
การเทรดแบบสั้นกับการเทรดแบบยาว: เลือกสไตล์ที่เหมาะกับคุณ
ในตลาด Forex มีสไตล์การเทรดหลายแบบ ตั้งแต่เปิด-ปิดออเดอร์ภายในไม่กี่วินาที ไปจนถึงถือออเดอร์หลายเดือน แต่ละสไตล์มีข้อดีข้อเสียต่างกัน และเหมาะกับเทรดเดอร์ที่มีไลฟ์สไตล์ต่างกัน การเลือกสไตล์ที่เหมาะสมเป็นก้าวแรกสู่ความสำเร็จ
4 สไตล์การเทรดหลัก
| สไตล์ | ระยะเวลาถือ | Timeframe | ออเดอร์/วัน | กำไรเป้าหมาย | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|---|
| Scalping | วินาที – นาที | M1, M5 | 20-50 | 5-15 pips | คนมีเวลามาก ชอบความเร็ว |
| Day Trading | นาที – ชั่วโมง | M15, H1 | 3-10 | 20-50 pips | คนมีเวลา 4-8 ชม./วัน |
| Swing Trading | วัน – สัปดาห์ | H4, D1 | 0-2 | 100-300 pips | คนทำงานประจำ |
| Position Trading | สัปดาห์ – เดือน | D1, W1 | 0-1/สัปดาห์ | 300-1000+ pips | นักลงทุนระยะยาว |
Scalping: เทรดสั้นสุดขีด
ลักษณะ
Scalper เปิด-ปิดออเดอร์ภายใน ไม่กี่วินาทีถึงไม่กี่นาที เป้าหมายคือทำกำไรเล็กๆ แต่บ่อยครั้ง สะสมเป็นกำไรก้อนใหญ่ในวันเดียว
ข้อดี
- ไม่ต้องถือออเดอร์ข้ามคืน ไม่เสีย Swap
- โอกาสเทรดมาก ไม่ต้องรอนาน
- ความเสี่ยงต่อออเดอร์ต่ำ (SL แคบ)
ข้อเสีย
- ต้องนั่งดูกราฟตลอด เหนื่อยมาก
- ค่า Spread สะสมสูง (เทรดบ่อย)
- ต้องการ Internet เร็วและ Execution ดี
- เครียดสูง ต้องตัดสินใจเร็ว
Day Trading: จบภายในวัน
ลักษณะ
Day Trader เปิดและปิดออเดอร์ ภายในวันเดียว ไม่ถือข้ามคืน วิเคราะห์กราฟ M15-H1 มองหาจุดเข้าที่ดีในแต่ละ Session
ข้อดี
- ไม่มีความเสี่ยงข้ามคืน
- มีเวลาวิเคราะห์มากกว่า Scalping
- กำไรต่อออเดอร์พอสมควร (20-50 pips)
ข้อเสีย
- ต้องใช้เวลา 4-8 ชั่วโมง/วัน
- อาจพลาดการเคลื่อนไหวใหญ่ที่เกิดข้ามคืน
- ต้องมีวินัยปิดออเดอร์ก่อนสิ้นวัน
Swing Trading: เทรดตามจังหวะ
ลักษณะ
Swing Trader ถือออเดอร์ หลายวันถึงหลายสัปดาห์ จับการเคลื่อนไหวของราคาในแต่ละ “Swing” (จากจุดต่ำสุดไปจุดสูงสุด หรือกลับกัน)
ข้อดี
- เหมาะกับคนทำงานประจำ ดูกราฟแค่วันละ 30-60 นาที
- กำไรต่อออเดอร์สูง (100-300 pips)
- ค่า Spread สะสมต่ำ (เทรดน้อย)
- เครียดน้อยกว่า Scalping/Day Trading
ข้อเสีย
- ต้องถือข้ามคืน มีความเสี่ยงจาก Gap และข่าว
- เสีย Swap ถ้าถือหลายวัน
- ต้องอดทนรอ อาจไม่มีสัญญาณหลายวัน
Position Trading: ลงทุนระยะยาว
ลักษณะ
Position Trader ถือออเดอร์ หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน อิงจากปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) เป็นหลัก เช่น แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย นโยบายการเงิน สภาพเศรษฐกิจ
ข้อดี
- ใช้เวลาน้อยที่สุด ดูกราฟสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
- กำไรต่อออเดอร์สูงมาก (300-1000+ pips)
- เครียดน้อยที่สุด
ข้อเสีย
- ต้องมีเงินทุนมาก (SL กว้าง)
- เสีย Swap สะสมมาก
- ต้องอดทนสูงมาก
- ต้องเข้าใจ Fundamental Analysis
เลือกสไตล์ไหนดี? แบบทดสอบ
ตอบคำถามเหล่านี้เพื่อหาสไตล์ที่เหมาะกับคุณ:
- มีเวลาดูกราฟวันละกี่ชั่วโมง?
8+ ชม. → Scalping/Day Trading | 1-2 ชม. → Swing Trading | น้อยกว่า 1 ชม. → Position Trading - ชอบความตื่นเต้นหรือความสงบ?
ตื่นเต้น → Scalping | สงบ → Swing/Position - มีเงินทุนเท่าไหร่?
$200-500 → Scalping/Day Trading | $1,000+ → Swing Trading | $5,000+ → Position Trading - ทนความเครียดได้แค่ไหน?
สูง → Scalping | ปานกลาง → Day Trading | ต่ำ → Swing/Position
💡 คำแนะนำ: “สำหรับมือใหม่ แนะนำ Swing Trading เพราะมีเวลาวิเคราะห์ ไม่เครียดมาก และเหมาะกับคนที่ยังทำงานประจำ เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นค่อยลองสไตล์อื่น”
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
Q: สไตล์ไหนทำกำไรมากที่สุด?
A: ไม่มีสไตล์ไหนดีกว่าสไตล์ไหน ขึ้นอยู่กับ ความเหมาะสมกับตัวคุณ เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จมีทุกสไตล์ สิ่งสำคัญคือเลือกสไตล์ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์และบุคลิกภาพของคุณ
Q: เปลี่ยนสไตล์ได้ไหม?
A: ได้ครับ แต่ควรทดสอบในบัญชี Demo ก่อนอย่างน้อย 1-2 เดือน อย่าเปลี่ยนกลางทาง
Q: ใช้หลายสไตล์พร้อมกันได้ไหม?
A: ได้ แต่ต้องแยกบัญชีหรือแยก Trading Plan ให้ชัดเจน อย่าปนกัน ศึกษาเพิ่มเรื่อง Money Management
Q: EA เหมาะกับสไตล์ไหน?
A: EA เหมาะกับ Scalping และ Day Trading มากที่สุด เพราะต้องตัดสินใจเร็วและเทรดบ่อย EA ช่วยลดอารมณ์และเพิ่มความเร็ว
🎬 วิดีโอสอนจาก iCafeFX
สรุป
ไม่มีสไตล์การเทรดที่ “ดีที่สุด” มีแต่สไตล์ที่ “เหมาะที่สุดกับคุณ” เลือกตามเวลาที่มี บุคลิกภาพ เงินทุน และระดับความเครียดที่รับได้ แล้วฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ
📚 บทความแนะนำจาก iCafeFX:

TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文