ตลาด Forex ทำงานอย่างไร? ทำความเข้าใจตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ตลาด Foreign Exchange หรือ Forex เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยมากกว่า 7.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน (ข้อมูล BIS Triennial Survey 2025) เทียบกับตลาดหุ้นทั้งโลกรวมกันที่มีมูลค่าซื้อขายเพียงประมาณ 200-300 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน ตลาด Forex จึงมีสภาพคล่อง (Liquidity) สูงที่สุดในบรรดาตลาดการเงินทุกประเภท
- ตลาด Forex ทำงานอย่างไร? ทำความเข้าใจตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก
- ผู้เข้าร่วมตลาด Forex: ใครอยู่เบื้องหลังตลาดแห่งนี้
- Interbank Market: หัวใจของตลาด Forex
- ประเภทของ Forex Broker: ECN, STP และ Market Maker
- Trading Sessions: 4 Session หลักของตลาด Forex
- Session Overlaps: ช่วงเวลาทองของเทรดเดอร์
- Volatility ตามแต่ละ Session
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเทรดแต่ละคู่เงิน
- Market Microstructure: โครงสร้างระดับจุลภาคของตลาด
- Weekend Gaps: ช่องว่างราคาวันจันทร์
- เคล็ดลับสำหรับเทรดเดอร์ไทย: เทรด Session ไหนดีที่สุด?
- สรุป: โครงสร้างตลาด Forex และ Trading Sessions
แต่สิ่งที่ทำให้ตลาด Forex แตกต่างจากตลาดการเงินอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง คือตลาด Forex เป็นตลาด Over-the-Counter (OTC) หมายความว่าไม่มีศูนย์กลางการซื้อขาย (Centralized Exchange) แบบตลาดหุ้น ไม่มีอาคารที่เป็นตลาด ไม่มีระฆังเปิดปิดตลาด การซื้อขายเกิดขึ้นผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมต่อผู้เข้าร่วมตลาดทั่วโลกเข้าด้วยกัน
ตลาด Forex เป็นตลาดแบบ Decentralized (กระจายศูนย์) ไม่มีองค์กรใดองค์กรหนึ่งที่ควบคุมราคาทั้งหมด ราคาถูกกำหนดโดยอุปสงค์และอุปทานของผู้เข้าร่วมตลาดจำนวนมหาศาลทั่วโลก ราคาที่คุณเห็นบนแพลตฟอร์มเทรดอาจแตกต่างเล็กน้อยจากราคาที่เทรดเดอร์อีกคนเห็นบนแพลตฟอร์มอื่น เพราะแต่ละโบรกเกอร์อาจได้ราคาจาก Liquidity Provider ต่างกัน
ผู้เข้าร่วมตลาด Forex: ใครอยู่เบื้องหลังตลาดแห่งนี้
1. ธนาคารกลาง (Central Banks)
ธนาคารกลางเป็นผู้เล่นที่ทรงอิทธิพลที่สุดในตลาด Forex เพราะพวกเขาควบคุมนโยบายการเงิน (Monetary Policy) ของแต่ละประเทศ การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate) การทำ Quantitative Easing (QE) หรือ Quantitative Tightening (QT) ล้วนส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อค่าเงิน
ธนาคารกลางที่สำคัญที่สุดในตลาด Forex ได้แก่:
– Federal Reserve (Fed): ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ผู้ควบคุม USD สกุลเงินสำรองของโลก การตัดสินใจของ Fed ส่งผลต่อตลาดการเงินทั่วโลก
– European Central Bank (ECB): ธนาคารกลางยุโรป ผู้ควบคุม EUR สกุลเงินที่มีการซื้อขายมากเป็นอันดับ 2 ของโลก
