สารบัญ
เทรดทองคำ — ทำไมต้องรู้
เทรดทองคำเป็นหัวข้อที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องเข้าใจไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพในตลาด Forex ที่มีมูลค่าการซื้อขายกว่า 7.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวันการมีความรู้ที่ถูกต้องคือสิ่งที่แยกคนกำไรออกจากคนขาดทุน
- เทรดทองคำ — ทำไมต้องรู้
- พื้นฐานที่ต้องเข้าใจก่อน
- กลยุทธ์และเทคนิคสำคัญ
- การจัดการความเสี่ยง (Risk Management)
- เครื่องมือและแพลตฟอร์มแนะนำ
- ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยง
- สรุปและขั้นตอนถัดไป
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- กลยุทธ์เทรดทองคำขั้นสูงสำหรับปี 2026
- สรุปการเทรดทองคำในปี 2026
- ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำในปี 2026
- เทคนิค Scalping ทองคำสำหรับเทรดเดอร์ไทย
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดทองคำ
จากประสบการณ์เทรด 13 ปีผมเห็นเทรดเดอร์หลายร้อยคนล้มเหลวเพราะไม่เข้าใจพื้นฐานที่สำคัญบทความนี้จะอธิบายทุกอย่างที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับเทรดทองคำแบบละเอียดไม่มีกั๊ก
พื้นฐานที่ต้องเข้าใจก่อน
ก่อนจะลงลึกเรื่องเทรดทองคำเรามาทำความเข้าใจพื้นฐานกันก่อนตลาด Forex เปิดทำการ 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์แบ่งเป็น 4 session หลัก: Sydney, Tokyo, London, New York
แต่ละ session มีลักษณะเฉพาะ volatility ต่างกัน spread ต่างกันการเข้าใจจังหวะตลาดจะช่วยให้คุณเทรดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
| Session | เวลา (ไทย) | คู่เงินหลัก | Volatility |
|---|---|---|---|
| Sydney | 04:00-13:00 | AUD/USD, NZD/USD | ต่ำ |
| Tokyo | 06:00-15:00 | USD/JPY, EUR/JPY | ปานกลาง |
| London | 14:00-23:00 | EUR/USD, GBP/USD | สูง |
| New York | 19:00-04:00 | USD/CAD, EUR/USD | สูงมาก |
กลยุทธ์และเทคนิคสำคัญ
เมื่อเข้าใจพื้นฐานแล้วมาดูกลยุทธ์ที่ใช้ได้จริงกับเทรดทองคำกันสิ่งสำคัญคือต้องมี Trading Plan ที่ชัดเจนไม่ใช่เทรดตามอารมณ์
กลยุทธ์ที่ 1: Trend Following — เทรดตามเทรนด์ใช้ Moving Average 50 และ 200 เป็นตัวกรองเมื่อ MA50 ตัด MA200 ขึ้น = สัญญาณซื้อตัดลง = สัญญาณขาย
กลยุทธ์ที่ 2: Support/Resistance — หาแนวรับแนวต้านจาก timeframe ใหญ่ (H4, D1) แล้วเข้าเทรดที่ timeframe เล็ก (M15, H1) เมื่อราคาเด้งจากแนวรับ/ต้าน
กลยุทธ์ที่ 3: Price Action — อ่าน candlestick pattern เช่น Pin Bar, Engulfing, Inside Bar ที่บริเวณ key level
การจัดการความเสี่ยง (Risk Management)
ไม่ว่าเทรดทองคำจะดีแค่ไหนถ้าไม่มี Risk Management ก็ล้างพอร์ตได้กฎเหล็ก: ห้ามเสี่ยงเกิน 2% ต่อออเดอร์ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง Risk:Reward อย่างน้อย 1:1.5
ตัวอย่าง: พอร์ต $10,000 → เสี่ยงสูงสุด $200/ออเดอร์ถ้า SL 50 pips → lot size = $200 / (50 x $10) = 0.4 lot
Max Drawdown ไม่ควรเกิน 20% ถ้าถึง 20% ต้องหยุดเทรดทบทวนกลยุทธ์ปรับ lot size ลง
เครื่องมือและแพลตฟอร์มแนะนำ
