
Scalping คืออะไร เทคนิคเทรดสั้น ทำกำไรรวดเร็วในตลาด Forex
ในโลกของการเทรด Forex ที่เต็มไปด้วยกลยุทธ์อันหลากหลาย หนึ่งในกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะในกลุ่มนักเทรดที่ชื่นชอบความรวดเร็วและตื่นเต้นคือ Scalping หรือการเทรดระยะสั้นมาก ซึ่งเป็นการเข้าซื้อขายเพื่อทำกำไรจากความเคลื่อนไหวของราคาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น บทความนี้จะเจาะลึกทุกแง่มุมของ Scalping ตั้งแต่ความหมาย ข้อดีข้อเสีย เงื่อนไขสำคัญ ไปจนถึงเทคนิคและกฎเหล็กที่นัก Scalper มืออาชีพใช้กัน
Scalping คืออะไร?
Scalping คือกลยุทธ์การเทรด Forex ที่เน้นการทำกำไรจากความผันผวนของราคาในช่วงเวลาสั้นๆ มากๆ โดยปกติแล้ว นัก Scalper จะถือ Position เพียงไม่กี่วินาทีถึงไม่กี่นาทีเท่านั้น และตั้งเป้าที่จะทำกำไรเพียง 5-15 pip ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง แม้ว่ากำไรต่อการเทรดอาจจะดูน้อย แต่ด้วยจำนวนการเทรดที่มาก (หลายสิบถึงหลายร้อยครั้งต่อวัน) นัก Scalper สามารถสะสมกำไรเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ให้กลายเป็นผลกำไรที่น่าพอใจได้ในที่สุด
หัวใจสำคัญของ Scalping คือการตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำ นัก Scalper ต้องมีสมาธิสูงและพร้อมที่จะเข้าและออกจากตลาดอย่างรวดเร็วเมื่อโอกาสมาถึง นอกจากนี้ การจัดการความเสี่ยงอย่างเข้มงวดก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากจำนวนการเทรดที่มากอาจนำไปสู่การขาดทุนที่คาดไม่ถึงได้หากไม่มีการควบคุมที่ดี
ข้อดีและข้อเสียของ Scalping
เช่นเดียวกับกลยุทธ์การเทรดอื่นๆ Scalping ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่นักเทรดควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจนำไปใช้
ข้อดีของ Scalping ✅
- ไม่ต้องถือ Position ข้ามคืน: นัก Scalper ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับค่า Swap (ดอกเบี้ย) ที่เกิดขึ้นจากการถือ Position ข้ามคืน
- มีโอกาสเทรดมากมาย: ตลาด Forex มีความผันผวนตลอดเวลา ทำให้เกิดโอกาสในการเทรด Scalping อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
- ผลลัพธ์รวดเร็ว: นัก Scalper จะรู้ผลของการเทรดภายในไม่กี่นาที ทำให้สามารถปรับกลยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว
- ฝึกฝนทักษะได้รวดเร็ว: การเทรด Scalping อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้นักเทรดพัฒนาทักษะการวิเคราะห์และการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว
ข้อเสียของ Scalping ❌
- Spread มีผลกระทบสูง: เนื่องจากกำไรต่อการเทรดมีน้อย Spread (ส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask) จึงมีผลกระทบต่อผลกำไรอย่างมาก
- ต้องจ้องหน้าจออยู่ตลอดเวลา: Scalping ต้องการสมาธิและการเฝ้าติดตามตลาดอย่างใกล้ชิด ทำให้ต้องเสียเวลาอยู่หน้าจอเป็นเวลานาน
- ความเครียดสูง: การตัดสินใจที่รวดเร็วภายใต้แรงกดดันอาจก่อให้เกิดความเครียดได้
