กลยุทธ์เทรด EURUSD สำหรับมือใหม่ เข้าใจลักษณะคู่เงิน ช่วงเวลาที่ควรเทรด สามกลยุทธ์พื้นฐานที่ใช้ได้จริง และกฎบริหารความเสี่ยง ครบในบทความเดียว ไม่ต้องซื้อคอร์สไหน
อ่านเพิ่มเติม: รีวิวขั้นตอนสมัคร XM
EURUSD คือคู่เงินที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดในโลก เทียบได้กลยุทธ์สายน้ำที่ไหลแรงที่สุดในตลาดฟอเรกซ์ สภาพคล่องสูงแปลว่าค่าส่วนต่างต่ำ สั่งซื้อขายเข้าออกง่าย และราคาเคลื่อนไหวตามตรรกะทางเศรษฐกิจที่อ่านเรียนรู้ได้ ทำให้เป็นสนามฝึกที่นักเทรดมือใหม่ทั่วโลกเริ่มกันมากที่สุด บทความนี้รวมทุกสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเริ่มเทรด EURUSD อย่างมีระบบ ตั้งแต่การเข้าใจว่าราคาของคู่นี้ขยับเพราะอะไร ไปจนถึงสามกลยุทธ์พื้นฐานที่ทดสอบมายาวนาน พร้อมตารางเปรียบเทียบให้เลือกใช้ตามสไตล์ชีวิตของคุณ
ผู้ที่ยังไม่เคยเทรดฟอเรกซ์มาก่อน ควรอ่านพื้นฐานการอ่านกราฟที่ คู่มือการวิเคราะห์กราฟ และเรื่องแท่งเทียงที่ บทเรียนแท่งเทียง ประกอบก่อน เพราะกลยุทธ์ทุกตัวในบทความนี้สร้างบนพื้นฐานสองเรื่องนั้น
ทำความรู้จัก EURUSD ให้ลึกก่อนลงเงิน
EURUSD คือการแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินยูโรกับดอลลาร์สหรัฐ ราคาที่เห็นบนกราฟคือจำนวนดอลลาร์ที่ต้องจ่ายเพื่อแลกยูโรหนึ่งหน่วย ถ้าราคาขึ้นแปลว่ายูโรแข็งค่าขึ้นเทียบดอลลาร์ ถ้าลงแปลว่าดอลลาร์แข็งขึ้น คู่นี้เคลื่อนไหวหนักที่สุดในช่วงเวลาทับซ้อนระหว่างตลาดยุโรปกับอเมริกา ซึ่งตรงกับบ่ายของประเทศไทย และมักเงียบที่สุดช่วงดึกถึงเช้าตรู่ของเอเชีย การรู้จังหวะของคู่เงินคือครึ่งหนึ่งของกลยุทธ์ เพราะกลยุทธ์เดียวกันให้ผลต่างกันสุดขั้วเมื่อใช้ต่างช่วงเวลา
ตัวขับเคลื่อนราคาหลักของคู่เงินนี้
ปัจจัยที่ต้องตามติดมีสี่กลุ่ม หนึ่งคือนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐและธนาคารกลางยุโรป เพราะส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างสองฝั่งคือแรงดึงดูดของเงินก้อนใหญ่ สองคือข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ เช่น เงินเฟ้อ ตัวเลขจ้างงาน และการใช้จ่ายผู้บริโภค สามคือข้อมูลเศรษฐกิจยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนีซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลัก สี่คือเหตุการณ์ความเสี่ยงที่ทำให้เงินวิ่งเข้าดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ เมื่อดอลลาร์แข็งจากปัจจัยกลุ่มที่สี่ EURUSD มักลงแม้ข่าวยุโรปจะไม่มีอะไร นี่คือเหตุผลที่ต้องอ่านทั้งสองฝั่งของคู่เงินเสมอ
เลือกช่วงเวลาเทรดให้เหมาะกับกลยุทธ์และชีวิต
