จุด) |
ตรงนี้สำคัญมากนะ! การวางแผนเทรดล่วงหน้าจะช่วยให้เราไม่ตื่นตระหนกเวลาข่าวออก และตัดสินใจได้อย่างมีสติ
คำแนะนำจาก อ.บอม: “การเทรดข่าวไม่ใช่การพนัน แต่เป็นการใช้ข้อมูลที่มีอยู่มาวิเคราะห์และตัดสินใจอย่างมีเหตุผล อย่าเทรดด้วยอารมณ์ และอย่า Overtrade เด็ดขาด!”
ยกตัวอย่างการเทรดจริงอีกครั้งนะครับ สมมติว่าวันนี้จะมีข่าว FOMC Meeting Minutes ซึ่งเป็นรายงานการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ถ้าเราคาดการณ์ว่ารายงานจะออกมาในเชิง Hawkish (สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย) เราก็อาจจะพิจารณา Buy USD แต่เราก็ต้องระวังด้วยว่าตลาดอาจจะตีความรายงานไปในทางตรงกันข้ามก็ได้ ดังนั้นเราต้องมีแผนการเทรดที่ยืดหยุ่น และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนแผนได้ตลอดเวลา เช่น เทรด USDJPY lot 0.02 ที่ 150.00 ตั้ง SL 15 จุด = $30 ถ้าข่าวออกมาดีจริงก็อาจจะทำกำไรได้ แต่ถ้าผิดทางก็ยอมเสียแค่ $30 ครับ
เทคนิคขั้นสูงในการใช้ Forex Factory Economic Calendar
การวิเคราะห์ข่าวร่วมกับ Technical Analysis
หลายคนอาจจะสงสัยว่า ปฏิทินเศรษฐกิจ Forex Factory มันเกี่ยวอะไรกับ Technical Analysis? คำตอบคือ มันเกี่ยวข้องกันอย่างมากครับ! ลองคิดดูนะ ถ้าคุณกำลังวิเคราะห์กราฟ EURUSD แล้วพบว่ามีแนวรับสำคัญที่ราคา 1.0800 ในขณะเดียวกัน ปฏิทินเศรษฐกิจก็กำลังจะประกาศตัวเลข Non-Farm Payroll (NFP) ในอีก 30 นาทีข้างหน้า สถานการณ์แบบนี้แหละที่เราต้องใช้ทั้งสองอย่างควบคู่กัน
การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะช่วยให้เราทราบถึงแนวโน้มของราคา และระดับราคาที่สำคัญ แต่ข่าวเศรษฐกิจจะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ที่จะทำให้ราคาวิ่งแรงทะลุแนวรับแนวต้าน หรือกลับตัวอย่างรวดเร็ว หาก NFP ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ มีความเป็นไปได้สูงที่ EURUSD จะทะลุแนวรับ 1.0800 ลงไปอย่างรวดเร็ว ในทางกลับกัน หาก NFP ออกมาแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้ EURUSD อาจจะเด้งขึ้นจากแนวรับอย่างรุนแรง
ดังนั้น เทคนิคขั้นสูงคือการผสมผสานการวิเคราะห์ทางเทคนิคเข้ากับการติดตามข่าวสารจากปฏิทินเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสในการเทรดได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผมเห็นกราฟทองคำ (XAUUSD) กำลังขึ้นไปชนแนวต้านสำคัญที่ 2350 USD ผมจะเช็คปฏิทินเศรษฐกิจก่อนเลยว่ามีข่าวอะไรที่อาจจะส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในช่วงนั้นบ้าง ถ้ามีข่าวสำคัญ เช่น การแถลงการณ์ของประธาน Fed ผมจะระมัดระวังเป็นพิเศษ และอาจจะรอให้ข่าวออกมาก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเข้าเทรดหรือไม่
การใช้ Sentiment Analysis ประกอบการพิจารณา
Sentiment Analysis หรือ การวิเคราะห์ความรู้สึกของตลาด เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้เราเข้าใจทิศทางของราคาได้ดียิ่งขึ้น นอกเหนือจากตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ปรากฏในปฏิทินแล้ว เราควรให้ความสนใจกับ “ความรู้สึก” ของนักลงทุนที่มีต่อข่าวเหล่านั้นด้วย
บางครั้ง ข่าวที่ออกมาอาจจะไม่ได้ดีหรือแย่อย่างที่คาดการณ์ไว้ แต่ความรู้สึกของนักลงทุนที่มีต่อข่าวต่างหาก ที่เป็นตัวกำหนดทิศทางของราคา ตัวอย่างเช่น สมมติว่าตัวเลข GDP ของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกัน นักลงทุนก็ยังกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงสูงอยู่ ความรู้สึก “ไม่มั่นใจ” นี้อาจจะทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ไม่ได้แข็งค่าขึ้นมากนัก หรืออาจจะอ่อนค่าลงด้วยซ้ำ
เราสามารถติดตาม Sentiment Analysis ได้จากหลายช่องทาง เช่น ข่าวสารจากสำนักข่าว Reuters, Bloomberg หรือความคิดเห็นของนักวิเคราะห์จากธนาคารต่างๆ การอ่านบทวิเคราะห์เหล่านี้จะช่วยให้เราเข้าใจถึงมุมมองของตลาดที่มีต่อข่าวเศรษฐกิจ และสามารถคาดการณ์ทิศทางของราคาได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ผมเคยอ่านบทวิเคราะห์ของ Goldman Sachs ที่ระบุว่า แม้ว่าตัวเลขการจ้างงานจะดี แต่ตลาดยังกังวลเรื่อง Bond Yield ที่สูงขึ้น ทำให้ผมตัดสินใจที่จะไม่ Long USDJPY ทั้งๆ ที่ตัวเลขการจ้างงานออกมาดี
การปรับกลยุทธ์ตาม Impact ของข่าว
ไม่ใช่ทุกข่าวในปฏิทินเศรษฐกิจที่จะมีผลกระทบต่อตลาดเท่ากัน ข่าวบางข่าวอาจจะทำให้ราคาวิ่งแรงภายในเวลาไม่กี่นาที ในขณะที่ข่าวบางข่าวอาจจะไม่มีผลอะไรเลย การเรียนรู้ที่จะประเมิน Impact ของข่าวแต่ละข่าว เป็นทักษะที่สำคัญมากสำหรับเทรดเดอร์
โดยทั่วไปแล้ว ข่าวที่มี Impact สูง (High Impact) มักจะเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการเงินของธนาคารกลาง ตัวเลขการจ้างงาน อัตราเงินเฟ้อ และ GDP ข่าวเหล่านี้มักจะทำให้ราคาวิ่งแรง และผันผวนมากเป็นพิเศษ ในขณะที่ข่าวที่มี Impact ปานกลาง (Medium Impact) และ Impact ต่ำ (Low Impact) มักจะมีผลกระทบต่อตลาดน้อยกว่า
เทคนิคขั้นสูงคือการปรับกลยุทธ์การเทรดของเราตาม Impact ของข่าว หากเรากำลังจะเทรดในช่วงที่มีข่าว High Impact เราอาจจะลดขนาด Lot ที่ใช้ลง หรืออาจจะรอให้ข่าวออกมาก่อน แล้วค่อยเข้าเทรดตามทิศทางของราคาที่เกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผมรู้ว่าจะมีข่าวการประชุม FOMC ผมจะไม่เปิด Position ทิ้งไว้ข้ามคืนแน่นอน เพราะผมไม่รู้ว่าผลการประชุมจะออกมาเป็นอย่างไร และราคาอาจจะวิ่งไปในทิศทางที่ไม่คาดฝัน
Case Study ตัวเลขจริง: สมมติว่าเราเทรด EURUSD โดยปกติจะใช้ Lot 0.5 แต่เมื่อมีข่าว NFP เราจะลด Lot เหลือ 0.25 เพื่อลดความเสี่ยง หาก NFP ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ EURUSD อาจจะร่วงลง 50 pips ภายใน 5 นาที ซึ่งถ้าเราใช้ Lot 0.5 เราจะขาดทุน $250 แต่ถ้าเราใช้ Lot 0.25 เราจะขาดทุนเพียง $125 เท่านั้น
เปรียบเทียบ Forex Factory กับแหล่งข้อมูลอื่นๆ
ในโลกของการเทรด Forex มีแหล่งข้อมูลมากมายให้เราเลือกใช้ แต่ละแหล่งก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ในส่วนนี้ เราจะมาเปรียบเทียบ Forex Factory Economic Calendar กับแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่ได้รับความนิยม เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของตัวเอง
| แหล่งข้อมูล | ความครอบคลุมของข้อมูล | ความเร็วในการอัปเดต | ฟีเจอร์เพิ่มเติม | ความน่าเชื่อถือ |
|---|---|---|---|---|
| Forex Factory | สูง (ข่าวเศรษฐกิจจากทั่วโลก) | เร็วมาก (อัปเดตทันที) | Filter ข่าว, แสดง Impact, Forum | สูง (เป็นที่นิยมในหมู่เทรดเดอร์) |
| Investing.com | สูง (ข่าวเศรษฐกิจ, หุ้น, สินค้าโภคภัณฑ์) | เร็ว (แต่ช้ากว่า Forex Factory เล็กน้อย) | กราฟราคา, บทวิเคราะห์, ข่าวสาร | สูง (เป็นที่นิยมในวงกว้าง) |
| Bloomberg | สูงมาก (ข้อมูลเชิงลึก, บทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ) | เร็วมาก (Real-time data) | Terminal, ข่าวสาร, บทวิเคราะห์, ข้อมูลบริษัท | สูงมาก (แหล่งข้อมูลสำหรับสถาบันการเงิน) |