– Bank of Japan (BOJ): ธนาคารกลางญี่ปุ่น ผู้ควบคุม JPY ซึ่งเป็นสกุลเงิน Safe Haven
– Bank of England (BOE): ธนาคารกลางอังกฤษ ผู้ควบคุม GBP ที่เป็นหนึ่งในสกุลเงินที่ Volatile ที่สุด
– Reserve Bank of Australia (RBA): ธนาคารกลางออสเตรเลีย ผู้ควบคุม AUD ที่มีความสัมพันธ์กับสินค้าโภคภัณฑ์
นอกจากนโยบายการเงิน ธนาคารกลางบางแห่งยังเข้าแทรกแซง (Intervention) ตลาด Forex โดยตรง โดยการซื้อหรือขายสกุลเงินของตนในปริมาณมากเพื่อควบคุมค่าเงิน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ BOJ ที่เข้าแทรกแซงตลาด USD/JPY เมื่อเงินเยนอ่อนค่ามากเกินไป
2. ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ (Commercial Banks / Investment Banks)
ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่เป็นกระดูกสันหลังของตลาด Forex พวกเขาทำหน้าที่เป็น Market Maker ที่ให้ราคาซื้อ (Bid) และราคาขาย (Ask) แก่ลูกค้าและผู้เข้าร่วมตลาดอื่นๆ ธนาคารเหล่านี้ซื้อขายกันเองผ่านระบบ Interbank Market
ธนาคารที่มีส่วนแบ่งตลาด Forex สูงที่สุด ได้แก่:
– JP Morgan Chase (~10% ของตลาด)
– UBS (~8%)
– Deutsche Bank (~7%)
– Citi (~6%)
– HSBC (~5%)
– Goldman Sachs, Barclays, BNP Paribas
ธนาคารเหล่านี้ทำการซื้อขายทั้งเพื่อลูกค้า (Client Flow) และเพื่อเก็งกำไรของธนาคารเอง (Proprietary Trading) มูลค่าการซื้อขายของธนาคารเหล่านี้รวมกันคิดเป็นประมาณ 40-50% ของตลาด Forex ทั้งหมด
3. Hedge Funds และ Asset Managers
Hedge Funds เป็นผู้เล่นที่สำคัญอีกกลุ่มหนึ่ง พวกเขาเทรด Forex เพื่อเก็งกำไร (Speculation) โดยใช้กลยุทธ์ที่ซับซ้อน เช่น Macro Trading, Carry Trade, Statistical Arbitrage และ Algorithmic Trading Hedge Funds มี Position Size ที่ใหญ่มากและสามารถส่งผลต่อทิศทางของตลาดในระยะสั้นถึงกลาง
Asset Managers เช่น Pension Funds, Mutual Funds และ Insurance Companies ซื้อขาย Forex เพื่อ Hedge ความเสี่ยงจากค่าเงินของ Portfolio การลงทุนระหว่างประเทศ เช่น กองทุนสหรัฐที่ลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นจะ Hedge ความเสี่ยง USD/JPY
4. บริษัทข้ามชาติ (Multinational Corporations)
บริษัทที่ทำธุรกิจข้ามประเทศต้องแลกเปลี่ยนเงินตราเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ ตัวอย่าง: Toyota ขายรถในสหรัฐฯ ได้ USD ต้องแลกกลับเป็น JPY Apple ซื้อชิ้นส่วนจากไต้หวันต้องแลก USD เป็น TWD บริษัทเหล่านี้ทำธุรกรรม Forex เพื่อ Hedge ความเสี่ยงจากค่าเงิน ไม่ใช่เพื่อเก็งกำไร
5. Retail Traders (เทรดเดอร์รายย่อย)
Retail Traders คือเทรดเดอร์รายบุคคลอย่างเราๆ ที่เทรดผ่านโบรกเกอร์ออนไลน์ เช่น XM แม้จะมีจำนวนมาก แต่ Retail Traders คิดเป็นเพียง 5-7% ของมูลค่าการซื้อขาย Forex ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เนื่องจาก Internet และเทคโนโลยีที่ทำให้การเทรดง่ายขึ้น
Interbank Market: หัวใจของตลาด Forex
Interbank Market คืออะไร?