สำหรับเทรดทองคำเครื่องมือที่แนะนำ:
- MetaTrader 4/5: แพลตฟอร์มยอดนิยมรองรับ EA และ indicator
- TradingView: วิเคราะห์กราฟออนไลน์มี community ใหญ่
- Myfxbook: ติดตามผลเทรดวิเคราะห์ performance
- Forex Factory: ปฏิทินข่าวเศรษฐกิจ
Broker แนะนำ: XM (VIP Partner), Exness, IC Markets — เลือกที่ regulated, spread ต่ำ, execution เร็ว
ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยง
จากประสบการณ์ 13 ปีข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด:
- Over-trading: เทรดมากเกินไปค่า spread กินกำไรหมด
- ไม่ตั้ง Stop Loss: คิดว่าราคาจะกลับแต่ไม่กลับล้างพอร์ต
- Revenge Trading: ขาดทุนแล้วเปิดออเดอร์ใหญ่ขึ้นเพื่อเอาคืน
- ไม่มี Trading Journal: ไม่บันทึกผลเทรดไม่รู้จุดอ่อนตัวเอง
- เชื่อ Signal กลุ่มไลน์: 90% เป็น scam หรือไม่มีผลงานจริง
สรุปและขั้นตอนถัดไป
เทรดทองคำเป็นหัวข้อที่ต้องใช้เวลาศึกษาและฝึกฝนไม่มีทางลัดแต่ถ้าทำตามขั้นตอนที่แนะนำในบทความนี้คุณจะมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งพอที่จะเริ่มเทรดได้อย่างมั่นใจ
ขั้นตอนถัดไป: 1) เปิดบัญชี Demo 2) ฝึกเทรดอย่างน้อย 3 เดือน 3) เริ่มบัญชีจริงด้วยเงินที่พร้อมเสีย 4) บันทึก Trading Journal ทุกวัน
บทความแนะนำ:
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: เทรดทองคำคืออะไรเหมาะกับใคร
A: เป็นความรู้สำคัญสำหรับเทรดเดอร์ทุกระดับตั้งแต่มือใหม่จนถึงมืออาชีพ
Q: ต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการเริ่มต้น
A: แนะนำเริ่มที่ $100-500 สำหรับบัญชีจริงแต่ควรฝึก Demo ก่อนอย่างน้อย 3 เดือน
Q: ใช้เวลาเรียนรู้นานแค่ไหนถึงจะเทรดเป็น
A: ขึ้นอยู่กับความตั้งใจโดยเฉลี่ย 6-12 เดือนถึงจะเริ่มทำกำไรได้สม่ำเสมอ
Q: Broker ไหนดีที่สุดสำหรับคนไทย
A: XM, Exness, IC Markets เป็นที่นิยม regulated ดีมีซัพพอร์ตภาษาไทย
Q: EA Semi Auto ช่วยได้ไหม
A: ช่วยได้มากลดอารมณ์ในการเทรดแต่ต้องเข้าใจหลักการก่อนใช้อ่านเพิ่มที่ icafeforex.com
กลยุทธ์เทรดทองคำขั้นสูงสำหรับปี 2026
นอกจากเทคนิคพื้นฐานแล้วเทรดเดอร์ที่ต้องการยกระดับการเทรดทองคำควรเรียนรู้กลยุทธ์ขั้นสูงเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มโอกาสทำกำไรและลดความเสี่ยง
1. Breakout Trading บนกราฟทองคำ
ทองคำมักจะเคลื่อนที่ในกรอบราคาแคบก่อนที่จะ Breakout ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งอย่างรุนแรงเทรดเดอร์สามารถใช้กลยุทธ์ Breakout โดยรอให้ราคาทะลุแนวต้านหรือแนวรับสำคัญพร้อมยืนยันด้วย Volume ที่สูงกว่าปกติจุดเข้าเทรดที่ดีคือเมื่อราคาทะลุแล้วย้อนกลับมาทดสอบแนวที่ทะลุ (Retest) แล้วเด้งกลับไปตามทิศทาง Breakout
ข้อควรระวังคือ False Breakout ที่ราคาทะลุออกไปแล้วกลับเข้ามาในกรอบเดิมให้สังเกตว่า Breakout ที่แท้จริงมักมาพร้อม Volume สูงและแท่งเทียนปิดเหนือหรือใต้แนวที่ทะลุอย่างชัดเจน
2. การใช้ Fibonacci กับทองคำ