ช่วงบ่ายของไทยคือหน้าต่างทองของ EURUSD สภาพคล่องสูงสุด การเคลื่อนไหวชัดเจน และข่าวเศรษฐกิจสหรัฐชุดใหญ่ออกตอนนี้ เหมาะกับสายเทรดรายวันและสายข่าว ช่วงบ่ายก่อนหน้านั้นตลาดยุโรปเพิ่งเปิด เหมาะกับการอ่านทิศของวันและวางแผน ช่วงเช้าของไทยมักไซด์เวย์เงียบ ใช้ทำการบ้านและตรวจแผนได้ดีกว่าใช้เทรด ส่วนช่วงดึกควรเลี่ยงเพราะค่าส่วนต่างขยายและราคาเบี้ยวง่าย คนที่ทำงานประจำและดูตลาดตอนค่ำเท่านั้น อาจเลือกสไตล์สวิงที่ถือข้ามคืนแล้วตั้งคำสั่งไว้ล่วงหน้าแทนการต้องนั่งจอช่วงบ่าย
ปริมาณความผันผวนเฉลี่ยที่ต้องรู้ก่อนตั้งจุดตัด
ความผันผวนเฉลี่ยของ EURUSD ในหนึ่งวันอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าคู่เงินข้ามเอเชียและทองคำชัดเจน การเคลื่อนไหวหลักพิปส์ของวันมักกระจุกอยู่ช่วงบ่ายและช่วงข่าว ผลที่ตามมาคือจุดตัดขาดทุนที่แคบเกินไปจะโดนหยิบง่ายแม้ทิศทางจะถูก ขณะที่กว้างเกินไปทำให้สัดส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยงแย่ วิธีที่นักเทรดใช้กันคือดูช่วงการเคลื่อนไหวจริงของสองสัปดาห์ล่าสุดมากำหนดความกว้างจุดตัดที่เหมาะสม แทนการใช้เลขกำลังเดิมทุกสถานการณ์ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ปรับตามภูมิอากาศตลาดได้จริง
กลยุทธ์ที่ 1 เทรดตามเทรนด์ด้วยค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่
กลยุทธ์พื้นฐานที่สุดและอยู่รอดมายาวนานที่สุดคือการไปตามเทรนด์ด้วยค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สองเส้น เช่น เส้นยี่สิบกับเส้นห้าสิบบนกราฟรายชั่วโมงหรือสี่ชั่วโมง เงื่อนไขเข้าซื้อคือเส้นเร็วตัดขึ้นเหนือเส้นช้าและราคาปิดเหนือทั้งคู่ เข้าขายคือภาพสะท้อนกลับ จุดตัดขาดทุนอยู่อีกฝั่งของเส้นช้า และปิดสถานะเมื่อเส้นไขว้กลับ ข้อดีคือความเรียบง่ายและเข้าใจง่าย ข้อจำกัดคือในตลาดไซด์เวย์จะเจอการไขว้ปลอมติดกัน จึงควรเช็คบนกราฟรายวันก่อนว่าเทรนด์หลักมีทิศชัดเจนจริงหรือไม่ แล้วค่อยลงมากรอบเล็กหาจุดเข้าตามเทรนด์นั้น
ตัวอย่างการใช้งานจริงหนึ่งรอบ
สมมติกราฟรายวันแสดงขาขึ้นชัดเจน ราคาอยู่เหนือเส้นทั้งสอง คุณลงมากราฟสี่ชั่วโมงรอการย่อตัวของราคาใกล้เส้นยี่สิบ เมื่อราคาแตะแล้วเกิดแท่งกลืนขึ้นตามแนว คุณเข้าซื้อโดยตั้งจุดตัดใต้จุดต่ำของแท่งยืนยัน เป้าหมายแรกคือจุดสูงเดิมล่าสุด สัดส่วนเสี่ยงตอบแทนประเมินก่อนเข้าเสมอ ถ้าไม่ถึงสองต่อหนึ่งให้ข้ามไม้นั้นไปหาโอกาสอื่น วิธีคิดแบบมีเกณฑ์ตัดผ่านหรือไม่ผ่านก่อนเข้าเสมอ คือสิ่งที่ทำให้สถิติระยะยาวของคุณดีขึ้นจริง ไม่ใช่ดวง
กลยุทธ์ที่ 2 เทรดย่อตัวสู่แนวรับในเทรนด์