Interbank Market คือเครือข่ายการซื้อขายสกุลเงินระหว่างธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ไม่มีศูนย์กลางทางกายภาพ แต่เชื่อมต่อกันผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น Reuters Dealing, EBS (Electronic Broking Services) และ Bloomberg Terminal
ใน Interbank Market ธนาคารให้ราคา Bid/Ask แก่กัน และซื้อขายกันเองในปริมาณที่ใหญ่มาก (มักจะ 1 ล้านดอลลาร์ขึ้นไปต่อ Trade) Spread ใน Interbank Market แคบมาก สำหรับ EUR/USD อาจแค่ 0.1-0.3 pips ในช่วง Active Hours
Retail Traders ไม่สามารถเข้าถึง Interbank Market โดยตรงได้ พวกเราต้องเทรดผ่าน Retail Broker ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ซึ่งนำไปสู่ประเภทของ Broker ที่แตกต่างกัน
ราคาใน Interbank Market ถูกกำหนดอย่างไร?
ราคาในตลาด Forex ถูกกำหนดโดยอุปสงค์ (Demand) และอุปทาน (Supply) ของแต่ละสกุลเงิน เมื่อมีคนต้องการซื้อ EUR เยอะกว่าคนต้องการขาย ราคา EUR จะสูงขึ้น และในทางกลับกัน
ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุปสงค์และอุปทาน ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ข้อมูลเศรษฐกิจ (GDP, CPI, Employment) เหตุการณ์การเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัด ความแตกต่างของผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield Differential) และ Sentiment ของนักลงทุน
ประเภทของ Forex Broker: ECN, STP และ Market Maker
Market Maker Broker (Dealing Desk)
Market Maker Broker หรือ Dealing Desk (DD) Broker ทำหน้าที่เป็น “ตลาด” ให้กับลูกค้า พวกเขาให้ราคา Bid/Ask เอง และเป็นคู่สัญญา (Counterparty) ของ Trade ของคุณ หมายความว่าเมื่อคุณ Buy Market Maker จะ Sell ให้คุณ และเมื่อคุณ Sell Market Maker จะ Buy จากคุณ
ข้อดี: Spread คงที่ (Fixed Spread) ไม่ถูก Requote บ่อย เหมาะกับ Scalping ที่ต้องการ Spread คงที่ Deposit ขั้นต่ำมักจะต่ำ
ข้อเสีย: มี Conflict of Interest เพราะเมื่อคุณ Win Broker จะ Lose และเมื่อคุณ Lose Broker จะ Win อาจมีการ Requote ในช่วง Volatility สูง ราคาอาจไม่ตรงกับตลาดจริง 100%
STP Broker (Straight Through Processing)
STP Broker ส่ง Order ของลูกค้าไปยัง Liquidity Provider (LP) โดยตรง ไม่มี Dealing Desk แทรกแซง Broker ทำกำไรจากการ Mark-up Spread (เพิ่ม Spread จาก LP เล็กน้อย) หรือเก็บ Commission ต่อ Trade
ข้อดี: ไม่มี Conflict of Interest ราคาใกล้เคียงตลาดจริง Execution ค่อนข้างเร็ว
ข้อเสีย: Spread อาจกว้างขึ้นในช่วง Volatility สูง (Variable Spread) อาจเกิด Slippage ในช่วง News
ECN Broker (Electronic Communication Network)
ECN Broker เชื่อมต่อลูกค้าเข้ากับเครือข่ายของ Liquidity Provider หลายราย รวมถึงธนาคาร สถาบันการเงิน และแม้แต่ Retail Trader อื่นๆ ราคาถูกรวบรวมจาก LP หลายรายและแสดงราคาที่ดีที่สุด (Best Bid/Best Ask)
ข้อดี: Spread แคบที่สุด (อาจถึง 0 pips ในช่วง Active) ราคาตลาดจริง ไม่มี Conflict of Interest เห็น Market Depth (จำนวน Order ที่แต่ละราคา)
ข้อเสีย: มี Commission ต่อ Trade Spread อาจกว้างมากในช่วง Low Liquidity Deposit ขั้นต่ำมักจะสูงกว่า
Liquidity Provider คือใคร?