- เสี่ยงต่อการ Overtrade: การมีโอกาสเทรดมากมายอาจนำไปสู่การ Overtrade (การเทรดมากเกินไป) ซึ่งอาจทำให้ขาดทุนได้
ตารางสรุปข้อดีข้อเสียของ Scalping:
| ข้อดี ✅ | ข้อเสีย ❌ |
|---|---|
| ไม่ต้องถือ Position ข้ามคืน (ไม่โดน Swap) | Spread กินเยอะ (ต้นทุนสูง) |
| โอกาสเทรดเยอะ วันละ 10-30 trade | เหนื่อย ต้องจ้องจอตลอด |
| ผลลัพธ์เร็ว รู้ผลใน 5-30 นาที | ความเครียดสูง |
| ฝึก skill เร็ว | ง่ายที่จะ Overtrade |
เงื่อนไขสำคัญสำหรับการ Scalping
เพื่อให้การ Scalping ประสบความสำเร็จ นักเทรดจำเป็นต้องมีคุณสมบัติและเครื่องมือที่เหมาะสม ดังนี้:
- โบรกเกอร์ที่มี Spread ต่ำ: การเลือกโบรกเกอร์ที่มี Spread ต่ำเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะโบรกเกอร์ประเภท ECN/Raw Spread ที่มี Spread ในคู่เงิน EUR/USD ต่ำกว่า 1 pip
- อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง: ความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมีผลต่อ Latency (ความหน่วง) ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาที่ได้รับ ดังนั้น การมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจึงเป็นสิ่งจำเป็น
- คู่เงินที่มีสภาพคล่องสูง: ควรเลือกเทรดในคู่เงินหลักที่มีสภาพคล่องสูง เช่น EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY เนื่องจากมี Spread ต่ำและมีการเคลื่อนไหวของราคาที่สม่ำเสมอ
- Timeframe ที่เหมาะสม: Timeframe ที่นิยมใช้ในการ Scalping คือ M1, M5 และ M15
- ช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวน: ช่วงเวลาที่ตลาดลอนดอน (14:00-17:00 น. ตามเวลาประเทศไทย) และตลาดนิวยอร์ก (19:00-22:00 น. ตามเวลาประเทศไทย) เปิดทำการมักมีความผันผวนสูง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการ Scalping
3 เทคนิค Scalping ที่นักเทรดนิยมใช้
มีเทคนิค Scalping มากมายที่นักเทรดนำมาใช้ แต่ต่อไปนี้คือ 3 เทคนิคที่ได้รับความนิยมและใช้งานได้จริง:
1. EMA Scalp
เทคนิคนี้ใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Exponential Moving Average – EMA) 2 เส้น คือ EMA 9 และ EMA 21 บน Timeframe M5 โดยมีหลักการดังนี้:
- สัญญาณ Buy: เมื่อ EMA 9 ตัดขึ้นเหนือ EMA 21
- สัญญาณ Sell: เมื่อ EMA 9 ตัดลงใต้ EMA 21
- Stop Loss (SL): ตั้ง Stop Loss ที่ 5-10 pip จากราคา Entry
- Take Profit (TP): ตั้ง Take Profit ที่ 8-15 pip จากราคา Entry
2. S/R Bounce Scalp
เทคนิคนี้ใช้แนวรับแนวต้าน (Support and Resistance – S/R) เป็นหลัก โดยมีหลักการดังนี้:
- ลากเส้นแนวรับแนวต้านบน Timeframe H1 เพื่อหาระดับ S/R ที่สำคัญ
- ลงไปดู Timeframe M5 เพื่อหาจังหวะเข้าเทรด
- รอให้ราคาวิ่งมาแตะระดับ S/R ที่สำคัญ
- มองหารูปแบบแท่งเทียนที่บ่งบอกถึงการกลับตัว เช่น Pin Bar หรือ Engulfing
- Entry เมื่อเกิดสัญญาณ
- ตั้ง Stop Loss ที่ 5 pip จากราคา Entry