| Reuters | สูง (ข่าวสารจากทั่วโลก, ข่าวเศรษฐกิจ) | เร็ว (Real-time data) | ข่าวสาร, บทวิเคราะห์, ข้อมูลตลาด | สูงมาก (สำนักข่าวระดับโลก) |
จากตารางเปรียบเทียบ จะเห็นได้ว่า Forex Factory มีข้อดีในเรื่องของความเร็วในการอัปเดตข้อมูล และฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อเทรดเดอร์ Forex โดยเฉพาะ แต่ถ้าคุณต้องการข้อมูลที่ครอบคลุมมากกว่า หรือต้องการบทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ Investing.com, Bloomberg หรือ Reuters อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า
ตารางเปรียบเทียบ Case Study การใช้งานจริง:
| สถานการณ์ | Forex Factory | Investing.com | Bloomberg |
|---|---|---|---|
| ต้องการทราบเวลาประกาศตัวเลข CPI ของสหรัฐฯ | แสดงเวลา, Impact, ค่าคาดการณ์, ค่าจริง | แสดงเวลา, Impact, ค่าคาดการณ์, ค่าจริง | แสดงเวลา, รายละเอียดเชิงลึก, บทวิเคราะห์ |
| ต้องการทราบความเห็นของนักวิเคราะห์เกี่ยวกับผลกระทบของ NFP | Forum (ความคิดเห็นจากเทรดเดอร์ทั่วไป) | บทวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์ | บทวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์ของ Bloomberg |
| ต้องการดู Historical Data ของตัวเลข GDP | แสดง Historical Data แบบง่าย | แสดง Historical Data พร้อมกราฟ | แสดง Historical Data แบบละเอียด, สามารถ Export ข้อมูลได้ |
สมัยก่อนผมก็ใช้ Investing.com เป็นหลัก เพราะข้อมูลเยอะดี แต่พอมาเจอ Forex Factory ก็ติดใจเลย เพราะมันเน้นที่ข่าว Forex โดยเฉพาะ และอัปเดตเร็วกว่ามาก ผมเลยใช้ Forex Factory เป็นแหล่งข้อมูลหลักในการเทรด Forex มาตลอด
ข้อควรระวังในการใช้ Forex Factory Economic Calendar
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน การใช้ Forex Factory Economic Calendar เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในการวิเคราะห์ตลาด ไม่สามารถรับประกันผลกำไรได้ 100% โปรดบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และลงทุนในจำนวนเงินที่คุณสามารถรับได้หากเกิดการสูญเสีย
การใช้ Forex Factory Economic Calendar เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่ก็มีข้อควรระวังที่เทรดเดอร์ควรทราบ เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาด และลดความเสี่ยงในการเทรด
- ระวังข่าวลือ: ข่าวลือที่แพร่หลายในตลาด อาจจะทำให้ราคาวิ่งผิดปกติได้ แม้ว่าปฏิทินเศรษฐกิจจะยังไม่ได้ประกาศตัวเลขจริงออกมาก็ตาม ดังนั้น ควรตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และอย่าหลงเชื่อข่าวลือง่ายๆ
- ระวัง Slippage และ Spread ที่กว้างขึ้น: ในช่วงที่มีข่าวสำคัญ ราคามักจะผันผวนมาก ทำให้เกิด Slippage (ราคาที่เข้า Order ไม่ตรงกับราคาที่ตั้งไว้) และ Spread (ส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask) ที่กว้างขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้เราขาดทุนได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้
- ระวัง Overtrading: ข่าวที่น่าสนใจ อาจจะกระตุ้นให้เราอยากเทรดบ่อยๆ ซึ่งอาจจะนำไปสู่การ Overtrading และการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ ควรมีสติ และเทรดตามแผนที่วางไว้เท่านั้น
- อย่าเชื่อมั่นในค่าคาดการณ์มากเกินไป: ค่าคาดการณ์เป็นเพียงการคาดเดาของนักวิเคราะห์ ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับตัวเลขจริงที่ประกาศออกมา ดังนั้น อย่าใช้ค่าคาดการณ์เป็นตัวตัดสินใจหลักในการเทรด
- ทดสอบกลยุทธ์ก่อนใช้จริงเสมอ: กลยุทธ์การเทรดที่ใช้ได้ผลในอดีต อาจจะไม่ได้ผลในปัจจุบัน ดังนั้น ควรทดสอบกลยุทธ์ใหม่ๆ ในบัญชี Demo ก่อนที่จะนำไปใช้ในบัญชีจริง
ตรงนี้สำคัญมากนะ! ผมเคยเจอตอนปี 2019 ตอนนั้นมีข่าว Brexit ที่ทำให้ค่าเงิน GBP ผันผวนมาก ผมมั่นใจในกลยุทธ์ของตัวเองมากเกินไป และใส่ Lot ใหญ่ ปรากฏว่าข่าวออกมาผิดคาด ทำให้ผมขาดทุนไปเยอะมาก หลังจากนั้นผมก็เลยระมัดระวังมากขึ้น และไม่ประมาทอีกเลย
ตัวอย่างจากประสบการณ์จริง
เพื่อให้เห็นภาพการใช้งาน Forex Factory Economic Calendar อย่างชัดเจน ผมจะขอยกตัวอย่างสถานการณ์การเทรดจริง ที่ผมเคยเจอมา และวิธีที่ผมใช้ปฏิทินเศรษฐกิจในการตัดสินใจ
สถานการณ์ที่ 1: การเทรดทองคำ (XAUUSD) ก่อนการประกาศตัวเลข CPI ของสหรัฐฯ
เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2024 ผมกำลังวิเคราะห์กราฟทองคำ (XAUUSD) และพบว่าราคากำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่ใกล้จะถึงแนวต้านสำคัญที่ 2000 USD ในขณะเดียวกัน ปฏิทินเศรษฐกิจก็แสดงว่าในวันรุ่งขึ้น จะมีการประกาศตัวเลข CPI (Consumer Price Index) ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดอัตราเงินเฟ้อที่สำคัญ
ผมประเมินว่าถ้า CPI ออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ราคาทองคำอาจจะร่วงลง เพราะนักลงทุนจะมองว่า Fed อาจจะขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ในทางกลับกัน ถ้า CPI ออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ราคาทองคำอาจจะพุ่งขึ้น เพราะนักลงทุนจะมองว่า Fed อาจจะไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย
ผมตัดสินใจที่จะไม่เปิด Position ทิ้งไว้ข้ามคืน และรอให้ข่าว CPI ออกมาก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเข้าเทรดหรือไม่ เมื่อข่าวประกาศออกมา CPI สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย ราคาทองคำร่วงลงทันที ผมรอให้ราคาย่อตัวเล็กน้อย แล้วเปิด Short Position ที่ราคา 1995 USD ตั้ง Stop Loss ที่ 2005 USD (100 Pips) และ Take Profit ที่ 1975 USD (200 Pips) หลังจากนั้น ราคาทองคำก็ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง และผมก็ได้ Take Profit ที่ 1975 USD ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ได้กำไร 200 Pips หรือประมาณ $200 ถ้าผมเทรดด้วย Lot 0.1
สถานการณ์ที่ 2: การเทรด EURUSD หลังการแถลงการณ์ของ ECB
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2023 ผมกำลังติดตามการแถลงการณ์ของประธาน ECB (European Central Bank) ซึ่งเป็นธนาคารกลางของยุโรป ปฏิทินเศรษฐกิจแสดงว่าการแถลงการณ์จะมีขึ้นในเวลา 20:30 น. ตามเวลาประเทศไทย
ผมคาดการณ์ว่าถ้าประธาน ECB ส่งสัญญาณว่าจะขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ค่าเงิน EUR อาจจะแข็งค่าขึ้น ในทางกลับกัน ถ้าประธาน ECB ส่งสัญญาณว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ หรืออาจจะลดดอกเบี้ย ค่าเงิน EUR อาจจะอ่อนค่าลง
หลังจากการแถลงการณ์ ประธาน ECB ส่งสัญญาณว่าจะยังคงดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ค่าเงิน EUR อ่อนค่าลงทันที ผมรอให้ราคาย่อตัวเล็กน้อย แล้วเปิด Short Position ใน EURUSD ที่ราคา 1.0700 ตั้ง Stop Loss ที่ 1.0720 (20 Pips) และ Take Profit ที่ 1.0650 (50 Pips) หลังจากนั้น EURUSD ก็ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง และผมก็ได้ Take Profit ที่ 1.0650 ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ได้กำไร 50 Pips หรือประมาณ $50 ถ้าผมเทรดด้วย Lot 0.1