Liquidity Provider (LP) คือสถาบันที่ให้ราคา Bid/Ask แก่โบรกเกอร์ ส่วนใหญ่เป็นธนาคารขนาดใหญ่ Non-bank Market Maker หรือ Prime Broker โบรกเกอร์ที่ดีจะมี LP หลายราย เพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุดและมีสภาพคล่องเพียงพอ การมี LP หลายราย ช่วยให้ Spread แคบขึ้นและ Execution ดีขึ้น
Trading Sessions: 4 Session หลักของตลาด Forex
แม้ตลาด Forex จะเปิด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ แต่ไม่ใช่ทุกชั่วโมงจะมีการซื้อขายเท่ากัน ตลาดแบ่งออกเป็น 4 Session หลัก ตามศูนย์กลางการเงินที่สำคัญของโลก
1. Sydney Session (ตลาดซิดนีย์)
เวลาเปิด-ปิด (เวลาไทย): 04:00 – 13:00 น. (เวลาฤดูหนาว) / 03:00 – 12:00 น. (เวลาฤดูร้อน)
Sydney Session เป็น Session แรกของสัปดาห์ที่เปิดหลังจากตลาดปิดในวันศุกร์ เป็น Session ที่เล็กที่สุดและมี Liquidity น้อยที่สุด Spread มักจะกว้างกว่า Session อื่น
ลักษณะเด่น:
– Volatility ต่ำ ราคาเคลื่อนไหวน้อย
– เหมาะกับ Range Trading มากกว่า Trend Following
– คู่เงินที่ Active: AUD/USD, NZD/USD, AUD/JPY, AUD/NZD
– อาจเกิด Gap ในช่วงเปิดตลาดวันจันทร์ถ้ามีข่าวสำคัญช่วง Weekend
2. Tokyo Session (ตลาดโตเกียว / Asian Session)
เวลาเปิด-ปิด (เวลาไทย): 06:00 – 15:00 น.
Tokyo Session หรือ Asian Session เป็น Session ที่สำคัญเป็นอันดับ 3 ของตลาด Forex คิดเป็นประมาณ 6-7% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด ตลาดในเอเชียรวมถึง Tokyo, Hong Kong, Singapore และ Sydney ที่ยังเปิดอยู่
ลักษณะเด่น:
– Volatility ปานกลาง แต่ต่ำกว่า London และ New York
– ราคามักเคลื่อนไหวใน Range ก่อนที่ London จะเปิด
– คู่เงินที่ Active: USD/JPY, EUR/JPY, GBP/JPY, AUD/JPY, AUD/USD
– ข่าวจากญี่ปุ่น จีน และออสเตรเลีย ส่งผลกระทบมากในช่วงนี้
– ทองคำ (XAU/USD) มักเริ่มสร้าง Range ในช่วง Asian Session
สำหรับเทรดเดอร์ไทย Tokyo Session เป็นช่วงเวลาที่สะดวกที่สุดในการเทรด เพราะตรงกับเวลากลางวันของไทย อย่างไรก็ตาม โปรดระวังว่า Liquidity ในช่วงนี้ต่ำกว่า London Session
3. London Session (ตลาดลอนดอน / European Session)
เวลาเปิด-ปิด (เวลาไทย): 14:00 – 23:00 น. (เวลาฤดูหนาว) / 13:00 – 22:00 น. (เวลาฤดูร้อน)
London Session เป็น Session ที่สำคัญที่สุดของตลาด Forex คิดเป็นประมาณ 35-40% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด ลอนดอนเป็นศูนย์กลางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากตั้งอยู่ในตำแหน่ง Timezone ที่เชื่อมต่อกับทั้งเอเชียและอเมริกา
ลักษณะเด่น:
– Volatility สูงที่สุด มีการเคลื่อนไหวของราคามากที่สุด
– Spread แคบที่สุด เพราะ Liquidity สูง
– Trend มักเริ่มต้นในช่วง London Session