กลยุทธ์ที่ให้อัตราถูกสูงกว่าสำหรับคนที่ชอบจังหวะเข้าที่ดีคือการรอราคาย่อลงมาถึงแนวรับในขาขึ้น แล้วซื้อตามเทรนด์ แนวรับที่ใช้ได้ดีใน EURUSD มีสองแบบ แบบแรกคือระดับราคาที่เคยเป็นจุดเด้งซ้ำมาแล้ว แบบที่สองคือบริเวณค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะกลางที่ราคาเคยเคารพ ต้องมีแท่งเทียงยืนยัน เช่น หัวค้อนหรือแท่งกลืนขึ้น ก่อนเข้าเสมอ จุดตัดอยู่ใต้แนวรับเล็กน้อย เพราะถ้าราคาทะลุแนวรับที่วางความหวังไว้ได้ นั่นคือหลักฐานว่าการอ่านผิด ไม่ใช่โอกาสลดราคา กลยุทธ์นี้เข้าไม้น้อยกว่าการไล่ตามสัญญาณ แต่คุณภาพจุดเข้าดีกว่าชัดเจน
จัดการกับข่าวดอกเบี้ยที่พลิกกราฟในพริบตา
ช่วงประชุมดอกเบี้ยของทั้งสองธนาคารกลางคือจังหวะที่กลยุทธ์ทุกตัวเสี่ยงสุด เพราะราคาอาจวิ่งสองทางในหนึ่งนาทีกวาดจุดตัดขาดทุนของทั้งฝั่งถูกและฝั่งผิดไปพร้อมกัน วิธีที่นักเทรดรอบตัวผมใช้คือลดขนาดสถานะลงครึ่งหนึ่งก่อนข่าว หรือปิดทำการค้าชั่วคราวแล้วกลับเข้าหลังควันข่าวจางและทิศทางใหม่ชัด อย่าพยายามเดาผลข่าวล่วงหน้าแล้ววางเดิมพันใหญ่ เพราะตลาดตัดสินจากความคาดหวังที่ตีความแล้วเสมอ ไม่ใช่ตัวเลขดิบ
กลยุทธ์ที่ 3 เทรดช่วงราคาเมื่อตลาดไซด์เวย์
เมื่อกราฟรายวันไม่มีทิศชัดและราคาวนอยู่ในกรอบเดิมหลายวัน กลยุทธ์เทรนด์จะพลาดติดกัน นี่คือช่วงของกลยุทธ์เทรดช่วงราคา กำหนดขอบบนขอบล่างของกรอบที่ชัด ซื้อใกล้ขอบล่างเมื่อมีแท่งยืนยันขึ้น ขายใกล้ขอบบนเมื่อมีแท่งยืนยันลง จุดตัดอยู่นอกกรอบเล็กน้อย เป้าหมายคืออีกฝั่งของกรอบ กุญแจสำคัญคือยอมรับว่าเมื่อราคาทะลุกรอบออกไปพร้อมแรง ต้องหยุดเทรดช่วงทันทีแล้วรอดูว่ากรอบใหม่ก่อตัวที่ไหน เพราะการฝืนเทรดสวนการทะลุกรอบคือที่มาของขาดทุนหนักในตลาดไร้ทิศทาง
รู้จังหวะเปลี่ยนกลยุทธ์ให้ทัน
จุดอ่อนใหญ่ของนักเทรดรายย่อยคือการมีกลยุทธ์เดียวแล้วใช้ทุกสภาพตลาด ความจริงคือตลาดสลับระหว่างมีทิศกับไร้ทิศเป็นรอบสม่ำเสมอ การสังเกตว่าสัปดาห์นี้ราคาเดินเป็นขั้นบันไดชัดหรือวนสวนกลับในกรอบ แล้วเลือกเครื่องมือให้ตรงภูมิอากาศ สำคัญกว่าการหากลยุทธ์ใหม่ล่าสุดจากโซเชียล ใช้กราฟรายวันตัดสินภูมิอากาศประจำสัปดาห์ แล้วยึดกลยุทธ์ที่เหมาะกับภูมิอากาศนั้นไปทั้งสัปดาห์ จะลดการสลับไปมาเพราะความรู้สึกได้มาก
เปรียบเทียบสามกลยุทธ์เลือกให้ตรงสไตล์
| กลยุทธ์ | เหมาะกับตลาดแบบ | เวลาที่ต้องดูแล | จุดแข็ง | จุดอ่อน |
|---|---|---|---|---|
| ตามเทรนด์ค่าเฉลี่ยไขว้ | มีทิศชัดต่อเนื่อง | กลาง | เข้าใจง่าย ทำซ้ำได้ | โดนไขว้ปลอมในตลาดไร้ทิศ |
| ซื้อย่อที่แนวรับ | เทรนด์ชัดแต่มีคลื่น | น้อย | จุดเข้าคุณภาพสูง | ต้องรอใจเย็น โอกาสน้อยกว่า |
