
Carry Trade คืออะไร? กลยุทธ์ทำกำไรจากส่วนต่างดอกเบี้ย
Carry Trade เป็นกลยุทธ์การเทรดที่อาศัยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Differential) ระหว่าง 2 สกุลเงิน โดยหลักการคือ ยืมเงินสกุลที่มีดอกเบี้ยต่ำ แล้วนำไปลงทุนในสกุลเงินที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า ส่วนต่างดอกเบี้ยที่ได้คือกำไร ซึ่งในตลาด Forex เราเรียกว่า Swap หรือ Rollover
Carry Trade เป็นกลยุทธ์ที่สถาบันการเงินขนาดใหญ่และ Hedge Fund ใช้มาเป็นเวลานาน เพราะสามารถสร้างรายได้แบบ Passive ทุกวันที่ถือออเดอร์ ไม่ต้องรอขายทำกำไร
หลักการทำงานของ Carry Trade
ตัวอย่างง่ายๆ
สมมติอัตราดอกเบี้ยเป็นดังนี้:
- ดอกเบี้ยญี่ปุ่น (JPY): 0.25% ต่อปี
- ดอกเบี้ยออสเตรเลีย (AUD): 4.35% ต่อปี
- ส่วนต่าง: 4.35% – 0.25% = 4.10% ต่อปี
เมื่อคุณ Buy AUD/JPY คุณกำลัง:
- ยืม JPY (ดอกเบี้ยต่ำ) — จ่ายดอกเบี้ย 0.25%
- ซื้อ AUD (ดอกเบี้ยสูง) — ได้รับดอกเบี้ย 4.35%
- ได้ส่วนต่าง 4.10% ต่อปี ในรูปแบบ Positive Swap ที่เข้าบัญชีทุกวัน
Swap คำนวณอย่างไร?
Swap ที่ Broker จ่ายให้ไม่ได้เท่ากับส่วนต่างดอกเบี้ยเป๊ะๆ เพราะ Broker จะหักค่าธรรมเนียม ตัวอย่าง:
- ส่วนต่างดอกเบี้ยจริง: 4.10% ต่อปี
- Swap ที่ Broker ให้: ประมาณ 2.5-3.5% ต่อปี (หลังหักค่าธรรมเนียม)
- คำนวณต่อวัน: Swap per day = (Contract Size × Rate Differential) / 365
- สำหรับ 1 Lot AUD/JPY: ประมาณ $7-10 ต่อวัน
Triple Swap Wednesday
ทุกวันพุธ Broker จะคิด Swap 3 เท่า (สำหรับวันเสาร์-อาทิตย์ที่ตลาดปิด) เทรดเดอร์ Carry Trade บางคนเปิดออเดอร์ก่อนวันพุธเพื่อรับ Triple Swap
คู่เงินยอดนิยมสำหรับ Carry Trade ปี 2026
| คู่เงิน | ทิศทาง | ดอกเบี้ยสูง | ดอกเบี้ยต่ำ | ส่วนต่างโดยประมาณ |
|---|---|---|---|---|
| USD/JPY | Buy | USD ~5.25% | JPY ~0.25% | ~5.00% |
| AUD/JPY | Buy | AUD ~4.35% | JPY ~0.25% | ~4.10% |
| NZD/JPY | Buy | NZD ~5.50% | JPY ~0.25% | ~5.25% |
| GBP/JPY | Buy | GBP ~5.25% | JPY ~0.25% | ~5.00% |
| USD/CHF | Buy | USD ~5.25% | CHF ~1.50% | ~3.75% |
| MXN/JPY | Buy | MXN ~11.00% | JPY ~0.25% | ~10.75% |
*อัตราดอกเบี้ยอาจเปลี่ยนแปลง ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจาก Broker ก่อนเทรด
3 กลยุทธ์ Carry Trade ที่ใช้ได้จริง
กลยุทธ์ที่ 1: Pure Carry (ถือยาว เก็บ Swap)
กลยุทธ์ที่ง่ายที่สุด เหมาะกับ Position Trader:
- เลือกคู่เงินที่มี Positive Swap สูง เช่น NZD/JPY, USD/JPY
- รอจังหวะ Entry ที่ดี (Pullback ไปที่ Support หรือ Moving Average)
- ถือออเดอร์นาน สัปดาห์-เดือน เก็บ Swap ทุกวัน
- ใช้ Leverage ต่ำ (1:5 – 1:10) เพื่อรับมือกับ Drawdown
- ตั้ง Stop Loss กว้าง (200-500 pip) เพื่อไม่ให้ถูก Stop ง่าย
กลยุทธ์ที่ 2: Trend + Carry Combo
เทรดตาม Trend แล้วเลือกเฉพาะทิศทางที่ได้ Positive Swap:
- วิเคราะห์ Trend ด้วย Moving Average (EMA 50 + EMA 200)