– คู่เงินที่ Active: EUR/USD, GBP/USD, EUR/GBP, USD/CHF และเกือบทุกคู่เงินหลัก
– ข่าวจากยุโรปและอังกฤษส่งผลกระทบมากในช่วงนี้
– ช่วงเปิดตลาด London (14:00-16:00 เวลาไทย) มักมีการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง เพราะเทรดเดอร์ยุโรปเข้ามาเริ่มงานและ React กับสิ่งที่เกิดขึ้นใน Asian Session
สำหรับเทรดเดอร์ไทยที่ทำงานประจำ London Session เริ่มในช่วงบ่ายถึงค่ำ ซึ่งเป็นช่วงหลังเลิกงาน ถือเป็นจังหวะที่ดีมาก
4. New York Session (ตลาดนิวยอร์ก / American Session)
เวลาเปิด-ปิด (เวลาไทย): 19:00 – 04:00 น. (เวลาฤดูหนาว) / 18:00 – 03:00 น. (เวลาฤดูร้อน)
New York Session เป็น Session ที่สำคัญเป็นอันดับ 2 คิดเป็นประมาณ 16-17% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าของ USD ซึ่งเป็นสกุลเงินที่อยู่ในเกือบ 90% ของคู่เงินที่มีการซื้อขาย
ลักษณะเด่น:
– Volatility สูง โดยเฉพาะช่วง 2-3 ชั่วโมงแรก
– ข่าวเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งผลกระทบมากที่สุดต่อตลาด Forex ทั้งหมด
– คู่เงินที่ Active: EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD, USD/CAD, USD/CHF
– มีการประกาศข่าวสำคัญเวลา 19:30 น. หรือ 21:00 น. เวลาไทย (Non-Farm Payrolls, CPI, FOMC)
– ช่วงท้ายของ New York Session Liquidity จะลดลงอย่างรวดเร็ว Spread อาจกว้างขึ้น
Session Overlaps: ช่วงเวลาทองของเทรดเดอร์
Session Overlap คือช่วงเวลาที่ 2 Session เปิดทำการพร้อมกัน เป็นช่วงที่มี Liquidity สูงที่สุดและ Volatility สูงที่สุด เหมาะกับการเทรดมากที่สุด
London-New York Overlap
เวลา (เวลาไทย): 19:00 – 23:00 น. (ฤดูหนาว) / 18:00 – 22:00 น. (ฤดูร้อน)
นี่คือช่วงเวลาที่มีการซื้อขายมากที่สุดในรอบ 24 ชั่วโมง คิดเป็นประมาณ 50% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งวัน ราคาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและรุนแรง Spread แคบที่สุด และ Trend ที่เริ่มใน London Session มักจะดำเนินต่อหรือเกิดการ Reversal ในช่วงนี้
ช่วง London-New York Overlap เป็นช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธ์ Breakout, Trend Following และ Momentum Trading เพราะ Volatility สูงพอที่จะทำกำไรได้ดี
Tokyo-London Overlap
เวลา (เวลาไทย): 14:00 – 15:00 น. (ฤดูหนาว) / 13:00 – 15:00 น. (ฤดูร้อน)
ช่วง Overlap นี้สั้น แต่มักเป็นช่วงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทิศทางราคา เพราะเทรดเดอร์ยุโรปเริ่มเข้ามาในตลาดและอาจเทรดสวนทางกับ Asian Session Range ที่สร้างไว้ก่อนหน้า คู่เงินที่ประกอบด้วย JPY, EUR หรือ GBP มักมีการเคลื่อนไหวมากในช่วงนี้
Sydney-Tokyo Overlap
เวลา (เวลาไทย): 06:00 – 13:00 น.