| เทรดช่วงราคา | ไซด์เวย์เป็นกรอบ | กลาง | เป้าชัด อัตราถูกสูง | พังทันทีเมื่อราคาทะลุกรอบ |
อ่านความสัมพันธ์ของยูโรกับดอลลาร์ให้ออกเป็นสองเรื่อง
นักเทรดที่ดูแค่กราฟ EURUSD อย่างเดียวมักพลาดว่าราคาที่เห็นคือผลของสองเรื่องทับกัน คือค่าของยูโรเองและค่าของดอลลาร์เอง ช่วงที่ข่าวอเมริการ้อน ทั้งสองฝั่งของเหรียญขยับพร้อมกัน บางวันดัชนีดอลลาร์พุ่งจากข่าวเดียวกันสามตลาด EURUSD จึงลงแรงแม้ยุโรปไม่มีข่าวเลย วิธีแยกให้เห็นคือเปิดดัชนีดอลลาร์ควบคู่ไว้เสมอ ถ้าดัชนีวิ่งแรงและ EURUSD วิ่งสวนพอดี แปลว่าแรงขับเคลื่อนอยู่ที่ฝั่งดอลลาร์ แต่ถ้าทั้งคู่ขยับไปทางเดียวกัน แปลว่ามีเหตุการณ์ความเสี่ยงกดเงินทั้งสองสกุลพร้อมกัน เช่น วิกฤตความเชื่อมั่นระดับโลก ซึ่งเป็นสภาวะที่กฎปกติทั้งหมดเพี้ยนชั่วคราว ความเข้าใจสองชั้นนี้ช่วยให้คุณไม่โทษตัวเองว่าอ่านผิดทั้งที่จริงแค่ดูไม่ครบสองฝั่ง
สร้างรูทีนประจำวันของสายเทรด EURUSD
รูทีนตัวอย่างสำหรับคนไทยที่เทรดคู่นี้จริงจัง เช้ามืดก่อนเจ็ดโมง ใช้สิบนาทีอ่านสรุปปฏิทินข่าวของวัน ขีดเวลาข่าวแดง และดูภาพรวมกราฟรายวันว่าภูมิอากาศวันนี้มีทิศหรือไร้ทิศ ช่วงสายที่ตลาดยุโรปเปิด เช็คว่าทิศของวันเริ่มตรงไหนตามที่คาดไว้หรือไม่ ปรับแผนตามหลักฐาน บ่ายสองโมงถึงสี่โมงเป็นหน้าต่างปฏิบัติการหลัก ทำรายการตามแผนที่ผ่านเกณฑ์ไว้แล้วเท่านั้น ไม่มีไม้ฉุกเฉินนอกแผน ค่ำสรุปผลวันลงสมุดบันทึกพร้อมภาพกราฟ ใช้เวลารวมทั้งวันไม่เกินหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ซึ่งยังเหลือเวลาชีวิตส่วนตัวเต็มที่ ความสม่ำเสมอของรูทีนคือสิ่งที่ทำให้สถิติสะสมจนวิเคราะห์ได้จริง คนที่เทรดตามอารมณ์วันดีวันไม่ดีจะไม่มีวันรู้ว่าตัวเองดีขึ้นหรือแย่ลง
สัญญาณเตือนว่าคุณกำลังเทรดเกินตัว
อาการสามข้อที่ต้องหยุดทันทีเมื่อเจอ ข้อแรกคือเปิดสถานะทันทีที่ตื่นนอนโดยยังไม่ได้ดูแผนเลย แปลว่าการพนันกำลังคุมมือ ข้อสองคือเพิ่มขนาดไม้เพราะอยากเอาคืนจากไม้ก่อน ซึ่งเป็นสูตรแปลงขาดทุนเล็กเป็นใหญ่ที่ใช้เวลาไม่กี่นาที ข้อสามคือนอนไม่หลับเพราะคิดถึงสถานะที่เปิดค้าง แปลว่าขนาดสถานะใหญ่เกินกำลังจิตใจรับ ทั้งสามข้อแก้ได้ด้วยการลดขนาดลงจริง ๆ จนรู้สึกเฉย ๆ กับการขึ้นลงของสถานะ ผู้ที่เทรดด้วยขนาดที่จิตใจรับไหวจะตัดสินใจจากเหตุผลได้ตลอด และนั่นคือทั้งหมดของเกมนี้ในระยะยาว อีกวิธีป้องกันที่ได้ผลคือบอกคนใกล้ตัวเรื่องเป้าหมายวินัยของคุณ เพราะการมีพยานทำให้การผิดสัญญากับตัวเองยากขึ้นอีกชั้นหนึ่ง
กฎบริหารความเสี่ยงที่ใช้ก่อนกดสั่งซื้อทุกครั้ง