จากประสบการณ์ของผม การใช้ Forex Factory Economic Calendar ช่วยให้ผมสามารถวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงในการเทรดได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ การมีวินัย และการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสมครับ
เครื่องมือแนะนำสำหรับการใช้งาน Forex Factory Economic Calendar
Forex Factory Economic Calendar ไม่ได้มีแค่ตารางข่าวให้เราอ่านอย่างเดียวนะครับ จริงๆ แล้วเขามีเครื่องมือซ่อนอยู่อีกเยอะแยะมากมายที่จะช่วยให้การเทรดของเราง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น วันนี้ผม อ.บอม จะมาแนะนำเครื่องมือที่ผมใช้เป็นประจำและคิดว่ามีประโยชน์กับเพื่อนๆ นักเทรดทุกคนแน่นอนครับ
การตั้งค่า Filter เพื่อกรองข่าว
อย่างแรกเลยคือ Filter ครับ ตรงนี้สำคัญมากๆ เพราะข่าวที่แสดงในปฏิทินมีเยอะมากกกก แต่ไม่ใช่ทุกข่าวที่จะมีผลกระทบต่อคู่เงินที่เราเทรด ดังนั้นการตั้งค่า Filter จะช่วยให้เราเห็นเฉพาะข่าวที่เราสนใจเท่านั้น วิธีการก็ง่ายๆ ครับ แค่คลิกที่ปุ่ม Filter แล้วเลือกสกุลเงินที่เราเทรดเป็นประจำ เช่น EUR, USD, JPY หรือถ้าใครเทรดทองคำ (XAUUSD) ก็เลือก USD ไปเลยครับ นอกจากนี้เรายังสามารถเลือก Impact ของข่าวได้ด้วย โดยปกติผมจะเลือก Medium และ High Impact เท่านั้น เพราะข่าว Low Impact ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีผลต่อตลาดเท่าไหร่
การตั้งค่า Filter ที่ดีจะช่วยประหยัดเวลาและลดความสับสนในการเทรดได้เยอะมาก ลองคิดดูนะ ถ้าเราต้องมานั่งอ่านข่าวทุกข่าวในปฏิทิน มันจะเสียเวลาขนาดไหน แถมบางทีอาจจะทำให้เราพลาดข่าวสำคัญไปก็ได้ ดังนั้นอย่าลืมตั้งค่า Filter ก่อนเริ่มเทรดทุกครั้งนะครับ
การใช้ Time Zone ที่ถูกต้อง
อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ Time Zone ครับ หลายคนอาจจะมองข้ามเรื่องนี้ไป แต่จริงๆ แล้ว Time Zone มีผลต่อเวลาที่แสดงในปฏิทินนะครับ ถ้าเราตั้ง Time Zone ไม่ถูกต้อง เวลาที่แสดงในปฏิทินก็จะผิดเพี้ยนไป ทำให้เราพลาดโอกาสในการเทรดได้ วิธีการตั้งค่า Time Zone ก็ง่ายๆ ครับ แค่คลิกที่ Time Zone แล้วเลือก Time Zone ที่ตรงกับเวลาท้องถิ่นของเรา เช่น Bangkok, Jakarta หรือ Hanoi เป็นต้น
ผมเคยเจอเคสที่นักเรียนเทรด Forex Factory Economic Calendar ท่านหนึ่งพลาดข่าวสำคัญเพราะตั้ง Time Zone ผิดพลาด ทำให้เขาเข้าใจผิดว่าข่าวออกก่อนเวลาจริงไป 1 ชั่วโมง ผลคือเขาเข้าเทรดผิดจังหวะและขาดทุนไปพอสมควร ดังนั้นอย่าลืมตรวจสอบ Time Zone ก่อนเริ่มเทรดทุกครั้งนะครับ
การดูรายละเอียดของข่าว (Details)
เมื่อเราเจอข่าวที่เราสนใจแล้ว สิ่งต่อไปที่เราควรทำคือการคลิกที่ข่าวเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม (Details) ในหน้า Details จะมีข้อมูลสำคัญมากมาย เช่น Source (แหล่งที่มาของข่าว), Actual (ตัวเลขจริงที่ประกาศ), Forecast (ตัวเลขคาดการณ์), Previous (ตัวเลขครั้งก่อน) และ Description (คำอธิบายข่าว) การอ่านรายละเอียดของข่าวอย่างละเอียดจะช่วยให้เราเข้าใจถึงความหมายและผลกระทบของข่าวได้ดียิ่งขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเห็นข่าว Non-Farm Payroll (NFP) ซึ่งเป็นข่าวสำคัญที่มีผลกระทบต่อค่าเงิน USD อย่างมาก ในหน้า Details เราจะเห็นตัวเลข Actual, Forecast และ Previous ถ้าตัวเลข Actual สูงกว่าตัวเลข Forecast อย่างมาก แสดงว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ แข็งแกร่ง ซึ่งมักจะส่งผลให้ค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้น ในทางกลับกัน ถ้าตัวเลข Actual ต่ำกว่าตัวเลข Forecast อย่างมาก แสดงว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อ่อนแอ ซึ่งมักจะส่งผลให้ค่าเงิน USD อ่อนค่าลง
การใช้กราฟ Historical Data
Forex Factory Economic Calendar ยังมีเครื่องมือที่ช่วยให้เราวิเคราะห์ข้อมูลในอดีตได้ด้วย นั่นก็คือ กราฟ Historical Data ครับ เมื่อเราคลิกที่ข่าวที่เราสนใจแล้ว ในหน้า Details เราจะเห็นกราฟที่แสดงข้อมูลในอดีตของข่าวนั้นๆ กราฟนี้จะช่วยให้เราเห็นแนวโน้มของข่าวและวิเคราะห์ว่าข่าวนั้นๆ มีผลกระทบต่อตลาดอย่างไรในอดีต
ผมแนะนำให้เพื่อนๆ ลองดูกราฟ Historical Data ของข่าวสำคัญๆ เช่น NFP, Interest Rate Decision หรือ GDP เพื่อทำความเข้าใจว่าข่าวเหล่านี้มีผลกระทบต่อตลาดอย่างไรในอดีต การวิเคราะห์ข้อมูลในอดีตจะช่วยให้เราคาดการณ์ผลกระทบของข่าวในอนาคตได้แม่นยำยิ่งขึ้น
Case Study จาก อ.บอม: ประสบการณ์จริงจากการเทรดข่าว
ผมอยากจะแชร์ประสบการณ์จริงจากการเทรดข่าวให้เพื่อนๆ ฟังครับ เป็นเคสที่ผมเคยเจอตอนปี 2018 ตอนนั้นผมเทรดคู่เงิน EURUSD เป็นหลัก และมีข่าวสำคัญที่จะประกาศคือ European Central Bank (ECB) Interest Rate Decision ซึ่งเป็นข่าวที่เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยของยุโรป
ก่อนข่าวออก ผมได้วิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ อย่างละเอียด ทั้งตัวเลขเศรษฐกิจของยุโรป การแถลงการณ์ของประธาน ECB และแนวโน้มของตลาด ผมคาดการณ์ว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม แต่จะมีการส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงิน EUR แข็งค่าขึ้น
เมื่อข่าวประกาศออกมา ปรากฏว่า ECB คงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมจริงๆ แต่สิ่งที่ผมไม่ได้คาดการณ์ไว้คือ ประธาน ECB ได้แถลงการณ์ในเชิง Dovish (ผ่อนคลาย) ซึ่งสวนทางกับที่ผมคาดการณ์ไว้ ทำให้ค่าเงิน EUR อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว ผมได้ตั้ง Stop Loss ไว้ที่ 20 pips แต่ราคาวิ่งลงแรงมากจน SL เอาไม่อยู่ สุดท้ายผมโดน Stop Out ไปถึง 50 pips
จากเคสนี้ ผมได้เรียนรู้ว่าการเทรดข่าวมีความเสี่ยงสูงมาก แม้ว่าเราจะวิเคราะห์ข้อมูลมาอย่างดีแล้วก็ตาม ตลาดก็อาจจะวิ่งสวนทางกับที่เราคาดการณ์ไว้ได้เสมอ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด และการมีแผนสำรองเผื่อกรณีที่ตลาดวิ่งสวนทางกับที่เราคิด
หลังจากเหตุการณ์นั้น ผมได้ปรับปรุงกลยุทธ์การเทรดข่าวของผมใหม่ โดยเน้นไปที่การรอให้ข่าวออกมาก่อน แล้วค่อยเข้าเทรดตามทิศทางของตลาด (Trade the Reaction) แทนที่จะคาดการณ์ทิศทางของตลาดก่อนข่าวออก นอกจากนี้ ผมยังลดขนาด Lot ที่ใช้ในการเทรดข่าวลง เพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุน
ผมอยากจะแนะนำเพื่อนๆ ว่าถ้าใครยังไม่มีประสบการณ์ในการเทรดข่าวมากนัก ควรเริ่มต้นจากการเทรดด้วยบัญชี Demo ก่อน เพื่อฝึกฝนทักษะและทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของข่าวต่อตลาด เมื่อมีความมั่นใจแล้วค่อยเริ่มเทรดด้วยบัญชีจริง แต่ต้องบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัดเสมอ
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้งาน Forex Factory Economic Calendar
Forex Factory Economic Calendar เชื่อถือได้แค่ไหน?