ช่วง Overlap นี้มี Liquidity ค่อนข้างต่ำ เหมาะกับเทรดเดอร์ที่เทรดคู่เงิน AUD, NZD และ JPY แต่ไม่เหมาะกับคู่เงิน EUR หรือ GBP ที่ Spread จะค่อนข้างกว้างในช่วงนี้
Volatility ตามแต่ละ Session
การเข้าใจ Volatility ของแต่ละ Session สำคัญมากสำหรับการเลือกกลยุทธ์และการตั้ง Stop Loss / Take Profit
Average Daily Range (ADR) ตาม Session
ค่า ADR โดยประมาณของคู่เงินหลักในแต่ละ Session:
EUR/USD:
– Asian Session: 25-35 pips
– London Session: 60-80 pips
– New York Session: 50-70 pips
GBP/USD:
– Asian Session: 30-40 pips
– London Session: 80-120 pips
– New York Session: 60-90 pips
USD/JPY:
– Asian Session: 30-50 pips
– London Session: 50-70 pips
– New York Session: 40-60 pips
XAU/USD (ทองคำ):
– Asian Session: $5-15
– London Session: $15-30
– New York Session: $15-25
ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าเฉลี่ยและอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะตลาด ในช่วงที่มีข่าวสำคัญ Volatility อาจสูงกว่าปกติหลายเท่า
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเทรดแต่ละคู่เงิน
EUR/USD
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: London Session (14:00-23:00 เวลาไทย) โดยเฉพาะช่วง London-New York Overlap (19:00-23:00) เพราะ EUR เป็นสกุลเงินหลักของยุโรป และ USD เป็นสกุลเงินหลักของอเมริกา ทั้งสอง Session นี้จะมี Flow มากที่สุด
GBP/USD
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: London Session เช่นกัน โดยเฉพาะช่วงเปิดตลาด London (14:00-16:00) ที่มักมี Breakout จาก Asian Range GBP เป็นคู่เงินที่ Volatile มาก ต้องระวัง Stop Loss ให้กว้างพอ
USD/JPY
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: Tokyo Session (06:00-15:00) สำหรับข่าวจากญี่ปุ่น และ New York Session (19:00-04:00) สำหรับข่าวจากสหรัฐฯ USD/JPY มีความ Active ทั้ง Asian และ American Session
AUD/USD
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: Sydney-Tokyo Session (04:00-15:00 เวลาไทย) เพราะข่าวจากออสเตรเลียและจีน (คู่ค้าสำคัญ) ออกในช่วงนี้ รวมถึงช่วง London Open ที่มักมีปฏิกิริยาต่อข่าวจาก Asian Session
XAU/USD (ทองคำ)
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: London-New York Overlap (19:00-23:00) ทองคำมักมีการเคลื่อนไหวมากที่สุดในช่วงนี้ โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวเศรษฐกิจสำคัญจากสหรัฐฯ เช่น CPI, Non-Farm Payrolls หรือ FOMC Meeting
Market Microstructure: โครงสร้างระดับจุลภาคของตลาด
Bid/Ask Spread Dynamics
Bid Price คือราคาที่ Market Maker ยินดีซื้อ (ราคาที่คุณ Sell ได้) Ask Price คือราคาที่ Market Maker ยินดีขาย (ราคาที่คุณ Buy ได้) ส่วนต่างระหว่าง Bid กับ Ask คือ Spread ซึ่งเป็นต้นทุนของการเทรด
Spread ไม่ได้คงที่ตลอดเวลา แต่เปลี่ยนแปลงตามปัจจัยหลายอย่าง:
Liquidity: ยิ่งมี Liquidity มาก Spread ยิ่งแคบ ในช่วง London-New York Overlap Spread จะแคบที่สุด ในช่วงดึกๆ (Asian Session ตอนปลาย) Spread จะกว้างขึ้น
Volatility: ในช่วงที่มีข่าวสำคัญ Spread อาจกว้างขึ้นอย่างมาก เพราะ Liquidity Provider ถอน Order ออกจากตลาดเพื่อลดความเสี่ยง