ทุกกลยุทธ์ข้างต้นไร้ค่าถ้าไม่มีการบริหารความเสี่ยง กฎสามข้อที่ต้องเขียนติดไว้หน้าจอคือ หนึ่งกำหนดเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงต่อไม้ไว้ล่วงหน้าแล้วยึดเสมอ ระดับที่แนะนำคือหนึ่งถึงสองเปอร์เซ็นต์ของบัญชี สองตั้งจุดตัดขาดทุนทุกสถานะก่อนยืนยันเข้า ไม่มีข้อยกเว้นแม้ความมั่นใจจะเต็มร้อย สามจำกัดจำนวนไม้ต่อวันและหยุดทั้งวันเมื่อขาดทุนถึงเพดานที่ตั้งไว้ เพราะสถิติบอกว่าการเทรดต่อในวันที่แย่มักแย่ลงเรื่อย ๆ ผู้ที่ทำตามสามข้อนี้อย่างเคร่งครัดจะพบว่ากำไรดูแลตัวเองได้ ส่วนที่ต้องดูแลจริง ๆ คือความเสียหาย
สมุดบันทึกคือครูที่ดีที่สุดของนักเทรด EURUSD
จดทุกไม้ด้วยรูปแบบเดียวกัน วันที่ กลยุทธ์ที่ใช้ เหตุผลการเข้า จุดตัด เป้า ผลลัพธ์ และหนึ่งบรรทัดอารมณ์ ทบไปสามเดือนแล้วนับสถิติแยกตามกลยุทธ์ คุณจะพบว่าตัวเองถนัดตลาดแบบไหนจริง ๆ ซึ่งมักต่างจากที่คิดไว้เสมอ การตัดกลยุทธ์ที่เวิร์กน้อยที่สุดทิ้งแล้วโฟกัสที่จุดแข็ง คือพัฒนาการที่ยกระดับผลลัพธ์ได้มากกว่าการหากลยุทธ์ใหม่เพิ่มเข้ามา ผู้สนใจศึกษาต่อเรื่องการบริหารจุดตัดแบบมีระบบ อ่านเพิ่มที่ เทคนิค ATR ตั้งจุดตัดขาดทุน และเมื่อพร้อมทดสอบระบบกับเงินจริง เริ่มด้วยขนาดเล็กที่สุดผ่านโบรกเกอร์มาตรฐานจากลิงก์ด้านล่าง
เปิดบัญชีเทรดทองคำและ Forex กับ Exness
ทำไมต้องเริ่มจากบัญชีทดลองแม้จะอ่านกลยุทธ์มาแล้ว
ความรู้ที่ยังไม่เคยผ่านมือคือความรู้ที่ยังไม่ถูกทดสอบ บัญชีทดลองไม่ได้มีไว้ทดสอบกลยุทธ์เท่านั้น แต่มีไว้ทดสอบตัวคุณเองว่าทำตามแผนที่เขียนไว้ได้จริงกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะช่องว่างระหว่างแผนกับการปฏิบัติคือสิ่งที่ทำลายนักเทรดมากกว่ากลยุทธ์ที่อ่อนด้วยซ้ำ กำหนดเป้าหนึ่งเดือนบนบัญชีทดลอง ทำครบทุกไม้ตามรูทีน สมุดบันทึกครบทุกวัน แล้วนับว่าทำตามแผนได้กี่เปอร์เซ็นต์ ถ้ายังไม่ถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ การใช้เงินจริงคือการจ่ายค่าเล่าเรียนแพงเพื่อเรียนเรื่องเดิมที่ฝึกฟรีได้ เมื่อผ่านเกณฑ์แล้วค่อยย้ายมาเงินจริงด้วยขนาดเล็กที่สุด แล้วขยายตามสถิติที่พิสูจน์แล้วเท่านั้น กระบวนการที่ดูเหมือนช้าแบบนี้แหละที่ทำให้นักเทรดกลุ่มเล็กที่วินัยสูงอยู่รอดและเติบโตในตลาดนี้ได้ในระยะยาว ขณะที่คนส่วนใหญ่ที่ข้ามขั้นอบรมตัวเองจ่ายค่าเล่าเรียนซ้ำ ๆ ทุกสองสามเดือนด้วยเงินก้อนที่เก็บมา ทางเลือกเป็นของคุณเสมอ และบทความนี้อยู่ตรงนี้ให้กลับมาทบทวนได้ทุกครั้งที่ต้องการ ก่อนถึงวันนั้น ฝึกให้ครบ จดให้ครบ และอดทนให้ถึงพิสูจน์
คำถามที่พบบ่อยของมือใหม่เทรด EURUSD (FAQ)
EURUSD เหมาะกับมือใหม่จริงไหม?