Forex Factory Economic Calendar ถือว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือมากครับ ข้อมูลข่าวสารที่แสดงในปฏิทินนั้นมาจากแหล่งข่าวที่เป็นทางการและได้รับการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนก่อนที่จะเผยแพร่ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราต้องระวังคือการตีความข่าวและการคาดการณ์ผลกระทบของข่าวต่อตลาด เพราะแม้ว่าข้อมูลข่าวสารจะถูกต้อง แต่การตีความและการคาดการณ์อาจจะผิดพลาดได้ ดังนั้นเราควรใช้ Forex Factory Economic Calendar เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในการวิเคราะห์ตลาด และควรใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ เช่น Technical Analysis และ Fundamental Analysis
ข่าว Low Impact มีผลต่อตลาดจริงหรือไม่?
โดยทั่วไปแล้วข่าว Low Impact จะมีผลกระทบต่อตลาดน้อยมากครับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่สนใจข่าวเหล่านี้เลย บางครั้งข่าว Low Impact อาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดในระยะสั้นๆ หรืออาจจะส่งผลกระทบต่อคู่เงินบางคู่ที่ไม่ค่อยมี Volatility มากนัก นอกจากนี้ ข่าว Low Impact หลายๆ ข่าวที่ออกมาในทิศทางเดียวกัน อาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดในภาพรวมได้ ดังนั้นเราควรติดตามข่าว Low Impact ด้วย แต่ไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญมากเท่ากับข่าว Medium และ High Impact ครับ
ควรเทรดก่อนข่าวออก หรือหลังข่าวออก?
ตรงนี้เป็นคำถามยอดฮิตเลยครับ! การเทรดก่อนข่าวออกมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะเราไม่รู้ว่าข่าวจะออกมาในทิศทางไหน และตลาดอาจจะวิ่งสวนทางกับที่เราคาดการณ์ไว้ได้ ดังนั้นผมไม่แนะนำให้เทรดก่อนข่าวออกครับ วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือการรอให้ข่าวออกมาก่อน แล้วค่อยเข้าเทรดตามทิศทางของตลาด (Trade the Reaction) วิธีนี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการขาดทุนได้เยอะมาก แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการที่เราอาจจะพลาดโอกาสในการทำกำไรในช่วงแรกๆ ที่ตลาดวิ่งแรงๆ หลังข่าวออก
ถ้าข่าวออกมาตรงกับที่คาดการณ์ไว้ (Forecast) ตลาดจะวิ่งไปทางไหน?
ถ้าข่าวออกมาตรงกับที่คาดการณ์ไว้ (Forecast) ตลาดอาจจะไม่วิ่งไปไหนเลย หรืออาจจะวิ่งในทิศทางที่ไม่แน่นอนครับ เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ได้ Price In (รวมผลกระทบของข่าว) เข้าไปในราคาแล้วก่อนที่ข่าวจะออก ดังนั้นเมื่อข่าวออกมาตรงกับที่คาดการณ์ไว้ ตลาดก็อาจจะไม่มีปฏิกิริยาอะไรมากนัก อย่างไรก็ตาม บางครั้งตลาดอาจจะวิ่งในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ก็ได้ เพราะนักลงทุนอาจจะมองว่าข่าวที่ออกมานั้นไม่ Strong Enough (แข็งแกร่งพอ) หรืออาจจะมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อตลาดมากกว่า ดังนั้นเราควรระมัดระวังในการเทรดเมื่อข่าวออกมาตรงกับที่คาดการณ์ไว้
Forex Factory Economic Calendar มีภาษาไทยหรือไม่?
Forex Factory Economic Calendar ยังไม่มีภาษาไทยครับ แต่เราสามารถใช้ Google Translate หรือเครื่องมือแปลภาษาอื่นๆ ช่วยในการแปลภาษาได้ครับ อย่างไรก็ตาม ผมแนะนำให้เพื่อนๆ ฝึกอ่านข่าวเป็นภาษาอังกฤษ เพราะศัพท์เทคนิคที่ใช้ในข่าวส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ การที่เราเข้าใจศัพท์เทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้เราวิเคราะห์ข่าวได้แม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การอ่านข่าวเป็นภาษาอังกฤษยังช่วยให้เราเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็วกว่าการรอแปลภาษาอีกด้วย
ใช้ EA เทรดข่าวได้หรือไม่?
การใช้ EA (Expert Advisor) หรือ Robot ในการเทรดข่าวเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอย่างมากครับ เพราะ EA ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้เทรดตาม Technical Analysis ซึ่งอาจจะไม่เหมาะสมกับการเทรดข่าวที่ตลาดมีความผันผวนสูงมาก นอกจากนี้ EA บางตัวอาจจะไม่สามารถรับมือกับ Slippage (ราคาคลาดเคลื่อน) ที่เกิดขึ้นในช่วงข่าวออกได้ ทำให้ Order ที่เราส่งไปถูก Execute ในราคาที่ไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นถ้าเราจะใช้ EA ในการเทรดข่าว เราต้องเลือก EA ที่ถูกออกแบบมาสำหรับการเทรดข่าวโดยเฉพาะ และต้องทดสอบ EA อย่างละเอียดก่อนที่จะนำไปใช้เทรดจริง
สรุป: สิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับการใช้ Forex Factory Economic Calendar
Forex Factory Economic Calendar เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมากสำหรับนักเทรด Forex ทุกคน แต่การใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้นต้องอาศัยความเข้าใจและการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจว่าข่าวแต่ละข่าวมีความหมายอย่างไร มีผลกระทบต่อคู่เงินที่เราเทรดอย่างไร และตลาดมีแนวโน้มที่จะตอบสนองต่อข่าวอย่างไร
อย่าลืมว่าการเทรดข่าวมีความเสี่ยงสูงมาก แม้ว่าเราจะวิเคราะห์ข้อมูลมาอย่างดีแล้วก็ตาม ตลาดก็อาจจะวิ่งสวนทางกับที่เราคาดการณ์ไว้ได้เสมอ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด และการมีแผนสำรองเผื่อกรณีที่ตลาดวิ่งสวนทางกับที่เราคิด ผมแนะนำให้เพื่อนๆ เริ่มต้นจากการเทรดด้วยบัญชี Demo ก่อน เพื่อฝึกฝนทักษะและทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของข่าวต่อตลาด เมื่อมีความมั่นใจแล้วค่อยเริ่มเทรดด้วยบัญชีจริง แต่ต้องบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัดเสมอ
นอกจากนี้ ผมอยากจะแนะนำให้เพื่อนๆ ใช้ Forex Factory Economic Calendar ร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ เช่น Technical Analysis และ Fundamental Analysis เพื่อให้การวิเคราะห์ตลาดของเรามีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น อย่ามองข้ามความสำคัญของ Technical Analysis เพราะกราฟราคาและ Indicator ต่างๆ สามารถช่วยให้เราเห็นแนวโน้มของตลาดและจุดเข้าออกที่เหมาะสมได้ ส่วน Fundamental Analysis ก็จะช่วยให้เราเข้าใจถึงปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลกระทบต่อค่าเงินต่างๆ
สุดท้ายนี้ ผมขอให้เพื่อนๆ นักเทรดทุกคนประสบความสำเร็จในการเทรด Forex และ Gold นะครับ อย่าลืมว่าการเทรดเป็นเรื่องของการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการไม่ยอมแพ้ และการเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง ถ้าเรามีความมุ่งมั่นและความพยายาม ผมเชื่อว่าทุกคนสามารถประสบความสำเร็จในการเทรดได้แน่นอนครับ ขอให้โชคดี!