เวลา: ช่วงเปลี่ยน Session และช่วง Rollover (ประมาณ 04:00 เวลาไทย) Spread มักจะกว้างขึ้น
Order Flow Basics: การไหลของ Order
Order Flow คือกระแสของ Order ซื้อและ Order ขายที่เข้ามาในตลาด การเข้าใจ Order Flow ช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจว่า “ใคร” กำลังซื้อหรือขาย และมากน้อยเพียงใด
Market Order: Order ที่ต้องการ Execute ทันทีที่ราคาตลาดปัจจุบัน Market Buy Order จะ Hit Ask Price และ Market Sell Order จะ Hit Bid Price Market Order แสดงถึงความ “เร่งด่วน” ของผู้เทรด
Limit Order: Order ที่ตั้งไว้ล่วงหน้าที่ราคาที่ต้องการ Buy Limit จะตั้งไว้ใต้ราคาปัจจุบัน Sell Limit จะตั้งไว้เหนือราคาปัจจุบัน Limit Order แสดงถึง “ความสนใจ” ที่ราคาใดราคาหนึ่ง
Stop Order: Order ที่จะกลายเป็น Market Order เมื่อราคาถึงจุดที่กำหนด Buy Stop จะตั้งไว้เหนือราคาปัจจุบัน Sell Stop จะตั้งไว้ใต้ราคาปัจจุบัน Stop Order มักเป็น Stop Loss หรือ Breakout Entry
ในแนวคิด Smart Money Concepts (SMC) สถาบันการเงินจะมองหา “Liquidity Pool” ที่มี Stop Order จำนวนมาก เพื่อใช้เป็นแหล่ง Liquidity ในการเปิด Position ของตนเอง
Market Depth (Level 2 Data)
Market Depth หรือ Level 2 Data แสดงจำนวน Order ที่รอซื้อ (Bid) และรอขาย (Ask) ที่ราคาต่างๆ ในตลาดหุ้นจะเห็น Market Depth ได้ชัดเจนเพราะเป็นตลาดรวมศูนย์ แต่ในตลาด Forex ที่เป็น OTC การเห็น Market Depth จริงๆ เป็นเรื่องยาก
สิ่งที่ Retail Broker แสดงเป็น “Market Depth” มักจะเป็น Order จาก Liquidity Provider เพียงไม่กี่ราย ไม่ใช่ข้อมูลของตลาดทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีประโยชน์ในการดูว่ามี Bid Volume หรือ Ask Volume มากกว่ากันที่ราคาใกล้เคียง
ECN Broker บางรายแสดง Market Depth ที่ค่อนข้างสมบูรณ์กว่า เพราะรวม Order จาก LP หลายราย ข้อมูลนี้ช่วยให้เห็นว่ามี “กำแพง” Order ใหญ่อยู่ที่ราคาไหน ซึ่งอาจเป็น Support หรือ Resistance ที่แข็งแกร่ง
Weekend Gaps: ช่องว่างราคาวันจันทร์
Weekend Gap เกิดจากอะไร?
ตลาด Forex ปิดทำการช่วง Weekend (ตั้งแต่คืนวันศุกร์ถึงเช้าวันจันทร์) แต่เหตุการณ์สำคัญอาจเกิดขึ้นในช่วง Weekend เช่น การเลือกตั้ง ภัยธรรมชาติ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การประชุมฉุกเฉินของธนาคารกลาง เมื่อตลาดเปิดในวันจันทร์ ราคาอาจเปิดห่างจากราคาปิดวันศุกร์อย่างมาก เรียกว่า Weekend Gap
วิธีจัดการกับ Weekend Gap
1. ลด Position Size ก่อนวันศุกร์: ถ้ามี Position ค้างข้าม Weekend ให้ลดขนาดลงหรือปิดทั้งหมด เพื่อลดความเสี่ยงจาก Gap
2. ใช้ Guaranteed Stop Loss: โบรกเกอร์บางรายเสนอ Guaranteed Stop Loss ที่รับประกันว่า SL จะ Execute ที่ราคาที่ตั้งไว้ แม้จะมี Gap ก็ตาม แต่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
3. Gap Trading Strategy: บางเทรดเดอร์ใช้ Gap เป็นโอกาสเทรด โดยมี Statistic แสดงว่า Gap มักจะถูก “ปิด” (ราคากลับมาที่ราคาปิดวันศุกร์) ประมาณ 60-70% ของครั้ง อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์นี้มีความเสี่ยงสูงและไม่แนะนำสำหรับมือใหม่
เคล็ดลับสำหรับเทรดเดอร์ไทย: เทรด Session ไหนดีที่สุด?