Fibonacci Retracement เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับการเทรดทองคำเพราะทองคำมักจะ Retrace ตามระดับ Fibonacci ได้อย่างแม่นยำระดับที่สำคัญที่สุดคือ 0.382 0.500 และ 0.618 เมื่อราคาทองคำพุ่งขึ้นหรือร่วงลงอย่างรุนแรงให้ลาก Fibonacci จากจุดเริ่มต้นไปยังจุดสิ้นสุดของการเคลื่อนที่แล้วรอให้ราคาย้อนกลับมาถึงระดับ Fibonacci ก่อนเข้าเทรดตามทิศทางหลัก
ตัวอย่างเช่นหากราคาทองคำพุ่งจาก 2,300 ไป 2,400 แล้วย้อนกลับมาที่ระดับ 0.618 (ประมาณ 2,338) ก่อนเด้งขึ้นอีกครั้งนี่คือจุดเข้า Buy ที่มี Risk/Reward Ratio ที่ดีมาก
3. Correlation Trading ทองคำกับดอลลาร์
ทองคำมีความสัมพันธ์แบบผกผัน (Negative Correlation) กับดอลลาร์สหรัฐเมื่อดอลลาร์แข็งค่าราคาทองคำมักจะลดลงและเมื่อดอลลาร์อ่อนค่าราคาทองคำมักจะเพิ่มขึ้นเทรดเดอร์สามารถใช้ดัชนี DXY (Dollar Index) เป็นตัวช่วยตัดสินใจหาก DXY กำลังอ่อนตัวลงและทองคำกำลังสร้าง Pattern กลับตัวขาขึ้นก็เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการ Buy ทองคำ
4. การจัดการ Position Size สำหรับทองคำ
ทองคำมีความผันผวนสูงกว่าคู่เงิน Forex ทั่วไปโดย XAUUSD อาจเคลื่อนที่ 20-50 ดอลลาร์ต่อวันดังนั้นการจัดการ Position Size จึงสำคัญมากกฎง่ายคือไม่ควรเสี่ยงเกิน 1% ของเงินทุนต่อออเดอร์หากมีเงินทุน 10,000 ดอลลาร์ควรตั้ง Stop Loss ให้ขาดทุนไม่เกิน 100 ดอลลาร์ต่อออเดอร์
สำหรับบัญชีที่มีเงินทุนน้อยควรใช้ Lot Size เล็กเช่น 0.01 Lot ซึ่งมูลค่า 1 pip ประมาณ 0.10 ดอลลาร์ทำให้สามารถตั้ง Stop Loss กว้างพอสำหรับความผันผวนของทองคำโดยไม่เสี่ยงเงินทุนมากเกินไป
5. เวลาที่ดีที่สุดในการเทรดทองคำ
ทองคำมี Volatility สูงสุดในช่วง London Session (14:00-21:00 เวลาไทย) และ New York Session (19:00-02:00 เวลาไทย) โดยเฉพาะช่วงที่ทั้งสองเซสชันทับซ้อนกัน (19:00-21:00 เวลาไทย) เป็นช่วงที่มี Volume สูงและราคาเคลื่อนที่มากเหมาะสำหรับ Day Trader ที่ต้องการจับการเคลื่อนไหวของราคาขนาดใหญ่
นอกจากนี้ควรระวังช่วงที่มีข่าวเศรษฐกิจสำคัญเช่น Non-Farm Payroll CPI FOMC Meeting และการประกาศดอกเบี้ยของ Fed เพราะข่าวเหล่านี้ทำให้ราคาทองคำเคลื่อนที่อย่างรุนแรงในเวลาสั้น
สรุปการเทรดทองคำในปี 2026
การเทรดทองคำเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเทรดเดอร์ทุกระดับด้วยสภาพคล่องสูงความผันผวนที่เหมาะสมและแนวโน้มราคาที่ชัดเจนทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจในปี 2026 สิ่งสำคัญคือต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนจัดการความเสี่ยงอย่างเข้มงวดและเรียนรู้อย่างต่อเนื่องอย่าลืมว่าการเทรดที่ประสบความสำเร็จไม่ได้มาจากการชนะทุกครั้งแต่มาจากการจำกัดการขาดทุนเมื่อผิดทางและปล่อยกำไรวิ่งเมื่อถูกทาง
ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำในปี 2026
การเทรดทองคำให้ประสบความสำเร็จต้องเข้าใจปัจจัยพื้นฐานที่ขับเคลื่อนราคา ในปี 2026 มีหลายปัจจัยสำคัญที่เทรดเดอร์ต้องติดตาม
อัตราดอกเบี้ยของ Federal Reserve
อัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อราคาทองคำ เมื่อ Fed ขึ้นดอกเบี้ย ทองคำมักจะปรับตัวลงเพราะนักลงทุนหันไปถือพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น แต่เมื่อ Fed ลดดอกเบี้ย ทองคำมักจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เทรดเดอร์ควรติดตามการประชุม FOMC ทุกครั้งและอ่าน Dot Plot เพื่อคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY)