Tips จากประสบการณ์ 20 ปี ในการอ่าน Forex Factory Economic Calendar
สวัสดีครับเพื่อนๆ เทรดเดอร์ทุกคน! ผม อ.บอม จาก icafeforex.com นะครับ วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องการอ่าน Forex Factory Economic Calendar แบบละเอียด พร้อมด้วยเคล็ดลับจากประสบการณ์เทรด Forex และ Gold กว่า 20 ปีของผมเอง บอกเลยว่าตรงนี้สำคัญมากๆ เพราะมันคือหัวใจหลักในการเทรดตามข่าว หรือแม้แต่การหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่ตลาดผันผวนสูง ถ้าเราเข้าใจ Economic Calendar อย่างถ่องแท้ เราจะสามารถวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเยอะเลยครับ
หลายคนอาจจะมองข้าม Economic Calendar ไป คิดว่ามันเป็นแค่ตารางข้อมูลเศรษฐกิจธรรมดาๆ แต่จริงๆ แล้วมันคือขุมทรัพย์ข้อมูลที่ช่วยให้เราเข้าใจภาพรวมเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ และคาดการณ์ทิศทางของค่าเงินได้แม่นยำยิ่งขึ้น ลองคิดดูนะ ถ้าเราไม่รู้ว่าวันนี้มีข่าวสำคัญอะไรบ้าง เราอาจจะพลาดโอกาสในการทำกำไร หรือร้ายกว่านั้นคือขาดทุนอย่างหนักจากการที่ตลาดผันผวนอย่างรุนแรงในช่วงประกาศข่าวก็ได้ครับ
1. อย่ามองข้าม “สี” ของข่าว
สีของข่าวใน Forex Factory Economic Calendar บ่งบอกถึงความสำคัญของข่าวครับ ข่าวสีแดงคือข่าวที่มีผลกระทบสูง (High Impact) ข่าวสีส้มคือข่าวที่มีผลกระทบปานกลาง (Medium Impact) และข่าวสีเหลืองคือข่าวที่มีผลกระทบต่ำ (Low Impact) โดยทั่วไปแล้ว เราจะให้ความสำคัญกับข่าวสีแดงเป็นพิเศษ เพราะมันมักจะทำให้ตลาดผันผวนอย่างรุนแรงและรวดเร็ว
สมัยก่อนผมเคยพลาดตอนปี 2010 เพราะไม่ได้สนใจสีของข่าวเท่าไหร่ ไปเทรดตอนที่มีข่าวสีแดงพอดี ผลคือโดนลากไป Stop Loss อย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นมา ผมเลยให้ความสำคัญกับสีของข่าวมากๆ และใช้มันเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจว่าจะเทรดในช่วงเวลานั้นหรือไม่
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าวันนี้มีข่าว Non-Farm Payroll (NFP) ซึ่งเป็นข่าวสีแดงของสหรัฐฯ ผมจะระมัดระวังเป็นพิเศษ อาจจะรอให้ข่าวประกาศออกมาแล้วค่อยเทรด หรือไม่ก็หลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงเวลานั้นไปเลย เพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุนครับ
2. ดู “ตัวเลขคาดการณ์” (Forecast) ประกอบ
ตัวเลขคาดการณ์ (Forecast) คือตัวเลขที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าข่าวเศรษฐกิจจะออกมาเป็นเท่าไหร่ การดูตัวเลขคาดการณ์ประกอบ จะช่วยให้เราประเมินได้ว่าข่าวที่ออกมานั้น “ดี” หรือ “แย่” กว่าที่คาดการณ์ไว้ ถ้าข่าวออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ (Actual > Forecast) มักจะส่งผลดีต่อค่าเงินของประเทศนั้นๆ แต่ถ้าข่าวออกมาแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้ (Actual
ผมเคยใช้ตัวเลขคาดการณ์ในการเทรด Gold (XAUUSD) ในช่วงที่มีการประกาศตัวเลข CPI ของสหรัฐฯ โดยผมสังเกตว่าตัวเลขคาดการณ์ CPI นั้นสูงกว่าเดือนก่อนหน้าเล็กน้อย ผมเลยตัดสินใจเปิด Order Sell XAUUSD ล่วงหน้าเล็กน้อย โดยตั้ง Stop Loss ไว้เผื่อกรณีที่ข่าวออกมาผิดคาด ปรากฏว่าข่าว CPI ออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้จริงๆ ทำให้ XAUUSD ร่วงลงอย่างรวดเร็ว และผมก็สามารถทำกำไรได้อย่างงามครับ
ตรงนี้สำคัญมากนะ! การดูตัวเลขคาดการณ์ไม่ใช่แค่การดูว่ามันสูงหรือต่ำกว่าเดือนก่อนหน้าเท่านั้น แต่เราต้องดูบริบทอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศนั้นๆ นโยบายของธนาคารกลาง และความเชื่อมั่นของนักลงทุน
3. จับตา “ตัวเลขจริง” (Actual) อย่างใกล้ชิด
ตัวเลขจริง (Actual) คือตัวเลขที่ประกาศออกมาจริงๆ ในช่วงเวลาที่กำหนด การจับตาตัวเลขจริงอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราตอบสนองต่อข่าวได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที ถ้าตัวเลขจริงออกมาแตกต่างจากตัวเลขคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ ตลาดมักจะผันผวนอย่างรุนแรงและรวดเร็ว
ผมแนะนำให้เพื่อนๆ เตรียมพร้อมสำหรับการเทรดในช่วงประกาศข่าว โดยการเปิดกราฟคู่เงินที่เกี่ยวข้องไว้หลายๆ หน้าต่าง เตรียมพร้อมที่จะเข้า Order เมื่อเห็นสัญญาณที่ชัดเจน และที่สำคัญคือต้องมี Stop Loss ที่เหมาะสม เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการขาดทุนครับ
ใครเคยเจอบ้าง? ตอนที่ข่าว NFP ออกมาแล้วกราฟวิ่งแรงมากๆ ลากขึ้นลากลงอย่างรวดเร็ว ถ้าเราไม่มี Stop Loss ที่ดี อาจจะโดนลากไปหมดตัวได้เลยนะครับ
4. เปรียบเทียบกับ “ตัวเลขครั้งก่อน” (Previous)
การเปรียบเทียบตัวเลขจริงกับตัวเลขครั้งก่อน (Previous) จะช่วยให้เราเห็นแนวโน้มของเศรษฐกิจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ถ้าตัวเลขจริงดีกว่าตัวเลขครั้งก่อน แสดงว่าเศรษฐกิจกำลังปรับตัวดีขึ้น แต่ถ้าตัวเลขจริงแย่กว่าตัวเลขครั้งก่อน แสดงว่าเศรษฐกิจกำลังชะลอตัว
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรากำลังติดตามข่าว Unemployment Rate ของสหรัฐฯ และพบว่าตัวเลขจริงลดลงจากเดือนก่อนหน้า แสดงว่าตลาดแรงงานกำลังแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งมักจะส่งผลดีต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
แต่ก็ต้องระวัง! บางครั้งตัวเลขอาจจะดูดีขึ้น แต่จริงๆ แล้วอาจจะมีปัจจัยอื่นๆ ที่ซ่อนอยู่ เช่น การปรับวิธีการคำนวณ หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาล เราต้องพิจารณาข้อมูลอื่นๆ ประกอบด้วย เพื่อให้ได้ภาพรวมที่ถูกต้อง
5. ดู “รายละเอียด” ของข่าว
นอกจากตัวเลขแล้ว เราควรดูรายละเอียดของข่าวด้วย เช่น รายงานการประชุมของธนาคารกลาง (FOMC Meeting Minutes) หรือแถลงการณ์ของประธานธนาคารกลาง (Press Conference) เพราะข้อมูลเหล่านี้มักจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการเงิน และแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต
ผมเคยอ่านรายงานการประชุม FOMC แล้วพบว่ากรรมการส่วนใหญ่มีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ผมเลยคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้ และตัดสินใจเปิด Order Long USD/JPY ปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่นาน Fed ก็ประกาศขึ้นดอกเบี้ยจริงๆ ทำให้ USD/JPY พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และผมก็สามารถทำกำไรได้อย่างมากครับ
การอ่านรายละเอียดของข่าวอาจจะใช้เวลาและความพยายาม แต่ผลตอบแทนที่ได้นั้นคุ้มค่าแน่นอน เพราะมันจะช่วยให้เราเข้าใจตลาดได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และตัดสินใจเทรดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
6. สังเกต “ปฏิกิริยาของตลาด”
หลังจากที่ข่าวประกาศออกมาแล้ว ให้สังเกตปฏิกิริยาของตลาดอย่างใกล้ชิด ดูว่าราคาของคู่เงินต่างๆ เคลื่อนไหวอย่างไร ข่าวบางข่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างรวดเร็วและรุนแรง แต่ข่าวบางข่าวอาจจะต้องใช้เวลาสักพักกว่าที่ตลาดจะตอบสนอง
ผมแนะนำให้เพื่อนๆ ฝึกฝนการสังเกตปฏิกิริยาของตลาดอยู่เสมอๆ เพราะมันจะช่วยให้เราเข้าใจว่านักลงทุนกำลังคิดอะไรอยู่ และคาดการณ์ทิศทางของราคาในอนาคตได้แม่นยำยิ่งขึ้น
สมัยก่อนผมก็เคยพลาด เพราะรีบเข้า Order มากเกินไป หลังจากที่ข่าวประกาศออกมา โดยไม่ได้สังเกตปฏิกิริยาของตลาดให้ดี ผลคือโดนลากไป Stop Loss อย่างน่าเสียดาย หลังจากนั้นมา ผมเลยใจเย็นลง และรอให้ตลาดแสดงปฏิกิริยาที่ชัดเจนก่อนค่อยตัดสินใจเทรด
7. ใช้ “เครื่องมือทางเทคนิค” ประกอบ
การใช้เครื่องมือทางเทคนิค (Technical Analysis) ประกอบกับการอ่าน Economic Calendar จะช่วยให้เรายืนยันสัญญาณการเทรดได้แม่นยำยิ่งขึ้น เช่น การใช้ Fibonacci Retracement เพื่อหาระดับแนวรับแนวต้าน หรือการใช้ Moving Average เพื่อดูแนวโน้มของราคา
ผมมักจะใช้เครื่องมือทางเทคนิค เช่น RSI (Relative Strength Index) และ MACD (Moving Average Convergence Divergence) เพื่อประกอบการตัดสินใจเทรดในช่วงประกาศข่าว ถ้า RSI อยู่ในภาวะ Overbought หรือ Oversold และ MACD เกิดสัญญาณ Divergence ผมก็จะระมัดระวังเป็นพิเศษ และรอให้สัญญาณชัดเจนก่อนค่อยเข้า Order
ลองคิดดูนะ ถ้าเราใช้แค่ Economic Calendar อย่างเดียว อาจจะพลาดสัญญาณหลอกได้ง่าย แต่ถ้าเราใช้เครื่องมือทางเทคนิคประกอบด้วย จะช่วยให้เรากรองสัญญาณหลอกออกไป และเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้มากขึ้น
8. อย่า “Overtrade”
ข้อสุดท้ายแต่สำคัญที่สุดคือ อย่า Overtrade! การเทรดมากเกินไปในช่วงประกาศข่าว อาจจะทำให้เราขาดสติ และตัดสินใจผิดพลาดได้ง่าย เราควรเทรดเฉพาะใน Setup ที่เรามั่นใจเท่านั้น และควรมี Stop Loss ที่เหมาะสมเสมอ เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการขาดทุน
ผมเคยเจอเทรดเดอร์หลายคนที่ Overtrade ในช่วงประกาศข่าว เพราะอยากจะทำกำไรให้ได้มากๆ แต่สุดท้ายก็ขาดทุนย่อยยับ เพราะตลาดผันผวนเกินกว่าที่พวกเขาจะรับมือได้
จำไว้เสมอว่าการเทรด Forex และ Gold คือการลงทุนระยะยาว เราไม่จำเป็นต้องรีบร้อนทำกำไรในทุกๆ วัน สิ่งสำคัญคือการรักษาวินัยในการเทรด และบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
FAQ เกี่ยวกับ Forex Factory Economic Calendar
1. ทำไมบางครั้งข่าวที่ออกมาดี แต่ค่าเงินกลับอ่อนค่าลง?