เหมาะที่สุดคู่หนึ่ง เพราะสภาพคล่องสูงค่าส่วนต่างต่ำ ข้อมูลข่าวเปิดกว้าง และพฤติกรรมราคาค่อนข้างเป็นระเบียบเทียบกับคู่เงินเล็ก ข้อแลกเปลี่ยนคือความผันผวนต่อวันไม่มาก คนที่ชอบคลื่นใหญ่อาจเบื่อ แต่สำหรับการเรียนรู้ระบบ ความนิ่งคือข้อดี
ต้องมีทุนเท่าไหร่จึงเริ่มได้?
เริ่มได้จากจำนวนเล็กมากตามเงื่อนไขโบรกเกอร์ แต่ทุนที่แนะนำจริงคือเงินที่พร้อมเสียทั้งก้อนโดยไม่กระทบชีวิต พร้อมกฎร้อยละหนึ่งต่อไม้ บัญชีเล็กที่เทรดเกินขนาดจะหายในไม่กี่คลื่น ขณะที่บัญชีพอเหมาะกับกฎความเสี่ยงจะอยู่รอดให้ระบบได้พิสูจน์ตัว
ใช้เลเวอเรจเท่าไหร่เหมาะ?
เลเวอเรจไม่ใช่ตัวชี้ความเสี่ยง ตัวชี้คือขนาดสถานะที่คุณเปิด ใช้เลเวอเรจสูงแต่เปิดไม้เล็กตามกฎร้อยละหนึ่งได้ปลอดภัย ใช้เลเวอเรจต่ำแต่เปิดเต็มวงเงินก็แตกได้ ตั้งคำถามเสมอว่าไม้นี้เสียเท่าไหร่ถ้าจุดตัดโดน แล้วคำนวณขนาดจากตัวเลขนั้น
เทรดช่วงไหนของวันดีที่สุดสำหรับคนไทย?
บ่ายของไทยคือช่วงทองที่ตลาดยุโรปอเมริกาเปิดพร้อมกัน ความผันผวนและสภาพคล่องสูงสุด ถ้าดูตลาดช่วงนั้นไม่ได้ ใช้สไตล์สวิงที่ตั้งคำสั่งล่วงหน้าแล้วตรวจผลตอนเย็นก็ทำได้ ไม่ควรเทรดจริงจังช่วงดึกที่ค่าส่วนต่างสูงและราคาเบี้ยว
ข่าวชุดไหนที่ต้องห้ามพลาด?
การประชุมดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐและยุโรป ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ และตัวเลขจ้างงานนอนฟาร์ม สามชุดนี้ขยับ EURUSD แรงที่สุดเกือบทุกครั้ง เปิดปฏิทินเศรษฐกิจทุกสัปดาห์แล้วขีดเวลาเหล่านี้ไว้ก่อนวางแผนเข้าไม้ เสริมด้วยคำสุนทรพจน์ของประธานธนาคารกลางทั้งสองฝั่งซึ่งกระทบความคาดหวังดอกเบี้ยล่วงหน้าได้เหมือนกัน แม้ไม่มีตัวเลขใหม่เลยก็ตาม
ควรเทรดกี่คู่พร้อมกัน?
มือใหม่ควรเนี้ยบคู่เดียวให้ขาดก่อน เพราะแต่ละคู่มีนิสัยและจังหวะข่าวต่างกัน การดูหลายคู่พร้อมกันกระจายสมาธิและทำให้สมุดบันทึกปนกันจนวิเคราะห์ไม่ได้ เมื่อสถิติคู่แรกนิ่งและมั่นใจแล้ว การขยายเพิ่มทีละคู่จึงมีเหตุผลรองรับ และโดยส่วนใหญ่คนที่เริ่มจาก EURUSD จะขยายไปคู่ที่สัมพันธ์กับดอลลาร์เป็นกลุ่มเดียวกันก่อน เพราะข่าวที่ต้องตามยังใช้ชุดเดิมได้ทั้งหมด ทำให้ภาระการติดตามไม่เพิ่มมากเท่าการกระโดดไปคู่ที่ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยคนละเรื่อง
