- ตั้ง Take Profit ที่ 10 pip จากราคา Entry (Risk/Reward Ratio 1:2)
3. Breakout Scalp
เทคนิคนี้ใช้การ Breakout (การทะลุ) ของราคาออกจากกรอบการพักตัว (Consolidation) เป็นหลัก โดยมีหลักการดังนี้:
- หาราคาที่กำลังพักตัวอยู่ในกรอบแคบๆ บน Timeframe M5
- รอให้ราคาทะลุ (Breakout) ออกจากกรอบพักตัว
- สังเกต Volume หาก Volume เพิ่มสูงขึ้นขณะที่ราคาทะลุออกไป ให้ Entry ตามทิศทางการ Breakout
- ตั้ง Stop Loss ภายในกรอบพักตัว
- ตั้ง Take Profit ที่ Risk/Reward Ratio 1:1.5 หรือ 1:2
“Scalping ไม่ใช่แค่การเข้าออกตลาดอย่างรวดเร็ว แต่เป็นการผสมผสานระหว่างการวิเคราะห์ทางเทคนิค การจัดการความเสี่ยง และวินัยในการเทรดอย่างเคร่งครัด”
กฎเหล็กสำหรับการ Scalping
เพื่อให้การ Scalping มีประสิทธิภาพและยั่งยืน นักเทรดควรปฏิบัติตามกฎเหล็กเหล่านี้อย่างเคร่งครัด:
- จำกัดความเสี่ยง (Risk) ไม่เกิน 1% ต่อการเทรด: เนื่องจากมีการเทรดจำนวนมาก การจำกัดความเสี่ยงต่อการเทรดแต่ละครั้งจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
- หยุดพักเมื่อขาดทุนติดต่อกัน 3-5 ครั้ง: การขาดทุนติดต่อกันอาจบ่งบอกถึงความผิดพลาดในกลยุทธ์หรือสภาพตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย ดังนั้น ควรหยุดพักเพื่อทบทวนและปรับปรุง
- ตั้งเป้าหมายกำไรต่อวัน: เมื่อทำกำไรถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ควรหยุดเทรดเพื่อหลีกเลี่ยงการ Overtrade
- หลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงที่มีข่าวสำคัญ: ข่าวสำคัญอาจทำให้ Spread กว้างขึ้นและเกิด Slippage (ราคาไม่ตรงกับที่ต้องการ) ได้
- หลีกเลี่ยงการ Scalping ในตลาด Sideways บน Timeframe ใหญ่: หากตลาดอยู่ในช่วง Sideways บน Timeframe H4 หรือ D1 การ Scalping บน Timeframe M5 อาจเป็นเรื่องยากและมีความเสี่ยงสูง
ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงได้ที่ iCafeFX Money Management
สรุป
Scalping คืออะไร เทคนิคเทรดสั้น ที่เน้นการทำกำไรจากความเคลื่อนไหวของราคาเพียงเล็กน้อยในช่วงเวลาสั้นๆ นัก Scalper ต้องมี Spread ที่ต่ำ อินเทอร์เน็ตที่รวดเร็ว และสมาธิที่สูง เทคนิค Scalping ที่นิยมใช้ ได้แก่ EMA Scalp, S/R Bounce และ Breakout สิ่งสำคัญคือต้องจำกัดความเสี่ยงไม่เกิน 1% ต่อการเทรด และหยุดพักเมื่อขาดทุนติดต่อกันหลายครั้ง
เรียนรู้เทคนิคการวิเคราะห์ทางเทคนิคเพิ่มเติมได้ที่ iCafeFX Technical Analysis และค้นหา EA (Expert Advisor) ที่อาจช่วยในการเทรดได้ที่ iCafeFX EA Forex
FAQ (คำถามที่พบบ่อย)
- Scalping เหมาะกับใคร?
- เหมาะกับคนที่ชอบความรวดเร็ว
- ต้องใช้ทุนเท่าไหร่?
- ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่รับได้
- ยากไหม?
- ต้องฝึกฝนและมีวินัย
สนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Forex ฟรีหรือไม่? เยี่ยมชม iCafeFX Forex
อ่านบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจของ iCafeFX:

TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文