คำถามนี้เป็นคำถามที่พบบ่อยมากๆ ครับ สาเหตุที่ข่าวออกมาดี แต่ค่าเงินกลับอ่อนค่าลง อาจจะเกิดจากหลายปัจจัยครับ ปัจจัยแรกคือ “ข่าวถูกคาดการณ์ไว้แล้ว” (Priced In) หมายความว่าตลาดได้ซึมซับข่าวดีนั้นไปแล้วก่อนที่ข่าวจะประกาศออกมาจริงๆ นักลงทุนอาจจะเข้าซื้อค่าเงินนั้นไปก่อนหน้านี้แล้ว เมื่อข่าวประกาศออกมาจริงๆ ก็ไม่มีแรงซื้อใหม่ๆ เข้ามา ทำให้ค่าเงินไม่ปรับตัวขึ้น หรืออาจจะปรับตัวลงเล็กน้อย เพราะนักลงทุนบางส่วนอาจจะเทขายทำกำไร
ปัจจัยที่สองคือ “Sell the Fact” คือสถานการณ์ที่นักลงทุนเทขายค่าเงินหลังจากที่ข่าวดีประกาศออกมา เพราะพวกเขาเชื่อว่าข่าวดีนั้นเป็นจุดสูงสุดของค่าเงินนั้นแล้ว และราคาจะไม่สามารถปรับตัวขึ้นไปได้อีกมากนัก
ปัจจัยที่สามคือ “ปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลกระทบมากกว่า” เช่น สถานการณ์การเมืองที่ไม่แน่นอน หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายของธนาคารกลาง ปัจจัยเหล่านี้อาจจะมีผลกระทบต่อค่าเงินมากกว่าข่าวเศรษฐกิจที่ประกาศออกมา
ยกตัวอย่างเช่น ในปี 2022 สหรัฐฯ ประกาศตัวเลข GDP ที่แข็งแกร่ง แต่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กลับอ่อนค่าลง เพราะนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่สูงขึ้น
2. ควรเทรดทุกครั้งที่มีข่าวสำคัญหรือไม่?
ไม่จำเป็นครับ! การเทรดทุกครั้งที่มีข่าวสำคัญไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีเสมอไป การเทรดในช่วงประกาศข่าวมีความเสี่ยงสูง เพราะตลาดมักจะผันผวนอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ถ้าเราไม่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมากพอ อาจจะขาดทุนอย่างหนักได้
ผมแนะนำให้เพื่อนๆ เลือกเทรดเฉพาะข่าวที่เราเข้าใจจริงๆ และมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนเท่านั้น ถ้าเราไม่แน่ใจว่าจะเทรดอย่างไร หรือไม่มั่นใจในทิศทางของตลาด ก็ควรหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงเวลานั้นไปก่อนจะดีกว่า
สมัยก่อนผมก็เคยพลาด เพราะคิดว่าต้องเทรดทุกครั้งที่มีข่าวสำคัญ เพื่อที่จะไม่พลาดโอกาสในการทำกำไร แต่สุดท้ายก็ขาดทุนมากกว่ากำไร เพราะผมไม่มีความรู้และความเข้าใจที่เพียงพอเกี่ยวกับข่าวเหล่านั้น
จำไว้เสมอว่าการเทรดคือการลงทุนระยะยาว เราไม่จำเป็นต้องรีบร้อนทำกำไรในทุกๆ วัน สิ่งสำคัญคือการรักษาวินัยในการเทรด และบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
3. จะรู้ได้อย่างไรว่าข่าวไหนสำคัญจริงๆ?
การประเมินความสำคัญของข่าวขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยครับ อย่างแรกคือ “ประเภทของข่าว” ข่าวบางประเภทมีความสำคัญมากกว่าข่าวประเภทอื่นๆ เช่น ข่าวเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ข่าวเกี่ยวกับตลาดแรงงาน และข่าวเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ข่าวเหล่านี้มักจะมีผลกระทบต่อค่าเงินอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างที่สองคือ “สถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวม” ในช่วงที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน ข่าวทุกข่าวอาจจะมีความสำคัญ เพราะนักลงทุนจะให้ความสนใจกับข้อมูลทุกชิ้นเพื่อประเมินทิศทางของเศรษฐกิจ
อย่างที่สามคือ “ความคาดหวังของตลาด” ถ้าตลาดคาดหวังว่าข่าวจะออกมาในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ข่าวที่ออกมาผิดคาดอาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างรุนแรง
ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงที่ธนาคารกลางกำลังพิจารณาว่าจะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ ข่าวเกี่ยวกับเงินเฟ้อจะมีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะมันจะช่วยให้ธนาคารกลางตัดสินใจว่าจะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่
4. Forex Factory Economic Calendar เชื่อถือได้แค่ไหน?
โดยทั่วไปแล้ว Forex Factory Economic Calendar เป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือครับ พวกเขาอัปเดตข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ และมีข้อมูลที่ครอบคลุมเกี่ยวกับข่าวเศรษฐกิจจากทั่วโลก อย่างไรก็ตาม เราก็ควรตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ ประกอบด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่เราได้รับนั้นถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
นอกจากนี้ เราควรระมัดระวังข่าวลือและข่าวปลอมที่อาจจะแพร่กระจายอยู่ในตลาด การตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่งจะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงการตัดสินใจเทรดโดยอิงจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
ผมแนะนำให้เพื่อนๆ ใช้ Forex Factory Economic Calendar เป็นจุดเริ่มต้นในการวิเคราะห์ข่าวเศรษฐกิจ แต่ก็อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ ประกอบด้วย เพื่อให้ได้ภาพรวมที่ถูกต้องและแม่นยำ
| ประเภทข่าว | ความสำคัญ | ผลกระทบต่อตลาด | ตัวอย่าง |
|---|---|---|---|
| อัตราดอกเบี้ย | สูง | ผันผวนรุนแรง | การประกาศอัตราดอกเบี้ยของ Fed |
| ตลาดแรงงาน | สูง | ผันผวนรุนแรง | Non-Farm Payroll (NFP) |
| เงินเฟ้อ | สูง | ผันผวนรุนแรง | Consumer Price Index (CPI) |
| GDP | ปานกลาง | ผันผวนปานกลาง | Gross Domestic Product (GDP) |
| ดัชนี PMI | ปานกลาง | ผันผวนปานกลาง | Purchasing Managers’ Index (PMI) |
วิธีอ่านข่าว Forex Factory Economic Calendar ฉบับเข้าใจง่าย ทำกำไรได้จริง
สวัสดีครับเพื่อนๆ เทรดเดอร์ทุกคน! อ.บอม ICAFEFOREX กลับมาอีกครั้ง วันนี้เราจะมาเจาะลึกวิธีการอ่านข่าวจาก Forex Factory Economic Calendar แบบละเอียด เข้าใจง่าย และที่สำคัญคือสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเทรดทำกำไรได้จริง ผมบอกเลยว่าเครื่องมือนี้เป็นเหมือนขุมทรัพย์สำหรับเทรดเดอร์ เพราะมันช่วยให้เราคาดการณ์ทิศทางของตลาดได้แม่นยำขึ้น หลีกเลี่ยงความผันผวนที่ไม่จำเป็น และวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลองนึกภาพว่าคุณรู้ล่วงหน้าว่าจะมีข่าวสำคัญอะไรประกาศบ้าง และข่าวเหล่านั้นจะส่งผลกระทบต่อคู่เงินที่คุณเทรดยังไง มันจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้นเยอะเลยใช่ไหมล่ะ?