ทองคำมีความสัมพันธ์แบบผกผันกับดอลลาร์ เมื่อ DXY อ่อนค่า ราคาทองคำมักจะเพิ่มขึ้น และเมื่อ DXY แข็งค่า ราคาทองคำมักจะลดลง เทรดเดอร์สามารถใช้ DXY เป็นตัวยืนยันทิศทางของทองคำได้ หาก DXY กำลังทำ Lower High และทองคำกำลังทำ Higher Low นี่คือสัญญาณที่ดีสำหรับการ Buy ทองคำ
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) เมื่อเกิดความตึงเครียดทางการเมืองหรือสงคราม นักลงทุนมักจะหันมาซื้อทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง ในปี 2026 ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตามอง
อัตราเงินเฟ้อ (Inflation)
ทองคำถูกมองว่าเป็นเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ เมื่ออัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น มูลค่าของเงินสดลดลง แต่ทองคำมักจะรักษามูลค่าหรือเพิ่มขึ้น เทรดเดอร์ควรติดตามตัวเลข CPI และ PPI ทุกเดือนเพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อ
เทคนิค Scalping ทองคำสำหรับเทรดเดอร์ไทย
Scalping ทองคำเป็นกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมมากในหมู่เทรดเดอร์ไทย เพราะทองคำมีความผันผวนสูงและ Spread ที่แคบในช่วงเวลาที่เหมาะสม
ตั้งค่า Chart สำหรับ Scalping
ใช้ Timeframe M1 หรือ M5 เป็นหลัก พร้อม EMA 9 และ EMA 21 เป็นตัวกรองทิศทาง เมื่อ EMA 9 ตัด EMA 21 ขึ้น ให้มองหาจุด Buy เมื่อราคาย่อตัวลงมาแตะ EMA 9 และเมื่อ EMA 9 ตัด EMA 21 ลง ให้มองหาจุด Sell เมื่อราคาดีดขึ้นไปแตะ EMA 9
การจัดการ Risk สำหรับ Scalping
Scalping ทองคำต้องมีวินัยสูงมาก ตั้ง Stop Loss ไม่เกิน 30-50 pips (3-5 ดอลลาร์) และ Take Profit 50-100 pips (5-10 ดอลลาร์) Risk Reward Ratio ควรอยู่ที่ 1:1.5 ขึ้นไป ไม่ควรเทรดเกิน 3-5 ออเดอร์ต่อวัน และหยุดทันทีเมื่อขาดทุนถึง 2% ของเงินทุน
แหล่งเรียนรู้เพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดทองคำ
Q: เทรดทองคำต้องใช้ทุนเท่าไหร่
A: ขั้นต่ำ 100 ดอลลาร์ก็เริ่มได้ แต่แนะนำ 500-1,000 ดอลลาร์ เพื่อให้มี Margin เพียงพอรองรับความผันผวน ใช้ Lot Size 0.01 เพื่อจำกัดความเสี่ยง
Q: ทองคำกับ Forex อะไรเทรดง่ายกว่า
A: ทองคำมีความผันผวนสูงกว่าคู่เงิน Forex ทั่วไป จึงมีโอกาสทำกำไรมากกว่าแต่ก็เสี่ยงมากกว่า มือใหม่ควรเริ่มจากคู่เงินหลักก่อน แล้วค่อยมาเทรดทองคำ
Q: เวลาไหนเทรดทองคำดีที่สุด
A: ช่วง London Session (14:00-21:00 เวลาไทย) และ New York Session (19:00-02:00 เวลาไทย) โดยเฉพาะช่วงที่ทับซ้อนกัน 19:00-21:00 เป็นช่วงที่ Volume สูงสุด

![Copy Trade คืออะไรข้อดีข้อเสียที่ต้องรู้ [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/02/copy-trade-pros-cons-cover-600x338.jpg)




![ทุน 500 บาทเทรด Forex ได้ไหมคำตอบตรงๆ [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/02/500-baht-forex-trading-honest-answer-cover-1-600x299.png)
TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文