สำหรับเทรดเดอร์ไทย ตารางเวลาที่แนะนำคือ:
เทรดเดอร์ Full-time:
– ตื่น 06:00 น. ดูกราฟช่วง Asian Session วิเคราะห์ Range ที่เกิดขึ้น
– 13:00-14:00 น. เตรียมตัวก่อน London Open วาง Level และ Setup
– 14:00-17:00 น. เทรดช่วง London Open (โอกาส Breakout)
– 19:00-22:00 น. เทรดช่วง London-New York Overlap (โอกาสเทรดดีที่สุด)
– หลัง 23:00 น. ลด Activity ลง Liquidity เริ่มลดลง
เทรดเดอร์ Part-time (ทำงานประจำ):
– 06:00-08:00 น. วิเคราะห์กราฟก่อนไปทำงาน วาง Pending Order ถ้ามี Setup
– 18:00-22:00 น. เทรดหลังเลิกงาน ช่วง London-New York Overlap ถือเป็นช่วงที่ดีที่สุด
ข้อสำคัญ: ไม่จำเป็นต้องเทรดทุก Session เลือกช่วงเวลาที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ แล้ว ฝึก Backtest กลยุทธ์กับช่วงเวลานั้นจนเชี่ยวชาญ การเทรดที่ได้ผลคือการเทรดที่ทำได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่การเทรดที่พยายามจับทุกโอกาส
สรุป: โครงสร้างตลาด Forex และ Trading Sessions
การเข้าใจโครงสร้างตลาด Forex เป็นพื้นฐานสำคัญที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องมี เมื่อคุณรู้ว่าใครเป็นผู้เล่นในตลาด ตลาดทำงานอย่างไร และช่วงเวลาไหนเหมาะกับการเทรดมากที่สุด คุณจะมี Edge เหนือเทรดเดอร์ที่ไม่รู้สิ่งเหล่านี้
สิ่งที่ต้องจำ:
1. ตลาด Forex เป็น OTC Decentralized ไม่มีศูนย์กลาง
2. ธนาคารกลางและธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่เป็นผู้เล่นหลัก Retail Trader เป็นเพียง 5-7%
3. London Session มี Volume มากที่สุด เหมาะกับ Trend Trading
4. London-New York Overlap เป็นช่วงเวลาทองสำหรับเทรดเดอร์ส่วนใหญ่
5. Spread และ Liquidity เปลี่ยนแปลงตาม Session ต้อง ปรับ Position Size ตาม
6. เลือก Session ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ แล้วเชี่ยวชาญมัน
เปิดบัญชีทดลองเทรดฟรีที่ โบรกเกอร์ XM เพื่อทดสอบการเทรดในแต่ละ Session และค้นหาช่วงเวลาที่เหมาะกับคุณมากที่สุด ศึกษาบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การวิเคราะห์เทคนิค และ กลยุทธ์การเทรด ได้ที่เว็บไซต์ของเรา


![Ichimoku Cloud วิธีใช้ Indicator ญี่ปุ่น [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/03/ichimoku-cloud-indicator-how-to-cover-1-600x338.jpg)

![วิธีดู Myfxbook วิเคราะห์ผลเทรด Forex [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/03/simple-forex-strategy-no-indicators-cover-6-600x315.jpg)


TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文