Forex Factory Economic Calendar คือปฏิทินเศรษฐกิจที่รวบรวมข้อมูลการประกาศข่าวและเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจจากทั่วโลก ซึ่งมีผลกระทบต่อตลาด Forex ข้อมูลเหล่านี้จะถูกจัดเรียงตามวัน เวลา และความสำคัญของข่าว ทำให้เราสามารถติดตามและวางแผนการเทรดได้อย่างเป็นระบบ ข้อดีของ Forex Factory คือใช้งานง่าย มีข้อมูลที่ครบถ้วน และมีการอัพเดทข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทำให้เราไม่พลาดข่าวสำคัญๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อพอร์ตของเราได้เลยครับ
ผมขอบอกเลยว่า สมัยก่อนที่ผมยังไม่มีประสบการณ์ ผมเคยพลาดโอกาสทำกำไรดีๆ ไปหลายครั้ง เพราะไม่ใส่ใจกับการติดตามข่าวสารทางเศรษฐกิจ ผมคิดว่าการวิเคราะห์ทางเทคนิคอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว แต่พอเจอตลาดผันผวนจากข่าวที่ไม่คาดคิด ทำให้ผมต้องกลับมาทบทวนตัวเอง และเริ่มศึกษาการใช้ Economic Calendar อย่างจริงจัง จนพบว่ามันเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมากๆ ในการเทรด Forex และ Gold
องค์ประกอบสำคัญที่ต้องรู้ใน Forex Factory Economic Calendar
ก่อนที่เราจะไปดูวิธีการอ่านข่าวแบบละเอียด เรามาทำความเข้าใจองค์ประกอบสำคัญต่างๆ ใน Forex Factory Economic Calendar กันก่อนนะครับ จะได้ไม่งงเวลาใช้งานจริง
- Time (เวลา): แสดงเวลาที่จะมีการประกาศข่าว ซึ่งเราสามารถปรับ Time Zone ให้ตรงกับเวลาประเทศไทยได้ เพื่อความสะดวกในการติดตามข่าวสาร
- Currency (สกุลเงิน): แสดงสกุลเงินที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากข่าว เช่น USD, EUR, JPY เป็นต้น
- Impact (ผลกระทบ): แสดงระดับความสำคัญของข่าว ซึ่งแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ Low (สีเหลือง), Medium (สีส้ม), และ High (สีแดง) ข่าวที่มีผลกระทบสูง (สีแดง) จะส่งผลต่อตลาดมากที่สุด
- Event (เหตุการณ์): อธิบายรายละเอียดของข่าวที่จะมีการประกาศ เช่น GDP, Unemployment Rate, Interest Rate Decision เป็นต้น
- Actual (ค่าจริง): ค่าที่ประกาศจริงหลังจากมีการประกาศข่าว
- Forecast (ค่าคาดการณ์): ค่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนที่จะมีการประกาศข่าว
- Previous (ค่าก่อนหน้า): ค่าของข่าวที่ประกาศในครั้งก่อนหน้า
- Graph (กราฟ): แสดงข้อมูลย้อนหลังของข่าวในรูปแบบกราฟ
องค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยให้เราเข้าใจภาพรวมของข่าวที่จะมีการประกาศ และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อตลาดได้ดียิ่งขึ้นครับ ตรงนี้สำคัญมากนะ! เพราะถ้าเราไม่เข้าใจองค์ประกอบเหล่านี้ เราก็จะไม่สามารถวิเคราะห์ข่าวได้อย่างถูกต้อง และอาจตัดสินใจผิดพลาดในการเทรดได้
Case Study: ตัวอย่างการอ่านข่าว Non-Farm Payroll (NFP)
ลองมาดูตัวอย่างการอ่านข่าว Non-Farm Payroll (NFP) ซึ่งเป็นข่าวที่มีผลกระทบสูงต่อตลาด Forex โดยเฉพาะคู่เงิน USD กันนะครับ สมมติว่าเราเห็นข้อมูลใน Forex Factory ดังนี้:
| Time | Currency | Impact | Event | Actual | Forecast | Previous |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 20:30 | USD | Non-Farm Payroll | 250K | 200K | 150K |
จากข้อมูลนี้ เราสามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้:
- เวลา: ข่าวจะประกาศตอน 20:30 น. (เวลาประเทศไทย)
- สกุลเงิน: ข่าวนี้จะส่งผลกระทบต่อ USD
- ผลกระทบ: เป็นข่าวที่มีผลกระทบสูง (High Impact)
- เหตุการณ์: ข่าวเกี่ยวกับ Non-Farm Payroll ซึ่งเป็นการวัดการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ
- ค่าจริง: ค่าที่ประกาศจริงคือ 250,000 ตำแหน่ง
- ค่าคาดการณ์: นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 200,000 ตำแหน่ง
- ค่าก่อนหน้า: ค่าที่ประกาศในครั้งก่อนหน้าคือ 150,000 ตำแหน่ง
เมื่อค่าจริง (Actual) สูงกว่าค่าคาดการณ์ (Forecast) และค่าก่อนหน้า (Previous) แสดงว่าตลาดแรงงานของสหรัฐฯ แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะเป็นผลดีต่อค่าเงิน USD ดังนั้น เราอาจพิจารณา Long (ซื้อ) คู่เงินที่ USD เป็นสกุลเงินหลัก หรือ Short (ขาย) คู่เงินที่ USD เป็นสกุลเงินรอง
แต่! ตรงนี้ต้องระวังนะครับ การวิเคราะห์ข่าวไม่ใช่แค่การดูว่าค่าจริงสูงหรือต่ำกว่าค่าคาดการณ์เท่านั้น เราต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น สภาวะตลาดโดยรวม แนวโน้มทางเทคนิค และข่าวอื่นๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อ USD ในช่วงเวลานั้นด้วย
เคล็ดลับการใช้ Forex Factory Economic Calendar ให้ได้ผล
หลังจากที่เราเข้าใจองค์ประกอบและการอ่านข่าวจาก Forex Factory Economic Calendar แล้ว เรามาดูเคล็ดลับเพิ่มเติมที่จะช่วยให้เราใช้เครื่องมือนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกันครับ
1. ปรับ Time Zone ให้ถูกต้อง: สิ่งแรกที่ต้องทำคือการปรับ Time Zone ใน Forex Factory ให้ตรงกับเวลาประเทศไทย เพื่อให้เราไม่พลาดข่าวสำคัญๆ ที่จะมีการประกาศ วิธีการปรับ Time Zone ก็ง่ายมากๆ แค่คลิกที่ Time Zone ที่มุมขวาบนของหน้าเว็บ แล้วเลือก GMT+7:00 Bangkok
2. กรองข่าวตามความสำคัญ: ใน Forex Factory เราสามารถกรองข่าวตามระดับความสำคัญได้ โดยคลิกที่ Filter ที่มุมขวาบนของหน้าเว็บ แล้วเลือกเฉพาะข่าวที่มีผลกระทบสูง (High Impact) หรือ Medium Impact ก็ได้ วิธีนี้จะช่วยให้เราโฟกัสเฉพาะข่าวที่สำคัญจริงๆ และประหยัดเวลาในการวิเคราะห์ข่าวที่ไม่จำเป็น
3. อ่านรายละเอียดของข่าว: นอกจากจะดูค่า Actual, Forecast, และ Previous แล้ว เราควรอ่านรายละเอียดของข่าวเพิ่มเติมด้วย โดยคลิกที่ชื่อข่าวใน Forex Factory จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข่าว เช่น ที่มาของข้อมูล วิธีการคำนวณ และปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อข่าว
4. ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ข่าวเศรษฐกิจมักจะมีความเชื่อมโยงกัน ดังนั้น เราควรติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับข่าวที่เราสนใจด้วย เช่น ถ้าเราสนใจข่าวเกี่ยวกับ GDP เราก็ควรติดตามข่าวเกี่ยวกับ Inflation, Unemployment Rate, และ Interest Rate ด้วย
5. ใช้ร่วมกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค: การวิเคราะห์ข่าวควรใช้ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค เพื่อให้เราได้มุมมองที่ครบถ้วนและตัดสินใจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น เช่น ถ้าเราวิเคราะห์ว่าข่าว NFP จะเป็นผลดีต่อ USD และกราฟเทคนิคของ EURUSD ก็แสดงสัญญาณ Bearish เราก็อาจพิจารณา Short EURUSD ได้
Case Study: เทรดทองคำ (XAUUSD) ตามข่าว Interest Rate Decision
ผมเคยเจอเคสที่น่าสนใจตอนปี 2022 ตอนนั้นผมเทรดทองคำ (XAUUSD) และกำลังรอข่าว Interest Rate Decision ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) ซึ่งเป็นข่าวที่มีผลกระทบสูงต่อราคาทองคำ
ก่อนการประกาศข่าว ผมได้วิเคราะห์ทางเทคนิคแล้วพบว่าราคาทองคำอยู่ในช่วง Sideways และมีแนวรับที่แข็งแกร่งอยู่ที่ 1800 USD ต่อออนซ์ ผมจึงวางแผนว่าถ้า Fed ประกาศขึ้นดอกเบี้ยตามที่คาดการณ์ไว้ ราคาทองคำน่าจะปรับตัวลงมาทดสอบแนวรับที่ 1800 USD แล้วอาจมีโอกาสเด้งกลับขึ้นไป