- ถ้า Uptrend → Buy เฉพาะคู่เงินที่ Buy ได้ Positive Swap
- ถ้า Downtrend → Sell เฉพาะคู่เงินที่ Sell ได้ Positive Swap
- ข้อดี: ได้ทั้งกำไรจากราคาและ Swap
- ข้อเสีย: โอกาสเทรดน้อยลง เพราะต้องรอทั้ง Trend และ Swap ตรงกัน
กลยุทธ์ที่ 3: Carry Trade Portfolio
กระจายความเสี่ยงด้วยการถือหลายคู่เงิน:
- เปิด Buy AUD/JPY + Buy NZD/JPY + Buy USD/CHF พร้อมกัน
- แต่ละคู่ใช้ Lot Size เท่ากัน
- เมื่อคู่หนึ่งขาดทุน คู่อื่นอาจชดเชยได้
- Swap รวมสูงกว่าถือคู่เดียว
- ข้อควรระวัง: หลายคู่อาจมี Correlation สูง (เช่น AUD/JPY กับ NZD/JPY) ต้องคำนวณ Exposure รวม
ความเสี่ยงของ Carry Trade
1. Exchange Rate Risk
ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด ถ้าคู่เงินเคลื่อนไหวสวนทาง ขาดทุนจากราคาอาจมากกว่ากำไรจาก Swap หลายเท่า ตัวอย่าง: ได้ Swap $10/วัน แต่ราคาลง 100 pip = ขาดทุน $1,000
2. Interest Rate Change Risk
ถ้าธนาคารกลางเปลี่ยนนโยบายดอกเบี้ย ส่วนต่างอาจหดลงหรือกลับทิศ เช่น ถ้า BOJ ขึ้นดอกเบี้ยจาก 0.25% เป็น 1% ส่วนต่างจะลดลง
3. Carry Trade Unwind
ในช่วงที่ตลาดตื่นตระหนก (Risk-Off) เทรดเดอร์จะปิด Carry Trade พร้อมกัน ทำให้คู่เงินที่เป็นที่นิยมของ Carry Trade (เช่น AUD/JPY) ร่วงลงอย่างรุนแรง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปี 2008 (วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์) และ 2024 (BOJ Shock)
4. Black Swan Events
เหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น สงคราม โรคระบาด หรือวิกฤตการเงิน สามารถทำให้ Carry Trade ขาดทุนมหาศาลในชั่วข้ามคืน
การจัดการความเสี่ยงสำหรับ Carry Trade
- ใช้ Leverage ต่ำ: ไม่เกิน 1:10 ยิ่ง Leverage ต่ำ ยิ่งรับมือ Drawdown ได้ดี
- ตั้ง Stop Loss: แม้จะถือยาว ก็ต้องมีจุดตัดขาดทุน เช่น ถ้าขาดทุนเท่ากับ Swap 6 เดือน ให้ปิดออเดอร์
- Monitor ข่าว Central Bank: ติดตามนโยบายดอกเบี้ยอย่างใกล้ชิด ถ้ามีสัญญาณเปลี่ยนนโยบาย ควรลดขนาดหรือปิดออเดอร์
- ใช้ Hedging: เปิด Carry Trade ทั้ง 2 ทิศทางในคู่เงินที่มี Correlation สูง เพื่อลด Directional Risk
- กระจายคู่เงิน: อย่าถือคู่เดียว กระจายไป 3-5 คู่เงิน
Carry Trade เหมาะกับใคร?
- เหมาะ: เทรดเดอร์ที่มีทุนมาก อดทนได้ ไม่ต้องการกำไรเร็ว และเข้าใจ Macro Economics
- ไม่เหมาะ: เทรดเดอร์ที่ทุนน้อย ต้องการกำไรรายวัน หรือทนไม่ได้กับ Drawdown ระยะยาว
- ทุนขั้นต่ำแนะนำ: $5,000+ สำหรับ Carry Trade เดี่ยว, $10,000+ สำหรับ Portfolio
สรุป Carry Trade — รายได้ Passive ในตลาด Forex
Carry Trade เป็นกลยุทธ์ที่สร้างรายได้ทุกวันจากส่วนต่างดอกเบี้ย แต่ต้องมีทุนเพียงพอ วินัยสูง และความเข้าใจใน Macro Economics อย่าลืมว่ากำไรจากราคาสำคัญกว่า Swap เสมอ ใช้ Carry Trade เป็นส่วนเสริม ไม่ใช่กลยุทธ์หลัก และเตรียมพร้อมรับมือกับ Carry Trade Unwind ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ





TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文