พอถึงเวลาประกาศข่าว Fed ประกาศขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ราคาทองคำก็ปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว มาทดสอบแนวรับที่ 1800 USD ผมจึงตัดสินใจเข้า Buy (ซื้อ) ที่บริเวณนั้น โดยตั้ง Stop Loss (SL) ไว้ที่ 1790 USD (ต่ำกว่าแนวรับ 10 จุด) และตั้ง Take Profit (TP) ไว้ที่ 1820 USD (สูงกว่าราคาเข้า 20 จุด)
หลังจากนั้นไม่นาน ราคาทองคำก็เด้งกลับขึ้นไปตามที่คาดการณ์ไว้ และแตะ Take Profit ของผม ทำให้ผมได้กำไร 200 USD จากการเทรดครั้งนี้ (เทรด XAUUSD lot 0.1 ที่ 1800 ตั้ง TP 20 จุด = $200) เคสนี้แสดงให้เห็นว่าการใช้ Economic Calendar ร่วมกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค สามารถช่วยให้เราวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำกำไรได้จริง
ข้อควรระวังในการเทรดตามข่าว
ถึงแม้ว่าการเทรดตามข่าวจะเป็นวิธีที่สามารถทำกำไรได้ แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต้องระวังด้วยเช่นกัน เพราะตลาดอาจไม่ได้ตอบสนองต่อข่าวตามที่เราคาดการณ์เสมอไป
1. ความผันผวนของตลาด: การประกาศข่าวสำคัญมักจะทำให้ตลาดมีความผันผวนสูงมาก ซึ่งอาจทำให้ราคาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและคาดเดาได้ยาก ดังนั้น เราควรใช้ Stop Loss เพื่อป้องกันความเสี่ยง และหลีกเลี่ยงการใช้ Leverage ที่สูงเกินไป
2. ข่าวลือและการเก็งกำไร: ก่อนที่จะมีการประกาศข่าวจริง มักจะมีข่าวลือและการเก็งกำไรเกิดขึ้น ซึ่งอาจทำให้ตลาดเคลื่อนไหวผิดปกติ ดังนั้น เราควรระมัดระวังในการเชื่อข่าวลือ และรอจนกว่าจะมีการประกาศข่าวจริงก่อนตัดสินใจเทรด
3. การตีความข่าว: การตีความข่าวเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และอาจมีความแตกต่างกันไปในแต่ละนักวิเคราะห์ ดังนั้น เราควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง และพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย ก่อนที่จะตัดสินใจเทรดตามข่าว
4. Slippage และ Spread ที่กว้าง: ในช่วงที่มีการประกาศข่าวสำคัญ Slippage (การคลาดเคลื่อนของราคา) และ Spread (ส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask) อาจกว้างขึ้นมาก ซึ่งอาจทำให้เราได้ราคาที่ไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้น เราควรเลือก Broker ที่มี Spread ที่แคบ และมี Slippage ที่ต่ำ
5. Overtrading: การเห็นโอกาสในการทำกำไรจากข่าว อาจทำให้เรา Overtrade (เทรดมากเกินไป) ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด และขาดทุนในที่สุด ดังนั้น เราควรมีวินัยในการเทรด และเทรดเฉพาะเมื่อมีสัญญาณที่ชัดเจนเท่านั้น
Case Study: พลาดเพราะ Spread กว้างตอนข่าว FOMC
สมัยก่อนผมก็เคยพลาดจากการเทรดตามข่าวเหมือนกันครับ ตอนนั้นเป็นช่วงที่มีการประกาศข่าว FOMC Meeting (การประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ) ซึ่งเป็นข่าวที่มีผลกระทบสูงต่อตลาด Forex
ผมได้วิเคราะห์แล้วว่าถ้า FOMC ประกาศขึ้นดอกเบี้ย จะเป็นผลดีต่อ USD ผมจึงวางแผนที่จะ Long USDJPY แต่สิ่งที่ผมไม่ได้คาดคิดคือในช่วงเวลาที่ข่าวประกาศ Spread ของ USDJPY กว้างขึ้นมาก จากปกติ 2-3 pips กลายเป็น 20-30 pips ทำให้ราคาที่ผมเข้า Buy ได้ ไม่ดีเท่าที่ควร
หลังจากที่ผมเข้า Buy ไปแล้ว ราคาก็ไม่ได้วิ่งขึ้นไปตามที่ผมคาดการณ์ไว้ แถมยังปรับตัวลงมาเล็กน้อย ทำให้ผมต้อง Cut Loss ไปในที่สุด ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้ว FOMC จะประกาศขึ้นดอกเบี้ยจริงๆ และ USDJPY จะปรับตัวขึ้น แต่ผมก็พลาดโอกาสทำกำไรไป เพราะ Spread ที่กว้างเกินไป
จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้ผมเรียนรู้ว่าการเทรดตามข่าว นอกจากจะต้องวิเคราะห์ข่าวให้แม่นยำแล้ว เรายังต้องใส่ใจกับเรื่อง Spread และ Slippage ด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดทุนที่ไม่จำเป็น
FAQ เกี่ยวกับ Forex Factory Economic Calendar
Forex Factory Economic Calendar แม่นยำแค่ไหน?
Forex Factory Economic Calendar ถือว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือและแม่นยำในระดับสูงครับ แต่ต้องเข้าใจว่ามันเป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยให้เราติดตามและวิเคราะห์ข่าวสารเท่านั้น ไม่ได้เป็นการรับประกันผลกำไร 100% ความแม่นยำของค่า “Actual” ที่ประกาศนั้นขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่รวบรวมและเผยแพร่ข้อมูล ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะเป็นหน่วยงานภาครัฐหรือองค์กรระหว่างประเทศที่มีความน่าเชื่อถือ แต่ความแม่นยำของ “Forecast” นั้นเป็นเพียงการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้น เราควรใช้ข้อมูลจาก Forex Factory ประกอบกับการวิเคราะห์ของเราเอง และพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อตลาดด้วย
ควรเทรดทุกข่าวใน Forex Factory เลยไหม?
ไม่จำเป็นครับ! การเทรดทุกข่าวใน Forex Factory ไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีเสมอไป เพราะข่าวบางข่าวอาจมีผลกระทบต่อตลาดน้อยมาก หรืออาจมีความผันผวนสูงเกินไป ทำให้เราเสี่ยงที่จะขาดทุนมากกว่าได้กำไร เราควรเลือกเทรดเฉพาะข่าวที่เราเข้าใจดี และมีผลกระทบสูงต่อคู่เงินที่เราเทรดเท่านั้น นอกจากนี้ เราควรพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น สภาวะตลาดโดยรวม แนวโน้มทางเทคนิค และความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ ก่อนที่จะตัดสินใจเทรดตามข่าว
ถ้าค่า Actual ออกมาเท่ากับค่า Forecast ต้องทำยังไง?
ถ้าค่า Actual ออกมาเท่ากับค่า Forecast แสดงว่าข่าวไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดมากนัก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะทำให้ตลาดมีความผันผวนน้อยกว่ากรณีที่ค่า Actual แตกต่างจากค่า Forecast อย่างมีนัยสำคัญ ในกรณีนี้ เราอาจพิจารณาที่จะไม่เทรด หรือเทรดด้วยขนาด Position ที่เล็กลง เพื่อลดความเสี่ยง แต่ถ้าเรามีการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่แข็งแกร่ง และมองเห็นโอกาสในการทำกำไร เราก็อาจตัดสินใจเทรดได้ แต่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และใช้ Stop Loss อย่างเคร่งครัด
มี Calendar อื่นที่ดีกว่า Forex Factory ไหม?
มี Economic Calendar อื่นๆ ที่น่าสนใจและมีคุณภาพใกล้เคียงกับ Forex Factory ครับ แต่ละ Calendar ก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความชอบและความถนัดของแต่ละคน ตัวอย่างเช่น Myfxbook Economic Calendar, Investing.com Economic Calendar, และ DailyFX Economic Calendar Calendar เหล่านี้มีฟีเจอร์และข้อมูลที่คล้ายคลึงกับ Forex Factory แต่บาง Calendar อาจมีข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ หรือการวิเคราะห์ทางเทคนิคประกอบด้วย เราอาจลองใช้ Calendar หลายๆ ตัว เพื่อเปรียบเทียบและเลือก Calendar ที่เหมาะกับเราที่สุดครับ
📖 บทความแนะนำจาก iCafeForex
- วิธีอ่านกราฟ Forex สำหรับมือใหม่ เข้าใจง่าย – ICafeFX สอนเทรดฟรี
- วิธีทำ EA ด้วย ChatGPT AI เขียน EA ไม่เป็นก็ทำได้ – ICafeFX สอนเทรดฟรี
- CPI Inflation คืออะไร ส่งผลต่อ Forex ยังไง – ICafeFX สอนเทรดฟรี







TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文